ระอุ! ‘แสตมป์ อภิวัชร์’โพสต์วงดนตรีวงหนึ่ง ซัพพอร์ต โจร ไม่มีคุณธรรม

https://www.naewna.com/entertain/839222

ระอุ! 'แสตมป์ อภิวัชร์'โพสต์วงดนตรีวงหนึ่ง ซัพพอร์ต โจร ไม่มีคุณธรรม

ระอุ! ‘แสตมป์ อภิวัชร์’โพสต์วงดนตรีวงหนึ่ง ซัพพอร์ต โจร ไม่มีคุณธรรม

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 10.46 น.

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ไม่ให้พักเลยจริงๆ ชาวเน็ตแห่สงสัย เมื่อ นักร้องหนุ่ม แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข โพสต์ข้อความปริศนาเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำคนสงสัยหมายถึงใคร

โดยรุะบุว่า“วงดนตรีวงหนึ่ง SUPPORT โจร ไม่มีคุณธรรม” ทำเอาชาวเน็ตต่างเข้ามาแห่สงสัยแห่สอบถามวงไหน พร้อมทั้งให้กำลังใจนักร้องหนุ่ม 

‘นัท มีเรีย’เคลียร์! หลังภาพบนคอนเสิร์ตสรีระเหมือนตั้งครรภ์ เผยหน้าท้องบวมเพราะป่วย

https://www.naewna.com/entertain/839211

'นัท มีเรีย'เคลียร์! หลังภาพบนคอนเสิร์ตสรีระเหมือนตั้งครรภ์ เผยหน้าท้องบวมเพราะป่วย

‘นัท มีเรีย’เคลียร์! หลังภาพบนคอนเสิร์ตสรีระเหมือนตั้งครรภ์ เผยหน้าท้องบวมเพราะป่วย

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 09.47 น.

4 พฤศจิกายน 2567 หลังจากที่มีภาพของนักร้องยุค90 ชื่อดัง ‘นัท มีเรีย’ ที่มีรูปร่างเหมือนคนกำลังตั้งครรภ์ จนทำให้แฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความยินดีกันยกใหญ่ ล่าสุด’นัท มีเรีย’ ได้เปิดใจแล้วโดยเธอได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัว “@myriabenedetti” ระบุว่า…

“เห็นข่าวเค้าลงกันเยอะ เกรงจะเข้าใจผิดไป “ไม่ได้ท้อง” นะคะคอนเฟิร์ม แต่จะขอชี้แจงสาเหตุที่เห็นบางภาพว่าท้องของนัทบวมๆนั้น เนื่องจากนัทไม่สบาย มีเนื้องอกค่ะ นัทขอขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่มีให้นัทนะคะ สัญญาว่าจะดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงค่ะ”

หลังจากที่ ‘นัท มีเรีย’ โพสต์ข้อความดังกล่าวออกไปนั้น ก็มีเพื่อนในวงการบันเทิง วงการเพลง รวมถึงแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก

หลุดอีก! เอกสารลับค่ายเกาหลียักษ์ใหญ่’HYBE’ วางแผนโจมตี’ลิซ่า’ลามด้อยค่าคนไทย-เหยียดเชื้อชาติ

https://www.naewna.com/entertain/839204

หลุดอีก! เอกสารลับค่ายเกาหลียักษ์ใหญ่'HYBE' วางแผนโจมตี'ลิซ่า'ลามด้อยค่าคนไทย-เหยียดเชื้อชาติ

หลุดอีก! เอกสารลับค่ายเกาหลียักษ์ใหญ่’HYBE’ วางแผนโจมตี’ลิซ่า’ลามด้อยค่าคนไทย-เหยียดเชื้อชาติ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.55 น.

4 พฤศจิกายน 2567 กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าสะเทือนทั้งวงการ K-POP สำหรับจากกรณีที่ค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้อย่าง ‘HYBE’ ได้จัดทำรายงานของอุตสาหกรรม ซึ่งภายในมีเนื้อหาวิจารณ์และดูหมิ่นศิลปินต่างค่าย เช่น YG Entertainment, JYP Entertainment อาทิ ค่ายนี้เปิดตัวสมาชิกในวัยที่เมมเบอร์ทุกคนดูน่าเกลียด, ทำศัลยกรรมมากเกินไป หรือเมมเบอร์น่าเกลียดอย่างน่าเหลือเชื่อ จึงนำมาสู่ข้อถกเถียงมากมายบนโลกออนไลน์ หนึ่งในนั้นคือวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง ‘BLACKPINK’ และโจมตีแบบเฉพาะบุคคล คือ ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ศิลปินสายเลือดไทยที่โด่งดังไประดับโลก ต่อมาผู้เขียนรายการอุตสาหกรรมก็คือ ‘นายคัง’ ต่อมาได้ปลดออกจากตำแหน่งแล้ว และทาง  ‘อี แจซัง’ (Lee JaeSang) ในฐานะ CEO ของ HYBE ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าว

