เลือกตั้งสหรัฐฯ : แฮร์ริสจ่อให้สัมภาษณ์ “ฟ็อกซ์ นิวส์” ครั้งแรก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820419

เลือกตั้งสหรัฐฯ : แฮร์ริสจ่อให้สัมภาษณ์ “ฟ็อกซ์ นิวส์” ครั้งแรก

17 ต.ค. 2567 02:47 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ : แฮร์ริสจ่อให้สัมภาษณ์ “ฟ็อกซ์ นิวส์” ครั้งแรก

คามาลา แฮร์ริส เตรียมให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ฟ็อกซ์ นิวส์ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ในเช้าวันพฤหัสบดีนี้ ตามเวลาไทย ในขณะที่เหลือเวลาเพียง 3 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้งจะมาถึง

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์แล้วก่อนที่วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมาถึงในวันที่ 5 พ.ย. ท่ามกลางการแข่งขันที่สูสีกันอย่างมาก ซึ่ง คามาลา แฮร์ริส แคนดิเดทจากพรรคเดโมแครตตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางใหม่ เพื่อดึงคะแนนจากประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ด้วยการให้สัมภาษณ์กับ ฟ็อกซ์ นิวส์ ซึ่งสนับสนุนฝ่ายรีพับลิกันมาตลอด

การสัมภาษณ์จะออกอากาศสดในเวลา 18.00 น. วันพุธที่ 16 ต.ค. 2567 ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (ราว ตี 5 วันพฤหัสบดีที่ 17 ต.ค. ตามเวลาไทย) โดยนาย เบรต ไบเออร์ หัวหน้าผู้สื่อข่าวการเมืองของฟ็อกซ์ นิวส์ จะเป็นพิธีกรและผู้สัมภาษณ์แฮร์ริส ที่รัฐเพนซิลเวเนีย หนึ่งในรัฐสวิงสเตท ซึ่งแฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ 4%

ในช่วงแรกของการหาเสียง แฮร์ริสหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์กับสื่อกระแสหลักมาตลอด แต่เธอยกระดับการปรากฎตัวตามสื่อต่างๆ หลังจากวันเลือกตั้งขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น โดยเธอเพิ่งให้สัมภาษณ์กับ ซีเอ็นเอ็น ในฐานะแคนดิเดทชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม และไปออกรายงาน “60 Minutes” ของช่อง ซีบีเอส เมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์ นิวส์ ทำให้เธอกลายเป็นแคนดิเดทจากพรรคเดโมแครตคนแรก ที่ปรากฏตัวในสื่ออนุรักษ์นิยมเจ้านี้ นับตั้งแต่ปี 2559 ตอนที่นาง ฮิลลารี คลินตัน นั่งให้สัมภาษณ์กับ คริส วอลเลซ

ทั้งนี้ คาดกันว่าการสัมภาษณ์จะกินระยะเวลาประมาณ 25-30 นาที ซึ่งนายไบเออร์ระบุว่า เขาจะไม่ปรานีในการสัมภาษณ์แฮร์ริสอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : usatoday

รถบรรทุกน้ำมันไนจีเรียคว่ำ ก่อนระเบิดรุนแรง ชาวบ้านดับสลด 147 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820407

รถบรรทุกน้ำมันไนจีเรียคว่ำ ก่อนระเบิดรุนแรง ชาวบ้านดับสลด 147 ศพ

16 ต.ค. 2567 23:12 น.

รถบรรทุกน้ำมันไนจีเรียคว่ำ ก่อนระเบิดรุนแรง ชาวบ้านดับสลด 147 ศพ

รถบรรทุกน้ำมันไนจีเรียพลิกคว่ำ คนแห่ตักน้ำมันรั่วไหล ก่อนระเบิดไฟลุกท่วม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 104 ศพ บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ ในรัฐจิกาวา ทางเหนือของประเทศไนจีเรีย เมื่อช่วงข้ามคืนวันอังคารเข้าสู่วันพุธที่ 16 ต.ค. 2567 ทำให้ชาวบ้านแห่มารุมตักเชื้อเพลิงที่รั่วไหลออกมา ก่อนที่รถจะระเบิดอย่างรุนแรงจนไฟลุกท่วม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 147 ศพ

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองมาเจีย ในรัฐจิกาวา เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันอังคาร (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยรถบรรทุกน้ำมันคันนี้ เดินทางมาจากเมืองคาโน และกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองเอ็นกูรู ในรัฐโยเบ ก่อนที่คนขับจะเสียการควบคุมทำให้รถพลิกคว่ำ

ตำรวจไนจีเรียเผยว่า หลังรถน้ำมันพลิกคว่ำ เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดพื้นที่เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้แล้ว แต่พวกเขาไม่อาจหยุดยั้งฝูงชนที่มาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ได้

“เราพยายามอย่างดีที่สุดในการหยุดยั้งผู้คน ไม่ให้เข้าใกล้รถคันนี้เพื่อตักน้ำมันเบนซินแล้ว แต่ถึงจะมีการกั้นพื้นที่ เราก็รับมือคนจำนวนมากกว่าไม่ไหว และในขณะที่ชาวบ้านกำลังตักน้ำมัน ไฟก็ลุกขึ้นมา” ลาวาล ชิซู อดัม โฆษกตำรวจท้องถิ่น บอกกับสำนักข่าว บีบีซี

นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 100 คน ทะยอยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลต่างๆ ในเมืองใกล้เคียงตลอดช่วงวันพุธที่ผ่านมา โดยหลายรายมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ขณะที่นายอดัมระบุว่า จะมีการจัดพิธีฝังศพหมู่ในภายหลัง

ส่วนคนขับรถบรรทุกน้ำมันคันที่เกิดเหตุ ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่เขาถูกตำรวจควบคุมตัวเอาไว้เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงของุบัติเหตุครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลทิ้งบอมบ์โดนที่ประชุมวิกฤติเลบานอน ดับนายกเล็ก-จนท. 6 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820405

อิสราเอลทิ้งบอมบ์โดนที่ประชุมวิกฤติเลบานอน ดับนายกเล็ก-จนท. 6 ศพ

16 ต.ค. 2567 22:42 น.

อิสราเอลทิ้งบอมบ์โดนที่ประชุมวิกฤติเลบานอน ดับนายกเล็ก-จนท. 6 ศพ

อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เลบานอนอย่างต่อเนื่องในวันพุธ รวมถึงจุดหนึ่งซึ่งกระสุนตกใส่ที่ประชุมวิกฤติในเมืองทางใต้ จนทำให้นายกเทศมนตรีกับเจ้าหน้าที่อีกหลายคน เสียชีวิต

เมื่อวันพุธที่ 16 ต.ค. 2567 นางโฮไวดา เติร์ก ผู้ว่าราชการจังหวัดนาบาติเยห์ ทางใต้สุดของเลบานอน บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลตกใส่อาคารซึ่งกำลังมีการประชุมวิกฤติระหว่างนายกเทศมนตรีเมืองนาบาติเยห์กับเจ้าหน้าที่เทศบาลและทีมกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่

การโจมตีดังกล่าวทำให้นายกเทศมนตรี อาหมัด คาฮิล กับเจ้าหน้าที่เทศบาล 4 ราย กับประชาชนที่ใกล้กับอาคารอีก 1 คน เสียชีวิต รวม 6 ศพ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากทีมกู้ภัยกำลังดำเนินการขุดค้นซากปรักหักพังของอาคาร

นางเติร์กระบุว่า ประชากรส่วนใหญ่ของเมืองนายาติเยห์ เมืองเอกของเขตบายาติเยห์ 1 ใน 4 เขตของจังหวัดชื่อเดียวกัน อพยพหนีการโจมตีของอิสราเอลไปยังพื้นที่อื่นแล้ว แต่ยังมีบางส่วนเหลืออยู่ และนายคาฮิลกับเจ้าหน้าที่เทศบาลจำนวหนึ่ง รั้งอยู่ต่อเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ยังไม่ได้หลบหนี

“มันก็เหมือนกับการโจมตีอื่นๆ ทั่วเลบานอน” นางเติร์กกล่าว “การโจมตีโดนพลเรือน, จนท.กาชาด, จนท.ความมั่นคงพลเรือน และตอนนี้ พวกเขาก็มุ่งเป้าหมายที่อาคารรัฐบาล นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ นี่คือการสังหารหมู่”

ด้านนาย แดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ พูดถึงการโจมตีที่เมืองนาบาติเยห์ ว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) มุ่งเป้าโจมตีเพียงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เท่านั้น “เราโจมตีฐานของฮิซบอลเลาะห์ เรารู้ว่าหลายครั้งแล้วที่ฮิซบอลเลาะห์ใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกของพลเรือน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024: รัฐจอร์เจียเผย ยอดผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า สูงสุดเป็นประวัติการณ์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820275

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024: รัฐจอร์เจียเผย ยอดผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า สูงสุดเป็นประวัติการณ์

16 ต.ค. 2567 13:06 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024: รัฐจอร์เจียเผย ยอดผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า สูงสุดเป็นประวัติการณ์

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย หนึ่งในรัฐสมรภูมิสำคัญ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย หนึ่งใน 7 รัฐสมรภูมิสำคัญ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ที่เป็นการชิงชัยระหว่างนางคามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต และนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน

กาเบรียล สเตอร์ลิง เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งของรัฐจอร์เจีย กล่าวว่ามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอย่างน้อย 252,000 คน ที่ไปใช้สิทธิลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งมากเกือบ 2 เท่าของจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าวันแรกในปี 2020 ซึ่งอยู่ที่ราว 136,000 คน

ขณะเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงพื้นที่หาเสียงในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ทรัมป์กล่าวกับผู้สนับสนุนว่า ขอให้ชวนคนรู้จักทุกคนออกไปเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อจะได้มี 4 ปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ และกล่าวโจมตีรองประธานาธิบดีแฮร์ริสว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เธอได้นำสมาชิกแก๊งต่างด้าวผิดกฎหมายและอาชญากรอพยพจากทั่วโลกเข้ามาในสหรัฐฯ และให้คนเหล่านี้มาอาศัยอยู่ในชุมชน เพื่อทำร้ายพลเมืองชาวอเมริกันผู้บริสุทธิ์ หากเขาชนะเลือกตั้งวันที่ 5 พฤศจิกายน สิ่งแรกที่จะทันทีหลังสาบานตนรับตำแหน่ง คือเปิดตัวโครงการเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ การลงคะแนนล่วงหน้า ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ โดยเมื่อปี 2020 พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 1 ใน 7 คนลงคะแนนเสียงก่อนวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนคัดค้านการขยายการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์อย่างมากในปีนั้น โดยกล่าวว่ามีความปลอดภัยน้อยกว่าการลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง และทรัมป์อ้างข้อกล่าวหาเท็จเกี่ยวกับการฉ้อโกงการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ ในขณะที่เขาพยายามพลิกกลับความพ่ายแพ้ต่อนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนยังคงยืนกรานว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรลงคะแนนเสียงได้เฉพาะด้วยตนเองในวันเลือกตั้ง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของพรรคจะสนับสนุนให้ผู้สนับสนุนลงคะแนนเสียงล่วงหน้าก็ตาม

จากข้อมูลของ Election Lab พบว่าชาวอเมริกัน 5.5 ล้านคน ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไปแล้วในปีนี้ ในทางตรงกันข้าม ในช่วงเวลาเดียวกันของการเลือกตั้งปี 2020 มีผู้คน 27 ล้านคนที่ลงคะแนนเสียงไปแล้ว เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ลงคะแนนเสียงที่มีผู้คนพลุกพล่านระหว่างการระบาดของโควิด-19 ทำให้รัฐจอร์เจียเพิ่มความเข้มงวดต่อกฎหมายการลงคะแนนทางไปรษณีย์ตั้งแต่นั้นมา โดยกำหนดให้ผู้ลงคะแนนที่ต้องการลงคะแนนล่วงหน้าต้องแสดงหลักฐานยืนยันตัวตน และจำกัดจำนวนสถานที่ที่สามารถหย่อนบัตรลงคะแนนได้

รัฐจอร์เจียเป็นหนึ่งใน 7 รัฐที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการชี้ชะตาเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง นอกจากนั้น ผู้พิพากษาของจอร์เจียได้สั่งระงับกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผลรวมคะแนน โดยการนับบัตรลงคะแนนด้วยมือ ในการเลือกตั้งปี 2024 เป็นการชั่วคราว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดความไม่แน่นอนในกระบวนการนับคะแนน เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ตร.ฝรั่งเศส-อิตาลี ทลายขบวนการปลอมไวน์ถูก กลายเป็นไวน์แพง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820241

ตร.ฝรั่งเศส-อิตาลี ทลายขบวนการปลอมไวน์ถูก กลายเป็นไวน์แพง

16 ต.ค. 2567 11:54 น.

ตร.ฝรั่งเศส-อิตาลี ทลายขบวนการปลอมไวน์ถูก กลายเป็นไวน์แพง

ตำรวจอิตาลีและฝรั่งเศสร่วมปฏิบัติการทลายขบวนการปลอมไวน์ราคาถูกให้กลายเป็นไวน์ราคาแพง โดยสามารถจับผู้ร่วมขบวนการได้ 6 คน

ตำรวจอิตาลี และฝรั่งเศสสนธิกำลังกันในปฏิบัติการทลายขบวนการฉ้อโกงข้ามชาติ โดยมีพฤติกรรมในการโกงอายุไวน์ โดยใช้ไวน์ราคาถูกมาสวมเปลี่ยนวันที่ผลิตใหม่ให้กลายเป็นไวน์ราคาแพงที่มีมูลค่ามากกว่า 15,000ยูโรหรือราว543,500บาทต่อขวด

โดยตำรวจสามารถจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการได้ 6 คน ในจำนวนนี้มีคนสัญชาติรัสเซีย ซึ่งต้องสงสัยเป็นหัวหน้าขบวนการ โดยจับกุมได้ทั้งในปารีส ตูริน และมิลาน ทั้งหมดถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าจัดทำฉลากปลอมซึ่งเป็นตัวแทนของไร่องุ่นฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียง และนำไปขายในราคาสูง ผ่านผู้ค้าไวน์ทั่วโลก โดนคาดว่าผู้ต้องหาทั้งหมดได้เงินมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านยูโร หรือกว่า 72 ล้านบาท ส่วนชาวฝรั่งเศสวัย 40ปีที่คาดว่าเป็นหัวหน้าขบวนการ ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน

ด้านยูโรโพลแถลงข่าวว่า สิ่งของต่างๆ ที่ถูกยึดได้เป็นขวดไวน์ปลอมจำนวนมาก รวมทั้งสติ๊กเกอร์ไวน์และผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้ง ส่วนผสมในการเติมไวน์ เครื่องปั๊มจุกขวด รวมถึงสินค้าฟุ่มเฟือย เช่นเดียวกับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มูลค่า 1.4 ล้านยูโร หรือกว่า 50 ล้านบาท และเงินสดมากกว่า 100,000 ยูโร หรือราว 3,623,000 บาท.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไวน์

เลือกตั้งสหรัฐฯ : วิเคราะห์โพลย้อนหลังสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820243

