เป้ย แฮปปี้แท็กทีม ป๊อป พาลูกจัดแฟมิลี่ทริป ยังไงหน้าที่พ่อแม่ก็ตัดไม่ขาด

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821275

เป้ย แฮปปี้แท็กทีม ป๊อป พาลูกจัดแฟมิลี่ทริป ยังไงหน้าที่พ่อแม่ก็ตัดไม่ขาด

22 ต.ค. 2567 09:58 น.

เป้ย แฮปปี้แท็กทีม ป๊อป พาลูกจัดแฟมิลี่ทริป ยังไงหน้าที่พ่อแม่ก็ตัดไม่ขาด

หลายคนที่ดีใจที่ได้เห็นภาพของครอบครัว เป้ย ปานวาด กับ ป๊อป นิธิ อดีตสามี จัดแฟมิลี่ทริป พาลูกๆ ไปเที่ยวเกาหลีด้วยกันช่วงปิดเทอม แบบพร้อมหน้าพร้อมตา 4 คน พ่อแม่ลูก ซึ่งเป้ยบอกว่า ทริปนี้ได้แพลนไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี และกำลังจะมีอีก 2 ทริปที่ไปด้วยกัน มาตอนนี้ลืมเรื่องไม่ดีไปหมดแล้ว ต่างคนต่างทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุด

– เป็นทริปที่พาลูกๆ ไปเที่ยว เป็นแฟมิลี่ทริปพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งเป็นแพลนที่วางกันมาตั้งแต่ต้นปี 

– เราจะแยกห้องนอนกัน โดยน้องโปรดจะนอนกับป๊อป เป้ยนอนกับน้องปาลิน ช่วยกันดูแลลูก พอถึงเวลาทานข้าวก็มารวมกัน เวลาเห็นรอยยิ้มของลูกๆ เราก็มีความสุขมากที่เห็นเด็กๆ มีความสุข นอนกอดกัน

– ทริปนี้เป็นความตั้งใจของเป้ยกับป๊อปอยู่แล้ว และจะเกิดอีก 2 ครั้งคือช่วงปลายปี เดือนธันวาคมจะไปญี่ปุ่น แล้วก็ช่วงเดือนกุมภาพันธ์

– ปัจจุบันรู้สึกโอเคมากๆ อยู่แล้ว ก็ทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุดให้กับลูกๆ

– ทุกวันนี้ก็ยังคุยกับอดีตสามีเรื่องลูกๆ ตลอด เพราะความเป็นพ่อเป็นแม่ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด

– เป้ยเผยว่า ตอนนี้ลูกๆ จะอยู่กับเป้ยเป็นหลัก ดูแล 7 วัน แต่ถ้าป๊อปสะดวกเมื่อไหร่ ก็จะแวะมาหาลูก

– กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พอมันถึงเวลาแล้ว อยู่ๆ มันก็ทำได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเหมือนกัน 

– ทุกวันนี้ยิ้มและหัวเราะได้ เห็นป๊อปมีความสุข เป้ยก็มีความสุข คือตอนนี้มันคือความปรารถนาดีที่เราอยากให้เขาเจอ และเชื่อว่าตัวป๊อปเองปรารถนาดีที่อยากจะให้เป้ยกับลูกๆ มีความสุข

– เมื่อถามว่าทุกอย่างเคลียร์ลงตัวหมดแล้วหรือยัง เป้ยบอกว่า อาจจะยังไม่เรียบร้อย

– ส่วนคนที่ส่งดอกไม้มาให้ทุกวัน ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร มันไม่มีอะไร อาจจะเป็นคนที่ชื่นชอบเรา หรือเป็นแฟนคลับเราส่งมาให้ ณ ตอนนี้เราไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ เราไม่ได้สนใจว่าจะมีใครเข้ามาในชีวิตหรือจะมีใครชื่นชอบเรา สิ่งที่เราสนใจที่สุดก็คือเรื่องลูกและตัวเราเองที่เราอยากจะโฟกัส

บุคคลในข่าว 23 ตุลาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2821302

บุคคลในข่าว 23 ตุลาคม 2567

23 ต.ค. 2567 04:30 น.

บุคคลในข่าว 23 ตุลาคม 2567

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2567 ตรงกับวันปิยมหาราช

ความอึมครึมทางการเมือง จะฉุดให้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่แล้ว ต้องซึมกะทือต่อไป….เหมือนที่ สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวเอาไว้… หลังจากที่ กกต. ออกมายืนยันเหตุผลที่ รับคำร้องยุบพรรคเพื่อไทย และ พรรคร่วมรัฐบาล จากทั้งหมด 6 คำร้องไว้พิจารณา เพราะ เมื่อดูจากพยานหลักฐาน เบื้องต้นแล้ว…..เห็นว่ามีมูล

ถึง กกต. ที่มี อิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน และมี แสวง บุญมี เป็นเลขาธิการ และนายทะเบียนพรรค….จะไม่มีอำนาจสั่งยุบพรรค…โดยที่ อำนาจพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรค อยู่ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็จริง….แต่ด้วย ความหวาดระแวงทางการเมือง และ ความขัดแย้ง ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ยังไม่สะเด็ดน้ำ

การเมืองยังอยู่ภายใต้การ ครอบงำ จาก มือที่มองไม่เห็น….บวกกับ วิบากกรรม ของ พรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมา….ไม่เคยมีปาฏิหาริย์…ที่เพิ่งสดๆ ร้อนๆ…การถอดถอน นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่ง….คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้เมื่อยตุ้ม……ไปตายเอาดาบหน้า

ไหนๆ ก็ไหนๆ สรวงศ์ เทียน ทอง รมว.การท่องเที่ยวฯ เปิดเผยหลังหารือกับ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ถึงมาตรการ กระตุ้นการท่องเที่ยว ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้…มีการทบทวนขนาดโครงการ แอ่วเหนือคนละครึ่ง โดยกำหนดเงื่อนไขที่ รัฐจะช่วยจ่ายค่าสินค้าท่องเที่ยวและบริการ สูงสุด 400 บาทต่อคนต่อทริป จำนวน 10,000 สิทธิ์…ซึ่งน่าจะไม่เกิดแรงจูงใจ…เบื้องต้นได้หารือกับ รมช.คลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์….ขอใช้งบกลาง ในการกระตุ้นความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจในปี 2568…ที่มีวงเงินคงเหลืออีก 1.87 แสนล้าน มาใช้ในโครงการนี้….ควบคู่ไปพร้อมกับการปัดฝุ่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ใน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยสนับสนุน วงเงินใช้จ่ายโรงแรมที่พัก 40–60….จะได้เห็นในปีงบประมาณ 2568 แน่นอน

ส่วนที่ยังคาราคาซัง โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต…จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยืนยัน จะเปิดให้มีการลงทะเบียนในกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนผ่านธนาคารรัฐ ในเดือน พ.ย.นี้…ขึ้นอยู่กับว่า คณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี นายกฯแพทองธาร เป็นประธาน….ที่จะนัดประชุมในปลายเดือนนี้ จะมีมติเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และโครงการอื่นๆ อาทิ ซอฟต์พาวเวอร์…..ออกมาเพื่อดันให้ จีดีพีโตร้อยละ 3 ได้อย่างไร

ในขณะที่ การแจกเงินสด 10,000 บาทในเฟสที่สอง…ยังต้องเดินหน้าต่อจาก ผู้ลงทะเบียนไว้กว่า 36 ล้านราย…..เป้าหมาย ในเฟสแรก แจกให้กับ กลุ่มเปราะบางที่มีบัตรคนจน ไปจำนวน 14.55 ล้านราย

“อินทรีเหล็ก” ห่วงแต่ว่า ความวุ่นวาย ที่เกิดจาก ความไม่ชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ….จะทำให้ ประสิทธิภาพและความเสมอภาค ในการรับ สวัสดิการจากรัฐ ไม่เป็นไปตามเป้า….เม็ดเงินจะกระจุกไม่กระจายและเป็นปัญหาการเงินการคลังของประเทศ ที่รัฐบาลขว้างงูไม่พ้นคอ อีกกระทอก

วิบากกรรมดิ ไอคอน ยังตามไล่ล่า คนร่วมขบวนการและเรียกรับผลประโยชน์ในโครงการนี้ไม่หยุด…ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ….เพื่อขอให้ พรรคมีมติขับบุคคลในคลิปเสียงออกจากสมาชิกพรรค….ในขณะที่ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ที่เพิ่งถูกปลดออกจาก รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ….มีรายงานข่าวว่าต้อง เข้าโรงพยาบาลรักษาอาการเครียด โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด…..เรื่องนี้คงเป็นหนังม้วนยาวโถมเข้าใส่ พรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะประเด็น จริยธรรมทางการเมือง…..นิติสงคราม กำลังจะเริ่มต้น

สนามกอล์ฟกองทัพมีไว้ทำไม….เชตวัน เตือประโคน สส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการทหาร ตามล้างตาเช็ด ตามหาขุมทรัพย์ของกองทัพไทย….ที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ไปตอบกระทู้ในสภาเอาไว้….เหตุที่ไม่สามารถ เปิดให้ใช้สนามกอล์ฟ ทบ.เป็นสวนสาธารณะได้ เพราะ จะทำให้เป็นที่อยู่ของนก ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการบินของเครื่องบินพาณิชย์ที่บินผ่านบริเวณนั้น….เหตุผลจะฮาไม่ฮาเป็นอีกเรื่อง….. ตัวเลขสนามกอล์ฟของกองทัพ รวมทุกเหล่าทัพมีอยู่ 57 แห่ง…รวมเป็นที่ดินจำนวน 20,871 ไร่

ในจำนวนนี้ กอง ทัพบก มีมากที่สุด 40 แห่งเป็นพื้นที่ 14,470 ไร่…คำถามสุดท้าย ทำไมสนามกอล์ฟจึงมีความจำเป็นต่อกองทัพทั่วประเทศ….ที่มี ตัวเลขจริง 61 สนาม รวม 21,454 ไร่ มีความสำคัญ มากกว่า การคืนพื้นที่ไปใช้ประโยชน์สำหรับประชาชนทั่วประเทศ

เรื่องในกองทัพยังไม่จบ….รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ภูมิธรรม ยอมรับ เอกอัคร ราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ได้เข้าพบพูดคุยถึง เครื่องบินขับไล่ เอฟ 16 เกี่ยวกับปัญหา ข้อจำกัด และศักยภาพของประเทศไทย

ในขณะที่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. ได้ระบุกรณีที่ ล็อกฮีด มาร์ติน แถลงข่าวเกี่ยวกับ โครงการเครื่องบินขับไล่เอฟ 16….ไม่มีปัญหาอะไรกับโครงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนของกองทัพ อากาศ…เพราะได้ข้อยุติ ไปแล้ว…..ส่วนความร่วมมือกับทางสหรัฐฯ เป็นเรื่องของอนาคต จบข่าว

อันเนื่องมาจาก สงครามในตะวันออกกลาง ที่รุนแรงมากขึ้น….มุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาฯ ยืนยันความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล กับ ฮามาส ในขณะนี้ เกิดความเข้าใจผิดว่า ยังมีตัวประกันคนไทยถูกกักขังโดยกลุ่มฮามาสอีก 8 คน….ทราบว่า ไม่มีคนไทยที่ถูกคุมขังเป็นตัวประกันแล้ว……กระทรวงการต่างประเทศว่าไง

ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องอาหารสรัสวดี โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดโปรโมชันวันหยุด ปิยมหาราช กับอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ มื้อกลางวันท่านละ 690 บาท มื้อเย็นท่านละ 790 บาท สำรองที่นั่ง 0-2575-5599, 0-2159-5888

สวดพระอภิธรรม สำรวย ตันติ สุนทร 18.30 น. ศาลา 26 วัดธาตุทอง ถึงวันที่ 24 ต.ค. ฌาปนกิจ วันที่ 26 ต.ค. 14.00 น.

สวดพระอภิธรรม สัมพันธ์ สาระสุทธิ 18.30 น. ศาลา 7 วัดธาตุทอง ถึงวันที่ 23 ต.ค. ฌาปนกิจ วันที่ 24 ต.ค. 19.00 น.

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ทหารอิสราเอลยิงดับเด็กปาเลสไตน์วัย 11 ปี ระหว่างการโจมตีทางทหารในเมืองนาบลัส

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821495

ทหารอิสราเอลยิงดับเด็กปาเลสไตน์วัย 11 ปี ระหว่างการโจมตีทางทหารในเมืองนาบลัส

23 ต.ค. 2567 10:11 น.

ทหารอิสราเอลยิงดับเด็กปาเลสไตน์วัย 11 ปี ระหว่างการโจมตีทางทหารในเมืองนาบลัส

เด็กชายชาวปาเลสไตน์ วัย 11 ปี ตกเป็นหนึ่งในเหยื่อสงครามความรุนแรง ถูกทหารกองกำลังอิสราเอลสังหารระหว่างบุกโจมตีภาคพื้นดิน ในเมืองนาบลัส ทางตอนเหนือของเขตเวสต์แบงก์

วันที่ 23 ตุลาคม 2567 แหล่งข่าวชาวปาเลสไตน์เปิดเผยว่า เด็กชายอับดุลเลาะห์ จามาล ฮาวาช วัย 11 ปี ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนของทหารกองกำลังอิสราเอล ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และต่อมาแพทย์ยืนยันว่าเสียชีวิต โดยเขาเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอล ในเมืองนาบลัส ทางตอนเหนือของเขตเวสต์แบงก์

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ในเมืองรามัลลาห์ แถลงว่า เด็กชายอับดุลเลาะห์ จามาล ฮาวาช เสียชีวิตด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์โจมตีโดยทหารอิสราเอลในเมืองนาบลัส โดยกองกำลังอิสราเอลแทรกซึมเข้าไปในเมืองเก่าด้วยรถยนต์พลเรือน และเปิดฉากใส่ยิงประชาชน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์จากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา เพิ่มขึ้นเป็น 42,718 ศพ อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ก่อนหน้านี้ โฆษกกองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า สมาชิกกลุ่มนักรบฮามาส และอิสลามญิฮาด อย่างน้อย 18 คนถูกสังหารเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม โดยกองทัพอิสราเอลโจมตีจุดรวมพลของพวกเขาในศูนย์ควบคุมและสั่งการในพื้นที่ที่เคยเป็นโรงเรียนอาบู ฮุสเซน ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซา เพื่อเป็นการตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาส ที่ชายแดนทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 ศพ และถูกจับเป็นตัวประกันประมาณ 250 ราย.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์กล่าวหาพรรคแรงงานอังกฤษ แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821480

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์กล่าวหาพรรคแรงงานอังกฤษ แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

23 ต.ค. 2567 09:19 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์กล่าวหาพรรคแรงงานอังกฤษ แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทีมหาเสียงของของโดนัลด์ ทรัมป์ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหรัฐอเมริกา อ้างว่าพรรคแรงงานของสหราชอาณาจักรแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนแคมเปญของแฮร์ริส-วอลซ์

คำร้องเรียนดังกล่าวอ้างถึงรายงานจากสื่อเกี่ยวกับการติดต่อระหว่างพรรคแรงงานและทีมหาเสียงของแฮร์ริส รวมถึงการ “บริจาค” ที่ผิดกฎหมาย โดยบีบีซีคาดว่านักเคลื่อนไหวของพรรคแรงงานที่ทำงานในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนดังกล่าวแบบส่วนตัว อย่างไรก็ตามพรรคแรงงานยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทั้งนี้ เรื่องร้องเรียนดังกล่าวอ้างถึงรายงานข่าวที่ระบุว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคแรงงานของอังกฤษได้เดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อทำแคมเปญสนับสนุนแฮร์ริส ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่าพรรคแรงงานได้มีการแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ขณะที่ทีมหาเสียงของนางแฮร์ริสก็รับการบริจาคอย่างผิดกฎหมายจากต่างชาติ

จดหมายดังกล่าวยังได้อ้างถึงรายงานของวอชิงตัน โพสต์ ที่ระบุว่ามีการแลกเปลี่ยนการสื่อสารระหว่างพรรคและมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงพบกันเป็นการส่วนตัวด้วย

สำนักข่าวบีบีซีได้ติดต่อไปยังทีมของแฮร์ริส-วอลซ์เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนและรายงานข่าวที่ถูกอ้างถึง แต่ยังไม่มีการชี้แจงในเรื่องนี้

นอกจากนี้ เรื่องร้องเรียนยังอ้างถึงโพสต์ในโซเชียลมีเดียบน LinkedIn ที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่พรรคแรงงานกล่าวว่า มีสมาชิกพรรคปัจจุบันและอดีตสมาชิกพรรค ที่จะเดินทางไปยังรัฐที่เป็นรัฐสมรภูมิในสหรัฐฯ โดยโพสต์จากโซเฟีย พาเทล หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของพรรคแรงงานกล่าวเพิ่มเติมว่า ยังมีที่ว่างอีก 10 จุด และจะมีการจัดหาที่พักให้ ซึ่งล่าสุดโพสต์ดังกล่าวถูกลบไปแล้ว

การร้องเรียนครั้งนี้มีเทียบเคียงกับเหตุการณ์ในปี 2016 ที่พรรคแรงงานออสเตรเลีย (ALP) ส่งผู้แทนไปช่วยแคมเปญของเบอร์นี แซนเดอร์ส ในกรณีนั้น ALP ได้จ่ายค่าเที่ยวบินและค่าใช้จ่ายประจำวัน ซึ่งทำให้ทางพรรคและทีมหาเสียงต่างก็ได้รับโทษทางแพ่งเป็นค่าปรับจำนวน 14,500 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พรรคแรงงานระบุว่า การเดินทางของนักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ไม่ได้ถูกจัดหรือสนับสนุนโดยพรรค

ซึ่งตามกฎของ FEC ชาวต่างชาติสามารถทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งได้ ตราบใดที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เจ้าหน้าที่พรรคจากสหราชอาณาจักรจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างพรรคอนุรักษ์นิยมของสหราชอาณาจักรและพรรครีพับลิกันในสหรัฐฯ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024

“ลี เซียน หยาง” น้องชายอดีตนายกฯสิงคโปร์ เผยถูกคุกคามในประเทศ ล่าสุดได้รับสถานะผู้ลี้ภัยที่อังกฤษ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821477

"ลี เซียน หยาง" น้องชายอดีตนายกฯสิงคโปร์ เผยถูกคุกคามในประเทศ ล่าสุดได้รับสถานะผู้ลี้ภัยที่อังกฤษ

23 ต.ค. 2567 09:06 น.

“ลี เซียน หยาง” น้องชายอดีตนายกฯสิงคโปร์ เผยถูกคุกคามในประเทศ ล่าสุดได้รับสถานะผู้ลี้ภัยที่อังกฤษ

“ลี เซียน หยาง” น้องชายอดีตนายกฯสิงคโปร์ เผยถูกข่มเหงคุกคามในประเทศจนอยู่ไม่ได้ ล่าสุดได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่อังกฤษ

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายลี เซียน หยาง บุตรชายคนเล็กของนายลี กวน ยู บิดาผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ น้องชายของอดีตนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาว่า เขาถูกรัฐบาลสิงคโปร์ข่มเหงคุกคาม ทั้งตัวเขาและครอบครัวจนอยู่ในประเทศไม่ได้ ต้องหนีไปที่อังกฤษ และล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้อนุมัติสถานะผู้ลี้ภัยให้กับเขาแล้ว ทำให้ตอนนี้เขามีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง

นายลี เซียน หยาง วัย 67 ปี กล่าวว่า เขาได้รับการอนุมัติให้ลี้ภัยอยู่ในอังกฤษได้ เนื่องจากถูกสิงคโปร์ข่มเหง ต่อเขาและครอบครัวของเขา หลังจากเขาได้เข้าร่วมกับพรรคฝ่ายค้านในช่วงการเลือกตั้งปี 2020 และเมื่อปีที่แล้วเขาออกมาเปิดเผยว่า กำลังพิจารณาลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสิงคโปร์ ซึ่งตำแหน่งนี้ส่วนใหญ่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นเพียงพิธีการเท่านั้น

เขากล่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์พยายามคุกคามเขาอย่างเปิดเผย โดยมีการดำเนินคดีลูกชายของเขา ดำเนินคดีวินัยกับภรรยา และเปิดการสืบสวนของตำรวจซึ่งเป็นเท็จทำให้คดีลากยาวมาหลายปี และด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สามารถกลับไปสิงคโปร์เพื่อไปร่วมงานศพของลี เว่ย หลิง น้องสาวของเขาผู้เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาได้

การออกมาเปิดเผยของนายลี เซียน หยาง นับเป็นการขยายปมความร้าวฉานภายในครอบครัวของอดีตผู้นำสิงคโปร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษจนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ หลังจากเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับบ้านของนายลี กวน ยู หลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี 2558

ก่อนหน้านี้ นายลี เซียน หยาง ให้สัมภาษณ์ เดอะ การ์เดียน กล่าวหาว่า นายลีผู้พี่ใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อหยุดไม่ให้เขาและน้องสาว รื้อถอนบ้านของครอบครัวตามความปรารถนาของบิดา ซึ่งเสียชีวิตในปี 2558 หลังจากครองอำนาจในสิงคโปร์มานานกว่า 3 ทศวรรษ ในขณะที่นายลีผู้พี่ คิดว่ารัฐบาลควรตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับมัน ซึ่งอาจรวมถึงการอนุรักษ์ไว้เป็นสถานที่สำคัญทางมรดก

นายลี เซียน หยาง ยังระบุว่า โลกจำเป็นต้องจับตาดูบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกหลักในการค้าอาวุธ เงินสกปรก เงินยาเสพติด และเงินดิจิทัล

ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ข้อกล่าวหาในรายงานของเดอะ การ์เดียน ไม่มีมูลความจริง พร้อมยืนยันว่าสิงคโปร์ มีระบบที่แข็งแกร่งในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการไหลเวียนของเงินผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จับตาพลังหญิง หนุนแฮร์ริสขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821386

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จับตาพลังหญิง หนุนแฮร์ริสขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

23 ต.ค. 2567 08:00 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จับตาพลังหญิง หนุนแฮร์ริสขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

  • ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯก็เริ่มมีข้อมูลที่น่าสนใจเข้ามาเรื่อยๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้หญิงที่สนับสนุนนางคามาลา แฮร์ริส ซึ่งหลายฝ่ายจับตามองว่า จะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ด้วย
  • มีการเปิดเผยผลโพลของหลายสำนักที่ชี้ว่าผู้หญิงผิวขาวที่มักจะเลือกรีพับลิกันเปลี่ยนใจมาโหวตให้กับนางแฮร์ริส โดยคะแนนเสียงของผู้หญิงผิวขาวเหล่านี้ก็เคยหนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ให้คว้าชัยชนะเหนือนางฮิลลารี คลินตันมาแล้วในการเลือกตั้งสหรัฐฯปี 2016
  • ด้านผลสำรวจของเอพี พบว่าผู้หญิงฮิสแปนิกมีความเห็นเชิงบวกต่อรองประธานาธิบดีแคมาลา แฮร์ริส ในขณะที่มีความเห็นเชิงลบต่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ว่ากลุ่มผู้ชายฮิสแปนิกอาจจะเสียงแตกอยู่บ้างก็ตาม 

เว็บไซต์ เดอะการ์เดียน เปิดผลวิจัยจาก 19 นิวส์ เซอร์เวย์ มังกี้โพล ในเดือนกันยายนพบว่า ผู้หญิงผิวขาวที่มักจะเลือกรีพับลิกันจากการเลือกตั้งที่ผ่านๆมา เปลี่ยนใจมาโหวตให้แฮร์ริส 42% มากกว่าทรัมป์ที่อยู่ที่ 40%โดยยังมีกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจอีก 18 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หญิงผิวดำส่วนใหญ่จะสนับสนุนแฮร์ริสอยู่แล้ว เช่นเดียวกับผู้หญิงอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิกและเอเชียอีกจำนวนมาก

ที่น่าจับตามองก็เพราะคะแนนของผู้หญิงผิวขาวเหล่านี้เป็นเบื้องหลังสำคัญที่ทำอาจทำให้ทรัมป์ได้ชัยชนะเหนือนางฮิลลารี คลินตันในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จาก Pew Research Center พบว่า ผู้หญิงผิวขาว 47% ลงคะแนนให้ทรัมป์ ในขณะที่ 45% สนับสนุนคลินตัน

ส่วนปัจจัยที่อาจจะมีผลสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้หญิงผิวขาวในการเลือกตั้งปี 2024 ก็คือการที่ทรัมป์อยู่เบื้องหลังการพลิกคำตัดสินคดีทำแท้ง ทำให้เกิดคำถามว่า ปี 2024 จะเป็นปีที่ผู้หญิงผิวขาว ซึ่งคิดเป็นเกือบ 40% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วสหรัฐฯ จะเข้าร่วมกับผู้หญิงผิวสีในการสนับสนุนพรรคเดโมแครตในที่สุดหรือไม่

ซึ่งแม้นักวิเคราะห์มองว่า อาจไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด แต่อย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อผลคะแนนได้เช่นกัน

เมลิสสา เด็คแมน ซีอีโอของ Public Religion Research Institute และผู้เขียนหนังสือ The Politics of Gen Z: How the Youngest Voters Will Shape Our Democracy ระบุว่า ผลการวิจัยของเธอพบว่า ผู้หญิงผิวสีและผู้หญิงวัยรุ่นผิวขาวเป็นพวกเสรีนิยมและมีความเป็นสตรีนิยมค่อนข้างมาก ดังนั้นการที่แฮร์ริสมาแทนที่ไบเดน น่าจะทำให้ผู้หญิงกลุ่มนี้กระตือรือร้นที่จะลงคะแนนเสียงมากขึ้น และผู้หญิงผิวขาวอายุน้อยที่มีสิทธิเลือกตั้งอาจจะหันไปลงคะแนนให้เดโมแครตแทนรีพับลิกัน

ขณะเดียวกันจากการสำรวจล่าสุดของ The Associated Press-NORC Center for Public Affairs Research พบว่าผู้หญิงฮิสแปนิกมีความเห็นเชิงบวกต่อรองประธานาธิบดีแคมาลา แฮร์ริส ในขณะที่มีความเห็นเชิงลบต่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ว่ากลุ่มผู้ชายฮิสแปนิกอาจจะเสียงแตกอยู่บ้างก็ตาม

โดยรวมแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฮิสแปนิกมีแนวโน้มที่จะบอกว่าพวกเขามีมุมมองที่ดีต่อทรัมป์และแฮร์ริสอย่างเท่าเทียมกัน แต่มีความแตกต่างด้านเพศในความคิดเห็นเกี่ยวกับแฮร์ริสคือประมาณ 6 ใน 10 ผู้หญิงฮิสแปนิกมีความเห็นที่ค่อนข้างหรือดีมากต่อแฮร์ริส ขณะที่มีเพียง 45% ของผู้ชายฮิสแปนิกที่เอนเอียงไปทางแฮร์ริส

ขณะเดียวกัน ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหญิงฮิสแปนิกคิดว่าแฮร์ริสจะเป็นประธานาธิบดีที่ดี ในขณะที่มีเพียงประมาณหนึ่งในสามของผู้ชายฮิสแปนิกที่คิดเช่นนั้น

เฟอร์นันดา ฟิกีโรอา นักวิเคราะห์จากเอพีมองว่า แรงหนุนของกลุ่มฮิสแปนิกในรัฐแอริโซนาและเนวาดามีความสำคัญมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้สมัครทั้งสองพรรคต่างพยายามเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ในการลงพื้นที่หาเสียง

“ทั้งรองประธานาธิบดีแคมาลา แฮร์ริส และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่างพยายามดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งฮิสแปนิกอย่างจริงจัง ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลุ่มนี้ในการเลือกตั้งปี 2024”

แม้ว่าจะยังมีการแบ่งแยกในความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้สมัครประธานาธิบดี แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฮิสแปนิกกล่าวว่าเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดในการเลือกตั้งนอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฮิสแปนิกส่วนใหญ่ยังกล่าวว่าการดูแลสุขภาพและอาชญากรรมเป็นหนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดในการลงคะแนนเสียง และน้อยกว่าครึ่งหนึ่งกล่าวว่าการทำแท้งหรือการอพยพเป็นหนึ่งในประเด็นที่สำคัญ

ซึ่งแม้ตัวเลขของโพลต่างๆชี้ว่านางแฮร์ริสยังนำนายทรัมป์อยู่เล็กน้อย แต่นักวิเคราะห์บางส่วนก็มองว่า คะแนนของนางแฮร์ริสดูจะแผ่วปลาย ดังนั้นต้องมารอลุ้นกันว่าพลังหญิง หรือเสียงของผู้หญิงจะทำให้นางแฮร์ริสสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯได้จริงหรือไม่.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : the guardian , AP

คลิกอ่านข่าว เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024

สหรัฐฯ จับกุมตัว อดีตซีอีโอ A&F แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ข้อหาค้ามนุษย์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821457

สหรัฐฯ จับกุมตัว อดีตซีอีโอ A&F แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ข้อหาค้ามนุษย์

23 ต.ค. 2567 06:28 น.

สหรัฐฯ จับกุมตัว อดีตซีอีโอ A&F แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ข้อหาค้ามนุษย์

ตำรวจสหรัฐฯ จับกุมตัว ไมค์ เจฟฟรีส์ อดีตซีอีโอ A&F แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ในข้อหา ค้าประเวณีและค้ามนุษย์ จัดหาผู้ชายมากมายมาเพื่อหาประโยชน์ทางเพศ

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2567 ตำรวจสหรัฐฯ ดำเนินการจับกุมตัวนาย ไมค์ เจฟฟรีส์ อดีตซีอีโอของบริษัท อเบอร์ครอมบี แอนด์ ฟิตช์ (A&F) แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง พร้อมกับ แมทธิว สมิธ แฟนของเขา ในข้อหาดำเนินธุรกิจค้าประเวณีและค้ามนุษย์ข้ามชาติ โดยเจ้าหน้าที่ยังจับกุมตัวนาย เจมส์ เจคอบสัน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางของทั้งคู่ด้วย

นาย บรอน พีซ อัยการเขตตะวันออกแห่งนครนิวยอร์ก กล่าวหานายเจฟฟรีส์ ว่า ใช้อำนาจ, ความมั่งคั่ง และตำแหน่งของเขาในฐานะ ซีอีโอ ของ A&F ในการจัดหาผู้ชายเพื่อความพึงพอใจทางเพศของทั้งตัวเอง และของนายสมิธ แฟนของเขาด้วย โดยมีนายเจคอบสันเป็นผู้สรรหา และ “ทดลอง” กับผู้ชายจากทั่วโลก ด้วยการมีกิจกรรมทางเพศกับพวกเขาแลกเงิน

เมื่อนายเจฟฟรีส์ให้การอนุมัติแล้ว ผู้ชายเหล่านั้นก็จะถูกพาเดินทางมาจากบ้านของเขาในนครนิวยอร์ก และถูกกดดันให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ไวอากร้า และยาคลายกล้ามเนื้อ และจะสั่งการให้ชายกลุ่มนี้ ช่วยตัวเองใส่กัน หากมีคนไม่สามารถหรือไม่ยินยอมเข้าร่วม

นายพีซกล่าวหาอีกว่า อดีตซีอีโอรายนี้ ใช้เงินหลายล้านดอลลาร์ไปกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งการเดินทางข้ามประเทศ, การพักโรงแรม, จ่ายเงินให้พนักงงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในงานอีเวนต์ต่างๆ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการนี้ของพวกเขา และรักษาความลับเกี่ยวกับมันเอาไว้

มีผู้เสียหาย 15 คน ถูกระบุถึงในเอกสารคำฟ้องของอัยการ แต่เอกสารกล่าวหาว่า ปฏิบัติการนี้รายล้อมด้วยผู้ชายหลายสิบคน

ทั้งนี้ สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ เริ่มการสืบสวนเมื่อปีก่อน หลังจากสำนักข่าว บีบีซี รายงานกล่าวหา นายเจฟฟรีส์กับแฟนของเขา หาประโยชน์ทางเพศและล่วงละเมิดผู้ชายหลายคนในงานอีเวนต์ที่เขาจัดขึ้นที่บ้านพักของตัวเองในนิวยอร์ก และที่โรงแรมต่างๆ ทั่วโลก

นายเจฟฟรีส์เดินทางไปขึ้นศาลในวันอังคาร และได้ประกันตัวออกมาสู้คดีด้วยวงเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรับ ขณะที่นายเจคอปสันได้ประกันตัวในวงเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งคู่มีกำหนดขึ้นศาลครั้งต่อไปในวันศุกร์นี้ (25 ต.ค.) ส่วนนายสมิธถูกควบคุมตัวตามคำสั่งศาล

อนึ่ง หลัง บีบีซี เผยรายงาน ก็มีผู้ยืนฟ้องแพ่งต่อศาลในนครนิวยอร์ก กล่าวหานายเจฟฟรีส์กับนายสมิธว่า ค้าประเวณี, ข่มขืน และจู่โจมตีทางเพศ และกล่าวหาบริษัท A&F ด้วยว่า ออกทุนสนับสนุนปฏิบัติการค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณี ซึ่งนำโดยนายเจฟฟรีส์มาตลอด 20 ปี ที่เขาเป็นซีอีโออยู่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตร.เยอรมนีทลายเครือข่ายยาเสพติด หลังพบร้านขายพิซซ่าซุก “โคเคน”

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821452

ตร.เยอรมนีทลายเครือข่ายยาเสพติด หลังพบร้านขายพิซซ่าซุก “โคเคน”

23 ต.ค. 2567 04:30 น.

ตร.เยอรมนีทลายเครือข่ายยาเสพติด หลังพบร้านขายพิซซ่าซุก “โคเคน”

ตำรวจเยอรมนีทลายเครือข่ายยาเสพติด ในภาคตะวันตกของประเทศ หลังพบว่าร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งในเมืองดุสเซลดอร์ฟ ส่งพิซซ่าให้ลูกค้าโดยซุกซ่อนโคเคนเอาไว้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมนูพิซซ่าหมายเลข 40 ของร้านพิซซ่าร้านหนึ่งในเมืองดุซเซลดอร์ฟ ใน รัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ทางตะวันตกของเยอรมนี เป็นเมนูขายดีที่สุดของร้านมานาน จนกระทั่งตำรวจพบสาเหตุของความนิยม นั่นคือวัตถุดิบลับที่เรียกว่า โคเคน

การค้นพบแผนการลักลอบขนส่งยาเสพติดผิดกฎหมายนี้ ทำให้พวกเขาสามารถทลายเครือข่ายอาชญากรรมในรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในประเทศ โดยเจ้าหน้าที่กว่า 150 นาย รวมถึงหน่วยพิเศษ ดำเนินการตรวจค้นอาคาร 16 แห่งใน 9 เมืองเมื่อสัปดาห์ก่อน จับกุมผู้ต้องสงสัย 3 ราย และยึดอาวุธได้จำนวนหนึ่ง

นายมิชาเอล หราฟ วอน โมลต์เคอ หัวหน้าตำรวจสืบสวนเมืองดุสเซลดอร์ฟ ระบุว่า ตำรวจจับตาร้านพิซซ่าร้านนี้มาตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาหารนอกเครื่องแบบ ซึ่งคอยสุ่มตรวจอาหารในร้านต่างๆ พบโคเคนให้ห้องครัวของร้าน หน่วยต่อต้านยาเสพติดจึงจับตาดูร้านนี้และพบว่า เมนูหมายเลข 40 ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

“มันเป็นพิซซ่าที่ขายดีที่สุด” นายวอน โมลต์เคอ กล่าว และเจ้าหน้าที่พบห่อขนาดเล็กบรรจุโคเคนอยู่ไต้แต่ละซีกของแผ่นพิซซ่า “นี่เป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา และเราประหลาดใจมาก เพรราะเจ้าของร้านไม่เคยมีประวัติถูกกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนเลย”

ร้านพิซซ่าร้านนี้ มีสโลแกนโฆษณาว่า “เราส่งทุกอย่างให้คุณถึงบ้าน” โดยยังไม่แน่ชัดว่า พิซซ่าหมายเลข 40 มีราคาเท่าไร และเป็นหน้าอะไร ซึ่งโฆษกตำรวจระบุว่า ต่อให้พวกเขารู้ พวกเขาก็จะไม่เปิดเผยข้อมูลออกมา

ทั้งนี้ เมื่อตำรวจไปหาเจ้าชายร้าน ซึ่งเป็นชายชาวโครเอเชีย วัย 36 ปี ถึงที่อพาร์ตเมนต์ของเขา ชายคนนี้ก็โยนถุงใส่ยาเสพติดออกนอกหน้าต่าง แต่มันตกลงไปอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่ที่มารอรับอยู่แล้ว

เจ้าหน้าที่ยึดโคเคน 1.6 กก., กัญชา 400 ก. เงินสดอีก 268,000 ยูโร รวมถึงนาฬิกาหรูราคาแพง, ขวาน และ มีดยาว ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธในในคลังแสงของแก๊งอาชญากรรม

เจ้าของร้านรายนี้ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา เนื่องจากไม่มีประวัติการณ์กระทำผิดในแด แต่เพียง 2 วันหลังจากนั้น เขาก็กลับไปเปิดร้าน และขายพิซซ่าซุกกัญชาต่อ ทำให้ตำรวจสามารถตามรอยแหล่งที่มาของยาเสพติดได้

เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยหลักในคดีนี้อย่างรวดเร็ว โดยเป็นนักสู่ MMA วัย 22 ปี ชาวรัสเซีย ซึ่งมีประวัติอยู่ในฐานข้อมูลของตำรวจอยู่แล้ว และตำรวจเชื่อว่า เขาคือผู้ที่จัดการเรื่องการซื้อโคเคนและกัญชาเป็นจำนวนมาก ก่อเหตุโจมตีและปล้นผู้ค้ายาเสพติดคู่แข่งหลายต่อหลายครั้ง และเคยถึงขั้นลักพาตัวด้วย

นอกจากหนุมวัย 22 ปีแล้ว ยังมีชายชาวเยอรมนีวัย 30 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติดจากเมืองโคโลญ กับชาวโมร็อกโกวัย 28 ปี ถูกจับอยู่ที่เมืองฮาน ใกล้มืองดุสเซลดอร์ฟ ส่วนเจ้าของรานพิซซ่าถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคนที่ผ่านมา และร้านของเขาก็ถูกปิดไปแล้ว

ส่วนสถานที่ที่ตำรวจบุกตรวจค้นรวมถึง โรงปลูกกัญชา 2 แห่ง โดยแห่งแรกอยู่ที่เมือง มึนเชนกลัดบัค ทางตะวันตกของเมืองดุสเซลดอร์ฟ พบต้นกัญชา 300 ต้น และอีกแห่งที่เมือง โซลิงเกน ทางตะวันตกของดุสเซลดอร์ฟ พบกัญชา 60 ต้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian , bbc

ช็อก เครื่องบินขนส่งถูกยิงตกในซูดาน คาดลูกเรือรัสเซียไม่รอดชีวิต

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821451

ช็อก เครื่องบินขนส่งถูกยิงตกในซูดาน คาดลูกเรือรัสเซียไม่รอดชีวิต

23 ต.ค. 2567 02:50 น.

ช็อก เครื่องบินขนส่งถูกยิงตกในซูดาน คาดลูกเรือรัสเซียไม่รอดชีวิต

เครื่องบินขนส่งถูกยิงตกในซูดาน ซึ่งยังคงอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง และคาดว่าลูกเรือทุกคนเสียชีวิต รวมถึงชาวรัสเซีย 2 คนด้วย

เมื่อวันอังคารที่ 22 ต.ค. 2567 สถานทูตรัสเซียในประเทศซูดาน ระบุว่า พวกเขากำลังสืบสวนรายงานที่ว่า เครื่องบินขนส่งลำหนึ่งซึ่งมีลูกเรือเป็นชาวรัสเซีย ถูกยิงตกในแคว้นดาร์ฟูร์ สมรภูมิสำคัญในสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพรัสเซีย กับกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ซึ่งต่อสู้ชิงอำนาจกันมา 18 เดือนแล้ว

จนถึงตอนนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการตกของเครื่องบินขนส่งลำนี้ และภารกิจของมันยังคงคลุมเครือ

สื่อของซูดานรายงานว่า เครื่องบินดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นรุ่น “Ilyushin Il-76” ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ผลิต โดยเครื่องบินลำนี้กำลังอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจขนส่งอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ ไปยังเมือง เอล-ฟาเชอร์ ที่ฝ่ายกองทัพรัฐบาลเป็นผู้ควบคุม

แต่ฝ่าย RSF อ้างในวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า พวกเขายิงเครื่องบินที่ผลิตโดยรัสเซีย ซึ่งขับโดยกองทัพอียิปต์ จนตก ขณะที่มันกำลังบินทิ้งระเบิดโจมตีพลเรือน อย่างไรก็ตาม RSF ระบุว่าเครื่องบินดังกล่าวคือรุ่น “Antonov” ไม่ใช่ “Ilyushin” ขณะที่อียิปต์ยืนยันมาตลอดว่า พวกเขาไม่เคยให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพซูดานในการทำสงครามกลางเมือง

สถานทูตรัสเซียในกรุงคาร์ทูม ของซูดาน ระบุว่า พวกเขากำลังประสานงานกับรัฐบาลทหารของซูดาน เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการตก และข้อมูลลูกเรือที่อยู่บนเครื่อง

เว็บไซต์ข่าว Sudan Tribune สื่อท้องถิ่นของซูดานรายงานว่า ลูกเรือทั้งหมด รวมถึงชาวซูดาน 3 คน ชาวรัสเซียอีก 2 คน เสียชีวิต หลังเครื่องตกในเขตมัลฮา ใกล้ชายแดนประเทศชาด ขณะกำลังเดินทางไปเมือง เอล-ฟาเชอร์ ซึ่งเป็นเมืองเดียวในภาคตะวันตกของแคว้นดาร์ฟูร์ ที่กองทัพรัฐบาลเป็นฝ่ายควบคุม

ขณะที่ RSF เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นจุดตกของเครื่องบิน และแสดงเอกสารที่ดูเหมือนจะเป็นเอกสารประจำตัวต่างๆ รวมถึงหนังสือเดินทางสัญชาติรัสเซีย, บัตรพนักงานจากสนามบินมานัส ในคีร์กีซสถาน และใบขับขี่สัญชาติแอฟริกาใต้อีก 2 ใบ ซึ่งหมดอายุแล้วทั้งคู่ โดยทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับคนเพียงคนเดียวเท่านั้น

สำนักข่าว บีบีซี ระบุว่า การวิจัยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า ชายคนนี้อาจเรียนจบจากสถาบันของกองทัพรัสเซีย และอาจเป็นผู้อยู่อาศัยในแอฟริกาใต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้แทนเกาหลีเหนือใน UN ปัดข่าว เปียงยางส่งทหารไปช่วยรัสเซียรบยูเครน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821450

ผู้แทนเกาหลีเหนือใน UN ปัดข่าว เปียงยางส่งทหารไปช่วยรัสเซียรบยูเครน

23 ต.ค. 2567 01:48 น.

ผู้แทนเกาหลีเหนือใน UN ปัดข่าว เปียงยางส่งทหารไปช่วยรัสเซียรบยูเครน

ทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ ปฏิเสธข่าวที่ว่า เปียงยางส่งทหารไปรัสเซียเพื่อช่วยรบในยูเครน พร้อมโจมตีเกาหลีใต้ว่าแพร่ข่าวลือไม่มีมูลความจริง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายคิม ซอง ผู้แทนเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ ยืนยันในวันอังคารที่ 22 ต.ค. 2567 ว่า พวกเขาไม่ได้ส่งทหารไปยังรัสเซียเพื่อช่วยมอสโกรบกับประเทศยูเครน ตามที่ทางการเกาหลีใต้กล่าวหาก่อนหน้านี้ และว่าคำกล่าวอ้างของเกาหลีใต้เป็นเพียง ข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง

ข่าวเรื่องเกาหลีเหนือส่งทหารไปรัสเซีย เริ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้รายงานว่า เปียงยางส่งทหารจำนวนมากไปยังรัสเซีย โดยทหารกองกำลังพิเศษ 1,500 นาย เดินทางถึงและกำลังฝึกฝนในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย และพร้อมที่จะเดินทางไปยังสมรภูมิแนวหน้าในยูเครนในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้แทนเกาหลีเหนือประจำ UN กล่าวระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ในนครนิวยอร์กว่า “ส่วนเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า ความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียนั้น คณะผู้แทนของผมไม่รู้สึกว่ามีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวลือแบบเหมารวมที่ไม่มีมูลความจริงเช่นนี้”

“คำกล่าวอ้างของเกาหลีใต้มีเป้าหมายเพื่อทำลายภาพพจน์ของสาธารณรัฐประชาชนประชาธิปไตยเกาหลี (DPRK) และบ่อนทำลาย ความสัมพันธ์อย่างถูกต้องทางกฎหมาย, เป็นมิตร และเชิงร่วมมือ ระหว่างชาติอธิปไตย 2 ประเทศ”

ทั้งนี้ เปียงยางกับมอสโกมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียยกทัพบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อปี 2565 โดยเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ กล่าวหา คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือว่า ส่งอาวุธไปให้รัสเซียใช้ในยูเครน

ด้านรัสเซียไม่ได้ออกมายืนยันว่า เกาหลีเหนือส่งทหารมาหรือไม่ แต่กล่าวปกป้องความร่วมมือทางทหารระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

หลังจากกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้ เชิญทูตรัสเซียเข้าพบเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 ต.ค.) ทูตเกาหลีเหนือก็ออกมาย้ำว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างมอสโกกับเปียงยาง ไม่ได้ขัดแย้งกับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของเกาหลีใต้

สหรัฐฯ กับนาโต ก็ไม่ได้ยืนยันเรื่องการส่งทหารไปรัสเซียของเกาหลีเหนือเช่นกัน แต่พวกเขาแสดงความกังวลว่า ถ้าเป็นความจริง จะนับว่าเป็นพัฒนาการที่อันตรายสำหรับความขัดแย้งในยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna