‘Number24 x Shutterstock’ฉลองครบรอบ 10 ปี พลิกโฉมวงการภาพสต็อกสู่แพลตฟอร์มแห่งแรงบันดาลใจ ระดับโลก

https://www.naewna.com/lady/838676

‘Number24 x Shutterstock’ฉลองครบรอบ 10 ปี  พลิกโฉมวงการภาพสต็อกสู่แพลตฟอร์มแห่งแรงบันดาลใจ ระดับโลก

‘Number24 x Shutterstock’ฉลองครบรอบ 10 ปี พลิกโฉมวงการภาพสต็อกสู่แพลตฟอร์มแห่งแรงบันดาลใจ ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“Number 24” ผู้นำแพลตฟอร์ม ภาพสต็อกชั้นนำของไทย ผู้ให้บริการShutterstock แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย ศรัณญา สืบค้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฉลองครบรอบ 10 ปี Number 24 x Shutterstock ปลุกพลังสร้างสรรค์ สู่ทศวรรษใหม่แห่งแรงบันดาลใจ ผ่านแคมเปญ “Rediscovery of the Art in Our Craft 2024” ครั้งแรกของการรวมตัวผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการงานสร้างสรรค์และการตลาดระดับประเทศกว่า 29 คน สร้างสรรค์ผลงานภายใต้แนวคิดที่ว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดันมนุษย์มักจะมองข้ามความงดงามของศิลปะที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด การผสานพลังของจินตนาการ ถ่ายทอดความสุนทรีย์และแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นอีกครั้งผ่านการคัดสรรความสุขแบบไร้ข้อจำกัด จากผลงานจากคลังเนื้อหากว่า 750 ล้านรายการ ของ Shutterstockเพื่อถ่ายทอดสุนทรียภาพแห่งความสุขผ่านทางดิจิทัลแกลเลอรี่ 3D LEDขนาดใหญ่แห่งแรกในประเทศไทยที่ตึก Park Silom

ศรัณญา สืบค้า 

ศรัณญา สืบค้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นัมเบอร์ 24 จำกัด (Number 24) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา Number 24 มุ่งมั่นที่จะยกระดับจากผู้ให้บริการภาพสต็อกสู่แพลตฟอร์มสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก การเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีในครั้งนี้ เป็นการชูให้เห็นความตั้งใจของNumber 24 x Shutterstock ในการส่งเสริมงานศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล และทำให้ Shutterstock กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสื่อสารด้วยภาพข้ามอุตสาหกรรมและวัฒนธรรม โดยการเฉลิมฉลองครั้งนี้ Number 24 ได้จัดงานแสดงแกลเลอรี่ครั้งแรกบนจอ 3D LED ใจกลางเมืองที่ตึก Park Silom และรวบรวมผลงานภาพสต็อกสุดพิเศษ
ที่ผ่านการคัดสรรโดยนักสร้างสรรค์นักออกแบบ และนักการตลาดระดับแนวหน้าของประเทศไทย ได้แก่ สมพัฒน์ ทฤษฎิคุณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ GREYnJ UNITED และศุภรัตน์ เทพรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์บริหาร โอกิลวี่ ประเทศไทย เป็นต้น เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความงดงามในงานศิลปะที่อยู่ในภาพสต็อก ผ่านมุมมองและแรงบันดาลใจจากมืออาชีพ และเปลี่ยนมุมมองของผู้ใช้งานจากการเลือกภาพสำหรับงาน สู่การดื่มด่ำและชื่นชมความงดงามของศิลปะ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า Number 24 x Shutterstock ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มให้บริการภาพสต็อกถูกลิขสิทธิ์ แต่เราเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารด้วยภาพข้ามอุตสาหกรรมและข้ามวัฒนธรรมเราจึงเป็นแพลตฟอร์มสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก”

นายโทนี่ เบิร์ล ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรโกลบอล บริษัท ชัตเตอร์สต็อกประเทศสหรัฐอเมริกา (Shutterstock) กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากการร่วมมือกับบริษัท Number 24 ซึ่งทำให้เราเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าไทย ได้ดียิ่งขึ้นและยังช่วยให้เราสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับแวดวงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในไทย เพื่อคัดสรร เนื้อหาและนำเสนอความหลากหลายของผลงานและศิลปิน เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของพวกเรา”

สำหรับแคมเปญ “Rediscovery of the Art in Our Craft 2024” จะเปิดให้ชม ณ ตึก Park Silom ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายนนี้ และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง Number 24ได้ที่ Line Official, Facebook : Number 24, และเว็บไซต์ https://number24.co.th/

อีเลคโทรลักซ์จุดประกายพลังเยาวชนเป็น Food Heroes ส่งเสริมความยั่งยืนทางอาหาร

https://www.naewna.com/lady/838652

อีเลคโทรลักซ์จุดประกายพลังเยาวชนเป็น Food Heroes ส่งเสริมความยั่งยืนทางอาหาร

อีเลคโทรลักซ์จุดประกายพลังเยาวชนเป็น Food Heroes ส่งเสริมความยั่งยืนทางอาหาร

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อเล็กซิส ริชาร์ด

เนื่องในวันอาหารโลก (World Food Day) ปี 2567 นี้ อีเลคโทรลักซ์ กรุ๊ป (Electrolux Group) ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้คน และ Electrolux Food Foundation ได้ร่วมมือกับพนักงานจิตอาสาอีเลคโทรลักซ์กรุ๊ป ทั่วโลกในการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารยั่งยืนแก่เด็กและเยาวชนกว่า 13,000 คน ใน 28 ประเทศ

สำหรับในประเทศไทย บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด ได้จัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) สาขาอาหารและการโรงแรม เพื่อส่งเสริมแนวคิดการทำอาหารและการกินอาหารเพื่อความยั่งยืนของโลกผ่านโครงการ Food Heroes Workshop พร้อมรณรงค์ร่วมลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้ง (food waste) ให้น้อยที่สุด ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ ตามรายงานจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Environment Programme (UNEP) ที่ระบุว่าในปี 2565 มีอาหารเหลือทิ้งถึง 1.05 พันล้านตัน หรือเฉลี่ยคนละ 132 กิโลกรัมต่อปี โดยร้อยละ 60 เป็นอาหารเหลือทิ้งที่เกิดขึ้นจากครัวเรือน หรือคิดเป็นหนึ่งในสามของปริมาณอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของโลก

อ.ณัฐนิชา สุโพธิ์ และนักเรียน โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

นายอเล็กซิส ริชาร์ด ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “อีเลคโทรลักซ์ กรุ๊ป ได้ริเริ่มโครงการ Food Heroes Workshop ทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2559 สำหรับในประเทศไทยปีนี้เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทางโรงเรียน สาธิต มศว ประสานมิตร ในการสร้างฮีโร่ด้านอาหารเพื่อโลกที่ยั่งยืน โดยจัดขึ้นที่ Electrolux Taste Center ที่สำนักงานกรุงเทพของเรา เพื่อเน้นให้ความรู้ในเนื้อหาหลัก3 ส่วน คือ 1) การเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยสนับสนุนความยั่งยืน เช่น พืชผักและผลไม้ (Eat more plants) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย และใช้ทรัพยากรดินน้ำและพลังงานน้อยกว่าอาหารประเภทอื่น 2) ลดปริมาณขยะอาหารเหลือทิ้ง (Waste less food) โดยมุ่งเน้นไปที่การกินอาหารอย่างรู้คุณค่าจัดเก็บอาหารอย่างถูกวิธี และเรียนรู้วิธีใช้ประโยชน์จากส่วนผสมต่างๆ เพื่อลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งจากการทำอาหารและการกินอาหาร และ 3) ลองเปลี่ยนพฤติกรรมหรือทำอะไรใหม่ๆ (Try new things) เพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนของโลก ทั้งนี้ นอกจากเวิร์กช็อปให้ความรู้ดังกล่าวแล้ว เด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ยังได้เรียนรู้จากการลงมือทำอาหารจริงกับ เชฟเนตร-เนตรอำไพ สาระโกเศศ จากรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ซึ่งทำให้การเรียนรู้ครั้งนี้มีความสนุกสนานด้วย”

อาจารย์ณัฐนิชา สุโพธิ์ หัวหน้าภาควิชาสาขาอาหารและการโรงแรม โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) กล่าวว่า “ขอบคุณอีเลคโทรลักซ์ที่มอบโอกาสให้เด็กๆ ได้เป็นส่วนหนึ่งของเยาวชนทั่วโลกในการเข้าร่วมโครงการ Food Heroes ในครั้งนี้ ซึ่งพนักงานจิตอาสาของอีเลคโทรลักซ์ได้ถ่ายทอดความรู้ที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง ทั้งเรื่องการเลือกอาหาร เทคนิคที่ทำให้อาหารอยู่ได้นาน เทคนิคการทำอาหารเพื่อความยั่งยืน และการลดปริมาณขยะอาหารเหลือทิ้ง ซึ่งเด็กๆ ชอบมากและมีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการลงมือทำอาหารที่ Taste Center ซึ่งมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าของอีเลคโทรลักซ์สำหรับการประกอบอาหารที่ทันสมัยครบครัน รวมถึงได้รับการอบรมอย่างใกล้ชิดจากเชฟกระทะเหล็ก ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและน่าจดจำมาก ต้องขอขอบคุณทางอีเลคโทรลักซ์ที่จัดกิจกรรมที่ดีแบบนี้”

เชฟเนตร-เนตรอำไพ สาระโกเศศ

เชฟเนตร-เนตรอำไพ สาระโกเศศ

‘ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์’คว้า Best CEO พร้อมนำ TISCO รับ 4 รางวัลเกียรติคุณจาก SET Awards 2024

https://www.naewna.com/lady/838664

'ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์'คว้า Best CEO พร้อมนำ TISCO รับ 4 รางวัลเกียรติคุณจาก SET Awards 2024

‘ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์’คว้า Best CEO พร้อมนำ TISCO รับ 4 รางวัลเกียรติคุณจาก SET Awards 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.37 น.

นายศักดิ์ชัยพีชะพัฒน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัททิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ปจำกัด (มหาชน)หรือกลุ่มทิสโก้ขึ้นรับรางวัลเกียรติคุณBest CEO Awardในฐานะผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมในงานประกาศผลและมอบรางวัลSET Awards ประจำปี2567จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคารพร้อมนำองค์กรเข้ารับอีก3 รางวัลทรงเกียรติได้แก่รางวัลบริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Company Performance Awards)และรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่น (Outstanding Investor Relations Awards)ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง30,000 – 100,000 ล้านบาทขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้จำกัดได้รับรางวัลบริษัทหลักทรัพย์ดีเด่น (Outstanding  Securities Company Awards)สะท้อนได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพตามเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยความมั่นคงและยั่งยืนของกลุ่มทิสโก้

นายศักดิ์ชัยพีชะพัฒน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัททิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ในฐานะตัวแทนของกลุ่มทิสโก้ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับมอบรางวัลจากเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้ขอขอบคุณผู้จัดงานและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเวทีSET Awards ทุกท่านทุกรางวัลถือเป็นความภาคภูมิใจและสะท้อนได้ถึงความสำเร็จในวิชาชีพ (Professionalism) ของชาวทิสโก้ทุกคนและขอขอบคุณประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการบริษัททุกท่านที่กำหนดทิศทางธุรกิจและกำกับดูแลกิจการด้วยดีมาโดยตลอดเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านแต่ด้วยหลักยึดที่มุ่งเน้นคุณภาพของการเติบโตจากกลไกสู่ความสำเร็จที่เราเรียกว่าหลัก 3P  นั่นคือ “Passion” มีความมุ่งมั่น “Professional” มีความเชี่ยวชาญและ “Planet”  ตอบโจทย์ความเป็นไปของโลกในปัจจุบันและอนาคตที่สำคัญการเติบโตนี้ต้องคู่ขนานไปกับคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมทั้งในด้านการจัดสรรเงินทุนตามแนวคิดการเงินสีเขียวการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบการให้ความรู้ทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีตามยุทธศาสตร์Sustainable Focus ที่หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับการทำธุรกิจทำให้ทิสโก้แข็งแกร่งดังเช่นทุกวันนี้และกลุ่มทิสโก้ยังมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

สำหรับงานประกาศผลรางวัลSET Awards จัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูสร้างความภาคภูมิใจให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและบุคลากรที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องซึ่งในปี 2567 กลุ่มทิสโก้คว้ารางวัลมาได้ทั้งหมด 4 รางวัลในหมวดBusiness Excellence ซึ่งแต่ละรางวัลมีรายละเอียดดังนี้

  • รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Awards) มอบให้แก่นายศักดิ์ชัยพีชะพัฒน์ที่นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนโดยมีเกณฑ์พิจารณาจากความเป็นผู้นำที่มีความสามารถรอบด้านยึดถือหลักธรรมาภิบาลในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งมีวิสัยทัศน์และความสามารถเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมปรับตัวรับมือกับความท้าทายต่างๆได้อย่างเหมาะสมตลอดจนให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติซึ่งสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนอย่างมั่นคงให้กับกิจการได้เป็นอย่างดี
  • รางวัลบริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Company Performance Awards)ด้วยความสามารถในการสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในด้านผลประกอบการทางธุรกิจการกำกับดูแลกิจการที่ดีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับอย่างต่อเนื่องกลุ่มทิสโก้จึงได้รับการเสนอชื่อและได้รับรางวัลในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ 30,000 – 100,000 ล้านบาทเป็นปีที่ 9 นับตั้งแต่ปี 2548, 2559  และยังคงได้รับรางวัลต่อเนื่อง 7 ปีซ้อนตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน
  • รางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่น (Outstanding Investor Relations Awards) จากความโดดเด่นในการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่ดีโดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมมีคุณภาพครบถ้วนและครอบคลุมในเชิงลึกผ่านช่องทางที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพรวมถึงมีนโยบายที่เอื้อต่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทำให้ได้รับการเสนอชื่อเป็นปีที่ 4 จากการสำรวจความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียนนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบันตั้งแต่ปี 2556, 2564, 2566 และ 2567
  • รางวัลบริษัทหลักทรัพย์ดีเด่น (Outstanding Securities Company Awards) บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้จำกัดได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานที่โดดเด่นท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุนด้วยการให้บริการที่มีคุณภาพและผลงานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่หลากหลายและรอบด้านนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพทันต่อสถานการณ์และเชื่อถือได้ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้บล. ทิสโก้ยังได้รับรางวัลประเภทดังกล่าวเป็นปีที่ 8  ตั้งแต่ปี 2547, 2554, 2555, 2557, 2558, 2559, 2566 และ 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้ารวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดของบริษัทและเจ้าหน้าที่

‘กันตพร-พรสุดา หาญพาณิชย์’เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

https://www.naewna.com/lady/838650

‘กันตพร-พรสุดา หาญพาณิชย์’เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

‘กันตพร-พรสุดา หาญพาณิชย์’เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.04 น.

วันนี้ (31 ต.ค.67) คุณกันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 พร้อมด้วย คุณพรสุดา หาญพาณิชย์ กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายฝ่ายการเงิน บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี

– 006

‘รพ.จักษุกรุงเทพ’จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลเฉพาะทางดวงตา

https://www.naewna.com/lady/838643

'รพ.จักษุกรุงเทพ'จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลเฉพาะทางดวงตา

‘รพ.จักษุกรุงเทพ’จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลเฉพาะทางดวงตา

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.53 น.

โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (BANGKOK EYE HOSPITAL)จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านดวงตาอย่างเป็นทางการ ก่อตั้งโดย“รองศาสตราจารย์นายแพทย์อนันต์ วงศ์ทองศรี”จักษุแพทย์ระดับแนวหน้าของประเทศไทยเปิดให้บริการรักษาด้านดวงตาครบทุกด้านโดยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดีกว่า 42 ท่าน ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่  ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยี AI ที่ช่วยดูแลคนไข้ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นอันดับ 1 ในระดับ SEA ด้านการให้บริการและการจัดการข้อมูลทั้งหมด เป็นศูนย์การรักษาดวงตาแบบครบวงจรครั้งนี้ได้รับเกียรติจากรศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย แอ๊ว-อำภา ภูษิต, ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร, ก้าวหน้า-กิตติภัทร แก้วเจริญร่วมแถลงฯ โดยภายในงานมีกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองประสบการณ์สุดล้ำจาก Robot Reception ที่ให้การต้อนรับผู้เข้าใช้บริการตั้งแต่หน้าประตู ส่งต่อข้อมูลผู้รับบริการจนถึงห้องตรวจ, พบการบรรยายพิเศษในหัวข้อ“อนาคตกับการรักษาดวงตา” และการเสวนาในหัวข้อ “โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพเทรนด์รักษาดวงตาในประเทศไทย” นอกจากนี้ยังมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ, สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, ประพันธ์ เจริญประวัติผู้ช่วยผู้จัดการสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ, ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย ฯลฯ

“รองศาสตราจารย์นายแพทย์อนันต์ วงศ์ทองศรี” ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (BANGKOK EYE HOSPITAL) กล่าวว่า… “ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนไข้ได้รับการรักษาด้านดวงตาที่ทันสมัยครอบคลุมทุกโรคทางดวงตาจึงเปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางดวงตานี้ขึ้น เพื่อให้คนไข้ที่มีปัญหาเรื่องดวงตา ได้รับการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง ตรงโรค ตรงจุดโดยจักษุแพทย์ชำนาญการเฉพาะทาง พร้อมความสะดวกในทุกๆ ด้านตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติกับคอนเซ็ปต์ ‘Smart Eye Hospital’ ที่ให้บริการตอบโจทย์ทุกด้านพร้อมสร้างความเชื่อมั่น ด้วยเทคโนโลยี AI ที่เรานำมาพัฒนาต่อยอดการรักษาช่วยเหลือด้านการผ่าตัดที่ให้ผลการรักษาที่ดีโดยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระดับอาจารย์แพทย์จากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมทุกปัญหาดวงตา และมีเทคโนโลยีระบบฐานข้อมูลผู้เข้ารับบริการที่ทันสมัย สะดวก เข้าถึงได้ง่าย คัดกรองและค้นหาข้อมูลฐานระบบทะเบียนผู้เข้ารับการรักษาได้ทันทีโดยมี Robot Reception เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยเหลือต่างๆ เข้ามาให้บริการแก่คนไข้ ซึ่งจะคอยให้การต้อนรับตรวจวัดอุณหภูมิ อ่านค่าความดันโลหิตและนำส่งข้อมูลดังกล่าวถึงห้องตรวจ พร้อมการนัดหมายและตรวจเช็คข้อมูลการรักษาง่ายๆ ผ่าน Application และอุปกรณ์เครื่องตรวจรักษาดวงตาเทคโนโลยีเลเซอร์ทางการแพทย์ รวมทั้งระบบเทคโนโลยี AI ในการดูแลดวงตาที่ล้ำสมัย ปลอดภัย ช่วยให้การรักษาได้ผลลัพท์ที่แม่นยำครอบคลุมทุกปัญหาดวงตา ไม่ว่าจะโรคหรือความผิดปกติของดวงตา โรคสายตาของเด็ก สภาวะปัญหาสายตาผู้สูงอายุ การศัลยกรรมตกแต่งดวงตา โรคเฉพาะทางตาทุกประเภท ทุกช่วงวัยมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยี และเทคนิคการรักษาดวงตาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ลงทุนทุ่มซื้ออุปกรณ์การตรวจรักษาและเครื่องเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สุดในไทย เข้ามาเพิ่มอีก มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท พร้อมเปิดให้บริการ ภายใต้อาคารที่ออกแบบมาอย่างพิธีพิถัน ขนาด 6 ชั้น แบ่งเป็นโซนห้องตรวจ ห้องวัดค่าสายตา ห้องผ่าตัด ห้องเลเซอร์ โซนแผนกเด็ก แผนกฉุกเฉิน และห้องพักฟื้นระดับวีไอพี เพื่อรองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกสบายให้แก่คนไข้”

โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ให้บริการการรักษาโรคเฉพาะทางสายตาอาทิเช่น

• การรักษาโรคต้อกระจก Cataract Surgery ด้วยเทคโนโลยีเฟมโตเซเคินเลเซอร์ Femtosecond Laser จากสวิสเซอร์แลนด์เป็นการรักษาต้อกระจกแบบไร้ใบมีด เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานเลเซอร์ในอัตราความเร็วสูงวัดเป็นหน่วยได้ 1 เฟมโตวินาทีหรือหนึ่งในพันพันล้านของวินาที เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์แทนใบมีดแยกชั้นกระจกตา แสงเลเซอร์จะกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำ สลายเนื้อเยื่อระดับโมเลกุล ไม่สร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ ไม่เกิดความร้อนขณะยิง สะดวกปลอดภัย

• การผ่าตัดรักษาจอประสาทตา Vitreoretinal Surgery รักษาจอประสาทตาและน้ำวุ้นลูกตา เช่น โรคหลอดเลือดจอประสาทตาตีบ โรคจอประสาทตาฉีดขาด โรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัย โรคเบาหวานขึ้นตาเป็นต้น

•การรักษาสายตาผิดปกติ สั้น/ยาว/เอียง ด้วยเทคโนโลยีเฟมโตเซเคิน เลเซอร์ Femtosecond Laser ใช้การสแกนแบบเรียลไทม์ด้วยกล้อง Real-Time Optical Coherent Tomography (OCT) ระหว่างการผ่าตัดเพื่อความแม่นยำและปลอดภัย รวมทั้งเทคนิคการรักษาอื่นๆ FemotoLASIK, LASIK, TransPRK, PRK ให้ผลการรักษาเป็นที่ยอมรับและพึงพอใจของผู้รับบริการ

•การผ่าตัดรักษาโรคต้อหิน Glaucoma Surgery วิเคราะห์ภาวะต้อหินด้วยเครื่อง OCT ให้ความแม่นยำเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด วิเคราะห์ลานสายตาด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง สำหรับวินิฉัยโรคต้อหินทุกระดับ

•การรักษาโรคตาในเด็ก เพราะเราต้องใช้ดวงตาตั้งแต่เกิด และเด็กเล็กมักจะอธิบายความผิดปกติของโรคทางสายตาได้ยาก ต้องอาศัยผู้ปกครองสังเกตอาการ จากพฤติกรรมของเด็กจนกว่าเค้าจะโตและบอกความผิดปกติของตัวเอง แต่ด้วยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถวินิจฉัยความผิดปกติพร้อมทั้งใช้เครื่องมือในการตรวจสายตาความแม่นยำสูง และให้การรักษาโรคสายตาของเด็กได้ทันท่วงที อาทิ โรคตาขี้เกียจ Amblyopia หรือ Lazy Eye ที่สมัยนี้เด็กเป็นกันเยอะ, โรคมะเร็งจอตาในเด็ก, โรคตาเข, สายตาสั้นหรือเอียง

•การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง Oculoplastic Surgery เพราะดวงตาของเรามีเพียงคู่เดียวตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งดวงตาโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญมาก ด้วยประสบการณ์เฉพาะทางโรคของเปลือกตา ท่อน้ำตา โรคของเบ้าตา โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพให้บริการศัลยกรรมตาสองชั้น ศัลยกรรมหนังตาตก รักษาโรคตากระตุก และการศัลยกรรมดวงตาประเภทอื่นๆ ด้วยเครื่องมือทันสมัย

• การรักษาโรคสมัยใหม่ คอมพิวเตอร์ วิชั่นซินโดรม Computer Vision Syndrome (CVS) เพราะปัจจุบันคนทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือมือถือกันตลอดเวลาเป็นเวลานานๆ จะได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ที่ทำให้จอประสาทตาเสื่อม ทางโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพมีบริการทรีทเมนท์และสปาตาโดยเฉพาะอีกด้วย

•การทำ NanoLASIKเป็นเทคโนโลยีการทำเลสิกแบบไร้ใบมีดที่ใช้พลังงานระดับนาโนจูลย์ โดยรศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี ถือเป็นผู้บุกเบิก RELEX เทคโนโลยีล่าสุด NanoRELEX CLEAR แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเลสิกรุ่นใหม่เพื่อการรักษาสายตาสั้น เอียง สายตายาว ที่โดดเด่นด้วยการใช้ระยะเวลาผ่าตัดน้อย แผลขนาดเล็ก ปลอดภัย รวมทั้งมีระบบ AI ในการวิเคราะห์ปัญหาสายตา ทำให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (BANGKOK EYE HOSPITAL) ตั้งอยู่ในซอยประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม จังหวัดกรุงเทพมหานคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bangkokeyehospital.com หรือ Facebook, Instagram : BangkokEyeHospitalหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-511-2111

‘ไทยแลนด์…แลนด์มาร์คแห่งความอร่อย’พิชัย การันตี 139 ร้านเด็ด มอบ Thai SELECT Award 2024

https://www.naewna.com/lady/838640

'ไทยแลนด์…แลนด์มาร์คแห่งความอร่อย'พิชัย การันตี 139 ร้านเด็ด มอบ Thai SELECT Award 2024

‘ไทยแลนด์…แลนด์มาร์คแห่งความอร่อย’พิชัย การันตี 139 ร้านเด็ด มอบ Thai SELECT Award 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.50 น.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (30 ตุลาคม 2567) ท่านนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร)ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2567 หรือรางวัล Thai SELECT Award ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพให้ร้านอาหารไทยในการรักษาเอกลักษณ์และรสชาติความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าได้รับประทานอาหารรสชาติไทยแท้และได้มาตรฐาน

นายพิชัย ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันอาหารไทยเป็น Soft Power ที่สำคัญของประเทศ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานร้านอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยการใช้พลังสร้างสรรค์ Soft Power ผ่านอาหารไทย สร้างจุดแข็งและจุดขายเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวให้มาลิ้มลองอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ พร้อมการให้บริการที่เป็นเลิศ

สำหรับการมอบรางวัล Thai SELECT Award 2024 ปีนี้มีร้านอาหารไทยจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมคัดเลือกกว่า 347 ร้าน และมีร้านอาหารที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก จำนวน 139 ร้าน แบ่งเป็น Thai SELECT Signature จำนวน 1 ร้าน Thai SELECT Unique จำนวน 5 ร้าน และ Thai SELECT Classicจำนวน 133 ร้าน เพื่อยืนยันคุณภาพและมาตรฐานของอาหารไทย

นอกจากนี้ ข้อมูลร้านอาหาร Thai SELECT ทั้ง 496 ร้าน จะถูกบรรจุในหนังสือคู่มือแนะนำร้านอาหาร Thai SELECT หรือ Thai SELECT Guide 2024 ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการเปิดตัวในวันนี้ เป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารไทยทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคสามารถค้นหาร้านอาหารไทยแท้ที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวก และง่ายดายมากยิ่งขึ้น สนับสนุนให้ร้านอาหารไทยมีคุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้น ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจและร้านอาหารไทย ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

“ผมเวลาไปต่างประเทศก็จะหาร้านอาหารไทย จะดีใจที่ร้านอาหารไทยมีร้านที่มีตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ของกระทรวงพาณิชย์ ในอนาคตผมอยากปรับเปลี่ยนจะยกระดับไปขั้นหนึ่ง อาจจะมีการให้ดาวซึ่งกำลังศึกษากันอยู่ ให้คนเข้าถึงอาหารไทยได้มากขึ้น จะมีการโปรโมทในแอปว่ามีร้าน Thai SELECT ที่ไหนบ้าง แทนที่จะเป็นหนังสืออย่างเดียว เมื่อนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยเมื่อกลับไปต่างประเทศก็สามารถเลือกร้านอาหารไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ว่ามีร้าน Thai SELECT อยู่ที่ไหนบ้าง ให้ผู้ประกอบการขายของได้มากขึ้น นำเงินเข้ามาสู่ประเทศไทย” นายพิชัยกล่าว

ปัจจุบันประเทศไทยมีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 496 ร้าน ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสามารถค้นหาร้านอาหาร Thai SELECT และติดตามข่าวสารได้ทาง Line OfficialAccount @thaiselect

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยและผู้สนใจกิจกรรมส่งเสริมร้านอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT สามารถค้นหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า http://www.dbd.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1570 หรือติดต่อกองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2547 5954

#SuperDBD#กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

เปิดตัว สูตรใหม่ ‘นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล’ นวัตกรรมใหม่เขย่าวงการไบรท์ เทนนิ่ง

https://www.naewna.com/lady/838633

เปิดตัว สูตรใหม่ 'นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล' นวัตกรรมใหม่เขย่าวงการไบรท์ เทนนิ่ง

เปิดตัว สูตรใหม่ ‘นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล’ นวัตกรรมใหม่เขย่าวงการไบรท์ เทนนิ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.43 น.

สูตรใหม่ นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล ทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวจริงเคลียร์จบฝ้าแดด และจุดด่างดำฝังลึกสะสมนาน 10 ปี เห็นผลได้ใน 7 วัน

นีเวีย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก ที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลผิวจากคนไทยมากว่า 30 ปี โดยบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นตัวจริงในการขจัดปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้า จัดงาน NIVEA Luminous630 Owning Your Spotlight เปิดตัว สูตรใหม่ “นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล (NIVEA LUMINOUS630 Thiamidol) ที่สุดแห่งชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจัดการฝ้าและจุดดำฝังลึกกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เขย่าวงการไบรท์ เทนนิ่งด้วยสาร ไบรท์เทนนิ่งประสิทธิภาพดีที่สุดจากนีเวีย ที่พร้อมตรงเข้าจัดการปัญหาจุดด่างดำลึกทั้งที่มองเห็น และที่ซ่อนลึกอยู่ใต้ชั้นผิว รวมไปถึง ฝ้าแดดสะสม 10 ปี ได้ตั้งแต่ที่ต้นตอ ช่วยให้จุดด่างดำลดเลือนลงถึง 82% เห็นผลได้ใน 7 วัน   โดยไม่เกิดผลข้างเคียง พร้อมต้อนรับสองคู่จิ้นสุดฮอต อย่าง เต-นิว ตะวัน วิหครัตน์ และ ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ และ มิ้ลค์-เลิฟ พรรษา วอสเบียน และ ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร ที่มาร่วมยืนยันประสิทธิภาพ และเผยเคล็ดลับดูแลหน้าใส พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากหนุ่ม ๆ Atlas อีกทั้งยังมีกิจกรรมตรวจสุขภาพผิวให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมแจกสินค้าให้ลองใช้เพื่อเผยผิวหน้ากระจ่างใสแบบจัดเต็ม ณ เอ็มสเฟียร์

สุภสิตา ไกรศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นีเวีย ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “นีเวีย ลูมินัส630 เป็นผลิตภัณฑ์ที่นีเวียภาคภูมิใจ และได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าของเราในเรื่องการจัดการปัญหาฝ้าแดด และจุดด่างดำสะสมฝังลึกบนผิวหน้าอย่างเห็นผลได้จริง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเปิดตัวไปเมื่อปี พ.ศ. 2562 แต่เราในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวชั้นนำระดับโลก เราไม่เคยหยุดในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น เราจึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของบรรจุภัณฑ์และส่วนผสม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวหน้าสำหรับผู้หญิงไทยมากที่สุด สำหรับ สูตรใหม่ นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล นี้ เราได้เพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย “ไทอามิดอล” สารไบรท์เทนนิ่งประสิทธิภาพดีที่สุดจากนีเวีย ที่ใช้เวลาคิดค้นและพัฒนาจากศูนย์วิจัยของไบเออร์สด๊อรฟในประเทศเยอรมนีมากว่า 10 ปี หนึ่งเดียวที่จัดการฝ้าแดดและจุดด่างดำได้ถึงต้นตอ โดยไม่มีผลข้างเคียง และที่พิเศษที่สุดคือ สูตรนี้สามารถจัดการลดเลือนได้ทั้งจุดด่างดำที่มองเห็นและจุดด่างดำที่มองไม่เห็นใต้ชั้นผิวที่กำลังจะขึ้นมาอยู่บนผิว ดังนั้นพูดได้เต็มปากว่าลูมินัส630 ไทอามิดอลเป็นเซรั่มที่ช่วยตัดวงจรฝ้าและจุดด่างดำตัวจริง”

สูตรใหม่ นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล มาพร้อมสารไบรท์เทนนิ่งทรงประสิทธิภาพที่สุดของนีเวียอย่าง “ไทอามิดอล” เข้มข้น  จัดการปัญหาได้ถึงต้นตอ ทั้งจุดด่างดำที่มองเห็นและมองไม่เห็น ช่วยยับยั้งเอนไซน์ไทโรซิเนส อันเป็นจุดกำเนิดของการเกิดฝ้า ช่วยลดการผลิตเม็ดสี (เมลานิน) ส่วนเกินใต้ชั้นผิวหนัง ปัญหาฝ้าแดดและจุดด่างดำฝังลึกที่สะสมมานานจึงสามารถจางลงได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ให้พร้อมเผยผิวสวยกระจ่างใสได้อย่างมั่นใจเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

ภญ. ชัญญาพัชญ์ ปริวัฒน์ชัยสาร หัวหน้าฝ่ายคุณภาพและพัฒนาเทคนิคสินค้า บริษัทไบเออร์สด๊อรฟ ภูมิภาคอาเซียน  กล่าวว่า “นีเวีย ทุ่มเทในการคิดค้นและพัฒนาเพื่อส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพนี้กว่า 10 ปี ผ่านการวิจัยเพื่อไขความลับกลไกชีวภาพของผิวหน้าจนสามารถจำลองไทโรซิเนส สารที่เป็นต้นตอของฝ้าแดดในผิวมนุษย์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก จากนั้นได้ทำการทดลองกับสารไบรท์เทนนิ่งกว่า 50,000 สารทั่วโลก จนค้นพบสารไบรท์เทนนิ่งที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่าง ’ไทอามิดอล’ สารลิขสิทธิ์เฉพาะของไบเออร์สด๊อรฟ ที่ผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับจากแพทย์ผิวหนังทั่วโลกว่าสามารถจัดการกับปัญหาฝ้าแดด และจุดด่างดำฝังลึกอย่างได้ผลจริง อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงกับผิวหน้าอีกด้วยค่ะ”

นายแพทย์ วรภัทร ลิ้มสุทธิวันภูมิ  แพทย์ด้านความงามและผิวพรรณ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน ฝ้า และจุดด่างดำ ยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก โดยเฉพาะในเมืองไทยที่แดดค่อนข้างแรง และอนุมูลอิสระ ที่เกิดจากมลพิษ การใช้ชีวิตประจำวัน และ ความเครียด กระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสี ส่วนเกิน โดยผ่านเอนไซน์หลักที่มีชื่อว่าไทโรซิเนส จากนั้นเม็ดสีส่วนเกิน จะถูกส่งขึ้นผิวชั้นบน เห็นเป็น ฝ้ากระ จุดด่างดำ  เราถึงเลี่ยงการเกิดจุดดำได้ยากมาก ซึ่งจากการได้ไปเยี่ยมชมศูนย์วิจัยระดับโลกของนีเวีย ที่ประเทศเยอรมนี ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและงานทดลองที่น่าเชื่อถือในการพัฒนาสูตรและส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อมาตอบโจทย์ปัญหาผิวอย่างจริงจัง ทำให้เห็นว่า ไทอามิดอล คือ สารไบรท์เทนนิ่งที่โด่งดังมากในวงการหมอผิวหนังระดับโลกได้มีการหยิบยกไปพูดในการประชุมสัมมนาทางการแพทย์ระดับโลกเลยทีเดียวว่าสามารถไปยับยั้งการผลิตเม็ดสีส่วนเกิน ได้ที่ต้นตอ คือ ที่เอนไซน์ไทโรซิเนส ทำให้ลดการสร้างเม็ดสีส่วนเกิน ฝ้ากระ จางลง ผิวแลดูสว่างใส และที่สำคัญเลยคือ อ่อนโยน ระคายเคืองต่ำ สามารถทาทุกวัน เช้า-เย็น ได้ตั้งแต่แรก จึงเป็นสารที่แนะนำคนไข้ที่มีปัญหาฝ้ากระ จุดด่างดำ รวมถึงรอยดำจากสิวครับ”

สูตรใหม่ นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล นำเสนอเป็นชุดผลิตภัณฑ์ครบเซ็ต ให้ได้บำรุงกันอย่างเต็มสูตร ประกอบด้วย

•             นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล แอนตี้สปอต ดาร์ก สปอต แอดวานซ์ เซรั่ม (NIVEA LUMINOUS630 THIAMIDOL ANTISPOT DARK SPOT ADVANCED SERUM) เซรั่มเข้มข้นผสานไทอามิดอล สำหรับบำรุงผิวหน้า ช่วยลดเลือนฝ้าแดด และจุดด่างดำสะสมฝังลึกนาน 10 ปี ทั้งจุดด่างดำที่มองเห็น และมองไม่เห็นใต้ชั้นผิว ได้ถึง 82% จัดการลงลึกถึงต้นตอ เพื่อผิวกระจ่างใส เห็นผลได้ใน 7 วัน  โดยไม่ก่อความระคายเคืองผิว ขนาด 30 มล. ราคา 700 บาท

•             นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล แอนตี้สปอต ไนท์ คอมเพลคชั่น รีแพร์ (NIVEA LUMINOUS630 THIAMIDOL ANTISPOT NIGHT COMPLEXATION REPAIR) ครีมบำรุงเข้มข้นเพื่อปลอบประโลมผิวหน้ายามค่ำคืน ผสานไทอามิดอล ที่ตรงเข้าฟื้นฟูถึงเซลล์ผิว ลดเลือนทั้งจุดด่างดำที่มองเห็น และมองไม่เห็นใต้ชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใสกว่าเดิมถึง 80% เมื่อตื่นนอนในยามเช้า ลดเลือนฝ้าแดด และจุดด่างดำสะสมฝังลึกเห็นผลได้ในสองสัปดาห์ ขนาด 50 มล. ราคา 849 บาท

•             นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล เดลี่ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ไลท์ ครีม SPF50 PA+++ (NIVEA LUMINOUS630 THIAMIDOL DAILY MOISTURIZER LIGHT CREAM SPF50 PA+++ ) ครีมบำรุงผสมสารกันแดด เนื้อสัมผัสบางเบา ช่วยลดปัญหาฝ้าแดดและจุดด่างดำฝังลึก ทั้งจุดด่างดำที่มองเห็น และมองไม่เห็นใต้ชั้นผิว  พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50+++ สูตรควบคุมความมัน มีสารไทอามิดอล ลดเลือนฝ้าแดด จุดด่างดำถึงต้นตอ และลดโอกาสการเกิดซ้ำของฝ้าแดดและจุดด่างดำฝักลึก ขนาด 40 มล. ราคา 699 บาท

พร้อมต้อนรับผิวหน้ากระจ่างใสในระดับโกลด์ สแตนดาร์ด ให้คุณมั่นใจได้มากกว่าที่เคย ด้วยชุดผลิตภัณฑ์ สูตรใหม่ นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล ที่ทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิมได้แล้วที่ร้านค้าชั้นนำ ทุกช่องทางการจำหน่าย และทุกสาขาทั่วประเทศ

-(016)

อิชิตัน กรุ๊ป คว้า 2 รางวัลเกียรติยศในงาน SET Awards 2024

https://www.naewna.com/lady/838617

อิชิตัน กรุ๊ป คว้า 2 รางวัลเกียรติยศในงาน SET Awards 2024

อิชิตัน กรุ๊ป คว้า 2 รางวัลเกียรติยศในงาน SET Awards 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.20 น.

อิชิตัน กรุ๊ป คว้า 2 รางวัลเกียรติยศในงาน SET Awards 2024 ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารและผลประกอบการ

บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ประสบความสำเร็จในงาน SET Awards 2024 คว้า 2 รางวัลทรงเกียรติ ได้แก่ รางวัล Outstanding CEO Awards 2024 และ Outstanding Company Performance Awards ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 10,000-30,000 ล้านบาท โดยนายธนพันธุ์ คงนันทะ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม เป็นผู้รับมอบรางวัลจากนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในพิธีมอบรางวัล

“รางวัลอันทรงคุณค่าทั้งสองรางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจสำหรับพนักงานอิชิตันทุกคน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคุณภาพสูง ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับสังคม ผ่านกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”  นายธนพันธุ์กล่าว

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นการดำเนินธุรกิจของอิชิตัน กรุ๊ป ที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล การกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

-(016)

เปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส แก้หมอกควันข้ามพรมแดน

https://www.naewna.com/lady/838612

เปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส แก้หมอกควันข้ามพรมแดน

เปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส แก้หมอกควันข้ามพรมแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.16 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับรัฐมนตรีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไทย  สปป.ลาว และเมียนมาเปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ย้ำเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เป็นรูปธรรม

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางบุนคำ วอละจิด รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว และนาย คิน หม่อง ยี รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมียนมา ได้ร่วมกันเปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) (2567 – 2573) โดยภายหลังพิธีเปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานสัมมนาแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียน ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ มีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง ประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจาอาเซียนภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไปรวมประมาณ 450 คน

ในช่วงพิธีเปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมฯ ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว และรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมียนมา ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลของทั้ง 3 ประเทศ ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันที่เป็นรูปธรรมและบูรณาการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในการร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไทย สปป.ลาว และเมียนมา ดำเนินโครงการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการเพิ่มสมรรถนะและการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนานวัตกรรม โดยร่างแผนปฏิบัติการร่วมฯ ได้กำหนดแผนงานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมาระหว่างปี 2567-2573 ซึ่งรวมถึงการกำหนดเป้าหมายลดจุดความร้อน การจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงการเกิดไฟไหม้ป่า การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสุขภาพต่อประชาชน การส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการจัดตั้งสายด่วน (hotline) เพื่อประสานงานระหว่างทั้งสามประเทศ

ภายหลังพิธีเปิดตัวยุทธศาสตร์ฟ้าใส ผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) และกรมควบคุมมลพิษ ได้ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีในงานสัมมนา แนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งได้หารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา และองค์การระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ มีการจัดนิทรรศการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาฯ จากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ อาทิ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กรมควบคุมมลพิษ ADPC และ GIZ รวมถึง e-book เรื่อง “ในวันที่เรามีอากาศดี ๆ ไว้หายใจ” จากสำนักพิมพ์เมาท์เทนมายด์

-(016)

เปิดตัวโปสเตอร์แรก’Start It Up’ ให้คนพร้อมลุย!

https://www.naewna.com/entertain/838802

เปิดตัวโปสเตอร์แรก'Start It Up' ให้คนพร้อมลุย!

เปิดตัวโปสเตอร์แรก’Start It Up’ ให้คนพร้อมลุย!

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.38 น.

พร้อมเปิดตัวแล้วสำหรับ Start It Up : วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” ภาพยนตร์ “สร้างแรงบันดาลใจ” ของคนไม่ยอมแพ้ ผลงานภาพยนตร์จากความร่วมมือของผู้สร้าง ไทย-จีน อย่าง บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท เอสเอ็มจี พิคเจอร์ส แอนด์ วิงส์มีเดีย จำกัดกำกับโดย “เบิร์ด – ภคพล เลิศวชิรไพบูลย์”อำนวยการผลิตโดย “ตอง – พรวิรุณ แก้วทอง และ ชิ – อัฐวุฒิ กองลี“นำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มหล่อสาวสวยแดนมังกรอย่าง “ปีเตอร์ – เซิ่ง อี้หลุน, ตู้ ซี่ยี่, ต่ง ฟ่างฉือ” ปะทะทีมนักแสดงไทยสุดฮอตของไทยอย่าง “นนกุล-ชานน สันตินธรกุล, โจ๊กโซคูล-กรภพ  จันทร์เจริญ, ใบเตย-สุวพพิชญ์ ไตรพรวรกิจ,จิราวัฒน์วชิรศรัณย์ภัทร, เกรียงศักดิ์เหรียญทอง, สมชายศักดิ์กุลผัดไท ดีใจ   ดีดีดี และ สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล”

โดยภาพยนตร์ “Start It Up : วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” เป็นเรื่องราวของชีวิตวัยรุ่นสุดซ่าส์กับชะตากรรมสุดซวย ต้องมาสตั๊นกับอุปสรรคสุดสะเทือนตับ ที่แวะเวียนมาสร้างความสะเทือนใจนับไม่ถ้วน งานนี้ลุยกันไปด้วยใจล้วนๆ มาดูกันว่าเหล่าผองเพื่อน 2 ชาติไทย-จีน กับการ Start เดิมพันที่ยิ่งใหญ่จะนำพามิตรภาพ และความฝัน ฟันฝ่า ด่านชีวิตสุดหินนี้ไปได้อย่างไร มาร่วมลุ้นและสู้ไปกับ “Start It Up วัยสตาร์ท น็อนสต็อป จะสนุกสุดมันส์แค่ไหน รอพิสูจน์ได้ 12 ธันวาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์

ติดตามอัพเดทข่าวเพิ่มเติมและกิจกรรมดีๆ ของภาพยนตร์ “Start It Up : วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” ได้ทาง

LineOA : https://page.line.me/startitupth

 Facebook:https://www.facebook.com/StartItUp.Thailand             

IG:  https://www.instagram.com/startitupth/

TikTok: https://www.tiktok.com/@start.it.up.th

YouTube: https://www.youtube.com/@StartItUpTH

X: https://x.com/StartItUpTH