‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/838211

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.03 น.

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2567 เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินพร้อมเครื่องบริวารพระกฐิน ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่ขอพระราชทาน เพื่อน้อมนำไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้อมนำถวาย พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารระดับสูงกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วัดอมรินทราราม วรวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน รวมทั้งเป็นการจรรโลงและส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้มั่นคงดำรงอยู่สืบไป

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมงานกฐินพระราชทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/838209

'อธิบดีกรมการข้าว'ร่วมงานกฐินพระราชทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมงานกฐินพระราชทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.01 น.

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมพิธี ณ วัดอมรินทราราม วรวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

– 006

กรมวิชาการเกษตร ร่วมมือผู้ทรงคุณวุฒิ จัดประชุมย่อยโครงการ : การศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนฯ

https://www.naewna.com/local/838191

กรมวิชาการเกษตร ร่วมมือผู้ทรงคุณวุฒิ จัดประชุมย่อยโครงการ : การศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนฯ

กรมวิชาการเกษตร ร่วมมือผู้ทรงคุณวุฒิ จัดประชุมย่อยโครงการ : การศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนฯ

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.31 น.

กรมวิชาการเกษตร ร่วมมือผู้ทรงคุณวุฒิ จัดประชุมย่อยโครงการ : การศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนต่อการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติภายใต้ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร

29 ตุลาคม 2567 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เป็นประธานเปิดงานโครงการ : การศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนต่อการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติภายใต้ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร โดยมี  นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา , นางสุรางคณา วายุภาพ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมศว. มทร. และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ,นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  ,นายจิรากร โกศัยเสรี ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร) ,นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร  กรมวิชาการเกษตร  ,นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร   เข้าร่วมประชุมย่อย  ณ ห้องบอลรูม A-B โรงแรมมารวยการ์เด้น พหลโยธิน กรุงเทพมหานคร

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกฎหมายถึง 6 ฉบับด้วยกัน เนื่องจากภาคการเกษตรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) แต่ความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงรอบตัวจะกระทบอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารและต่อพืชเศรษฐกิจของประเทศ กรมวิชาการเกษตรจึงต้องปรับตัวและเตรียมพร้อม อันหมายรวมถึงกฎหมายทั้ง 6 ฉบับภายใต้ความรับผิดชอบ “กฎหมาย” คือ กฎเกณฑ์ กติกาที่มีสภาพบังคับและต้องปฏิบัติตาม ผู้ใดจะอ้างว่า ไม่รู้กฎหมายไม่ได้ เดิมกฎหมายเมื่อตราขึ้นใช้บังคับแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งใช้ระยะเวลาหลายปีกว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ และมักมีการดำเนินการทีละฉบับ จึงยิ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการกว่าจะทำได้ครบถ้วนทุกฉบับ

การดำเนินงานเชิงรุกของกรมวิชาการเกษตรที่มององค์รวมของการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ด้วยการศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็น หรือสะท้อนข้อห่วงกังวล รวมทั้งข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติในเวลาไล่เลี่ยกันครบทั้ง 6 ฉบับ โดย 3 พระราชบัญญัติ ซึ่งได้มีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในวันนี้ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 และพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 ส่วนอีก 3 พระราชบัญญัติ ได้แก่  พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งได้มีการดำเนินการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

วันนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการขจัดกฎหมายที่ไม่จำเป็น หรือการกิโยตินกฎหมาย และให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและทบทวนกฎหมายให้ทันสมัย ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ อันเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมาตรการหนึ่ง รวมทั้งต้องทำให้เกิดธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเป็นธรรมให้กับประชาชน และด้วยภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรถือเป็นกระทรวงหลักที่ต้องทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) อันมาจากพืชผลการเกษตร และขณะนี้ ทุกประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (Climate Changes) ตลอดจนวิกฤติการณ์ที่เปรียบเสมือนภัยคุกคามใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (Emerging Threats) ทำนองเดียวกับผลกระทบจาก Covid-19 เมื่อหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งภัยจากสงครามหรือความตึงเครียดในหลายๆ ภูมิภาคจากภูมิรัฐศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีความเสี่ยงว่าจะส่งผลกระทบต่อการเกษตรและต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ปรับอาจขาดแคลนหรือมีราคาแพงมากขึ้น เช่น ปุ๋ย และสารเคมีที่จำเป็น อีกทั้งยังคาดหมายได้ต่อไปว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ 

เราทุกคน จึงต้องปรับตัวในทุกๆ ด้านที่จำเป็น รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายของประเทศให้พร้อม บนพื้นฐานของข้อมูลและหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า Science-Based และหลักการบริหารจัดการความเสี่ยง หรือ Risk-Based เพื่อให้พร้อมรับมือกับ Climate Changes และวิกฤติใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อการเกษตรทั้งระบบ และต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศด้วยในที่สุด

ที่ผ่านมานั้น เรามักตรากฎหมายเพื่อกำกับควบคุมแบบเคร่งครัด ก็อาจจำเป็นต้องปรับไปทิศทางที่เป็นการกำกับดูแลเชิงส่งเสริมมากกว่าเชิงลงโทษ รวมทั้งจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องตามพันธกรณีระหว่างประเทศโดยต้องตระหนักและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรเป็นสำคัญ การเพิ่มมาตรการเชิงนวัตกรรมและรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไว้ในกฎหมาย เช่น การปรับแต่งพันธ์พืชให้ดีขึ้น (Gene Editing) หรือการรองรับมาตรการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหรือปัญญาประดิษฐ์พร้อมทั้งคำนึงถึงมาตรการป้องกันการบิดเบือนข้อมูล เพื่อความปลอดภัยและยกระดับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคการเกษตร ก็อาจเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง อายุการคุ้มครองที่สั้นเกินไปก็ควรขยายเวลาการคุ้มครองออกไปให้เหมาะสมมากขึ้น หรือโครงสร้างกรรมการซึ่งกำหนดให้เป็นกรรมการโดยตำแหน่งที่มาจากหน่วยงานหรือผู้ทรงคุณวุฒิในภาคการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ก็มีความจำเป็นต้องเพิ่มหน่วยงานหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากสายงานด้านเศรษฐกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ นวัตกรรม หรือ Climate Changes เข้าไปในองค์ประกอบของคณะกรรมการเพื่อเพิ่มมุมมองในมิติต่างๆ ให้รอบด้านมากขึ้น รวมทั้งการกำหนดมาตรการปรับเป็นพินัยใส่ไว้ในกฎหมายเอาไว้ให้ชัดเจน เป็นต้น 

นางสุรางคณา วายุภาพ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมศว. มทร. และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรครั้งนี้ จึงมีแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายที่ออกจากกรอบแนวคิดเดิมๆ เพื่อให้กฎหมายเกี่ยวกับการเกษตรของประเทศสามารถพัฒนาก้าวทันการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคการเกษตรของไทย

อย่างไรก็ตาม ในการรับฟังความเห็นและการประชุม Focus Group ครั้งนี้ เป็นระยะแรกเพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการยกร่างกฎหมาย รวมทั้งการดำเนินการใดๆ เพื่อประเมินผลกระทบของร่างกฎหมาย และจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในระยะถัดไป รวมทั้งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนประเทศไทยจะเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับที่สำคัญๆ เช่น อนุสัญญาการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (International Convention for the Protection of New Varieties of Plants) UPOV 1991 เป็นต้น โดยวางแผนว่า การปรับแก้กฎหมายควรจะเร่งรัดและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป

‘สายเกา’เตรียมกรี๊ด! Clover Entertainment ประกาศเดบิวต์อย่างยิ่งใหญ่

https://www.naewna.com/entertain/838338

'สายเกา'เตรียมกรี๊ด! Clover Entertainment ประกาศเดบิวต์อย่างยิ่งใหญ่

‘สายเกา’เตรียมกรี๊ด! Clover Entertainment ประกาศเดบิวต์อย่างยิ่งใหญ่

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.30 น.

สายเกาเตรียมกรี๊ด! THE CLOVER UNIVERSE ENTERTAINMENT หรือCLOVER ENTERTAINMENT เอเจนซี่ครีเอเตอร์เบอร์ 1 จากเกาหลีใต้ ประกาศขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก ประเดิมที่ไทยเป็นแห่งแรก เตรียมยกทัพนำอินฟลูเอนเซอร์ระดับแถวหน้าบุกตลาดอินฟลูฯ ไทย พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “Clover UniverseEnt. Bangkok Debut” ณ Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ กรุงเทพฯในวันที่ 29 ตุลาคม 2567ตั้งแต่เวลา 16:30 – 19:00 น.

ปาร์คอิลซอCEOTHE CLOVER UNIVERSE ENTERTAINMENT กล่าวภายในงาน“Clover Universe Ent. Bangkok Debut”ว่า ปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก Clover Entertainment ในฐานะเอเจนซี่ผู้พัฒนาครีเอเตอร์อันดับ 1 จากเกาหลีใต้จึงเตรียมขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองและเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการขยายธุรกิจเพราะมีฐานการใช้โซเชียลมีเดียที่แข็งแกร่ง นิยมติดตามครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ตนชื่นชอบ อีกทั้งยังเปิดรับวัฒนธรรม K-Popอย่างกว้างขวาง Clover Entertainment มองเห็นศักยภาพและโอกาสอันมหาศาลนี้จึงตั้งใจเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรก ก่อนขยายไปสู่ประเทศอื่นๆ ต่อไป

นายปาร์คกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ Clover Entertainment จะก่อตั้งได้เพียง 3 ปี แต่เนื่องจากเรามีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง Kiwe Lab ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเนื้อหาขนาดสั้น (short-form content) และการตลาดดิจิทัลครบวงจร และเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ระดับแถวหน้ากว่า 1,500 คน ครอบคลุมทุกรูปแบบธุรกิจ ทำให้ Clover Entertainment สามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำ สร้างคอนเทนต์ที่โดดเด่นเป็นไวรัล สร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่เหมาะกับคาแรกเตอร์ของอินฟลูเอนเซอร์ ตอบโจทย์ความต้องการของแบรนด์ โดนใจกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เราเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยเติบโตถึง 300% ในปี 2566 และ 400% ในครึ่งปีแรกของปี 2567 ครองส่วนแบ่งตลาดในด้าน TikTok Live Commerce อันดับ 1 ในเกาหลีใต้ และเติบโตเร็วที่สุดในโลก และวันนี้ บริษัทฯ พร้อมแล้วที่จะนำความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ มาสร้างความสำเร็จให้กับครีเอเตอร์และแบรนด์ธุรกิจในประเทศไทยให้พร้อมเติบโตไปด้วยกัน การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในต่างประเทศแต่ยังถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจไปสู่ระดับโลก

สำหรับงาน “Clover Universe Ent. Bangkok Debut” ในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศเปิดตัวสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ โดย ปาร์คอิลซอCEOของ Clover Entertainmentได้แสดงวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินธุรกิจในไทย และเป้าหมายที่จะไปสู่ระดับโลกพร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศที่ครีเอเตอร์และแบรนด์สามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายในงานมีไฮไลต์สำคัญคือการรวมตัวของครีเอเตอร์ระดับตัวท็อปจากเกาหลี อาทิ ชาฮยอนซึงนักแสดง – นายแบบสุดฮอตนักเต้นมืออาชีพและดาวรุ่งจากรายการเรียลลิตี้Physical: 100 Single’s Infernoและเป็นอินฟลูเอนเซอร์ตัวท้อปแห่งTikTok Liveที่บินตรงมาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเผยเคล็ดลับความสำเร็จในการทำ TikTok Live และการสร้างคอนเทนต์สุดปังที่เรียกทั้งยอดวิวและยอดขายแบบถล่มทลาย นอกจากนี้ยังมีเหล่าครีเอเตอร์และเซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทยเข้าร่วมงานมากมายพร้อมโชว์สุดพิเศษจากศิลปินและครีเอเตอร์จากเกาหลี และ After Party สุดเอกซ์คลูซีฟ

ถามมา-ตอบไป ‘ทอม ฮาร์ดี้’และ ‘เคลลี่ มาร์เซล’ เมื่อถามแฟนๆ ของเวน่อมจากทั่วทุกมุมโลก

https://www.naewna.com/entertain/838337

ถามมา-ตอบไป 'ทอม ฮาร์ดี้'และ 'เคลลี่ มาร์เซล' เมื่อถามแฟนๆ ของเวน่อมจากทั่วทุกมุมโลก

ถามมา-ตอบไป ‘ทอม ฮาร์ดี้’และ ‘เคลลี่ มาร์เซล’ เมื่อถามแฟนๆ ของเวน่อมจากทั่วทุกมุมโลก

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.29 น.

แฟนๆ ของเวน่อม ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ด้วยการนำเสนอทฤษฎีสุดเจ๋ง ข้อสงสัย คำถามที่อยู่ในใจ ที่อยากให้ ผกก และ นักแสดง มาตอบเกี่ยวกับตัวละครและเรื่องราวของภาพยนตร์ Venom: The Last Dance ซึ่งทอม ฮาร์ดี้ และเคลลี่ มาร์เซล ก็ได้ออกมาตอบคำถามเหล่านั้นอย่างน่าสนใจ

ข้อที่ 1: เมื่อเอ็ดดี้ บร็อกกลายร่างเป็นเวน่อม หัวของเขาหายไปไหน?

คำตอบ: ทอม ฮาร์ดี้และเคลลี่ มาร์เซล อธิบายว่า เอ็ดดี้จะหดตัวลงและอยู่ในร่างของเวน่อมเหมือนกับทารกในถุงเอ็มบริโอเวลาตั้งครรภ์ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการปรากฏตัว

ข้อที่ 2: เวน่อมอยู่ส่วนไหนของร่างกายเอ็ดดี้?

คำตอบ: ทอม ฮาร์ดี้และเคลลี่ มาร์เซล ยอมรับว่าไม่เคยคิดถึงคำถามนี้มาก่อน แต่พวกเขาคิดว่าเวน่อมอาจจะหดตัวลงและเคลื่อนที่ไปตามเส้นเลือดและเส้นเลือดฝอยของเอ็ดดี้

ข้อที่ 3: หนึ่งในตัวอย่าง Venom: The Last Dance มีฉากที่เอ็ดดี้เดินเข้าคาสิโน่ เป็นไปได้ไหมที่เวน่อมจะใช้พลังทำให้เอ็ดดี้รวย?

คำตอบ: ทอม ฮาร์ดี้ รู้สึกตื่นเต้นกับความคิดนี้มาก และหวังว่ามันจะเป็นจริง

ข้อที่ 4: จะได้เห็นเวน่อมกลายร่างเป็นไดโนเสาร์บ้างไหม?

คำตอบ: ทอม ฮาร์ดี้และเคลลี่ มาร์เซล ยอมรับว่าในคอมิกส์มีไดโนเสาร์ซิมไบโอตอยู่เยอะแยะเลย และพวกเขายอมรับว่าเป็นไอเดียที่เจ๋งมาก ซึ่งถ้าเป็นไปได้พวกเขาอยากจะกลับไปถ่ายใหม่แล้วใส่ไดโนเสาร์ที่โดนซิมไบโอตครอบงำเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ด้วย

ข้อที่ 5: ถ้าหากว่าทุกครั้งที่ซิมไบโอตเข้าครอบงำสิ่งมีชีวิตใหม่ มันจะเก็บเอาบางส่วนของสิ่งมีชีวิตนั้นมาด้วยไหม?

คำตอบ: ทอม ฮาร์ดี้และเคลลี่ มาร์เซล ชี้แจ้งว่า ซิมไบโอตจะเปลี่ยนโฮสต์ไปเรื่อยๆ แต่ตัวซิมไบโอตเองยังคงเป็นตัวของมันเอง ส่วนสิ่งมีชีวิตที่ถูกครอบงำจะเป็นฝ่ายที่ถูกเปลี่ยนแปลง เช่น มนุษย์ หรือ ม้า เมื่อซิมไบโอตเข้าครอบงำ มันจะถูกเปลี่ยนแปลงสัดส่วน ร่างกาย แต่ซิมไบโอตจะไม่ได้นำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของมนุษย์หรือม้าไปกับมันด้วย

ข้อที่ 6: สังเกตไหมว่าเวลาเวน่อมพูด ทอม ฮาร์ดี้ไม่ได้ขยับปาก แต่เมื่อสะท้อนกับกระจก เราจะเห็นว่าเอ็ดดี้ขยับปากอยู่ แสดงว่าจริงๆแล้วเอ็ดดี้ขยับปากเวลาพูดกับตัวเองในเสียงของเวน่อมใช่ไหม”

คำตอบ: ทอม ฮาร์ดี้และเคลลี่ มาร์เซล ไม่ได้เฉลยทฤษฎีนี้แต่ยอมรับว่าเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจ เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้มีตัวละครอื่นๆที่พูดคุยกับซิมไบโอตภายในตัวเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ตอนที่คุณนายเฉินถูกเวน่อมเข้าครอบงำและกลายร่างเป็น เชนแนม เธอเองก็พูดออกเสียงของเวน่อมผ่านปากของเธอเหมือนกัน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของข้อข้องใจที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Venom: The Last Dance ซึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของแฟนๆ และความใส่ใจของทีมงานในการสร้างสรรค์ผลงานที่น่าตื่นเต้นเรื่องนี้

ไปหาคำตอบทั้งหมดด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้กับ

Venom: The Last Dance 

ในโรงภาพยนตร์

‘แดน –บีม’ รู้สึกโชคดีที่แฟนคลับ ยังรักพวกเราเหมือนเดิม ยกให้แฟนคลับเท่ากับครอบครัว

https://www.naewna.com/entertain/838336

‘แดน –บีม’ รู้สึกโชคดีที่แฟนคลับ ยังรักพวกเราเหมือนเดิม ยกให้แฟนคลับเท่ากับครอบครัว

‘แดน –บีม’ รู้สึกโชคดีที่แฟนคลับ ยังรักพวกเราเหมือนเดิม ยกให้แฟนคลับเท่ากับครอบครัว

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.27 น.

จากบอยแบนด์อันดับหนึ่ง ไอดอลที่อยู่มาทุกยุค ‘แดน บีมเตรียมตัวเปิดคลับรับแฟนๆกลับด้อม สัมภาษณ์ล้วงลึกโดย ‘COOLJ.แนน ผ่าน‘รายการหลังไมค์ Uncensored’

แดน – บีม รู้สึกโชคดีที่แฟนคลับยังรักพวกเราเหมือนเดิม?

แดน: “เรารู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่แฟนคลับยังรักเราได้ขนาดนี้ ตอนที่กลับมาทำคอนเสิร์ต D2Bไม่คิดว่าบัตรจะ Sold out เร็วขนาดนั้น เพราะแต่ก่อนตอนD2B เราจัดกี่รอบก็ไม่เคย Sold out”

แฟนคลับ D2B เขาว่ากันว่าไม่เหมือนใครในโลกนี้ ?

บีม : “เปิดใจเลยนะครับ ผมว่า D2Bเป็นวงที่ค่อนข้างมีดราม่าเยอะ มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่มันอิโมชันจนทำให้แฟนคลับรู้สึกผูกพันไปกับเรา เขารู้สึกกับเราเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันที่อยากจะดูแลเรา และแฟน ๆ เขาก็ชอบผลงานเรา และมีประสบการณ์ร่วมกัน”

แดน : “เหมือนแฟน ๆ ได้เติบโตไปกับพวกเรา ติดตามเราไปในทุกช่วงของชีวิตเพราะเรามีบทต่อ ๆ ไปให้แฟนคลับได้อินตามไปกับเราไม่ว่าจะซีซันที่เรามีความรัก แต่งงาน มีลูก แฟนคลับหลาย ๆ คนก็มีลูกก่อนเราอีกมันเลยเหมือนเราเชื่อมโยงตามกันไปกับแฟนคลับเสมอ ๆ  และเราก็เปิดเรื่องราวของเราให้กับแฟนคลับได้รู้ด้วย สิ่งที่เราพูดซ้ำ ๆ ว่าแฟนคลับทุกคนคือครอบครัวของเรา เรารักและขอบคุณมาก ๆ ข้อความพวกนี้เป็นความรู้สึกของพวกเราจริง ๆ”

เมาท์มอยแฟนคลับให้ฟังหน่อย เรื่องหลังไมค์ที่ไม่เคยเล่าที่ไหนให้ฟังหน่อย

แดน: “ขอเป็นอันนี้แล้วกันที่เราจำไม่ลืมไม่เคยเล่าที่ไหน ยุคเราเวลาเราเล่นเนี่ยวัยรุ่นชอบตีกัน จำได้ว่ามีงานนึงมีขวดลอยขึ้นมาบนเวที ผมเขวี้ยงไมค์ทิ้งจะพุ่งไปตีกับเขาเลย แต่ที่จำได้ไม่เคยลืมเพราะสุดท้ายต้องไปจ่ายค่าไมค์ที่เขวี้ยงด้วย เจ็ดหมื่นได้มั้งราคาไมค์ตอนนั้น”

บีม: “ของผมซอฟต์สิ่งที่จำได้ไม่ลืมคือแต่ก่อนเราเคยอุ้มลูกเขา พอมาตอนนี้เขาได้มาอุ้มลูกเราบ้างแล้ว หรือบางคนเราเจอตั้งแต่เด็ก ๆ จนตอนนี้โตกันหมดแล้ว”

แฟนคลับเท่ากับครอบครัว ประโยคนี้ไม่เกินจริง น้ำตา รอยยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ ทุกก้าวทุกการเติบโตของแดนบีมล้วนมีความทรงจำร่วมกันกับแฟนคลับเสมอ และการกลับมาเพื่อสร้าง MOMENT ความสุขด้วยกันอีกครั้งชมสัมภาษณ์เต็มได้ที่>>https://youtu.be/rsvzbljzXNI?si=Yif6QktjUhEh4rsT

#DANBEAM #DREAM2BE

#หลังไมค์UNCENSORED

#COOLfahrenheit

‘VelCurve Studio’บริษัทผลิตภาพยนตร์ไทยที่แรกเซ็น MOU กับรัฐบาลจางเจียเจี้ย

https://www.naewna.com/entertain/838334

'VelCurve Studio'บริษัทผลิตภาพยนตร์ไทยที่แรกเซ็น MOU กับรัฐบาลจางเจียเจี้ย

‘VelCurve Studio’บริษัทผลิตภาพยนตร์ไทยที่แรกเซ็น MOU กับรัฐบาลจางเจียเจี้ย

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.26 น.

VelCurve Studio และZhangjiajie Media Convergence Centerได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและพัฒนาการท่องเที่ยวจางเจียเจี้ย ไปสู่เวทีโลก ซึ่ง VelCurveเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ไทยแห่งแรกที่ได้เซ็น MOU กับรัฐบาลจางเจียเจี้ยโดยมีนายคีตะวัฒน์ ชินโคตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวลเคิร์ฟ จำกัด และ Mr. Nie Qi ตัวแทนจากZhangjiajie Media Convergence Center (Group)ร่วมพิธี ณ เมืองจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน ประเทศจีน

นายคีตะวัฒน์ ชินโคตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวลเคิร์ฟ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ในจางเจียเจี้ย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับนานาชาติ โดย VelCurve จะมีบทบาทหลักในการผลิตสื่อภาพยนตร์และโทรทัศน์ ขณะที่ Zhangjiajie Media Convergence Center จะสนับสนุนด้านการเลือกสถานที่ถ่ายทำ การประสานงาน และการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังจะจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศและสนับสนุน Soft Power ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนต์และการท่องเที่ยว แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศ ในการพัฒนาส่งเสริม Soft Power ซึ่งเป็นอีกก้าวที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยและประเทศจีน ให้เติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืนในอนาคต”

นอกจากนี้ นายคีตะวัฒน์ ชินโคตร กรรมการผู้จัดการ และ นายธนดล นวลสุทธิ์ ผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์และผู้กำกับภาพยนตร์บริษัท เวลเคิร์ฟ จำกัด ยังร่วมเป็นวิทยากรในงาน“สัปดาห์นวัตกรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศจางเจียเจี้ยZhangjiajie International Tourism Innovation Week ปี 2024”ซึ่งจัด

ขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคม ภายใต้แนวคิด “การบูรณาการและขยายขอบเขตใหม่” โดยได้พูดถึงการใช้ภาพยนตร์และ Soft Power เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว และยกตัวอย่างภาพยนตร์ “ยูเรนัส 2324” เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาท่องเที่ยวในจางเจียเจี้ยภายในงานมีการจัดเสวนา การประชุมย่อย เทศกาลอาหาร และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ นักลงทุน ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจร่วมเข้าชมกว่า 3,000 คนได้สร้างปรากฏการณ์สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือของบุคลากรท่องเที่ยวมืออาชีพทั่วโลกพร้อมกันนั้นได้มีการจัดกิจกรรม ณ สถานที่สำคัญต่าง ๆ ในจางเจียเจี้ยเช่น อุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Wulingyuan), ถ้ำเทียนเหมิน จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Tianmen Cave), อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park), การแสดงเสน่ห์แห่งเมืองเซียงซี (Glamour Xiangxi), พื้นที่ทัศนียภาพทะเลสาบเป่าเฟิง จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Baofeng Lake Landscape Area), สะพานแก้วแกรนด์แคนยอน จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Grand Canyon Glass Bridge), พื้นที่ทัศนียภาพภูเขาดาวเจ็ดดวง จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Seven Star Mountain Landscape Area),พื้นที่ทัศนียภาพถ้ำหวงหลง จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Yellow Dragon Cave Landscape Area) โดยทางงานมีเป้าหมายคือการสร้างงานอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่ใหญ่ที่สุด มีความก้าวหน้าที่สุด และครอบคลุมมากที่สุดในมณฑล และในประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจางเจียเจี้ยความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ของจางเจียเจี้ยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

เอส ซ่าAwesome ไม่หยุดชวน Gen Z ปลุกความกล้า ปลดปล่อยความซ่า ในงาน Siam Halloween 2024

https://www.naewna.com/entertain/838333

เอส ซ่าAwesome ไม่หยุดชวน Gen Z ปลุกความกล้า ปลดปล่อยความซ่า ในงาน Siam Halloween 2024

เอส ซ่าAwesome ไม่หยุดชวน Gen Z ปลุกความกล้า ปลดปล่อยความซ่า ในงาน Siam Halloween 2024

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.24 น.

เอสเดินเกมรุกต่อเนื่องตอกย้ำกลยุทธ์การเป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องดื่มน้ำอัดลมซ่า ล่าสุด ชวนGen Z ปลุกทุกประสาทสัมผัสความซ่า Awesome ออกมาท้าค่ำคืนแห่งความหลอนช่วงฮาโลวีนในงานเทศกาลดนตรีธีม Halloween ที่ใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ“SIAM HALLOWEEN2024 ”งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างคุณวิทสุวัฒน์ อำคาเพทChief executive officerบริษัท เพลย์กราวด์เอ็กซ์ จำกัดและคุณอ้อม พิยดา อัครเศรณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟล็กซ์ สเตชั่น จำกัด พร้อมทั้ง ความร่วมมือจากPMCU, DV8,และพันธมิตรอีกมากมายกรี๊ด หวีด ปึ้งไปกับกิจกรรมชวนหลอนแบบสุดขีดพร้อมชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินตัวท็อปกว่า 100 ชีวิต เมื่อวันที่ 25-27 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมาณ สยามสแควร์

เอส จัดใหญ่เสิร์ฟความสนุกสุดหลอน ปลุกความ ซ่า กล้า ท้าหลอนของชาวGen Zภายใต้คอนเซปต์“estZombie in Horror Town” จัดเต็ม 4 โซนท้าความกลัวพร้อมท้าให้ลองเอสรสชาติใหม่“เอส โคโค่แมนซี่”มิติใหม่ของการรวมตัวกันระหว่างมะพร้าวและส้มคาราแมนซี่ รสชาติของความซ่า สดชื่น หอม อร่อย แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน 

คุณสุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการสำนักการตลาด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด กล่าวว่า “ดีเอ็นเอของแบรนด์เอสเราพร้อมสนับสนุนทุกPassion ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ให้ทุกคนได้ออกมาโชว์ความ Awesome ความซ่า กล้าเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ในทุกๆ เวที ซึ่งในช่วงเทศกาลฮาโลวีนก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้ออกมาสนุกสนานกันได้โชว์ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ ปลดปล่อยความเป็นตัวเองกันอย่างเต็มที่ซึ่งสอดคล้องไปกับดีเอ็นเอของแบรนด์ ทั้งนี้ การสร้างสีสันความสนุกสนานและสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของเอส เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่เรามุ่งมั่นเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าGen Z ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักในยุคนี้ และตอกย้ำว่าเอสเป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องดื่มเรายังคงเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์กิจกรรมและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

สำหรับงาน SiamHalloween 2024 “estZombie in Horror Town”ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ท้าความกลัวทายความในบูธของเอสกับ4 โซนกิจกรรม ดังนี้

  1. Catch me if you dareถึงเวลาดึงความ กล้า ซ่า สุด Awesomeในตัวเองออกมาท้าทายภารกิจสุดหลอนภายในตู้คอนเทนเนอร์สุดลึกลับที่มีเหล่าซอมบี้ถูกขังอยู่แค่คุณกล้า เราท้าให้คุณนำเอสสูตรใหม่เอส โคโค่แมนซี่ ออกมาให้สำเร็จภายใน 1 นาที หากทำได้รับทันทีของรางวัลสุดพิเศษเฉพาะงานนี้
  2. Zombie Dance(Random Dance)เอส พา zombiedance motion สุดซ่า Gravity team มาปลุกชาว Horror town ที่หลับไหลให้ตื่นขึ้นมาแดนซ์สุด Awesome ไปด้วยกัน
  3. Awe So Me Stageเอส เปิดเวทีแห่งการปลดปล่อยพลังความ Awesome ให้Gen Z ได้ออกมาโชว์Passion ด้านดนตรี แบบคน Gen ซ่า กล้าเป็นตัวเอง ตลอด 3 วันเต็มนำโดยน้องๆวงพราว, THAMADA, KIT RONNAKIT และอีกมากมาย
  4. Zombie Horror Town สายคอนเทนต์ถูกใจสุด ๆ กับกิจกรรม Snap & Shareถ่ายรูปกับจุดเช็คอินสุดหลอน est Zombies Horror Town ผู้กล้าอาจจะต้องกรีดร้อง…ซ่า! ออกมาไม่หยุด โพสต์ลงโซเชียลพร้อมติดhashtag #est #estcocomansi #estซอมบี้ซ่ากล้าคลั่งได้ลุ้นรับสิทธิ์เข้าVIP ZONE ที่ Main stage Block K ตลอด 3 วันที่ผ่านมา

เสริมทัพด้วย ขบวนซอมบี้พาเหรดฉลองค่ำคืนแห่งความหลอน พร้อมแจกเอสรสชาติใหม่ เอส โคโค่แมนซี่ให้ได้ทดลองตลอดทั้งงาน พร้อมติดตามความออซั่มเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : est#est #estcocomansi #estซอมบี้ซ่ากล้าคลั่ง#SiamHalloween2024#งานฮาโลวีนใจกลางเมือง#ฮาโลวีนนี้หวีดแน่#Flex1045#PMCU#DV8Thailand

ข้าวสารเสกก็ไม่กลัว ‘ยิหวา’ ตบสั่งสอนหมอผีใน ‘นางนาคพระโขนง’

https://www.naewna.com/entertain/838332

ข้าวสารเสกก็ไม่กลัว 'ยิหวา' ตบสั่งสอนหมอผีใน 'นางนาคพระโขนง'

ข้าวสารเสกก็ไม่กลัว ‘ยิหวา’ ตบสั่งสอนหมอผีใน ‘นางนาคพระโขนง’

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.22 น.

ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ ก็ต้องเจอสั่งสอนเสียหน่อย เมื่อแม่ผัวอย่าง “เฟรช-อริศรา” คิดจะทวงคืนลูกชายสุดที่รัก “จ็อบ-ธัชพล” อุตส่าห์ไปหาหมอผีฝีมือดีมาปราบวิญญาณเฮี้ยนอย่าง “ยิหวา-ปรียากานต์” แต่กลับเจอยิหวาเล่นงานกลับ ตบสั่งสอนหมอผีลวงโลกจนขวัญหนีดีฝ่อ ใน “นางนาคพระโขนง”

ฉากนี้เป็นฉากที่แม่ผัว แม้น(เฟรช-อริศรา) กับปริก(นก-วนิดา) เพื่อนรัก ได้หาหมอผีฝีมือดีที่จะมาปราบผีนางนาค(ยิหวา-ปรียากานต์) จึงได้พาแม่หมอนกเล็กมาทำพิธีเรียกวิญญาณนางนาคเพื่อจับลงหม้อ เค้นทุกสารพัดวิธีเพื่อจะจับนางนาคให้ได้ ทั้งเสกข้าวสารใส่ก็แล้ว เอาหวายอาคมเฆี่ยนก็แล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรนางนาคได้ แถมยังเจอนางนาคเล่นงานกลับ ตบสั่งสอนไปหนึ่งฉาด ทำเอาหน้าหงายหนีกระเจิงทั้งแม่หมอ ทั้งลูกศิษย์ รวมถึงแม้น ปริก เป้าก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต เคราะห์ซ้ำเมื่อหนีเสือปะจระเข้ ดันเจอผีเน้ย(โซเฟีย-ทิพปภา) ดักรอเล่นงานอยู่ระหว่างทาง เข้าสิงแม่หมอนกเล็กให้ทำร้ายตัวเองจนเสียชีวิต เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งฉากที่สนุกสนานกันมากในตอนถ่ายทำ ใครมีมุกเด็ดอะไรอยากงัดมาโชว์ พี่คุ้ย-ทวีวัฒน์ ผู้กำกับก็ให้โอกาสเต็มที่ ซึ่งยิหวาก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับฉากนี้ ที่โดนแม่หมอปาข้าวสารเสกใส่หน้าแบบไม่ยั้ง แต่เจ้าตัวก็สู้ไม่ถอย ไม่ปริปากบ่น แถมยังมีการบอกคนที่เล่นด้วยกันว่า “พี่ปามาได้เลยนะ เอาให้สมจริง” เรียกว่าตอนถ่ายทำทั้งตลก และสงสารยิหวาไปในคราวเดียวกันเบื้องหน้าว่าตลกแล้ว เบื้องหลังคือฮาน้ำตาไหล จนแอบสงสัยว่าเอ๊ะนี่ละครผี หรือละครตลกกันแน่ ตามมาชมฉากปราบผีนางนาคฉากนี้ได้ ในละครเรื่อง “นางนาคพระโขนง” เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3 “ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผนึก เป๊ปซี่ และ เคเอฟซีส่งสุขท้ายปี2567กับ’Movie Happy Set’

https://www.naewna.com/entertain/838329

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผนึก เป๊ปซี่ และ เคเอฟซีส่งสุขท้ายปี2567กับ'Movie Happy Set'

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผนึก เป๊ปซี่ และ เคเอฟซีส่งสุขท้ายปี2567กับ’Movie Happy Set’

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.21 น.

วิชัย กุลธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ผนึกพันธมิตรปิยาภัสร์ สุขฑีฆะผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย – ช่องทางรายอาหารและการบริโภคนอกบ้าน บริษัทซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย)จำกัดพร้อมด้วยกิรณา ฤกษ์บางพลัด ผู้จัดการการตลาดอาวุโส บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด QSA , ชยธร อาทรสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด – KFC บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัดและกัณพงศ์ บุญปานประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทเรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) ร่วมกันจัดแคมเปญส่งความสุขส่งท้ายปี2567กับ “MovieHappy Set” สุขสุดพิเศษมอบให้ลูกค้าที่กินเคเอฟซีและเป๊ปซี่ครบ 300 บาทต่อใบเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2567รับคูปอง Movie Happy Set”มูลค่า 235 บาท1 ชุดประกอบด้วย ส่วนลดซื้อบัตรชมภาพยนตร์ 50 บาทต่อที่นั่ง 1 ใบสำหรับที่นั่งปกติหรือที่นั่งฮันนีมูน ราคาตั้งแต่ 120 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568, ส่วนลด 50% เมื่อซื้อน้ำอัดลม ขนาด 44 ออนซ์ 1 แก้ว และ รับฟรีน้ำอัดลม ขนาด 32 ออนซ์ 1 แก้ว ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ (ยกเว้น…สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต), ไอคอน ซีเนคอนิค, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต, พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์ และ เวสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์ จำนวน 50,000ชุด รวมมูลค่ากว่า 11,750,000 บาท