สจล. ขอเชิญร่วมพิธีเททองหล่อองค์พระนิรันตราย (จำลอง)

https://www.naewna.com/local/839149

สจล. ขอเชิญร่วมพิธีเททองหล่อองค์พระนิรันตราย (จำลอง)

สจล. ขอเชิญร่วมพิธีเททองหล่อองค์พระนิรันตราย (จำลอง)

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วม “พิธีเททองหล่อองค์พระนิรันตราย (จำลอง)” ในมหามงคลสมัย 200 ปี วชิรญาณภิกขุ ทรงพระผนวช และโอกาสครบรอบ 65 ปีพระจอมเกล้าลาดกระบัง เพื่อประดิษฐานที่หอพระ อาคารหอพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช (รัชกาลที่ 4) ในวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ย. 2567 เริ่มตั้งแต่เวลา 07.09 น. ณ มณฑลพิธี อุทยานพระจอมเกล้าฯ สจล.

ซึ่งดำเนินพิธีโดยพระพรหมวชิรรังษี (จิรพล อธิจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ประธานฝ่ายบรรพชิต และมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ (ชวิน รังสิพราหมณกุล) เป็นประธานพระครูพราหมณ์ ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุน และสั่งจององค์พระนิรันตราย (จำลอง) และเหรียญที่ระลึก (สามารถลดหย่อนภาษีได้) ทางเว็บไซต์ : https://donation.kmitl.ac.th/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 093-5637740

‘พุทธธรรม’นำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 ‘สื่อ เตือน สติ’ยกระดับสังคม-เยียวยาใจคน

https://www.naewna.com/local/839145

‘พุทธธรรม’นำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 ‘สื่อ เตือน สติ’ยกระดับสังคม-เยียวยาใจคน

‘พุทธธรรม’นำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 ‘สื่อ เตือน สติ’ยกระดับสังคม-เยียวยาใจคน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“คนไทย 85% โดยประมาณนับถือพุทธศาสนา แล้วเอาเข้าจริงๆ หลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนาที่เป็นแก่น ที่เป็นตัวพุทธธรรมเอง ว่ากันจริงๆ ชาวพุทธเองมีความรู้ความเข้าใจน้อยมาก แล้วก็ไปดูในแวดวงสื่อ จริงๆ ถามว่าสื่อด้านพุทธศาสนามีน้อยไหม? ไม่น้อยเลย มีมากด้วยซ้ำ เพียงแต่การจัดการความรู้ การรวบรวม การเข้าถึง ค่อนข้างที่จะไม่เป็นระบบ”

ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวในแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 : สื่อ เตือน สติ”เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา ถึงที่มาของการจัดโครงการนี้ซึ่งเดินทางมาถึงปีที่ 3 แล้ว โดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีหน้าที่รณรงค์ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงไม่อาจละเลยเรื่องนี้ได้

ซึ่งต้องบอกว่า หลักธรรมคำสอนในศาสนาพุทธ สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันโดยไม่จำเป็นต้องไปวัด ไม่ต้องแต่งตัวนุ่งขาวห่มขาวสำรวมกาย วาจา ใจ
ซึ่งนั่นเป็นอีกขั้นหนึ่ง แต่เบื้องต้นขอให้มี “สติ” ให้รู้ว่าแต่ละวันมีเรื่องอะไรเข้ามาทำให้สุขหรือทุกข์ใจบ้าง เช่น ขับรถบนท้องถนน เห็นคนขับรถเร็วปาดหน้า ตั้งสติเพียงนิดแทนที่จะรีบด่าทอออกไป ลองคิดว่าเขาอาจจะมีธุระด่วนจำเป็นจริงๆ จะเห็นว่าการมีสติสามารถช่วยดูแลการใช้ชีวิตของเราได้

ขณะเดียวกัน เมื่อมองความเป็นไปของสื่อ ก็พบว่า “ยังมีสื่อที่ไม่ทำหน้าที่เป็นสื่อ” เช่น สร้างดราม่าอารมณ์ร่วม ใช้ถ้อยคำปลุกเร้าความเกลียดชัง (Hate Speech) มีการรังแกระราน (Bully) ไปจนถึงการระบาดของข่าวปลอม (Fake News) แทนที่จะทำให้จิตใจเบิกบานกลับหดหู่ เป็นที่มาของการใช้คำว่า “สื่อ เตือน สติ”ในงานของปีนี้ เพราะต้องยอมรับว่าสื่อที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงภัยทางออนไลน์มีอยู่มากและจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อก็ไม่เคยลดลง โดยหวังว่า การทำหน้าที่ของสื่อ นอกจากเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพแล้ว อยากให้นำหลักธรรมทางพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ด้วย

