FAOหนุนไทยจัดประชุมทรัพยากรดินฯ

https://www.naewna.com/local/838702

FAOหนุนไทยจัดประชุมทรัพยากรดินฯ

FAOหนุนไทยจัดประชุมทรัพยากรดินฯ

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมคารวะ นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่สำนักงานใหญ่FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ว่าประเทศไทย และ FAO มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิก FAO ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2490 อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก(Regional Office for Asia and the Pacific หรือ FAO RAP)อย่างถาวร เมื่อปี 2495 ที่วังมะลิวัลย์ ถนนพระอาทิตย์ กทม.

สำหรับการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล แจ้งว่าไทยได้ลงนามความตกลงประเทศเจ้าบ้านเพื่อจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ IFADซึ่งจะทำให้ กทม.เป็นสถานที่ตั้งหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติด้านอาหารและการเกษตรครบทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย FAO IFAD และ WFP (องค์การอาหารโลก) เช่นเดียวกับกรุงโรม

นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ขอให้ FAO เชิญผู้แทนประเทศสมาชิกระดับรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ FAO ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ทั้งนี้นายฉู ตงหยู ยินดีให้การสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ และขอบคุณที่ไทยรับเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมดังกล่าว พร้อมอวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จไปด้วยดี ซึ่งนายฉู จะร่วมกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดฯ ด้วย

เปิดตัวพะเยาโมเดล ต้นแบบวิถีธรรมชาติ ชูเศรษฐกิจฐานราก มุ่งสร้างรายได้ยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/838700

เปิดตัวพะเยาโมเดล  ต้นแบบวิถีธรรมชาติ  ชูเศรษฐกิจฐานราก  มุ่งสร้างรายได้ยั่งยืน

เปิดตัวพะเยาโมเดล ต้นแบบวิถีธรรมชาติ ชูเศรษฐกิจฐานราก มุ่งสร้างรายได้ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดนิทรรศการ “การพัฒนาการเกษตรพะเยาโมเดล กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต”ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อส่งเสริมการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร ด้วยการปรับเปลี่ยนการเกษตรจากรูปแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรที่มีมูลค่าสูงมุ่งเน้นพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะ จ.พะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพการพัฒนาครอบคลุมทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์

ทั้งนี้ “พะเยาโมเดล“ จะเป็นต้นแบบการยกระดับสินค้าภาคการเกษตรในพื้นที่ให้มีมาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการตลาด สามารถสร้างรายได้ พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรใน จ.พะเยา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีตลาดรับซื้อ

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่ร่วมขับเคลื่อน “พะเยาโมเดล” อาทิ 1.นิทรรศการนำเสนอข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำในกว๊านพะเยาแบบ Realtimeโดยใช้ Platform ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พะเยาโมเดลด้านประมงในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 2.นิทรรศการโมเดลพืช สู่การเพิ่มรายได้ 3.นิทรรศการโครงการชลประทานพะเยา และ 4.นิทรรศการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา เป็นต้น

เกษตรฯเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารเครื่องจักรกลเกษตร

https://www.naewna.com/local/838703

เกษตรฯเพิ่มประสิทธิภาพ  การบริหารเครื่องจักรกลเกษตร

เกษตรฯเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารเครื่องจักรกลเกษตร

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการเครื่องจักรกลภายในหน่วยงานเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความพร้อมเพียงพอ สามารถตอบสนองการดำเนินงานตามภารกิจการให้บริการและจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรได้

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการเครื่องจักรกลฯ ประกอบด้วย 1.กลไกการบริหารจัดการ แบ่งเป็น ส่วนกลาง ให้คณะกรรมการฯ กำหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการเครื่องจักรกลให้หน่วยงาน ใช้เป็นกรอบแนวทางร่วมกัน โดยผลักดันการจัดทำฐานข้อมูลเครื่องจักรกลของหน่วยงาน การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรกลให้มีปริมาณและคุณภาพ และส่วนภูมิภาคให้คณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัดและคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรในเขตพื้นที่ กทม.(SCP) เป็นกลไกหลักในระดับพื้นที่จังหวัดบูรณาการสนับสนุนการทำงาน

2.การบริหารจัดการข้อมูลเครื่องจักรกลของหน่วยงาน โดยเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมและผลการหารือของคณะกรรมการ/คณะทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำข้อมูลเครื่องจักรกล การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและแอปพลิเคชั่น การปรับปรุงทะเบียนข้อมูลเครื่องจักรกล 3.การสนับสนุนและให้บริการเครื่องจักรกลของหน่วยงาน ทั้งด้านการจัดการทรัพยากร การผลิต การแปรรูป และการตลาด ตามที่มีการร้องขอจากเกษตรกร จัดทำ/ปรับปรุงกระบวนงานการบริหารจัดการเครื่องจักรกลของหน่วยงานเพื่อพัฒนาเครื่องจักรกลมีประสิทธิภาพมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 4.การติดตามและประเมินผล และ 5.การทบทวนปริมาณและคุณภาพของเครื่องจักรกล การจัดหาเพิ่มเติมตามความจำเป็นและเหมาะสม

‘ละมูล’ถ่ายทอดความทรงจำวัยเด็ก ของ‘เชฟไก่’ผ่านเมนูอาหารจากรุ่นสู่รุ่น

https://www.naewna.com/lady/838659

‘ละมูล’ถ่ายทอดความทรงจำวัยเด็ก  ของ‘เชฟไก่’ผ่านเมนูอาหารจากรุ่นสู่รุ่น

‘ละมูล’ถ่ายทอดความทรงจำวัยเด็ก ของ‘เชฟไก่’ผ่านเมนูอาหารจากรุ่นสู่รุ่น

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.30 น.

