กัมพูชาค้นพบรูปปั้นทวารบาลหินทราย อายุกว่าพันปีในนครธม

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822923

กัมพูชาค้นพบรูปปั้นทวารบาลหินทราย อายุกว่าพันปีในนครธม

31 ต.ค. 2567 09:09 น.

กัมพูชาค้นพบรูปปั้นทวารบาลหินทราย อายุกว่าพันปีในนครธม

นักโบราณคดีในกัมพูชาขุดพบรูปปั้นหินทรายอายุกว่า 1 พันปี จำนวน 12 องค์ที่แหล่งมรดกโลกนครวัด ใกล้เมืองเสียมราฐ

รูปปั้นทวารบาลหรือผู้เฝ้าประตูหินทรายในท่ายืนเหล่านี้ ถูกค้นพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่ทีมสำรวจองค์การอัปสราแห่งชาติกัมพูชากำลังประเมินโครงสร้างของประตูโบราณและค้นหาก้อนหินที่ร่วงหล่นรอบ ๆ ประตูทางด้านเหนือของนครธม

โดยรูปปั้นที่พบมีขนาดต่างกันตั้งแต่ประมาณ 1 เมตร ถึง 110 เซนติเมตร หรือประมาณ 39 ถึง 43 นิ้ว ถูกฝังอยู่ลึกลงไปราว 1.4 เมตร และบางองค์อยู่ในสภาพสมบรูณ์อย่างน่าประหลาดใจ แต่ละองค์จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เช่น เคราที่ตกแต่งอย่างละเอียด

นครธมเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานโบราณคดีนครวัด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร  ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปี 1992 และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรายงานว่าในช่วงมกราคม-กันยายน ปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวเกือบ 700,000 คน  สร้างรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมเป็นจำนวนเงิน 30.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.02 พันล้านบาท.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กัมพูชา

เหยื่อน้ำท่วมสเปนพุ่ง 95 ศพ เลวร้ายสุดรอบ 50 ปี สูญหายอีกหลายราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822899

เหยื่อน้ำท่วมสเปนพุ่ง 95 ศพ เลวร้ายสุดรอบ 50 ปี สูญหายอีกหลายราย

31 ต.ค. 2567 06:18 น.

เหยื่อน้ำท่วมสเปนพุ่ง 95 ศพ เลวร้ายสุดรอบ 50 ปี สูญหายอีกหลายราย

สเปนกำลังเผชิญเหตุน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 50 ปี โดยจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 95 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (29 ต.ค. 2567) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในภาคตะวันออกของสเปน โดยเฉพาะในแคว้นบาเลนเซีย ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด สะพานหลายสายถูกตัดขาด ประชาชนต้องหนีน้ำขึ้นหลังคาหรือปีนขึ้นไปบนต้นไม้ เพื่อรอความช่วยเหลือ

ประธานาธิบดี เปโดร ซานเชซ ประกาศไว้อาลัยแก้ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน และเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังพร้อมทั้งให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะฟื้นฟูความเสียหายทั้งหมดกลับมาให้สมบูรณ์ “ทั้งสเปนร่ำไห้ไปพร้อมกับคุณ … เราจะไม่ทอดทิ้งคุณ”

ทั้งนี้ เหตุน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในสเปน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 95 ศพ นับเป็นอุทกภัยที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่เหตุน้ำท่วมใหญ่ในปี 2516 ซึ่งมีผู้เคราะห์ร้ายไม่น้อยกว่า 150 ศพ หลังเกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

รัฐบาลเตือนด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีคนอีกมากที่ยังสูญหาย

บางเมืองในแคว้นบาเลนเซีย เช่นเมืองตูริส, ชิวา และ บูนอล เผชิญฝนตกวัดปริมาณน้ำได้มากกว่า 400 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับฝนที่ตกตลอดทั้งปีในสภาวะปกติ ทำให้สำนักงานสภาพอากาศ AEMET ต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดงเมื่อวันอังคาร ก่อนจะลดระดับเป็นสีอำพัน (amber) ในเวลาต่อมา เนื่องจากฝนลดลง

หน่วยฉุกเฉินกับทหารอีกมากกว่า 1,000 นาย เร่งออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตั้งแต่เช้าวันพุธ แต่บางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม มีข้อกล่าวหาเกิดขึ้นเป็นวงกว้างในสเปน ว่าเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ประกาศเตือนภัยช้าเกิดนไป ทำให้ผู้คนไม่ทันได้หลบหนีจากท้องถนนและขึ้นที่สูง

ข้อมูลระบุว่า สำนักงานป้องกันพลเรือนไม่ได้ประกาสเตือนภัยจนถึงเวลา 20.15 น. วันอังคาร แต่ในเวลานั้น เมืองชิวากับอีกหลายเมืองก็ถูกน้ำท่วมไปนานร่วม 2 ชั่วโมงแล้ว

รัฐบาลท้องถิ่นของแคว้นบาเลนเซียก็ต้องพยายามออกมาแก้ต่างให้ตัวเอง ที่ตัดสินใจยุบหน่วยฉุกเฉินบาเลนเซีย ซึ่งก่อตั้งโดยรัฐบาลชุดก่อน เพื่อรับมือภัยธรรมชาติอย่างเช่นน้ำท่วมและไฟป่า

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ศาลสูงสุดอนุญาตรัฐเวอร์จิเนีย ตัดผู้สงสัยเป็นต่างด้าว จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822898

ศาลสูงสุดอนุญาตรัฐเวอร์จิเนีย ตัดผู้สงสัยเป็นต่างด้าว จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

31 ต.ค. 2567 05:15 น.

ศาลสูงสุดอนุญาตรัฐเวอร์จิเนีย ตัดผู้สงสัยเป็นต่างด้าว จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไฟเขียวให้รัฐเวอร์จิเนีย ดำเนินโครงการ ตัดชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นคนต่างด้าว ออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต่อไปได้ แม้มีข้อครหาว่า มีพลเมืองติดร่างแหไปด้วยก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินในวันพุธ อนุญาตให้รัฐเวอร์จเนียดำเนินโครงการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อตัดชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นคนต่างด้าว ออกจากทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต่อไปได้ ในขณะที่การเลือกตั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังจะมาถึงในสัปดาห์หน้า

ศาลสูงสุดซึ่งฝ่ายอนุรักษ์นิยมครองเสียงส่วนใหญ่ (6-3) มีคำตัดสินโดยไม่ให้เหตุผลใดๆ ขณะที่ผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยม 3 คน ก็คัดค้านโดยไม่อธิบายเหตุผลใดๆ เช่นกัน

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ากรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้โหวตจำนวนเพียงเล็กน้อยในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งไม่ถือว่าเป็นรัฐสมรภูมิที่ต้องมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้ง 2 คน แต่คำตัดสินนี้ถือเป็นชัยชนะสำหรับฝ่ายรีพับลิกัน หลายคนพยายามผลักดันข้อกล่าวหาที่ว่า มีคนต่างด้าวร่วมโหวตในการเลือกตั้งเป็นวงกว้าง

แต่กลุ่มสนับสนุนสิทธิ์การเลือกตั้งหลายกลุ่ม ชี้ว่า มีหลักฐานว่า มีพลเมืองผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ติดร่างแหเข้าไปในความพยายามตัดชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นคนต่างด้าวของรัฐเวอร์จิเนียด้วย และโจมตีคำตัดสินของศาลสูงสุดว่า น่าเจ็บแค้น และน่ากังวล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : cnn

ฟ้องให้หยุดแจกเงิน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822735

ฟ้องให้หยุดแจกเงิน

31 ต.ค. 2567 05:12 น.

ฟ้องให้หยุดแจกเงิน

เส้นทางสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 47 ระหว่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้สมัครชิงตำแหน่งจาก พรรครีพับลิกัน และ นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้สมัครจาก พรรคเดโมแครต ถ้าเปรียบเป็นหมัดมวยการชก คนดูก็ลุ้นกันสนุกอยู่แล้ว แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังบรรดากองเชียร์รอบสังเวียนที่เปิดหน้าศึกกันอย่างคึกคักว่าใครยืนอยู่ข้างใคร

ฝั่งแฮร์ริสก็โกยเสียงสนับสนุนจากคนบันเทิงไปแทบจะครึ่งค่อนวงการ ขณะที่ฝั่งทรัมป์ ก็ได้ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทสเปซเอ็กซ์ รถยนต์ไฟฟ้าเทสลา รวมถึงเจ้าของโซเชียลเอ็กซ์ ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นบุคคลที่รวยระดับล้านล้านคนแรกของโลกในเร็วๆนี้ มาเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดในการก้าวสู่ทำเนียบขาว ครั้งที่ 2 ของทรัมป์

มัสก์ตั้งโครงการ “อเมริกัน แพค” (America PAC) สนับสนุนการหาเสียงของทรัมป์ โดยอัดฉีดเงินให้โครงการนี้ไปแล้วราวกว่า 70 ล้านดอลลาร์ (กว่า 2,360 ล้านบาท) เรียกว่าขนหน้าแข้งไม่ร่วง เพื่อช่วยให้ทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันคนอื่นๆชนะการเลือกตั้งในวันที่ 5 พ.ย. แถมสวมบท “ป๋าใจป้ำ”  แจกเงิน 1 ล้านดอลลาร์หรือราว 34 ล้านบาท ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงนามในคำร้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯครั้งที่ 1 และ 2 เพื่อสนับสนุนคำมั่นสัญญาตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเสรีภาพในการพูดและสิทธิในการพกพาอาวุธ โดยจะสุ่มเลือกผู้โชคดีทุกวันไปจนถึงวันเลือกตั้ง ขณะนี้มีผู้ที่ได้รับเงินล้านจากมัสก์ไปแล้วหลายราย จนเกิดเสียงวิจารณ์อื้ออึงจากบรรดานักกฎหมายที่มองว่า นี่คือการจูงใจให้บุคคลลงคะแนนเสียง ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของรัฐบาลกลาง

ตอนนี้ นายแลร์รี คราสเนอร์ อัยการเขตฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯที่อยู่ ฝ่ายเดโมแครต ได้ยื่นฟ้องมัสก์ และกลุ่มอเมริกัน แพค ต่อศาลรัฐฯ ระบุว่านี่คือโครงการลอตเตอรี่ที่ผิดกฎหมายและให้หยุดแจกเงินได้แล้ว

การเลือกตั้งผู้ที่จะขึ้นมากุมบังเหียนถิ่นพญาอินทรีครั้งนี้ ดูทรงแล้ว…ก็น่าจะเป็นหนังยาวระดับมหากาพย์!

ภัค เศาระ

ตำรวจก็โดน เวียดนามจำคุก 6 ผู้ต้องหา คดีไฟไหม้คาราโอเกะ 32 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822889

ตำรวจก็โดน เวียดนามจำคุก 6 ผู้ต้องหา คดีไฟไหม้คาราโอเกะ 32 ศพ

31 ต.ค. 2567 03:20 น.

ตำรวจก็โดน เวียดนามจำคุก 6 ผู้ต้องหา คดีไฟไหม้คาราโอเกะ 32 ศพ

ศาลเวียดนามตัดสินจำคุกจำเลย 6 คน รวมตำรวจ 4 นาย จากความผิดที่เกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้คาราโอเกาะ เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 ศพ

เมื่อวันพุธที่ 30 ต.ค. 2567 ศาลในจังหวัด บินห์เซือง ทางใต้ของเวียดนาม ตัดสินจำคุก เจ้าของคาราโอเกะ, ผู้รับเหมาด้านระบบป้องกันไฟไหม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 4 นาย ในข้อหา ละเมิดมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย และปล่อยปละละเลย จนทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้คาราโอเกะ เมื่อปี 2565 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 32 ศพ

นายเล อันห์ ซวน เจ้าของคาราโอเกะถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 8 ปี ขณะที่ผู้รับเหมาถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ส่วนตำรวจอีก 4 นาย ซึ่งถูกจับฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบและอนุมัติระบบป้องกันเพลิงไหม้ของคาราโอเกะแห่งนี้ ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน ถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 4 ปี ถึง 7 ปีครึ่ง

คำพูดส่งท้ายของนายเลในการไต่สวนเมื่อสัปดาห์ก่อน เขากล่าวขอโทษต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว โดยยอมรับว่า “ความผิดพลาดของผมสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง”

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2565 เกิดไฟไหม้รุนแรงบริเวณชั้น 2 ของตึกคาราโอเกาะขนาด 30 ห้อง ที่จังหวัด บินห์เซือง ขังลูกค้าและพนักงานหลายคนไว้ด้านใน ขณะที่ควันไฟหนาทึบปกคลุมบันไดและปิดกั้นทางหนีไฟ ส่งผลให้คนจำนวนมาก แห่มาที่ระเบียงเพื่อหนีไฟไหม้ หลายคนตัดสินใจกระโดดจากอาคารเพื่อเอาตัวรอด

จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในเหตุการณ์นี้อยู่ที่ 32 ศพ เป็นชาย 17 ศพ หญิง 15 ศพ

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วเวียดนาม ณ ขณะนั้น และนำไปสู่การปิดคาราโอเกะหลายพันแห่งทั่วประเทศ เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

UK พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822892

UK พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ

31 ต.ค. 2567 02:30 น.

UK พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ

สหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ โดยเป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกา และตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างรักษาตัว

เมื่อวันพุธที่ 30 ต.ค. 2567 สำนักงานความมั่นคงสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) เปิดเผยว่า พวกเขาตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัส “ฝีดาษลิง” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “เอ็มพ็อกซ์” สายพันธุ์ใหม่ เป็นรายแรกของประเทศ แต่ยืนยันว่า ความเสียงต่อประชากรคนอื่นๆ ยังอยู่ในระดับต่ำ

เอ็มพ็อกซ์สายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว หรือ “เคลด 1บี” (clade 1b) เป็นลูกหลานของเชื้อสายพันธุ์ “เคลด 1” โดยเพิ่งถูกพบเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ในแอฟริกา ซึ่งกำลังเผชิยการแพร่กระจายอย่างหนักของเชื้อฝีดาษลิง และทำให้องค์การอนามัยโลก ต้องประกาศให้ไวรัสเอ็มพ็อกซ์ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

UKHSA ระบุว่า ผู้ป่วยที่พบในสหราชอาณาจักร เพิ่งเดินทางไปยังประเทศในทวีปแอฟริกาเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะมาตรวจพบโรคขณะอยู่ในกรุงลอนดอน ซึ่งผู้ติดเชื้อรายนี้ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเฉพาะทางแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังสังเกตการณ์ผู้สัมผัสใกล้ชิด ว่ามีการแพร่กระจายของเชื้อหรือไม่

ตอนนี้ เชื้อ เคลด 1บี แพร่กระจายเป็นหลักในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก นอกจากนั้นยังพบเชื้อในประเทศแอฟริกาอื่นๆ อย่าง บุรุนดี, รวันดา, ยูกันดา และเคนยา ก่อนจะเริ่มมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อใน สวีเดน, อินเดีย และเยอรมนี โดยเกือบทุกราย เป็นการเดินทางมาจากประเทศในแอฟริกา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ไบเดนแก้ตัว ปัดเรียกคนหนุนทรัมป์เป็นขยะ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822887

ไบเดนแก้ตัว ปัดเรียกคนหนุนทรัมป์เป็นขยะ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

31 ต.ค. 2567 02:05 น.

ไบเดนแก้ตัว ปัดเรียกคนหนุนทรัมป์เป็นขยะ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

โจ ไบเดน แก้ตัวพัลวัน หลังเขาถูกกล่าวหาว่า เรียกผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นขยะ ในขณะที่การหาเสียงเลือกตั้งเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังถูกกล่าวหาว่า เรียกผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นขยะ ซึ่งเจ้าตัวโพสต์ข้อความเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ในวันพุธที่ 30 ต.ค. 2567 ยืนยันว่า เป็นการตีความคำพูดของเขาอย่างไม่ถูกต้อง

ก่อนหน้านี้ที่งานอีเวนต์ซึ่งจัดโดยกลุ่มฮิสแปนิก “Voto Latino” เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไบเดนได้แสดงความเห็นเรื่องที่ นายโทนี ฮินช์คลิฟฟ์ นักแสดงตลกชื่อดัง เรียกเปอร์โตริโกว่า “เกาะขยะลอยได้” ที่งานหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก

นายไบเดนกล่าวว่า “ขยะเดียวที่ผมเห็นลอยอยู่ตรงนั้นคือผู้สนับสนุนของเขา การป้ายสีชาวลาตินให้ชั่วร้ายของเขานั้น เป็นเรื่องไร้จิตสำนึก และไม่เป็นอเมริกัน ตรงข้ามกับทุกสิ่งที่เราทำมา และทุกอย่างที่เราเป็นอย่างสิ้นเชิง”

คำพูดดังกล่าวของไบเดนกลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที โดยหลายคนกล่าวหาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเรียกผู้สนับสนุนนายทรัมป์เป็นขยะ แต่นายแอนดรูว์ เบตส์ โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า นายไบเดนพูดถึงวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง ที่เกิดขึ้นในงานหาเสียงที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ไม่ได้หมายถึงผู้สนับสนุนนายทรัมป์

ก่อนที่นายไบเดนจะโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านบัญชีผู้ใช้ X อย่างเป็นทางการของตัวเอง โดยระบุว่า “ก่อนหน้านี้ในวันนี้ ผมสื่อถือวาทกรรมสร้างความเกลียดชังเกี่ยวกับเปอร์โตริโก ที่พูดออกมาโดยผู้สนับสนุนของนายทรัมป์ ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ซึ่งนั้นเป็นคำเดียวที่คิดออกเพื่อบรรยายมันออกมา”

“การป้ายสีชาวลาตินให้ชั่วร้ายของเขานั้น เป็นเรื่องไร้จิตสำนึก ผมต้องการจะพูดเพียงเท่านั้น การแสดงความเห็นที่งานหาเสียงนั้นไม่ได้สะท้อนว่าพวกเราทั้งประเทศเป็นใคร”

ทั้งนี้ ข้อครหาของไบเดนเกิดขึ้นในขณะที่การหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024 เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายแล้ว ในขณะที่คะแนนนิยมของทั้ง 2 ฝ่ายยังคงสูสีกันมาก จนยากจะบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด

ในวันพุธ คามาลา แฮร์ริส ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ให้สัมภาษณ์กับสื่อเรื่องคำพูดของนายไบเดนว่า “ฟังนะ ก่อนอื่นฉันคิดว่า เขาได้ชี้แจงคำพูดของเขาไปแล้ว แต่ขอฉันพูดให้ชัดอีกครั้ง ฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับการวิพากษ์วิจารณ์ใครโดยดูจากคนที่พวกเขาโหวตเลือก”

“ฉันเชื่อว่า งานที่ฉันทำคือการเป็นตัวแทนคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนฉันหรือไม่ก็ตาม” แฮร์ริสกล่าว ขณะอยู่ที่ฐานทัพร่วม แอนดรูว์ และย้ำอีกครั้งว่า หากได้รับเลือก เธอจะเป็นตัวแทนของชาวอเมริกันทุกคน และจะพยายามหาทางทำตามความปรารถนาของพวกเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : apnews

สเปนน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี ดับพุ่ง 64 ศพ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822885

สเปนน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี ดับพุ่ง 64 ศพ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

30 ต.ค. 2567 22:37 น.

สเปนน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี ดับพุ่ง 64 ศพ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

สเปนกำลังเผชิญเหตุน้ำท่วมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี หลังจำนวนผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 64 ศพแล้ว

สำนักขาวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมใหญ่ที่สเปน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 64 ศพแล้ว วันที่ 30 ต.ค. 2567 หลังเกิดฝนตกหนักในแคว้นบาเลนเซีย ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จนทำให้ถนนและเมืองหลายแห่งถูกน้ำท่วมขัง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือบดขนาดเล็ก ตระเวนไปตามพื้นที่น้ำท่วม เพื่อช่วยอพยพผู้คน และพวกเขากำลังพยายามหาทางเพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด

ภาพความเสียหายที่เมืองเลตูร์ หลังเกิดฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

นายคาร์ลอส มาซอน ประธานบริหารแคว้นบาเลนเซีย กล่าวในการแถลงข่าวว่า ผู้ประสบภัยบางคนยังถูกโดดเดี่ยวอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ “หากหน่วยฉุกเฉินยังไม่มา นั่นไม่ใช่เพราะขาดวิธีการหรือการจัดการล่วงหน้า แต่เป็นปัญหาด้านการเข้าถึง” “บางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างสิ้นเชิง”

ทั้งนี้ แคว้นบาเลนเซียเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมมากที่สุด โดยตอนนี้พบแล้ว 62 ศพ ขณะที่ทางการแคว้นกัสติยา-ลามันชา ตอนกลางของสเปน ระบุว่า พายุฝนทำให้มีผู้เสียชีวิตภายในแคว้นแล้ว 2 ศพ และสูญหายอีกหลายราย

บางเมืองในแคว้นบาเลนเซีย เช่นเมืองตูริส, ชิวา และ บูนอล เผชิญฝนตกวัดปริมาณน้ำได้มากกว่า 400 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับฝนที่ตกตลอดทั้งปีในสภาวะปกติ ทำให้สำนักงานสภาพอากาศ AEMET ต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดงเมื่อวันอังคาร ก่อนจะลดระดับเป็นสีอำพัน (amber) ในเวลาต่อมา เนื่องจากฝนลดลง

โคลนถล่มลงมาซัดรถยนต์จนเกยทับกัน ที่เมืองพิคันยา ใกล้เมืองบาเลนเซีย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พายุฝนกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้หน่วยงานสภาพอากาศของแคว้นกาตาลุญญา ประกาศเตือนภัยสีแดงในพื้นที่โดยรอบเมืองบาร์เซโลนา และเตือนให้ประชาชนระวังลมกระโชกแรงกับลูกเห็บด้วย

อิทธิพลของพายุยังทำให้บริการรถไฟไปยังเมืองมาดริดและบาร์เซโลนา ต้องถูกยกเลิก เนื่องจากน้ำท่วม ส่วนโรงเรียนกับหน่วยบริการสำคัญอื่นๆ ก็ต้องระงับให้บริการ

อนึ่ง เหตุน้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นหุตอุทกภัยครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของสเปน นับตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 87 ศพ บริเวณเทือกเขาพิเรนีส

ขณะที่ ASAJA หนึ่งในกลุ่มสหภาพชาวสวนขนาดใหญ่ที่สุดของสเปนคาดว่า จะมีพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก โดยสเปนเป็นผู้ส่งออกส้มสดและส้มตากแห้งรายใหญ่ที่สุดของโลก และแคว้นบาเลนเซียก็เป็นแคว้นที่ผลิตซิตรัสกว่า 60% ของกำลังผลิตทั้งประเทศ

เมืองย็อมไบ ในแคว้นบาเลนเซีย ยังมีน้ำท่วมขัง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สเปนอ่วม น้ำท่วมรุนแรง ลูกเห็บตก พบศพติดในรถเพียบ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822755

สเปนอ่วม น้ำท่วมรุนแรง ลูกเห็บตก พบศพติดในรถเพียบ (คลิป)

30 ต.ค. 2567 12:16 น.

สเปนอ่วม น้ำท่วมรุนแรง ลูกเห็บตก พบศพติดในรถเพียบ (คลิป)

พบศพหลายศพติดอยู่ภายในรถ ในพื้นที่แถบชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน หลังเผชิญน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก มีรถยนต์จำนวนมากถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ในขณะที่มีรายงานผู้สูญหายหลายราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสเปนต้องทำงานแข่งกับเวลา หลังฝนตกที่ตกหนักต่อเนื่องในภูมิภาคบาเลนเซีย ทางตะวันออกของสเปน รวมถึงภูมิภาคอันดาลูเซียและภูมิภาคมูร์เซีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน ซึ่งมีสาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นเคลื่อนเข้าไปเหนือน่านน้ำที่อุณหภูมิสูงกว่าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่งผลให้อากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำในแม่น้ำหลายสายเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่กระแสน้ำเชี่ยวกราก ยังพัดพารถยนต์จำนวนมากไหลไปตามกระแสน้ำช่วงกลางดึกนอกจากนี้ยังมีรายงานพายุลูกเห็บขนาดเท่าลูกกอล์ฟ พัดถล่มทั่วเมืองเอลเอฆิโด ในภูมิภาคอันดาลูเซียด้วย ทำให้ยวดยานหลายคันได้รับความเสียหาย

ด้านสำนักงานป้องกันภัยพิบัติของสเปนได้ประกาศเตือนประชาชนให้อยู่แต่ในบ้านพัก และหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน โดยเบื้องต้นพบศพผู้เสียชีวิตแล้วหลายราย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานผู้สูญหายอย่างน้อย 5 คน เนื่องจากติดอยู่ในรถที่ถูกกระแสน้ำพัดจมหายในเมืองอัลซีราและเมืองอัลกูเดียของภูมิภาคบาเลนเซีย ขณะที่หน่วยงานพยากรณ์อากาศของสเปนได้ประกาศเตือนภัยในระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในภูมิภาคบาเลนเซีย และระดับสีส้มในภูมิภาคอันดาลูเซีย หลังจากที่ในบางพื้นที่มีปริมาณฝนสูงถึง 200 มิลลิเมตร

ทั้งนี้ ในโลกโซเชียลมีเดีย มีการเผยคลิปภาพที่ประชาชนจำนวนมากติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม หลายคนต้องกอดต้นไม้ไว้เพื่อไม่ให้ถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ออกช่วยเหลือชาวบ้านจำนวนมากที่ติดอยู่ท่ามกลางน้ำ หรือติดอยู่ในรถที่จมน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลิปไวรัลเผยให้เห็นทอร์นาโด ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นในสเปน แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดถึงแหล่งที่มาของคลิปทอร์นาโดยนี้

ด้านสถานีโทรทัศน์ และวิทยุท้องถิ่นต่างได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือจากประชาชนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เดือดร้อนเนื่องจากติดอยู่ท่ามกลางน้ำ รวมทั้งร้องขอให้ช่วยตามหาครอบครัวที่สูญหาย เนื่องจากหน่วยงานฉุกเฉินไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ โดยมีรายงานว่ามีรถไฟโดยสารขบวนหนึ่งตกราง และสะพานข้ามแม่น้ำสายหนึ่งถูกกระแสน้ำพัดตัดขาด ขณะที่โรงเรียน และบริการด้านอื่นๆในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ต่างปิดทำการชั่วคราว.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สเปน

“โทนี่” ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เบอร์ลิน อายุครบ 5 เดือน ลงว่ายใต้น้ำครั้งแรกอวดโฉมนักท่องเที่ยว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822736

"โทนี่" ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เบอร์ลิน อายุครบ 5 เดือน ลงว่ายใต้น้ำครั้งแรกอวดโฉมนักท่องเที่ยว

30 ต.ค. 2567 11:20 น.

“โทนี่” ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เบอร์ลิน อายุครบ 5 เดือน ลงว่ายใต้น้ำครั้งแรกอวดโฉมนักท่องเที่ยว

“โทนี่” ลูกฮิปโปแคระ วัย 5 เดือนแห่งสวนสัตว์เบอร์ลิน เยอรมนี ลงว่ายใต้น้ำในบ่ออวดโฉมนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก สวนสัตว์ทำถึงติดกำแพงกระจกใสข้างบ่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นกันชัดๆ

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า “โทนี่” ฮิปโปโปเตมัสแคระเพศเมีย วัย 5 เดือน ดาวเด่นของสวนสัตว์ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ได้ลงว่ายน้ำในบ่อ อวดให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันแบบชัดๆผ่านกำแพงกระจกใส ที่ทางสวนสัตว์นำมาติดไว้ข้างบ่อ  

ฟลอเรียน ซิก ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประจำสวนสัตว์เบอร์ลินกล่าวว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวมีโอกาสดีในการเยี่ยมชมฮิปโปแคระ และฮิปโปตัวใหญ่ใต้น้ำ ซึ่งโทนี่จะได้ปรากฏตัวให้สาธารณชนได้เห็นใต้น้ำเป็นครั้งแรก ในบ้านฮิปโปโปเตมัสที่สวยงาม นับเป็นโอกาสดีของนักท่องเที่ยวที่จะได้ชมฮิปโปแคระและฮิปโปตัวใหญ่ใต้น้ำ เนื่องจากโทนี่เคลื่อนไหวแบบแทบไม่มีแรงดึงดูด ดูพร้ิวขณะหมุนตัวในน้ำ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากประสบการณ์ที่คุณเคยสัมผัสเวลาดูฮิปโปจากกรงกลางแจ้ง

ผู้ดูแลกล่าวว่า ตอนนี้โทนี่อายุ 5 เดือนแล้ว มันชอบเล่นซุกซน และมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยมตามที่คาดไว้สำหรับฮิปโปโปเตมัสแคระ ตอนนี้โทนี่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกือบสิบเท่า หรือมากกว่าสิบเท่า นอกจากนี้ฟันซี่แรกก็โผล่ออกมา โดยมันชอบกินหญ้า และเคี้ยวถั่วลิสงบ้าง แต่ยังต้องพึ่งนมแม่มากกว่า 

ฮิปโปน้อย โทนี่ เกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งชื่อนี้ชนะการโหวตจากบรรดาชื่อที่ผู้คนเสนอเข้าไปมากกว่า 20,000 ชื่อ และน้องได้กลายเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์ แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมโทนี่เป็นจำนวนมาก 

แอนเดรียส คนิเอเรียม ผู้อำนวยการสวนสัตว์เบอร์ลินกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ “เด็บบี้” แม่ของโทนี่ ให้กำเนิดลูกน้อยมาแล้วในปี 2004 2007 และ 2008 ซึ่งทำให้ทางสวนสัตว์ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ฮิปโปแคระ (pygmy hippo) มาตั้งแต่ปี 1921 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในยุโรป


นอกจากนี้ยังระบุว่า ฮิปโปโปเตมัสแคระ เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 2,500 ตัวในไอวอรีโคสต์ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ก่อนหน้านี้ฮิปโปโปเตมัสแคระสูญพันธุ์ไปแล้วในไนจีเรีย และกำลังเผชิญกับการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ เนื่องจากป่าในแอฟริกาตะวันตกถูกทำลายเพื่อใช้ทำเหมืองและทำการเกษตร.