“เราเชื่อว่าเป็นโอสถทิพย์ในยุค AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในยุคที่คนเติบโตมาในยุคที่รู้สึกว่าไม่รู้จะจับอะไร ไม่มีราก เราเห็นคนซึมเศร้า โรคซึมเศร้าเป็นทุกข์ชนิดหนึ่ง ทุกข์ที่หาแก่นสารอะไรไม่เจอ ไม่รู้จะยึดกับอะไร วิ่งหาสิ่งที่ไปยึดบางทีมันก็ยิ่งวิ่งไปหามันก็ยิ่งหนี เดินก็ยิ่งไกล โบราณเขาบอกว่ายิ่งว่ายน้ำก็ยิ่งลึกแทนที่จะขึ้นฝั่ง อย่างนี้เป็นต้น จริงๆ ธรรมะช่วยได้หมด” ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าว

สำหรับการจัดงานโครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 สื่อ เตือน สติ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.นิทรรศการออนไลน์ สำหรับผู้ไม่สะดวกมาร่วมกิจกรรมในสถานที่จริง กับ 2.กิจกรรม ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ระหว่างวันที่13-14 ธ.ค. 2567 เวลา 10.00-20.00 น.ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการแบบผสมผสาน ฟังการเสวนาธรรมแบบไม่น่าเบื่อคลินิกสุขาใจรับปรึกษาปัญหาด้วยกระบวนการเชิงจิตวิทยาแนวพุทธ มีมุมมองจากคนทำสื่อด้านธรรมะที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานและการนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนั้น ยังขอเชิญชวนน้องๆ เด็กและเยาวชน นักเรียน-นักศึกษา อายุไม่เกิน25 ปี ทำคลิปวีดีโอหัวข้อ “หนูได้ธรรม” เนื้อหาว่าด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนาในชีวิตประจำวัน ความยาวไม่เกิน 90 วินาทีส่งประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 90,000 บาท ซึ่งเริ่มเปิดให้ส่งผลงานกันแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 โดยสามารถส่งได้จนถึงเวลา 16.00 น. ของวันที่20 พ.ย. 2567 และจะประกาศผลรางวัลในช่วงการจัดงาน ณ วัดอรุณฯ

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaimediafund.or.th หรือติดตามข้อมูลข่าวสารและสอบถามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์”

งดงามตระการตา!!! เปิดม่านรอบสื่อ การแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน’พระจักราวตาร’

https://www.naewna.com/local/839135

งดงามตระการตา!!! เปิดม่านรอบสื่อ การแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน'พระจักราวตาร'

งดงามตระการตา!!! เปิดม่านรอบสื่อ การแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน’พระจักราวตาร’

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 22.15 น.

งดงามตระการตา เปิดม่านรอบสื่อมวลชน การแสดงโขน สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน “พระจักราวตาร” ถ่ายทอดความวิจิตรงดงาม สานต่อศิลปะโขนมรดกของชาติ เฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “พระจักราวตาร” รอบสื่อมวลชน ขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีกำหนดจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “พระจักราวตาร” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน – วันที่ 8 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับปี 2567 นี้ นับเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยอีกวาระหนึ่ง เพื่อเฉลิมฉลอง 2 โอกาสมหามงคลของปวงชนชาวไทย ได้แก่ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสมหามงคลนี้ คัดเลือกตอน “พระจักราวตาร” อันเป็นตอนที่แสดงกฤษฎาภินิหารของพระจักราหรือพระนารายณ์ ที่อวตารลงมาเป็นพระราม โอรสของท้าวทศรถ กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยาเพื่อปราบฝ่ายอธรรม เปรียบประดุจพระราชวงศ์จักรีที่ผดุงความสุขความสงบให้กับพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

“พระจักราวตาร” จับตอนตั้งแต่พระอินทร์และเหล่าเทพนิกรพากันไปอัญเชิญพระนารายณ์ ขณะที่ประทับอยู่บนบัลลังก์อนันตนาคราชพร้อมพระลักษมีพระชายา ให้เสด็จลงมาปราบยุคเข็ญ พระนารายณ์จุติลงมาเป็นพระรามและพระลักษมีลงมาเป็นนางสีดา ปฐมเหตุแห่งการต่อสู้ปราบอธรรม คือทศกัณฐ์และพระญาติวงศ์ จากนั้นได้ดำเนินเรื่องเป็นลำดับตั้งแต่ ทศกัณฐ์สั่งให้มารีศแปลงกายเป็นกวางทองเข้าไปล่อลวงพระรามให้ตามกวาง แล้วลักพาตัวนางสีดาขึ้นราชรถเหาะไปยังกรุงลงกา เป็นเหตุให้เกิดสงครามระหว่าง กองทัพพระรามและทศกัณฐ์ เรื่องราวความสนุกจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พระจักราวตาร”

นอกจากการแสดงที่วิจิตรงดงามที่แสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ จนมีฝีมือการร่ายรำอันงดงามถูกต้องตามจารีตแล้ว ผู้ชมจะได้รับฟังการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงไทยอันไพเราะ รับชมความวิจิตรของเครื่องแต่งกายอันประณีต พบกับความพิเศษของสุดยอดฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ของพระจักราวตาร ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่บนเวที นับเป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง ได้จัดการแสดงโขนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ชื่นชมความงดงามของศิลปะดั้งเดิมของไทยหลากหลายแขนงในการแสดงโขน โดยสิ่งที่เป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินงานคือ พระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน”นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่ อีกนานเท่านาน

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “พระจักราวตาร” จำหน่ายบัตร บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com

รมว.ศธ.เป็นปธ.เปิดงานวัน’ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนานาชาติ’ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/839141

รมว.ศธ.เป็นปธ.เปิดงานวัน'ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนานาชาติ'ประจำปี 2567

รมว.ศธ.เป็นปธ.เปิดงานวัน’ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนานาชาติ’ประจำปี 2567

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 21.23 น.

สกสค. คุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ร่วมจัดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนานาชาติ” ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนานาชาติ” ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสที่ ท่านทวี บุณยเกตุ ถึงแก่อนิจกรรมมาแล้วครบ 53 ปี ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของ ท่านทวี บุณยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนที่ 12 และผู้ก่อตั้งคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ.2488 จัดงานโดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ โดยมี ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ผู้บริหาร และพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน รับมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิทวี บุณยเกตุ จากผู้มีจิตศรัทธาต่อมูลนิธิ และมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ประจำปีการศึกษา 2567 ให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี ว่า “ท่านทวี บุณยเกตุ เป็นนักการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ และมีวิสัยทัศน์ทางการศึกษาที่กว้างไกล ท่าน ๆมีรากฐานทางความคิดอันนำไปสู่การยอมรับในที่สุดว่า “วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง” ทัดเทียมกับวิชาชีพชั้นสูงอื่นๆ รวมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้สานต่อปณิธานของท่านทวี บุณยเกตุ เพื่อพัฒนาครูให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพสมกับเป็นวิชาชีพชั้นสูงครูเป็นปัจจัยสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ จะส่งผลถึงการทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน หรือการทำงานต่าง ๆร่วมกัน เพื่อจะพัฒนา ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความฉลาดรู้ ฉลาดคิดและฉลาดทำ นำมาสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

ด้าน ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. “ในนามตัวแทนคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มูลนิธิทวี บุณยเกตุ และผู้เข้าร่วมงานขอขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนานาชาติ” ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ในวันนี้ ท่าน ทวี บุณยเกตุ ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ มีความเข้าใจการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ของครูเป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากการริเริ่มแนวคิดเสนอให้มีการตราพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 โดยมีสาระสำคัญ 3 ประการ คือ 1.เพื่อให้ความคิดเห็นเป็นสภาที่ปรึกษาและรักษานโยบายการศึกษาของชาติ 2.เพื่อช่วยฐานะครู

3.เพื่อให้ครูปกครองครู และทำหน้าที่แทน ก.พ. ซึ่งในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้กำหนดให้มีสภาครูในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า “คุรุสภา” ท่าน ทวี บุณยเกตุ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งคุรุสภาอันเป็นสภาแห่งวิชาชีพครู และเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ถือได้ว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญและเป็นผู้มีคุณูปการทางการศึกษาของชาติอย่างยิ่ง ปัจจุบันได้มีตราพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยเป็นเหตุผลสำคัญอย่างยิ่งที่จะสืบทอดประวัติศาสตร์และเจตนารมณ์แห่งสภาวิชาชีพครู ท่าน ทวี บุณยเกตุ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2514 สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ จึงร่วมกันจัดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ เพื่อระลึกถึงคุณงามความดี และแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ในการยกย่องผู้มีคุณูปการต่อประเทศชาติ ให้เป็นตัวอย่างแก่เด็กและเยาวชนรุ่นหลังสืบไปการจัดงานในวันนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนานาชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและระลึกถึงคุณงามความดี แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน ทวี บุณยเกตุ 2.เพื่อสร้างความตระหนักในการส่งเสริมวิชาชีพครู และยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลในวงการศึกษาที่สร้างคุณูปการต่อวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาของชาติ 3.เพื่อให้ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงคุณงามความดี และแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้วางรากฐานวิชาชีพครู

สำหรับกิจกรรมในงานวันนี้ นอกจากพิธีสักการะพิธีบวงสรวงสักการะ องค์พระพฤหัสบดี พิธีพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) และสักการะรูปปั้นนายทวี บุณยเกตุ พิธีสงฆ์ และพิธีสงฆ์ ซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จะทำการมอบทุนให้กับนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกตามประกาศมูลนิธิ จำนวน 6 ทุน ทุนการศึกษาละ 5,000 บาท เป็นตัวแทนนักเรียนทุนจาก จ.กรุงเทพฯ จ.นครปฐม จ.นนทบุรี จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรปราการ การรับมอบเงินสมทบทุนจากผู้มีจิตศรัทธาต่อมูลนิธิฯ พร้อมมอบเข็มที่ระลึก และกิจกรรมการเสวนาภาษาอังกฤษในหัวข้อ “ทวี บุณยเกตุ กับความเป็นนาชาติ” นำเสนอประวัติ ผลงาน การศึกษาต่อต่างประเทศ และแนวคิดที่ทันสมัยจากหนังสือพ่อสอนลูกของท่านทวีที่ยังนำมาปรับใช้ได้ในปัจจุบัน ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ที่ปรึกษามูลนิธิทวี บุณยเกตุ และคณะในแต่ละปีมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ได้ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ยากจน เรียนดี และมีความประพฤติดีในระดับมัธยมศึกษาสายสามัญและสายอาชีพ จึงขอเชิญผู้ที่มีความประสงค์ร่วมสมทบทุนมูลนิธิฯ ได้ที่บัญชีออมทรัพย์ชื่อบัญชี มูลนิธิทวี บุณยเกตุ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 059-020-1506

มอบอุปกรณ์การศึกษา-ทุนแก่น้องๆโรงเรียนตชด.บ้านคลองน้อย

https://www.naewna.com/local/839103

มอบอุปกรณ์การศึกษา-ทุนแก่น้องๆโรงเรียนตชด.บ้านคลองน้อย

มอบอุปกรณ์การศึกษา-ทุนแก่น้องๆโรงเรียนตชด.บ้านคลองน้อย

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.46 น.

คณะนักศึกษาหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ 1 สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยคณะนักศึกษาหลักสูตร TEPCOT รุ่นที่ 10 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และพล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้แทนคณะนักศึกษาหลักสูตร ปธส.9-กะทิชาวเกาะ มอบอุปกรณ์การศึกษาและทุน แก่น้องๆโรงเรียน ตชด.บ้านคลองน้อย                

เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567 คณะนักศึกษาหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ 1 สถาบันพระปกเกล้า โดย พล.อ.นักรบ บุญประคอง ประธานรุ่น พร้อมด้วยคณะนักศึกษาหลักสูตร TEPCOT รุ่นที่ 10 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย , พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้แทนคณะนักศึกษาหลักสูตร ปธส.9 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท กะทิชาวเกาะ จำกัด (มหาชน) โดยนายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร ร่วมกันจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม (CSR) มอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬาพร้อมทุนการศึกษา และเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองน้อย ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

พร้อมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ปันน้ำใจให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่ขาดโอกาสและมอบเครื่องปรับอากาศให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดน และร่วมกันปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ลดโลกร้อน ที่ค่าย ตชด.พระราม 6 ชะอำ จ.เพชรบุรี

นทท. ชมทะเลหมอก-ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชื่นชมเลียงผา โชว์ตัวสะท้อนป่าสมบูรณ์

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590793

นทท. ชมทะเลหมอก-ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชื่นชมเลียงผา โชว์ตัวสะท้อนป่าสมบูรณ์

นทท. ชมทะเลหมอก-ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชื่นชมเลียงผา โชว์ตัวสะท้อนป่าสมบูรณ์

02 พ.ย. 2567

นทท.รอชมดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า พบเลียงผาหลายตัวต่างดีใจยิ่งนักพบความสมบูรณ์ของป่าและสัตว์ปา อุณหภูมิต่ำสุดลดลงแตะ 15 องศาฯ

2 พ.ย.2567 นายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแหง่งชาติภูกระดึง อ.ภูกระดึง กล่าวว่า จ.เลย อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย บนหลังแปหรือยอดภูเป็นทุ่งหญ้าและลำธาร ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าภูกระดึงมีหลายชนิดที่พบเห็นทั่วไป ได้แก่ ช้างป่า เก้ง กวางป่า หมูป่า ลิงกัง ลิงลม บ่าง กระรอกหลากสี กระแต หนูหริ่งนาหางยาว ตุ่น เม่นหางพวง พังพอน อีเห็น รวมทั้งเลียงผา อันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของ ผืนป่า 

ช่วงเย็นขณะที่ นทท.รอชมแสงสุดท้ายของวันหรือดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าที่ “ผาหล่มสัก” พบเลียงผาบริเวณใกล้กับหน้าผา บริเวณผาหล่มสัก ซึ่งมักไม่เห็นได้บ่อย แต่ก็พบทุกปีที่ผ่านมา นทท.ต่างชื่นชมตื่นตาตื่นใจที่ได้พบสัตว์ป่าบนยอดภูกระดึง แต่ไม่มีการส่งเสียงดังหรือขับไล่ให้สัตว์แตกตื่น 

นายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวอีกด้วยว่า บรรยากาศ ณ วันนี้ ได้เตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้มี นทท.ขึ้นภูแล้ว 700 คนซึ่งเมื่อปิดลงทะเบียนช่วงบ่ายวันเดียวกันน่าจะทะลุ 1,000 คน ท่ามกลางอากาศหนาว ในเดือนพฤศจิกายน คาดมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

นทท. ชมทะเลหมอก-ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชื่นชมเลียงผา โชว์ตัวสะท้อนป่าสมบูรณ์

จากสถิติช่วงเดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2567) สถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามากกว่า 3,000 คน โดยได้มีการเตรียมความพร้อมในการให้บริการด้านที่พัก การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยได้รับความอนุเคราะห์บุคลากรจากโรงพยาบาลภูกระดึง มาประจำการ ณ ศูนย์ช่วยเหลือฯ ในช่วงวันหยุดยาว 

ขั้นตอนในการขอรับบริการ ทำได้สะดวกมาก เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชน และอุทยานแห่งชาติภูกระดึงยังมีการจัดทำกิจกรรม lost and found (ของหายได้คืน) โดยเจ้าหน้าที่จะจัดส่งของที่นักท่องเที่ยวทำหาย หรือลืมไว้ คืนให้กับเจ้าของ 

นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึง โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวช่วยนำขยะลงจากยอดเขา น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ขึ้นไป ทางอุทยานแห่งชาติชาติภูกระดึงมีการมอบใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเป็นการขอบคุณที่ท่านได้มีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นผู้เสียสละและบำเพ็ญให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและธรรมชาติ ซึ่งได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยว 

นทท. ชมทะเลหมอก-ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชื่นชมเลียงผา โชว์ตัวสะท้อนป่าสมบูรณ์

ในช่วงที่ผ่านมา (วันที่ 1-31 ต.ค. 67) มีนักท่องเที่ยว/ผู้ประกอบการ ช่วยนำขยะลงมาจากยอดเขา น้ำหนักมากกว่า 13,000 กิโลกรัม สำหรับ อุณหภูมิอุทยานแห่งชาติภูกระดึงในช่วงนี้อุณหภูมิต่ำสุด 15.5 องศาเซลเซียส และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังอยู่ในช่วงปลายฝน ต้นหนาว เหมาะอย่างยิ่งในการมาชมทะเลหมอกยามเช้า และสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนยอดภูกระดึง จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว มาสัมผัสบรรยากาศเย็นที่แสนจะอบอุ่น ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย สอบถามเพิ่มเติม : เพจ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง – Phukradueng National Park หรือ โทร. 042-810833 , 042-810834

นทท. ชมทะเลหมอก-ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชื่นชมเลียงผา โชว์ตัวสะท้อนป่าสมบูรณ์
นทท. ชมทะเลหมอก-ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชื่นชมเลียงผา โชว์ตัวสะท้อนป่าสมบูรณ์

“หมูเด้ง” คว้าพรีเซนเตอร์ ลอยกระทง รับบทดาราสาวเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590684

"หมูเด้ง" คว้าพรีเซนเตอร์ ลอยกระทง รับบทดาราสาวเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล

“หมูเด้ง” คว้าพรีเซนเตอร์ ลอยกระทง รับบทดาราสาวเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล

01 พ.ย. 2567

วธ. จับมือสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเปิดตัว “หมูเด้ง” รับบทดาราสาวเป็นพรีเซนเตอร์ “ลอยกระทง” พร้อมมอบเกียรติบัตร “Thai cuteness: ตัวตึงถึงไทย” ให้แก่หมูเด้ง ในฐานะผู้สื่อสารความเป็นไทยสู่สากล

กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ร่วมกับองค์การสวนสัตว์ฯ และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดตัวโครงการ “Thai Cultural Content for Soft Power Presented by Moo Deng” เพื่อเป็นการส่งเสริมความเป็นไทย เคลื่อนนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจวัฒนธรรม โดยใช้พลังของ Soft Power ผ่าน “น้องหมูเด้ง” ฮิปโปแคระ สื่อสารความเป็นไทยสู่สากล ผ่านบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Facebook Instagram และ TikTok

\"หมูเด้ง\" คว้าพรีเซนเตอร์ ลอยกระทง รับบทดาราสาวเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ขณะนี้หมูเด้งโด่งดังทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก มีการทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ในการสื่อสารความน่ารักของตัวหมูเด้ง ใกล้ถึงเทศกาลลอยกระทงแล้วถือเป็นเทศกาลสำคัญของประเทศไทย วธ. จึงเริ่มนำร่องแนวความคิดใช้หมูเด้งเป็นสื่อกลางในการเชิญชวนให้คนไทยออกมาลอยกระทงถือเป็นหนึ่งพรีเซนเตอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ที่จะทำให้คนทั่วโลกได้รับรู้ และรู้จักประเพณีลอยกระทงของไทย โดยเริ่มนำเสนอผ่านช่องทางติ๊กต๊อก ที่ให้หมูเด้งมาโชว์ความน่ารัก จากนั้นจะนำเสนอในเทศกาลอื่น ๆ ต่อไป

\"หมูเด้ง\" คว้าพรีเซนเตอร์ ลอยกระทง รับบทดาราสาวเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล
\"หมูเด้ง\" คว้าพรีเซนเตอร์ ลอยกระทง รับบทดาราสาวเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล
\"หมูเด้ง\" คว้าพรีเซนเตอร์ ลอยกระทง รับบทดาราสาวเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล

สายเที่ยวห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590606

สายเที่ยวห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์

สายเที่ยวห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์

31 ต.ค. 2567

สายเที่ยวห้ามพลาด! แลนด์มาร์คแห่งใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์ ทะเลหมอกแห่งใหม่เมืองเลย ท้าอากาศหนาว

31 ต.ค.2567 นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย กล่าวว่า จากการเดินสายพร้อมกับ เจ้าหน้าที่ ททท. สำนักงานเลย พักแรมและตรวจชมบรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ อ.นาแห้ว และอ.ด่านซ้าย จ. เลย ช่วงเข้าสู่หน้าหนาวสัปดาห์แรกปีการท่องเที่ยว 2568

สายเที่ยวห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์

จุดชมทะเลหมอกน้องใหม่แห่งนี้ พบว่าสิ่งที่ นทท.นิยมสูงสุดช่วงดังกล่าวคือ การขึ้นไปกางเต็นท์พักแรมนอนดูดาว ตื่นเช้าจิบกาแฟร้อนๆ กับอาหารพื้นบ้าน สัมผัสกับอากาศหนาวแรก และชมทะเลหมอก ดูแสงสีทองของดวงอาทิตย์ขึ้นแสงแรกของวัน ชมทิวทัศน์ที่กว้างไกลผ่านทะเลภูเขาจำนวนหลายลูกหลายภู

สายเที่ยวห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์

แหล่งท่องเที่ยงน้องใหม่ของ อ.นาแห้ว ที่บนเนินเขาด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านนาท่อน ต.นาพึง อ. นาแห้ว จ.เลย อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 750 เมตร จึงทำให้มีอากาศที่เย็นสบาย ชาวบ้านได้ร่วมพัฒนาปรับพื้นที่จากไร่ข้าวโพด และไร่มันสำปะหลังบางส่วน  ให้เป็นจุดกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว ที่อยากมาสัมผัสกับธรรมชาติ และอากาศที่หนาวเย็นของอำเภอนาแห้ว อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะฉลองและต้อนรับ ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2567 ที่ผ่านมา และประกาศเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการของไทยเมื่อ 29 ต.ค.2567

สายเที่ยวห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์

ททท. ได้ร่วมผลักดัน และส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวของประชาชนในพื้นที่ เพราะเป็น 1 ในยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ จ.เลย แนะนำและให้จัดการบริการด้านต่างๆ เพื่อรองรับ นทท.ซึ่งก็มีความแข็วแรงดี ก็อยากเชิญชวน นทท.มาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้แล้วท่านจะไม่ผิดหวัง มาแล้วก็อยากมาอีกแน่นอน

ด้านนายชัชพงษ์ พิมพ์พก ประธานกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านนาท่อน กล่าวว่า ได้ร่วมกับผู้นำชุมชนหมู่บ้าน และชาวบ้านนาท่อน ชาวบ้านริเริ่มพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.นาแห้ว จ. เลย เนื่องจากเรามีศักยภาพทางธรรมชาติสวยงาม ชุมชนเองก็ได้เล็งเห็นประโยชน์ของกระแสการท่องเที่ยว ในแบบแคมป์ปิ้ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

สายเที่ยวห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “นาท่อนแคมป์วิว” เอาใจสายกางเต็นท์

จึงได้วางแผนร่วมกันปรับพื้นที่ปรับให้เป็นจุดกางเต็นท์ ออกไอเดียเพื่อสร้างจุดกางเต็นท์แคมป์ปิ้งในฝัน ของเหล่าแคมป์เปอร์ ที่สำหรับคนที่ชอบการแคมป์ปิ้ง ได้มาร่วมกัน และหวังว่ารายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวนี้ จะสามารถโน้มน้าวให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ จะปลูกข้าวโพดกัน ให้หันมาปรับพื้นที่ไร่สวนของตนเอง เพื่อปลูกป่าในพื้นที่ให้เพิ่มมากขึ้นได้ในอนาคต

ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ สนใจติดต่อมากางเต็นท์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีลานสำหรับกางเต็นท์นอนนับดาว 3 ลานด้วยกัน สามารถรองรับนักท่องเที่ยวสูงสุดได้ประมาณ 30 คน/คืน ที่นี่สามารถประกอบอาหารได้ แต่ขอร้องให้แต่ละกลุ่มไม่รบกวนและก่อความรำคาญกับเพื่อนๆ กลุ่มอื่นๆ เพื่อให้ทุกคนได้รับความประทับใจกลับไปให้มากที่สุดนั่นเอง

หากท่านใด สนใจมากางเต็นท์แคมป์ปิ้งที่นาม่อนแคมป์ปิ้ง ประเทศไทย จะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ 29 ต.ค. 2567 ยาวถึงปลายเดือน ก.พ. 2568 นาท่อนแคมป์วิว จะมีงานดนตรี 16 พ.ย. 2567 นี้ มาฟังดนตรีนตรีหน้าหนาวกัน บัตรใบละ 299 บาท พร้อมฟรีค่ากาง สามารถติดต่อมาที่โทรศัพท์ 08 9812 3998 หรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ: นาท่อนแคมป์วิว

ส่อง “คอนโด” ย่านสุดเก๋ โครงการ “TITLE” ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590496

ส่อง "คอนโด" ย่านสุดเก๋ โครงการ "TITLE" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

ส่อง “คอนโด” ย่านสุดเก๋ โครงการ “TITLE” ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

31 ต.ค. 2567

ใครที่กำลังมองหาคอนโดทำเลดีๆที่ จ.ภูเก็ต ปักหมุดทำเล บางเทา-กะตะ-ราไวย์ กับโครงการใหม่ “TITLE” บริษัทในเครือแอสเซทไวส์

จังหวัดภูเก็ต ทะเลสวยตราตรึงใจ อีกหนึ่งจุดมุ่งหมายนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีทรัพยากรธรรมชาติด้านอื่นๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งยังกิจกรรม เช่น กิจกรรม Adventure, กีฬา Extreme และสถาปัตยกรรมเก่า วัฒนธรรม อาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ใครๆต่างหลงเสน่ห์ดินแดนไข่มุก 

ภูเก็ตกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในภาคใต้ จึงทำให้ดูดเม็ดเงินในการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนได้เป็นจำนวนมาก มีการปรับโครงสร้างพื้นฐานของภูเก็ต เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง รวมถึงพื้นที่อยู่อาศัยก็เป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อให้เพียงพอต่อนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์

ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ (TITLE) บริษัทในเครือแอสเซทไวส์ เปิดโครงการใหม่ภูเก็ต 4 โครงการ นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด

“ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ หรือ We Build Happiness ขยายทำเลพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลบางเทา-กะตะ-ราไวย์ เตรียมอวดโฉมโครงการใหม่ THE MODEVA และ THE TITLE ARTRIO BANG-TAO ในหาดบางเทา”  

ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

4 โครงการ “TITLE” ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

1. เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์ (THE TITLE CIELO RAWAI)

หาดราไวย์ ที่นี่เต็มไปด้วยสีสันแห่งวิถีชีวิต อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 17 กิโลเมตร เส้นทางจากห้าแยกฉลองไปสู่หาดราไวย์ ตามทางหลวงหมายเลข 4024 เป็นเส้นทางที่สวยที่สุดสายหนึ่งของภูเก็ต

หาดราไวย์เป็นหาดทรายขาวสวยงามเล่นน้ำได้ เพราะชายฝั่งตื้น คลื่นลมไม่แรง มีที่พักและร้านอาหารทะเลบริการริมหาด หาดราไวย์ เป็นเหมือนหาดชาวประมง เป็นหาดที่อยู่ล่างสุดของจังหวัดภูเก็ต คนส่วนใหญ่ไปเดินเล่น ชมวิว ถ่ายรูป กินอาหารทะเล เพราะมีดีที่ตลาดราไวย์ ขายซีฟู้ด ขายอาหารทะเลหลากหลาย 

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทำเลทองที่เหมาะกับการอยู่อาศัยและพักผ่อน โดยโครงการ   เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์ (THE TITLE CIELO RAWAI) ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจนมียอดขายถึง 90% หลังเปิดขายได้เพียง 1 สัปดาห์ THE TITLE ให้เป็นเสมือน Heaven Bestination จุดหมายปลายทางที่คนทั่วโลกอยากมาสัมผัสประสบการณ์และใช้ชีวิต 

ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต
ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

2. เดอะ โมเดวา (THE MODEVA) บางเทา

หาดบางเทา หรือ ลากูน่าบีช (Laguna Beach) ชายหาดยาว 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยว อีกแหล่งพักผ่อนยอดฮิตของภูเก็ต นักท่องเที่ยวมักจะมานอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล พักผ่อนท่ามกลางหาดทรายสวย และทำกิจกรรมสนุกๆ ริมหาดกันอย่างคึกคัก 

สำหรับ “THE MODEVA” เป็นโครงการ Leisure Residences สูง 7 ชั้น จำนวน 6 อาคาร และ Pet-Friendly อีก 1 อาคาร รวม 859 ยูนิต บนพื้นที่ราว 15 ไร่ ใกล้หาดบางเทาเพียง 500 ม. ออกแบบภายใต้แนวคิด The Vibes of Pleasure สัมผัสความงดงามของธรรมชาติและหาดทรายบนทำเลดีที่สุดของบางเทา พร้อมมอบไลฟ์สไตล์เหนือระดับกับส่วนกลางระดับ World Class ใช้ชีวิตราวกับวันพักผ่อนได้ทุกวัน

ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต
ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

3. เดอะ ไทเทิล อาร์ทริโอ บางเทา (THE TITLE ARTRIO BANG-TAO)

อีกหนึ่งโครงการที่อยู่ในย่านบางเทา จ.ภูเก็ต เตรียมเปิดขายในเดือนตุลาคมนี้ คือโครงการ “THE TITLE ARTRIO BANG-TAO” เป็นโครงการ Leisure Residences สูง 7 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และ Pet-Friendly อีก 1 อาคาร รวม 435 ยูนิต ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 6 ไร่  เป็นที่พักอาศัยที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้

รวมถึงมีโซนต่างๆสำหรับสัตว์เลี้ยง พร้อมทั้งมีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 41 รายการ  ติด ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งมอลล์ สะดวกในการซื้อของใช้ อาหารคาวหวาน ร้านอาหาร และที่พักผ่อนหย่อนใจแถมพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่นได้อีกด้วย 

ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต
ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

4. คาตาเบลโล (KATABELLO) ในกะตะ

กะตะอีกหนึ่งชายหาด ที่มัดใจนักท่องเที่ยวชวนให้มาเที่ยวนอนเล่น หรืออาบแดดริมหาด รวมถึงนักเล่นเซิร์ฟจากทั่วทุกมุมโลกก็มาอวดทักษะบนเกลียวคลื่นกัน 

หาดกะตะ เหมาะสำหรับครอบครัว เพราะสามารถว่ายน้ำเล่น พลางชมวิวต้นปาล์มที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหลัง น้ำทะเลสีฟ้าสดใสของหาดกะตะ  นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารรสเลิศมากมายที่ให้บริการอาหารนานาชาติและอาหารไทย รวมถึงศูนย์การค้า ไนต์คลับ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

อีกไม่นานก็จะพบกับโครงการ คาตาเบลโล (KATABELLO) ในกะตะ โดยมีแผนเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2568  ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่า การปรับแผนดังกล่าวจะช่วยผลักดันยอดขายของโครงการในภูเก็ตช่วงไฮซีซันนี้ให้เพิ่มขึ้นอีก 5,000 ล้านบาท

ส่อง \"คอนโด\" ย่านสุดเก๋ โครงการ \"TITLE\" ในเครือแอสเซทไวส์ จ. ภูเก็ต

นายเวคิน ตั้งกุลวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต ในเครือแอสเซทไวส์ กล่าวว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ Strategic Locations อย่างบางเทา เนื่องจากเป็นทำเลที่มีความงดงามของหาดทรายสีขาวละเอียดทอดตัวยาวตัดกับน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ แต่ยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งร้านอาหาร แหล่งไลฟ์สไตล์ สถานศึกษา โรงพยาบาล

และยังเป็นแหล่งกิจกรรมมากมาย รองรับความต้องการของทุกคนในครอบครัว และที่สำคัญยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ THE TITLE ที่พัฒนาอาคารที่พักอาศัยที่มีโซน “Pet-Friendly” ภายในโครงการ ตอบโจทย์คนรักสัตว์ ให้คนและสัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เพื่อให้โครงการ THE TITLE เป็น Heaven Bestination ของทุกคน

นายเวคิน ตั้งกุลวัฒน์

นายเวคิน ตั้งกุลวัฒน์

นทท.สายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม จ.เลย

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590575

นทท.สายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม จ.เลย

นทท.สายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม จ.เลย

31 ต.ค. 2567

ชมทะเลหมอก ในยามเช้าท่ามกลางอุณหภูมิ 15 องศา นักท่องเที่ยวสายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม อ.ด่านซ้าย จ.เลย

นทท.สายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม ชมทะเลในยามเช้าทามกลางอุณหภูมิ 15 องศา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 67 ตามรายงานอุตุนิยมวิทยาสภาพทั่วในจังหวัดเลย มีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเช้า จะมีหมอกหนาปกคลุมในหลายพื้นที่ มีอุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส ทำให้หลายๆอำเภอ อุณหภูมิทั่วไปมีอากาศเย็นถึงหนาวในช่วงเช้าและตอนกลางคืน

นทท.สายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม จ.เลย

 โดยเฉพาะตามยอดภูและในเขตอุทยานแห่งชาติ อย่างอย่างอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 15 องศาเซลเซียส อุทยานแห่งชาติภูเรือ 15.0 องศาเซลเซียส ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 16.0 องศาเซลเซียส เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 15.0 องศาเซลเซียส ทำให้ตามแหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะตามยอดภูต่างๆ จะมีนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาสัมผัสอากาศหนาว อย่างเช่นจุดชมทะเลหมอกช่างอุ้ม ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสายแคมป์เปอร์ เป็นจุดชมวิวชมทะเลหมอก และเป็นจุดที่กางเต้นท์แคมป์ปิงของนักท่องเที่ยว เดินทางขึ้น-ลง สะดวกไม่ว่ารถมอเตอร์ไซค์ รถเก๋งสามารถขึ้นลงได้สะดวก นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสหนาวเป็นจำนวนมาก แม้ไม่ใช่วันหยุด

นทท.สายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม จ.เลย

ลานกางเต็นท์ไร่ช่างอุ้ม ซึ่งเป็นลานกางเต็นท์ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองอำเภอด่านซ้าย ประมาณ 5 กม. เป็นจุดยอดฮิตของชาวแคมป์เปอร์ การเดินทางก็สะดวกสบาย เข้าทางซอยโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เป็นถนนคอนกรีตถึงลานเลย ห้องน้ำสะอาดแยกชาย-หญิง มีไฟฟ้าให้พ่วงด้วย ค่าบริการ ผู้ใหญ่คนละ 150 บาท เด็กฟรี เหมาะสำหรับผู้ชอบแคมป์ปิ้งใกล้ชิดธรรมชาติ ทิวทัศน์และบรรยากาศสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก วิวสวย หมอกหนา นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวแคมป์ ต่างมาสัมผัสหนาวและชมทะหมอกมาเต็มมองแบบขาวโผลไปทั่วภู

นทท.สายแคมป์เปอร์ แห่สัมผัสหนาวบนยอดภูช่างอุ้ม จ.เลย