โดยนี้มหากาพย์เริ่มจากการเปิดประเด็นของ ‘ฮันนิ’ จากวงนิวจีนส์ (NewJeans) ซึ่งเป็นหนึ่งในวงภายใต้สังกัด ‘HYBE’ได้ออกมาเปิดเผยถึงการกดขี่ข่มเหงในวงการ K-pop จนรัฐบาลและรัฐสภารับเรื่องไปเปิดประเด็นไต่สวน นำไปสู่การเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องของบางบริษัทหลุดออกมาซึ่งเอกสารดังกล่าวมีจำนวน 18,000 หน้า โดยเนื้อหาในเอกสารดังกล่าว มีการพูดถึงศิลปินในวงการ K-POP ค่ายอื่นๆ เช่น EXO, SHINee, (G)I-DLE, Stray Kids ซึ่งเนื้อหาในเอกสารก็เป็นการบูลลี่ ดูถูกศิลปินแบบเสียหายเป็นอย่างมาก

‘ฮันนิ’ จากวงNewJeans

ล่าสุดมีการเปิดเผยเนื้อหาในเอกสารเพิ่มเติมอีก 1,000 หน้า โดยเพ่งเล็งไปที่การโจมตีหวังทำลาย ‘ลิซ่า’ เช่น มีการจ้างสื่อให้เขียนข่าวโจมตีลิซ่า บอกว่าเรื่องการออกเดตเป็นเหตุผลที่ไม่ต่อสัญญาค่าย YG กล่าวหาว่าที่ได้รางวัลศิลปิน K-pop ยอดเยี่ยมของ MTV เพราะโกงผลโหวต บอกว่า’ลิซ่า’มีแฟนคลับแค่ที่เอเชียอาคเนย์ ไปจนถึงการเหยียดเชื้อชาติ ว่าเพราะ’ลิซ่า’เป็นคนไทย เลยไม่แปลกที่ไปเต้นโชว์ Crazy Horse Show

ค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ ‘HYBE’กล่าวถึงการปรากฏตัวของ’ลิซ่า’ ที่ Crazy Horse Show ที่ปารีส ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเธอในสายตาสาธารณชนลดลงอย่างมาก ดูเหมือนว่าสำหรับเธอ การแสดงที่มีการเปลือยอาจเป็นการท้าทายหรือแสดงถึงพลังในแบบของเธอ แต่การนำเสนอนั้นแบบนี้กลับดูไม่มีบริบทที่ชัดเจน แทนที่จะเป็นการผสมผสานเข้ากับการแสดงที่มีความหมาย กลับทำให้ดูเหมือนการแสดงแบบล้อเลียนที่ขาดความลึกซึ้งจนถูกมองว่าไร้เดียงสาไปบ้าง การที่สมาชิกคนอื่นไปเข้าชมและสนับสนุนก็ทำให้ภาพลักษณ์ของทีมโดยรวมได้รับผลกระทบไปด้วย โชคดีที่กลุ่มนี้ไม่เคยนำเสนอผลงานในธีมเกี่ยวกับพลังหญิงหรือประเด็นทางเพศ ดังนั้นพวกเขาอาจฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้ง BLACKPINK มักเน้นเรื่องราวความสัมพันธ์แบบรักต่างเพศเป็นหลัก

เอกสารดังกล่าววิพากษ์วิจารณ์ไปถึงความสำเร็จของ Blackpink และระบุว่าความสำเร็จของ ‘ลิซ่า’ ภายในงาน  MTV Video Music Awards อาจเกิดจาก “กิจกรรมการโหวตที่น่าสงสัย” ซึ่งรายงานระบุว่าเกิดจากการแทรกแซงของกลุ่มแฟนคลับของเธอซึ่งเชื่อว่าหมายถึงแฟนคลับชาวไทยของ’ลิซ่า’ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีบทความใส่ร้ายลิซ่าเป็นจำนวนมาก และเป็นแพทเทิร์นเดียวกัน จนทำให้แฟนคลับต่างสงสัยว่าใครอยู่เบื้องหลังแผนการนี้ วันนี้ทุกอย่างกระจ่างแล้วว่าข้อสงสัยดังกล่าวนั้นทุกอย่างคือเรื่องจริง

เอกสารของ ‘HYBE’ ได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงในหมู่แฟนๆ K-pop ในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานแฟนคลับ K-pop ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยที่’ลิซ่า’ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางแล้วว่าเธอนั้นเป็นศิลปินไอคอนระดับโลก รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่แฟนคลับ และตบเท้ากันออกมาเรียกร้องให้  ‘HYBE’ ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ โดยแฟนคลับคนไทยร่วมกันติดแฮชแท็ก #HybeApologizeToLisa บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) อีกด้วย 

ซิงเกิ้ลเดี่ยวของ ‘น๊อต-ณัฐสิทธิ์’ ใน ‘PROJEXT 52’

https://www.naewna.com/entertain/839131

ซิงเกิ้ลเดี่ยวของ ‘น๊อต-ณัฐสิทธิ์’ ใน ‘PROJEXT 52’

ซิงเกิ้ลเดี่ยวของ ‘น๊อต-ณัฐสิทธิ์’ ใน ‘PROJEXT 52’

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“น๊อต ณัฐสิทธิ์” หันมาจับไมค์ปล่อยซิงเกิ้ลเดี่ยวตัวเองครั้งแรก “พูดเล่น…รักจริง (Just kidding)” แนวดนตรีแนว POP เนื้อหาที่ฟังง่าย เนื้อหาในเพลงพูดถึงคนที่กำลังมีความรู้สึกดีๆ ให้กับใครบางคน แต่ไม่กล้าพูดตรงๆ ออกไป เลยใช้วิธีพูดเล่นไป เพราะว่าเขินที่จะกล้าพูดตรงๆ ซิงเกิ้ลเดี่ยวครั้งแรกนี้หนุ่มน๊อต ได้มีส่วนร่วมออกไอเดียการทำดนตรีพาร์ทเสียงเปียโนซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่น๊อตสามารถเล่นได้เป็นอย่างดี 

ในเอ็มวียังได้เพื่อนๆ ที่สนิทจากแก๊งซีรี่ส์ Kinn Porsche มาในร่วมในเอ็มวี “พูดเล่น…รักจริง (Just kidding)” โดยบรรยากาศในเอ็มวี เป็นฟิวสบายๆ ทะเล และทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ สามารถรับชม Music Video “พูดเล่น…รักจริง (Just kidding)” ได้ทาง YoutTube :https://youtu.be/٠T-wFl-i٦٥E?si=OZd٤qS٨FeeUVkoNJ สามารถฟังเพลง “พูดเล่น…รักจริง (Just kidding)”ได้ทาง Streaming ทุก Platform ของ Projext 52

เรื่องฮีลใจของ ‘คิมม่อน วโรดม’ ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

https://www.naewna.com/entertain/839126

เรื่องฮีลใจของ ‘คิมม่อน วโรดม’ ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

เรื่องฮีลใจของ ‘คิมม่อน วโรดม’ ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา มีโอกาสได้ร่วมงานกับค่าย ดราก้อน ฟิล์ม เป็นครั้งแรกในภาพยนตร์รัก “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” “หนังรักของคนที่ไม่อยากมีความรัก” ของผู้อำนวยสร้างคนเก่ง โบว์-กัญธนัช กิตติถิรธรรม ที่จะมีคิวฉายในวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ในโรงภาพยนตร์ คิมม่อน ได้รับเทียบเชิญจากผู้กำกับมากฝีมือ เสนาเพชร-พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร และ นีโน่-รัฐบาล Exclusive Producer ให้มารับบท “เดฟ” เซียนกาแฟ 2 บุคลิก โดย คิมม่อน เล่าว่า

“จริงๆ แล้ว เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างที่จะมีความสองบุคลิกในตัวเองนะครับ ภายนอกอาจจะดูเป็นคนนิ่งๆ สุขุมๆ แต่จริงๆ แล้วในใจเขามีแต่เรื่องราวที่เขาต้องประสบพบเจอซึ่งความยากที่ผมได้รับมาก็คือ ต้องทํายังไงให้ภายนอกดูเฉยๆ แต่ในแววตา ความรู้สึกข้างใน มันต้องมีความเศร้า มีความอะไรปนไปหมดเลย ก็ถือว่าเป็นตัวละครที่มีสองมิติ แต่ผมว่าหลายมิติมากๆ เรื่องทําการบ้าน ผมโชคดี ที่มีโอกาสได้เคยเหมือนอยู่ในภาวะที่ตัวเองจะต้องมีเรื่องทุกข์ของที่บ้าน แล้วต้องมาทํางานที่กองละคร ซึ่งต้องเก็บความรู้สึกพวกนั้นไว้มันก็เลยแบบเหมือนดึงเหตุการณ์ในอดีตมาใช้ได้ครับ”

● โลเกชั่นหลักในการถ่ายทำได้ฮีลใจ

“ตอนถ่ายทำมีฉากหนึ่งที่ผมชอบมากคือ ฉากที่ดริปกาแฟอยู่ที่รถบ้าน คือการถ่ายทำวันนั้นฝนตก บรรยากาศดีมาก ทุกอย่างดีไปหมดเลย ฝนตกปรอยๆ แล้วก็แบบดริปกาแฟหอมๆ มันก็ได้เติมเต็มอะไรบางอย่างในชีวิตผมเองเหมือนกัน แล้วก็เชื่อว่าตัวละครเดฟก็คงมีความสุขที่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยการที่เราทํางานอยู่ในเมือง แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสไปต่างจังหวัดเลย ขนาดว่าวันหยุดยาวคนที่ทํางานในวงการบันเทิงเป็นนักแสดงเป็นนักร้อง ส่วนใหญ่เค้าก็จะไม่ค่อยได้กลับกันหรอก เค้าก็จะอยู่เอนเตอร์เทนคนในวันหยุด ซึ่งพอเราได้ไปอยู่ต่างจังหวัด มันก็ทําให้รู้สึกว่ามันได้เติมเต็ม ได้เอาอากาศดีๆ เข้าไปในปอด ได้เห็น ได้ทํา ถึงแม้จะเป็นการทํางาน แต่ว่ากองนี้ทํางานแล้วมีความสุขมาก ทํางานเหมือนเที่ยวเลยครับ”   

● แม้จะชอบการดื่มกาแฟ แต่เรื่องการ“ดริปกาแฟ” ไม่เคยทำเลย

“ผมต้องไปเรียนดริปกาแฟครับ ไม่มีความกังวลใดๆ มีแต่ความสนุกล้วนๆ ผมว่ามันเป็นกิจกรรมที่เราต้องใส่ใจ เหมือนเราปลูกต้นไม้ เหมือนเราตั้งใจเลี้ยงสัตว์เล็กเลยนะครับ ทุกขั้นตอนมันต้องใส่ใจมากๆ แม้กระทั่งขั้นตอนที่แย่ที่สุดไม่ใช่การดริปนะครับ ขั้นตอนที่ยากที่สุดสําหรับผมคือการวางกระดาษกรองครับ ซึ่งมันเป็นเทคนิคขั้นสูงมากกับการวางกระดาษกรองยังไงให้ดูแบบ สมมุติว่าเป็นคนที่ดริปกาแฟอยู่แล้ว เข้ามาดูในโรงภาพยนตร์แล้วแบบคนดริปกาแฟเก่งใช่ไหม ไอ้เดฟ เอ็งนี่ทําไม่เป็นแล้ว ก็เลยไปพิถีพิถันเรื่องการทํามากกว่า รสชาตินี่คนดูชิมไม่ได้ไง แต่ท่าทางนี่ต้องเป๊ะครับ”

● ฮีลใจ มากๆ กับการเรียน “ดริปกาแฟ”

“วงการนี้น่าเข้ามากๆ” แล้วเขาก็เชื่อว่า คนดูจะได้ฮีลใจหลังจากดูหนังเรื่องนี้แน่นอน!!! “หลังจากหนังเรื่องนี้ ทําให้ผมเองต้องเริ่มศึกษาแล้ว ผมมีพี่ที่กอง เค้ามีความรู้เรื่องเม็ดกาแฟเยอะเราก็เริ่มศึกษา จริงๆ แล้ว กาแฟ ไม่ได้มีแต่กาแฟแบรนด์ดังในบ้านเรา มีกาแฟที่มันลึกกว่า ตอนที่เราดริปในฉาก เราก็ได้ลองชิมด้วยก็รู้สึกว่า เออ…น่าเข้าวงการมากครับ” ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณจะได้รับพลังบวก แล้วก็การฮีลใจกลับไปครับ ไม่ว่าคุณจะมีความรักก็ดี ไม่มีความรักก็ดี หรือว่ากําลังตามหาความรักก็ดี ผมมองว่า แค่เข้ามาดู แล้วเราก็เติมเต็มอะไรบางอย่างในชีวิต เหมือนที่เราเติมกาแฟในยามเช้าทุกวัน ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือน กาแฟ ในช่วงเวลาหนึ่งที่คุณจะเข้ามาดื่มด่ำชั่วโมงกว่าๆ ของเรา แล้วก็ได้อะไรกลับไปครับ”ว้าวๆๆๆ ฮีลใจสุดๆ กันไปเลย แล้วอย่าลืมเตรียมตัวไปชิมกับทุกรสชาติของภาพยนตร์เรื่อง “Endpresso ปณิธานหวานน้อย”ในวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘ครบรอบ ๒๐ ปี คุณพระช่วย แผ่นดินบรรเลง’ รายการแห่งวัฒนธรรมอารมณ์ดีหนึ่งเดียวในไทย

https://www.naewna.com/entertain/839127

‘ครบรอบ ๒๐ ปี คุณพระช่วย แผ่นดินบรรเลง’ รายการแห่งวัฒนธรรมอารมณ์ดีหนึ่งเดียวในไทย

‘ครบรอบ ๒๐ ปี คุณพระช่วย แผ่นดินบรรเลง’ รายการแห่งวัฒนธรรมอารมณ์ดีหนึ่งเดียวในไทย