เลือกตั้งสหรัฐฯ : วิเคราะห์โพลย้อนหลังสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024

16 ต.ค. 2567 11:13 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ : วิเคราะห์โพลย้อนหลังสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024

ย้อนดูผลโพลของหลายสำนักที่เคยมีการจัดทำมา และดูว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อแคมเปญการหาเสียงของทั้งสองฝ่ายเพื่อช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี


เช้าวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ชาวอเมริกันจะได้ใช้สิทธิเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งที่จริงแล้วการเลือกตั้งครั้งนี้ควรจะเป็นนัดล้างตาการเลือกตั้ง 2020 ระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่กลายเป็นว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบไบเดน ได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ทำให้ทางพรรคได้รับรอง รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส เป็นตัวแทนพรรค คำถามที่สำคัญคือ ชาวอเมริกันอยากได้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ หรืออยากได้ทรัมป์ สมัยที่ 2 

ขณะที่การเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามา เราจะย้อนไปดูผลโพลที่เคยมีการจัดทำมา และดูว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อแคมเปญการหาเสียงของทั้งสองฝ่ายเพื่อช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี


ใครมีคะแนนนำในโพลทั่วประเทศ

คามาลา แฮร์ริส มีคะแนนนำทรัมป์มาตลอดในการจัดทำโพลระดับชาติทุกครั้ง นับตั้งแต่เธอได้รับการรับรองเป็นผู้แทนพรรคอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม


สองผู้สมัครเคยเผชิญหน้ากัน ระหว่างการดีเบตโต้คารมประชันนโยบายที่รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีชาวอเมริกันเปิดชมการถ่ายทอดสดดีเบต 67 ล้านคนหลังจบดีเบตบรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่าคามาลาเป็นฝ่ายชนะ และเธอน่าจะมีคะแนนโพลนำทรัมป์ขึ้นมาอีกเล็กน้อย จากนั้น 1 สัปดาห์ต่อมาได้มีการจัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันทั่วประเทศ ผลออกมาว่า คามาลา มีคะแนนนำเพิ่มขึ้นจาก 2.5% มาเป็นนำ 3.3% ซึ่งคะแนนของทรัมป์ที่เคยสูงกลับลดลงไปถึง 0.5%

แม้ว่าการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในระดับประเทศจะเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ในการประเมินความนิยมของผู้สมัครแต่ละคน แต่ไม่ใช่แนวทางที่แม่นยำในการคาดการณ์ผลการเลือกตั้ง เนื่องจากสหรัฐฯใช้ระบบคณะผู้เลือกตั้ง ซึ่งแต่ละรัฐจะได้รับคะแนนเสียงตามจำนวนประชากรโดยประมาณ โดยจะมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด 538 คะแนน ดังนั้นผู้สมัครจะต้องได้คะแนน 270 คะแนนจึงจะชนะการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน ในสหรัฐฯมีทั้งหมด 50 รัฐ แต่เนื่องจากส่วนใหญ่มักจะลงคะแนนให้พรรคเดียวกันเสมอ ความจริงแล้วมีเพียงไม่กี่รัฐเท่านั้นที่ผู้สมัครทั้ง 2 คนมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง เรียกว่ารัฐสมรภูมิ (swing state) หรือรัฐซึ่งมีโอกาสที่ผลคะแนนจะพลิกกลับ


ผลโพลในรัฐสมรภูมิ

รัฐสวิงสเตทจะเปลี่ยนไปในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง โดยวิเคราะห์จากผลสำรวจความคิดเห็นและข้อมูลต่างๆ ซึ่งในปีนี้มีทั้งหมด 7 รัฐ ได้แก่ แอริโซนา จอร์เจีย  เนวาดา นอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย มิชิแกน และวิสคอนซิน ซึ่งผู้ที่ได้รับชัยชนะจากรัฐเหล่านี้มากที่สุด จะมีโอกาสสูงมากที่จะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ

จนถึงตอนนี้ผลโพลของสองผู้สมัครในรัฐสมรภูมิทั้ง 7 รัฐสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ยังถือว่าสูสีกันมาก ห่างกันเพียง 1-2% เท่านั้น รวมไปถึงรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดถึง 19 คน การได้รับชัยชนะในรัฐนี้จะทำให้เข้าใกล้ 270 เสียงได้ง่ายที่สุด.

ญี่ปุ่นยกระดับเตือนภัย “ไข้หวัดนก” เป็นขั้นสูงสุด หลังพบเชื้อใน 2 เมืองของฮอกไกโด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820226

ญี่ปุ่นยกระดับเตือนภัย "ไข้หวัดนก" เป็นขั้นสูงสุด หลังพบเชื้อใน 2 เมืองของฮอกไกโด

16 ต.ค. 2567 09:48 น.

ญี่ปุ่นยกระดับเตือนภัย “ไข้หวัดนก” เป็นขั้นสูงสุด หลังพบเชื้อใน 2 เมืองของฮอกไกโด

ญี่ปุ่นประกาศยกระดับการเตือนภัย “ไข้หวัดนก” เป็นขั้นสูงสุด หลังจากพบเชื้อไวรัสชนิดรุนแรง ใน 2 เมืองของจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศ

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยไข้หวัดนก เป็นระดับสูงสุดแล้ว หลังจากตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงใน 2 เมืองในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศ โดยตรวจพบไวรัสไข้หวัดนกในซากนกเหยี่ยวป่าที่ตายแล้ว ซึ่งพบในเมืองโอโตเบะ เมื่อวันที่ 30 กันยายน และในมูลเป็ดป่าในเมืองเบตสึไก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศเพิ่มการเฝ้าระวังนกป่า และยกระดับความพยายามในการตรวจเพื่อยืนยันว่านกเหล่านี้แพร่เชื้อไวรัสหรือไม่

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นระบุว่า โดยทั่วไปแล้วไวรัสไข้หวัดนกไม่น่าจะติดต่อสู่คนได้ เว้นแต่จะมีการสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับนกที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ได้เรียกร้องให้ประชาชนล้างมือและกลั้วคอหากสัมผัสมูลนก นอกจากนี้ยังขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสซากนกป่าและแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากพบนกป่าตาย.

เกาหลีใต้เผยคลิปวินาทีเกาหลีเหนือจุดระเบิดถนนเชื่อมต่อสองเกาหลี (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820214

เกาหลีใต้เผยคลิปวินาทีเกาหลีเหนือจุดระเบิดถนนเชื่อมต่อสองเกาหลี (คลิป)

16 ต.ค. 2567 09:20 น.

เกาหลีใต้เผยคลิปวินาทีเกาหลีเหนือจุดระเบิดถนนเชื่อมต่อสองเกาหลี (คลิป)

กองทัพเกาหลีใต้เผยคลิปวิดีโอประวัติศาสตร์ วินาทีที่เกาหลีเหนือจุดระเบิดถนนเชื่อมต่อระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่แตกร้าวและไม่อาจเชื่อมต่อกันได้เหมือนเดิม

ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ย่ำแย่ถึงขีดสุด หลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศตัดเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกันไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ หรือทางถนน โดยกองทัพเกาหลีใต้ได้เผยคลิปวินาทีที่เกาหลีเหนือจุดระเบิดถนนเชื่อมต่อระหว่างสองเกาหลีวานนี้ โดยจะเห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยคละคลุ้งจากแรงระเบิด จากนั้นก็มีรถบรรทุกหลายคันและรถแบคโฮมาขุดถนนดังกล่าวให้เป็นหลุมลึกลงไป เพื่อตัดเส้นทางอย่างถาวรไม่ให้รถสามารถแล่นข้ามไปมาได้ ท่ามกลางกำลังทหารเกาหลีเหนือที่มาคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งทันทีที่เกิดการระเบิดขึ้นทางกองทัพเกาหลีใต้ได้มีการยิงปืนเตือน แม้ว่าเหตุระเบิดดังกล่าวจะไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่เกาหลีใต้แต่อย่างใด

https://platform.twitter.com/embed/Tweet.html?dnt=false&embedId=twitter-widget-0&features=eyJ0ZndfdGltZWxpbmVfbGlzdCI6eyJidWNrZXQiOltdLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X2ZvbGxvd2VyX2NvdW50X3N1bnNldCI6eyJidWNrZXQiOnRydWUsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdHdlZXRfZWRpdF9iYWNrZW5kIjp7ImJ1Y2tldCI6Im9uIiwidmVyc2lvbiI6bnVsbH0sInRmd19yZWZzcmNfc2Vzc2lvbiI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfZm9zbnJfc29mdF9pbnRlcnZlbnRpb25zX2VuYWJsZWQiOnsiYnVja2V0Ijoib24iLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X21peGVkX21lZGlhXzE1ODk3Ijp7ImJ1Y2tldCI6InRyZWF0bWVudCIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfZXhwZXJpbWVudHNfY29va2llX2V4cGlyYXRpb24iOnsiYnVja2V0IjoxMjA5NjAwLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X3Nob3dfYmlyZHdhdGNoX3Bpdm90c19lbmFibGVkIjp7ImJ1Y2tldCI6Im9uIiwidmVyc2lvbiI6bnVsbH0sInRmd19kdXBsaWNhdGVfc2NyaWJlc190b19zZXR0aW5ncyI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdXNlX3Byb2ZpbGVfaW1hZ2Vfc2hhcGVfZW5hYmxlZCI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdmlkZW9faGxzX2R5bmFtaWNfbWFuaWZlc3RzXzE1MDgyIjp7ImJ1Y2tldCI6InRydWVfYml0cmF0ZSIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfbGVnYWN5X3RpbWVsaW5lX3N1bnNldCI6eyJidWNrZXQiOnRydWUsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdHdlZXRfZWRpdF9mcm9udGVuZCI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9fQ%3D%3D&frame=false&hideCard=false&hideThread=false&id=1846121337452220466&lang=en&origin=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fnews%2Fforeign%2F2820214&sessionId=306d007c46d4cb18b7e2b5bc7189b123c942adb8&siteScreenName=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fnews%2Fforeign%2F2820214&theme=light&widgetsVersion=2615f7e52b7e0%3A1702314776716&width=550px

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือระบุเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า จะมีการปิดช่องทางการข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศอย่างถาวร โดยจะเริ่มจากการทำลายเส้นทางการเชื่อมต่อกัน และจากนั้น จะมีการสร้างรั้วกั้นพรมแดน โดยเกาหลีเหนือได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้น นับตั้งแต่มีการส่งบอลลูนขยะจำนวนมากเข้าไปยังเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเพื่อตอบโต้การที่นักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ส่งบอลลูนใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อเข้ามายังเกาหลีเหนือ และเมื่อสัปดาห์ก่อนเกาหลีเหนือก็อ้างว่าเกาหลีใต้ได้ส่งโดรนเข้าไปในพรมแดนเกาหลีเหนือและโปรยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านเกาหลีเหนืออีกจำนวนมาก ซึ่งคิม โย จอง น้องสาวของนายคิวจองอึนระบุว่า เกาหลีใต้จะต้องชดใช้ จนนำมาสู่การประกาศตัดขาดทุกช่องทาง.

ที่มา :รอยเตอร์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ

สหรัฐฯเตือนเกาหลีเหนือยุติการเพิ่มความขัดแย้ง จีนเรียกร้องลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820208

สหรัฐฯเตือนเกาหลีเหนือยุติการเพิ่มความขัดแย้ง  จีนเรียกร้องลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

16 ต.ค. 2567 09:13 น.

สหรัฐฯเตือนเกาหลีเหนือยุติการเพิ่มความขัดแย้ง จีนเรียกร้องลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

สหรัฐฯเรียกร้องเกาหลีเหนือ ให้หยุดการกระทำที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อความขัดแย้ง หลังจากเกาหลีเหนือระเบิดถนนที่เชื่อมกับเกาหลีใต้ ส่งผลให้เกาหลีใต้ต้องยิงเตือน ด้านจีนเรียกร้องสองฝ่ายลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯแถลงเรียกร้องเกาหลีเหนือกลับมาใช้วิธีเจรจาทางการทูตอีกครั้ง และหยุดการกระทำที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อความขัดแย้ง หลังจากเกาหลีเหนือระเบิดถนนที่เชื่อมกับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการทำลายเส้นทางบกที่เคยถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือกันระหว่างสองเกาหลี

นายมิลเลอร์กล่าวว่า สหรัฐฯกำลังติดตามสถานการณ์ในเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิดโดยพบว่า เกาหลีเหนือได้ก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ใกล้เส้นแบ่งเขตทหารที่แบ่งแยกทั้งสองเกาหลีเมื่อวันอังคาร ที่ 15 ต.ค. หลังจากที่กองทัพประกาศแผนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะแยกดินแดนออกจากเกาหลีใต้โดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการแสดงถึงความเป็นศัตรูที่เพิ่มมากขึ้นต่อเกาหลีใต้ 

ทางด้านนายเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หลังจากเกาหลีเหนือได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานการจราจรบริเวณชายแดนบางส่วน

โฆษกของจีนระบุว่า ประเทศจีนตั้งอยู่ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลี และกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์บนคาบสมุทรแห่งนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ พร้อมย้ำว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นไม่เป็นผลดีต่อหลายฝ่าย และการป้องกันเหตุการณ์ทวีความรุนแรงถือเป็นความสำคัญลำดับแรกสุด

นอกจากนี้ยังระบุว่า จีนมุ่งมั่นที่จะรักษาสันติภาพและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี โดยจุดยืนของจีนในการส่งเสริมดุลยภาพทางการเมืองในประเด็นเกี่ยวกับคาบสมุทรเกาหลียังคงไม่เปลี่ยนแปลง และหวังว่าทุกฝ่ายจะทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้.

บุคคลในข่าว 17 ตุลาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2820248

บุคคลในข่าว 17 ตุลาคม 2567

17 ต.ค. 2567 05:02 น.

บุคคลในข่าว 17 ตุลาคม 2567

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ….ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2567

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเปิดโครงการ “PRINCESS COLLECTION- SIRIVANNAVARI X WACOAL 2024” ณ อาคารจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม

เว็บไซต์สำนักงานแม่กองสนามหลวง เผยแพร่คำปราศรัยของ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ แม่กองธรรมสนามหลวง เนื่องในวันเปิดสอบนักธรรมชั้นตรี ประจำปี 2567….“การศึกษาและการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม เป็นพันธกิจหนึ่งในพันธกิจทั้ง 6 ด้านของคณะสงฆ์ เป็นภารธุระที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เจ้าคณะพระสังฆาธิการในฐานะผู้บริหารกิจการคณะสงฆ์จะละเว้นเพิกเฉยต่อหน้าที่นี้มิได้ เพราะความเสื่อมก็ดี ความเจริญก็ดี ของคณะสงฆ์และของชาติบ้านเมือง ย่อมขึ้นกับการศึกษาเป็นสำคัญ ทั้งนี้ กว่าจะบรรลุเป้าหมายการศึกษาได้ย่อมต้องอาศัยเวลา ซึ่งอาจไม่รวดเร็วทันใจคนยุคใหม่ ปัจจุบันจึงเกิดคณะบุคคลประเภทที่พากันสอนและพากันเชื่อตามอัตโนมติของตนมากขึ้นๆ หลายหมู่หลายคณะต่างพอใจกันรวบรัดกระทำการลงโดยไม่ศึกษา อ้างอิงพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา ตามกระบวนวิธีวิทยาทางการศึกษาที่ถูกต้อง ประจวบกับเทคโนโลยี การสื่อสาร และการผลิตข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัญหาเหล่านี้ลุกลามใหญ่โตอย่างรวดเร็วตามกัน”…….ภาวะเช่นนี้ คือ มหันตภัยต่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์และความยั่งยืนของพระพุทธ ศาสนา จึงขอให้ท่านผู้บริหารการศึกษาจงพยายามช่วยกันรักษาและพัฒนากระบวนการจัดการพุทธศาสนศึกษาให้เป็นไปตามหลักพระไตรปิฎก โดยยึดหลักสูตรที่คณะสงฆ์ได้ตั้งไว้อย่างรอบคอบแล้วเป็นสำคัญ เพื่อให้พระธรรมวินัยยังคงประดิษฐานอยู่อย่างมั่นคง เมื่อชาวพุทธปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้องทั่วถึง พระศาสนาก็จะมั่นคงขึ้นได้ เพราะเหตุที่บ่อนเบียน พระศาสนา ให้เศร้าหมอง มักจะมาจากการกระทำของชาวพุทธผู้ไม่รู้ไม่เข้าใจและไม่ปฏิบัติตามธรรมะนั่นเอง …..สาธุ

สัมมนา ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ในโอกาส มาเปิดโครงการอบรมสัมมนา “ภาวะผู้นำทางการเมืองและการค้าในโลกยุคใหม่” โดยมี อนันตชัย คุณานันทกุล และ วัชระ ประภาพัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.

สังคม ปลาเล็กกินปลาใหญ่ ถ้าไม่ใช้สติในการเรียนรู้อย่างรอบคอบ…….คนโง่ก็จะเป็นเหยื่อของคนฉลาดร่ำไป….ถูกคนที่อาศัย รูปโฉม ชื่อเสียง และอำนาจการบริหารเข้าครอบงำ….คลิปเสียงนักการเมือง เรียกผลประโยชน์ อาศัยตำแหน่งทางการเมืองแทรกแซงเข้าไปในกรรมาธิการ หน่วยงานรัฐ….คนที่ฉลาดที่สุดคือคนที่ เรียกรับผลประโยชน์ จากคนฉลาดช่วยปกปิดบิดเบือนอีกที…..ประเทศไทย กำลังติดกับดัก ธุรกิจสีเทา อย่างถอนตัวไม่ขึ้น……เพราะฉะนั้นประเด็นที่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ไปหารือกับผู้นำจีน หลี่ เฉียง นายกฯจีน….ประสานความร่วมมือในการ ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ อย่างเอาจริงเอาจัง…..ก็ต้อง เชือดไก่ให้ลิงดู เป็นตัวอย่าง…ไม่ใช่ทำแบบไฟไหม้ฟาง หรือลูบหน้าปะจมูก…..นึกว่าเห็นแก่ประชาชนตาดำๆ

ช่วยสัตว์ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง, รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน จัดกิจกรรมปล่อยคาราวานสิ่งของ อาหาร เวชภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสัตว์ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในภาคเหนือ โดยมี รศ.นุชทิพย์ บรรจงศิลป์ มาร่วมงานด้วย ที่วิทยาลัยการตำรวจ วันก่อน.

ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม…..เหตุเกิดจาก คดีตากใบ ที่กำลังจะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.นี้…หลังจากเจ้าล่อเอาเถิด กรณีที่ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้ต้องหา เดินทางไปต่างประเทศและยังไม่พบตัว…แรงกดดันมาที่ พรรคเพื่อไทย ต้นสังกัดเต็มๆ โดยเฉพาะการถามหาความรับผิดชอบจาก นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย….เดิมทีมีข่าวว่า จะขับออกจากพรรค ขว้างงูให้พ้นคอ….ล่าสุดได้รับการยืนยันจาก ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว. กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย….พล.อ.พิศาลได้ลาออกจาก สส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว…..ส่วนจะตามตัวกลับมาดำเนินคดีทางอาญาได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง

ใจบุญ สุริยน ศรีอรทัยกุล และ จรินทร์ สุมานนท์ ชวนลูกค้าคนพิเศษร่วมมอบเงินให้ รศ.ทพ.บัณฑิต จิรจริยาเวช เพื่อสมทบทุนมูลนิธิทันตแพทยศาสตร์มหิดล โดยมี ดร.สุมาลี ศรีสุภรณวาณิชย์, ดร.พัชรา วีระบวรพงศ์ และ อุไร คุณานันทคุณ มาร่วมมอบด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.

ไหนๆก็ไหนๆ…..รู้งาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุ เพ็ชร์ ผบ.ตร.คนใหม่ เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้า คดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง….ปะหน้า กลุ่มผู้เสียหาย ที่มารอร้องทุกข์ รับปาก ยืนยันที่จะทำให้ดิ ไอคอน กรุ๊ป ชดใช้ให้เร็วที่สุด พร้อม ประโยคทิ้งท้าย “อดทนหน่อยนะ”…..จบข่าว

เชิญแข่ง ปวิตา โตทับเที่ยง, พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี และ จักรกฤติ สายสมบูรณ์ แถลงข่าวโครงการ “Thailand’s Next Culinary Star 2024” เชิญชวนนิสิตนักศึกษาแข่งขันสร้างสรรค์เมนู Fusion of Japanese Flavors โดยมี สมศักดิ์ รารองคำ มาร่วมงานด้วย ที่กระทรวง อว. วันก่อน.

เศรษฐกิจโลกเศรษฐกิจเรา …..สภาวะทางเศรษฐกิจที่ผันผวน….ประเทศยักษ์ใหญ่ อย่างจีน จำเป็นต้องใช้งบประมาณภาครัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 2-3 ล้านล้านหยวน….โดยเฉพาะธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์….. เศรษฐกิจไทย ยังติดกับดัก ธนาคารแห่งประเทศไทย ในการพิจารณา ลดอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย และ การแข็งค่าเงินบาท….แม้กระแส ว่าที่ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ จะเปลี่ยนเต็งหนึ่งจาก กิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็น กุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน….แต่ นโยบายของแบงก์ชาติ ภายใต้การนำของ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ยังปักหลัก ขอติดตามสถานการณ์ การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด…..และ พร้อมที่จะเข้าดูแลเมื่อเงินบาทเคลื่อนไหว และ ผันผวนมากผิดปกติ เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเศรษฐกิจ….ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าประมาณ 10%….มีการตั้งคำถามถึง แบงก์ชาติ คำว่า เข้าไปดูแล คืออะไร และ จะมีความชัดเจนแค่ไหน…..เพราะส่งผลกระทบกับการส่งออกและการท่องเที่ยวโดยตรง……การมองต่างมุมระหว่าง การรักษาเสถียรภาพการเงิน การคลังของประเทศ และ ไม่เปิดจุดอ่อนในการเข้ามาโจมตีค่าเงินบาท…รวมทั้งการลดความเสี่ยงการเติบโตแบบก้าวกระโดดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยการ ตรึงอัตราดอกเบี้ย ของแบงก์ชาติ…..กับความต้องการ กระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน ของรัฐบาล…..ถือเป็นความขัดแย้งทางทฤษฎี……ที่ต้องหาจุดลงตัวในการนำทฤษฎีไปปฏิบัติให้ได้

ตามไปกิน โชเฮ ยามาโมะโตะ, ธีร์ ธีระโกเมน และ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ เปิดร้าน “HIKINIKU TO COME” พร้อมคัดสรรเนื้อวัวคุณภาพจากญี่ปุ่นสดใหม่เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นหุงด้วยหม้อฮากามะแบบต้นตำรับ โดยมี ขวัญฤทัย อุนานุภาพ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

ส่งท้ายด้วย อภิมหาซอฟต์พาวเวอร์….หมูเด้ง ลูกฮิปโปแคระใน สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ดังไปทั่วโลก…..องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ประกาศข่าวดี…มี 38 แบรนด์ดัง มาขออนุญาตจากสวนสัตว์ ขอลิขสิทธิ์ หมูเด้ง ไปเป็นพรีเซนเตอร์สินค้า…รายได้ทั้งหมดจะนำไปช่วยดูแลและสวัสดิการของสัตว์ป่านานาชนิดในสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่งขององค์การสวนสัตว์…ในจำนวนนี้มี บริษัท ไปรษณีย์ไทย ที่จะนำไปทำชุดแสตมป์และโปสต์การ์ดหมูเด้ง ….แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จะนำไปทำเสื้อยืดอุ่นใจหมูเด้ง และไลน์สติกเกอร์ ซีพี ออลล์ จะนำไปพิมพ์ลายแก้วสติกเกอร์หมูเด้ง เป็นต้น

รักษาได้ สุรวีย์ ชัยธำรงค์กูล, นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย, นพ.วรพงษ์ เลิศวีระศิริกุลและ นพ.ดนัยพันธ์ อัครสกุล เปิด “ศูนย์ระบบทางเดินปัสสาวะ” เพื่อมุ่งรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยเทคโนโลยีทางเลือกใหม่เหมาะสมปลอดภัยสูงฟื้นตัวเร็ว ที่โรงพยาบาลวิมุต วันก่อน.
ปรับปรุงดิน สิริญาพัทธ์ เทียนรุ่งศรี เปิดตัว “Pluto” สารปรับปรุงดินเพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชให้ได้ผลผลิตตอบโจทย์เกษตรกรมากที่สุด โดยมี วงษ์ชาพัทธ์ เทียนรุ่งศรี, ศรัณย์ยกร พรชัยฤทธิ์ และ พัชนันท์พร เทียนรุ่งศรี มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.

สวดอภิธรรมศพ จักรพันธุ์ ยมจินดา 17-20 ต.ค. เวลา 18.00 น. ศาลาบุพการีอนุสรณ์ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน พิธีฌาปนกิจ 21 ต.ค.

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม