นักบินอวกาศจีนที่อายุน้อยที่สุดออกเดินทางสู่อวกาศพร้อมยานเสินโจว-19 แล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822731

นักบินอวกาศจีนที่อายุน้อยที่สุดออกเดินทางสู่อวกาศพร้อมยานเสินโจว-19 แล้ว

30 ต.ค. 2567 10:43 น.

นักบินอวกาศจีนที่อายุน้อยที่สุดออกเดินทางสู่อวกาศพร้อมยานเสินโจว-19 แล้ว

ยานเสินโจว-19 พร้อมนักบินอวกาศ 3 คน ซึ่ง ในจำนวนนี้เป็นนักบินอวกาศรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยที่สุด ได้ทะยานออกจากฐานปล่อยจรวดที่ทะเลทรายโกบีแล้ว โดยพวกเขาจะขึ้นไปประจำการอยู่ที่สถานีอวกาศเทียนกงเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อปฏิบัติการทดลองทางวิทยาศาสตร์

ไช่ ซวี่เจ๋อ (Cai Xuzhe) ซ่ง ลิ่งตง (Song Lingdong) และหวัง เฮ่าเจ๋อ (Wang Haoze) 3 นักบินอวกาศของจีน ออกเดินทางจากโลกไปยังสถานีอวกาศเทียนกงแล้ว เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทยโดย ไช่ ซวี่เจ๋อ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการ เคยร่วมปฏิบัติภารกิจเสินโจว-14 ในปี 2022 ส่วน ซ่ง ลิ่งตง และ หวัง เฮ่าเจ๋อ เป็นนักบินอวกาศของจีน ชุดที่ 3 ที่เกิดในทศวรรษ 1990 ที่ได้เดินทางสู่อวกาศเป็นครั้งแรก โดย ซ่ง ลิ่งตง เป็นอดีตนักบินของกองทัพอากาศก่อนได้รับคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศ ส่วนหวังเป็นวิศวกรหญิงด้านการบินในอวกาศเพียงคนเดียวของจีน และจะเป็นผู้หญิงจีนคนที่ 3 ที่ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจการบินในอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม ซึ่งนับเป็นทีมนักบินอวกาศที่อายุน้อยที่สุดของจีนจนถึงปัจจุบัน

นายไช่ ซวี่เจ๋อ อดีตทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของภารกิจนี้ระบุก่อนที่จะออกเดินทางว่า พลังงานของคนรุ่นใหม่ทำให้ผมรู้สึกหนุ่มขึ้นและมีความมั่นใจมากขึ้น และด้วยแรงบันดาลใจจากความฝันที่จุดประกายความรุ่งโรจน์ พวกเขายืนยันกับพรรคและประชาชนว่าจะมุ่งมั่นต่อภารกิจ ด้วยหัวใจและจิตใจที่อุทิศให้เต็มที่ และจะพยายามเพื่อให้บรรลุความสำเร็จใหม่ ๆ ในโครงการอวกาศของจีน

ด้านซ่ง หลิงตง เปิดใจว่าเคยดูภารกิจสถานีอวกาศครั้งแรกของจีนตอนอายุ 13 ปี ด้วยความตื่นเต้นแลตกตะลึง และเขาตัดสินใจเป็นนักบินด้วยความหวังที่จะรับใช้ชาติ โดยมีรายงานว่าจีนได้เลือกนักบินอวกาศกลุ่มถัดไปแล้ว และพวกเขาจะถูกฝึกฝนเพื่อเตรียมภารกิจไปยังดวงจันทร์และปฏิบัติหน้าที่ในสถานีอวกาศต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อสองปีก่อน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศว่า การสำรวจจักรวาลอันกว้างใหญ่ พัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ และสร้างจีนให้เป็นมหาอำนาจด้านอวกาศ เป็นความฝันอันเป็นนิรันดร์ของจีน โดยได้ตั้งเป้าหมายในการส่งมนุษย์จากจีนไปยังดวงจันทร์ภายในปี 2030 ขณะที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาประเทศจีนเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ ในการเก็บตัวอย่างหินและดินจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังโลกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าในการสำรวจอวกาศและดวงจันทร์ครั้งสำคัญของมนุษยชาติเลยทีเดียว.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน

ตะลึง งูหลามตัวใหญ่ 4.5 เมตร ขดตัวพันรอบยอดพระเจดีย์ ที่เมียนมา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822729

ตะลึง งูหลามตัวใหญ่ 4.5 เมตร ขดตัวพันรอบยอดพระเจดีย์ ที่เมียนมา

30 ต.ค. 2567 10:39 น.

ตะลึง งูหลามตัวใหญ่ 4.5 เมตร ขดตัวพันรอบยอดพระเจดีย์ ที่เมียนมา

งูหลามตัวใหญ่ ขดตัวพันอยู่รอบฉัตรบนยอดพระเจดีย์ทองคำ ในวัดพุทธ “ชเว มินต์ ซู เล็ต” ในรัฐคะฉิ่น ของเมียนมา หลายคนบอกว่าดูเนียนมาก หากไม่สังเกตุก็คงไม่เห็น ชาวบ้านรีบแจ้งกู้ภัยมาจับลงไปปล่อย เพราะเกรงว่าอาจเป็นลางร้ายบอกเหตุ

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ชาวเมียนมาเห็นงูหลามตัวใหญ่ กำลังขดตัวพันอยู่รอบฉัตรบนยอดพระเจดีย์ทองคำ ในวัดพุทธ “ชเว มินต์ ซู เล็ต” ในรัฐคะฉิ่น หลายคนบอกว่าดูเนียนๆ หากไม่สังเกตุก็คงไม่เห็น และไม่รู้ว่าเจ้างูมานานอยู่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ด้านสื่อท้องถิ่นของเมียนมา รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยงูหลามตัวนี้มีความยาวลำตัวกว่า 4.5 เมตร และต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาช่วยกันจับงูออกไปปล่อยในป่าด้านนอกวัดแล้ว เพราะชาวบ้านโทรฯไปแจ้ง เนื่องจากเกรงว่าเจองูพันรอบพระเจดีย์จะเป็นลางร้าย

นายขิ่น ซาร์ เจ้าของคลิปบอกว่า งูตัวนี้เลื้อยขึ้นไปถึงยอดเจดีย์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นลางไม่ดี ที่เตือนว่าจะเกิดภาวะอดอยากยากไร้ ในเมียนมา

ทั้งนี้ พระเจดีย์ “ชเว มินต์ ซู เล็ต” เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธแบบดั้งเดิม ที่มีการออกแบบซับซ้อน การตกแต่งหลากสีสัน และการใช้แผ่นทองคำเปลว โดยนักท่องเที่ยวมักนั่งเรือล่องไปตามทะเลสาบอินดอจี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งสามารถชมบริเวณวัดและพระเจดีย์ได้อย่างชัดเจนสวยงาม.

UNRWN คืออะไร องค์กรช่วยเหลือหรือผู้ก่อการร้าย ทำไมอิสราเอลสั่งแบน?

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822723

UNRWN คืออะไร องค์กรช่วยเหลือหรือผู้ก่อการร้าย ทำไมอิสราเอลสั่งแบน?

30 ต.ค. 2567 10:30 น.

UNRWN คืออะไร องค์กรช่วยเหลือหรือผู้ก่อการร้าย ทำไมอิสราเอลสั่งแบน?

  • อิสราเอลผ่านกฎหมายใหม่ ห้าม UNRWA ปฏิบัติงานในดินแดนของพวกเขา และห้ามติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่อิสราเอล
  • หลายประเทศออกมาประณามอิสราเอลที่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ โดยแสดงความกังวลว่า มันอาจกระทบต่อการกระจายความช่วยเหลือในฉนวนกาซาอย่างรุนแรง
  • อิสราเอลกับ UNRWA มีปัญหากันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นหลังเกิดสงครามในกาซา ซึ่งอิสราเอลกล่าวหาว่า ลูกจ้างของ UNRWA หลายร้อยคนเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการ้าย

รัฐสภาอิสราเอลลงมติผ่านร่างกฎหมาย ห้ามองค์กร UNRWA ปฏิบัติการหรือดำเนินงานในดินแดนอิสราเอล และเยรูซาเลมตะวันออกแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ต.ค. 2567 ท่ามกลางเสียงประณามว่านี่อาจเป็นการ บั่นทอนการกระจายความช่วยเหลือในฉนวนกาซา ซึ่งประชาชนนับล้านกำลังรับเคราะห์จากสงครามที่ดำเนินมานาน 1 ปีแล้ว

UNRWA หรือ สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ เป็นองค์กรของสหประชาชาติเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในกาซา, เขตเวสต์แบงก์, เยรูซาเลมตะวันออก รวมทั้งในประเทศข้างเคียง

แต่พวกเขากลับมีปัญหากับรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งกล่าวหาว่า ลูกจ้างของ UNRWA หลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาส เมื่อ 7 ต.ค. 2566 อันเป็นจุดเริ่มต้นสงครามในกาซา และสหประชาชาติเองก็ยอมรับว่า มีพนักงานบางคนถูกไล่ออก เพราะอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย สามารถย้อนกลับไปได้นานหลายสิบปี UNRWA เป็นองค์กรอะไรกันแน่ ทำไมพวกเขาจึงมีปัญหากับรัฐบาลอิสราเอลมาตลอด?

UNRWA คือองค์กรอะไร?

UNRWA ก่อตั้งขึ้นในปี 2492 เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คน ที่ถูกบีบให้อพยพหรือหนีจากบ้านเกิด ไปอยู่ที่ฉนวนกาซา, เวสต์แบงก์ ซีเรีย, เลบานอน และจอร์แดน หลังการก่อตั้งประเทศอิสราเอล แต่ปัจจุบัน พวกเขากำลังให้ความช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์เกือบ 6 ล้านคน

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา UNRWA เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นองค์ใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติที่เคลื่อนไหวอยู่ในฉนวนกาซา มีลูกจ้างประมาณ 13,000 คนอยู่ที่นั่น และเป็นกุญแจสำคัญในปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้

งบประมาณหลักขององค์กรมากจากเงินบริจาคโดยสมัครใจจากชาติสมาชิกสหประชาชาติ โดยที่ UN อัดฉีดเงินทุนให้โดยตรงจำนวนหนึ่ง จากนั้น UNRWA ก็จะนำงบประมาณไปใช้จัดหาและกระจายความช่วยเหลือ กับเปิดที่พักชั่วคราวและสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น เช่นศูนย์พยาบาล, ศูนย์ฝึกครู และโรงเรียนประถมกว่า 300 แห่ง

หลังจากสงครามในกาซาเริ่มขึ้น UNRWA เปิดเผยว่า พวกเขามอบถุงบรรจุอาหารให้ประชาชนในกาซาไปแล้ว 1.9 ล้านคน และให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ทั่วกาซาอีกเกือบ 6 ล้านครั้ง ตลอดช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนั้น มีเจ้าหน้าที่ UNRWA ถูกสังหารในสงครามไปแล้วมากกว่า 200 ศพ

อิสราเอลกับ UNRWA ทะเลาะอะไรกัน?

อิสราเอลวิพากษ์วิจารณ์ UNRWA มานานแล้ว เนื่องจากชาวอิสราเอลจำนวนมากต่อต้านการตั้งองค์กรนี้

เรื่องชะตากรรมของผู้อพยพเป็นปัญหาหลักในความสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ยังคงหวังที่จะได้กลับไปยังดินแดนบ้านเกิด ที่ตอนนี้หลายส่วนถูกยึดครองและอยู่ภายในดินแดนอิสราเอล

แต่ฝ่ายอิสราเอลปฏิเสธความหวังที่จะได้กลับบ้านของชาวปาเลสไตน์ และวิพากษ์วิจารณ์การก่อตั้ง UNRWA โดยโจมตีว่า การมีอยู่ขององค์นี้ ทำให้สถานะผู้ลี้ภัยของชาวปาเลสไตน์สืบทอดต่อกันไปรุ่นสู่รุ่น ผูกติดชาวปาเลสไตน์กับสภานะผู้ลี้ภัย และทำให้พวกเขายังมีความหวังที่จะได้กลับบ้าน

นอกจากนั้น รัฐบาลอิสราเอลยังประณามบทเรียนและหนังสือเรียนที่ UNRWA ใช้สอนเด็กๆ ชาวปาเลสไตน์ด้วย เพราะพวกเขามองว่า เป็นการปลูกฝังมุมมองต่อต้านอิสราเอล และอ้างด้วยว่า สื่อการสอนหนึ่งของ UNRWA สอนเด็กว่า อิสราเอลกำลังพยายามลบตัวตนของชาวปาเลสไตน์

คณะกรรมาธิการยุโรปเคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่า พวกเขาพบบทเรียนที่มีแนวคิดต่อต้านชาวยิว และปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรงอยู่ภายในหนังสือเรียน ซึ่งรัฐสภายุโรปก็เรียกร้องมาตลอดว่า การบริจาคเงินของสหภาพยุโรป (EU) แก่ องค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ ควรมีเงื่อนไขกำหนดให้กำจัดเนื้อหาเหล่านี้ออกไป

ทำไมอิสราเอลแบน UNRWA?

UNRWA เคยถูกรัฐบาลอิสราเอลกดดันมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงเมื่อเดือนมกราคม อิสราเอลอ้างว่า ลูกจ้างของ UNRWA กว่า 450 คน เป็นสมาชิกขององค์กรก่อการร้าย และหลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาส เมื่อ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลร่วม 1,200 ศพ และอีก 250 คนถูกจับไปเป็นตัวประกัน

ข้อกล่าวหนานี้ ทำให้หลายประเทศรวมถึง ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, อังกฤษ, แคนาดา, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์, โรมาเนีย, สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐฯ ประกาศระงับการบริจาคเงินทุนให้แก่ UNRWA

หลังจากนั้น สหประชาชาติก็ดำเนินการสืบสวนเพื่อหาความเกี่ยวข้องระหว่างลูกจ้างของ UNRWA กับการโจมตีของฮามาส และในเดือนสิงหาคม พวกเขาออกมาเปิดเผยว่า ลูกจ้าง UNRWA 9 คน ถูกไล่ออกแล้ว เนื่องจากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีดังกล่าว ทำให้ประเทศส่วนใหญ่กลับมาบริจาคทุนให้แก่องค์กรนี้อีกครั้ง

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 ต.ค.) นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกมาย้ำข้อกล่าวหาอีกครั้งว่า พนักงานของ UNRWA เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายต่ออิสราเอล และต้องถูกนำตัวมาลงโทษ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ภายใต้กฎหมายใหม่ การติดต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่อิสราเอลกับ UNRWA จะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากนั้นยังห้าม UNRWA ทำกิจกรรมใดๆ ภายในดินแดนของอิสราเอล โดยกฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้ใน 3 เดือนข้างหน้า

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า กฎหมายนี้อาจส่งผลกระทบต่องานของ UNRWA อย่างหนัก เพราะถึงแม้ว่าโครงการเกือบทั้งหมดของพวกเขาจะอยู่ในกาซา และเวสต์แบงก์ พวกเขาก็ต้องขอความยินยอมจากอิสราเอลเพื่อปฏิบัติงาน รวมถึงเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของช่วยเหลือผ่านด้านตรวจต่างๆ ระหว่างอิสราเอลกับกาซา

นายวิลเลียม เดียร์ ผู้อำนวยการของ UNRWA บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า การถูกห้ามติดต่อสื่อสารหมายความว่า การขออนุญาตจะเป็นไปไม่ได้ และเมื่อขออนุญาตไม่ได้ UNRWA ก็จะไม่สามารถปฏิบัติงานในกาซา หรือเขตเวสต์แบงก์ได้ รวมถึงการขนเสบียงอาหารผ่านดินแดนของอิสราเอลไปให้ชาวปาเลสไตน์ด้วย

“เราจะไม่สามารถเดินทางเข้าสู่กาซา โดยไม่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีได้ ขณะที่พนักงานระหว่างประเทศก็จะไม่สามารถขอวีซ่าได้อีกต่อไป”

และเนื่องจากที่ผ่านมา UNRWA กับองค์กรเสี้ยววงเดือนแดง รับหน้าที่กระจายความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดในกาซา น.ส.ซินดี แมคเคน ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ จึงเกรงว่า หากไม่มี UNRWA ในกาซา องค์กรช่วยเหลือต่างๆ ที่เหลืออยู่จะไม่สามารถกระจายเสบียงอาหารและยาที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbc , aljazeera

พลุระเบิดรุนแรงกลางงานวัดฮินดู ที่อินเดีย บาดเจ็บกว่า 150 ราย (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822707

พลุระเบิดรุนแรงกลางงานวัดฮินดู ที่อินเดีย บาดเจ็บกว่า 150 ราย (คลิป)

30 ต.ค. 2567 09:43 น.

พลุระเบิดรุนแรงกลางงานวัดฮินดู ที่อินเดีย บาดเจ็บกว่า 150 ราย (คลิป)

เกิดเหตุระทึก พลุ ดอกไม้ไฟหลายร้อยนัดระเบิดกลางงานวัดฮินดู ระหว่างที่ประชาชนกำลังร่วมงานเทศกาลบูชาเทพเจ้า ส่งผลให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนี มีผู้บาดเจ็บกว่า 150 ราย

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 เว็บไซต์ข่าวเอพี รายงานว่า เกิดการระเบิดของพลุ ดอกไม้ไฟหลายร้อยนัด ขณะที่ประชาชนนับพันคนกำลังเข้าร่วมงานฉลองรื่นเริงในเทศกาล “เทย์ยัม” (Theyyam) ที่วัดวีราร์คาวู ในเมืองกษโกฐ ใกล้กับเมืองเอกของรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของอินเดีย เมื่อคืนวันจันทร์ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 150 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 8 ราย 

คลิปวิดีโอขณะเกิดการระเบิดถูกแชร์ในโลกโซเชียล แสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนหลายร้อยคนต่างวิ่งหนีตายอลหม่าน หลังประกายไฟจากพลุกระเด็นไปทางฝูงชน  

ทางด้านสื่อท้องถิ่นของอินเดีย รายงานว่า ประกายไฟของดอกไม้ไฟ กระเด็นไปโดนพลุดอกไม้ไฟที่เก็บอยู่ในโกดัง ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล กล่าวว่าการแสดงดอกไม้ไฟเกิดขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัวประธานและเลขานุการคณะกรรมการวัดไปสอบสวน

ทั้งนี้ อินเดียมีความต้องการใช้พลุและดอกไม้ไฟซึ่งใช้ในเทศกาลทางศาสนาและงานแต่งงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่มักเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเกือบทุกปี เนื่องจากผู้คนทำงานในโรงงานชั่วคราวโดยไม่มีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เกิดเหตุระเบิดที่โรงงานผลิตดอกไม้ไฟในภาคใต้ของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และเมื่อ 3 ปีก่อน เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงานผลิตดอกไม้ไฟในกรุงนิวเดลี ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต 17 ศพ.

‘นฤมล’ร่วมประชุมWorldFoodForum

https://www.naewna.com/local/838493

‘นฤมล’ร่วมประชุมWorldFoodForum

‘นฤมล’ร่วมประชุมWorldFoodForum

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพุทธพรอิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโรม และคณะ ร่วมพิธีเปิดการประชุม World Food Forum (WFF) ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ในหัวข้อ “Good food for all, for today and tomorrow” โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 แห่งเอสวาตินี สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท ร่วมด้วยผู้นำจากหลายประเทศ เช่น โดมินิกัน รีพับบลิก คิวบา ภูฏาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก(WTO) และผู้อำนวยการใหญ่ FAO ให้เกียรติกล่าวเปิดการประชุมเรียกร้องประเทศสมาชิกให้ร่วมมือปรับเปลี่ยนระบบการผลิตอาหารและเกษตรให้มีความยั่งยืนปรับใช้วิทยาศาสตร์นวัตกรรมเทคโนโลยี สามารถรับมือกับความท้าทายอุบัติใหม่ให้ประชาชน สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สลับด้วยการอภิปรายจากผู้แทนเยาวชนที่ร่วมนำเสนอความคิดให้แก่ผู้นำประเทศได้รับทราบถึงมุมมองของเยาวชนในสร้างระบบอาหารและเกษตรที่ดี

ทั้งนี้ การประชุม World Food Forum ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนหน่วยงานจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำเยาวชนได้นำเสนอแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการกำหนดทิศทางระบบเกษตรอาหารเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า และเร่งดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยชู 3 องค์ประกอบสำคัญ
ที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบอาหารโลกได้แก่ การมีส่วนร่วมของเยาวชนรุ่นใหม่ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ตลอดจนการลงทุนเพื่อการพัฒนาโดย WFF เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้ร่วมหารือในการดำเนินการขับเคลื่อนความร่วมมือในภาคเกษตรอาหาร ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยืดหยุ่นครอบคลุมและปราศจากความหิวโหยมากขึ้นสำหรับทุกคน

รมว.เกษตรฯเยี่ยมคาราวะ ผอ.FAOมุ่งกระชับสัมพันธ์

https://www.naewna.com/local/838492

รมว.เกษตรฯเยี่ยมคาราวะ  ผอ.FAOมุ่งกระชับสัมพันธ์

รมว.เกษตรฯเยี่ยมคาราวะ ผอ.FAOมุ่งกระชับสัมพันธ์

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าเยี่ยมคารวะ นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ซึ่งประเทศไทย และ FAO มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน โดยประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของ FAO เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2490 อีกทั้งได้รับเลือกเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Regional Office for Asia and the Pacific หรือ FAO RAP) ถาวร เมื่อปี 2495 ที่วังมะลิวัลย์ ถนนพระอาทิตย์ กทม.

พร้อมกันนี้ ศ.ดร.นฤมล แจ้งว่าไทยได้ลงนามความตกลงประเทศเจ้าบ้านเพื่อจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ IFAD ซึ่งจะทำให้ กทม.เป็นสถานที่ตั้งหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติด้านอาหารและการเกษตร ครบทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย FAO, IFAD และ WFP (องค์การอาหารโลก) เช่นเดียวกับกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

รมว.เกษตรฯร่วมเวทีFAO ชวนลงทุน/สร้างระบบเกษตรยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/838495

รมว.เกษตรฯร่วมเวทีFAO  ชวนลงทุน/สร้างระบบเกษตรยั่งยืน

รมว.เกษตรฯร่วมเวทีFAO ชวนลงทุน/สร้างระบบเกษตรยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุม FAO Hand-in-Hand Investment Forum เวทีด้านความร่วมมือและการลงทุนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ในประเด็นเร่งด่วนหรือความสนใจร่วมกัน เพื่อขจัดความยากจน ลดจำนวนผู้หิวโหย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ร่วมกับผู้แทนจาก Central American Bank for Economic Integration (CABEI) ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และสภาเศรษฐกิจโลก ที่สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า ประเทศไทยเร่งปรับเปลี่ยนระบบอาหารและเกษตรเพื่อความยั่งยืน เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร โดยส่งเสริมการผลิตที่ยั่งยืน เน้นการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตตรงตามความต้องการของตลาด สอดคล้องกับนโยบาย“ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” อีกทั้งยังมีนโยบายการส่งเสริมการลงทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเกษตรเทคโนโลยี” ภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี มุ่งเน้นไปทางสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษี ส่งเสริมการลงทุน เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ ที่ขับเคลื่อนไปด้วย “Innovative” เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ “Competitive” เศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน สามารถปรับตัวได้เร็ว สร้างการเติบโตสูง และ “Inclusive” เศรษฐกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งการสร้างโอกาส และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตร สอดคล้องกับนโยบาย BCG ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการลงทุนแก่ภาคเกษตรตลอดสายห่วงโซ่อุปทาน เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนยกระดับและสร้างความเข้มแข็งของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

“โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายการลงทุนในภาคเกษตรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจฐานราก จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก ทุกภาคส่วนเร่งแก้ปัญหาผ่านกลไกการลงทุนและความร่วมมือเพื่อปรับเปลี่ยนระบบอาหารและเกษตรสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต” รมว.เกษตรฯ กล่าว

‘ดร.พงศ์ไท’ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร สอดคล้องกับหลัก’Climate Smart Agriculture’

https://www.naewna.com/local/838533

'ดร.พงศ์ไท'ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร สอดคล้องกับหลัก'Climate Smart Agriculture'

‘ดร.พงศ์ไท’ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร สอดคล้องกับหลัก’Climate Smart Agriculture’

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 22.06 น.

กรมวิชาการเกษตร ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร ที่สอดคล้องกับหลัก Climate Smart Agriculture ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Advancing Climate – Smart Agriculture in Thailand”

ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้รับเชิญจากสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute: MI) ให้เป็น Keynote speaker ในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Advancing Climate – Smart Agriculture in Thailand” จัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลลัพธ์ของกิจกรรมโครงการในประเทศ และวางแผนกลยุทธ์ในอนาคตเพื่อส่งเสริมการนำการเกษตรอัจฉริยะด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Smart Agriculture : CSA) โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากหลายภาคส่วน อาทิ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ผู้แทนองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ผู้แทนจากสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย และองค์กรระหว่างประเทศ เป็นต้น

จากนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในการการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และของกรมวิชาการเกษตร ที่สอดคล้องกับหลัก Climate Smart Agriculture หรือ CSA อาทิ

1) การเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity) ประกอบด้วย การนำเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ หรือ Gene Editing (Ged) มาใช้ในการพัฒนาพันธุ์พืช ที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช และให้ผลผลิตต่อไร่สูง, การกระจายพันธุ์ดีไปยังเกษตรกร (High-quality seed), การทำการเกษตรแบบแม่นยำ เพื่อลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่เกินความจำเป็น และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร (Precision farming), การให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Mechanization) ผ่านกลไกเกษตรแปลงใหญ่ สถาบันเกษตรกรและผู้ให้บริการทางการเกษตร, การจัดการโรคแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) การวิจัย และพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (R&D)

2) ด้านการปรับตัวของเกษตรกร (Adaptation) ประกอบด้วย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเกษตร (Excellent Center and Knowledge transfer ) เพื่อเป็นแปลงต้นแบบและถ่ายทอดความรู้เกษตรสมัยใหม่ การจัดทำข้อมูล Agri-Map ประกอบการวางแผนผลิตของเกษตรกร, การปลูกพืชหมุนเวียน (Crop Rotation) และการประกันภัยพืชผล (Crop Insurance)  เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ

3) การมีส่วนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเกษจีกร (mitigation) ประกอบด้วย การเข้าสู่มาตรฐาน GAPและนโยบาย 3Rs เพื่อปลอดการเผาในภาคเกษตร และแก้ไขปัญหา PM2.5 การจัดทำข้อมูล Baseline การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพืชเศรษฐกิจสำคัญ (Baseline GHG emission)  เพื่อนำมาจัดทำเป็นคู่มือการเข้าสู่มาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่ ตลาด Carbon credit และ ฉลาก Carbon foot print ดังนั้นมาตรฐานด้านการเกษตรจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมเกษตรกร เพื่อให้ได้ green product ภายใต้การสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ green loan และ การตลาดที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินที่สูงขึ้น green market ให้กับสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีความปลอดภัยและมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในตอนท้ายว่า กรมวิชาการเกษตรจะใช้ แนวทางหลัก Climate Smart Agriculture เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร สามารถปรับตัวได้ทันกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก ได้อย่างเหมาะสม

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมการหารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

https://www.naewna.com/local/838557

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมการหารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมการหารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 20.18 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมหารือระหว่าง นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (H.E. Mr. Han Zhiqiang) กับ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเด็นความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ที่จะครบรอบ 50 ปี ในปี 2568 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘เอมี่-ซี’รัก 19 ปีชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึงเพื่อนรัก ‘อ๋อมอรรคพันธ์’

https://www.naewna.com/entertain/838565

'เอมี่-ซี'รัก 19 ปีชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึงเพื่อนรัก 'อ๋อมอรรคพันธ์'

‘เอมี่-ซี’รัก 19 ปีชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึงเพื่อนรัก ‘อ๋อมอรรคพันธ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 11.03 น.

คู่สามีภรรยา“ซีศิวัฒน์” และ“เอมี่กลิ่นประทุม” ควงแขนกันมาเปิดใจในรายการWOODY FMแบบลึกซึ้งถึงเรื่องราวความรัก 19 ปีที่ไม่มีอะไรเข้ากันได้เลยความแตกต่างการปรับตัวและเรื่องSEX  น้ำตาไหลเล่าถึงเพื่อนรัก“อ๋อมอรรคพันธ์”ในเรื่องที่ทำให้เสียใจเผยตัวตนจริงๆอ๋อมเป็นคนแบบไหน

คุณทั้งคู่คบกันมา 19 ปี?

เอมี่กลิ่นประทุม :ใช่ค่ะปีนี้ครบรอบที่แต่งงานAnniversary 10 ปี

ซีศิวัฒน์ :คบกับมา 9 ปีแล้วก็Anniversary 10 ปีรวมกันเป็น 19 ปีไม่น่าเชื่อว่าเราสองคนจะทนกันได้นานขนาดนี้

เอมี่-ซี : (หัวเราะ)

เวลาที่คนเราอยู่ด้วยกันในวันแรกกับวันนี้แน่นอนว่าเราเปลี่ยนทุกวินาทีมีช่วงไหนไหมที่รู้สึกว่าไม่เข้ากันเลย?

ซีศิวัฒน์ :มีตั้งแต่ช่วงแรกๆที่คบกันเลยไม่เข้ากันเลยไม่มีอะไรเหมือนกันเลย

เอมี่กลิ่นประทุม :วันนี้ก็ยังไม่เข้า (หัวเราะ)

ซีศิวัฒน์ :จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่เข้ากันสักอย่าง

เอมี่กลิ่นประทุม :อย่างที่พี่วู้ดดี้เจอเอมี่ก็ไม่ค่อยอยู่กับซีนะ

มิติไหนที่มีความแตกต่างกัน?

ซีศิวัฒน์ : อย่างที่ผมเคยพูดไว้ว่าไม่ทราบว่าคู่อื่นเป็นยังไงคู่อื่นอาจจะมีช่วงPuppy Love เป็นช่วงมีความสุขเราก็เป็นแบบนั้นแต่สั้นมากเพราะว่าเราสองคนเกิดมาที่เป็นผู้นำทั้งคู่เอมี่ก็จะเลี้ยงน้องดูแลครอบครัวมาผมก็มีความเป็นผู้นำมีความมั่นใจในตัวเองสูงมากเมื่อสองคนมาเจอกันมันเหมือนเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะมีความเป็นตัวเอง 100% มันจึงขัดแย้งกันอย่างมหาศาล

เอมี่กลิ่นประทุม :จะเป็นแบบฉันก็มีเหตุผลของฉันเธอก็มีเหตุผลของเธอแล้วเราก็ใช้ชีวิตมาแบบนี้รู้สึกว่าทางนี้คือดีกว่าแต่พอไปๆมาๆมันกลับกลายเป็นเติมเต็มซึ่งกันและกันโดยที่มันแปลกๆโดยที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนฉันได้แน่นอนแต่พอคบกันทำไมฉันยอมฟังเธอทำไมเธอยอมฟังฉัน

ซีศิวัฒน์ :เหมือนเรามีวิวัฒนาการทางด้านความคิดโดยเฉพาะบริบทของความรักมันเปลี่ยนแปลงไปตอนไหนก็ไม่รู้ทั้งๆที่ช่วงแรกคือคน 2 คนที่ชอบกันแต่นิสัยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบเลยเมื่อก่อนคือไม่ใช่เลยแล้วไม่คิดว่าจะมาเติมเต็มคือมันล้นแก้วเรามากด่ากันตลอดเวลาอยู่ๆวันหนึ่งเรากลับไปฟังอีกฝ่ายหนึ่งโดยที่เราก็ไม่รู้ตัวเขาและผมไม่ใช่สเปกของกันและกันตั้งแต่แรกซึ่งคิดว่าไม่น่ารอดแต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้จนกระทั่งเราทะเลาะกันช่วงปีแรกหรือว่าเราจะหยุดกันแค่นี้ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาเพราะผมรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วพอเดินเข้าไปในบ้านเขาก็เดินมาจับมือว่าเฮ้ย! หรือว่าอีกสักฮึบไหมซึ่งเขาไม่เคยพูดเลย

เอมี่กลิ่นประทุม : คือเราโตมาแบบคนเอาใจผิดถูกยังไงเธอก็ต้องง้อฉันเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากๆแล้วคนนี้เขาไม่ตามเราทำให้เรามองย้อนดูตัวเองเลยคิดว่าคนนี้น่าสนใจท้าทายที่ทำให้ตัวเราอยากปรับปรุงตัวเองทั้งๆที่อยู่มาบนโลกใบนี้ไม่เคยอยากปรับปรุงตัวเองเลย

อะไรที่คุณปรับ

เอมี่กลิ่นประทุม :การยอมปกติไม่เคยยอมรู้สึกว่าเราถูกเสมอถ้าเธอรักฉันเธอต้องเข้าใจฉันเขาทำให้เรายอมเข้าไปจับมือแล้วขอโทษคนแรกก็แปลกประหลาดมากการขอโทษคือเหมือนเป็นการเสียศักดิ์ศรีมากแล้วเราได้คุยกันแล้วได้ฟังอีกฝ่ายว่าเขารู้สึกยังไงทำให้เราโตขึ้นตั้งแต่ใช้ชีวิตมารู้สึกว่าเพิ่งจะเป็นผู้ใหญ่ตอนคบกับเขา

เรื่องSex คุยกันไหม?

ซีศิวัฒน์ :คือถ้าคุยจริงจังไม่มีแต่คุยออกโซเชียลมีเดียแบบตลกมีพูดในช่วงเวลานี้เอมี่เขาจะเป็นช่วงที่โฟกัสหนักมากผมจะไม่กดดันแต่ก็มีอำแกล้งในโซเชียลมีเดียแต่ถ้าเขาไม่ก็คือไม่ก็จะเข้าใจเขาเพราะผมจะให้เกียรติเขามากในเรื่องนี้ผมจะเข้าใจว่าบางทีที่เขาจะต้องโฟกัสอะไรก็แบบเหนื่อยแล้วซึ่งเขาก็มีบอกวิธีการนะว่าให้ผมคลุกวงในไปเลยไม่ต้องมาขออนุญาตแต่ก็มีนะถ้าเกิดผมไม่ไหวจริงๆผมก็ไม่แคร์นะ

การจากไปของอ๋อมอรรคพันธ์รู้ว่าพวกคุณรักเขามากเลยอยากพูดเรื่องของการจากลาเรามีเวลาอยู่บนโลกนี้ที่จำกัดกับตัวเองและคนที่เรารักหรือแม้แต่เพื่อนที่จากไปได้มีโอกาสได้คุยกันบ้างไหม?

ซีศิวัฒน์ :คุยครับแต่ว่าอาจจะไม่ได้คุยแบบจริงจังคือเมื่อก่อนตอนเราไปปาร์ตี้กันก็จะมีอ๋อมอรรคพันธ์มาเขาจะมีอยู่คาแรคเตอร์หนึ่งคือมีความไม่มั่นใจในตัวเองว่าเวลาที่อยู่ในสังคมเพื่อนด้วยกันแล้วกลัวว่าจะไม่ได้ถูกรักสมมุติว่าถ้านั่งกับพี่วู้ดดี้เขาจะถามพี่บ่อยมากว่าพี่วู้ดดี้รักผมไหมรำคาญผมหรือเปล่าซึ่งแล้วสักพักหนึ่งเขาก็จะถามอีกว่าพี่รักผมไหมซึ่งจริงๆแล้วเราอยู่ตรงนั้นเพื่อเขาเสมอทั้งๆที่ผมรำคาญมันแต่จะอยู่กับมันแล้วเอมี่ก็เป็นแบบนั้นที่เอมี่ร้องไห้เสียใจเพราะรู้สึกกับบางโมเมนต์ที่อาจจะพูดออกไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจแล้วทำให้เราได้รู้ว่าบางทีไม่รู้จริงๆนะว่าคนๆนี้เราจะมีโอกาสได้เห็นหน้าเขาไปอีกนานแค่ไหนหรือแม้กระทั่งตัวเอง

เอมี่กลิ่นประทุม : (น้ำตาไหล) เราจะเป็นคนที่เพื่อนเข้าถึงง่ายทุกคนก็จะโทรหาเราอ๋อมก็เช่นกันเขาจะคุยกับเราบ่อยแต่เราจะเป็นคนรำคาญก็จะมีด่าเหมือนกันอย่างเช่นถ้าใครโทรหามากๆก็จะไม่รับโทรศัพท์แล้วซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งอ๋อมเขาก็จะโทรมาเราก็รับบ้างไม่รับบ้างแต่พอรู้ว่าเขาป่วยเราก็จะแบบต้องไปหามันนะต้องไปให้กำลังใจซึ่งช่วงแรกๆก็โทรคุยตลอดพอหลังๆรู้สึกว่าเขาดีขึ้นแล้วเราก็ไม่ค่อยได้ไปหาไม่ได้สนใจพอย้อนกลับไปดูแชทก็จะมีประโยชน์หนึ่งว่า… “ถ้าว่างก็มาหาด้วยนะไม่อยากไปไหนไม่อยากให้ใครเห็น” แล้วเราไม่รีบไปหาเขาเลยรู้สึกว่าเราเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขายอมพูดแบบนี้และมี่ก็ไม่รู้เวลามันจะมีอยู่แค่นั้นนะเราคิดว่าเขาดีขึ้นแล้วก็เลยเป็นความรู้สึกที่แย่แล้วเราไม่เคยเสียใครแบบใกล้ตัวก็เลยจัดการอารมณ์ไม่เป็นอย่างพี่ซีเขาก็จะปล่อยวางอารมณ์ได้แต่เราจะเป็นคนคิดวนไปวนมาว่าตอนนี้เขาอยู่ไหนจะรู้ไหมว่าเรารักเขานะเราเป็นเพื่อนนะแต่บางทีเรามองข้ามไปเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปๆจนมันไม่มีแล้วในวันที่จะได้คุยกับเขาอีก (น้ำตาไหล)

อ๋อมอรรคพันธ์ในมุมที่คนไม่เคยเห็นตัวตนเป็นยังไงถึงทำให้พวกคุณรักเขา?

ซีศิวัฒน์ :ผมว่าเขาเป็นคนที่จริงใจมากๆเป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลยเป็นยังไงพูดแบบนั้นแล้วก็มีความเป็นสุภาพบุรุษโดยเฉพาะกับทีมงานเวลาเขาถ่ายละครผมไม่เคยร่วมงานกับเขาเพิ่งจะมาทราบว่าเวลาอ๋อมเห็นแม่บ้านมาทำงานเขาก็จะสะกิดทีมงานว่าช่วยเอาเงินไปให้หน่อยโดยที่ไม่ได้ออกหน้าเพราะถ้าเกิดอ๋อมเดินไปเดี๋ยวเขาจะอายเขาเป็นคนแบบนั้นถึงผมจะเป็นเพื่อนกับเขามานานผมเกิดวันนี้ 27 ม.ค. ส่วนอ๋อมเกิดวันที่ 28 ม.ค. ทุกปีอ๋อมก็จะมางานวันเกิดผมเสมอเขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไปแต่ทุกวันนี้ผมเองก็ไม่รู้จริงๆว่าเพราะอะไรเวลามาอยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วเขาถึงไม่มั่นใจในตัวเองแล้วก็มีคาแรคเตอร์ที่แปลกๆกลัวเพื่อนจะไม่รักหรือรำคาญที่พูดวนอะไรแบบนี้ซึ่งผมก็ไม่เคยได้มีโอกาสจับเข่าคุยกันจริงจังแต่ทุกครั้งเชื่อไหมแม้ว่าผมจะเป็นคนเดียวที่คุยกับอ๋อมมากที่สุดทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ามันคุยกับผมเรื่องอะไรบ้างแต่ที่บอกได้คือคำว่ามึงรักกูหรือเปล่าทุกคนที่ไปถามอ๋อมจะพูดประโยคนี้เสมอบางทีพูด 10-20 ครั้งคนก็รำคาญเพราะอยากจะคุยเรื่องอื่น

เอมี่กลิ่นประทุม : (หัวเราะ)

ซีศิวัฒน์ :ถ้าถามว่าทำไมคนถึงรักอ๋อมณโมเมนต์ตอนนั้นคืออาจจะมองว่าน่ารำคาญแต่ความเป็นจริงแล้วนี่คือเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความน่ารักมากที่เขาต้องการความรักคือเป็นพระเอกแนวหน้าของประเทศไทยเขาไม่มีความอีโก้อะไรเลยให้เกียรติทุกคนเสมอนี่เป็นเหตุที่ทุกคนมาถามผมว่าทำไมถึงนั่งคุยกับเขาได้เพราะผมรู้ว่าเขาเป็นคนดีถ้าคนๆนี้ต้องการความรักจากผมขนาดนี้เราก็อยู่ให้เขาถามและผมก็อยู่แบบนี้ตลอดจริงๆกล้าพูดได้เต็มปากเลยในทุกๆปีที่เราได้มาเจอกันผมอยู่ตรงนั้นกับเขาเสมอ

สามารถติดตาม Woody FMได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธเวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=sT4bBCxly98

#WoodFM#วู้ดดี้เอฟเอ็ม

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสาร รายการ WOODY FM

Facebook: Woody – Instagram: Woodytalk – YouTube: Woody – Twitter: @Woodytalk

TikTok: woodywoody- LINE: @woodytalk