ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

https://www.naewna.com/local/836621

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.11 น.

วันนี้ (21 ต.ค.67) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (swoc) อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำกู กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และและแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (21 ต.ค.67) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 62,301 ล้าน ลบ.ม. (82% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 14,060 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 21,020 ล้าน ลบ.ม. (85% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 3,851 ล้าน ลบ.ม.

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักต่างๆ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลด อาทิ แม่น้ำปิงที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์น้ำได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังคงเหลือพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตอำเภอเมืองลำปาง กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำลงลำน้ำวังอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน ส่วนสถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 19 ต.ค.67 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน กรมชลประทาน ได้นำเครื่องสูบน้ำ รถฉีดน้ำ รถแบ๊คโฮ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย โดยปริมาณหลากจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ดังกล่าว วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับกับการเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนนี้ให้ได้มากที่สุด

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ เข้าประจำจุดเสี่ยง ตลอดจนตรวจสอบอาคารชลประทานให้ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปโดยสะดวก สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

กรมฝนหลวงฯ ร่วมสมทบทุนเข้า ‘กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย’

https://www.naewna.com/local/836597

กรมฝนหลวงฯ ร่วมสมทบทุนเข้า ‘กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย’

กรมฝนหลวงฯ ร่วมสมทบทุนเข้า ‘กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย’

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.11 น.

21 ตุลาคม 2567  เวลา 10.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร มอบหมายให้ นายไพจิตร เค้ากล้า เลขานุการกรม เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานวันที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร ในวาระครบรอบ 57 ปีและร่วมสมทบทุนเข้า กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย โดยมี นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุม 7 ชั้น 5 อาคาร 1  กรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร

อิโม๊ะ บูตะ (Imo Buta) เนื้อหมูที่มีความหวาน หอมและนุ่มเหมือนมันหวานญี่ปุ่น

https://www.naewna.com/lady/836812

อิโม๊ะ บูตะ (Imo Buta) เนื้อหมูที่มีความหวาน หอมและนุ่มเหมือนมันหวานญี่ปุ่น

อิโม๊ะ บูตะ (Imo Buta) เนื้อหมูที่มีความหวาน หอมและนุ่มเหมือนมันหวานญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.57 น.

ไทย-ฮอกไกโด บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบอาหารพร้อมรับประทานประเภทเนื้อสุกรหรือหมูพรีเมียมเยี่ยมที่มียอดขายมากกว่า 600 ตันต่อปี ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย อิโม๊ะ บูตะ (Imo Buta) หมูอนามัยที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติแบบญี่ปุ่น ให้กินมันหวานญี่ปุ่น ไร้สารเร่ง ส่งผลให้เนื้อหมูมีความหวาน และนุ่มเป็นพิเศษอีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินอีให้คุณประโยชน์ต่อผุ้บริโภคพร้อมจำหน่ายค้าส่งและปลีกกับ 15 ผลิตภัณฑ์ย่อยที่มีให้เลือกซื้อตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

นายสรพหล นิติกาญจนา  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-ฮอกไกโด จำกัดเปิดเผยถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งก่อตั้งมาประมาณ 5 ปี จากความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจ จากความร่วมมือทางทีมญี่ปุ่นและบริษัทคู่ค้าซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำผลิตสุกรของประเทศไทย ปัจจุบันถือเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบอาหารพร้อมรับประทานประเภทเนื้อสุกรทั้งหมูอนามัยและหมูพรีเมียมที่มีความแตกต่างมีเอกลักษณ์ พร้อมคุณประโยชน์ที่ดีต่อลูกค้า โดยมีผู้ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ คือ ฟาร์มสุกรและโรงตัดแต่งชิ้นส่วน รวมถึงมีทีมงานวิจัยและพัฒนาสินค้า รับทำ OEM ทั้งอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน (Ready to cook/Ready to eat)ครบวงจร

สำหรับกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน มีทั้งค้าส่งและค้าปลีก โดยส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Moderntrade, Traditional tradและ Food Serviceโดยสินค้าแบ่งออกเป็นประเภทHygienic Porkหมูที่มีความสด สะอาด และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในกระบวนการผลิตเป็นอย่างมาก ฟาร์มที่เลี้ยงต้องได้รับมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ มีระบบควบคุมโรคระบาด รวมถึงการจัดการอย่างถูกวิธี ที่สำคัญก่อนจะถึงที่ผลิต หมูจะต้องมีสุขภาพจิตที่ดี เครียดน้อยที่สุด ในกระบวนการผลิตนั้นความสะอาดทั้งของหมูและพนักงานจะต้องถูกสุขลักษณะตามมาตรการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสะอาด ปลอดภัยอย่างแน่นอน

หมูพรีเมียม ตอนนี้มีประเภท Green Pork กระบวนการเลี้ยงปลอดสารเคมี ตามวิถีธรรมชาติ Better Health, Better Environment หมูสะอาดและปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ได้รับการดูแลและควบคุมโรคที่ได้มาตรฐานระบบอินทรีย์ IFOAM หรือ International Federation of Organic Agriculture Movements ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาขึ้น โดยสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ นำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้แทนยาปฏิชีวนะและสารเคมี โดยการใช้จุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์และสมุนไพรในการเลี้ยงดู

ประเภท Koji Buta กระบวนการเลี้ยงและผลิต Koji Pork เกิดขึ้นในจังหวัด Kagoshima ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงในเรื่องการผลิตหมูดำ หรือที่เรียกว่า Kagoshima Black Pork ซึ่งเป็นหนึ่งในเนื้อหมูที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเนื้อหมูที่มีความนุ่มและอร่อยที่สุด เป็นระบบการเลี้ยงสุกรที่ออกแบบและวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 30 ปี

ประเภท Processed Food สามารถนำมารับประทานได้โดยตรง หรือนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารได้ เนื่องจากมีรสชาติอร่อย นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทานสดๆ ได้ ในปัจจุบันได้รับความนิยมและรับประทานอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น การเก็บรักษาควรเก็บในช่องแช่แข็ง หากทานไม่หมด เก็บไว้ในช่องแช่เย็นไม่เกิน 2 วัน เช่น Nama Ham และ Pancetta ผลิตภัณฑ์เนื้อหมูสามชั้นแปรรูป เช่นเดียวกับโพรชูตโต (Prosciutto) แต่ทำจากส่วนหมูสามชั้นนำไปหมักด้วยเกลือและเครื่องเทศ เช่น ลูกจันทน์ พริกไทย เฟนเนล และกระเทียม แล้วตากให้แห้ง มักใช้เพื่อเพิ่มความลึกให้กับซุปและพาสต้า

ประเภท Pre-cooked Food ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารแปรรูป หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการ Precooked เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารที่ต้องการความสะดวกในการเตรียมอาหารประกอบด้วยสินค้าต่างๆ ได้แก่ 1. กลุ่มสินค้า Pre-cooked meat product เช่น หมูทอดทงคัตสึ, หมูชาชู เป็นต้น และ 2. กลุ่มสินค้าอื่นๆ เช่น ซอสยากินิกุ, น้ำซุป เป็นต้น

ล่าสุดได้ออกสินค้าประเภทอิโม๊ะ บูตะ (Imo Buta)ที่มีถิ่นกำเนิดและมีการขายเฉพาะในแถบภูมิภาคคันโตของประเทศญี่ปุ่น เท่านั้น โดยเนื้อหมู Imo Buta ได้รับการยอมรับในเรื่องความอร่อยที่เกิดจากนำกระบวนการเลี้ยงและจัดการฟาร์มแบบพิเศษที่ออกแบบโดยกลุ่มบริษัท Chubushiro (ผู้คิดค้นการเลี้ยงหมู Imo Buta) ร่วมกับการให้สุกรได้กินสุดยอดวัตถุดิบธรรมชาติที่มีความอร่อย อย่างเช่น มันหวานญี่ปุ่น ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง ส่งผลให้ความหวานนุ่มของมันหวานญี่ปุ่นถูกกักเก็บไว้ในเนื้อและชั้นไขมันของ Imo Buta นั่นเอง

สำหรับ อิโม๊ะบูตะ เนื้อหมูเลี้ยงธรรมชาติแบบญี่ปุ่น ให้กินมันหวานญี่ปุ่น ไร้สารเร่ง เป็นเนื้อหมูคุณภาพดีที่อุดมไปด้วยวิตามินอีให้คุณประโยชน์ต่อผู้บริโภคซึ่งพร้อมวางจำหน่ายให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อแล้วตามห้างสรรพสินค้า รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆ ได้สั่งและนำไปปรุงอาหารให้กับลูกค้าแล้วด้วยเช่นกัน

นายสรพหล กล่าวเสริมว่า สำหรับปีแรกของการนำเสนอสินค้า อิโม๊ะบูตะด้วยตัวสินค้ามีความน่าสนใจอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของเนื้อหมูที่มีความหวาน ความนุ่ม และกลิ่นหอม คล้ายกับมันหวานของญี่ปุ่น เมื่อนำมาปรุงอาหารจึงให้รสชาติที่อร่อยการจัดหน่ายที่ทั่วถึงโดยการวางสินค้าตามห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการวางแผนการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ Modern tradeสร้างการรับรู้จากกลุ่มลูกค้า N-user ต่อยอดขยายตลาดไปที่กลุ่มลูกค้าร้านอาหารสร้างการรับรู้ของลูกค้าผ่าน Chain restaurant และกลุ่มร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ

อย่างไรก็ตามทางบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย รวมถึงให้ความสำคัญด้านคุณภาพและความปลอดภัยเป็นที่สุด

‘JBL'(เจบีแอล) เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ ‘Legendary Sound UNLEASHED!’

https://www.naewna.com/lady/836806

'JBL'(เจบีแอล) เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ 'Legendary Sound UNLEASHED!'

‘JBL'(เจบีแอล) เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ ‘Legendary Sound UNLEASHED!’

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.35 น.

เติมเต็มความสนุกให้ทุกไลฟ์สไตล์ไปกับ“JBL” (เจบีแอล)สุดยอดแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกสัญชาติอเมริกา ในงานเปิดตัว 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ลำโพงและไฟปาร์ตี้ JBL PartyBox Series & JBL PartyLight, ลำโพงพกพา JBL Portable และหูฟังไร้สาย JBL Live 3 Series มาพร้อมดีไซน์ที่มีทั้งความสนุกและทันสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์Legendary Sound UNLEASHED! ให้เหล่าคนรักเสียงเพลงและปาร์ตี้ได้สัมผัสประสบการณ์แห่งการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ผ่านสีสันและท่วงทำนองแห่งความสนุกที่สามารถสร้างสรรค์ได้ด้วยตนเอง โดยมีนักแสดงหนุ่มชื่อดังเทศน์ ไมรอนมาร่วมถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และ Performance Show สุดพิเศษอีกมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศของงานปาร์ตี้ที่ได้สัมผัสกับแสงสีเสียงแบบจัดเต็ม!

คุณกิตติศักดิ์ กาญจนชัยภูมิกรรมการอำนวยการฝ่ายธุรกิจ Consumer and Smart Solutions บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัดกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “งานครั้งนี้จัดขึ้นในคอนเซ็ปต์ Legendary Sound UNLEASHED! ที่ต้องการให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งด้านแสงสีและเสียงที่ทรงประสิทธิภาพ จากผลิตภัณฑ์ใหม่ของ JBL ที่สามารถสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ให้สนุกได้ยิ่งขึ้นกว่าเดิมไปกับโปรดักซ์หลากหลายกลุ่มที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ลำโพง JBL PartyBox Series ที่สามารถใช้งานคู่กับไฟปาร์ตี้ JBL PartyLightเพื่อเติมเต็มบรรยากาศงานปาร์ตี้ให้สนุกยิ่งขึ้น รวมไปถึงลำโพงพกพา JBL Portable เหมาะสำหรับคนที่อยากจะฟังเพลงจากเสียงคุณภาพในทุกๆ ที่ รวมถึง JBL Live 3 Series หูฟังไร้สายที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรักเสียงเพลงและง่ายต่อการใช้งานด้วยการควบคุมผ่านสมาร์ทเคส โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า JBL จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตให้กับคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี”

สำหรับโปรดักซ์ที่เปิดตัวภายในงานครั้งนี้ ประกอบไปด้วยJBL PartyBox Series ลำโพงคุณภาพสูงด้วยเสียงอันทรงพลังจาก JBL Pro Sound เพื่อเติมเต็มทุกบรรยากาศให้กับงานปาร์ตี้ด้วยท่วงทำนองแห่งความสนุก ซึ่งมีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ JBL Partybox Stage 320, JBL Partybox Club 120 และ JBL PartyBox On-The-Go Essential ที่สามารถใช้งานคู่กับJBL PartyLightไฟปาร์ตี้ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศให้งานปาร์ตี้สนุกกว่าที่เคย โดยมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่  JBL PartyLight Stick และ JBL PartyLight Beam รวมถึงJBL Portable ลำโพงพกพาดีไซน์เท่เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ผู้รักเสียงเพลงที่จะสามารสร้างเสียงอันทรงพลังจาก JBL Pro Sound ได้ในทุกพื้นที่ โดยมี 3 รุ่น ได้แก่ JBL GO 4, JBL Clip 5 และ JBL Xtreme 4 อีกทั้งยังมีJBL Live 3 Series ได้แก่ JBL Live Bud 3, JBL Live Beam 3 และ JBL Live Flex 3 หูฟังไร้สายคุณภาพสูงที่มาพร้อมฟังก์ชั่นควบคุมการใช้งานบน Smart Charging Case™ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

โดยโปรดักซ์ไฮไลท์ของงานครั้งนี้คือJBL PartyLight Stick หลอดไฟปาร์ตี้ในดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันและพลังงานความสนุก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการใช้งานเข้ากับลำโพง JBL PartyBoxได้ทุกรุ่น เพื่อยกระดับบรรยากาศงานปาร์ตี้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ด้วยแสง LED 360 องศาที่สว่างสดใสพร้อมอัลกอริทึม (Algorithm) การตรวจจับเสียงเพลงที่สามารถทำให้หลอดไฟกระพริบตามจังหวะของเพลงได้อย่างทรงพลัง อีกทั้งยังสามารถปรับระดับการเคลื่อนไหว ความเร็ว และความเข้มของแสงได้ผ่านแอปพลิเคชัน JBL PartyBoxรวมถึงฟังก์ชั่นกันน้ำระดับ IPX4 ใช้เวลาติดตั้งได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที พร้อมแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟไร้สายที่ใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมง ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความมันรูปแบบใหม่ให้กับคนรักปาร์ตี้ทุกคน

ถัดมาที่JBL PartyLight Beam สร้างบรรยากาศที่ดื่มด่ำให้กับงานปาร์ตี้ด้วยJBL PartyLight Beamไฟบีมที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายเข้ากับลำโพง JBL PartyBoxได้ พร้อมลำแสงไฟขนาดใหญ่ที่สามารถครอบคลุมพื้นที่ห้อง ผนัง และเพดานได้ อีกทั้งยังสามารถปรับแสงสีให้เข้ากับรูปแบบของงานปาร์ตี้และจังหวะเพลงได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นจังหวะสบายๆ ไปจนถึงจังหวะมันๆ ที่มาพร้อมความสนุกสุดเหวี่ยง โดยสามารถควบคุมการเคลื่อนไหว ความเร็ว และความเข้มของแสงผ่านแอปพลิเคชัน JBL PartyBoxเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปาร์ตี้ไอเทมที่สามารถจับคู่กับลำโพง JBL PartyBoxได้อย่างลงตัว

และJBL Live 3 Series หูฟังไร้สาย 3 รุ่น ได้แก่JBL Live Bud 3 หูฟังแบบ In-ear ที่สวมใส่พอดีในหู เหมาะสำหรับคนที่ต้องการตัดเสียงรบกวนแบบพอดี, JBL Live Beam 3 หูฟังแบบ In-ear ที่มีก้านและต้องการเสียงเบสที่หนักแน่นและJBL Live Flex 3 หูฟังแบบ Open-ear (Earbuds) สวมใส่สบาย ไม่ต้องสอดเข้าไปในหู โดยทั้ง 3 รุ่นเป็นหูฟังไร้สายที่มีระบบตัดเสียงรบกวนและเสียงคุณภาพสูง มาพร้อมฟังก์ชั่นควบคุมการใช้งานบน Smart Charging Case™ ที่สามารถปรับแต่งคุณสมบัติต่างๆ โดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชัน JBL บนสมาร์ทโฟน ทั้งปรับระดับเสียงและใช้อีควอไลเซอร์ (Equalizer) ควบคุมเพลงได้ รวมถึงรับสายโทรศัพท์ และดูข้อความ พร้อมสัมผัสประสบการณ์การฟังเพลงอย่างเหนือระดับด้วย JBL Signature Sound ที่ยอดเยี่ยมด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบ True Adaptive ที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง JBL Spatial Sound ทำให้สามารถดื่มด่ำกับการชมภาพยนตร์และฟังเพลงได้อย่างสุนทรีย์ อีกทั้งยังมีไมโครโฟนถึง 6 ตัว ที่รับประกันคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง อีกทั้งยังสามารถกันน้ำกันฝุ่น และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูง พร้อมรองรับการชาร์จแบบไร้สาย โดยJBL Live Bud 3 กันน้ำที่ระดับ IP55 และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 40 ชั่วโมง ในขณะที่JBL Live Beam 3 กันน้ำที่ระดับ IP55 และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 48 ชั่วโมง และJBL Live Flex 3 กันน้ำที่ระดับ IP54 และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงถึง 50 ชั่วโมง

ด้านนักแสดงหนุ่มหล่อเทศน์ ไมรอนยังได้เผยไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบเสียงเพลง พร้อมการเลือกเครื่องเสียงที่มีคุณภาพตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ว่า“ส่วนตัวเราเป็นคนที่ชอบฟังเพลงเป็นประจำ เพราะทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลงเหมือนได้ผ่อนคลายจากความเครียดในชีวิตประจำวัน อย่างช่วงนี้ชอบฟังเพลง EDM ที่มีเบสหนักๆ ฟังสนุก ส่วนศิลปินที่ชอบคือ Playboi Carti เพราะเพลงของเขามีบีทหนักเข้ากับการร้องแรปเป็นอย่างมาก จริงๆ แล้วเราก็ชอบฟังเพลงได้ทุกแนว โดยเฉพาะจากวง The Strokes, Arctic Monkeys และ The 1975ด้วยความที่เป็นคนชอบฟังเพลงการเลือกเครื่องเสียงจึงเป็นสิ่งสำคัญกับเรามาก โดยจะเลือกจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและคุณภาพเสียงที่คมชัด เสียงเบสหนักแน่น และที่ขาดไม่ได้คือดีไซน์ที่สวย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราที่สามารถวางตกแต่งห้องหรือพกพาเป็นแอคเซสซอรีได้ อย่างแบรนด์ JBL ก็เป็นแบรนด์เครื่องเสียงที่ชื่นชอบ เพราะด้วยคุณภาพเสียงที่คมชัด จะช่วยสร้างประสบการณ์การฟังเพลงที่ยอดเยี่ยม และในซีรีส์ใหม่ล่าสุดนี้ยังมาพร้อมกับไฟปาร์ตี้หลากสีที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศการสังสรรค์ ซึ่งเหมาะกับคนที่รักปาร์ตี้ที่จะได้ชวนกลุ่มเพื่อนมาร่วมสนุกสนานไปกับเสียงเพลงและแสงสีด้วย”

ร่วมเปิดประสบการณ์เหนือระดับไปกับมิติแห่งเสียงและแสงสีคุณภาพสูงจาก“JBL” (เจบีแอล)ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน SoundCityทุกสาขา, ร้าน Dream Theater, www.mahajak.comและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย 

เปิดตัว CIRCULON A1 Series นวัตกรรมเครื่องครัวพรีเมี่ยมจากอเมริกาเหล่าคนดังตบเท้าร่วมประสบการณ์

https://www.naewna.com/lady/836805

เปิดตัว CIRCULON A1 Series นวัตกรรมเครื่องครัวพรีเมี่ยมจากอเมริกาเหล่าคนดังตบเท้าร่วมประสบการณ์

เปิดตัว CIRCULON A1 Series นวัตกรรมเครื่องครัวพรีเมี่ยมจากอเมริกาเหล่าคนดังตบเท้าร่วมประสบการณ์

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.32 น.

ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) ภายใต้แบรนด์ CIRCULON (เซอร์คูลอน) ร่วมส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยการเชิญเหล่าคนดัง ศิลปิน เซเลบริตี้ ชั้นนำ ร่วมงานเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องครัวพรีเมี่ยมจากสหรัฐอเมริกาคอลเลกชั่นล่าสุด CIRCULON A1 Seriesครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงาน CIRCULON SCRATCHDEFENSE TM : THE EXCLUSIVE FINE DINING(เซอร์คูลอน สแครชดิเฟนซ์ : ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ ไฟน์ ไดนิ่ง)โดยร่วมกับ ร้านเสน่ห์จันทร์ กรุงเทพฯ ดีกรีมิชลินสตาร์7 ปีซ้อน ปี 2018 – 2024 และ เชฟต้อย พิไลพร คำหนัก1 ใน 8 เชฟหญิงไทยรางวัลมิชลินสตาร์ 2024 ครีเอทสุดยอดอาหารไทยชาววังระดับไฟน์ไดนิ่งเฉพาะงานนี้เท่านั้น พร้อมรังสรรค์ด้วยเครื่องครัว CIRCULON A1 Seriesณ ร้านเสน่ห์จันทร์ อาคารสินธร ถ.วิทยุ กรุงเทพฯ

โดยคุณโจเซฟโล ผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการบริษัท ไมย์เออร์ อินดัสตรีส์ จำกัด และ บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า เครื่องครัว CIRCULON จากสหรัฐอเมริกาเป็นแบรนด์เรือธงในกลุ่มพรีเมี่ยม เราตั้งใจคิดค้นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างนวัตกรรม COOKWARE ระดับเวิลด์คลาส อันล้ำสมัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขเหนือระดับให้ทุกมื้ออาหารของคุณเป็นความทรงจำอันแสนพิเศษ ตลอดจนร่วมสร้างอินสไปเรชั่น ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด If you cook , you’re chef

ด้าน คุณธนวัฒน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายผลิตและพัฒนา บริษัท ไมย์เออร์ อินดัสตรีส์ จำกัดเผยว่า CIRCULONA1 Seriesเข้ามาตอบโจทย์ทุกการใช้งาน หมดปัญหาเรื่องรอยขีดข่วนจากอุปกรณ์โลหะ(Extreme nonstick)การันตีด้วยเครื่องหมายการค้า SCRATCHDEFENSE TMนวัตกรรมเคลือบผิวลื่นหนึ่งเดียวที่ผ่านมาตรฐานระดับโลก ด้วยการทดสอบการขูดถึง 350,000 ครั้ง พร้อมฐานสแตนเลส สตีล หนาเต็มแผ่น กระจายความร้อนสม่ำเสมอ ไม่บิดงอ ใช้กับเตาได้ทุกประเภท ปลอดภัยด้วยสารเคลือบกันอาหารติด มาตรฐาน FDA ทำความสะอาดง่าย รวมถึงใช้กับเครื่องล้างจานได้

ปิดท้ายด้วย เชฟต้อย : คุณพิไลพร คำหนัก1 ใน 8 เชฟหญิงไทย ที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์2024 เผยว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสร่วมเป็นหนึ่งในงานสำคัญครั้งนี้ค่ะ ส่วนตัวชื่นชอบแบรนด์ CIRCURON มานานมากแล้ว และใช้อยู่เป็นประจำค่ะ เพราะมีจุดเด่นในเรื่องความแข็งแรงทนทาน ดีไซน์สวยหรู โดยงานวันนี้ เชฟ ได้นำเสนอเสน่ห์ของอาหารไทยตามถนัด แต่อาจจะมีการคิดนอกกรอบและแตกต่างออกไปบ้าง เพราะการทำอาหารคือความคิดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานด้วยศิลปะค่ะ ต้องมีการวางแผนคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพในแต่ละเมนูรวมไปถึงการเลือกอุปกรณ์เครื่องครัวให้เหมาะสม และมีคุณภาพที่สุด จะช่วยให้การทำอาหารของเราสนุก และง่ายขึ้นมากค่ะ

นอกจากนี้ภายในงานยังถูกเนรมิตให้เป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำ เพื่อต้อนรับทีม ผู้บริหาร ไมย์เออร์ กรุ๊ป รวมไปถึง ศิลปิน ดารา และ เซเลบริตี้ชั้นนำระดับแถวหน้าที่ให้เกียรติมาร่วมสัมผัส CIRCULON A1 Seriesนวัตกรรม COOKWARE ล่าสุด พร้อมร่วมเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ ลิ้มรสอาหารไทยชาววัง ระดับไฟน์ไดนิ่งกันอย่างคับคั่ง อาทิ สน ยุกต์ ส่งไพศาล, ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกสิก, มิกซ์ – เพทาย วงษ์คำเหลา, อาย – ธนัฏฐา ศิริณรงค์ชัยเอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, จินนี่-เอมษิกา โชติวิจิตร, หมิว กนกพร วงศ์รักมิตร, เฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช, ติ-ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์, เก๋-ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์, เชฟหมอตั้ม นายแพทย์ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข, ศุภทัต จินดาวนิช, ติ๊ก-วิลาสินี ธัญญวิเศษศิลป์, จินต์-จงจินต์ จึงสุระ, ป๊ง-ปุณยาพร พุกกะณะสุต, เก๋-โสภิณ รองรัตน์, เก๋-พรนภา เกียรติศรีชาติ, ลูกนัท-สิริวงษ์ สุขเกษมสินและกี้-จรินภรณ์ บุญฤทธิ์เป็นต้น

#circulonth

#scratchdefence

#circuloncookware

#ทนไม่ลอก

วัยรุ่นเครียดแซงวัยทำงาน 4 เท่า จิตแพทย์แนะพ่อแม่ต้องเป็นเซฟโซนให้ลูก

https://www.naewna.com/lady/836663

วัยรุ่นเครียดแซงวัยทำงาน 4 เท่า จิตแพทย์แนะพ่อแม่ต้องเป็นเซฟโซนให้ลูก

วัยรุ่นเครียดแซงวัยทำงาน 4 เท่า จิตแพทย์แนะพ่อแม่ต้องเป็นเซฟโซนให้ลูก

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 07.20 น.

ในยุคที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว วัยรุ่นต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งการเรียน ความคาดหวังจากครอบครัว และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดความเครียดสะสม แต่บ่อยครั้งปัญหานี้กลับถูกมองข้ามจากครอบครัว ด้วยความคิดที่ว่าความเครียดของเด็กเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่รุนแรงเหมือนความเครียดของผู้ใหญ่ ทำให้แทนที่เด็กๆ จะมีที่พึ่ง กลับยิ่งทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวและเครียดมากกว่าเดิมจนอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตในปี 2565 ชี้ว่าวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะเครียดมากขึ้น และพบว่าความเครียดในวัยรุ่นสูงกว่ากลุ่มวัยทำงานถึง 4 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวล

แพทย์หญิงเพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต ชวนมาทำความเข้าใจว่า ความเครียดของวัยรุ่นก็เป็นเรื่องใหญ่ไม่ต่างกับผู้ใหญ่ พร้อมแนะนำแนวทางที่ครอบครัวสามารถสนับสนุนวัยรุ่นให้มีสุขภาพจิตที่ดี ก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ความเครียด ปัญหาของวัยรุ่นที่ไม่ได้หายง่ายๆ

หนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยในวัยรุ่นคือ ความเครียด ภาวะอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ อึดอัด และไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พญ.เพ็ญชาญา อธิบายเพิ่มเติมว่า “บ่อยครั้งเวลาเราเจอปัญหาหรืออุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ก็เป็นเรื่องปกติที่ทำให้เรารู้สึกเครียด ซึ่งหลายคนพอเห็นว่าเด็กๆ เครียด ก็มักแนะนำให้ไปฟังเพลง เล่นเกม หรือคุยกับเพื่อนก็น่าจะหายเครียดแล้ว แต่จริงๆ ความเครียดของวัยรุ่นไม่ได้แก้ไขง่ายขนาดนั้น เพราะการจัดการกับความเครียดบางครั้งก็ต้องการคนคอยแนะนำและอยู่เคียงข้าง”

ส่องปัจจัยและสัญญาณความเครียดในวัยรุ่นที่ครอบครัวต้องใส่ใจ

วัยรุ่นในปัจจุบันต้องเผชิญกับหลายปัจจัยที่ทำให้เครียด ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากการเรียน ความคาดหวังจากครอบครัว หรือแม้แต่การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในโลกออนไลน์ และยังเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนที่ทำให้มีอารมณ์แปรปรวนได้ง่ายขึ้น ซึ่งความเครียดเหล่านี้หากสะสมไว้นานอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล โรคอารมณ์สองขั้ว หรือภาวะสมาธิสั้น พญ.เพ็ญชาญาเล่าถึงสัญญาณของความเครียดว่า “ปกติเด็กไม่ค่อยแสดงออกว่าตัวเองเครียด ผู้ปกครองอย่างเราจึงควรเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นได้เกรดน้อยลง ชอบอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่กับเพื่อนหรือครอบครัว หรือหงุดหงิดง่ายขึ้น ซึ่งถ้าเด็กๆ มีอาการแบบนี้ก็อาจเกิดจากความเครียด ควรหันมาใส่ใจและพูดคุยหาสาเหตุร่วมกันทันที”

ครอบครัวต้องเป็นเซฟโซนให้เด็ก

คนที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างครอบครัว คือจุดเริ่มต้นในการดูแลสุขภาพจิตของวัยรุ่น ในยุคที่โลกโซเชียลมีอิทธิพลต่อวัยรุ่น สิ่งสำคัญอย่างแรกคือการสอนให้เด็กๆ ใช้สื่อออนไลน์อย่างมีสติ และแบ่งเวลาทำกิจกรรมในชีวิตจริง เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือใช้เวลากับครอบครัว เพื่อลดความกดดันจากโลกออนไลน์ นอกจากนี้การสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัวก็เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดความเครียดสะสม ลดโอกาสที่วัยรุ่นจะหันไปหาสารเสพติดหรือทางออกที่ผิด พญ.เพ็ญชาญา อธิบายต่อว่า “ครอบครัวควรจะเป็นเซฟโซนที่วัยรุ่นสามารถเล่าปัญหาหรือระบายความรู้สึกโดยไม่ถูกตัดสินหรือมองว่าเป็นภาระ ผู้ปกครองควรพูดคุยกับเด็กๆ อย่างเปิดใจ ไม่ละเลยหรือด้อยค่าความเครียด วิธีนี้จะช่วยให้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางจิตใจ ทำให้ผู้ปกครองสามารถพูดคุยและช่วยจัดการความเครียดของลูกๆ ได้อย่างเหมาะสมและหากจำเป็นก็ควรพาไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องปกติในสังคมที่ไม่ต้องรู้สึกอาย”

“คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องเข้าใจว่าความเครียดของวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาที่ต้องทำความเข้าใจอย่างจริงจัง ในฐานะคนในครอบครัวก็อยากให้ช่วยกันแก้ไขปัญหา รับฟังและพูดคุยกับพวกเขาอย่างไม่ตัดสิน ทำให้ครอบครัวเป็นเซฟโซนที่เด็กๆ สามารถพึ่งพาได้ เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่า ไม่ว่าจะพบเจอกับความเครียดขนาดไหน ก็จะสามารถผ่านไปได้เสมอ” พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์สุขภาพใจ ชั้น 18 หรือโทรนัดหมาย 02-0790078 เวลา 08.00-18.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์

พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์

ขยับนิด-ยืดหน่อย แก้ ‘ออฟฟิศซินโดรม คลายปวดเอง ด้วยท่าออกกำลังกายง่ายๆ

https://www.naewna.com/lady/836666

ขยับนิด-ยืดหน่อย แก้ ‘ออฟฟิศซินโดรม คลายปวดเอง ด้วยท่าออกกำลังกายง่ายๆ

ขยับนิด-ยืดหน่อย แก้ ‘ออฟฟิศซินโดรม คลายปวดเอง ด้วยท่าออกกำลังกายง่ายๆ

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 07.10 น.

เวลานั่งทำงานท่าเดิมหรือจ้องหน้าจอนานๆ เชื่อว่าหลายๆ คนก็เคยมีอาการปวดเมื่อยที่หลัง สะโพก คอ บ่า ไหล่ จนบางครั้งอาการปวดตึงลามขึ้นศีรษะทำให้กระทบการทำงานและการใช้ชีวิตกันมาบ้าง หากมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าคุณกำลังเสี่ยงเป็น “ออฟฟิศซินโดรม” (Office Syndrome) กลุ่มอาการเจ็บป่วยยอดฮิตจากโลกการทำงานที่รวมอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ คอ ไหล่ และหลัง ซึ่งเกิดจากการหดเกร็งและใช้งานกล้ามเนื้อในท่าทางที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นเวลานาน โดยอิริยาบถที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งเป็นเวลานานๆ อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น เช่น กระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรืออาการปวดรุนแรงและเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตดังนั้น ชาวออฟฟิศจึงควรหาแนวทางป้องกันไม่ให้โรคมีความรุนแรงจนเสี่ยงหลายโรคร้ายตามมา

การป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมป้องกันได้ ไม่ยาก แค่ปรับพฤติกรรม! โดยสามารถทำได้ด้วยการปรับท่าทางการนั่งทำงานให้ถูกต้อง เช่น นั่งหลังตรง ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา คอยลุกเดินขยับร่างกาย และยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกๆ 30 นาที โดยหนึ่งในเคล็ดลับที่สามารถป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมได้เป็นอย่างดี คือการออกกำลังกายที่เน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อในระหว่างการนั่งทำงาน

บริษัท ฟิตเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (FIT®) สถาบันฝึกอบรมที่ให้ความรู้และสถานที่ฝึกสอนการออกกำลังกาย รวมถึงออกใบประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมาแนะนำท่ายืดง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้เองทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ซึ่งสามารถช่วยลดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อและปรับสมดุลให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

เริ่มด้วยท่าที่หนึ่งกับการบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ โดยนั่งหลังตรง โน้มศีรษะไปด้านหน้าเล็กน้อย และหมุนออกด้านขวาช้าๆ ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที และทำเหมือนเดิมในด้านซ้าย ด้านละ 3 ครั้ง ต่อไปเป็นการยืดคอด้านข้างด้วยการหันหน้าไปทางขวาค้างไว้ 10 วินาทีและทำแบบเดิมกับด้านซ้าย ทั้งสองท่าจะช่วยคลายความตึงที่คอและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กระดูกสันหลังส่วนบน

ต่อมา เป็นการยืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวที่มักปวดตึงเวลานั่งนานๆ ซึ่งสามารถคลายได้ด้วยการนั่งหลังตรง หายใจเข้าพร้อมประสานมือขึ้นเหนือศีรษะ งอศอกได้เล็กน้อย และหายใจออกเอียงตัวไปทางขวา กลับมานั่งตรงพร้อมหายใจเข้าและเอียงไปทางซ้าย ทำสลับข้าง 3-5 ครั้ง อาการตึงข้างลำตัวจะคลายลง สำหรับท่าสุดท้าย จะช่วยยืดลำตัวหน้าหลังและหน้าด้าน เพียงนำมือทั้ง 2 ข้าง มาจับที่หัวเข่าด้านหน้า หายใจเข้ายืดตัวตรงขยายทรวงอกขึ้น ยืดคอให้ยาว ยืดคาง เงยหน้าเล็กน้อย เพื่อยืดลำตัวด้านหน้า จากนั้นหายใจออก แขม่วหน้าท้อง โค้งตัวงอไปด้านหลัง พร้อมกับค่อยๆ กดคอลงมาใกล้หน้าอก เพื่อยืดลำตัวด้านหลัง ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง เพิ่มความยืดหยุ่นให้กระดูกสันหลังส่วนกลาง

โรคออฟฟิศซินโดรม แม้จะเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของชาวออฟฟิศ แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพียงหาเวลาลุกเดินและยืดเส้นทุกวันด้วยท่าที่ทำง่ายๆ ทุกที่ทุกเวลา เท่านี้ก็จะช่วยรักษาสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาว

20 ปี สมาคมสภาแม่ดีเด่นฯ ร้อยดวงใจแม่ ถวายแม่ของแผ่นดิน

https://www.naewna.com/lady/836670

20 ปี สมาคมสภาแม่ดีเด่นฯ ร้อยดวงใจแม่ ถวายแม่ของแผ่นดิน

20 ปี สมาคมสภาแม่ดีเด่นฯ ร้อยดวงใจแม่ ถวายแม่ของแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เปิดกรวยดอกไม้ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นำโดย เพ็ญพักตร์ ศรีทองประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ รวมพลังสมาชิกแม่ดีเด่นแห่งชาติทั่วประเทศ ฉลองครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้งสมาคม จัดงาน “ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา และเทิดพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 67 ปี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2567 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูมโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ กล่าวว่า สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯเป็นการรวมตัวของแม่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติตั้งแต่ปีพ.ศ. 2519 เริ่มจากการก่อตั้งชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดทั่วประเทศ เป็นสมาชิกของสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติเพื่อรวมพลังทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 ซึ่งมี พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ เป็นนายกสมาคมคนแรก ต่อมาได้จดทะเบียนแก้ไขชื่อเป็น สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ และได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557

“สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานที่สำคัญคือ การเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เผยแพร่พระคุณและบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนแม่ดีเด่นแห่งชาติและองค์กรสมาชิกในการดำเนินงานและกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ”

ในงาน “ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มีการมอบโล่เกียรติคุณสมาคมและชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดดีเด่น ประจำปี 2567 การขับร้องเพลงโดยนักร้องกิตติมศักดิ์ และการแสดงแบบผ้าไทย 4 ภาคโดยนางแบบกิตติมศักดิ์ ซึ่งมีสมาชิกชมรมและสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติทั่วประเทศพร้อมใจร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยรายได้จากการจัดงานสมทบทุนการดำเนินงานของสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ

TimeVallée แฟล็กชิปบูทีกแห่งแรกในไทยที่ คิง เพาเวอร์ รางนํ้า

https://www.naewna.com/lady/836672

TimeVallée แฟล็กชิปบูทีกแห่งแรกในไทยที่ คิง เพาเวอร์ รางนํ้า

TimeVallée แฟล็กชิปบูทีกแห่งแรกในไทยที่ คิง เพาเวอร์ รางนํ้า

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

TimeVallée (ไทม์ วัลเลย์) ศูนย์รวมแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขยายสาขา ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวแฟล็กชิปบูทีกสาขาใหม่แห่งแรกในไทย บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานคร ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ อาณาจักรแห่งเรือนเวลาระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้สร้างนิยามใหม่ให้กับการช้อปปิ้ง แบบเหนือระดับ ด้วยการผสานความล้ำค่าทางวัฒนธรรมเข้ากับความหรูหราร่วมสมัย เพื่อเปิดประสบการณ์ สุดพรีเมียมในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย

โดยแฟล็กชิปบูทีกสาขาใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้ เผยให้เห็นความมุ่งมั่นของ TimeVallée ในการพัฒนาและยกระดับความเป็นเลิศด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง นำเสนอเอกลักษณ์แห่งการรังสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 447 ตารางเมตร ณ ทำเลที่ดีที่สุดของมหานคร โดดเด่นด้วยดีไซน์ด้านหน้าของบูทีกที่มีพื้นที่ทอดยาวต่อเนื่องถึง 34 เมตร พร้อมพื้นที่บริเวณทางเข้าสโตร์ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ ของ TimeVallée ตลอดทั้งปี ด้านในเป็นโซนจัดแสดงแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกครบครันทั้ง Baume & Mercier, Cartier, IWC Schaffhausen, Jaeger-LeCoultre, Panerai, Piaget, Roger Dubuis และ Vacheron Constantin โดยแต่ละแบรนด์ ถูกจัดแสดงในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อเผยให้เห็นเอกลักษณ์อันล้ำค่าและหัตถศิลป์ซึ่งมีความโดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป ตอบโจทย์คนรักนาฬิกาโดยเฉพาะ

TimeVallée Bangkok King Power Rangnam ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้กับลูกค้าขณะท่องไปในโลกแห่งเรือนเวลาระดับเวิลด์คลาส นอกจากนี้ TimeVallée ยังมีห้องรับรองพิเศษ VIP Salon ที่มีชื่อว่า L’Atelier พร้อมส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งสุดพิเศษและเป็นส่วนตัว โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกาคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

จากความร่วมมือของ TimeVallée ที่ผสานความเชี่ยวชาญในธุรกิจนาฬิกาลักซ์ชัวรี รวมกับประสบการณ์ความเข้าใจตลาดในประเทศไทยของ คิง เพาเวอร์ ที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว ด้วยประสบการณ์อันยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2532 จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการเข้ามาทำตลาดของ TimeVallée ในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “นับเป็นก้าวสําคัญของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวในการนำ Luxury Watch Retail Experience ระดับโลกมาสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ด้วยการจับมือกับ TimeVallée ศูนย์รวม แบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดแฟล็กชิปบูทีกรวมแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก ภายใต้ชื่อ “TimeVallée Bangkok King Power Rangnam” แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับเวิลด์คลาส สำหรับลูกค้า คิง เพาเวอร์ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักสะสมนาฬิกาและนักลงทุนรุ่นใหม่ เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนรักนาฬิกาหรูในประเทศไทย”

การเปิดตัว TimeVallée สาขาแรกในประเทศไทยโดยความร่วมมือจาก คิง เพาเวอร์ ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของธุรกิจค้าปลีกนาฬิการะดับลักซ์ชัวรี่ ด้วยคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างจากรูปแบบเดิมการดีไซน์พื้นที่ภายในบูทีกให้เป็นทั้งสโตร์จัดแสดงสินค้าและสถานที่สุดพิเศษสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของเรือนเวลาและนักสะสมไอเทมแบรนด์หรู ที่สามารถมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้อย่างแท้จริง

โดยแฟล็กชิปบูทีกสาขาล่าสุดของ TimeVallée ที่กรุงเทพฯ แห่งนี้ นับเป็นการปูทางสู่การขยายสาขาไปยังประเทศแคนาดาและเกาหลีใต้ของ TimeVallée ต่อไปในอนาคตอีกด้วย หลังจากที่ประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น, อินเดีย และสหรัฐอเมริกามาก่อนหน้านี้

ฟิลิปส์สนับสนุนแพทย์โรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล เชื่อมต่อการดูแลรักษาผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

https://www.naewna.com/lady/836661

ฟิลิปส์สนับสนุนแพทย์โรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล เชื่อมต่อการดูแลรักษาผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ฟิลิปส์สนับสนุนแพทย์โรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล เชื่อมต่อการดูแลรักษาผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นอกจากความก้าวหน้าของเครื่องมือทางการแพทย์แล้ว เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ Health Informatics ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญสำหรับระบบสาธารณสุข เพราะการจัดเก็บข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลมารวมกันอย่างเป็นระบบ การประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ รวมถึงความสามารถในการเรียกดูข้อมูลจากที่ใดก็ได้ ล้วนช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระงาน เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ส่งผลให้การดูแลรักษาผู้ป่วยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุข อย่างผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO) ระบุว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก สำหรับประเทศไทยอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ที่ 48.7 ต่อ 100,000 ประชากร (กรมควบคุมโรค, 2559) และมีความชุกของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 1,396.4 ต่อ 100,000 ประชากร (กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค, 2561) โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจมีอยู่อย่างจำกัดและไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของอายุรแพทย์โรคหัวใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล หวังให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงระบบสาธารณสุขมากขึ้น ในขณะที่การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในระบบโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการให้ความรู้และฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ ฟิลิปส์ จึงได้ร่วมกับศูนย์หัวใจภาคเหนือ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และงานประชุมวิชาการด้านโรคหัวใจ (Chiangmai Cardiology Conference ; CMCC)จัด “การอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในเชียงใหม่และภาคเหนือเกี่ยวกับการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) และการใช้ระบบสารสนเทศด้านโรคหัวใจ (Cardiology Informatics)”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์กฤษณ์ ลีมะสวัสดิ์ อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “เนื่องจากแพทย์เฉพาะทางมีจำนวนจำกัด ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยมากขึ้นทุกปี ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอคิวในการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเวลานาน และอาจมีความลำบากในการเดินทางเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ในขณะที่เทคโนโลยีข้อมูลสารสนเทศ สามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ หากมีการนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล จะทำให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลเครือข่ายสามารถปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลใหญ่ได้ และสามารถลำดับความเร่งด่วนของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ส่งผลให้การบริหารจัดการผู้ป่วย และกระบวนการดูแลรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความแข็งแรงให้กับเครือข่ายสาธารณสุข เราจำเป็นต้องคอยยกระดับความรู้และพัฒนาทักษะของบุคลากรอยู่เสมอ จึงได้จัดงานอบรมเชิงปฏิบัตินี้ขึ้น เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถนำความรู้และเทคนิคการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ไปประยุกต์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่”

เทคโนโลยีสารสนเทศด้านโรคหัวใจของฟิลิปส์ (IntelliSpace Cardiovascular; ISCV) เป็นเทคโนโลยีด้านการจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูลทางด้านโรคหัวใจ โดยสามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้จากหลายแหล่ง และหลายเครื่องมือที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram), เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram; ECG), เครื่องเอกซเรย์สำหรับใช้วินิจฉัย และให้การรักษาสำหรับหัตถการด้วยการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization Laboratory) หรือเครื่องตรวจอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด อาทิ เครื่องตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging ; MRI) และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography Scan)เป็นต้น และยังมีระบบช่วยประมวลผลข้อมูลเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยทางคลินิก ช่วยให้แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้ในจุดเดียว และยังเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างแผนกต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลได้ด้วย นอกจากนี้ ระบบสารสนเทศด้านโรคหัวใจของฟิลิปส์ยังมีคุณสมบัติพิเศษในการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time ทำให้แพทย์ที่ตรวจผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลห่างไกล สามารถปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้ทันที

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) กล่าวทิ้งท้ายว่า “ฟิลิปส์ เราให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และการพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ เราจึงได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์อย่างไม่หยุดยั้ง ที่ผ่านมาเราได้นำเสนอความล้ำสมัยของเทคโนโลยีทางการแพทย์ผ่านเครื่องมือแพทย์ของเรา แต่ในโลกแห่งดิจิทัลและการดูแลรักษาโรคหัวใจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอเราจึงพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว และเราก็เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทย โดยไม่เพียงแต่ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ป่วยด้วย เพื่อให้บุคลากรทางแพทย์และโรงพยาบาลมีความมั่นใจในการนำเทคโนโลยีของเราไปใช้”