เชฟไก่ ธนัญญา ไข่แก้ว เปิดบ้านอันร่มรื่นพร้อมเมนูอาหารจากความทรงจำ ในชื่อ “ละมูล-Lamu:n | Grandma Cuisine” ลิ้มรสอาหารที่มีเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น ถ่ายทอดรสชาติซึ่งถูกรักษาอย่างดีจากความทรงจำในวัยเด็กชองเธอ

ละมูล-Lamu:n | Grandma Cuisine ตั้งอยู่ที่ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 แยก 12 ย่านยานนาวา ร้านละมูลไม่ใช่แค่ร้านอาหารทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความใส่ใจและความรักในการปรุงอาหาร ที่ได้ถ่ายทอดจากคุณย่า ทุกเมนูของร้านมีความพิเศษและใช้วัตถุดิบออร์แกนิกที่ปลูกในสวนของร้านเอง นอกจากนี้ เชฟไก่ยังเดินทางทั่วประเทศไทยเพื่อคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากชุมชนท้องถิ่น เพราะเธอเชื่อว่าการสนับสนุนชุมชนคือสิ่งสำคัญที่ทำให้รสชาติอาหารนั้นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและยังได้ช่วยเหลือเศรษฐกิจท้องถิ่นอีกด้วย

เชฟไก่ ถ่ายทอดรสชาติที่ถูกรักษาอย่างดีจากความทรงจำในวัยเด็ก เมื่อรวมกับผลผลิตในสวนออร์แกนิกของร้าน ไปจนถึงวัตถุดิบที่นำเข้าจากแหล่งท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ ทุกจานที่เสิร์ฟมอบรสชาติที่สดใหม่และเต็มไปด้วยความคิดถึงถึงอาหารจากรุ่นสู่รุ่น ทุกเมนูคือความตั้งใจและความภาคภูมิใจที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ของ “อาหารแห่งความทรงจำ”

ร้านละมูล มีบริการปิดบ้านให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นกันเอง ท่ามกลางสวนร่มรื่น และเสิร์ฟอาหารจากฝีมือเชฟไก่ ที่พิถีพิถันเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้วันเกิด การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง การเฉลิมฉลองในครอบครัว หรือแม้กระทั่งงานสังสรรค์ในบริษัท สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 082-3293245 หรืออีเมล chefgaicoltd@gmail.com

ททท. จับมือ TikTok อบรม upskill บุคลากร ททท. เข้าสู่ โลก online กลายเป็น influencer เชื่อมเนื้อหา พานักเดินทางทั่วโลกเที่ยวไทย

https://www.naewna.com/lady/838655

ททท. จับมือ TikTok อบรม upskill บุคลากร ททท. เข้าสู่ โลก online  กลายเป็น influencer เชื่อมเนื้อหา พานักเดินทางทั่วโลกเที่ยวไทย

ททท. จับมือ TikTok อบรม upskill บุคลากร ททท. เข้าสู่ โลก online กลายเป็น influencer เชื่อมเนื้อหา พานักเดินทางทั่วโลกเที่ยวไทย

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ TikTok Thailand จัดกิจกรรมอบรม TikTok Content Creator ในหัวข้อ “วิธีการสร้างสรรค์เนื้อหาและแนวทางในการพัฒนาเนื้อหา Content” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาความรู้ความสามารถ ในเรื่องการพัฒนา Smart People และ Smart Economy ของบุคลากรในองค์กร ททท. โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าร่วมอบรม และเสริมทักษะการสร้างคอนเทนต์ ผ่านแอปพลิเคชั่น TikTok ณ ห้องประชุมจารุวัสตร์ ชั้น 10 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า Upskill TAT แปลงคุณให้เป็น Influencer คนดัง! เป็นภาคปฏิบัติของการเดินหน้าเติมเต็มศักยภาพองค์กร ตามแผน PASS A: Accelerate access to Digital World กับกิจกรรม Upskill -Reskill ทางด้านดิจิทัลให้องค์กร ด้วย TAT Creator Studio ซึ่ง ททท.ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรและยกระดับสนับสนุนในการ Upskill-Reskill ให้สอดคล้องกับนโยบาย และความตั้งใจของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจการท่องเที่ยวสร้างประโยชน์เชิงรุกให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และในนามของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณ TikTok (ประเทศไทย) ที่ได้จัดกิจกรรมอบรม TikTok Creator เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาความรู้ ในเรื่องการพัฒนา Smart People และ Smart Economy ของบุคลากรในองค์กร ททท. ในครั้งนี้ด้วย

บรรยากาศการจัดอบรมได้รับความสนใจจากบุคลากรของ ททท. โดยได้รับเกียรติจาก ณนนท์ ทิพยวาน Client Solution Manager – TikTok Thailand ปานตา จองศิริเลิศBrand Partnerships Manager – TikTok Thailand และ มาย Creator ชื่อดัง จากช่อง TikTok Mild Little Life @m.per.m มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ พร้อมการแนะนำการใช้งานอุปกรณ์ภายในตู้ TAT Creator Studio ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ Content สำหรับบุคลากรในองค์กร เพื่อสร้างสรรค์และนำเสนอ Content การท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ และยังเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม ขององค์กร ไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่ที่โถงชั้น 1 ของอาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย

“ททท. หวังว่าการจัดกิจกรรมอบรม TikTok Content Creator ในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมศักยภาพปูพื้นฐานการจัดการ การบริการ รวมไปถึงการวิเคราะห์และแนะนำการใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงให้กับบุคลากรภายในองค์กร และเพิ่มเทคนิคการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสร้าง content การท่องเที่ยวของไทยให้ กระจายสู่สายตา online users ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวขยายประสิทธิภาพมุมมองใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางในประเทศและทั่วโลก” ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวในที่สุด

ศิลปินนักออกแบบสิ่งทอชื่อดังระดับโลก Natalie Miller จับมือ เฟนดิ รังสรรค์ FENDI Baguette‘hand in hand’

https://www.naewna.com/lady/838675

ศิลปินนักออกแบบสิ่งทอชื่อดังระดับโลก Natalie Miller จับมือ เฟนดิ รังสรรค์ FENDI Baguette‘hand in hand’

ศิลปินนักออกแบบสิ่งทอชื่อดังระดับโลก Natalie Miller จับมือ เฟนดิ รังสรรค์ FENDI Baguette‘hand in hand’

