บุคคลในข่าว 16 ตุลาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2820042

บุคคลในข่าว 16 ตุลาคม 2567

16 ต.ค. 2567 04:30 น.

บุคคลในข่าว 16 ตุลาคม 2567

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่ สารพัดสีขายดีที่สุด ลมหนาวมาแล้ว ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 16 ตุลาคม 2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการภายในอาคารมหาสุรสิงหนาท ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานระหว่าง นางสาวปัทมรัตน์ พหิทธานุกร บุตรี นายปานปรีย์–นางปวีณา พหิทธานุกร และ นายพสุ ลิปตพัลลภ บุตร นายสุวัจน์-พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ งานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทานจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม เวลา 17.00 น. ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

รวมพลัง พล.อ.เดชา พลสุวรรณ เปิดงาน “PDPC Synergy for All” รวมพลังร่วมปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน พร้อมประกาศนโยบายเชิงรุกแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม และ ดร.ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” แก่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ในสาขาต่างๆ วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม เวลา 08.00 น. ณ หอประชุม กรมประชาสัมพันธ์

การเมืองเรื่องเศรษฐกิจร้อนๆ วันนี้ กนง. ประชุมเรื่อง นโยบายดอกเบี้ย ที่กำลังเป็น ประเด็นร้อน ระหว่าง รัฐบาลเพื่อไทย กับ แบงก์ชาติ ได้ลุ้นกันว่า กนง.จะ ลดดอกเบี้ย หรือ คงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50% บ่ายนี้รู้ผล

ที่ยะลา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิด “โลตัส สาขายะลา” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการค้าปลีก-ค้าส่งครบในที่เดียว โดยมี ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล, สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย, พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ และ ปานฤทัย จุลมณีโชติ มาร่วมงานด้วย ที่ จ.ยะลา วันก่อน.

นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักคาด กนง.คงไม่ลดดอกเบี้ย แม้รัฐบาลเพื่อไทยบีบเต็มที่ แต่ “ไต้ฝุ่น” เชื่อว่า กนง.จะตัดสินใจตามภาวะเศรษฐกิจ ล่าสุด แม้รัฐบาลเพื่อไทยจะแจกเงินกลุ่มเปราะบางคนละ 10,000 บาท วงเงินก้อนโต 145,000 ล้านบาท ตามที่ แบงก์ชาติ แนะนำไปแล้ว แต่ผลสำรวจของ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กลับพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนกันยายนทรุดต่ำกว่าเดือนสิงหาคมเสียอีก ผู้บริโภคยังไม่แน่ใจ เศรษฐกิจจะดีขึ้นจริงหรือไม่

ร้านกาแฟ สมปรารถนา เจิมศิริวัฒน์ และ กิจจา วงศ์วารี แถลงข่าวเปิด “ชาวดอย” ร้านกาแฟรสชาติเป็นเอกลักษณ์ราคามิตรภาพในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ โดยมี ชาแชงค์ นานาวาติ, ปัทมา วงศ์วารี และ นงนภา วงศ์วารี มาร่วมงานด้วย ที่อโรม่า คอฟฟี่ ดิสทริค วันก่อน.

การประชุม กนง.วันนี้เป็น นัดรองสุดท้าย เหลือประชุมอีกครั้งเดียว 18 ธันวาคม วิเคราะห์ประสา “ไต้ฝุ่น” คาดว่า ไม่ครั้งนี้ก็ครั้งหน้า กนง.ต้องลดดอกเบี้ย 0.25% แน่นอน เพราะดูจาก ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่การจ้างงานยังแข็งแกร่ง เงินเฟ้อก็ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้เฟดอาจลดดอกเบี้ยเพิ่มจาก 0.25% เป็น 0.50% ทำให้ กนง.ต้องลดดอกเบี้ยลงแน่นอน

คืนสู่เหย้า สนั่น อังอุบลกุล ประธานมูลนิธิเอเอฟเอส จัดงานคืนสู่เหย้า “AFS Homecoming” เพื่อต้อนรับนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการเอเอฟเอส รุ่นที่ 62 โดยมี สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ และ ผศ.ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี วันก่อน.

การลดดอกเบี้ย 0.25% “ไต้ฝุ่น” เห็นว่า ไม่มีผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 91% ของจีดีพี ปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ย แต่เป็นความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ที่ ไม่สามารถสร้างงานใหม่ในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจในประเทศไม่เติบโต เหมือนอย่าง สหรัฐฯ เวียดนาม สิงคโปร์

สองวันก่อน สิงคโปร์ เพิ่งประกาศ จีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวสูงถึง 4.1% จาก ภาคการผลิตที่เติบโตสูงถึง 7.5% ภาคการก่อสร้างที่เติบโต 3.1% แต่ภาคการผลิตไทยอ่อนปวกเปียกป้อแป้ การลงทุนของรัฐบาลไทยก็อ่อนปวกเปียกป้อแป้ การลดดอกเบี้ย 0.25% จึงไม่ช่วยฟื้นเศรษฐกิจ

ห่วงใย กุลวุฒิ วนาสวัสดิ์ ประธานรุ่นหลักสูตร บสป.3 มอบเงินให้ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย โดยมี อรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล และ อารีย์วรรณ จีระประกอบ มาร่วมมอบด้วย ที่กระทรวงมหาดไทย วันก่อน.

ก่อนหน้านี้ เวียดนาม ก็ประกาศ จีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวสูงถึง 7.4% สูงกว่าไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 6.93% ทั้งที่เศรษฐกิจเวียดนามได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี ตัวเลขที่ “ไต้ฝุ่น” ยกมาให้ดูนี้ล้วนสะท้อนถึง “ประสิทธิภาพรัฐบาล” ทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ที่เป็นเพียง “ตัวช่วย” เท่านั้น

การเมืองไทยดูเหมือนนิ่งแต่ไม่นิ่ง ก็ไม่แปลกที่ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ครอบครองนายกฯ จะเก็บตัวเงียบสนิท ไม่เห็นการเคลื่อนไหวในช่วงนี้ แต่ในความเงียบกลับเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ใน ทำเนียบจันทร์ส่องหล้า เพื่อเบิกทางให้ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร สามารถเป็นนายกฯไปได้ตลอดรอดฝั่ง เหนื่อยกว่าเป็นนายกฯเองเสียอีก

ให้รางวัล ต้องใจ ธนะชานันท์ แถลงข่าวการมอบ “SX TSCN Sustainability Award” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจการทำงานด้านพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี ปิยะมาศ พัฒนพงษ์, ราเชนทร์ จันทวีกูล, สุรสิทธิ์ ศิริสมภพ และ อรทัย พูลทรัพย์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารไทยเบฟควอเตอร์ วันก่อน.

พฤหัสบดี 17 ตุลาคมนี้ 14.00-16.00 น. ณ Siam Paragon Next Tech ชั้น 4 วารสารการเงินธนาคาร จัดสัมมนาธุรกิจครอบครัว “The Successor : Sustaining Family Legacy สานต่อธุรกิจครอบครัว” โดยมี ศ.(พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจครอบครัว พูดเรื่อง “การสร้างธุรกิจครอบครัวให้ก้าวกระโดด” และ 2 ทายาทธุรกิจครอบครัว กีรดิต หิรัณยศิริ จากเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กฤตนัน สนธิจิรวงศ์ จากเดอะ ซิกเนเจอร์ แบรนด์ พูดเรื่อง “เคล็ดลับบริหารธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืน” และ พีระพัฒน์ เหรียญประยูร จาก ธนาคารกสิกรไทย เปรมฤดี เทพหัสดิน ณ อยุธยา จาก บล.เกียรตินาคินภัทร พูดเรื่อง “ล้างอาถรรพ์ทายาทธุรกิจ รุ่นที่ 3 ส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน” ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ วารสารการเงินธนาคาร

ฮาโลวีน วรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์ และ ฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล เปิดงาน “MEGA HALLOWEEN” เพื่อต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนในบรรยากาศดินแดนสุดลึกลับของเหล่าบรรดาแม่มด จัดถึง 31 ต.ค. โดยมี ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ มาร่วมงานด้วย ที่เมกาบางนา วันก่อน.

ศุกร์ 18 ตุลาคม เวลา 15.00-17.00 น. ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท จิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวี ไทยรัฐออนไลน์ บริษัททริปเปิล วี บรอดคาสท์ จัดงานใหญ่ Thairath Afternoon Gala 2024 ในหัวข้อ Empowering Through Education เชิญผู้นำทางความคิดมาแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ร่วมกันหาวิธีพัฒนาระบบการศึกษาและบุคลากรของประเทศให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น มี บัณฑูร ลํ่าซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอ เจริญโภคภัณฑ์ กรุ๊ป และ จิตสุภา วัชรพล ซีอีโอร่วมไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์เป็นวิทยากร

ภายในงาน Thairath Afternoon Gala 2024 ยังมีกิจกรรมสำคัญ การประมูลของรักจากผู้มีชื่อเสียงหลากหลายวงการ 16 ชิ้น เพื่อระดมทุนเข้า มูลนิธิไทยรัฐ อาทิ นาฬิกา ของ อดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน, บัณฑูร ลํ่าซํา, ศุภชัย เจียรวนนท์ กระเป๋าแบรนด์เนมของ นวลพรรณ ลํ่าซำ เป็นต้น ผู้ร่วมงานยังสามารถ บริจาคเงินเข้ามูลนิธิไทยรัฐ เพื่อสนับสนุน 3 โครงการสำคัญ โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติม โครงการทุนการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส 222 ทุน และ โครงการอาหารกลางวันนักเรียนที่มีฐานะยากจน ได้ความรู้ความสนุกและได้บุญครับ

ศุกร์หน้า 25 ตุลาคม ปณต สิริวัฒนภักดี ซีอีโอกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จัดงานอภิมหาช้างเปิดตัว ศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย One Bangkok มูลค่า 120,000 ล้านบาท เฟสแรก บนพื้นที่ 190,000 ตารางเมตร พร้อมโชว์พิเศษ เลเซอร์แมปปิ้งบนตึก ตั้งแต่ 25-30 ตุลาคม และ คอนเสิร์ตทุกสัปดาห์ตั้งแต่ 25 ตุลาคม–31 ธันวาคม ใครที่จำเป็นต้องใช้ถนนพระราม 4 โปรดรับทราบ

12.00 น. วันนี้เด็กเอ็นท์สายแพทย์ห้ามพลาด ศูนย์หนังสือจุฬา เปิดตัวหนังสือ “อ่าน TPAT 1 ยังไง? ให้สอบติดหมอ” โดย กรรณิการ์ เทียนชัย (ครูพี่ฟิล์ม) ผู้เขียน และ ขจรเกียรติ ดลตรี (พี่อะตอม) ที่บูธ C32

บนแผงวันนี้

วารสารการเงินธนาคาร ฉบับตุลาคม สัมภาษณ์พิเศษ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สกู๊ปปก Great Wealth Transfer ยุคการส่งต่อมรดกครั้งใหญ่ และ เปิด 7 ปีนักษัตร พลังดีที่ทรงอิทธิพลในยุคที่ 9, หนังสือดี เรียนยังไงให้ฉลาดกว่าข้อสอบ โดยทศสิน อินทโรจน์, การออกแบบและพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดียเชิงปฏิสัมพันธ์ โดย รศ.ฟิสิกส์ ฌอณ บัวกนก

ฌาปนกิจศพ โอฬารัตน์ ปุษยะนาวิน ภรรยา พ.ท.กิตติวัฒน์ วังคำหมื่น วัดลาดปลาเค้า ลาดพร้าว กทม. 16 ต.ค. 17.00 น.

“ไต้ฝุ่น”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

โควิด-19 มหันตภัยร้าย อาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวาย หลังติดเชื้อ 3 ปี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2819900

โควิด-19 มหันตภัยร้าย อาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวาย หลังติดเชื้อ 3 ปี

16 ต.ค. 2567 08:00 น.

โควิด-19 มหันตภัยร้าย อาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวาย หลังติดเชื้อ 3 ปี

  • ผลวิจัยล่าสุดชี้ โควิด-19 อาจเพิ่มความเสี่ยงของหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองและทำให้เสียชีวิตได้ในช่วงระยะ 3 ปีหลังจากการติดเชื้อ
  • ผลการศึกษาครั้งนี้ ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Atherosclerosis, Thrombosis และ Vascular Biology เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยอาศัยเวชระเบียนจากคนไข้ประมาณหนึ่งใน 4 ล้านคนที่ลงทะเบียนในฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า UK Biobank
  • จากฐานข้อมูลดังกล่าว นักวิจัยพบว่า คนไข้ที่มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกในช่วงปี 2020 มีความเสี่ยงที่จะมีอาการหัวใจวาย หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือเสียชีวิตได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงเวลานั้นถึง 2 เท่า

แม้ว่าการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 จะผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีผู้ป่วยจากโควิด-19 ที่กลายพันธุ์เกิดขึ้นเป็นระยะ เพียงแต่อาการป่วยได้ลดความรุนแรงลงไปจากเดิมมาก อย่างไรก็ตาม การที่ไม่ติดเชื้อเลย หรือไม่ติดเชื้อซ้ำย่อมเป็นการดีที่สุด เพราะล่าสุดผลงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Atherosclerosis, Thrombosis และ Vascular Biology เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยอาศัยเวชระเบียนจากคนไข้ประมาณ 1ใน 4 ของคน 1 ล้านคนที่ลงทะเบียนในฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า UK Biobank พบว่า คนไข้ที่มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกในช่วงปี 2020 มีความเสี่ยงที่จะมีอาการหัวใจวาย หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือเสียชีวิตได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงเวลานั้นถึง 2 เท่า

โดยข้อมูลชี้ว่ามีคนไข้ที่มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกในช่วงปี 2020 จำนวนกว่า 11,000 คน ในจำนวนนี้มีคนไข้เกือบ 3,000 คนที่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยนักวิจัยได้เปรียบเทียบคนกลุ่มนี้กับประชาชนกว่า 222,000 คนในฐานข้อมูลเดียวกันที่ไม่เคยติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงเวลาดังกล่าวเลย

ซึ่งได้ผลสรุปออกมาว่าในช่วงระยะ 3 ปีหลังการติดเชื้อ คนไข้ที่ติดโควิดในช่วงปี 2020 มีความเสี่ยงที่จะมีอาการหัวใจวาย หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือเสียชีวิตได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงเวลานั้นถึง 2 เท่า นอกจากนี้ในคนป่วยที่ต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาลและมีอาการป่วยรุนแรง ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจมากขึ้นตามไปด้วย หรือคิดเป็นมากกว่า 3 เท่าของผู้ติดเชื้อโควิดที่ไม่ได้เข้าโรงพยาบาล โดยดูเหมือนว่าโรคโควิดจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับหัวใจ พอๆ กับโรคเบาหวานหรือโรคหลอดเลือดส่วนปลายหรือ PAD อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ผลจากการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งชี้ว่า มีชาวอเมริกันมากถึงกว่า 3.5 ล้านคนที่ต้องเข้ารับการรักษาอาการโควิดในโรงพยาบาลในระหว่างช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2020 และเมษายนปี 2021

การค้นพบที่ไม่เหมือนใครของ Covid-19

การศึกษาพบว่าความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้นจากการติดเชื้อไม่ได้ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
โดยดร. สแตนลีย์ ฮาเซน ผู้เขียนงานวิจัย และเป็นประธานภาควิชา หัวใจและหลอดเลือดและวิทยาศาสตร์การเผาผลาญในร่างกายแห่ง คลิฟแลนด์ คลินิก กล่าวว่า “ไม่มีสัญญาณที่จะลดความเสี่ยงดังกล่าว” ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในการค้นพบที่น่าสนใจและน่าประหลาดใจ

ขณะที่ดร.แพทริเซีย เบสต์ แพทย์ทางด้านโรคหัวใจจาก มาโยคลินิก ในเมืองโรเชสเตอร์ รัฐมินนิโซตา ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยกล่าวว่าการค้นพบนี้น่าทึ่งและดูเหมือนจะเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครของโรคโควิด-19 เพราะบางครั้งการติดเชื้อบางอย่างอาจจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจได้บ้าง เช่น  การเป็นไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งโรคติดเชื้อทั้งแบคทีเรียหรือไวรัส ที่อาจจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ทั้งสิ้น แต่เมื่อหายป่วยจากโรคนั้นแล้ว ภาวะเสี่ยงนั้นก็จะหายไปด้วย ดังนั้นโรคโควิดอาจจะส่งผลกระทบหนักหนากว่าที่คิดไว้ โดยแม้แต่ทีมนักวิจัยที่เผยงานวิจัยเรื่องนี้ก็ยังไม่มีคำตอบว่าทำไมโควิดถึงมีผลกระทบระยะยาวต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดเช่นนี้

ผลวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าเชื้อโควิดสามารถติดเชื้อในเซลล์ที่เรียงตามผนังหลอดเลือด นอกจากนี้ ยังพบไวรัสในแผ่นโลหะเหนียวซึ่งก่อตัวในหลอดเลือดแดง ซึ่งสามารถแตกออก และทำให้หัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้

ดร. ฮูมาน อัลลายี ศาสตราจารย์ด้านชีวเคมีและอณูพันธุศาสตร์ที่ศูนย์การแพทย์ Keck School แห่งมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียระบุว่า อาจมีบางสิ่งที่โควิดไปทำกับผนังหลอดเลือดแดงและระบบหลอดเลือดจนทำให้อวัยวะดังกล่าวได้รับความเสียหายถาวรและยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเวลา

อัลลายีกล่าวว่า โควิดอาจทำให้การสะสมของไขมันในหลอดเลือดภายในผนังหลอดเลือดไม่เสถียร และอาจทำให้มีแนวโน้มที่จะแตกออกและก่อให้เกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น

ปัจจัยป้องกันบางประการ

อัลลายีรวมทั้ง เจมส์ ฮิลเซอร์ นักศึกษาของเขา กำลังเร่งศึกษาอย่างละเอียดว่าโควิด-19 จะส่งผลกระทบระยะยาวอย่างไรต่อร่างกายได้บ้าง โดยดูว่าคนที่มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคหัวใจหรือการเปลี่ยนแปลงของยีนที่เชื่อมโยงกับความอ่อนแอต่อการติดเชื้อโควิดอย่างไร เพื่อดูว่าคนกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนกลุ่มอื่นหรือไม่ แต่ก็ยังไม่พบความแตกต่าง

แต่สิ่งที่นักวิจัยพบคือ กรุ๊ปเลือดมีผลกับความแตกต่างนั้น โดยผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด เอ บี หรือเอบีจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่ากรุ๊ปเลือด โอ และกรุ๊ปเลือดก็ยังมีส่วนที่จะทำให้คนติดเชื้อโควิดง่ายหรือยากด้วย โดยคนที่มีเลือดกรุ๊ป โอ ดูจะมีโอกาสติดเชื้อได้ยากกว่าด้วย

สอดคล้องกับงานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ที่มีการพูดถึงกรุ๊ปเลือดด้วย โดยพบว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ที่ติดโควิดและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ค่อยมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเท่ากับ กรุ๊ปเลือด เอ บี หรือเอบี แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าพวกเขาจะรอดจากความเสี่ยงนี้ แต่นักวิจัยก็ยังอยู่ระหว่างการหาข้อมูลที่ชี้ชัดต่อไป เพื่อหาวิธีในการลดความเสี่ยง เนื่องจากปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุให้ประชากรโลกเสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 1 ดังนั้นเมื่อพบผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดรายใหม่แพทย์อาจจะต้องถามถึงประวัติอาการป่วยโควิด-19 ของพวกเขาด้วย เพื่อให้ความสนใจเป็นพิเศษ และหาการรักษาที่เป็นไปได้ในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจวาย โดยเฉพาะการควบคุมความดันเลือด โคเลสเตอรอล และอาจจะต้องกินแอสไพรินช่วย

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้ศึกษาเรื่องผลกระทบของการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ว่าเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยหรือไม่ รวมทั้งไม่ได้เจาะลึกไปถึงว่า การติดเชื้อโควิดซ้ำๆหลายรอบจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพหรือไม่ โดยทีมวิจัยระบุเพียงว่า ใครก็ตามที่เคยต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคโควิด ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนหรือไม่ ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษและระมัดระวังความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจเอาไว้ด้วย.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : CNN , Keck school

คลิกอ่านข่าว รายงานพิเศษ

หนุ่มอังกฤษปีนสะพานสูงในสเปนหวังถ่ายคอนเทนต์ ก่อนตกลงมาดับสลด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820197

หนุ่มอังกฤษปีนสะพานสูงในสเปนหวังถ่ายคอนเทนต์ ก่อนตกลงมาดับสลด

16 ต.ค. 2567 06:24 น.

หนุ่มอังกฤษปีนสะพานสูงในสเปนหวังถ่ายคอนเทนต์ ก่อนตกลงมาดับสลด

หนุ่มอังกฤษวัย 26 ปี พยายามปีนสะพานแขวนสูง 192 ม. ในสเปน เพื่อถ่ายทำคอนเทนต์ลงโซเชียล แต่พลัดตกลงมาเสียชีวิต

สำนักข่าวต่าวประเทศรายงานเมื่อ 15 ต.ค. 2567 ว่า ชายหนุ่มจากอังกฤษอายุ 26 ปี พยายามปีนสะพาน กัสติยา-ลา มันชา (Castilla-La Mancha) หนึ่งในสะพานแขวนที่สูงที่สุดในประเทศสเปน ในนเมืองตาลาเบรา เด ลา เรนา เพื่อถ่ายคลิปวิดีโอทำคอนเทนต์ แต่กลับพลัดตกลงมาเสียชีวิต

โฆษกตำรวจเมืองโตเลโดบอกกับสำนักข่าว Metro ว่า ชายคนนี้ปีนขึ้นไปบนสะพานได้ประมาณ 40-50 ม. (130-165 ฟุต) ก่อนจะตกลงมา โดยยังไม่แน่ชัดว่าเหตุใดเขาจึงตกลงมา ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริง

น.ส.มาซารีนา มุนญอซ สมาชิกสภาความมั่นคงพลเรือน ยืนยันว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ต.ค. โดยมีชายชาวอังกฤษอีกคน อายุ 24 ปี อยู่ด้วยในเวลาเกิดเหตุ

“เราได้ข้อมูลมาว่า พวกเขามาที่ตาลาเวรา เพื่อปีนขึ้นไปบนสะพานและสร้างคอนเทนต์สำหรับเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้เกิดหายนะและเรื่องเศร้าตามมา” น.ส.มุนญอซกล่าว พร้อมย้ำด้วยว่า การปีนสะพานสูว 630 ฟุตแห่งนี้เป็นเรื่องต้องห้ามอย่างสิ้นเชิง และพวกเธอเคยเตือนหลายครั้งแล้วว่าอย่างทำ ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ตาม

สำนักงานนายกเทศมนตรีระบุว่า ตอนนี้ศพอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มถูกส่งไปยังโรงประกอบพิธีศพประจำเมืองแล้ว

ด้านกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ระบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าว People ว่า “เราขอแสดงการสนับสนุนครอบครัวของชายชาวบริติช ผู้เสียชีวิตในสเปน และกำลังติดต่อกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น”

ทั้งนี้ สะพาน กัสติยา-ลา มันชา เริ่มเปิดใช้งานในปี 2554 และมีคนใจกล้ามาปีนสะพานหลายครั้ง ไม่ว่าจะเพื่อท้าทาย หรือถ่ายคอนเทนต์ก็ตาม แม้ทางการท้องถิ่นจะสั่งห้ามแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : eonline

ชายรัสเซียรอดตาย เรือยางเคว้งกลางทะเล 67 วัน แต่พี่ชาย-หลานไม่รอด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820190

ชายรัสเซียรอดตาย เรือยางเคว้งกลางทะเล 67 วัน แต่พี่ชาย-หลานไม่รอด

16 ต.ค. 2567 04:25 น.

ชายรัสเซียรอดตาย เรือยางเคว้งกลางทะเล 67 วัน แต่พี่ชาย-หลานไม่รอด

ชายรัสเซียรอดชีวิตปาฏิหาริย์ หลังอยู่บนเรือยางลอยเคว้งกลางทะเลนานกว่า 2 เดือน แต่พี่ชายกับหลานของเขาที่ไปด้วยกันไม่รอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 15 ต.ค. 2567 ว่า ชายชาวรัสเซียได้รับความช่วยเหลือจากทะเลโอคอตสก์ ทางตะวันออกของรัสเซีย หลังจากเขารอดชีวิตอยู่บนเรือยางขนาดเล็ก ซึ่งลอยเคว้งคว้างกลางทะเลมานานถึง 67 วัน แต่พี่ชายกับหลานของเขา ไม่รอดชีวิต

สำนักงานอัยการในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ระบุว่า ชายคนนี้ได้รับความช่วยเหลือโดยเรือประมงลำหนึ่ง ที่ออกหาปลานอกชายฝั่งคาบสมุทรคัมชัตกา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค.)

เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยชื่อของผู้รอดชีวิต แต่สื่อรัสเซียระบุว่าชายคนนี้คือนาย มิคาอิล พิชูกิน อายุ 46 ปี โดยเขาออกเดินทางไปดูวาฬในทะเลโอคอตสก์ เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม พร้อมกับพี่ชายวัย 49 ปี กับหลานชายวัย 15 ปี โดยศพของผู้เป็นพี่ชายกับหลาน ถูกพบอยู่บนเรือยางดังกล่าว ในตอนที่ชาวประมงให้การช่วยเหลือ

สื่อรัสเซียเผยอีกว่า ชายทั้ง 3 คน ตั้งใจจะออกเดินทางไปยังหมู่เกาะ แชนตาร์ แต่พวกเขากลับขาดการติดต่อไปหลังเดินทางออกจากเมืองเคป เปรอฟสกี ในแคว้นคาบารอฟสก์ เพื่อมุ่งหน้าไปเกาะซาฮาลิน เมื่อ 9 ส.ค. โดยเจ้าหน้าที่พยายามออกค้นหาแต่ก็ไม่พบ

สื่อท้องถิ่นรายงานด้วยว่า ทั้ง 3 คนมีเสบียงอาหารเพียงเล็กน้อย กับน้ำอีกประมาณ 20 ลิตรเท่านั้น ในตอนที่เครื่องยนต์เรือยางของพวกเขาพัง ทำให้พวกเขาได้แต่ลอยเคว้งคว้างกลางทะเล

ลูกเรือประมงระบุว่า ตอนที่เรดาร์บนเรือของพวกเขาตรวจพบเรือยางของนายพิชูกิน พวกเขานึกว่ามันคือทุ่นหรือขยะ แต่ก็ตัดสินใจฉายไฟไปดูเพื่อความแน่ใจ และต้องตกตะลึงเมื่อพบนายพิชูกินอยู่บนเรือยาง

สื่อรัสเซียบอกอีกว่า ตอนได้รับความช่วยเหลือ เรือของนายพิชูกินอยู่ห่างจากชายฝั่งคัมชัตกาถึง 11 ไมล์ทะเล และห่างจากจุดที่พวกเขาออกเดินทางร่วม 1,000 กม. และเขาสูญเสียน้ำหนักตัวไปกว่าครึ่งจากเหตุการณ์นี้ โดยเขามีน้ำหนักตัวประมาณ 50 กก.ในตอนที่ถูกพบ

จนถึงตอนนี้ นายพิชูกินยังไม่เปิดเผยว่า เขาเอาชีวิตรอดในทะเลโอคอตสก์ ซึ่งเป็นทะเลที่หนาวเหน็บที่สุดในเอเชียตะวันออก และขึ้นชื่อเรื่องลมแรงได้อย่างไร นอกจากนั้น เขายังไม่เปิดเผยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายและหลานของเขา โดยศพของทั้งคู่ถูกพบในสภาพถูกมัดอยู่กับเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกน้ำทะเลพัดพาไป

ภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักงานอัยการ แสดงให้เห็น ชายซูบผอมสวมเสื้อชูชีพ พยายามตะโกนสุดเสียงว่า “ทางนี้!” และลูกเรือประมงก็พยายามลากเขาไปยังที่ปลอดภัย จากนั้นนายพิชูกินจึงถูกส่งตัวไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล มากาดัน ในทันที ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า เขาขาดน้ำและ

สำนักงานอัยการระบุว่า พวกเขาเริ่มการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว โดยพวกเขาสงสัยว่า มีการละเมิดกฎความปลอดภัย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือไม่อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ แต่อาการทรงตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

อิสราเอลอ้าง คลินิกของ UN ในกาซา ถูกกลุ่มฮามาสยึดเป็นคลังเก็บอาวุธ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820189

อิสราเอลอ้าง คลินิกของ UN ในกาซา ถูกกลุ่มฮามาสยึดเป็นคลังเก็บอาวุธ

16 ต.ค. 2567 03:12 น.

อิสราเอลอ้าง คลินิกของ UN ในกาซา ถูกกลุ่มฮามาสยึดเป็นคลังเก็บอาวุธ

อิสราเอลอ้างว่า ทหารของพวกเขาปะทะกับผู้ก่อการร้ายที่ขังตัวเองในคลินิกของ UN ในฉนวนกาซา และยึดอาวุธจำนวนมากได้จากสถานที่แห่งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อ้างว่า หนุ่งในหน่วยของพวกเขากำจัดผู้ก่อการร้ายได้หลายสิบคน และยึดอาวุธจำนวนมาก ที่ซุกซ่อนเอาไว้ในคลินิกซึ่งบริหารโดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA)

IDF ระบุผ่านโพสต์บน X ว่า คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองจาบาเลีย ทางเหนือของกาซา ถูกเปลี่ยนเป็นคลังเก็บอาวุธและที่ซ่อนตัวของผู้ก่อการร้าย ซึ่งขังตัวเองอยู่ภายในและยิงอาวุธเข้าใส่ทหารอิสราเอล จากหน่วยที่ 162 โดยหลังจากกำจัดผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ได้แล้ว กลับเกิดระเบิดตามมา บ่งชี้ว่า มีอาวุธซ่อนอยู่ภายในคลินิก

ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลจนทำให้สงครามในฉนวนกาซาอุบัติขึ้นในวันที่ 7 ต.ค. 2566 อิสราเอลกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของ UNRWA มากกว่า 450 คน ว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย

ขณะที่องค์การสหประชาชาติ ซึ่งจ้างงานคนกว่า 13,000 คนในกาซา มีคำสั่งไล่ลูกจ้างของ UNRWA 9 คน หลังการสืบสวนพบว่า พวกเขาอาจเกี่ยวช้องกับการโจมตีของกลุ่มฮามาส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮันนี่ NewJeans ให้การต่อสภาทั้งน้ำตา กรณีการกลั่นแกล้งในค่ายเพลง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820188

ฮันนี่ NewJeans ให้การต่อสภาทั้งน้ำตา กรณีการกลั่นแกล้งในค่ายเพลง

16 ต.ค. 2567 02:25 น.

ฮันนี่ NewJeans ให้การต่อสภาทั้งน้ำตา กรณีการกลั่นแกล้งในค่ายเพลง

ฮันนี่ นักร้องสาวจากวง NewJeans เข้าให้การต่อคณะกรรมการรัฐสภา เรื่องการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน กล่าวหา Hybe ว่าจงใจทำลายวงของเธอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฮันนี่ สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป NewJeans เข้าให้การเป็นพยานต่อคณะกรรมการแรงงานแห่งรัฐสภาเกาหลีใต้ ในวันที่ 15 ต.ค. 2567 โดยเธอกล่าวหา บริษัท “ไฮบ์ คอร์เปอเรชัน” (Hybe) บริษัทแม่ของ “ADOR” ค่ายเพลงที่เธอสังกัดอยู่ ว่าจงใจบ่อนทำลายวงของเธอ และกล่าวหาผู้จัดการอาวุโสว่าจงใจเมินเธอ

ฮันนี่ในวัย 20 ปี กล่าวว่า หลังผ่านมาหลายเหตุการณ์ “ฉันก็ตระหนักว่า นี่ไม่ใช่การรู้สึกไปเอง ฉันเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า บริษัทนี้เกลียดเรา” ขณะที่ซีอีโอของ ADOR กล่าวหาฝังคำให้การว่า เธอจะรับฟังศิลปินของเธออย่างใกล้ชิดมากขึ้น และดูว่าเธอจะสามารถได้อะไรมากกว่าที่ทำอยู่ได้บ้าง

ทั้งนี้ เมื่อเดือนก่อน ฮันนี่ ศิลปินลูกครึ่งเวียดนาม-ออสเตรเลียได้รับเชิญให้เข้าให้การเป็นพยานต่อคณะกรรมการแรงงานแห่งรัฐสภาเกาหลีใต้ ในการไต่สวนกรณีการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน หลังวง NewJeans ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เรื่องการบูลลี่ในค่ายเพลงของพวกเธอ หลังจาก น.ส.มิน ฮี-จิน ครูและซีอีโอคนก่อนของ ADOR ถูกปลดจากตำแหน่ง

น.ส.มิน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ADOR ในปี 2564 และเป็นคนสำคัญที่ทำให้ NewJeans ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม เธอถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม หลังถูกกล่าวหาว่า เธอมีแผนจะแยก ADOR ให้เป็นอิสระจาก Hybe แล้วพาวง NewJeans ไปกับเธอด้วย ซึ่ง มิน ฮี-จิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ก่อนที่ในเดือนกันยายน NewJeans จะไลฟ์สดผ่านยูทูป เปิดเผยเรื่องความไม่พอใจในสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นใน ADOR ซึ่งพวกเธออ้างว่าเกิดการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน พร้อมเรียกร้องให้คืนตำแหน่งให้แก่ มิน ฮี-จิน อีกครั้ง

ฮันนี่เล่าระหว่างถ่ายทอดสดว่า ครั้งหนึ่ง เธอทักทายศิลปินจากวงอื่นในค่ายเพลงเดียวกัน แต่ผู้จัดการของวงนั้นกลับสั่งให้ศิลปิน “เมิน” เธอเสีย ซึ่งฮันนี่ได้แจ้งเรื่องนี้ต่อ คิม จู-ยอง ซีอีโอคนใหม่ของ Ador แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ

ระหว่างให้การต่อคณะกรรมการรัฐสภา ในกรุงโซล ฮันนี่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ว่า “เรากำลังแต่งหน้าทำผม และในตอนนั้น ฉันกำลังรออยู่ที่ทางเดิน เพราะฉันแต่งหน้าทำผมเสร็จก่อน”

ฮันนี่เล่าต่อว่า ระหว่างรอ มีนักร้องจากวงอื่น 3 คน กับผู้จัดการของพวกเธอเดินผ่านมา “ฉันกล่าวทักทายทุกคน ก่อนที่พวกเธอจะกลับมาหลังจากผ่านไป 5-10 นาที” “ระหว่างเดินกลับ ผู้จัดการสบตาฉัน แล้วหันไปทางสมาชิกวงคนอื่นๆ แล้วพูดว่า ‘ทำเป็นไม่เห็นเธอซะ’ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอจึงพูดแบบนั้นในที่ทำงาน”

ฮันนี่เผยอีกว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้น และอ้างว่าสมาชิกระดับสูงจากฝ่ายบริหารของ ไฮบ์ ก็มีท่าทีเย็นชาใส่พวกเธอเช่นกัน “นับตั้งแต่ฉันเปิดตัว (กับวง NewJeans) เราเจอคนที่มีตำแหน่งสูงคนหนึ่งหลายครั้ง แต่เขา (หรือเธอ) ไม่เคยตอบกลับเลยตอนที่ฉันกล่าวทักทาย”

“ฉันเข้าใจจากการใช้ชีวิตในเกาหลีว่า ฉันต้องสุภาพกับผู้อาวุโสกว่า และนั่นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่นี่ แต่ฉันคิดว่า มันเป็นการไม่เคารพกันในฐานะมนุษย์ ที่ไม่ทักทายเรา ไม่ว่าเราจะมีสถานะทางอาชีพแบบใดก็ตาม” ฮันนี่กล่าว และเสริมว่า “ฉันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศบางอย่างของการไม่เคารพกันภายในบริษัท”

นักร้องสาวกล่าวหาต่ออีกว่า เธอเคยเห็นลูกจ้างของค่ายนินทาวง NewJeans ผ่าน Blind ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ในการสื่อสารภายในบริษัท ขณะที่แผนกประชาสัมพันธ์ของ ไฮบ์ ก็ติดต่อนักข่าว ขอให้พวกเขาด่อยค่าความสำเร็จของ NewJeans ในบทความเกี่ยวกับยอดขางเพลงของพวกเธอ

ไฮบ์เคยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยอ้างว่า เป็นเพียงความพยายามแก้ไขข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ฮันนี่ระบุว่า เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เธอเชื่อว่า บริษัทนี้เกลียดพวกเธอ

ด้าน คิม จู-ยอง ซึ่งได้รับเชิญมาให้การด้วย กล่าวว่า เธอเชื่อที่ที่ฮันนี่เล่าว่า เธอถูกผู้จัดการวงอื่นเมินใส่ แต่เธอหาหลักฐานสนับสนุนไม่ได้ บันทึกในกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุหมดอายุไปก่อนที่เธอจะมีโอกาสได้ขอข้อมูลภาพ

“ฉันเชื่อว่าฉันทำทุกอย่างที่สามารถทำได้แล้ว แต่การได้เห็นว่า ฮันนี่รู้สึกแบบนี้และเหตุการณ์บานปลายมาถึงจุดนี้นั้น ฉันจึงเริ่มสงสัยว่า มีอะไรที่ฉันสามารถทำได้มากขึ้นอีกหรือไม่” น.ส.คิม กล่าว และยืนยันว่า เธอจะให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของกระทรวงแรงงานเกาหลีใต้

ด้านฮันนี่สรุปคำให้การในวันอังคารของเธอ ด้วยการแสดงความไม่พอใจที่ปัญหาภายในมาด้อยค่าหน้าที่การงานของวงของเธอ

“คนมากมายเป็นห่วงเรา” ฮันนี่กล่าว พลางเช็ดน้ำตา “แฟนบางคนขอโทษที่ทำให้เราต้องเผชิญเรื่องแบบนี้ แต่ฉันรู้สึกขอบคุณประเทศเกาหลี ที่ให้ฉันได้ทำในสิ่งที่รัก” “คนที่ควรขอโทษกำลังหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ และนั่นทำให้ฉันผิดหวังมาก”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บินอินเดียป่วน เที่ยวบินโดนขู่วางระเบิดอื้อ สิงคโปร์ส่งเครื่องบินเจ็ทสกัด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820187

บินอินเดียป่วน เที่ยวบินโดนขู่วางระเบิดอื้อ สิงคโปร์ส่งเครื่องบินเจ็ทสกัด

16 ต.ค. 2567 00:13 น.

บินอินเดียป่วน เที่ยวบินโดนขู่วางระเบิดอื้อ สิงคโปร์ส่งเครื่องบินเจ็ทสกัด

สายการบินอินเดียปั่นป่วน เครื่องบินหลายลำโดนขู่วางระเบิด ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นถูกเครื่องบินรบของสิงคโปร์เข้าสกัดและพาไปยังจุดปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอากาศของสิงคโปร์ ต้องส่งเครื่องบินขับไล่ F15-SG ออกปฏิบัติการในคืนวันอังคารที่ 15 ต.ค. 2567 หลังจากเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ AXB684 สายการบิน แอร์ อินเดีย เอ็กซ์เพรส โดนขู่วางระเบิด ก่อนที่เครื่องบินลำนี้จะลงจอดอย่างปลอดภัยที่ท่าอากาศยาน ชางงี

ดร.อึ้ง เอ็งเฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ระบุผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า สายการบิน แอร์ อินเดีย เอ็กซ์เพรส ได้รับอีเมลขู่ว่ามีระเบิดอยู่บนเที่ยวบิน AXB684 ซึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังสิงคโปร์

กองทัพต้องส่ง F15-SG 2 ลำออกปฏิบัติการ และนำทางเครื่องบินโดยสารลำนี้ออกห่างจากเขตเมือง ก่อนที่เครื่องจะลงจอดที่สนามบินชางงี ในเวลา 22.04 น. ล่าช้าจากกำหนดการเดิมมากกว่า 1 ชั่วโมง

“ระบบป้องกันทางอากาศภาคพื้นดินของเรา และทีมเก็ยกู้วัตถุระเบิดได้รับคำสั่งให้เตรียมตอบสนองด้วย และเมื่อเครื่องลงจอด เครื่องบินลำนี้ก็ถูกส่งมอบให้ตำรวจสนามบินจัดการต่อ” ดร.อึ้งระบุ และเสริมด้วยว่า การสืบสวนกำลังดำเนินอยู่

ทั้งนี้ แอร์ อินเดีย เอ็กซ์เพรส เป็นสายการบินต้นทุนต่ำในเครือของแอร์ อินเดีย และเป็นส่วนหนึ่งใน ทาทา กรุ๊ป

ในช่วงวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา เครื่องบินบินหลายลำที่เดินทางออกจากอินเดียถูกป่วนด้วยอีเมลขู่วางระเบิด ร่วมถึงเที่ยวบินของ แอร์ อินเดีย ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงนิวเดลีไปยังเมืองชิคาโก ก็ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบิน อิคาลูอิต (Iqaluit) ในแคนาดา และซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเครื่องบินและผู้โดยสารกับลูกเรือแล้ว แต่ไม่พบระเบิดแต่อย่างใด

เที่ยวบินของ แอร์ อินเดีย เอ็กซ์เพรส อีกลำในวันอังคาร ซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองอโยธยา ไปยังเมืองเบงกาลูรู และต้องลงจอดฉุกเฉิน

คำขู่ลวงโลกแบบนี้ยังเกิดขึ้นกับ 2 เที่ยวบินของ “อินดิโก” (IndiGo) สายการบินต้นทุนต่ำอีกเจ้าของอินเดีย ซึ่งออกเดินทางจากนครมุมไบ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค.) โดยลำหนึ่งมุ่งไปยังเมืองเจดดาห์ ของซาอุดีอาระเบีย อีกลำไปยังกรุงมัสกัต เมืองหลวงของประเทศโอมาน

นอกจากนั้น เที่ยวบินที่ SG116 ของ “สไปซ์เจ็ท” (SpiceJet) จากเมืองทรภังคา (Darbhanga) ไปมุมไบ กับเที่ยวบินที่ QP1373 ของ “อาคาซา แอร์” (Akasa Air) ของอินเดีย จากเมืองบังโดกราไปยังเมืองเบงกาลูรู ก็ได้รับคำขู่วางระเบิดเช่นกัน ในวันอังคาร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สหรัฐฯ เดือด จี้อิสราเอลเพิ่มช่วยเหลือกาซา ขู่ตัดความช่วยเหลือทางทหาร

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820185

สหรัฐฯ เดือด จี้อิสราเอลเพิ่มช่วยเหลือกาซา ขู่ตัดความช่วยเหลือทางทหาร

15 ต.ค. 2567 23:33 น.

สหรัฐฯ เดือด จี้อิสราเอลเพิ่มช่วยเหลือกาซา ขู่ตัดความช่วยเหลือทางทหาร

สหรัฐฯ เตือนอิสราเอลให้เพิ่มการเข้าถึงความช่วยเหลือในกาซาภายใน 30 วัน มิเช่นนั้นอาจถูกตัดความช่วยเหลือทางทหาร

เมื่อวันอังคารที่ 15 ต.ค. 2567 สหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงรัฐบาลอิสราเอล ขู่ตัดความช่วยเหลือทางทหารบางอย่าง หากอิสราเอลไม่เพิ่มการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซาให้มากขึ้น ภายในเวลา 30 วัน นับเป็นคำเตือนที่รุนแรงที่สุดที่รัฐบาลของ โจ ไบเดน เคยมอบให้แก่ชาติพันธมิตร

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่การโจมตีของอิสราเอลในภาคเหนือกาซา ทำให้พลเรือนจำนวนมากถูกบังคับให้พลัดถิ่นลงใต้อีกครั้ง

จดหมายดังกล่าว ถูกส่งเมื่อ 2 วันก่อน ลงนามโดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า สหรัฐฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เสื่อมถอยลงในกาซา

จดหมายระบุอีกว่า เมื่อเดือนก่อน อิสราเอลปฏิเสธหรือขัดขวาง ความเคลื่อนไหวเพื่อมนุษยธรรมระหว่างภาคเหนือและใต้ของกาซาเกือบ 90% และการออกคำสั่งบังคับให้ประชาชน 1.7 ล้านคนไปรวบตัวกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ บริเวณชายฝั่ง ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อโรคระบาดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สหรัฐฯ เรียกร้องผ่านจดหมาย ให้รัฐบาลอิสราเอลมีความเคลื่อนไหวอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน เพื่อย้อนคืนแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นภายในเดือนนี้

จดหมายย้ำว่า อิสราเอลต้องเริ่มเคลื่อนไหวตอนนี้ และมีมาตรการต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน เพื่อเพิ่มความช่วยเหลือนกาซา ซึ่งหากพวกเขาล้มเหลวมันอาจขัดต่อนโยบายของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ สามารถระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ประเทศที่ขัดขวางการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอเมริกันได้

จดหมายเรียกร้องให้อิสราเอล ยุติการโดดเดี่ยวภาคเหนือของกาซา ด้วยการยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลอิสราเอลจะไม่มีนโยบายบังคับอพยพประชาชนจากเหนือลงใต้อีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เลือกตั้งสหรัฐฯ : ทรัมป์เริ่มปล่อยของ กดดันแฮร์ริสความนิยมนิ่ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2819968

เลือกตั้งสหรัฐฯ : ทรัมป์เริ่มปล่อยของ กดดันแฮร์ริสความนิยมนิ่ง

15 ต.ค. 2567 02:05 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ : ทรัมป์เริ่มปล่อยของ กดดันแฮร์ริสความนิยมนิ่ง

โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มปล่อยของ ชูนโยบายสุดโต่งมากขึ้น กดดันแฮร์ริสที่ดูเหมือนว่า โมเมนตัมซึ่งมาดีในตอนแรกกำลังเสื่อมถอยลง

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มแสดงวิสัยทัศน์สุดโต่ง ซึ่งทำให้เห็นภาพคร่าวๆ ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ในมือของเขานั้นอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะทางดีหรือร้ายก็ตาม ขณะที่คามาลา แฮร์ริส ยังคงประสบปัญหาในการฟื้นฟูโมเมนตันกลับมา แม้ว่าเธอจะเหลือเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมาถึง

ทรัมป์ยกระดับความสุดโต่ง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ยกระดับวาทกรรมต่อต้านผู้อพยพให้สุดโต่งยิ่งขึ้นไปอีก ถึงขั้นเตือนว่า คนนอกที่มี “ยีนไม่ดี” กำลังบุกรุกเข้าสู่สหรัฐฯ หลังก่อนหน้านั้นเขาอ้างโดยไม่เป็นความจริงว่า ผู้อพยพถูกกฎหมายชาวเฮติในรัฐโอไฮโอกินสัตว์เลี้ยง

ที่การหาเสียงในรัฐแอริโซนาเมื่อวันอาทิตย์ นายทรัมป์พูดโดยไม่มีหลักฐานประกอบใดๆ ว่าหากแฮร์ริสได้รับเลือก สหรัฐฯ ทั้งประเทศจะกลายเป็ยค่ายผู้อพยพ ขณะที่การหาเสียงในโคโลราโดเมื่อ 2 วันก่อนหน้านั้น เขาให้คำมั่นอีกครั้ง ว่าจะมีการเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ หากเขาได้รับเลือก และจะปิดชายแดน กันผู้อพยพผิดกฎหมาย

ในช่วงสุดสัปดาห์ นายทรัมป์ข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเพิ่มขึ้นอีก ระบุว่า เขาอาจใช้ทหารจุดการกับ “ศัตรูภายในประเทศ” และเสนอแนะให้ใช้ความรุนแรงกับผู้ก่อกวนระหว่างการหาเสียงที่แคลิฟอร์เนียเมื่อวันเสาร์ด้วย

คำพูดของนายทรัมป์ยังแสดงให้เห็นว่า เขาอาจใช้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดี เพื่อสนองความต้องการส่วนตัวหรือทางการเมือง โดยในช่วงสุดสัปดาห์ เขาขู่ว่าจะใช้คำสั่งประธานาธิบดี ระงับเงินบรรเทาภัยพิบัติของรัฐบาลกลางที่จะมอบให้แก่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นฐานเสียงของเดโมแครต หลังจากกล่าวหาว่า แฮร์ริสกับไบเดน ทำแบบเดียวกันกับเขตที่บริหารโดยรีพับลิกัน

นายทรัมป์บอกด้วยว่า สำนักข่าว ซีบีเอส อาจต้องเสียใบอนุญาตประกอบการ เพราะเขาไม่พอใจที่บรรณาธิการเชิญแฮร์ริสไปออกรายการสัมภาษณ์ “60 Minutes” ที่ตัวนายทรัมป์เองปฏิเสธไม่ยอมไปออก เขายังขู่ยกเลิกสัญญารัฐบาลกลางของบริษัท ดีลอยท์ บริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ หลังลูกจ้างคนหนึ่งทำข้อความส่วนตัวของ เจ.ดี. แวนซ์ ที่เขาวิพากษ์วิจารณ์นายทรัมป์ รั่วไหล

แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตแสดงให้เห็นแล้วว่า นายทรัมป์ไม่ได้ทำตามสิ่งที่เขาพูดไปทุกอย่าง แต่ก็ไม่อาจดูเบาคำพูดของเขาได้เช่นกัน

การปล่อยของของนายทรัมป์ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับแฮร์ริส ขณะที่แกนนำอาวุโสของเดโมแครต รวมถึง อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน และบารัค โอบามา ต้องออกมาเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐสวิงสเตท โดยเฉพาะคนผิดดำและชาวละติน ว่าต้องไม่ปล่อยให้นายทรัมป์กลับมามีอำนาจ

ชาวเดโมแครตกังวล

แฮร์ริสเริ่มโจมตีนายทรัมป์มากขึ้นในวันอาทิตย์ วิพากณ์วิจารณ์เขาเรื่องความโปร่งใสที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ และไม่ยอมดีเบตรอบที่ 2 กับเธอ หรือให้สัมภาษณ์กับรายการ “60 Minutes” อย่างไรก็ตาม ชาวเดโมเครตเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจาก กระแสที่ดีขึ้นของแฮร์ริส รวมถึงชัยชนะของเธอในการดีเบต กลับไม่สามารถทำให้คะแนนนิยมเธอนำนายทรัมป์ได้อย่างเด็ดขาดได้

ผลโพลล่าสุดของ ซีเอ็นเอ็น ชี้ว่ายังไม่มีผู้นำที่ชัดเจนระหว่างนายทรัมป์กับแฮร์ริส เช่นเดียวกับโพลสำนักอื่นๆ ทั้ง ซีบีเอส, เอบีซี และเอ็นบีซี ที่ออกเมื่อวันอาทิตย์ แม้แฮร์ริสจะนำอยู่ในการสำรวจแห่งชาติ แต่ชาวเดโมแครตกังวลว่า เธออาจชนะคะแนนมหาชน แต่แพ้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง เหมือนกับตอนฮิลลารี คลินตัน

การที่การแข่งขันยังสูสีจนถึงตอนนี้ แสดงให้เห็นว่า แม้นายทรัมป์จะสุดโต่ง แต่เดโมแครตกลับไม่สามารถหาแคนดิเดทและนโยบายที่จะทำให้พวกเขามั่นใจในผลการเลือกตั้งได้ เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันแล้ว และนายทรัมป์ก็ชนะแฮร์ริสได้ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่นายทรัมป์เสนอเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องการ ขณะที่รีพับลิกันโจมตีนโยบายของไบเดน-แฮร์ริสว่า ทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง ทรัมป์ยังโจมตีเรื่องการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานอย่างทุกลักทุเลเมื่อ 2 ปีก่อน ว่าทำให้โลกมองว่าอเมริกันอ่อนแอ และความล้มเหลวของรัฐบาลไบเดนในการรับมือปัญหาผู้อพยพ ก็ยิ่งเปิดช่องโหว่ให้นายทรัมป์ใช้โจมตี

บรรยากาศขุ่นมัวในสหรัฐฯ ทำให้ตำแหน่งรองประธานาธิบดีของแฮร์ริสกลายเป็นจุดอ่อน และการที่เธอไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าเธอมีนโยบายที่แตกต่างจากไบเดนแม้แต่อย่างเดียวในการให้สัมภาษณ์ในรายการ “The View” ของช่องเอบีซี ก็เป็นความผิดพลาด เมื่อเทียบกับนายทรัมป์ที่ประกาศชัดเจนว่าจะไล่ผู้อพยพ, เล่นงานคู่แข่งทางการค้าของสหรัฐฯ ด้วยกำแพงภาษี และแก้ไขสถนการณ์โลกที่กำลังอยู่เหนือการควบคุม

แต่เดโมแครตยังมองโลกในแง่ดีได้ว่า คะแนนนิยมของนายทรัมป์ในโพลส่วนใหญ่ยังค้างอยู่ที่ราว 48% ขณะที่แฮร์ริสอาจมีพื้นที่ให้เติบโตขึ้นอีก โดยโพลของ เอ็นบีซี นิวส์ ชี้ว่า มีผู้โหวต์ 10% อาจตัดสินใจเปลี่ยนฝั่ง

การแข่งขันในรัฐสำคัญอย่าง เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน, แอริโซนา และจอร์เจีย จะเป็นไปอย่างดุเดือด ซึ่งต้องมาดูกันว่า นโยบายชูโรงของแฮร์ริส เช่นสิทธิ์ในการทำแท้ง จะสามารถดึงดูดผู้โหวตสตรีได้มากกว่าที่คิดหรือไม่ และเธอจะสามารถดึงคะแนนจากชาวอเมริกันผิวดำและชาวฮิสแปนิกได้หรือเปล่า หรือว่านายทรัมป์จะได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันกลุ่มใหม่ ที่เห็นด้วยกับนโยบายของเขา แต่ไม่ค่อยออกมาใช้สิทธิ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

บุคคลในข่าว 15 ตุลาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2819923

บุคคลในข่าว 15 ตุลาคม 2567

15 ต.ค. 2567 05:15 น.

บุคคลในข่าว 15 ตุลาคม 2567

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ….ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ เขตดุสิต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม.

การเมืองไทย ยังไม่สะเด็ดน้ำ….ข้อต่อรองอันเนื่องมาจากการแก้ไข กฎหมายประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ…เป็นการซื้อเวลา การต่อรองอำนาจ….บนเกมชิงอำนาจทางการเมือง….ระหว่าง สว.สายสีน้ำเงิน สส.ภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเจ้าภาพการแก้ไขรัฐธรรมนูญและแกนนำพรรครัฐบาล….จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยืดยาวออกไปอีก 2–3 ปี….หรือแก้ไขไม่สำเร็จ…..ยังคาดเดาไม่ได้…..แต่การแสดงออกของพรรค ภูมิใจไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่พยายามสงวนอำนาจการต่อรอง เอาไว้ (ในสภาสูง)…..ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กัญชาเสรี หรือ บ่อนพนันถูกกฎหมาย…..ดังนั้น ถ้าจะปล่อยให้แก้รัฐธรรมนูญ ง่ายๆ ด้วยการทำประชามติชั้นเดียว…..คงเป็นไปไม่ได้……ไม่ต้องถึงขั้น นายกฯคนละครึ่ง หรือ นายกฯสองคน หลังจากครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ มุดมุ้งบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่ไม่เคยมีในสารบบการเมืองไทย…..ขอแค่ แบ่งปันแบบสัดส่วนผสม ก็พอแล้ว เรื่องอะไรจะเอาห่วงมาผูกคอให้เมื่อยตุ้มจริงมะ

ดีใจด้วย มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล และ รัตนา จิราธิวัฒน์ นรพัลลภ จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ ทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร ในโอกาสได้เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยมี อภิญญา จันเทรมะ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว วันก่อน.

เป็นหน้าที่ฝ่ายกฎหมายรัฐบาล ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้แต่ออกมาตอบโต้การยื่นคำร้องถึง ศาลรัฐธรรมนูญ ในข้อหา ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ของ ธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายพุทธะอิสระ…ระบุเป็นการยื่น คำร้อง ไกลกว่าเหตุมาก….ข้อกล่าวหา เซาะกร่อนบ่อนทำลาย ที่ พรรคก้าวไกล เคยถูกพิพากษาโดย ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการบรรยายเกินกว่าเหตุ…นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่า ไม่แตะรัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 ดังนั้นแน่นอนว่า เพื่อไทย ไม่มีเรื่องไป เซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย แน่นอน….ส่วนเรื่องนี้ถึงขั้นจะต้องพึ่งมือกฎหมาย เนติบริกรอย่าง วิษณุ เครืองาม หรือไม่….ไม่น่าพลาด…แม้ อาจารย์วิษณุ จะออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าเป็นคนช่วยให้ ทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจก็ตามที…..เพราะเรื่องทำนองนี้มีแต่นักกฎหมายมืออาชีพเท่านั้นที่ทำได้

เทิดพระเกียรติ ศ.ดร.จิรนิติ หะวานนท์ เปิดงาน “เทิดพระเกียรติ 2 กษัตริย์ขัตติยมหาราช” นิทรรศการศิลปะจิตรกรรมประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่ายจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินร่วมสมัย โดยมี นิวัต มหาบุณย์ และ น.อ.อธิคุณ คงมี มาร่วมงานด้วย ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ วันก่อน.

วันก่อน ประธานคณะก้าวหน้า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการทหาร…..ไป พูดเรื่อง ตามหาขุมทรัพย์ของกองทัพไทย เอาไว้ที่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์…ยืนยันเป็นการรวบรวม เสนาพาณิชย์จากทุกภาคส่วน มารวมกัน ไม่ใช่แค่สนามกอล์ฟ ต้องไปดูเรื่องการถ่ายโอนในภารกิจที่ไม่เกี่ยวกับกองทัพโดยตรงด้วยว่ามีการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์หรือไม่…..ข้าง จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คำสั่ง คสช. ยืนยันมีการเสนอให้ยกเลิก คำสั่ง คสช.แล้ว 36 ฉบับ….เป็นคำสั่งที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชน 17 ฉบับ…ยืนยันว่าจะยกเลิกคำสั่งทั้งหมด ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ แล้ว…..ปฏิบัติการขุดรากถอนโคน

ที่ภูเก็ต สงกรานต์ อิสสระ และ นที พานิชชีวะ ลงนามร่วมทุนจัดตั้งบริษัทอิสสระนพรเพื่อพัฒนา “ศรีพันวา ลากูน” โครงการมิกซ์ยูสทั้งโรงแรมหรู วิลล่าและคอมมูนิตี้ย่านเชิงทะเลบนเกาะภูเก็ต โดยมี วรสิทธิ อิสสระ มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงานโครนอส สาทร วันก่อน.

ที่ประชุม คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงการแสดงความเห็นของ อุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต่อกรณี การยุบพรรคก้าวไกล ทำให้พรรคได้รับเงินบริจาคหลายล้านบาทในเวลา 2 วัน….เป็นแค่การแสดงความเห็นที่ไม่ได้มีการเสียดสี ประชดประชันพรรคการเมืองใด และ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย…..จบข่าว

เสริมสุขภาพ เดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข, พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์, นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล, พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ และ ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.

อ้า ใครจะมานั่ง ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ คนต่อไป แทน ปรเมธี วิมลศิริ ที่ครบวาระตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. ….โฟกัสไปที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะตัวเต็ง….ธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ ตั้งคำถาม สู่สาธารณชน…ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. …ที่จะยับยั้งความหายนะทางเศรษฐกิจ…..เพราะที่ผ่านมารัฐบาลแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อ ธปท. ในเรื่องการ ไม่ยอมลดดอกเบี้ยเชิงนโยบาย และ คัดค้านการแจกเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาท…ล่าสุดรัฐบาลได้ส่งคนเข้าไปเป็นประธานคณะกรรมการ ธปท. เพื่อสามารถใช้ ธปท.เป็นเครื่องมือในการสนองนโยบายรัฐบาล…หากภาพนี้เกิดขึ้นจริง หายนะของเศรษฐกิจไทย จะตามมาอย่างแน่นอน…..NO COMMENT

หอมเข้มข้น รำไพ สงวนประสิทธิ์ และ อีลีน ลอน เปิดตัว “CK One Essence” น้ำหอมรุ่นพิเศษความหอมเข้มข้นหรูหรายิ่งขึ้น พร้อมแนะนำ พฤกษ์ พานิช CK Fragrance Endorser คนแรกของไทย โดยมี ไชยภพ เหลืองจินดารัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว วันก่อน.
น่าใส่ วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ เปิดตัวแคมเปญ “JASPAL Edit” คอลเลกชันแรก “NOTSOBASIC” ของ จงกล พลาฤทธิ์ ถ่ายทอดสไตล์โดดเด่นด้วยดีไซน์และโทนสีเรียบง่าย โดยมี อรณิชา กรินชัย, ณัฐฐชาช์ บุญประชม และ เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.

ขอเชิญร่วมงาน วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 36 โดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในงาน วันที่ 18 ต.ค. เวลา 08.00-14.00 น. ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ (การแต่งกายสุภาพสีโทนเหลือง)…..ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ชวนร่วมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 29 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบกับหนังสือจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ บูธ C 32 ฟังการเสวนาพิเศษ วันที่ 16 ต.ค. เวลา 12.00 น. เตรียมสอบแพทย์ เปิดตัวหนังสืออ่าน TPAT 1 ยังไง? ให้สอบติดหมอ โดย กรรณิการ์ เทียนชัย (ครูพี่ฟิล์ม) และ ขจรเกียรติ ดลตรี (พี่อะตอม) วันที่ 17 ต.ค. เวลา 13.00 น. เสวนา ก้าวสู่โลกแห่งการเตรียมตัวสอบ ด้วย เก่งสอบ KENGSOB แพลตฟอร์มข้อสอบออนไลน์ โดย รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.ดร.จิรดา วุฑฒยากร ผอ.สถาบันภาษาจุฬาฯ และ จันทร์ศรีษร มณีฉาย ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเก่งสอบ สอบถามรายละเอียดที่ 0-2218-9893-5…..หนังสือ เรียนยังไงให้ฉลาดกว่าข้อสอบ โดย ทศสิน อินทโรจน์….Gourmet & Cuisine เทศกาลความอร่อยตำรับเยอรมัน…..กำหนดสวดพระอภิธรรม พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ ที่วัดเทพศิรินทราวาส ศาลา 14 จนถึงวันที่ 19 ต.ค. เวลา 18.30 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 20 ต.ค. เวลา 17.00 น. (ขอความกรุณางดรับพวงหรีด และขอเชิญบริจาคสมทบทุนเพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ)

อร่อยมาก อารีรัตน์ กฤษณะสมิต ผจก.ดูแลลูกค้าบริษัทบุลการี เชิญลูกค้าคนสำคัญ จรรยา สว่างจิตร มาชิมอาหารฝีมือของ อเล็กซ์ ดิลลิง เชฟมิชลิน 2 ดาว จากลอนดอน โดยมี พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ และ เผด็จ หงษ์ฟ้า มาร่วมชิมด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”