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมกับเป็นรายการแห่งวัฒนธรรมอารมณ์ดีหนึ่งเดียวในไทย สำหรับ รายการ “คุณพระช่วย” ที่ยังคงครองใจทุกวัยไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ สตูดิโอเวิร์คพอยท์ กับภาพบรรยากาศงานแถลงข่าว “ครบรอบ ๒๐ ปี คุณพระช่วย แผ่นดินบรรเลง”ที่จัดเต็มความสวยงามในรูปแบบโชว์ และศิลปินที่มาร่วมร้องเพลงเปิดเวที พร้อมพูดคุยถึงความเป็นมาตลอด 20 ปี กับทัพผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลิตรายการ ผู้กำกับดนตรี และผู้เชี่ยวชาญเรื่องศิลปวัฒนธรรม และเหล่าศิลปินที่มาร่วมพูดคุยถึงคอนเสิร์ตคุณพระช่วยสำแดงสด ครั้งที่ 12

โดยเปิดเวทีกันด้วยโชว์ “คุณพระเชิดชูเมืองไทย” ที่ขับร้องโดย “แบ็งค์-เฉลิมรัฐ” ศิลปินเพลงเอก และพูดคุยไปกับ 3 พิธีกรประจำรายการ “เท่ง เถิดเทิง, พัน พลุแตก และ อาร์ม กรกันต์” ในบรรยากาศสบายๆ ถึงความเป็นมาตลอด 20 ปี ของรายการคุณพระช่วย พร้อมกับ ชยันต์จันทวงศาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการผลิต, จิรศักดิ์ก้อนพรหม รองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตกลุ่มบริหารศิลปินและผลิตรายการ, จักรพัฒน์ เอี่ยมหนุน ผู้กำกับดนตรี วงคุณพระช่วยออร์เคสตรา, ผศ.ดร. สุรัตน์ จงดา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมไทย และเหล่าศิลปินที่จะมาร่วมทำการแสดงในคอนเสิร์ตสำแดงสดครั้งที่ 12 อาทิ “ก้อง สหรัถ, ไรอัล กาจบัณฑิต, 3 น้าจำอวดหน้าม่านน้าโย่ง น้าพวง น้านงค์” ก่อนจะปิดท้ายไปกับโชว์สุดประทับใจในบทเพลง “ผ้าไทย” 1 ใน 20 บทเพลงจากโปรเจกท์ “แผ่นดินบรรเลง” ประพันธ์คำร้องโดย “ประภาส ชลศรานนท์” (ศิลปินแห่งชาติ) ทำนองโดย “จักรพัฒน์เอี่ยมหนุน” ขับร้องโดย “อาร์มกรกันต์” และเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่จะร่วมโชว์อยู่ในคอนเสิร์ตคุณพระช่วยสำแดงสด 12 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ร่วมกันส่งเสริมวัฒธรรมผ่านรูปแบบรายการ และบทเพลงเพราะๆให้คงอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน

‘ดีเจอ้อน-ดีเจวี’ ชวนแฟน Eazy FM 102.5 ร่วมทริปไหว้พระขอพร

https://www.naewna.com/entertain/839128

‘ดีเจอ้อน-ดีเจวี’ ชวนแฟน  Eazy FM 102.5 ร่วมทริปไหว้พระขอพร

‘ดีเจอ้อน-ดีเจวี’ ชวนแฟน Eazy FM 102.5 ร่วมทริปไหว้พระขอพร

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดีเจอ้อน-ลัคนา เดม่อน และ ดีเจวี-รวีโรจน์ เลิศพิภพเมธา จากช่วง Chit Chat Show ทุกเช้าวันจันทร์- ศุกร์ เวลาเก้าโมงเช้าถึงเที่ยง ทางอีซี่ เอฟ.เอ็ม.102.5 ชวนแฟนรายการร่วมสนุก ลุ้นเป็น 15 คู่ผู้โชคดี ไปร่วมทริปไหว้พระ กับกิจกรรม “Eazy Exclusiveมูเตไลฟ์ อิน อยุธยา” พร้อมล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและทานอาหารบนเรือ Grand Pearl ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 งานนี้นำทีมมู โดย หมอวั้ง หมอดูอารมณ์ดี การันตีว่าทุกคนจะได้มูแบบถูกหลัก ไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน ลงทะเบียนร่วมสนุกง่ายๆ ผ่าน http://www.eazyfm.com หรือ Line Official Account : @teroradio ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง22 พฤศจิกายนนี้

“ทริปนี้ อ้อนกับวี จะพาแฟนรายการของ Eazy FM 102.5 ไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลส่งท้ายปีเก่า เพื่อเข้าสู่ปีใหม่แบบสดใสกันค่ะไปทั้งหมด 3 ที่ คือ “วัดพุทไธศวรรย์” เพื่อไหว้พระนอน และขอขมากรรม ลาสิ่งไม่ดี ต่อด้วย“วัดหน้าพระเมรุ” ไปไหว้สักการะ “พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลี ศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ”เพื่อรับมงคลสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามา ปิดท้ายที่ “เจดีย์พระศรีสุริโยทัย” สำหรับขอพรเรื่องงาน ก่อนจะไปสัมผัสกับความงดงามของบรรยากาศริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการล่องเรือและทานอาหารร่วมกันบนเรือ Grand Pearl ค่ะ

และที่พิเศษสุดๆ ก็คือทริป “Eazy Exclusive : มูเตไลฟ์ อิน อยุธยา” ของเราครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญอย่าง “หมอวั้ง หมอดูอารมณ์ดี” ไปร่วมทริปกับเราด้วย ดังนั้น การันตีได้เลยว่าทุกคนจะได้รู้วิธีการขอพรต่างๆ อย่างถูกหลักและถูกวิธีแน่นอนค่ะ ใครอยากไปทริปนี้กับเรา ไม่ยากค่ะ แค่ลงทะเบียนผ่านทาง http://www.eazyfm.com หรือ Line Official Account : @teroradio จากนั้นติดตามฟัง Eazy FM ไว้ให้ดี ถ้าดีเจประกาศชื่อคุณเป็นผู้โชคดีประจำวันให้รีบโทรกลับมายืนยันสิทธิ์รับรางวัลที่เบอร์ 02-2690050 ค่ะ” ดีเจอ้อนกล่าว ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมสนุกกับกิจกรรม “Eazy Exclusive มูเตไลฟ์ อิน อยุธยา” ได้ตลอดทุกช่วงดีเจ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 พฤศจิกายน 2567 ทาง Eazy FM 102.5, Tero Radio App หรือทาง http://www.eazyfm.com

SKECHERS ไม่ทำให้ผิดหวัง ดึงสองซุป’ตาร์ ‘ชาอึนอู-อาโป’ ร่วมงาน ทำห้างแตก

https://www.naewna.com/entertain/839130

SKECHERS ไม่ทำให้ผิดหวัง ดึงสองซุป’ตาร์ ‘ชาอึนอู-อาโป’ ร่วมงาน ทำห้างแตก

SKECHERS ไม่ทำให้ผิดหวัง ดึงสองซุป’ตาร์ ‘ชาอึนอู-อาโป’ ร่วมงาน ทำห้างแตก

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Skechers (สเก็ตเชอร์ส) แบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับการเล่นกีฬาและไลฟ์สไตล์ชั้นนำสัญชาติอเมริกัน จัดงาน SKECHERS centralwOrld GRAND OPENING With Cha Eun-Woo & Apo Nattawin เปิดสเก็ตเชอร์สสโตร์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯพร้อมคอนเซ็ปต์ Bringing Comfort Technology to Lifeโดยได้สองหนุ่มหล่อ ชาอึนอูแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ สเก็ตเชอร์ส ประจำภูมิภาค และ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ สเก็ตเชอร์ส ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้คนดังอาทิ ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ, นานิ-หิรัญกฤษฎิ์ช่างคำ, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน และ ก้อย-อรัชพรโภคินภากร มาร่วมนำเสนอคอมูนิตี้ที่หลากหลายพร้อมร่วมงานเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ Skechers Flagship Store โซน Beaconชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

การเปิดตัวสโตร์สุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ CentralMarketing Group (CMG) ร่วมมือกับ Skechersที่มุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีความสะดวกสบายและสิ่งที่ดีที่สุดจาก Skechers มาสู่ผู้บริโภคทุกคนด้วยการนำเสนอสินค้าหลากหลายประเภทตั้งแต่สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าสำหรับออกกำลังกายทั้งเสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่างครบครันพร้อมสำหรับทุกเพศและทุกวัย ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ต้องการช่วยให้ผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กทุกคน ดูดีและรู้สึกสบาย ซึ่งคอนเซ็ปต์ของแฟล็กชิปสโตร์นี้มีต้องการที่จะยกระดับการช้อปปิ้งด้วยการออกแบบสโตร์ให้มีความโมเดิร์น 

นอกจากนี้ ในงานยังมีแฟชั่นโชว์และโชว์สุดพิเศษจัดเต็มเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยกิจกรรม Meet & Greet  จาก ชาอึนอู และ อาโป-ณัฐวิญญ์ ที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนๆ ของทั้งสองหนุ่ม และแฟนๆ ของ Skechers ณ ลาน Outdoor Square C&D ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อีกด้วย

‘CITE DPU’ปั้นคนทำงานเก่งใช้‘เอไอ’ ปรับหลักสูตร‘ไอที’รับโอกาสโลกอนาคต

https://www.naewna.com/local/839147

‘CITE DPU’ปั้นคนทำงานเก่งใช้‘เอไอ’ ปรับหลักสูตร‘ไอที’รับโอกาสโลกอนาคต

‘CITE DPU’ปั้นคนทำงานเก่งใช้‘เอไอ’ ปรับหลักสูตร‘ไอที’รับโอกาสโลกอนาคต

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (CITE DPU) ดึง AI เสริมแกร่งหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ระดับปริญญาโทจัดเต็มทักษะโลกอนาคต “AI-Cyber Security-Analytics”ปั้นมนุษย์งาน Gen Z-Y ก้าวสู่ “ซูเปอร์ ยูสเซอร์ (Super User)” ยกระดับผู้ใช้งานและบริหารจัดการ AI อย่างชาญฉลาด ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสมัยใหม่ พร้อมเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในทุกสายอาชีพ

ผศ.ดร.นันทิกา ปริญญาพล ผู้อำนวยการหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า “ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence)” เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการเรียน และการทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเป็นผลมาจากความสามารถของ AI ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการนำไปใช้งานที่ครอบคลุมได้หลากหลายด้าน

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนยุคนี้ที่ต้องปรับตัว พร้อมเร่งพัฒนาทักษะด้าน AIในระดับของการ “รู้จัก” และ “ประยุกต์ใช้งาน”เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทั้งด้านประสิทธิภาพของงาน และการบริหารจัดการต้นทุนที่คุ้มค่า ซึ่งความก้าวหน้าของ AI ในวันนี้เกิดขึ้นแล้วในหลายสายงาน ทั้งด้านการแพทย์ มีการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และอ่านค่าฟิล์มเอกซเรย์ MRI หรือ CT-Scan โดยอัลกอริทึม Machine Learningสามารถตรวจจับความผิดปกติในภาพได้ เช่น วินิจฉัยโรคมะเร็งในระยะแรก

นอกจากนี้ AI ยังช่วยในการพยากรณ์โรคและช่วยวางแผนการรักษาส่วนบุคคล (Personalized Medicine) AI ถูกนำเข้าไปช่วยในการบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่ลดลงพยากรณ์ความต้องการสินค้า (Demand Forecasting) รวมถึงการตลาดอี-คอมเมิร์ซในการเจาะลึกถึงความต้องการจากนั้นนำเสนอสินค้าได้อย่างตรงใจผู้บริโภค

รวมถึงสายงานด้านการเงินและธนาคาร ที่มีการนำ RPA (Robotic Process Automation) มาใช้ในกระบวนการทำงานซ้ำๆ หรือตรวจจับพฤติกรรมฉ้อโกง (Fraud Detection) วิเคราะห์เครดิตของลูกค้า และให้คำแนะนำการลงทุนผ่านผู้ช่วยเสมือนและแชทบอต เป็นต้น ซึ่งจากความสามารถที่มากขึ้น และครอบคลุมหลากหลายด้านของ AI นำไปสู่ข้อกังวลจากคนในสังคมถึง AI กับการเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ในสาขาอาชีพต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการว่างงานที่เพิ่มขึ้นได้

“จากมุมมองแล้ววันนี้ AI ทำงานได้ดีและเก่งในบางเนื้องานเท่านั้น เช่น งานที่ทำแบบเดิมๆ และมีความต่อเนื่อง แต่สำหรับงานที่ใช้ความซับซ้อนที่มากขึ้นหรือไม่คุ้นเคย AI ยังต้องการการพัฒนาให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน AI ยังคงไม่เข้าใจความซับซ้อนของอารมณ์มนุษย์ อย่างไรก็ดีการปรับตัวด้วยการพัฒนาความรู้ใหม่ (Upskill) ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทักษะด้าน AI เพื่อให้แน่ใจได้ว่างานที่ทำอยู่นั้นจะไม่ถูกดิสรัป (Disrupt) ในอนาคต” ผศ.ดร.นันทิกา กล่าว

ทั้งนี้ จุดเด่นและแนวคิดของการปรับหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE : College of Engineering and Technology) เป็นการปรับเนื้อหารายวิชา เพื่อยกระดับความรู้ด้าน AI ของผู้เรียนไปสู่การใช้งานในระดับซูเปอร์ ยูสเซอร์ ที่นำ AI ไปเป็นเครื่องมือในการทำงานอย่างชาญฉลาดและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งการปรับหลักสูตรครั้งใหม่นี้เป็นการนำ AI เข้ามาเป็นหนึ่งในการเรียนรู้ของทุกแกนวิชาหลัก

เช่น การรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่าย หรือ Cyber Security ซึ่งผู้เรียนในหลักสูตรนี้จะมีทักษะในการใช้เครื่องมือ AI กับ Cyber Security อย่างถูกต้องเมื่อถูกโจมตีจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อระบบการจัดการที่ดีในการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางธุรกิจ และข้อมูลการเงิน นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาทักษะทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) และการจัดการชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Mining) ครอบคลุมหัวข้อ

เช่น การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการวิเคราะห์และใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ รวมถึงการให้ความสำคัญกับจริยธรรมใน AI ซึ่งหลักสูตรเราได้มีการปรับและประยุกต์เนื้อหาให้สอดคล้องกับการพัฒนาบุคลากรด้าน AI เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเปิดรับสมัครสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในปีการศึกษา 2568

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับหลักสูตรนี้เป็นคนทำงานในองค์กรภาครัฐและเอกชน สำหรับผู้สนใจในทุกระดับ ไม่ว่าจะมีพื้นฐานด้านไอทีหรือไม่ กลุ่มผู้เรียนแบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านไอที (Non-IT) และกลุ่มที่มีพื้นฐานด้านไอทีโดยตรง สัดส่วนประมาณ 50:50 หลักสูตรนี้ออกแบบเพื่อผู้เรียนทุกคนได้รับประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง ซึ่งกลุ่ม Non-IT จะได้เสริมทักษะใหม่ที่ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนสายงานได้อย่างมั่นใจ ขณะที่กลุ่มไอทีจะได้ต่อยอดความรู้เพื่อเสริมศักยภาพและสร้างความก้าวหน้าในสายงานของตนเอง

ผศ.ดร.นันทิกา ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากหลักสูตรที่เข้มข้นแล้ว บรรยากาศของการเรียนรู้ที่ CITE จะเต็มไปด้วยความหลากหลายของมุมมองและประสบการณ์ของผู้เรียน พร้อมทั้งส่วนสนับสนุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำโครงการแบบ Project Based ที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจทฤษฎีผ่านการปฏิบัติจริงและต่อยอดความรู้จนเกิดเป็นผลงานที่สร้างสรรค์และใช้งานได้จริง

รวมทั้งการบรรยายพิเศษจากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นตัวจริงด้าน AI และมีห้องสมุดที่พร้อมสำหรับการค้นคว้าวิจัย เพื่อให้มั่นใจในการนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดสร้างโอกาสในตำแหน่งงาน และเพิ่มมูลค่าให้กับผู้เรียนจากทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และ AI พร้อมปลูกฝังหลักจริยธรรมในเทคโนโลยี (Al Ethics) เพื่อให้ผู้เรียนไม่เพียงมีความเชี่ยวชาญ แต่ยังเข้าใจถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ

หลักสูตรนี้จึงเป็นมากกว่าการเรียนในห้องเรียน แต่เป็นประตูสู่การพัฒนาตนเอง สร้างความก้าวหน้าในอาชีพตอบโจทย์อนาคตและสร้างความแตกต่างในสายอาชีพ ซึ่งผู้สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://cite.dpu.ac.th/

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

‘เครื่องจัดยาอัตโนมัติ’ ยกระดับบริการในโรงพยาบาลไทย

https://www.naewna.com/local/839148

‘เครื่องจัดยาอัตโนมัติ’ ยกระดับบริการในโรงพยาบาลไทย

‘เครื่องจัดยาอัตโนมัติ’ ยกระดับบริการในโรงพยาบาลไทย

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้พัฒนา “เครื่องจัดยาแผงอัตโนมัติสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย” ที่ออกแบบมาเพื่อลดข้อผิดพลาดในการจ่ายยาและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดยา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้รับการคุ้มครองด้วยอนุสิทธิบัตรเลขที่ 22995 ผลงานชิ้นนี้เป็นการร่วมมือระหว่างอาจารย์จากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มจธ. 2 ท่าน คือ ดร.ปราการเกียรติ ยังคง และ ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง

ปัญหาที่พบในโรงพยาบาลทั่วประเทศคือการรอรับยานานและข้อผิดพลาดในการจ่ายยา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก เช่น ช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือช่วงเช้าของโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ ซึ่ง ดร.ปราการเกียรติ กล่าวว่า การจ่ายยาในช่วงที่ผู้ป่วยหนาแน่นทำให้เกิดความล่าช้าและข้อผิดพลาดการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้จึงช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้

นอกจากนี้ การจัดการบรรจุภัณฑ์ยาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขวดยา ยาเม็ด หรือบรรจุภัณฑ์ฟลอยด์ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดในกระบวนการจ่ายยา ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาเครื่องจัดยาแผงอัตโนมัติขึ้น โดยได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ในโรงพยาบาลชั้นนำของไทย เช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลศิริราช ซึ่ง ดร.ปราการเกียรติ กล่าวถึงเครื่องจัดยานี้ว่า ได้พัฒนาเครื่องให้สามารถจัดการยาหลากหลายบรรจุภัณฑ์ได้ เช่น จ่ายยาเฉพาะเม็ดที่ต้องการ แทนการจ่ายทั้งแผง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้ยา

เครื่องจัดยานี้มีจุดเด่นที่ระบบควบคุมด้วยหุ่นยนต์ ใช้หัวดูดสุญญากาศที่หยิบจับยาได้อย่างแม่นยำ หุ่นยนต์สามารถปรับการทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะของยาในบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ทำให้รองรับการจ่ายยาได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากหลายบริษัทและได้ถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ เช่น รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช รวมถึงโรงพยาบาลในต่างจังหวัด เช่น เชียงรายและพิษณุโลก

เทคโนโลยีนี้ช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์และลดความเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดในการจ่ายยา ซึ่ง ผศ.ดร.สุภชัยกล่าวเสริมว่า ในอนาคตจะขยายการใช้งานเทคโนโลยีนี้ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ!!!

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี