จีนขู่อีก ซ้อมยิงกระสุนจริงบนเกาะใกล้ไต้หวัน หลังซ้อมรบใหญ่ 1 สัปดาห์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821447

จีนขู่อีก ซ้อมยิงกระสุนจริงบนเกาะใกล้ไต้หวัน หลังซ้อมรบใหญ่ 1 สัปดาห์

22 ต.ค. 2567 23:56 น.

จีนขู่อีก ซ้อมยิงกระสุนจริงบนเกาะใกล้ไต้หวัน หลังซ้อมรบใหญ่ 1 สัปดาห์

จีนฝึกซ้อมยิงอาวุธด้วยกระสุนจริง ที่เกาะใกล้กับไต้หวัน เพียงสัปดาห์เดียวหลังจากพวกเขาจัดการซ้อมรบครั้งใหญ่ รอบเกาะไต้หวัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จีนประกาศในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 ต.ค.) ว่า พวกเขาจะปิดพื้นที่รอบเกาะ หนิวซาน (Niushan) ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะไต้หวันเพียง 105 กม. เพื่อดำเนินการฝึกซ้อมยิงอาวุธด้วยกระสุนจริง เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ตั้งแต่ 9.00 น. วันอังคารที่ 22 ต.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นต้นไป

นาย จั๋ว หรง-ไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวัน กล่าวในวันอังคารว่า จีนไม่ควรดำเนินการฝึกซ้อมทางทหารแบบนี้ เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาค “ไม่ว่าการฝึกซ้อมจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน มันก็ไม่ควรเกิดขึ้นบ่อยและใกล้กับไต้หวัน” นายจั๋วกล่าว “การทำเช่นนี้มีแต่จะทำให้เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น”

ทั้งนี้ ถึงแม้ไต้หวันจะระบุว่า การฝึกซ้อมครั้งล่าสุดของจีน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกิจวัตร ไม่ได้มีนัยอะไร แต่นักวิเคราะห์มองว่า จีนน่าจะต้องการส่งข้อความบางอย่าง เนื่องจากการฝึกซ้อมเกิดขึ้นใกล้กับไต้หวันมาก

การฝึกซ้อมล่าสุดยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งจีนส่งเรือและเครื่องบินรบเข้าเส้นแบ่งเขตเข้าสู่น่านน้ำและน่านฟ้าของไต้หวันมากขึ้นจน เพื่อทำให้การรุกล้ำเขตแดนกลายเป็นเรื่องปกติ และทำให้ไต้หวันอ่อนแอลงเมื่อเวลาผ่านไป

ในขณะที่จีนเริ่มซ้อมรบหนักข้อขึ้น ชาติพันธมิตรของไต้หวัน โดยเฉพาะสหรัฐฯ ก็ส่งเรือมาแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันมากขึ้นเช่นกัน โดยสหรัฐฯ ทำเช่นนี้มาตลอดหลายสิบปีแล้ว อ้างว่าเป็นเสรีภาพในการเดินเรือ แต่ช่วงหลัง เริ่มมีพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่าง แคนาดา, เยอรมนี, ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ส่งเรือมาร่วมลาดตระเวนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หญิงออสเตรเลียจะเก็บมือถือ พลัดตกลงไปในซอกหิน ติดแหงกหลาย ชม.

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821445

หญิงออสเตรเลียจะเก็บมือถือ พลัดตกลงไปในซอกหิน ติดแหงกหลาย ชม.

22 ต.ค. 2567 22:59 น.

หญิงออสเตรเลียจะเก็บมือถือ พลัดตกลงไปในซอกหิน ติดแหงกหลาย ชม.

(ภาพจาก : facebook / NSW Ambulance)

หญิงชาวออสเตรเลียพลัดตกลงไปในซอกหินลึก 3 ม. ขณะพยายามเก็บโทรศัพท์มือถือที่หล่นลงไป ทำให้เธอติดแหงกในสภาพขาชี้ฟ้า ต้องรอความช่วยเหลือนานหลายชั่วโมง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงชาวออสเตรเลียคนหนึ่ง ซึ่งได้รับการเปิดเผยชื่อในภายหลังว่า มาทิลดา แคมป์เบล ไปเดินป่าที่ ฮันเตอร์ วัลเลย์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันออกของออสเตรเลีย เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ระหว่างทาง เธอทำโทรศัพท์มือถือตกลงไปในซอกหิน

หญิงรายนี้พยายามเก็บโทรศัพท์แต่ตัวเธอกลับพลัดตกลงไปในรอยแยกระหว่างก้อนหินใหญ่ 2 ก้อน ซึ่งมีความลึกกว่า 3 ม. และติดแหงกอยู่ในนั้นในสภาพขาชี้ฟ้า เพื่อนของเธอที่ไปด้วยกันพยายามช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาปฏิบัติการ

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง แคมป์เบลก็ติดอยู่ในซอกหินนานกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว และพวกเขาต้องปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เพื่อขยับก้อนหินหนักกว่า 500 กม. ให้พ้นทาง และปฏิบัติการอย่างยากลำบากในการพาหญิงผู้ประสบเหตุ ออกจากรอยแยกรูปตัว “S” ที่เธอตกลงไป

(ภาพจาก : facebook / NSW Ambulance)

“ตลอดการเป็นแพทย์กู้ภัยกว่า 10 ปี ผมไม่เคยเจองานอะไรแบบนี้เลย มันท้าทายแต่ก็คุ้มค่าอย่างน่าเหลือเชื่อ” ปีเตอร์ วัตส์ แพทย์กู้ภัยพิเศษจากหน่วยรถพยาบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW Ambulance) ระบุบนเฟซบุ๊กขององค์กร ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพปฏิบัติการช่วยเหลือ

รถพยาบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์บอกด้วยว่า เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมากที่หญิงรายนี้ มีแค่แผลถลอกและฟกช้ำเพียงเล็กน้อย หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งกินระยะเวลาทั้งสิ้นมากกว่า 7 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถเก็บโทรศัพท์ของเธอกลับมาได้ โดยแคมป์เบลเขียนข้อความเผยแพร่บนโลกออนไลน์ว่า “ขอขอบคุณทีมกู้ภัยที่ช่วยฉันเอาไว้ พวกคุณคือผู้ช่วยชีวิตตัวจริง” “แต่น่าเสียดายเรื่องโทรศัพท์”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

วธ.เชิญชวนทุกภาคส่วนจัดงานประเพณีลอยกระทง ปี 2567

https://www.naewna.com/local/836730

วธ.เชิญชวนทุกภาคส่วนจัดงานประเพณีลอยกระทง ปี 2567

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.15 น.

วธ.เชิญชวนทุกภาคส่วนจัดงานประเพณีลอยกระทง ปี 2567 เน้นแนวคิด “ลอยกระทงวิถีไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” สืบสานคุณค่าสาระวัฒนธรรมไทย ผลักดัน Soft power เทศกาล สู่ World Event หมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานแถลงข่าว การจัดกิจกรรมเนื่องในประเพณีลอยกระทง ประจำปี พุทธศักราช 2567 โดยมี นางโชติกา อัครกิจโสภากุลรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงินอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมงาน โดยมีผู้แทนหน่วยงานบูรณาการร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายจิระพงษ์ คูหากาญจน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการกองสร้างสรรค์กิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พลตำรวจตรี พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมผู้แทนพื้นที่ 5 จังหวัดอัตลักษณ์ นางเบ็ญจมาศ บุญเทพ วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายสมศักดิ์ สาโดด วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด นางประสพสุขกันภัย วัฒนธรรมจังหวัดตาก และนางยลกานต์ เที่ยงแท้ ผู้อำนวยกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงครามร่วมแถลงข่าว ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยในฤดูน้ำหลาก ซึ่งแก่นแท้ของประเพณี เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ การรู้คุณค่าของน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิตอันมีต้นกำเนิดจากแม่น้ำลำคลอง ด้วยเหตุนี้ ประเพณีลอยกระทง จึงถือว่าเป็นประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยอันงดงาม ปรากฏในรูปแบบของพิธีกรรม การประดิษฐ์กระทงการประดับประทีปโคมไฟในยามค่ำคืน การแสดงมหรสพ และการละเล่นรื่นเริงต่างๆ เพื่อให้ภาพรวมงานลอยกระทงของประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อส่งเสริมประเพณีลอยกระทง ได้แนวทางปฏิบัติในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2567 ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทง วิถีไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ใน 3 ด้าน ดังนี้

“ลอยกระทง วิถีไทย” โดย 1.ขอให้ทุกภาคส่วนสร้างสรรค์กิจกรรมที่พัฒนาต่อยอดจากคุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทงดั้งเดิม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของชุมชนและของประเทศ 2.จัดกิจกรรมประเพณีลอยกระทง โดยเน้นเรื่องคุณค่าและสาระของประเพณี 3.ร่วมกันรักษาความสะอาดลำน้ำ และใช้กระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4.สนับสนุนให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทงในทุกระดับ 5.สร้างความตระหนักรู้ต่อประชาชนเกี่ยวกับประเพณี มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ 6.สื่อสารให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีลอยกระทงให้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน 7.สนับสนุนให้ประชาชนใช้สื่อโซเชียลมีเดียเผยเพื่อแพร่ภาพกิจกรรมลอยกระทงสร้างการรับรู้ให้ชาวต่างชาติ
และเน้นด้าน “ปลอดภัย” 8.รณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจรและมาตรการความปลอดภัย 9.ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อของกระทรวงสาธารณสุข 10.ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติภัยต่างๆ และด้าน“ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” 11.ร่วมกันกำจัดขยะและลดขยะตามแนวคิด Zero Waste เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม และ 12.สื่อสารต่อประชาชนให้ตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะการอนุรักษ์แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม มีกำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2567 ในวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) และบริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงทางวัฒนธรรม เช่น สนุกกับการรำวงเพลงลอยกระทง 6 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น สเปน โดยวงดนตรีสุนทราภรณ์ และมีศิลปินที่มีชื่อเสียงร่วมรำวงและขับร้องเพลงในงาน ได้แก่ สุดา ชื่นบาน ศิลปินแห่งชาติ ศรราม น้ำเพชร มนต์สิทธิ์ คำสร้อย นัท มาลิสา ศิรินทรา นิยากร ผิงผิง วิน วศิน The Golden Song วงเทพบุตร รถแห่ และ น้องดินสอสี พนิดา เขื่อนจินดา นางสาวไทยประจำปี 2567 รวมทั้งการแสดงดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางอีสาน ชวนน้องหมูเด้งมาเต้นโปงลาง การจัดแสดงนวัตกรรมใหม่ลอยกระทงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลอยกระทง ด้วยระบบเทคโนโลยี Interactive การประชันวงดนตรีไทย การจัดแสดงองค์ความรู้คุณค่าสาระ ของประเพณีลอยกระทง การสาธิตอาหารไทย ขนมโบราณของชุมชนต่าง ๆ ตลอดจนการจัดพิมพ์หนังสือประเพณีลอยกระทงและแผ่นพับประชาสัมพันธ์ฉบับนักท่องเที่ยว (คุณค่าสาระและ Do & Don’t) อีกด้วย

โดยในส่วนภูมิภาค กระทรวงวัฒนธรรม ยังบูรณาการจัดงานใน พื้นที่ 5 เมืองอัตลักษณ์ ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก สมุทรสงคราม และร้อยเอ็ด และพื้นที่ 8 เมืองน่าเที่ยว ได้แก่ กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา ลำปาง นครราชสีมา ขอนแก่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ และภูเก็ต รวมถึงส่งเสริมการจัดประเพณีลอยกระทงทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โอกาสนี้ กระทรวง วธ.ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทง ร่วมกันสืบสาน รักษา ประเพณีลอยกระทงให้คงคุณค่าความเป็นไทย ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาประเพณีลอยกระทงอันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้เป็นSoft Power เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ผลักดันประเพณีลอยกระทงให้เป็น World Event เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก และขอให้พี่น้องชาวไทย ร่วมงานประเพณีลอยกระทงอย่างมีความสุข สนุกสนานรื่นเริง เป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับชาวต่างชาติ ที่มาร่วมงานลอยกระทง ให้เกิดความประทับใจในประเพณีไทย และเห็นคุณค่าที่แท้จริงของประเพณีไทย ต่อไป

– 006

กองทุนววน.ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ นำผลการวิจัย Soft Power มวยไทย-นวด-สปาไทย-อาหารไทย ร่วมเวทีโลก SXSW Sydney 2024

https://www.naewna.com/local/836599

กองทุนววน.ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ นำผลการวิจัย Soft Power มวยไทย-นวด-สปาไทย-อาหารไทย ร่วมเวทีโลก SXSW Sydney 2024

กองทุนววน.ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ นำผลการวิจัย Soft Power มวยไทย-นวด-สปาไทย-อาหารไทย ร่วมเวทีโลก SXSW Sydney 2024

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.13 น.

กองทุนววน.-สกสว.และบพข. กระทรวงอว. ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ นำผลการวิจัย Soft Power มวยไทย นวดและสปาไทย อาหารไทย ร่วมเวทีโลกในงาน SXSW Sydney 2024

คณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และคณาจารย์ นักวิจัย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) นำผลการวิจัย Soft Power คือ มวยไทย นวดและสปาไทย อาหารไทย เข้าร่วมงาน South by Southwest Sydney 2024 (SXSW Sydney 2024) ในนามของรัฐบาลไทย ตามคำเชิญของสถานกงสุลใหญ่ นครชิดนีย์

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผอ.สกสว.และ รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผอ.บพข. ให้เป็นหัวหน้าคณะนำคณาจารย์ นักวิจัยแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.เข้าร่วมงานครั้งนี้ กล่าวว่า SXSW Sydney 2024 เป็นงานมหกรรมด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สำคัญและมีขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ประเทศออสเตรเลียได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานติดต่อกัน 3 ปี คือ ปี 2566-2568 โดยมีคนทั่วโลกสนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 300,000 คน บูธนิทรรศการมากกว่า 1,000 บูธ ดังนั้น การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสกสว.-บพข.และสถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักวิจัยไทยได้เผยแพร่องค์ความรู้และผลการวิจัยด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในรูปแบบของ Soft Power ของประเทศไทย สู่ตลาดสากล เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ การเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย มวยไทย อาหาร และการนวดและสปาไทย

ในการนี้ได้นำคณะนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.จากสถาบันปัญญาภิวัฒน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อาทิ ผศ.อนพัทย์ หนองคู ผู้ประสานงานโครงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. ศ.ดร.วิภาดา คุณาวิกติกุล ผอ.กลุ่มแผนงานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ , ศ.ดร.อารีวรรณ กลั่นกลิ่น นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านสปาไทย, ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย ผอ.กลุ่มแผนงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ , รศ.ดร.ชาญชัย    ยมดิษฐ์ และ ผศ.ดร.สัจจา ไกรศรรัตน์ เข้าร่วมเผยแพร่ผลงานวิจัย พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ และผู้ประกอบธุรกิจมวยไทย นวดและสปาไทย และอาหารไทยของออสเตรเลีย นับเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเมตาเวิร์สที่สามารถให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกสัมผัสประสบการณ์มวยไทย อาหารไทย นวดและสปาไทยผ่านออนไลน์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำไปขยายผลต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยได้เป็นอย่างดีของการเข้าร่วมงาน SXSW Sydney 2024 ครั้งนี้

การจัดนิทรรศการเผยแพร่และขยายผลการวิจัยในบูธไทยครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการมวยไทย สปาไทยในงานดังกล่าว ส่วนนางหัทยา คูสกุล กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ได้ให้ความกรุณาจัดการประชุมระหว่างคณะผู้บริหาร หน่วยงานไทยในนครซิดนีย์ อาทิ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ รองผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบธุรกิจมวยไทย นวดไทย/สปาไทย อาหารไทยของประเทศออสเตรเลีย และคณะนักวิจัยไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายของธุรกิจสำคัญที่ใช้ผลงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในตลาดออสเตรเลีย ซึ่งธุรกิจสร้างสรรค์จาก Soft Power ไทยมีศักยภาพสูงในการขยายตัวโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น มวยไทย นวดและสปาไทย ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในออสเตรเลีย โดยกระทรวงการต่างประเทศมีภารกิจสนับสนุนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการส่งออกวัฒนธรรมไทย หรือ Soft Power ในเวทีโลก อีกทั้ง ยังสามารถนำผลการวิจัย หลักสูตรระยะสั้น อาทิ การเรียนมวยไทย การทำอาหารไทย การนวดและสปาไทย การฝึกซ้อมกีฬา การรักษาพยาบาล การอบรม การสัมมนา และการแสดงศิลปะและดนตรี ที่คณะนักวิจัยแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. มอบให้กับสถานกงสุลใหญ่ ยังเป็นประโยชน์ต่อนโยบายสนับสนุนวีซ่า Destination Thailand Visa (DTV) สำหรับท่องเที่ยวและทำงานทางไกล (Workcation) ในประเทศไทย ได้เป็นอย่างดียิ่ง โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ จะได้ดำเนินการเรื่องความร่วมมือต่อไปในอนาคต กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์กล่าว

ด้านรศ.ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยมวยไทยและแพทย์แผนไทยและที่ปรึกษาโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายมวยไทยครั้งนี้ รวมทั้ง ผศ.ดร.สัจจา ไกรสรรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ ดร.บารมี ชูชัย และทีมงานมวยไทย โดยรศ.ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทย ผลิตบัณฑิตทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมทั้งส่งออกบัณฑิตคุณภาพเหล่านี้ในแวดวงมวยไทยจำนวนมาก ในโอกาสที่ท่านเดินทางไปยังนครซิดนีย์ จึงได้รับการต้อนรับจากบรรดาศิษย์ทั้งนักมวยและผู้ประกอบธุรกิจมวยไทยอย่างอบอุ่นยิ่ง โดยเฉพาะการจัดพิธีไหว้ครูมวยไทยของนักเรียนชาวต่างชาติที่สนใจเข้ามาเรียนหลักสูตรมวยไทย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมพิธีนี้กว่า 200 คน นับเป็นการจัดพิธีไหว้บรมครูมวยไทยอันทรงคุณค่ายิ่งของขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของศิลปะการต่อสู้มวยไทยได้อย่างทรงเกียรติยิ่ง รศ.ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ กล่าวว่า ผมชื่นชอบกีฬามวยไทยมาก เมื่อราวปีพ.ศ. 2545 ได้มีโอกาสเข้าไปสอนหนังสือเพื่อปรับพฤตินิสัยของผู้ต้องขังในเรือนจำต่างๆแถบภาคตะวันตกโดยใช้มวยไทยเป็นเครื่องมือในการกล่อมเกลาอุปนิสัยทำให้นักโทษมีนิสัยที่ดีงามผ่านกระบวนการกล่อมเกลาด้วยมวยไทย ไม่ว่าจะการไหว้ครู การใช้สมาธิ การใช้หมัดเท้าเข่าศอก หลังจากฝึกแล้วเกิดความไม่สบายใจ เมื่อพบว่านักมวยไทยที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่งที่เคยประสบความสำเร็จจากการชกมวยบนเวทีบางคนเป็นแชมเปี้ยน บางคนมีค่าตัวเป็นเงินสูงถึงหลักแสนบาท และหลานแสนบาท ต่างพากันมาตกเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำต่างๆที่ผมเข้าไปอบรมให้ แทนที่บุคคลเหล่านี้จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่ทำรายได้ ทำชื่อเสียงให้แก่ตนเอง ครอบครัวและประเทศชาติกลับต้องให้พวกเราที่เป็นประชาชนรับภาระจ่ายภาษีไปเลี้ยงดูพวกเขาในเรือนจำรุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งก่อนหน้านั้นผมได้อ่านหนังสือรายสัปดาห์ฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ.2545 ได้ลงตีพิมพ์ว่าธุรกิจที่รุ่งโรจน์ในอนาคตใน 20 ปีของรัฐมิชิเเกนมีเรื่องของสุขภาพ นวด สปาและมวยไทยผมสนใจมากในเอกสารได้กล่าวไว้ ผมจึงมีคำว่ามวยไทยติดอยู่ในใจตลอดเวลา ถ้ามีโอกาสจะนำมวยไทยเข้าสู่ระบบการศึกษาคู่ชาติให้ได้และโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ผมได้ฟังพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ หรือพระพันปีหลวงในยุคนี้ ให้เร่งส่งเสริมวัฒนธรรมไทยแก่เยาวชนไทย ผมจึงไม่ลังเลที่จะเปิดการเรียนการสอนมวยไทยขึ้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเพราะที่นี่มีความผูกพันทางประวัติศาสตร์กับมวยไทย เพราะเคยเปิดค่ายมวยศิษย์ครูเจียมและศิษย์วิทยาลัยครูจอมบึงมาก่อนเมื่อหลาย 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการ   ทีมมวยจอมบึงในกีฬาพ.จ.น.ก.สัมพันธ์ระหว่าง มรภ.เพชรบุรี-มรภ.หมู่บ้านจอมบึง-มรภ.นครปฐม-มรภ. กาญจนบุรี ก็รู้สึกหดหู่เมื่อเห็นนักมวยที่เลิกชกแล้วพากันตกงาน มีชีวิตอยู่อย่างลำบาก จึงเปิดหลักสูตร   ป.บัณฑิตสาขามวยไทยขึ้นสังกัดบัณฑิตวิทยาลัยที่ผมเป็นคณบดีอยู่ต่อมา ค่อยเปิดเป็นปริญญาโท ปริญญาตรี ปริญญาเอก สาขามวยไทยศึกษาและจัดตั้งวิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย ขึ้นในปี 2548 เจริญก้าวหน้าจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 19 ปี สร้างทรัพยากรบุคคลด้านมวยไทยให้กับประเทศไทยและนานาประเทศอีกหลายประเทศจนกระทั่งปัจจุบันนี้พร้อมกัน ผมขอยืนยันว่าธุรกิจมวยไทยรุ่งเรืองจริงๆดังที่อ่านพบเมื่อ 20 ปีที่แล้วครับ

สำหรับศ.ดร.วิภาดา คุณาวิกติกุล ผอ.กลุ่มแผนงานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รองอธิการบดี  ฝ่ายวิทยาศาสตร์สุขภาพ  สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ให้ข้อมูลว่า การดำเนินการวิจัยการท่องเที่ยว     เชิงสุขภาพเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2562 โดยได้รับการสนับสนุนด้านทุนวิจัยจากสกว.โดยเน้นสปา กีฬา เช่นกีฬามวย ปั่นจักรยาน วิ่งและกอล์ฟ ต่อมาได้มีการขยายขอบเขตการวิจัยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในมิติต่างๆ ตามประเด็นปัญหาการวิจัยที่พบ เพื่อการพัฒนาคุณภาพทั้งการให้บริการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานสูง รวมทั้งมีการดำเนินการด้านการตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล กลุ่มพำนักระยะยาว กลุ่มฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ โดยการดำเนินการวิจัยในระยะที่ผ่านมาได้ดำเนินการใน 56 จังหวัดและมีนักวิจัยจากสถาบันการศึกษากว่า 20 สถาบัน ซึ่งนักวิจัยดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยงานวิจัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพข. สกสว.กระทรวง อว.มาโดยตลอด

ส่วนศ.ดร.อารีวรรณ กลั่นกลิ่น นักวิจัยจากคณะพยาบาลศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานสปาไทย กล่าวว่า งานวิจัยด้านสปาได้มีการพัฒนามาโดยตลอดโดยเน้นการพัฒนาคุณภาพทั้งการบริการและผลิตภัณฑ์เริ่มจากสปาล้านนา ต่อมาได้มีการขยายไปทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออก มีการพัฒนานวัตกรรม มาตรฐานต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัยและทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการมารับบริการ รวมทั้งการคำนึงถึงการลดคาร์บอนด้วย การวิจัยที่ผ่านมาได้มีการนำผลการวิจัยเพื่อยกระดับมาตรฐานสปาไทยโดยการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการสปาไทยมาโดยตลอด

การได้เข้าร่วมประชุมและเผยแพร่ผลงานของการวิจัยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยนำเอาเทคโนโลยี VR ด้านอาหารไทยและการให้บริการนวดไทยในระหว่างการจัดนิทรรศการได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจากประเทศต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นโอกาสดียิ่งในการได้พบปะและมีแผนความร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ และผู้ประกอบธุรกิจร้านนวดไทยในนครซิดนีย์ ซึ่งมีมากกว่า 500 แห่ง ได้มีโอกาสพัฒนายกระดับมาตรฐานการให้บริการนวดและสปาไทยตามมาตรฐานสากล อีกทั้งมีแผนการพัฒนาศักยภาพการให้บริการและผลิตภัณฑ์สปาและเวลเนสที่ตอบโจทย์ความต้องการโดยเฉพาะกลุ่มผู้รับบริการในตลาดออสเตรเลีย เช่น การนวดสำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารก รวมทั้งหลักสูตรการอบรมพิเศษสำหรับผู้ให้บริการสปาเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการสปาไทย  ตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังมีแผนการพัฒนาหลักสูตรในการต่อยอดธุรกิจและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เช่น หลักสูตรการอบรม สปาเพื่อสุขภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งสามารถดำเนินการร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ได้ในช่วงต้นปี 2568 ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของการส่งออกวัฒนธรรมสปาไทยสู่ตลาดออสเตรเลียได้เป็นอย่างดี

ผศ.อนพัทย์ หนองคู ผู้ประสานงานโครงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข., ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย ผอ.กลุ่มแผนงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. ทิ้งท้ายไว้ว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ คือ สกสว./บพข. และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา รวมทั้งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ประกอบการในประเทศออสเตรเลีย อาทิ ผู้ประกอบธุรกิจมวยไทย นวดและสปาไทย รวมทั้งอาหารไทย ได้อย่างเข้มแข็ง นำไปสู่การร่วมงานในระดับความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้    ได้เป็นอย่างดียิ่ง นับเป็นการขับเคลื่อนการวิจัยของแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรมบนฐานภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรมไทยไปสู่การขายจริงในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนับเป็นตลาดสำคัญที่มีขนาดใหญ่ในอนาคต

ฉก.พญานาคราชลุยยึด สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

https://www.naewna.com/local/836710

ฉก.พญานาคราชลุยยึด  สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

ฉก.พญานาคราชลุยยึด สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวว่า นายณรงค์ รัตนตรัยวงศ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ได้นำกำลังปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออก รวมถึงการซุกซ่อนสินค้าเกษตรเถื่อนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร โดยภายหลังได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่ามีการลักลอบขนย้ายซากสุกร ผ่านเส้นทางบ้านป่าหวาย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหารจึงเฝ้าติดตาม

จากการซุ่มติดตาม ได้ตรวจพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บม 5088 ศรีสะเกษ ลักลอบบรรทุกซากสุกร (หนังสุกร) 43 กล่อง น้ำหนัก 860 กิโลกรัม ซึ่งผู้ต้องหาได้ทิ้งรถพร้อมของกลางดังกล่าว แล้ววิ่งหนีเข้าป่า ก่อนจะอาศัยความมืดหลบหนีการจับกุมไปได้ ส่วนการตรวจสอบของกลาง พบแหล่งที่มาของซากสุกร มาจากต่างประเทศ และไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22, 31 และ มาตรา 34 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และมาตรา 242 พ.ร.บ. ศุลกากร 2560 จึงได้อายัดซากสุกรเพื่อตรวจสอบและเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ลงบันทึกประจำวัน ไว้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

https://www.naewna.com/local/836709

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมการเกษตร Farm Expo 2024จัดขึ้นภายใต้ธีม Revolutionising Farm Business และร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน เข้าร่วม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กทม.เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการเกษตรให้เติบโต พร้อมกันอย่างยั่งยืนจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร สินค้าและบริการจากภาคเกษตรมาจัดแสดงกว่า 14 โซน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.ตู้คีบทุเรียนใหญ่ที่สุดในโลก 2.ตรวจดินฟรี ดินดี ปลูกอะไรก็งอกงาม 3.น้อยหน้าอิสราเอล ลูกละกิโล จองคิวยาวข้ามปี และ 4.อัปสกิลเรียนบินโดรนฟรีกับสถาบันการบินพลเรือน เป็นต้น

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเปิดมหกรรมการเกษตรหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจและทางวิจัย เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้เกษตรกรไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ GDP ภาคเกษตร เติบโตตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของรัฐบาล รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างแบรนด์สินค้าและใช้นวัตกรรมให้เกิดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้เตรียมแผนทำเกษตรยั่งยืนตามแนวโน้มการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของทั่วโลก ด้วยการนำร่องทดลองปลูกต้นยาง เพื่อเข้าร่วมตลาดคาร์บอนเครดิต 100,000 ไร่ อีกทั้งเตรียมแผนส่งออกยางพาราที่เข้าหลักเกณฑ์ EUDeforestation Regulation (EUDR) 3.5 ล้านตัน ซึ่งหากทำการรุกตลาดอียูได้ก่อนประเทศผู้ส่งออกยางรายอื่น ประเทศไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดราคายางระดับโลกได้ ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันการทำงานให้สำเร็จ และร่วมกันช่วยให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

https://www.naewna.com/local/836712

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีนายกฤต อุตตมะเวทิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายเทอดศักดิ์ รัญจวน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ส่วนราชการในสังกัดกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2)

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีประเด็นข้อหารือ 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.การลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และสัตว์น้ำ ซึ่งเหตุผลที่ต้องลดต้นทุนเนื่องจากอาหารเม็ดในปัจจุบันมีราคาสูง จึงต้องการให้มีการลดต้นทุนการผลิต ราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด โดยการผลิตอาหารสัตว์ ควรหากลุ่มตัวอย่าง อาจเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จึงมอบหมายให้เกษตรจังหวัดร่วมกับเกษตรอำเภอ กำกับดูแล เพื่อเป็นตันแบบให้กับกลุ่มอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดได้ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด ศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ จัดทำสูตรอาหารสัตว์ที่ชัดเจนและดำเนินการผลิต และมอบประมงจังหวัดจดทะเบียน หากลุ่มผู้เลี้ยงปลานำอาหารปลาที่ผลิตไปทดลองใช้เป็นกลุ่มต้นแบบ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการมีแผนธุรกิจสินค้าเกษตร

2.การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ธาตุอาหารสูง จะมีการพัฒนาสูตรปุ๋ย ตามค่าตรวจของดิน เน้นการลดต้นทุน และคุณภาพสูง โดยให้พัฒนาที่ดินจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบ 3.การเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ 100,000 ไร่ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยขอให้จังหวัดจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมรองรับการปลูกปาล์มน้ำมัน ใช้ตลาดนำ โรงงานจะรับซื้อผลผลิต RSPO มุ่งสู่ความยั่งยืน และให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรส่งเสริมต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เหมาะสมกับพื้นที่ จ.นราธิวาสให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 1 และพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 2 มอบการยางแห่งประเทศไทย ตรวจสอบข้อมูลปรับเปลี่ยนจากยางพาราเป็นปาล์มน้ำมันเพื่อให้ได้พื้นที่ตามเป้าหมาย มอบสถานีพัฒนาที่ดินกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมขุดคูยกร่อง เพื่อสนับสนุนการขุดคูให้แก่เกษตรกร ให้ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อเป็นแปลงต้นแบบในการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO

4.การจ้างอาสาสมัครเกษตรและสหกรณ์ระดับตำบล ส่งเสริมและผลักดันให้มีการจ้างอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ดำเนินการออกแบบแบบรายงานผลให้ครบทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ และนำร่องในพื้นที่ตากใบโมเดล อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

https://www.naewna.com/local/836717

รองปลัดฯประชุม  การปรับปรุงระบบ  ตรวจสอบแม่นยำ  พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะทำงานปรับปรุงกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม อาทิ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นต้น เพื่อพิจารณาแลกเปลี่ยนแนวทาง วิธีการในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการสำรวจตรวจสอบ และยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการประกันภัยพืชผล

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้รูปแบบระบบปฏิบัติการและแนวทางตามที่GISTDA ได้ทำการศึกษาเบื้องต้นร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในการพิจารณารูปแบบการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สูงขึ้น และมอบหมายให้หน่วยงานส่งผู้แทนที่มีความเชี่ยวชาญทำงานร่วมกับ GISTDA เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำไปศึกษาทดลอง ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยจะเริ่มดำเนินงานในพื้นที่นำร่องภาคกลาง พื้นที่ปลูกข้าวนาปีและผลไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูง เพื่อตรวจสอบความแม่นยำในการยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติ เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร และจะเสนอต่อคณะทำงานในครั้งต่อไป

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/836735

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.39 น.

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง เป็นประธานการประชุมการเตรียมการจัดนิทรรศการเนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานร่วมบูรณาการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และพิจารณาส่งรายละเอียดข้อมูลการจัดนิทรรศการ การนำเสนอสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย และกิจกรรมสาธิต

– 006

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

https://www.naewna.com/local/836707

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.57 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (21 – 23 ต.ค.67) ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง วันนี้ – 24 ตุลาคม 2567 พื้นที่เสี่ยง จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