ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590405

ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย

ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย

29 ต.ค. 2567

ชวนไปเที่ยวไปมูเตลูในเทศกาลแห่งแสงสว่าง “ดิวาลี” (Diwali) เทศกาลอินเดียในไทย สักการะพระพิฆเนศ-พระแม่ลักษมี ลิ้มรสอาหารอินเดีย จัดเต็มแสง สี เสียงสไตล์บอลลีวูด โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 3 พ.ย. นี้ ที่ย่านลิตเติ้ลอินเดีย ถนนพาหุรัด คลองโอ่งอ่าง และสะพานเหล็ก

กลับมาอีกครั้งสำหรับ เทศกาลดิวาลี ประจำปี 2567 (Diwali Festival Bangkok 2024) หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง นับเป็นงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนเชื้อสายอินเดีย โดยมีความเชื่อว่าเป็นเทศกาลแห่งการฉลองชัยชนะของแสงสว่างเหนือความมืด ความรู้เหนือความเขลา และความดีเหนือความชั่วร้าย  อีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของชาวอินเดียที่สำคัญไม่แพ้กับ “นวราตรี” (Navaratri) ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน คือ “ดิวาลี” (Diwali) หรือบางคนก็เรียกว่า “ดีปาวลี” (Deepavali) ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวอินเดีย และยังเป็นวันบูชาพระแม่ลักษมีด้วย

ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย

ในปีนี้เทศกาลดิวาลี 2567 จัดเต็มแสง สี เสียง สไตล์บอลลีวูด ลิ้มรสอาหารภัตตาคารอินเดีย สักการะพระพิฆเนศ-พระแม่ลักษมี วันที่ 28 ตุลาคม-3 พฤศจิกายนนี้ ที่ย่านลิตเติ้ลอินเดีย ถนนพาหุรัด คลองโอ่งอ่าง และสะพานเหล็ก  โดยภายในงานเตรียมพบกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเชิงวัฒนธรรมสุดอลังการ จัดเต็ม แสง สี เสียงสไตล์บอลลีวูดตลอดทั้งวัน ที่ขาดไม่ได้คือการลิ้มลองอาหารทั้งเมนูคาว-หวาน จากภัตตาคารอินเดียสไตล์มหาราชาชื่อดังในประเทศไทยกว่า 20 ร้าน พร้อมช็อปสินค้าสไตล์อินเดียนจากร้านค้าชื่อดัง ทั้งส่าหรี เครื่องประดับ ของตกแต่งศิลปวัฒนธรรมอินเดียกว่า 40 ร้าน นอกจากนี้ สายมูเตลูต้องห้ามพลาด สักการะ “พระพิฆเนศ” และ “พระแม่ลักษมี” เพื่อเสริมดวงชะตา โชคลาภ เพิ่มความสำเร็จให้ชีวิต 

ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย

เทศกาลดิวาลีในทุกๆปี วันที่จะไม่ตรงกัน ในปีนี้ตรงกับช่วง 28 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2567 เฉลิมฉลองทั้งหมด 5 วัน

  • เริ่มจากวันที่ 13 ของช่วงกาลปักษ์ หรือก็คือแรม 13 ค่ำแห่งเดือนจันทรคติชื่ออาศวิน (Ashvina) ถึงวันที่สองของช่วงชุษณปักษ์ หรือขึ้น 2 ค่ำแห่งเดือนการติกะ (Karttika) 
  • ในวันที่ 3 ของเทศกาลดิวาลี หรือที่เรียกว่า “อะมาสวัสยะ” ถือเป็นวันสำคัญที่สุด เพราะเป็นวันที่มืดที่สุดตามปฏิทินฮินดู แต่ก็เป็นวันที่แสงสว่างเริ่มกลับมาด้วยเช่นกัน
  • ในเทศกาลดิวาลีนี้ ชาวฮินดูจึงมักจะออกไปจับจ่ายซื้อของ เหมือนกับช่วงตรุษจีนและคริสต์มาส รวมถึงออกมาจุดพลุหรือดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองตลอด 5 วันของเทศกาล
ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย

วันที่ 28 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2567 ณ ย่านลิตเติ้ลอินเดีย ถนนพาหุรัด คลองโอ่งอ่าง และสะพานเหล็ก ให้แสง สี เสียง ของเทศกาลดิวาลีในปีนี้จุดประกายย่านลิตเติ้ลอินเดียให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่แห่งใหม่ใจกลางกรุง ที่ผู้คนจากทั่วโลกต้องมาเยือน

ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย
ไปเที่ยวไปมู “ดิวาลี 2567” เทศกาลบูชาแห่งแสงสว่าง พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดีย

เริ่มแล้ว “เทศกาลชมดาว รับลมหนาว” อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590351

เริ่มแล้ว "เทศกาลชมดาว รับลมหนาว" อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล

เริ่มแล้ว “เทศกาลชมดาว รับลมหนาว” อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล

28 ต.ค. 2567

เริ่ม 2 พ.ย. นี้ เปิดเทศกาล “ชมดาว รับลมหนาว” NARIT แจกพิกัด กิจกรรมดูดาว ทุกวันเสาร์ ตลอดฤดูกาล ประจำปี 2567-2568

NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนดูดาวหนาวนี้แบบฉ่ำ เริ่มอีเวนต์แรก 2 พ.ย. 2567 “เทศกาลชมดาว…รับลมหนาว” เปิดฤดูกาลดูดาวทุกคืนวันเสาร์ พร้อมกัน 5 แห่ง ได้แก่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา พร้อมเปิดโผกิจกรรมดาราศาสตร์ตลอดฤดูกาล ดังนี้

1. เปิดเทศกาลชมดาวรับลมหนาว วันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 2567 เวลา 18.00-22.00 น. กิจกรรมดูดาวครั้งแรกของฤดูหนาวนี้ พบกับการกลับมาเปิดหอดูดาวอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในธีม “BEYOND THE GALAXY” ชวนส่องดาวและวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์หลากชนิด ตั้งแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว ไปจนถึง 0.7 เมตร เดินเล่นท่ามกลางระบบสุริยะในโซน “Our Solar System” รอบพื้นที่หอดูดาว จากนั้นสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะหลากสีกันที่โซน “Exoplanet” ต่อด้วยเยี่ยมเยียนเหล่าเพื่อนบ้านในกาแล็กซีใกล้เคียงกับโซน “Galactic Neighborhood” ท่ามกลางเสียงดนตรีไพเราะขับกล่อมตลอดงาน พิเศษ! ชวนแต่งกายธีม Beyond the Galaxy ร่วมงาน ลุ้นรับรางวัลลิมิเต็ด! พบกันที่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

2. Starry Night over Bangkok ดูดาวกลางกรุง วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 2567 เวลา 18.00-22.00 น. ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร การกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมดูดาวใจกลางเมืองหลวง ซึ่งตรงกับช่วงดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี ร่วมค้นหาดวงดาวที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงระฟ้า ส่องความสวยงามผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ยกมาเป็นคาราวานกว่าร้อยตัว เรียนรู้การดูดาวพื้นฐานผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน กับนักดูดาวมืออาชีพ เก็บภาพถ่ายดวงจันทร์ผ่านสมาร์ทโฟนจากกล้องโทรทรรศน์หลากหลายชนิด สนุกกับเวิร์คช็อป DIY และอื่นๆ อีกมากมาย เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
 

เริ่มแล้ว \"เทศกาลชมดาว รับลมหนาว\" อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล

3. ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 2568 เวลา 18.00-22.00 น. ชวนส่องดาวพฤหัสบดีผ่านกล้องโทรทรรศน์นานาชนิด ชมความสวยงามของแถบเมฆ จุดแดงใหญ่ และเหล่าดวงจันทร์บริวาร ในคืนที่ดาวพฤหัสบดีโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบปี ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

4. NARIT Night at the Museum 2024 ท่องNARITยามค่ำคืน วันที่ 28-29 ธ.ค. 2567 เวลา 18.00-22.00 น. เปิดนิทรรศการ ท้องฟ้าจำลองรอบพิเศษยามค่ำคืน และกิจกรรมดูดาว สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้ดาราศาสตร์ในช่วงกลางคืน ท่ามกลางหมู่ดาวพร่างพราวและลมหนาวปลายปี บรรยากาศดี ๆ แบบนี้พบกันได้ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

5. NARIT AstroFest 2025 มหกรรมดาราศาสตร์ วันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 เวลา 09:00-22:00 น. จัดเต็มกิจกรรมดาราศาสตร์ในวันเด็กแห่งชาติ หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวกับการเปิดบ้านอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูง ครั้งแรกกับการเปิดตัวอาณาจักรประกอบดาวเทียม และกล้องโทรทรรศน์ สัมผัสการทำงานวิจัยของนักดาราศาสตร์สาขาต่างๆ ชมท้องฟ้าจำลองรอบพิเศษ Walk Rally ในนิทรรศการดาราศาสตร์ พร้อมกิจกรรมเวิร์คช็อปสำหรับเด็กและครอบครัว ลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษ และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์มากมายภายในงาน ส่วนภูมิภาคอื่น ๆ พบกันได้ที่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เริ่มแล้ว \"เทศกาลชมดาว รับลมหนาว\" อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล

6. ดาวอังคารใกล้โลก วันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. 2568 เวลา 09.00-22.00 น. ชวนส่องดาวอังคารผ่านกล้องโทรทรรศน์ในวันที่ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ซึ่งจะเกิดขึ้นทุก 2 ปี ชมความสวยงามของรายละเอียดพื้นผิวบนดาวอังคาร อาทิ ภูเขาไฟ และขั้วน้ำแข็ง พบกันได้ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

7. TNO Open House : เปิดบ้านหอดูดาวแห่งชาติ ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชมดาวเคราะห์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา (หอดูดาวแห่งชาติ) บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ พร้อมเยี่ยมชมห้องทำงานของนักดาราศาสตร์ จัด 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 18 ม.ค. 2568 และครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 1 ก.พ. 2568 รับจำนวนจำกัด ครั้งละ 120 คนเท่านั้น ค่าสมัคร 300 บาท/ท่าน *เปิดรับสมัครทั้ง 2 ครั้ง วันที่ 2 พ.ย. 2567 ทางเฟซบุ๊ก (คลิก) ในช่วง Live เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

8. Dark Sky Star Party มหกรรมท่องเที่ยวดูดาว วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568 เวลา 17.00-22.00 น. ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ. นครราชสีมา สัมผัสความมหัศจรรย์ของท้องฟ้ายามค่ำคืน ในเขตอุทยานท้องฟ้ามืดที่มีทัศนวิสัยท้องฟ้าดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย กับคาราวานกล้องโทรทรรศน์กว่าครึ่งร้อยจากนักดาราศาสตร์สมัครเล่น และเครือข่ายดาราศาสตร์ พร้อมหลากหลายกิจกรรมทางดาราศาสตร์ และ Workshop การถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และสำหรับใครที่มองหาพิกัดสถานที่ดูดาวในลิสต์เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ติดตามได้ที่นี่ (คลิก)

9. NARIT Public Night : ดูดาวทุกคืนวันเสาร์ กิจกรรมดูดาวสำหรับประชาชน ชมวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.7 เมตร และกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กอีกหลายชนิด พร้อมแนะนำการดูดาวเบื้องต้น ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 18.00-22.00 น. ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (พฤศจิกายน – พฤษภาคม ของทุกปี) สอบถาม โทร. 084-0882261 *เริ่ม 2 พ.ย. 2567 เป็นต้นไป*
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี (เปิดให้บริการตลอดปี) สอบถาม โทร. 086-4291489
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น (เปิดให้บริการตลอดปี) สอบถาม โทร. 063-8921854
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ตำบลวังเย็น อำเภอแปลงยาว จังหวัด ฉะเชิงเทรา (เปิดให้บริการตลอดปี) สอบถาม โทร. 084-0882264
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา (เปิดบริการเฉพาะเดือนมกราคม – ตุลาคม ของทุกปี) สอบถาม โทร. 095-1450411
เริ่มแล้ว \"เทศกาลชมดาว รับลมหนาว\" อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล


สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่ NARIT จัดขึ้นในช่วงเทศกาลชมดาว ยังเป็นโอกาสดีที่ผู้เข้าร่วมจะได้สะสมแต้มในกิจกรรม “NARIT Point” เพียงเข้าร่วม NARIT Public Night ดูดาวทุกคืนวันเสาร์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ เพื่อสะสมแต้มออนไลน์ และแลกรับของที่ระลึก Limited Edition (ของที่ระลึกขึ้นอยู่กับจุดแลกรับแต่ละแห่ง) 
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละกิจกรรมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT

เริ่มแล้ว \"เทศกาลชมดาว รับลมหนาว\" อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล
เริ่มแล้ว \"เทศกาลชมดาว รับลมหนาว\" อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล
เริ่มแล้ว \"เทศกาลชมดาว รับลมหนาว\" อีเวนต์แรก 2 พ.ย. นี้ เช็กพิกัดตลอดฤดูกาล

รู้จัก “สันพญานาค” เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590245

รู้จัก "สันพญานาค" เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

รู้จัก “สันพญานาค” เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

27 ต.ค. 2567

รู้จัก “สันพญานาค” เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่สะท้อนถึงความเชื่อและความศรัทธา ของชาวอีสานที่มีต่อพญานาค

เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล “สันพญานาค” ณ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ เริ่มต้นจากจุดชมวิวมาหัวนาค (หัวพญานาค) ตำบลท่าหินโงม ไปจนถึงจุดชมวิวผากล้วยไม้ (หางพญานาค) ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ ระยะทางรวม 12.33 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 7 ชั่วโมง

รู้จัก \"สันพญานาค\" เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

เส้นทางศึกษาธรรมชาติสันพญานาค เป็นเส้นทางเดินป่าที่มีความยากระดับ 3 จาก 5 ประกอบด้วยจุดศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ 16 จุด เริ่มต้นที่เศียรพญานาคโค หรือผาหัวนาค ซึ่งเป็นหน้าผาสูงความยาว 450 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 905 เมตร มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสันเขาคดเคี้ยวคล้ายพญานาค วิวทิวทัศน์ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ตามตำนานเล่าว่าเป็นที่สถิตของพญานาค “นาโค” ผู้ปกปักรักษาคุ้มครองชาวนครกลางหาว

รู้จัก \"สันพญานาค\" เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

จุดที่น่าสนใจตลอดเส้นทางประกอบด้วย “นักบุญแห่งป่า” ต้นไทรใหญ่บนก้อนหินที่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า “ปลักหมูป่า” พื้นที่น้ำซับที่หมูป่าใช้เกลือกกลั้วตัว “บันไดเกล็ดนาคา” ชั้นหินเรียงตัวคล้ายเกล็ดพญานาค “หุบช่องช้าง” ร่องน้ำที่เคยเป็นเส้นทางชักลากไม้ของช้าง และ “หัวใจพญานาโค” จุดท้าทายที่มีความลาดชันสูงที่สุด ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดศักดิ์สิทธิ์ที่มีบารมีด้านโชคลาภและความเพียร

รู้จัก \"สันพญานาค\" เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

นอกจากนี้ยังมี “ผามิตรไมตรี” และ “ผาทรนง” จุดชมวิวบนหน้าผาสูง “รังหมูป่า” ที่พักของลูกหมูป่า “หินพญาแข้” กลุ่มหินรูปทรงคล้ายจระเข้ “ป่านาคาจำศีล” จุดพักแรมท่ามกลางป่าเฟิร์น “ผาเกิ้ง” พื้นที่โล่งริมหน้าผาที่มีป่าเพ็ก “เฟิร์นนาคราช” ลานหินที่มีต้นเฟิร์นนาคราชขึ้นหนาแน่น “จุดชมวิวยอป่า” ที่มองเห็นวัดชัยภูมิพิทักษ์ และ “จุดชมวิวภูแลนคา” ที่เห็นทัศนียภาพของสองอำเภอและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

รู้จัก \"สันพญานาค\" เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

เส้นทางสิ้นสุดที่ “หางพญานาคนาโค” หรือผากล้วยไม้ หน้าผาสูงที่มีกล้วยไม้ป่าและหินรูปร่างแปลกตา โดยเฉพาะหินที่มีลักษณะคล้ายหางพญานาค ซึ่งตามความเชื่อจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย นำความเป็นสิริมงคล และปกปักรักษาผืนป่าภูแลนคา “เส้นทางศึกษาธรรมชาติสันพญานาคแห่งนี้ นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและความศรัทธาของชาวอีสานที่มีต่อพญานาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และการปกปักรักษา เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเดินป่าในเส้นทางดังกล่าว ควรเตรียมร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อม และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ

รู้จัก \"สันพญานาค\" เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

ที่มาอุทยานแห่งชาติภูแลนคา

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด “ภูเรือ”

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590244

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด "ภูเรือ"

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด “ภูเรือ”

27 ต.ค. 2567

เทรนด์ฮิตแคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอดภูเรือ ตามล่าลายเซ็นหมูป่ากับพาสปอร์ตท่องเที่ยวคู่ใจ

บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาจับจองบ้านพักอุทยานแห่งชาติภูเรือ และพื้นที่กางเต็นท์บริเวณลานกางเต็นท์ภูสน เพื่อแคมป์ปิ้งสัมผัสอากาศหนาวเย็นท่ามกลางป่าสนสองใบและสนสามใบ

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"

ตอนนี้อุณหภูมิลดลงเหลือเพียง 16 องศาเซลเซียส “ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น” ลับเหลี่ยมภูเขาสลับซับซ้อนและแสงสีทองอันสวยงามของท้องฟ้า ที่จุดเช็คอินใหม่ คือ PhuSon Cafe’ ร้านกาแฟสุดชิคที่อุทยานแห่งชาติภูเรือเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือน โดยลานกางเต็นท์ภูสนอยู่ห่างจากยอดภูเรือ เพียง 1.5 กิโลเมตร เป็นจุดกางเต็นท์ที่มีอากาศหนาวเย็นทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน ตุลาคม – มกราคม บรรยากาศดี ที่บอกเลยว่าสายแคมป์ต้องห้ามพลาด

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"

และกิจกรรมไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ “ชมพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูเรือ” ชมแสงแรกของวันที่สาดกระทบทะเลหมอกเห็นท้องฟ้าสีทองสุดสวยในยามเช้า ปะทะกับสายหมอกเย็นฉ่ำบนยอดภูเรือ ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีความสูงถึง 1,365 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โอบล้อมไปด้วยป่าสนและไม้ดอกเมืองหนาวที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยงามสุดประทับใจ

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"

นอกจากนี้สิ่งที่พลาดไม่ได้ หรือสายมูไม่รู้ไม่ได้คือ การเสริมสิริมงคลชีวิตด้วยการกราบสักการะ “พระพุทธนาวาบรรพต” พระพุทธรูปเก่าแก่ ปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปที่ชาวภูเรือให้ความเคารพศรัทธา ประดิษฐานอยู่ด้านบนยอดภูเรือ

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"

ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติภูเรือ ได้พัฒนาและปรับปรุง สถานที่ท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ลานกางเต็นท์ ถนนสัญจร ลานจอดรถ ร้านอาหารชุมชน ร้านกาแฟเครื่องดื่ม รวมทั้งระบบการจัดการสำหรับดูแลนักท่องเที่ยวทุก ๆ ท่าน จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุก ๆ ท่าน เข้ามาเที่ยวและเยี่ยมชม สัมผัสอากาศหนาวเย็น ใกล้ชิดธรรมชาติ ในช่วงฤดูหนาวนี้ กันเยอะ ๆ นะคะ ทั้งนี้ขอให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวทุก ๆ ท่านปฏิบัติตามกฏระเบียบของอุทยานแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูเรือยังมี กิจกรรม ประทับตราอุทยานฯ ตามล่าลายเซ็นหมูป่า 1 ใน 156 แห่ง ของอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศไทย ที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นผู้ตวัดลายเซ็นให้ด้วยตนเอง อีกด้วย

แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"
แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"
แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"
แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"
แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"
แคมป์ปิ้งรับลมหนาว ตื่นเช้าชมทะเลหมอก สักการะพระคู่เมืองเลยบนยอด \"ภูเรือ\"

ที่มา อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590026

ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์

ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์

25 ต.ค. 2567

ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ กับเส้นทางศึกษาธรรมชาติช่องปลดต่าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์ เดินชมป่าเขียวขจี สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่หาชมได้ยาก

เส้นทางศึกษาธรรมชาติช่องปลดต่าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์  มีพื้นที่ 313,750 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกาบเชิง อำเภอสังขะ และอำเภอบัวเชด ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบและเทือกเขาสูง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลระหว่าง 200-476 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือและพัฒนาพื้นที่ราบชายแดนในโครงการต่างๆ

ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์

โดยมีลำห้วยที่สำคัญหลายสาย คือ ห้วยสิงห์ ห้วยประเดก ห้วยขนาดมอญ ห้วยจรัส ห้วยหมอนแบก ห้วยสำราญ ห้วยเสียดจะเอิง ห้วยจำเริง จึงมีการสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นในพื้นที่นั้น ๆ เป็นผลให้พื้นที่มีความชุ่มชื้นโดยทั่วไป มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด และติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์

นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงามตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปี (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) จะมีดอกไม้ป่า เช่น ดอกดุสิตา ออกดอกงามสะพรั่งเป็นทุ่งกว้าง เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-16.30 น.

ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์
ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์
ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์
ชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์

ที่มา: ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อำเภอวังน้ำเขียว โคราช จับมือ ททท. เปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590073

อำเภอวังน้ำเขียว โคราช จับมือ ททท. เปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว

อำเภอวังน้ำเขียว โคราช จับมือ ททท. เปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว

25 ต.ค. 2567

อำเภอวังน้ำเขียว โคราช จับมือ ททท. เปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว แคมเปญแรก สีสันดอกไม้ ฟลอร่าพาร์ค สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ

25 ต.ค. 2567 นายสมภพ มุกดาสนิท นายอำเภอวังน้ำเขียว ร่วมกับ นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.สำนักงานนครราชสีมา, ดร.สุรชิต แวงโสธรณ์ ผอ.สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช และ นายมงคลศิลป์ ลีนะกนิษฐ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว และประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยวและท่องเที่ยวชุมชน ร่วมวงพูดคุยเตรียมเปิดฤดูการท่องเที่ยวและรองรับท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

อำเภอวังน้ำเขียว โคราช จับมือ ททท. เปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว เพื่อนำไปต่อยอดกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ซึ่งช่วงนี้พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว เริ่มมีอากาศหนาวเย็นและมีทะเลหมอกในยามเช้า เหมาะสมกับการเดินทางมาท่องเที่ยวรับลมหนาว และที่สำคัญ เป็นช่วงที่ผลไม้ในพื้นที่กำลังออกผลผลิต อาทิ พุทรานมสดที่มีชื่อเสียง และยังมีลองกอง กับฝรั่ง จะเป็นสินค้าที่นำมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

นายสมภพ มุกดาสนิท นายอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า อำเภอวังน้ำเขียว เตรียมเปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายด้วย “งาน เดิน วิ่ง ปั่น โต้ลมหนาว ริมอ่างน้ำสันกำแพง” ที่หมวดบํารุงทางหลวงชนบทวังน้ำเขียว ตำบลวังหมี อําเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ในเช้าวันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 2567 เวลา 05.30 น. โดยกิจกรรมครั้งนี้จัดวิ่งฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

อำเภอวังน้ำเขียว โคราช จับมือ ททท. เปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว

ด้าน นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า ไฮไลต์ของงานวิ่งครั้งนี้ คือ ของรางวัลสำหรับผู้ที่วิ่งเข้าเส้นชัย นอกจากจะมีเหรียญรางวัลมอบให้แล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา นำเสนอ “อีสานเฟสติเว้า ประเพณีสีอีสาน” มอบเป็นของขวัญพิเศษสุดให้สำหรับนักวิ่งที่เข้าร่วมงานด้วย โดยงานครั้งนี้จัดวิ่งฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จึงเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสอากาศหนาวด้วยหัวใจแห่งธรรมชาติเพื่อสุขภาพที่ดี

สำหรับพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวยังมีจุดชมวิวสวยๆ ท่ามกลางธรรมชาติอีกมากมาย และจุดเช็กอินยอดฮิต คือ ผาเก็บตะวัน กับจุดชมกระทิงป่า ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า หรือเดิมชื่อว่า “จุดสกัดเขาสูง” ซึ่งทั้งสองจุดจะมีลานกางเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวได้มากินลมชมวิว ใกล้ชิดธรรมชาติ สัมผัสลมหนาวและไอหมอก

อำเภอวังน้ำเขียว โคราช จับมือ ททท. เปิดฤดูการท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาว


นอกจากนี้ ศูนย์การเรียนรู้ฟลอร่าพาร์ค วังน้ำเขียว ก็เตรียมเปิดสวนดอกไม้ ในวันที่ 1 พ.ย. 2567 ซึ่งครั้งนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม ทางศูนย์ฯ ได้นำกุหลาบ มากกว่า 10,000 ต้น หลายสายพันธุ์ หลากสีสันมาโชว์นักท่องเที่ยว พร้อมกับปรับโฉมสวนใหม่ และมีไฮไลท์อื่นๆ อีกเพียบ โดยสวนดอกไม้จะเปิดให้เข้าชม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2567 ยาวไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2568

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/590027

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน

25 ต.ค. 2567

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ปิดจุดบริการดำน้ำ บริเวณเกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) 1 จุด เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 หลังพบปะการังฟอกขาว

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้เข้าดำเนินการสำรวจปะการังในบริเวณพื้นที่บริเวณเกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) พบว่า ปะการังบางส่วนมีสภาพเสื่อมโทรม และพบปะการังอ่อนกำลังฟื้นตัว อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จึงพิจารณาแล้ว เพื่อให้ปะการังอ่อนฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ รวดเร็ว

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จึงประกาศปิดจุดบริการดำน้ำของเกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) จำนวน 1 จุด บริเวณพิกัด UTM Zone 47 N (487807E , 820443N) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และหากมีการเปลี่ยนแปลงทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกาศปิดจุดดำน้ำเกาะห้า 1 เดือน

‘นฤมล’เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ที่วัดอมรินทรารามวรวิหาร

https://www.naewna.com/local/838301

'นฤมล'เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ที่วัดอมรินทรารามวรวิหาร

‘นฤมล’เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ที่วัดอมรินทรารามวรวิหาร

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 10.34 น.

“นฤมล”เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ณ วัดอมรินทรารามวรวิหาร กรุงเทพฯ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินพร้อมเครื่องบริวารพระกฐิน ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่ขอพระราชทาน เพื่อน้อมนำไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดอมรินทราราม วรวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

โดยการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมทำบุญถวายจตุปัจจัยเพื่อเป็นพระราชกุศล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 2,756,881.98 บาท

เกษตรกรบุรีรัมย์ แห่เก็บฟางใหม่ หลังเริ่มเกี่ยวข้าว

https://www.naewna.com/local/838250

เกษตรกรบุรีรัมย์  แห่เก็บฟางใหม่  หลังเริ่มเกี่ยวข้าว

เกษตรกรบุรีรัมย์ แห่เก็บฟางใหม่ หลังเริ่มเกี่ยวข้าว

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ที่หมู่บ้านปริงเปน ต.หลักเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ต่างแห่ไปขนเอาฟางสดใหม่ จากการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีของเพื่อนบ้าน ที่ได้เพาะปลูกข้าวหอมมะลิ กข 15 ที่สุกเหลืองอร่ามจนได้ที่แล้วและเริ่มว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวทำการเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากรถเกี่ยวข้าวสามารถเกี่ยวข้าวออกมาได้เป็นเมล็ดข้าวเปลือก และได้ฟางข้าวออกมาในเวลาเดียวกัน ซึ่งสะดวก สบาย และประหยัดเวลากว่าการจ้างแรงงานคนมาทำการเก็บเกี่ยว โดยเพื่อนบ้านหลายรายในหมู่บ้านแทบทุกหลังคาเรือน ส่วนใหญ่จะเลี้ยงวัวกันอยู่แล้ว ได้มาขอเพื่อนบ้าน ที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวข้าวก่อนเป็นเจ้าแรกๆ ของหมู่บ้าน เพื่อขอเอาฟางสดใหม่ที่ได้จากการเกี่ยวข้าว นำไปเป็นอาหารให้วัวกิน นำมาใส่รถเข็นทั้งแบบลากจูง และแบบพ่วงข้างรถจักรยานยนต์ มาขนบรรทุกเอาฟางสดๆ ที่ได้จากการเก็บเกี่ยว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและเบาแรง จากที่ทุกวันชาวบ้านที่เลี้ยงวัว จะต้องออกเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาเกี่ยวหญ้าตามทุ่งนา ริมข้างทาง และสถานที่ต่างๆ ในแต่ละวันเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับวัวที่ตนเลี้ยงไว้ เนื่องจากไม่สามารถนำไปปล่อยเลี้ยงตามทุ่งนาได้ เพราะมีการเพาะปลูกข้าวไว้ ซึ่งเพื่อนบ้านที่มาขนเอาฟางไปให้วัว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เบาแรงได้เยอะ เพราะไม่ต้องไปหาเกี่ยวหญ้ามาให้เป็นอาหารวัวเหมือนกับทุกวัน 

เกษตรฯรุกมาตรฐานสินค้า 22 ปี มกอช.สร้างความยั่งยืนสู่สากล

https://www.naewna.com/local/838259

เกษตรฯรุกมาตรฐานสินค้า  22 ปี มกอช.สร้างความยั่งยืนสู่สากล

เกษตรฯรุกมาตรฐานสินค้า 22 ปี มกอช.สร้างความยั่งยืนสู่สากล

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานและมอบนโยบาย เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ครบรอบ 22 ปี ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “Go Green Go Global ขับเคลื่อนงานด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนสู่สากล”โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่ มกอช.เขตบางเขน กทม.ว่ากระทรวงเกษตรฯ มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” สร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรและประชาชน โดยยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ด้วยการต่อยอดโครงการ1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงเน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ รวมถึงส่งเสริม การสร้างอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งต้องใช้กลไกความร่วมมือจากภาคเอกชน
ผู้ประกอบการ รวมถึงทูตเกษตร ในการขยายตลาดเดิมและเพิ่มตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการใช้นวัตกรรมมาเป็นจุดขายสินค้าเกษตรผ่านแอปพลิเคชั่น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มความต้องการสินค้าเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญเช่นกัน โดยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับนโยบาย มาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อมโลก เช่น EUDR, CBAM และ Carbon Credit โดยทำการเกษตรที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย การเกษตรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการแก้ปัญหา PM2.5

สำหรับ มกอช.ถือเป็นหน่วยงานหลักภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่มีภารกิจในการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร รวมถึงการร่วมเจรจาและแก้ไขปัญหาด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชของประเทศไทย ซึ่งภารกิจของ มกอช.มีส่วนช่วยขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลภาคการเกษตร ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา รวมถึงภาคประชาชน ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตที่ดีตามที่ตลาดต้องการ เช่น ผลักดันให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการตรวจรับรอง GAP หรือ Organic ให้เพิ่มขึ้นทั้งชนิดสินค้าและพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมการทำเกษตรแบบปลอดการเผา เพื่อเกษตรกรสามารถต่อยอดไปสู่คาร์บอนเครดิตในภาคการเกษตร และลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ต่อไป นอกจากนี้ ต้องเร่งรัดและผลักดันให้มีการเจรจาเปิดตลาดสินค้าเกษตรใหม่ๆ รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศเกิดการยอมรับและเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานของสินค้าเกษตรไทย