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในปี ค.ศ.2024 FENDI มีความภูมิใจที่จะประกาศการร่วมมือครั้งล่าสุดในการสร้างสรรค์กระเป๋า Baguette “hand in hand” กับศิลปินนักออกแบบสิ่งทอชาวออสเตรเลียระดับโลกอย่างนาตาลี มิลเลอร์ (Natalie Miller) จากสตูดิโอของเธอ ณ หมู่บ้านแคงกาลูนในเซาเทิร์นไฮแลนด์ส มิลเลอร์ ได้สร้างสรรค์พรมทอแขวนผนังสีสันสดใสจากการย้อมสีผ้าขนแกะเมอริโน่ของออสเตรเลียด้วยมือ สตูดิโอของมิลเลอร์ตั้งอยู่ในชนบทอันสวยงาม และเป็นดั่งสถานที่แห่งแรงบันดาลใจ งานศิลปะของเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากทัศนียภาพและเสียงอันงดงามของภูมิประเทศในออสเตรเลีย พรมทอแขวนผนังของเธอนั้นโดดเด่นจนสามารถจดจำได้ทันที และถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสุขและสีสันให้กับบ้านทั่วโลก

FENDI “hand in hand” เป็นการร่วมมือระดับท้องถิ่นระหว่าง FENDI และช่างฝีมือพื้นเมือง เริ่มต้นครั้งแรกที่อิตาลีในปี ค.ศ. 2022 และได้ขยายไปทั่วโลกทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น จีน สกอตแลนด์ และมาดากัสการ์ โดยมุ่งเน้นไปที่กระเป๋า Baguette ออกแบบโดย Silvia Venturini Fendi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แผนกแอคเซสซอรี่และเสื้อผ้าสุภาพบุรุษในปี ค.ศ.1997 ซึ่งเป็นไอคอนของ FENDI และแคนวาสอันโดดเด่นที่สามารถจดจำได้ทันทีและเปลี่ยนแปลงได้เสมอโปรเจกท์นี้ริเริ่มขึ้นด้วยการร่วมมือกับเหล่าสตูดิโอและเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันหลากหลาย เพื่อรังสรรค์กระเป๋า Baguette โดยการนำงานฝีมือท้องถิ่นมาปรับใช้และสร้างสรรค์ให้กลายเป็น objet d’art หรือผลงานศิลปะที่แท้จริง โดยชื่อของ “hand in hand” แสดงถึงการพบกันระหว่างมือของช่างฝีมือท้องถิ่นและมือของช่างฝีมือ FENDIเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์

มิลเลอร์ มีความรักอันแน่วแน่ต่อศิลปะงานฝีมือ ตั้งแต่การสร้างสรรค์ไปจนถึงการลงมือ ซึ่งเป็นปรัชญาที่สอดคล้องกับโปรเจกท์ FENDI “hand in hand” ได้เป็นอย่างดี พรมทอแขวนผนังสุดพิเศษของเธอเฉลิมฉลองงานฝีมือแบบดั้งเดิมโดยไม่ใช้เครื่องมือใดๆ ที่สืบทอดกันมานานหลายศตวรรษ เพื่อที่เธอจะเชี่ยวชาญในด้านศิลปะออกแบบสิ่งทอนี้ เธอได้ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการเข้าศึกษาด้านการสร้างสรรค์พรมทอแขวนผนังที่สถาบันการออกแบบที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลียอย่าง Sturt Gallery & Studios โดยเธอได้เรียนรู้วิธีการผูกปมแบบไรอา ซึ่งเป็นเทคนิคอันประณีตที่ใช้ในการสร้างสรรค์กระเป๋า FENDI “hand in hand” Baguette รุ่นใหม่นี้

มิลเลอร์ กล่าวว่า การออกแบบที่สะท้อนถึงออสเตรเลียเป็นหัวใจหลักสำคัญ โดยตีความกระเป๋า Baguette ใหม่เพื่อยกย่องถึงความงามธรรมชาติของเซาเทิร์นไฮแลนด์สด้วยการใช้ขนแกะเมอริโน่ของออสเตรเลียจากฟาร์มท้องถิ่นในรัฐแทสเมเนีย ที่มีชื่อเสียงในด้านผิวสัมผัสอันนุ่มนวลและหรูหราขนแกะท้องถิ่นนี้ได้ถูกแปรรูปที่โรงสี Nundle Woollen ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นโรงสีไม่กี่แห่งที่ยังคงทอขนแกะของตัวเองที่ยังเหลืออยู่ในออสเตรเลีย ด้วยเครื่องจักรที่มีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 1900 โรงสีสำคัญของออสเตรเลียแห่งนี้มุ่งมั่นที่จะสืบทอดเทคนิคอันเก่าแก่ในการผลิตเส้นด้ายร่วมสมัยด้วยการใช้เทคนิคดั้งเดิม

การรังสรรค์กระเป๋า Baguette ในครั้งนี้มีความประณีตในการออกแบบมากขึ้น แตกต่างจากผลงานศิลปะทั่วไปของมิลเลอร์ ที่มักมีขนาดใหญ่และสีสันสดใสเฉดสีกลางที่นุ่มนวลของกระเป๋า Baguette ได้รับการเลือกสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนถึงทุ่งนาหลายผืนและพระอาทิตย์ตกในเซาเทิร์นไฮแลนด์ส เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ของมิลเลอร์ ขนแกะถูกย้อมสีด้วยมือบนเปลวไฟ โดยการใช้หมึกออร์แกนิกจากพืชและใบไม้ท้องถิ่นรวมถึงเปลือกไม้ของต้นยูคาลิปตัส scribbly gum ไม้ท้องถิ่นที่สามารถพบได้ในชายฝั่งทะเลตะวันออกของออสเตรเลียหลังจากขั้นตอนการย้อมสีด้วยมือแล้วขนแกะจะถูกตากให้แห้งเป็นเวลาหลายวันก่อนนำไปม้วนอย่างรวดเร็วด้วยมือให้กลายเป็นรูปทรงกลม จากนั้นจึงถูกนำไปทอบนเครื่องทอผ้าด้วยเทคนิคดั้งเดิม ตั้งแต่การทอลายขัด ผูกปมแบบไรอา ตลอดจนการทำพู่

กระบวนการสร้างสรรค์งานฝีมืออันเก่าแก่ได้รับการยกย่องทุกแง่มุมของการออกแบบกระเป๋า Baguette ตัวกระเป๋าและสายสะพายไหล่ราวกับการสรรเสิรญงานศิลปะดั้งเดิมและงานฝีมือ เฉลิมฉลองการผสมผสานเทคนิคอันน่าประทับใจของมิลเลอร์ ซับในของกระเป๋าสร้างสรรค์จากผ้าแคนวาสสีขาวตกแต่งพิเศษด้วยลาย FF หูจับและช่องของกระเป๋ามาในหนังสีเบจ buttery beige พร้อมด้วยตัวล็อกฝากระเป๋าหนัง ย้อมสีที่เข้ากัน ในขณะเดียวกันยังมีอะไหล่เงินพาลาเดียมเสริมความทันสมัยให้กลับซิลูเอทอันเป็นเอกลักษณ์

นาตาลี มิลเลอร์ (Natalie Miller) เป็นศิลปินนักออกแบบสิ่งทอและสถาปนิกชื่อดังระดับโลก จาก หมู่บ้านแคงกาลูนในเซาเทิร์นไฮแลนด์ส ประเทศออสเตรเลีย แม่ของมิลเลอร์เคยเป็นช่างตัดเสื้อ และพ่อของเธอเป็นนักประดิษฐ์เครื่องมือและช่างก่อสร้างด้านพรสวรรค์ในด้านงานฝีมือจากครอบครัวของเธอนั้น ทำให้มิลเลอร์สร้างสรรค์พรมทอแขวนผนังหลากหลายสีสันจากการย้อมสีผ้าขนแกะของออสเตรเลียด้วยมือ สตูดิโอของเธอตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันสวยงามของเซาเทิร์นไฮแลนด์ส และเป็นดั่งสถานที่แห่งแรงบันดาลใจอย่างไม่รู้จบจากทุ่งหญ้าที่งดงามและสีสันของท้องฟ้า

ด้วยการยกย่องมรดกทางวัฒนธรรมของออสเตรเลีย มิลเลอร์ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ผลงานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างการย้อมสีผ้าขนแกะเมอริโน่ท้องถิ่นด้วยมือโดยมีการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอมิลเลอร์ยังนำความรู้ของเธอไปใช้กับงานบูติกขนาดเล็กในด้านสิ่งทอ การออกแบบ และการพักผ่อนเชิงสร้างสรรค์ ที่จัดขึ้นในออสเตรเลีย เอเชีย ปารีส และอเมริกา ในระหว่างกิจกรรมอันผ่อนคลายเหล่านี้เธอได้สอนผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับศิลปะการทอผ้าและมาคราเม่ เปิดมุมมองของพวกเขาให้เห็นวิธีใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ สำหรับมิลเลอร์ความสุขอยู่ในเส้นทางของเธอเสมอ และเธอได้ตั้งปณิธานที่จะถ่ายทอดความรักในงานฝีมือให้กับผู้อื่นอีกด้วย

สสส. ผนึก การเคหะแห่งชาติ จัดทำคู่มือออกกำลังกาย เตรียมตัวเข้าสู่ผู้สูงวัย

https://www.naewna.com/lady/838653

สสส. ผนึก การเคหะแห่งชาติ จัดทำคู่มือออกกำลังกาย เตรียมตัวเข้าสู่ผู้สูงวัย

สสส. ผนึก การเคหะแห่งชาติ จัดทำคู่มือออกกำลังกาย เตรียมตัวเข้าสู่ผู้สูงวัย

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการพัฒนารูปแบบส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวัยกลางคน (เตรียมตัวสู่วัยสูงอายุ) และผู้สูงวัยในรูปแบบชีวิตใหม่ ซึ่งร่วมกับ ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา จัดทำคู่มือการออกกำลังกาย สำหรับการเตรียมตัวเข้าสู่ผู้สูงอายุ (วัยกลางคน) และคู่มือการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุเพื่อสร้างการมีสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมทางกายอย่างถูกต้อง รวมถึงจัดกิจกรรมบนพื้นที่การเคหะแห่งชาติ โดยภายในงานร่วมรับฟังบรรยายในหัวข้อ “สูงวัยอย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ”, “มาสร้างชีวิตที่ดีก่อนวัยสูงอายุ”รวมถึงฝึกปฏิบัติการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุและวัยกลางคน (เตรียมตัวสู่วัยสูงอายุ) จาก ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ และคณะ และ“กินอย่างไรให้สุขภาพดี” จาก อ.ณัฐนรีกระบวนรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสันทนาการ การเคหะแห่งชาติ

ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า โครงการพัฒนารูปแบบส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวัยกลางคน และผู้สูงวัยในรูปแบบชีวิตใหม่ เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คนวัยกลางคน (เตรียมตัวสู่วัยสูงอายุ) และผู้สูงอายุ ได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ผ่านคู่มือการออกกำลังกาย สำหรับการเตรียมตัวเข้าสู่ผู้สูงอายุ (วัยกลางคน) และคู่มือการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยกลางคน (เตรียมตัวสู่วัยสูงอายุ) ยังขาดการเคลื่อนไหวร่างกายที่เพียงพอ จึงเสี่ยงต่อโรคต่างๆ มากมาย ดังนั้นโครงการฯ นี้จะช่วยทำให้ทุกคนได้มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของตนเอง

ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ

“สำหรับโครงการพัฒนารูปแบบส่งเสริมกิจกรรมทางกายฯ จะสร้างความรู้ และแนะนำวิธีการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมทางกายอย่างถูกต้อง สำหรับบุคคล 2 ช่วงวัย ได้แก่ วัยกลางคน (เตรียมตัวสู่วัยสูงอายุ) มักจะมีวิถีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในที่ทำงานเป็นหลัก จึงมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง เนื่องจากต้องนั่งทำงาน หรือประชุม เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอายุ 30 – 40 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มถดถอย กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง ส่งผลให้มีปัญหาสุขภาพตามมา ทำให้การออกกำลังกายจึงมีความสำคัญต่อการช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อ และโครงสร้างร่างกาย พร้อมกันนั้นยังช่วยป้องกันปัญหาที่เกี่ยวกับกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงในการเคลื่อนไหวและการทรงตัว รวมถึงการออกกำลังกายด้วยแรงต้านทาน หรือการฝึกด้วยน้ำหนักจึงมีความสำคัญและจำเป็นต่อสุขภาพของคนในวัยนี้

ในช่วงวัยกลางคน (เตรียมตัวสู่วัยสูงอายุ) จำเป็นต้องมีหลักการออกกำลังกายที่เหมาะสม (FITT Principle) โดยแบ่งเป็น 4 ประการ ได้แก่ 1.ความถี่หรือความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย (Frequency) 2.ความหนักหรือความเข้มข้นในการออกกำลังกาย (Intensity) 3.ระยะเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง (Time) และ 4.ประเภทของการออกกำลังกาย (Type) รวมถึงควรจะเลือกกิจกรรมหรือการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยเน้นไปที่กล้ามเนื้อหลัก 7 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกล้ามเนื้อต้นขา, สะโพก,หลัง, หน้าท้อง, อก, ไหล่ และต้นแขน ซึ่งหลังการออกกำลังกายทุกครั้งควรตามด้วยการยึดเหยียดกล้ามเนื้อเสมอ เพื่อช่วยเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นตัวของกล้ามเนื้อและข้อต่อได้ นอกจากนี้ เหล่าคนวัยกลางคน (เตรียมตัวสู่วัยสูงอายุ) ที่ชื่นชอบและรักการออกกำลังกาย จะได้เข้าใจหลักการและมีแรงบันดาลใจเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองอย่างถูกวิธีเป็นประจำและสม่ำเสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีและนำไปสู่การใช้ชีวิตในการทำงานอย่างมีความสุขโดยปราศจากปัญหาด้านสุขภาพ

ด้านวัยผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นจะสูญเสียความยืดหยุ่นตัวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ซึ่งทำให้มีอาการเจ็บปวดได้ง่าย โดยจำเป็นต้องหาทางเลือกออกกำลังกายที่เหมาะสมทั้งรูปแบบ วิธีการ และระดับความหนักเบา ไม่จำเป็นต้องทำตามหรือเลียนแบบผู้อื่น เพื่อที่จะให้ตนเองมีสุขภาพที่ดีหรือแข็งแรง แต่ควรหาวิธีที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการออกกำลังกายให้กับตนเองได้อย่างเป็นประโยชน์มากที่สุด

สำหรับการฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและความอ่อนตัวของข้อต่อของผู้สูงวัยนั้น ถือเป็นส่วนสำคัญของโปรแกรมการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายโดยรวม (Total Body Fitness Program) เพราะจะสามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บ และลดความแข็งเกร็งกล้ามเนื้อและข้อต่อได้ ยิ่งการเดินหรือการจ๊อกกิ้งจำเป็นต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆ และทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ สะโพก ขา เข่า และข้อเท้า เพื่อผ่อนคลาย รวมถึงการรักษาสมดุลทางด้านจิตใจ ให้มีความสดชื่น และรักษาจุดศูนย์ถ่วงของร่างกาย เพื่อไม่ให้ล้มหรือเสียการทรงตัว พร้อมสร้างเสริมกล้ามเนื้อที่อ่อนแอให้แข็งแรง”ศ.ดร.เจริญ กล่าว

ทั้งนี้ หน่วยงานที่สนใจสามารถติดต่อขอรับคู่มือการออกกำลังกาย สำหรับการเตรียมตัวเข้าสู่ผู้สูงอายุ(วัยกลางคน) และคู่มือการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.095-3187085 หรือ edutainment.project999@gmail.com

คุณแหน : 1 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/838671

คุณแหน : 1 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 1 พฤศจิกายน 2567

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ชื่นชม ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่จับมือ กรมควบคุมโรค พัฒนาหลักสูตรครูฝึกอบรม อสม. เน้นความรู้โรค NCDs แบบเข้าใจง่ายเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพปชช.ในชุมชนให้ห่างไกลโรค NCDs คาดจะเสร็จไตรมาสแรกปี’68..

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ ประเสริฐ กตัญญู ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า..

ll วัลยา จิราธิวัฒน์ วันเกิดปีนี้ร่วมทานอาหารเที่ยงและอยู่ฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..

ll ดร.ภาสกร ประถมบุตรเป็นผู้แทน สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(depa)รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลบริการภาครัฐระดับดีประเภทนวัตกรรมการบริการ ประจำปี 2567จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)ย้ำความสำเร็จของ depa ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนการบริการภาครัฐ..

ll แม้ภารกิจมากแต่ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน จัดสรรเวลามาบรรยายให้หลักสูตร DIGITAL JUMPSTART รุ่นที่ 2 ตามคำเชิญของ ดร.ปรีสาร รักวาทิน..

ll นพ.สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์เลิศ ผอ.รพ.ขอนแก่น ต้อนรับคณะดูงานจาก KYUSHU UNIVERSITY, Department of Mechanical engineering Faculty of Engineering ประเทศญี่ปุ่น นำโดย Professor Jumpei Arata พร้อมคณะ และ Asian Collaborative Forum (ACF) นำโดย ศ.นพ.โกวิท คำพิทักษ์และคณะ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานด้านการรับบริการ Flow Consultation และการรักษา Stroke Rehabilitation รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยเส้นเลือดสมองใน รพ.ขอนแก่น เพื่อนำข้อมูลนี้สู่การพัฒนาต่อยอดและคิดนวัตกรรมหุ่นยนต์..

ll เพื่อนๆ ชาว MPPM#1 ร่วมยินดีกับ ดร.เกียรติศักดิ์ วรวิทย์รัตนกุลที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นประจำปี 2567 และเข็มอาสาสมัครจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯและกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ..

ll ผศ.ดร.ภก.นรินทร์ จันทร์ศรีคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น ต้อนรับคณะอนุกรรมการตรวจเยี่ยมเพื่อรับรองสถาบันของสภาเภสัชกรรม ผศ.ดร.ภก.ธนภัทรทรงศักดิ์,รศ.ดร.ภญ.สุชาดา ชุติมาวรพันธ์,รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์,ผศ.ภญ.ฐิติมาด้วงเงิน..

ll วันเกิดปีนี้ ดร.เอื้อมพร ปัญญาใสได้หวานใจ ชำนาญ ปัญญาใส พาไปฉลองยาวกับเพื่อนๆ ด้วยทริปไปท่องเฉิงตู-ฉงชิ่ง 6 วัน..

llภญ.จันทนา ลี้สวัสดิ์ พร้อม พ.อ.หญิง ภญ.อรัญญา ชาวไชย,ภญ.เกื้อกูล มาคะสิระเป็นตัวแทนเพื่อนๆ เภสัช มช. รุ่น 18 ไปร่วมเสียใจกับ ภญ.พัชรีย์ ตระกูลเรืองวิเศษที่สูญเสียคุณแม่อัมพร พันธ์วิลัย..

ll หลายคนอาจไม่ทราบว่า 77% ของโลหิตที่ได้รับจากการบริจาคโลหิตถูกนำไปช่วยผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดเฉียบพลัน เช่น ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ ผู้เข้ารับการผ่าตัด และคลอดบุตร เพราะผู้ที่เสียเลือดจำนวนมาก อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงจำเป็นต้องได้รับโลหิตให้ทันท่วงที หากคุณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนมาร่วมบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งสำรองคงคลังให้กับผู้ป่วย..ll

น้องใหม่

พร้อมแล้ว! งานสุดยิ่งใหญ่‘ศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่6’ กลับมาอีกครั้งกับงาน‘ศิริราช @บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6’จัดจ้านในย่านนี้

https://www.naewna.com/lady/838658

พร้อมแล้ว! งานสุดยิ่งใหญ่‘ศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่6’  กลับมาอีกครั้งกับงาน‘ศิริราช @บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6’จัดจ้านในย่านนี้

พร้อมแล้ว! งานสุดยิ่งใหญ่‘ศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่6’ กลับมาอีกครั้งกับงาน‘ศิริราช @บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6’จัดจ้านในย่านนี้

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลเตรียมจัดงาน “ศิริราช @บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6”(จัดจ้านในย่านนี้) ภายใต้แนวคิด “สามัญประจำย่าน” ย่านดียืนหนึ่งยาวนานกว่า 136 ปี งานเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ที่รวมเอาทุกความสนุกมาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนเขตบางกอกน้อย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างบรรยากาศแห่งความสุขร่วมกัน ระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2567

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เล็งเห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จึงจัดงานศิริราช @บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6 จัดจ้านในย่านนี้ขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุขภายในองค์กร เปิดโอกาสให้บุคลากรได้ผ่อนคลายและสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความสุขร่วมกัน (Happy Workplace) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนบางกอกน้อยและภาคีเครือข่าย อีกทั้ง ยังมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม กระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความมีส่วนร่วมในด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลิตภัณฑ์ของดีบางกอกน้อยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่นขันลงหินบ้านบุ สเตนเลสบ้านบุคอลเลคชั่น มะตูมเชื่อม ข้าวเม่าหมี่ศักดิ์ปรีชาเซรามิค หัตถกรรมเบญจรงค์ไทย ผ้าเขียนลาย (ผ้าใยกัญชง) น้ำมันสมุนไพรไทย สินค้า OTOP จากเขตบางกอกน้อย และร้านค้าจากชุมชนเขตบางกอกน้อย นอกจากนี้ยังส่งเสริมกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เช่น การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ซึ่งจะช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารถคัดแยกขยะได้อย่างถูกต้อง ร้านค้าภายในงานกำจัดของเสียอย่างถูกวิธี ซึ่งนำไปสู่นโยบายสาธารณะ ตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “สามัญประจำย่าน”มาจากยาสามัญประจำบ้านที่ประชาชนควรซื้อไว้ดูแลตัวเอง แต่บ้านของเรามีขนาดใหญ่และมีหลายชีวิตที่จะต้องดูแล คงต้องเรียกว่าย่าน ซึ่งย่านบางกอกน้อยได้ดูแลกันมายาวนานกว่า 136 ปี แสดงถึงความจัดจ้านในการดูแลสุขภาพกายและใจ เป็น ความห่วงใย หรือ CARE โดยมาจาก Contribution & Caring ความห่วงใยที่มีให้กัน อยากให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพดีมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ด้วยการดูแลรักษาโลก (Reduce, Reuse, Recycle, Responsibility) เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน และตอบโจทย์ในเรื่องของ Sustainability และ Edutainment ใช้ความบันเทิงเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้ โดยได้รับความร่วมมือจาก ชุมชนบางกอกน้อย พร้อมทั้งผู้สนับสนุนอีกมากมาย ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด บจก.แสงชัย อีควิพเม้นท์ จำกัด บริษัท สยามราชธานี จำกัด(มหาชน) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลธนบุรี ธนาคารกสิกรไทย บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บริษัท กรีนสปอต จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีที เมดิซิน จำกัด และบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)

ศ.พญ.นันทกร ทองแตง รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและองค์กรสัมพันธ์ กล่าวว่า การจัดงาน ศิริราช @บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6 มาในธีม “จัดจ้านในย่านนี้” เพราะอยากให้ทุกคนได้เพิ่มสีสันให้ชีวิต หลุดจากอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ และมีความสุขขึ้น จึงได้รวบรวมกิจกรรมสุดพิเศษให้ร่วมสนุกกันแบบจุใจ โดยมีกิจกรรมไฮไลท์สร้างสีสันและความสนุกอย่างมากมายถึง 4 ย่านด้วยกัน ได้แก่ ย่าน…แห่งความสุข ณ บริเวณอุทยานสถานพิมุข ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ Getsunova, Scarlett, เบล วริศรา, อิงกฤต The Voice และ เพียว The Voice และเปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาแพทย์และนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ได้แสดงความสามารถด้านดนตรีสากล ดนตรีคลาสสิก คอรัสประสานเสียง วงดนตรีไทย และเต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงขับร้องจากคณะนักร้องประสานเสียงศิริราชอาวุโส ซึ่งมีศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิง ชูศรี พิศลยบุตรเป็นผู้อำนวยการวง และ อาจารย์ศรินทร์ จินตนเสรี เป็นผู้อำนวยการดนตรี รวมถึงนิทรรศการแสดงสินค้าชุมชน“ของดีบางกอกน้อย” รวมถึงนิทรรศการแสดงสินค้าชุมชน “ของดีบางกอกน้อย” ณ บริเวณนี้ด้วย พร้อมเกมสนุกๆ และมีของรางวัลมากมาย

ศ.พญ.นันทกร ทองแตง

ย่าน…สนุก ณ บริเวณลานสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พื้นที่จัดแสดงศิลปะ วัฒนธรรมพื้นถิ่น หัวข้อ “บางกอกน้อยของฉัน My Kind of Bangkok Noi” ของสโมสรนักศึกษาแพทย์ ที่ผู้สร้างสรรค์งานภาพถ่ายได้ถ่ายทอดมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีต่อพื้นที่ “บางกอกน้อย” พื้นที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีความงดงามและหลากหลายผ่านเลนส์กล้องของตนเอง ณ บริเวณหอประชุมราชแพทยาลัย เป็นพื้นที่การแสดงผลงานของสโมสรนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในหัวข้อ “Bangkok Noi past present and future : บางกอกน้อย อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ที่ผู้สร้างสรรค์ได้สะท้อนมุมมองผ่านศิลปะและการถ่ายภาพในมิติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกอดีตที่หอมหวาน การสะท้อนปัจจุบันที่ท้าทาย หรือการวาดฝันถึงอนาคตที่รุ่งเรืองในแบบที่สมดุลกับธรรมชาติ วัฒนธรรม และความเป็นชุมชนของบางกอกน้อย

มีงานศิลปะที่ได้รับความร่วมมือจาก วิชชุลดาปัณฑรานุวงศ์ เจ้าของผลงานศิลปะจากขยะ ที่มีลายเซ็นเป็นผลงานจากสิ่งของเหลือใช้ ที่รังสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อเคลื่อนไหวและสร้างความตระหนักให้กับสังคม รวมถึงบูธฉายานิติกร ให้ทุกคนได้ถ่ายภาพกับฉากสวยๆ โดยคิดค่าบริการเพียงแค่ 99 บาท รวมค่าพิมพ์ภาพ แถมไฟล์ให้ไปดาวน์โหลดได้ฟรี สนับสนุนโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ณ ตึกอดุลยเดชวิกรมชั้น 2 เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ให้ความรู้ทั้งเชิงลึกทางวิชาการแพทย์และพัฒนาการจัดแสดงให้เหมาะสมกับปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน ณ ตึกกายวิภาคศาสตร์ มีอวัยวะมากกว่า 2,000 ชิ้น เพื่อการเรียนรู้วิชากายวิภาคศาสตร์ เริ่มเก็บรวบรวมโดย ศ.เอ็ดการ์ เดวิดสัน คองดอน ความพิเศษทางพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชมช่วงเวลา 17.00-19.00 น. สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ทาง Facebook Siriraj Museum

ย่าน…อร่อย เทศกาลอาหารของอร่อย เอาใจสายกินด้วยการรวมร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้สนับสนุนภายในงานรวมถึงสินค้าของใช้ มากกว่า 100 ร้าน ทั้ง 4 โซน ณ ตึกชัยนาทนเรนทรานุสรณ์ ตึกวิบุลลักสม์ ตึกอำนวยการ หอประชุมแพทยาลัย และอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์

ย่าน…นี้ดี นิทรรศการรักษ์โลก ณ โถงอาคาร 100 ปีสมเด็จพระศรีนครินทร์ และการบริหารจัดการคัดแยกขยะ ภายในงานมีการจัดเตรียมถังขยะรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตื่นตัวเรื่องการจัดการขยะและการบำบัดน้ำเสียอย่างถูกวิธีกันมากขึ้น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และความเข้าใจความเข้าใจเกี่ยวกับขยะประเภทต่างๆ และการทิ้ง/คัดแยกให้ถูกวิธี ณ บริเวณอุทยานสถานพิมุข บริเวณหอประชุมราชแพทยาลัย และหลังตึกอำนวยการ

ในงานจะมี Passport ขั้นตอนง่ายๆ เพียงแวะไปชมบูธต่างๆ ในงาน สะสมคะแนน ให้ประทับตราเพื่อลุ้นรับของที่ระลึกฟรี เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตบางกอกน้อย บุคลากรและนักศึกษาของคณะฯ รวมถึงประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้สัมผัสบรรยากาศที่สนุกและผ่อนคลายไปด้วยกัน

มาร่วมกันสร้างประสบการณ์ดี ๆ ในงาน “ศิริราช @ บางกอกน้อยเฟสติวัล” ครั้งที่ 6 (จัดจ้านในย่านนี้) ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. ณ อุทยานสถานพิมุข คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อย่าลืมแต่งกายสีสันสดใส จัดจ้านกันให้เต็มที่และมาสนุกด้วยกัน

‘พิ้งค์-เหมือนฝัน’กับเดินทางครั้งใหม่‘The Frame x Bad Meaw’ ฉีกทุกข้อจำกัดของศิลปะแบบเดิมด้วย The Frame ไลฟ์สไตล์ทีวีจากซัมซุง

https://www.naewna.com/lady/838662

‘พิ้งค์-เหมือนฝัน’กับเดินทางครั้งใหม่‘The Frame x Bad Meaw’  ฉีกทุกข้อจำกัดของศิลปะแบบเดิมด้วย The Frame ไลฟ์สไตล์ทีวีจากซัมซุง

‘พิ้งค์-เหมือนฝัน’กับเดินทางครั้งใหม่‘The Frame x Bad Meaw’ ฉีกทุกข้อจำกัดของศิลปะแบบเดิมด้วย The Frame ไลฟ์สไตล์ทีวีจากซัมซุง

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในโลกแห่งศิลปะ ดึงตัวศิลปินไทย “พิ้งค์-เหมือนฝัน ทรัพย์เอนก” เจ้าของผลงานคาแร็กเตอร์เหมียวน้อยสุดแสบ “Bad Meaw” มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษในแคมเปญ “The Frame x Bad Meaw” ที่นำคาแร็กเตอร์แมวสุดกวนมาผสมผสานเข้ากับผลงานศิลปะชื่อดังระดับโลก บน The Frame ไลฟ์สไตล์ทีวีของซัมซุง สู่การยกระดับประสบการณ์รับชมศิลปะในมิติใหม่ เปลี่ยนทุกความคิดสร้างสรรค์ให้หลุดจากกรอบเดิมๆ พร้อมพาไปพบความน่ารักที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแคมเปญ

จากแรงบันดาลใจวัยเด็กสู่การคอลแลปกับผลงานศิลปะระดับโลก

การเดินทางครั้งใหม่ในแคมเปญ “The Frame x Bad Meaw” ของ “พิ้งค์-เหมือนฝัน ทรัพย์เอนก” เริ่มต้นจากความชื่นชอบในศิลปะตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงมากมาย จนเป็นแรงบันดาลใจให้เดินตามเส้นทางการเป็นศิลปินของตัวเอง โดยเริ่มจากการเป็นนักวาดภาพประกอบหนังสือ สู่ศิลปินเจ้าของคาแร็กเตอร์แมวน้อย Bad Meaw ที่มีชื่อเสียงจากการทำผลงานอาร์ตทอย และภาพดิจิทัลอาร์ตมากมาย จนได้มีโอกาสมาเจอกับซัมซุง ที่กำลังมองหาศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์มาร่วมงานในแคมเปญนี้

พิ้งค์-เหมือนฝัน เล่าว่า “Bad Meaw เป็นคาแร็กเตอร์ที่สื่อถึงความชอบของเราเองและตัวน้องแมวที่เลี้ยงไว้ ทำให้คาแร็กเตอร์ที่ได้ออกมาในสไตล์ซนๆ และก้าวร้าวนิดๆ ซึ่งซัมซุงได้เข้ามาสานฝันให้เราพา Bad Meaw ออกไปโลดแล่นร่วมกับศิลปะที่โด่งดังระดับโลกบนไลฟ์สไตล์ทีวี The Frame” 

เปิดความน่ารักของ Bad Meaw กับ 5 ผลงานสุดโด่งดัง

ความพิเศษของแคมเปญนี้คือ การดึงเอาลายเส้นและสไตล์การลงสีที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปินดังระดับโลกทั้ง 5 ภาพ มาใช้ออกแบบน้อง Bad Meaw ให้มีสีสันและชีวิตชีวาในรูปแบบใหม่ พร้อมไปโลดแล่นอยู่ในภาพ โดยผลงานทั้งหมดที่เธอเลือกจะเป็นภาพที่คนส่วนใหญ่รู้จัก ได้แก่  Starry Night ภาพท้องฟ้าสีน้ำเงินยามราตรีของ Van Gogh, Water Lilies ภาพสระบัวสุดฟุ้งฝันฉบับ Claude Monet, The Kiss ภาพปิดทองของคู่รักสุดโรแมนติกจากฝีมือ Gustav Klimt, พร้อมภาพรอยยิ้มของหญิงสาวปริศนาอย่าง Mona Lisa ของ Leonardo da vinci และ The Scream ภาพเสียงกรีดร้องใต้ฟ้าสีเพลิงโดย Edvard Munch ซึ่งการต่อยอสร้างสรรค์ผลงานที่มีแรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปินระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้เธอต้องท้าทายตัวเองในเรื่องรูปแบบการทำงานที่ต้องลงมือวาดบนเฟรมจริง เพื่อเก็บรายละเอียดทั้งสีและลักษณะพื้นผิวของภาพให้สมบูรณ์มีกลิ่นอายเอกลักษณ์ของผลงานระดับโลกทั้ง 5 ให้ได้มากที่สุด 

การสร้างสรรค์ผลงานในแคมเปญ “The Frame x Bad Meaw” ถือว่าเป็นการหยิบความน่ารักของเจ้า Bad Meaw มาต่อยอดผ่านการหยิบเอานิสัยซุกซน ที่ถือว่าเป็นภาพจำของเจ้าแมวน้อยตัวแสบนี้ มาผสมเข้ากับความคลาสสิกได้อย่างลงตัว ที่รับรองว่าใครเห็น ก็ต้องยิ้มให้กับความน่ารักสุดกวนของเจ้าแมวน้อยที่ป่วนอยู่ใน The Frame

ฉีกทุกข้อจำกัดของศิลปะแบบเดิมด้วย The Frame 

นอกเหนือจากความพิเศษในการออกแบบน้อง Bad Meaw แล้ว ยังได้เทคโนโลยีสุดว้าวจาก The Frame ไลฟ์สไตล์ทีวีของซัมซุง มาร่วมเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดผลงานสุดพิเศษให้มีชีวิตชีวา ตอบโจทย์ศิลปินอย่างเธอที่ต้องการนำเสนอผลงานให้ออกมาตรงกับคุณภาพที่ตั้งใจไว้

พิ้งค์-เหมือนฝัน ได้เล่าถึงความรู้สึกประทับใจจากการทำงานในครั้งนี้ว่า “The Frame มีจุดเด่นที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งศิลปินและคนที่ชอบสะสมงานศิลปะได้ดีมาก เพราะมีเทคโนโลยี Matte Display ทำให้หน้าจอไม่มีแสงสะท้อน และเทคโนโลยี QLED ให้ภาพสีสันสวยสมจริง การันตีคุณภาพของสีสันที่แสดงผลบนหน้าจอด้วยการรับรองความถูกต้องของสีด้วย Pantone® Validated รวมทั้งยังสามารถเปลี่ยนมุมจอได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง เหมาะกับทุกสไตล์การแต่งบ้าน พร้อมเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงและสัมผัสผลงานดังระดับตำนานทั่วโลกได้ง่ายๆ เหมือนมีผลงานของจริงตั้งอยู่ที่บ้าน ผ่านฟีเจอร์ Samsung Art Store ที่มีผลงานศิลปะระดับโลกมากกว่า 2,500 ชิ้นให้เลือกได้ตามต้องการ” 

แคมเปญ “The Frame x Bad Meaw” นอกจากซัมซุงจะคอลแลปร่วมกับศิลปินไทยแล้ว ยังถือเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างศิลปิน ผลงาน และผู้ชมเข้าไว้ด้วยกันผ่านเทคโนโลยี ทลายกรอบและข้อจำกัดเดิมๆ ในการจัดแสดงผลงานศิลปะ นำไปสู่แรงผลักดันในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน