คุยกัน7วันหน : ‘7 รัฐสมรภูมิ’ ตัวแปรแห่งชัยชนะ ศึกใหญ่ชี้ชะตา ‘แฮร์ริส-ทรัมป์’

https://www.naewna.com/lady/837647

คุยกัน7วันหน : ‘7 รัฐสมรภูมิ’ ตัวแปรแห่งชัยชนะ  ศึกใหญ่ชี้ชะตา ‘แฮร์ริส-ทรัมป์’

คุยกัน7วันหน : ‘7 รัฐสมรภูมิ’ ตัวแปรแห่งชัยชนะ ศึกใหญ่ชี้ชะตา ‘แฮร์ริส-ทรัมป์’

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.45 น.

ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการการเลือกตั้งของมหาวิทยาลัยฟลอริดา ของสหรัฐฯ พบว่า มีชาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 25 ล้านคน ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 5 พฤศจิกายน ทั้งการเดินทางไปลงคะแนนเสียงด้วยตนเอง และลงคะแนนทางไปรษณีย์ หลายรัฐรวมถึงรัฐสมรภูมิ อย่างนอร์ทแคโรไลนา และจอร์เจีย สร้างสถิติใหม่ในวันแรกของการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์

มีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 มีประมาณ 240 ล้านคน แต่มีแนวโน้มว่าจะมีประชากรส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินว่า “ใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป” นักวิเคราะห์การเลือกตั้งสหรัฐฯ เชื่อว่ามีเพียงไม่กี่รัฐที่เรียกว่า “รัฐสมรภูมิ” หรือ Swing states” ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของชัยชนะระหว่างคามาลา แฮร์ริส ตัวแทนพรรคเดโมแครต และ โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน

ระบบเลือกตั้งของสหรัฐฯ ประชาชนไม่ได้เข้าคูหาแล้วกาชื่อ แฮร์ริส หรือ ทรัมป์โดยตรง แต่ประชาชนจะลงคะแนนเสียงให้กับคณะเลือกตั้ง หรือ Electoral College โดยที่รัฐแต่ละรัฐต้องส่งตัวแทนของแต่ละพรรคแข่งกัน ผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดในรัฐนั้นๆ จะถือเป็นคะแนนเก็บให้กับผู้สมัครลงตำแหน่งประธานาธิบดี จำนวนคะแนนเสียงของแต่ละรัฐจะถูกกำหนดด้วยจำนวนประชากร โดยมีทั้งหมด 538 คะแนนที่รอการชิงชัย และผู้ชนะคือผู้สมัครที่ได้รับคะแนน 270 คะแนนขึ้นไป

รู้จัก ‘รัฐสมรภูมิ’

รัฐสมรภูมิ หรือ Swing states คือ รัฐที่คาดเดาได้ยากว่าประชากรในรัฐส่วนใหญ่จะเทคะแนนเสียงให้พรรคใด ทำให้รัฐเหล่านี้เป็นเวทีสำคัญของการรณรงค์หาเสียง ผู้สมัครทั้ง 2 พรรคใหญ่ มักจะทุ่มทรัพยากรอย่างหนักเพื่อเก็บคะแนนเสียงในรัฐเหล่านี้ โดยผลการเลือกตั้งในรัฐสมรภูมิ มักเป็นตัวชี้ขาดว่า ใครจะได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

เพราะคะแนนเสียงที่ผันผวน ส่งผลให้การทำนายผลการเลือกตั้งเป็นเรื่องยาก เป็นข้อกังวลใจในทีมวางกลยุทธ์หาเสียงของแต่ละพรรค และการชนะในรัฐสมรภูมิเพียงไม่กี่รัฐ อาจส่งผลให้ผู้สมัครคนหนึ่งได้เป็นประธานาธิบดีเลยก็ได้

ในการเลือกตั้งปี 2020 มี 7 รัฐที่เป็นกุญแจสำคัญสู่เส้นทางทำเนียบขาวได้แก่ รัฐแอริโซนา จอร์เจีย มิชิแกน เนวาดา นอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย และ วิสคอนซิน รัฐที่ผู้ชนะได้คะแนนเสียงทิ้งห่างกันไม่ถึงร้อยละ 3 แต่ 7 รัฐที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้ถูกตั้งให้เป็นรัฐสมรภูมิแต่แรกเริ่มอย่างใด การเลือกตั้งปี 2016 ไอโอวาและโอไฮโอ กลายเป็นรัฐสมรภูมิ ขณะที่การเลือกตั้งในปี 2012 ก็มีชื่อรัฐเล็กๆ อย่างนิวแฮมป์เชียร์ ที่ติดโผรายชื่อรัฐสมรภูมิได้

ปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนดว่ารัฐใดจะเป็นรัฐสมรภูมิได้นั้น ขึ้นอยู่กับ จำนวนประชากรในรัฐที่มีแนวคิดทางการเมืองที่ต่างกันแต่อยู่ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ทีมวางแผนของผู้ลงสมัครคาดเดาได้ยาก ว่าควรส่งผู้สมัครคนใดเข้าชิงตำแหน่ง ผลการเลือกตั้งในอดีตที่ผันผวน รวมถึงสถานการณ์สำคัญๆ ในช่วงเวลานั้นๆ ก็เป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญเช่นกัน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือการตอบสนองของรัฐบาลในนโยบายต่างประเทศ

1.แอริโซนา (Arizona)

ในการเลือกตั้งปี 2020 โจ ไบเดน (เดโมแครต) ชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ (รีพับลิกัน)ไปด้วยคะแนนเพียง 10,000 คะแนน โดยคณะผู้เลือกตั้งได้คะแนน 11 จาก 538 คะแนน

สิ่งที่น่าจับตาคือ แอริโซนา เป็นรัฐนี้ติดกับประเทศเม็กซิโก จึงกลายเป็นศูนย์กลางการถกเถียงเรื่องการย้ายถิ่นฐาน การข้ามพรมแดน ทรัมป์ยังให้คำมั่นที่จะดำเนินการ “การเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุด” ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ หากเขาได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ขณะที่แฮร์ริสไม่เห็นด้วย และเธอเองก็ได้รับหน้าที่แก้ปัญหาวิกฤตชายแดนในรัฐบาลไบเดน แอริโซนายังเป็นศูนย์กลางของการโต้เถียงเรื่อง การห้ามทำแท้ง โดยพรรครีพับลิกันพยายามเสนอนโยบายยกเลิกการเข้าถึงการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย

2.มิชิแกน (Michigan)

ในการเลือกตั้งปี 2020 โจ ไบเดน (เดโมแครต) ชนะ โดนัลด์ ทรัมป์(รีพับลิกัน) ไปด้วยคะแนนเพียง 150,000 คะแนน โดยคณะผู้เลือกตั้งได้คะแนน 15 จาก 538 คะแนน

แม้ว่าชาวมิชิแกนส่วนใหญ่จะสนับสนุนไบเดน แต่ขณะนี้ รัฐนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านการสนับสนุนอิสราเอลของประธานาธิบดีในช่วงสงครามตะวันออกกลาง ในการเลือกตั้งขั้นต้นของประเทศเมื่อต้นปี มีผู้ลงคะแนนกว่า 100,000 คะแนน เลือกตัวเลือก “ยังไม่ตัดสินใจ” ในบัตรลงคะแนน ส่วนหนึ่งมาจากแคมเปญที่นักเคลื่อนไหวออกมาต่อต้านการช่วยเหลือทางการทหารของรัฐบาลแก่อิสราเอล ที่สำคัญ มิชิแกนมีสัดส่วนของชาวอาหรับ-อเมริกันมากที่สุดในประเทศ ซึ่งอาจเป็นกลุ่มที่ไม่สนับสนุนเดโมแครต แต่แฮร์ริสก็มีท่าทีเรื่องอิสราเอลที่ตึงเครียดขึ้น ในขณะที่ทรัมป์ ให้ความสำคัญของรัฐนี้โดยเรียกร้องให้อิสราเอลดำเนินการกับฮามาสให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

3.เนวาดา (Nevada)

ในการเลือกตั้งปี 2020 โจ ไบเดน (เดโมแครต) ชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ (รีพับลิกัน)ไปด้วยคะแนนเพียง 34,000 คะแนน โดยคณะผู้เลือกตั้งได้คะแนน 6 จาก 538 คะแนน

รัฐเนวาดาลงคะแนนให้พรรคเดโมแครตในหลายการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่มีสัญญาณว่าปีนี้รีพับลิกันอาจพลิกเกมชนะได้ ผลสำรวจล่าสุดระบุว่าทรัมป์เคยมีคะแนนนำไบเดนอยู่มาก แต่ความได้เปรียบดังกล่าวลดลงตั้งแต่แฮร์ริส ขึ้นเป็นผู้สมัครเดโมแครต เป้าหมายทั้ง 2 ฝ่ายพยายามรวบรวมคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวละติน-อเมริกัน

4.จอร์เจีย (Georgia)

ในการเลือกตั้งปี 2020 โจ ไบเดน (เดโมแครต) ชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ (รีพับลิกัน)ไปด้วยคะแนนเพียง 13,000 คะแนน โดยคณะผู้เลือกตั้งได้คะแนน 16 จาก 538 คะแนน

ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 เมืองฟูลตันในจอร์เจีย เกิดคดีความที่ทรัมป์และพรรครีพับลิกัน ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดฐานแทรกแซงการเลือกตั้ง ทรัมป์ปฏิเสธการกระทำผิด แต่เขาก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงไปแล้ว 1 คดี ส่วนที่เหลือยังอยู่ในกระบวนการ 1 ใน 3 ของประชากรในจอร์เจียเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ซึ่งเป็นสัดส่วนของชาวผิวสีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเชื่อกันว่ากลุ่มประชากรนี้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ไบเดนคว้าคะแนนจากรัฐนี้ในปี 2020 แต่มีรายงานว่าในปีนี้กลุ่มคะแนนเสียงหลักกลับผิดหวังในตัวไบเดน ต้องจับตาว่าการรณรงค์หาเสียงของแฮร์ริสจะกระตุ้นชาวแอฟริกัน-อเมริกันกลุ่มนี้ให้กลับมาเทคะแนนให้อีกได้หรือไม่

5.นอร์ทแคโรไลนา (North Carolina)

ในการเลือกตั้งปี 2020 โดนัลด์ ทรัมป์ (รีพับลิกัน) ชนะ โจ ไบเดน(เดโมแครต) ไปด้วยคะแนนเพียง 74,000 คะแนน โดยคณะผู้เลือกตั้งได้คะแนน 16 จาก 538 คะแนน

นอร์ทแคโรไลนา เป็นรัฐแรกที่ทรัมป์เลือกลงพื้นที่หาเสียงหลังเหตุการณ์ลอบยิงเขาเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา หลังผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า คะแนนนิยมในตัวทรัมป์และแฮร์ริสนั้นสูสีกัน ทรัมป์มักกล่าวว่า รัฐนี้ถือเป็นรัฐที่เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และเชื่อว่าจะคว้าชัยชนะจากรัฐนี้ได้สำเร็จ ในการเลือกตั้งครั้งก่อน ทรัมป์คว้าชัยด้วยคะแนนนำที่ไม่ห่างสักเท่าไหร่ ทำให้มีผู้เรียกรัฐนี้ว่า เป็นรัฐสีม่วง(สีแดงและสีน้ำเงินผสมกัน)

รัฐนอร์ทแคโรไลนาติดกับรัฐจอร์เจีย และมีประเด็นการเลือกตั้งสำคัญๆ หลายอย่าง เช่นเดียวกับแอริโซนา ซึ่งเป็น 1 ในรัฐซันเบลต์ (Sun Belt States) คือชื่อ
เรียกกลุ่มรัฐทางตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ที่มีภูมิอากาศร้อนหรืออบอุ่นตลอดปี รวมถึงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและประชากรสูงในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐในกลุ่มนี้มีความสำคัญทางการเมือง เพราะมีประชากรจำนวนมากและเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีจำนวนคะแนนเสียงในคณะเลือกตั้ง (Electoral College) มากขึ้น

6.เพนซิลเวเนีย (Pennsylvania)

ในการเลือกตั้งปี 2020 โจ ไบเดน (เดโมแครต) ชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ (รีพับลิกัน) ไปด้วยคะแนนเพียง 82,000 คะแนน โดยคณะผู้เลือกตั้งได้คะแนน 19 จาก 538 คะแนน

ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันต่างพยายามรณรงค์หาเสียงอย่างหนักในรัฐเพนซิลเวเนีย ที่ซึ่งทรัมป์รอดพ้นจากความพยายามลอบสังหารครั้งแรก เพนซิลเวเนียมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งปี 2020 โดยสนับสนุนไบเดน บ่อยครั้งที่เขามักพูดถึงความเชื่อมโยงของเขากับเมือง Scranton ซึ่งเป็นเมืองชนชั้นแรงงานที่เขาเติบโตขึ้นมา

สภาพเศรษฐกิจถือเป็นปัญหาสำคัญของรัฐนี้ อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงทั่วประเทศภายใต้การบริหารของไบเดน ชาวเพนซิลเวเนียไม่ใช่อเมริกันกลุ่มเดียวที่รู้สึกกดดันเรื่องค่าครองชีพอันเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อแม้กระทั่งราคาอาหารตามร้านสะดวกซื้อในรัฐเพนซิลเวเนียก็พุ่งสูงเร็วกว่าในรัฐอื่นๆ ตามข้อมูลของ Datasembly ผู้ให้บริการข้อมูลการตลาด

7.วิสคอนซิน (Wisconsin)

ในการเลือกตั้งปี 2020 โจ ไบเดน (เดโมแครต) ชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ (รีพับลิกัน)ไปด้วยคะแนนเพียง 21,000 คะแนน โดยคณะผู้เลือกตั้งได้คะแนน 10 จาก 538 คะแนน

ในการเลือกตั้งปี 2020 และ 2016 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีชนะด้วยคะแนนห่างกันเพียง 20,000 กว่าคะแนนเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า คะแนนเสียงจากรัฐชายขอบถูกเฉลี่ยมากขึ้น เพราะประชาชนไม่ได้เทคะแนนส่วนใหญ่ไปที่ทั้ง2 พรรคใหญ่ บางครั้งผู้สมัครจากพรรคอื่นก็ได้คะแนนสนับสนุนไปเช่นกัน

ผลสำรวจในปีนี้ระบุว่า คะแนนนิยมในตัวผู้สมัครอิสระอย่าง “โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดีจูเนียร์” อาจส่งผลเสียต่อคะแนนเสียงของแฮร์ริสหรือทรัมป์ และทว่า เคนเนดี ได้ยุติการรณรงค์หาเสียงของเขาไปในช่วงปลายเดือนสิงหาคมและเลือกสนับสนุนทรัมป์

โดย ดาโน โทนาลี

พันธุ์ไทยแจ้งเกิด ‘ไทยริกาโน’ พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลก

https://www.naewna.com/lady/837631

พันธุ์ไทยแจ้งเกิด ‘ไทยริกาโน’ พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลก

พันธุ์ไทยแจ้งเกิด ‘ไทยริกาโน’ พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กาแฟพันธุ์ไทย ตอกย้ำ Brand DNA เครื่องดื่มหัวใจไทย บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกาแฟ เปิดตัว “ไทยริกาโน” (Thairicano) กาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) สายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่พิถีพิถันกับการดื่มกาแฟ ด้วยรสชาติกลมกล่อม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในราคาเข้าถึงง่าย พร้อมใส่ใจความยั่งยืนทั้งอุตสาหกรรมของกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่พันธุ์ไทยตั้งใจให้เป็นกาแฟไทยที่ดีที่สุดสำหรับโลก ทั้งในด้านรสชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน อยู่ดี มีสุข อย่างยั่งยืน

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันคนนิยมดื่มกาแฟเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ชอบรสชาติที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวรวมถึงคนรุ่นใหม่ยังมีความรู้ ความเข้าใจถึงกรรมวิธีการปลูกกาแฟที่ซับซ้อน และคุณภาพที่แตกต่างกันของกาแฟแต่ละประเภท เทรนด์การดื่มกาแฟที่มีรสชาติอ่อนลง กาแฟคั่วกลาง คั่วอ่อนจึงได้รับความนิยมสูงขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของเดต้าลูกค้าพันธุ์ไทย มีการเลือกสรรรสชาติ และระดับการคั่วมากขึ้น เมนูขายดีที่สุดของพันธุ์ไทยก็คือ อเมริกาโน เป็นสัดส่วนแบบร้อน 14% และแบบเย็น 86% พันธุ์ไทยจึงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค โดยยังคงเอกลักษณ์ของพันธุ์ไทยและยึดมั่นในวิสัยทัศน์ขององค์กร คือการสนับสนุนกาแฟไทยจึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์ “ไทยริกาโน”กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ที่ตั้งใจให้เป็นกาแฟไทยที่ดีที่สุด ทั้งในแง่ของรสชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน”

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล

“ไทยริกาโน” คือ อเมริกาโน ของคนไทย เป็นกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ที่ได้รับการประเมินคุณภาพเมล็ดกาแฟจากสถาบันกาแฟพิเศษแห่งประเทศไทย (SCITH) ต้องผ่านการทดสอบจากนักชิมกาแฟ (Cupper หรือ Q Grader)และได้คะแนน 80 ขึ้นไป เป็น “กาแฟแห่งชาติ”ที่คนไทยภาคภูมิใจ เพราะกาแฟดี มีคุณภาพไม่จําเป็นต้องอิมพอร์ต รสชาติกาแฟไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สัมผัสรสชาติเฉพาะตัวของไทยริกาโนที่รวบรวมความพิเศษไว้ในแก้วเดียว ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านต่างๆ ดังนี้ กาแฟจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในไทย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในภาคเหนือของไทยด้วยระดับความความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200-2,000 เมตร มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ภายใต้ร่มเงาของป่าใหญ่ ทำให้ต้นกาแฟงอกงาม เติบโตเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ เมล็ดกาแฟไทย สายพันธุ์อาราบิก้า 100% เพราะเป็นสายพันธุ์คุณภาพสูงที่ถูกปากคอกาแฟ ด้วยการคั่วระดับกลางที่มอบรสชาตินุ่ม ละมุนกลมกล่อมเพลิดเพลินไปกับรสชาติหลากหลายมิติสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโทนช็อกโกแลตและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ พีช พรุน กรุ่นกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวอันเป็นเอกลักษณ์

กาแฟที่ถูกคัดสรรเมล็ดพันธุ์อย่างพิถีพิถัน เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด เพราะทุกเมล็ดในทุกแก้ว ผ่านการคัดสรรอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเมล็ดจากต้นด้วยมือ การนำเมล็ดลอยน้ำเพื่อคัดแยกเมล็ดเสียออก ไปจนถึงการตรวจสอบเมล็ดด้วยมือและสายตาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดกาแฟที่ได้นั้นสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะพันธุ์ไทยมุ่งมั่นพัฒนาป่าและภูเขาให้กลายเป็นไร่กาแฟที่อุดมสมบูรณ์มาอย่างต่อเนื่อง ผสานการปลูกกาแฟเข้ากับการอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อผลิตเมล็ดกาแฟดีที่มีคุณภาพ รวมถึงเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดื่มด่ำรสชาติกลมกล่อม นุ่ม ละมุนจากไทยริกาโนกาแฟไทยสายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% ที่ผ่านกระบวนการ Process แบบ Washed & Natural เพื่อดึงความหวานตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟให้ออกมาได้มากที่สุด ด้วยการคั่วระดับกลาง จึงให้ความบาลานซ์หลากหลายมิติได้รสสัมผัสของช็อกโกแลตกับความสมดุลของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ พีช พรุน ผสานความหอมละมุนของดอกไม้กลุ่มสีขาว มีอาฟเตอร์เทสหวานฉ่ำของน้ำผึ้งป่า ทิ้งความหอม สดชื่น ชุ่มคอยาวนาน ลิ้มรสกาแฟพรีเมียม ในราคาเข้าถึงง่าย รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.facebook.com/punthaicoffee หรือ www.punthaicoffee.com

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘โขนเรือพระที่นั่ง’ ภูมิศิลปกรรมหนึ่งเดียวของโลก

https://www.naewna.com/lady/837628

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘โขนเรือพระที่นั่ง’ ภูมิศิลปกรรมหนึ่งเดียวของโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘โขนเรือพระที่นั่ง’ ภูมิศิลปกรรมหนึ่งเดียวของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

วันนี้มีงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่งานพระราชพิธีที่รักษาไว้แต่ครั้งอยุธยาและอนุรักษ์ สืบสานต่อยอดมาจนเป็นแห่งเดียวในโลก การนี้กองทัพเรือ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้จัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ การพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ได้กำหนดจัดให้มีขึ้นในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๗หลังจากที่ กรมศิลปากร ได้ซ่อมทำเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ จำนวน ๑๔ ลำ ที่กองทัพเรือมอบให้ดำเนินการแล้ว จึงมีการเตรียมการด้านการฝึกซ้อมกำลังพลฝีพาย และการซ่อมบำรุงเรือ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการ สำรวจ และซ่อมทำเรือพระที่นั่ง และเรือรูปสัตว์ ตั้งแต่ธันวาคม ๒๕๖๖ ในครั้งนี้ได้ใช้เรือในพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น ๕๒ ลำ จัดขบวนเป็น ๕ ริ้ว โดยใช้ลำน้ำเจ้าพระยามีความยาว ๑,๒๐๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร ใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น๒,๒๐๐ นาย โดยจัดตามแบบอย่างกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคสมัยอยุธยา การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำของพระเจ้าอยู่หัว ในสมัยโบราณนั้น มีเรือ ๒ สำรับ เป็น เรือทอง อันหมายถึง เรือที่แกะสลักลวดลายและลงรักปิดทองสำรับหนึ่ง ใช้เวลาเสด็จในกระบวนที่เป็นพระราชพิธี ส่วนอีกสำรับหนึ่ง เป็นเรือไม้ ใช้ทรงในเวลาปกติทั่วไปไม่ปะปนกัน จากการจัดริ้วกระบวนเรือมีชื่อเรือต่างๆ มากมาย ที่ร่วมในกระบวนพยุหยาตรา ภายหลังมีการสร้างเรือพระที่นั่งและเรือในกระบวนในแต่ละรัชกาลอีกหลายลำ เรือกระบวนนั้นมีการจัดริ้วร่วมกระบวน คือมี ๑.เรือประตู๒.เรือพิฆาต ๓.เรือดั้ง ๔.เรือกลองนอก-กลองใน ๕.เรือตำรวจนอก-ตำรวจใน ๖.เรือรูปสัตว์ ๗.เรือแซ๘.เรือแซง ๙.เรือริ้ว ๑๐.เรือกิ่ง ๑๑.เรือคู่ชัก๑๒.เรือไชย ๑๓.เรือโขมดยา ๑๔.เรือพระที่นั่งลำทรง๑๕.เรือพระที่นั่งรอง ๑๖.เรือศรี ๑๗.เรือกราบ

โขนเรือกระบี่ปราบเมือมาร

สำหรับเรือรูปสัตว์นั้นรับอิทธิพลมาจากอินเดีย จากตราประจำตำแหน่งของเสนาบดีตั้งแต่สมัยอยุธยามา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นใช้รูปสัตว์ ทั้งสิ้น เช่น ราชสีห์ คชสีห์ ครุฑ นาค ฯลฯ ตราประจำตำแหน่งนี้ มีปรากฏอยู่ในกฎหมายลักษณะศักดินา ที่ตั้งขึ้นในรัชกาล สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถพ.ศ.๑๙๙๘ และจากพงศาวดาร เรือรูปสัตว์ ปรากฏขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พ.ศ.๒๐๗๖ ซึ่งพระองค์ทรงแก้เรือแซเป็นเรือไชย และเรือรูปสัตว์ต่างๆ เพื่อจะให้ตั้งปืนใหญ่ที่หัวเรือได้เรือรูปสัตว์นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียและเรือพระที่นั่งก็มีโขนเรือเป็นรูปสัตว์ ตามพระราชลัญจกรเช่นกัน เช่น เรือครุฑ มีพระราชลัญจกร “พระ ครุฑพ่าห์” หัวเรือแต่เดิม ก็ทำเป็นรูปครุฑเท่านั้น เดิมชื่อว่า “เรือ มงคลสุบรรณ” ที่ไม่มีองค์พระนารายณ์อยู่ด้วย แต่ทำเป็น “ครุฑยุดนาค” ดังปรากฏในบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ไชยเชษฐสุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ที่ว่า “เรือ ครุฑยุดนาคหิ้ว  ในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างเรือนารายณ์ทรงสุบรรณเดิมมีแค่รูปครุฑเปล่าๆ ต่อมาใน รัชกาลที่ ๔พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ทำองค์พระนารายณ์เติมเข้าไปด้วย สมัยอยุธยานั้นมีเรือพระที่นั่งลำทรง ถ้าเป็นกระบวนพยุหยาตราใหญ่ ใช้เรือพระที่นั่งกิ่งทอดพระที่นั่งบุษบกเป็นที่ประทับ

โขนเรือครุฑเหิรเห็จ

เรือพระที่นั่งกิ่งที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราใหญ่ชลมารค ในสมัยรัตนโกสินทร์ จะใช้ลำใดลำหนึ่งใน ๓ ลำ คือ ๑.เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์เป็นเรือที่แกะสลักโขนเรือเป็นรูปหงส์ ลำปัจจุบันสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้น แทนลำเดิมที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์นั้นมีมาแต่สมัยอยุธยาแล้ว จากบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศรฯว่า “สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย-งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์-เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์-ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม” ๒.เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง ซึ่งมีโขนเรือเป็นรูปพญานาค๗ เศียร ๓.เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และ ๔.เรือพระที่นั่งศรีสมรรถไชย เรือพระที่นั่งนี้มีมานานแล้วแต่ครั้งอยุธยา ดังนั้นโขนเรือพระที่นั่งแห่งสยามจึงเป็นศิลปกรรมหนึ่งเดียวที่มีโอกาสชมได้ยากนัก

โขนเรือครุฑ-อยุธยา

โขนเรือครุฑ-อยุธยา

โขนเรือครุฑสมัยอยุธยา

โขนเรือครุฑสมัยอยุธยา

โขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ (ของเดิม)

โขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ (ของเดิม)

โขนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

โขนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

โขนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

โขนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

โขนเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

โขนเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

โขนเรือพิฆาต

โขนเรือพิฆาต

โขนเรือศรีประภัศรไชยจำลอง

โขนเรือศรีประภัศรไชยจำลอง

โขนเรืออเนกชาติภุชงค์

โขนเรืออเนกชาติภุชงค์

โขนเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย

โขนเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย

‘ยัสปาล กรุ๊ป’ ร่วมส่งมอบกำลังใจ ผ่านถุงยังชีพ ฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ

https://www.naewna.com/lady/837632

‘ยัสปาล กรุ๊ป’ ร่วมส่งมอบกำลังใจ ผ่านถุงยังชีพ  ฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ

‘ยัสปาล กรุ๊ป’ ร่วมส่งมอบกำลังใจ ผ่านถุงยังชีพ ฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมส่งมอบกำลังใจผ่านถุงยังชีพ เพื่อฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ

ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเฉียบพลันในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงได้มีการรวมพลังจิตอาสาภายใต้โครงการ “ยัสปาล กรุ๊ป รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน” ร่วมกันบรรจุถุงยังชีพ จำนวนรวมกว่า 900 ชุด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้ระดมพลังพนักงานจากแบรนด์แฟชั่นในเครือได้แก่ Jaspal, CPS Chaps, CC Double O, Lyn และ Lyn Around ร่วมเป็นอาสาสมัครบรรจุอาหาร น้ำดื่ม และของใช้ที่จำเป็น จำนวนกว่า 400 ชุด พร้อมได้มอบความช่วยเหลือผ่านศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ในการดำเนินการส่งมอบไปยังพื้นที่ประสบภัย นอกจากนี้ ยัสปาล กรุ๊ปนำโดยผู้บริหารและพนักงานจากสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร ยังได้ร่วมบรรจุถุงยังชีพเพิ่มเติมอีก ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำลด อาหารแห้ง และเวชภัณฑ์ รวมจำนวนกว่า 400 ชุด และได้ส่งมอบความช่วยเหลือผ่าน ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะดำเนินการกระจายถุงบริจาคทั้งหมดไปยังหน่วยงานในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานท้องที่แต่ละอำเภอที่ต้องการความช่วยเหลือ

การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ยัสปาล กรุ๊ป รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน” เพื่อสนับสนุนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ให้ทุกคนในสังคมสามารถพัฒนาและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน อันเป็นนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ส่งมอบถุงยังชีพผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงใหม่

ส่งมอบถุงยังชีพผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงใหม่

ส่งมอบถุงยังชีพผ่านศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

ส่งมอบถุงยังชีพผ่านศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

บรรยากาศการบรรจุถุงยังชีพที่ยัสปาล กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์

โซไซตี้ : รายแรกของไทย ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ ได้มาตรฐาน Global G.A.P. ระบบความปลอดภัย ESG

https://www.naewna.com/lady/837634

โซไซตี้ : รายแรกของไทย ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ  ได้มาตรฐาน Global G.A.P. ระบบความปลอดภัย ESG

โซไซตี้ : รายแรกของไทย ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ ได้มาตรฐาน Global G.A.P. ระบบความปลอดภัย ESG

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โดยโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกปักธงชัย และศรีราชา ได้รับรองมาตรฐาน Global G.A.P. จาก บริษัท Control Union (Thailand) เป็นองค์กรแรกของไทย ตอกย้ำกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการมาตรฐานระดับโลก ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหารสัตว์ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมี เรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บกและ บุญเสริม เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ด้านบริหารกระบวนการธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟเป็นผู้รับมอบ

เรวัติ หทัยสัตยพงศ์ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นในการผลิตอาหารให้มีความปลอดภัยสูงสุด เริ่มจากการผลิตอาหารสัตว์ที่มีความปลอดภัยนำมาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติมาใช้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ ความปลอดภัย และ ESG จนประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ธุรกิจอาหารสัตว์บก โดยโรงงานผลิต 2 แห่งทั้งโรงงานปักธงชัยและโรงงานศรีราชา เป็นรายแรกของไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน Global G.A.P. (Global Good Agricultural Practice) กลายเป็นต้นแบบให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของซีพีเอฟและบริษัทอื่นๆ

“การได้รับรองมาตรฐาน Global G.A.P. นับเป็นความสำเร็จของคณะผู้บริหารและพนักงานของซีพีเอฟทั้งหมด ที่ร่วมมือกันผลิตอาหารสัตว์ให้มีความปลอดภัยในระบบสากล สามารถสอบย้อนกลับได้ ซึ่งเกิดจากความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การดูแลสังคม และปฏิบัติอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนซีพีเอฟสู่ความยั่งยืนและก้าวสู่ตลาดการค้าระดับโลกอย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน เรายังมุ่งแบ่งปันองค์ความรู้และเส้นทางความสำเร็จในหลากหลายช่องทาง เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยของประเทศไทย” เรวัติ กล่าว

ทางด้าน Mr.Stephan Moreels, Managing Director บริษัท Control Union (Thailand) แสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งสำคัญของกลุ่มซีพีเอฟที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GlobalG.A.P. Compound Feed Manufacturing (CFM)version 3.1 section C (ESG) ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนการทำงานที่เป็นธรรม เคารพสิทธิทางด้านแรงงาน และการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น Control Union ในฐานะเพื่อนที่ร่วมกันผลักดันมาตรฐานนี้ร่วมกันกับซีพีเอฟ จึงตระหนักถึงการทำงานอย่างหนัก และวิสัยทัศน์ที่นำพาบริษัทฯมาสู่ความสำเร็จ ทั้งหมดนี้เกิดจากความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ โดยกำหนดมาตรฐานให้กับบุคลากรทุกคนนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาแม้จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย แต่ก็สามารถเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นโอกาส และความทุ่มเทนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงอัตลักษณ์และความเป็นผู้นำของซีพีเอฟอย่างแท้จริง

มาตรฐาน Global G.A.P. มุ่งเน้นการป้องกันและควบคุมการผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีความปลอดภัย ตลอดจนการผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงมั่นใจได้ว่าอาหารสัตว์ที่ผลิตออกจากโรงงานซีพีเอฟมีความปลอดภัยและมีคุณภาพสูงก่อนส่งต่อไปยังฟาร์มเลี้ยงสัตว์และลูกค้า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของอาหารสัตว์และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่ค้าและผู้บริโภคต่างให้ความสำคัญกับ ESG สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้กรอบ ESG มาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟ ยังริเริ่มทำระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO9001 ในการผลิตอาหารสัตว์ มาตั้งแต่ปี 2543 และมุ่งยกระดับระบบมาตรฐานอาหารสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องและได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของภาครัฐและประเทศคู่ค้า ที่จะส่งผลต่ออาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคในที่สุด

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

https://www.naewna.com/lady/837626

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เดินเท้า นั่งกระเช้า ชมวิว

‘นาขั้นบันไดหลงจี๋’ เหลืองอร่ามในกว่างซีจ้วง

ทิวทัศน์นาขั้นบันไดหลงจี๋ทอดตัวลดหลั่นสวยงาม แสดงสีสันเหลืองทองยามฤดูใบไม้ร่วง ในอำเภอหลงเซิ่ง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน โดย
นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนสามารถเดินเท้าหรือนั่งกระเช้าลอยฟ้าเพื่อเชยชมวิวธรรมชาติ

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัว

Science Update : นักวิจัยจีนพัฒนา ‘อิฐดวงจันทร์’ ใช้สร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

https://www.naewna.com/lady/837655

Science Update : นักวิจัยจีนพัฒนา ‘อิฐดวงจันทร์’ ใช้สร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

Science Update : นักวิจัยจีนพัฒนา ‘อิฐดวงจันทร์’ ใช้สร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมวิจัยที่นำโดยติง เลี้ยอวิ๋น ใช้ดินดวงจันทร์แบบจำลองในการสร้าง“อิฐดวงจันทร์” ที่มีความแข็งแรงมากกว่าอิฐแดงหรืออิฐคอนกรีตมาตรฐานถึงสามเท่า โดยทีมวิจัยยังได้พัฒนาวิธีการสร้างอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ และประดิษฐ์หุ่นยนต์พิมพ์ 3 มิติ เพื่อพิมพ์บ้านโดยใช้ดินดวงจันทร์จำลอง 5 ชนิดและกระบวนการเผาผนึก (Sintering) 3 แบบ ซึ่งสามารถให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำยิ่งขึ้นในการคัดเลือกวัสดุและการปรับปรุงกระบวนการสำหรับการสร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

อิฐดังกล่าวจะต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ เพื่อตรวจสอบว่าสมรรถนะเชิงกล (mechanical performance) ของอิฐจะลดลงในสภาพแวดล้อมบนดวงจันทร์หรือไม่ และสามารถทนต่อแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ที่มีความถี่สูงได้หรือไม่

ไชน่า เซ็นทรัล เทเลวิชั่น (China Central Television) รายงานว่าจะมีการส่งอิฐดวงจันทร์ดังกล่าวไปยังสถานีอวกาศของจีนโดยยานขนส่งสินค้าเทียนโจว-8 (Tianzhou-8) เพื่อตรวจสอบสมรรถนะเชิงกลและสมรรถนะทางความร้อน ตลอดจนตรวจสอบความสามารถในการทนต่อรังสีคอสมิก โดยคาดว่าจะส่งอิฐดวงจันทร์ก้อนแรกกลับคืนสู่โลกภายในสิ้นปี 2025

คุณแหน : 27 ตุลาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/837630

คุณแหน : 27 ตุลาคม 2567

คุณแหน : 27 ตุลาคม 2567

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ในฐานะนายกรัฐมนตรีวันนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ ตากใบ ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และต้องขอโทษในนามรัฐบาลด้วยก็จะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก “แพทองธาร ชินวัตร”นายกรัฐมนตรี…

ll ผักกาดหอม นำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ รัฐบาลสมัยโน้นมี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีทัศนคติ เพราะว่าพวกค้ายามันโหดร้ายต่อลูกหลานของเรา เราต้องโหดร้ายกลับไปบ้าง ซึ่งไม่ใช่เลวร้าย แถมยังกล่าวเป็นฝีมือโจรกระจอก ยูเอ็น ไม่ใช่พ่อ ฯลฯ คดีหมดอายุความแล้ว นี่แหละกรรมของใคร??…

ll ประธานวิปรัฐบาล วิสุทธิ์ ไชยณรุณพรรคเพื่อไทย “ต้องบอกว่าวันที่ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ยังบริสุทธิ์อยู่ศาลยังไม่ได้รับเป็นคดีในขณะนั้น ต้องให้ความเป็นธรรม ผ่านมา ๒๐ ปี ผ่านมาหลายรัฐบาล แต่จะมาโยนให้พรรคเพื่อไทยรับอย่างเดียวคงไม่ถูก ตอนนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมว่าตามศาล ว่ากันตามตำรวจ”…

ll อินโดนีเชียได้ประธานาธิบดีคนใหม่นาม ปราโบโว ซูเบียนโต นำคณะรัฐมนตรีและผู้ช่วยทั้งนักการเมือง นายทหาร และผู้นำศาสนา ตั้งแต่อายุ ๓๔-๗๗ ปี เข้าฝึกในโรงเรียนทหารกลางจังหวัดชวา ๓ วันเพื่อให้คณะรัฐมนตรี ฝึกวินัย และความจงรักภักดีต่อชาติ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่…

ll เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ กลับจากเกาหลีพักบ้านแค่วันเดียว ก็ต้องบินไปประเทศลาวต่ออีก ขยันจริงๆ…

ll ผบ.ตร.คนใหม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ กล่าว“ขอให้ทุกท่านพึงระลึกอยู่เสมอว่าความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน ที่มีต่อตำรวจไม่อาจเกิดขึ้นได้จากใครคนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง หากตำรวจทุกคนต้องช่วยกันทำหน้าที่ของตน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เดินหน้าเข้าหาประชาชน ช่วยเหลือบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชนที่บริสุทธิ์และเป็นธรรม” เคลิ้มไหมท่าน????…

ll ส่วน ผบ.ทบ.คนใหม่ พล.อ.พนาแคล้วปลอดทุกข์ กล่าว “สื่อต่างๆเป็นกลไกสำคัญใครครองสื่อได้เป็นผู้ชนะ ใครพูดก่อนได้เปรียบ ใครพูดโกหกก็ยังได้เปรียบอยู่ แต่ไม่ได้น้อยใจโดยธรรมชาติแล้วไม่ชอบลงสื่อ ไม่ใช่ไม่ชอบสื่อ ไม่ชอบทะเลาะกับใคร พยายามประนีประนอม การเมืองมีผลต่อการทำงานของฝ่ายมั่นคงมาก ข้าราชการก็ต้องสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ส่วนเรื่องการเมืองก็แก้กันด้วยการเมือง”…ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Health News : เยอรมนีพบป่วย ‘ฝีดาษลิง’ สายพันธุ์เคลด 1บี รายแรกของประเทศ

https://www.naewna.com/lady/837656

Health News : เยอรมนีพบป่วย ‘ฝีดาษลิง’ สายพันธุ์เคลด 1บี รายแรกของประเทศ

Health News : เยอรมนีพบป่วย ‘ฝีดาษลิง’ สายพันธุ์เคลด 1บี รายแรกของประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันโรเบิร์ต ค็อค (RKI) หน่วยงานสาธารณสุขชั้นนำของเยอรมนี ประกาศการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเอ็มพอกซ์ (mpox) หรือฝีดาษลิงสายพันธุ์เคลด 1บี (Clade Ib) รายแรกของประเทศ โดยยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้อง

สถาบันฯ ระบุว่าปัจจุบันผลการประเมินความเสี่ยงของโรคเอ็มพอกซ์ต่อประชากรทั่วไปของเยอรมนีอยู่ในระดับต่ำ ทว่าสถาบันฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะปรับการประเมินตามข้อมูลที่มีล่าสุดหากจำเป็น

ผลการประเมินความเสี่ยงในปัจจุบันมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า “การส่งต่อเชื้อไวรัสเอ็มพอกซ์ต้องผ่านการสัมผัสติดต่อทางกายภาพอย่างใกล้ชิด” และสถาบันฯ มองว่ามีวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์เคลด 1

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าโรคเอ็มพอกซ์เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนการระบาดระดับโลกของโรคเอ็มพอกซ์เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี

แหวกฟ้าหาฝัน : ทอดน่องริมดานูบบูดาเปสต์

https://www.naewna.com/lady/837627

แหวกฟ้าหาฝัน : ทอดน่องริมดานูบบูดาเปสต์

แหวกฟ้าหาฝัน : ทอดน่องริมดานูบบูดาเปสต์

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเมืองใหญ่ สงบ สวยงาม ไม่เพียงควรเยือนเวียนนา ซัลซ์บวร์ก และอินชบรุคแล้ว บูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการีก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิตหลายคนอาจรู้สึกว่าขึ้นชื่อว่าฮังการีแล้วไม่น่าปลอดภัย แต่แท้ที่จริงแล้วเมืองนี้ไม่เพียง ปลอดภัยและสะดวกสบาย ยังเดินทางไปถึงได้ไม่ยากด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์จากเวียนนาต่อไปยังบูดาเปสต์ หรือจะนั่งรถไฟจากเวียนนาไปยังบูดาเปสต์ก็ได้ไม่ยากมากเพราะมีรถไฟตรงวันละหลายเที่ยวออกจากสถานีกลางโดยใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงสถานีที่สะดวกสำหรับบูดาเปสต์จะเป็น Keleti ที่แม้มิได้อยู่กลางเมืองนัก แต่ก็สามารถเดินเล่นในเมืองได้ไม่ยาก

บูดาเปสต์เมืองหลวงของฮังการีนี้มีประชากรมากเป็นอันดับ 9 ของสหภาพยุโรปใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ และใหญ่เป็นอันดับสองบนแม่น้ำดานูบรองจากเวียนนาเท่านั้น ประวัติของเมืองย้อนไปถึงเมื่อชาวเซลติก เป็นชนชาติแรกที่มาตั้งถิ่นฐานณ ดินแดนแห่งนี้ตั้งแต่ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 1 ซึ่งต่อมาถูกครอบครองโดยชาวโรมันในปี 106 บริเวณที่เป็น Obuda ในปัจจุบัน ชาวโรมันได้มาสร้างถนน อ่างอาบน้ำ บ้าน โรงละครขึ้นในนามของ Aquincum ซึ่งกลายเป็น open air museum ในปัจจุบัน ต่อมาชาว Magyar หรือมายา ซึ่งนำโดย Arpad ที่ถูกขับไล่จากบัลแกเรียโดย Tsar Simeon หลังแพ้สงคราม Southern Bud ได้มาตั้งถิ่นฐานที่นี่แทนและแบ่งเมืองเป็น Buda กับ Pest

Buda Castle

หลังจากนั้นอีก 1 ศตวรรษ พวกเขาก็ก่อตั้งประเทศฮังการีขึ้น เมื่อชาว Tatar ได้บุกรุกเมืองในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ทำให้ชาวเมืองเห็นว่าพวกเขายากจะแก้ปัญหาการถูกรุกรานหากสร้างเมืองบนที่ราบ พระเจ้า Bela IV แห่งฮังการีจึงสั่งให้สร้างกำแพงเมืองหินรอบเมือง และสร้างพระราชวังบนเขา Buda ต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้า MatthiasCorvinus วัฒนธรรมของบูดาก็รุ่งเรืองขึ้นถึงขีดสุดอันเป็นผลมาจากการที่ศิลปะแนวเรอเนสซองส์จากอิตาเลียนได้เผยแผ่มาถึงแม้เมืองจะเติบโตและเจริญรุ่งเรือง แต่ในปี1526 ชาวออตโตมันก็สามารถเข้าครอบครองเมืองได้และปกครองนานถึง 150 ปี พวกเขาได้สร้างอ่างอาบน้ำสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมเติร์กไว้ให้ การถูกยึดครองโดยเติร์กทำให้ชาวคริสเตียนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ส่วนทางทิศตะวันตกพวกเขาก็ถูกครอบครองโดยราชวงศ์ Habsburgs แห่งออสเตรีย ปี 1848 ชาวเมืองเริ่มกระด้างกระเดื่องต่อราชวงศ์ Habsburgs พวกเขาใช้เวลารบอยู่ร่วมปีกว่าจึงชนะและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Austria-Hungary ส่งผลให้บูดาเปสต์กลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่สองของราชวงศ์ ต่อมาในปี 1849 รัฐบาลตัดสินใจสร้างสะพาน Chain เพื่อเชื่อมระหว่าง Buda และ Pest เข้าด้วยกัน เมื่อ Austria- Hungaryแพ้สงครามในปี 1918 ชาวฮังการีจึงฉวยโอกาสประกาศอิสรภาพและตั้งสาธารณรัฐฮังการีขึ้น ในสัญญาสงบศึกฮังการีต้องเสียแผ่นดินถึง 2/3 และเสียชาวเมืองไปร่วม 2/3 หรือ 3.3 ล้านคน แต่สำหรับพวกเขาแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่า

Girl with Her Dog 

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะสิ้นสุดโลกบูดาเปสต์ถูกกองทัพสหรัฐฯ และอังกฤษถล่มอย่างรุนแรง ชาวเมืองเสียชีวิตไปมากถึง 38,000 คน สะพานทั้งหมดยังถูกชาวเยอรมันทำลายลงด้วย ยิ่งกว่านั้นชาวยิวที่อาศัยในเมืองยังเสียชีวิตไปมากกว่า 250,000 คนหรือกว่า30% หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ฮังการีกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียต จวบจนปี 1991 แม้ฮังการีจะสะบักสะบอมและไม่ค่อยเติบโตภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์ แต่ปราสาทบูดา และธนาคารริมแม่น้ำดานูบก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1987

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้สามารถเดินเล่นแถว Vaci utca จัตุรัสVorosmarty และริมแม่น้ำดานูบฝั่ง Pest เพื่อชื่นชมกับสถาปัตยกรรมสวยงามฝั่ง Budaอาทิ Buda Castle, Fisherman Bastion นอกจากนี้บริเวณนี้ยังมีงานประติมากรรมน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปเล่นอีกหลายชิ้น อาทิ The Little Princess, Girl with Her Dog ผลงานของ David Raffai, Ignac Roskovics ผลงานของ Mihajlo Kolodko ชาวยูเครน และ Shoes on the Danube Bank ผลงานของ Gyula Pauer ซึ่งเพิ่งจะนำมาติดตั้งในวันที่16 เมษายน 2005 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงชาวยิวที่ถูกสังหารในสงครามโลกครั้งที่สอง

Shoes on the Danube Bank

Shoes on the Danube Bank

The Little Princess

The Little Princess