‘เบิร์ด ธงไชย’ ควง 4 สาว ‘ปุ๊-คริสติน่า-ใหม่-ลีเดีย’ ชวนส่งต่อการให้ในคอนเสิร์ต ‘ขนนก กับ ดอกไม้’ รอบการกุศล

https://www.naewna.com/entertain/835772

‘เบิร์ด ธงไชย’ ควง 4 สาว ‘ปุ๊-คริสติน่า-ใหม่-ลีเดีย’  ชวนส่งต่อการให้ในคอนเสิร์ต ‘ขนนก กับ ดอกไม้’ รอบการกุศล

‘เบิร์ด ธงไชย’ ควง 4 สาว ‘ปุ๊-คริสติน่า-ใหม่-ลีเดีย’ ชวนส่งต่อการให้ในคอนเสิร์ต ‘ขนนก กับ ดอกไม้’ รอบการกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ แท็กทีม 4 สาว คู่จิ้นหนึ่งเดียวคนนี้ ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ,คู่จึ้งประวัติศาสตร์ คริสติน่า อากีล่าร์,คู่จอยสุดฤทธิ์สุดเดช ใหม่ เจริญปุระ และคู่จี๊ดน้องเล็กพริกขี้หนู ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ชวนแฟนๆ ร่วมส่งต่อความรักในคอนเสิร์ตดูเอตเพลงรัก“ขนนก กับ ดอกไม้” ครั้งที่ 4 ตอน DREAM FOR LOVE รอบการกุศลโดย มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดแสดงเป็นรอบแรกในวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อสมทบทุนศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และนวัตกรรมวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า พร้อมเชิญชวนส่งต่อการให้เพิ่มโอกาสการรักษาให้กับผู้ป่วยยากไร้ด้อยโอกาส พร้อมพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอนและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาแพทย์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้านำไปสู่การผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศต่อไป

เบิร์ด ธงไชย เปิดเผยว่า

“เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญครับวันหนึ่งข้างหน้าโรคภัยไข้เจ็บอาจจะมาเยือนเราก็ได้เบิร์ดอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมมอบโอกาสแก่ผู้ป่วยที่ยังขาดโอกาสโดยสามารถบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในพระราชูปถัมภ์ฯเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า แล้วมาสนุกพร้อมอิ่มใจไปด้วยกันในคอนเสิร์ตขนนก กับ ดอกไม้ตอน DREAM FOR LOVE รอบการกุศล พบกันที่อิมแพ็ค อารีน่า นะครับ”

ปุ๊ อัญชลี เปิดเผยว่า

“พี่ปุ๊อยากชวนทุกคนมาร่วมสนุกกันในคอนเสิร์ต ขนนกกับดอกไม้ ตอน DREAM FOR LOVE เป็นรอบที่พิเศษมากค่ะ เพราะว่าเป็นรอบที่เราจะได้สนุกและได้ทำบุญไปด้วยกันนะคะรายได้นำไปสมทบทุนศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและนำไปพัฒนาการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ด้วยค่ะสามารถต่อยอดช่วยเหลือผู้ป่วยได้อีกหลายชีวิตมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้กันนะคะ”

คริสติน่า อากีล่าร์ เปิดเผยว่า

“ติ๊นาเชื่อว่าแฟนๆ ของพี่เบิร์ดและติ๊นาก็ล้วนแต่ชอบการทำบุญอยู่แล้ว ยิ่งการทำบุญกับโรงพยาบาลถือเป็นการทำบุญที่เราสามารถเห็นผลทันทีเลยค่ะหากเรามีโอกาสที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย ให้โอกาสเขาได้รับการรักษา รวมไปถึงเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพเพื่อมาช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไปถือเป็นการให้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดเลยค่ะ มาร่วมทำบุญกันเยอะๆ นะคะ”

ใหม่ เจริญปุระ เปิดเผยว่า

“เรื่องโรคภัยไข้เจ็บอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดนะคะ โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยหนึ่งแสนคนต่อปี เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดขึ้นกับเราหรือคนที่เรารักเมื่อไหร่ แต่เราสามารถรับมือและเตรียมพร้อมได้ค่ะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมและเพียงพอร่วมกันบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาล
พระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยกันนะคะ”

ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ เปิดเผยว่า

“ลีเดียขอเชิญชวนทุกคนมาสนุกกันในคอนเสิร์ต ขนนกกับดอกไม้ ตอน DREAM FOR LOVE พร้อมร่วมส่งต่อการให้โดยบริจาคสมทบทุนศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมทั้งเพื่อพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และนวัตกรรม วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า มาร่วมสนุกและทำบุญไปด้วยกันในรอบคอนเสิร์ตการกุศลวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ แล้วเจอกันนะคะ”

ติดต่อบริจาคและรับบัตรได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โทร.02-3543699,098-860-1411 หรือ Line : @pmkfoundationเวลาทำการ (ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ)วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-19.00 น.วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 09.00-16.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.phramongkutklaofoundation.org/, https://www.pmk.ac.th/

เบื้องหลังเอ็มวี OH MY! กับซีนน่ารัก ‘แอลลี่-โฟร์ท’ ไม่จิ้นยังไงไหว

https://www.naewna.com/entertain/835770

เบื้องหลังเอ็มวี OH MY!  กับซีนน่ารัก ‘แอลลี่-โฟร์ท’ ไม่จิ้นยังไงไหว

เบื้องหลังเอ็มวี OH MY! กับซีนน่ารัก ‘แอลลี่-โฟร์ท’ ไม่จิ้นยังไงไหว

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แฟนๆ ฟินจนขึ้นเทรนทวิตเตอร์ หลังจากเอ็มวีเพลง OH MY! ของ “ALLY” หรือ แอลลี่-อชิรญา นิติพน นักร้องสังกัดค่ายเพลง 411Music ของ บอสกึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ปล่อยไปเมื่อ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา เสียงตอบรับบอกเป็นเอ็มวีที่ดีต่อใจพระ-นาง อย่าง แอลลี่ และ โฟร์ท ณัฐวรรธน์ เคมีดีมากจนหลายคนลงเรือจิ้น พร้อมทั้งอยากให้มีผลงานด้วยกันอีก

โดย แอลลี่ เผยภาพเบื้องหลังและพูดถึงการทำงานเอ็มวี OH MY! นี้ว่า “ที่เลือกโฟร์ทเพราะเราเคยร่วมงานกันในคอนเสิร์ตโฟร์ท พี่ๆ ทีมงานบอกโฟร์ทเหมาะเคมีดี เข้ากัน อายุใกล้ๆ กัน การทำงานวันนั้นทั้งสนุกทั้งเขิน ซีนหวานๆ แบบนี้ไม่ค่อยเห็นจากแอลลี่ค่ะ ขอบคุณโฟร์ทที่มาร่วมงานกันนะคะ บรรยากาศในการทำงานวันนั้นทุกคนทำงานเต็มที่เพราะต้องย้ายหลายโลเกชั่นทั้งถนนทรงวาด เยาวราช เป็นประสบการณ์ดีๆ ในการทำงานค่ะ ฝากติดตามเอ็มวี OH MY! ด้วยนะคะ”

‘ไทยพีบีเอส’ ชวนสำรวจ 13 จุดร้อนโลก กับ ‘กรุณา บัวคำศรี’

https://www.naewna.com/entertain/835771

‘ไทยพีบีเอส’ ชวนสำรวจ 13 จุดร้อนโลก  กับ ‘กรุณา บัวคำศรี’

‘ไทยพีบีเอส’ ชวนสำรวจ 13 จุดร้อนโลก กับ ‘กรุณา บัวคำศรี’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อโลกใบนี้ ไม่ได้แยกกันอยู่อีกต่อไป หากแต่เชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยีที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นในซีกโลกหนึ่งอาจส่งผลถึงอีกซีกโลกหนึ่งอย่างหนีไม่พ้นการเตรียมพร้อมเพื่อรับผลกระทบจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไทยพีบีเอสชวนสำรวจ 13 จุดพื้นที่ภูมิรัฐศาสตร์ ที่กำลังอยู่ในห้วงเวลาที่ไร้เสถียรภาพและคาดเดาได้ยากที่สุดในรอบหลายสิบปีกับ “กรุณา บัวคำศรี” ในรายการ “FLASHPOINT จุดร้อนโลก”

“กรุณา บัวคำศรี” กลับมาพร้อมบทบาทใหม่ในฐานะผู้ผลิตและผู้ดำเนินรายการ “FLASHPOINT จุดร้อนโลก” สารคดีข่าวเชิงลึก ที่พาไปสำรวจ 13 จุดร้อนของโลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่สงครามผ่านมุมมองทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์และบริบทของสังคมในมิติต่างๆ สะท้อนภาพจากอดีต สู่ปัจจุบัน เพื่อมองถึงภาพอนาคต “กรุณา” กล่าว

“การเข้าใจสาเหตุของความขัดแย้งระดับโลก จะช่วยให้สามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตหรือโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโลก รายการ “FLASHPOINT จุดร้อนโลก” จึงเป็นรายการที่อยากให้คนไทยได้รับชม เพราะสถานการณ์เหล่านี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง โดยจะเป็นการให้บริบท ให้ข้อมูล เพื่ออธิบายให้เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบัน การรับชมรายการจะช่วยเปิดมุมมองให้เข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มความเข้าใจในมิติต่างๆ และเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้” ติดตาม “FLASHPOINTจุดร้อนโลก” ทุกวันพุธ เวลา 21.30 น. ทาง ThaiPBS ช่องหมายเลข 3 และทาง https://www.thaipbs.or.th/program/FlashPoint สามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่ ■Website : http://www.thaipbs.or.th ■Application : Thai PBS■Social Media Thai PBS :Facebook, YouTube, X, LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : เลือกวันไหน และจะทราบผลเมื่อใด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820492

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : เลือกวันไหน และจะทราบผลเมื่อใด

17 ต.ค. 2567 13:06 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : เลือกวันไหน และจะทราบผลเมื่อใด

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : การเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ จัดให้มีขึ้นทุกๆ 4 ปี ในวันอังคารหลังวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายน

เลือกตั้งสหรัฐฯ2024 วันไหน เดือนไหน

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2024 นี้จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 435 คน จะจัดขึ้นทุก 2 ปี

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ต้องเป็นพลเมืองชาวอเมริกันที่มีอายุ 18 ขึ้นไป และต้องลงทะเบียนก่อน โดยสามารถลงได้ผ่านทางออนไลน์ โดยแต่ละรัฐจะมีขั้นตอนและวันปิดรับการลงทะเบียนที่แตกต่างกันออกไป

ชาวอเมริกันลงคะแนนกันอย่างไร

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนเสียงด้วยตัวเอง หรือส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ก็ได้ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายรัฐจะส่งบัตรเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิออกเสียงก่อนการเลือกตั้ง โดยรัฐออริกอน และรัฐวอชิงตัน ดำเนินการเลือกตั้งทั้งหมดทางไปรษณีย์ 

ในวันเลือกตั้งทั่วไป 5 พฤศจิกายน

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ต้องการเพียงเสียงเดียว แต่คะแนนป๊อบปูลาโหวตไม่ได้เป็นตัวตัดสินแพ้ชนะ เพราะหากผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใดได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่จากประชาชนในรัฐนั้น ผู้สมัครคนนั้นจะได้คะแนนผู้เลือกตั้ง (electoral vote) ทั้งหมดของรัฐนั้นๆไป และหากผู้สมัครคนใดได้คณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียงจึงจะได้ชัยชนะ

การลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง

จากนั้นช่วงกลางเดือนธันวาคม คณะผู้เลือกตั้งจะประชุมกันในรัฐของตนเพื่อลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีบนบัตรเลือกตั้งที่แยกกัน และในกลางเดือนธันวาคมประธานวุฒิสภาและนักจดหมายเหตุได้รับผลการลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งภายในเวลาไม่เกิน 9 วัน หลังการประชุมคณะผู้เลือกตั้ง จากนั้นช่วงกลางเดือนมกราคม รองประธานาธิบดีในฐานะวุฒิสภาเป็นประธานการนับคะแนนในสภาคองเกรส

พิธีสาบานตนรับตำแหน่ง 20 มกราคม

ในวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ว่าที่ประธานาธิบดี และว่าที่รองประธานาธิบดี จะกล่าวคำสาบานตนและเข้าดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยพิธีสาบานตนจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในวันที่ 20 มกราคม แต่หากตรงกับวันอาทิตย์จะเลื่อนเป็น 21 มกราคมแทน ที่อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ที่มา : สำนักงานสื่อมวลชนและวัฒนธรรมระหว่างประเทศและเว็บไซต์ USA.Gov

ปราดาเผยโฉมชุดนักบินอวกาศแบบใหม่ ให้นักบินหญิงใส่ไปเหยียบดวงจันทร์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820464

17 ต.ค. 2567 10:33 น.

ปราดาเผยโฉมชุดนักบินอวกาศแบบใหม่ ให้นักบินหญิงใส่ไปเหยียบดวงจันทร์

ปราดาแบรนด์แฟชั่นชื่อดังจากอิตาลี จับมือกับ แอ็กซิออม สเปซ บริษัทอวกาศเอกชนของสหรัฐอเมริกา เปิดตัวชุดอวกาศสำหรับให้ผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นไปสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ สวมใส่ในภารกิจอาร์ทิมิส 3

ปราดาแบรนด์แฟชั่นชื่อดังของอิตาลี เปิดตัวชุดอวกาศ AxEMU รุ่นใหม่ ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างปราดา กับบริษัทแอ็กซิออม สเปซ บริษัทอวกาศเอกชนของสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ทั้งสองบริษัทได้แถลงข่าวความร่วมมือ เพื่อพัฒนาชุดอวกาศรุ่นใหม่นี้ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว

โดยทั้งสองบริษัทแถลงข่าวร่วมกันว่า ชุดอวกาศรุ่นใหม่นี้ ถูกออกแบบให้มีความคล่องตัวในการสวมใส่กว่าชุดอวกาศในอดีต รวมทั้งเน้นในเรื่องเทคโนโลยีความปลอดภัยของนักบินอวกาศจากรังสี ความร้อน และฝุ่นบนพื้นผิว ไปจนถึงการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างปฏิบัติงานอยู่บนดวงจันทร์ โดยยังไม่ทิ้งความเรียบหรูและเป็นแฟชั่นที่มีสไตล์ 

โดยชุดอวกาศนี้ถูกพัฒนาเพื่อให้นาซานำไปใช้ในการปฏิบัติภารกิจบนพื้นผิวดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปีในภารกิจอาร์ทิมิส 3 ซึ่งจะมีผู้หญิงร่วมในภารกิจนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้นผู้หญิงคนแรกที่จะได้เดินลงไปปฏิบัติภารกิจบนพื้นผิวดวงจันทร์จะได้สวมชุดของปราดา โดยมีกำหนดออกเดินทางในเดือนธันวาคม 2025 นี้.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าว ชุดอวกาศ

เผยเกาหลีเหนือส่งทหารกว่า 3,000 นายไปช่วยรบกับกองทัพรัสเซีย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820443

เผยเกาหลีเหนือส่งทหารกว่า 3,000 นายไปช่วยรบกับกองทัพรัสเซีย

17 ต.ค. 2567 09:48 น.

เผยเกาหลีเหนือส่งทหารกว่า 3,000 นายไปช่วยรบกับกองทัพรัสเซีย

สื่อยูเครนตีข่าว รัสเซียตั้งกองพันทหารเกาหลีเหนือ หลังมีทหารเกาหลีเหนือถูกส่งไปช่วยรบมากกว่า 3,000 นาย ขณะที่เกาหลีใต้ระบุว่ากำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

วันที่ 17 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สื่อของยูเครนกำลังตีข่าวว่ากองทัพรัสเซียกำลังจัดตั้งกองพันทหารเกาหลีเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือส่งทหารไปช่วยรบกับกองทัพรัสเซีย มากกว่า 3,000 นาย โดยระบุว่าข้อมูลจากแหล่งข่าวกรองบ่งชี้ว่ากองพันทหารเกาหลีเหนือ แห่งรัสเซีย จะถูกส่งไปช่วยรบในภูมิภาคคูร์ส ทางตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งกำลังมีการสู้รบตอบโต้ข้ามพรมแดนอย่างหนักกับทหารยูเครน 

รายงานข่าวยังระบุว่า กองพันทหารเกาหลีเหนือยังได้ไปรายงานตัวในพื้นที่แคว้นคูร์ส และเบรียนสค์ เป็นที่เรียร้อยแล้วเหลือเพียงรอคำสั่งเคลื่อนไหว ขณะที่มีรายงานว่า มีทหารเกาหลีเหนือ 18 นายได้หนีทัพ ออกห่างจากชายแดนยูเครนเป็นระยะทางกว่า 7 กิโลเมตรแล้ว

ทางด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวว่า กำลังเฝ้าติดตามสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเกาหลีเหนืออาจส่งทหารไปสนับสนุนรัสเซียในสงครามกับยูเครนอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานข่าวว่ารัสเซียได้จัดตั้งกองพันทหารเกาหลีเหนือขึ้น ขณะเดียวกันระบุว่า ความร่วมมือใดๆเสริมกำลังทหารโดยอ้อมหรือโดยตรง ถือเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องการยุติความร่วมมือทางทหารที่ผิดกฎหมายระหว่างสองประเทศนี้

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพื่อการศึกษาด้านสงคราม ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันรายงานข่าวนี้ได้ แต่ระบุว่า ตอนนี้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกำลังต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบภายในประเทศ จากการระดมชาวรัสเซียไปเป็นทหาร นอกจากนี้ ยังระบุว่า ปูตินดูเหมือนจะเต็มใจที่จะรับบุคลากรจากเกาหลีเหนือเข้าในกองทัพรัสเซียมากกว่า

ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน กล่าวว่า ข่าวนี้อาจมีความเป็นไปได้ เนื่องจากรัสเซียและเกาหลีเหนือกำลังยกระดับความร่วมมือทางทหารมากขึ้น พร้อมกล่าวหาว่าที่ผ่านมาเกาหลีเหนือก็ช่วยจัดหาอาวุธและบุคลากรทางทหารให้กับรัสเซียอยู่แล้ว.

จับตาเลือกตั้งญี่ปุ่น 27 ต.ค. ผู้สมัครสส.หญิงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820436

จับตาเลือกตั้งญี่ปุ่น 27 ต.ค. ผู้สมัครสส.หญิงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

17 ต.ค. 2567 09:13 น.

จับตาเลือกตั้งญี่ปุ่น 27 ต.ค. ผู้สมัครสส.หญิงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

จำนวนของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นวันที่ 27 ตุลาคมนี้ มีผู้หญิงลงสมัครมากถึง 314 คน ซึ่งนับว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์

เป็นที่จับตามองของหลายฝ่ายเมื่อพบว่ามีผู้หญิงลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นวันที่ 27 ตุลาคมนี้มากถึง 314 คน ซึ่งนับว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ว่าถ้าดูจากภาพรวมแล้วจะมีจำนวนผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงไม่ถึง 1 ใน 4 ของผู้สมัครทั้งหมดก็ตาม

โดยนายกรัฐมนตรีคนใหม่นาย ชิเกรุ อิชิบะ กำลังพยายามรักษาอำนาจของเขาในการลงคะแนนเสียงในวันที่ 27 ต.ค.นี้ ด้วยการรักษาเสียงข้างมากของพรรคเสรีประชาธิปไตยที่ปกครองประเทศมายาวนาน

ญี่ปุ่นไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงมาก่อน และนายอิชิบะก็สามารถเอาชนะนักการเมืองหญิงที่มีชื่อเสียงเพียงไม่กี่คนของญี่ปุ่นอย่างซานาเอะ ทาคาอิจิ ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในการโหวตขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก่อนหน้านี้

ด้านสื่อญี่ปุ่น อย่าง โยมิอุริ และอาซาฮี เดลี่ รายงานว่า บรรดาผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1,344 คน ต่างเร่งรณรงค์หาเสียงในเวลาอันน้อยนิดเพื่อชิงเก้าอี้สส.ที่มีอยู่ 465 ตำแหน่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงอยู่ 314 คน ซึ่งคิดเป็น 23 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2564 ลบสถิติการเลือกตั้งปี 2552 ที่มีผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงมากที่สุดที่ 229 คน

ความพยายามของนายอิชิบะในการสนับสนุนให้ผู้หญิงลงสมัคร แทนที่จะเป็นอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติที่พัวพันกับเรื่องอื้อฉาว เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีผู้สมัครหญิงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในบรรดาคณะรัฐมนตรี 20 คนของนายอิชิบะก็มีผู้หญิงเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าว่าจะมีผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงในสภาล่างถึง 35 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 18 เปอร์เซ็นต์ในปี 2017

ทั้งนี้ ผู้นำที่เป็นเพศหญิงในภาคธุรกิจและการเมืองของญี่ปุ่นยังมีจำนวนน้อยมาก เนื่องจากสังคมยังจำกัดให้ผู้หญิงต้องเป็นคนทำงานบ้านด้วย ดังนั้นการที่ผู้หญิงจะต้องมีบทบาทเป็นนักการเมืองไปพร้อมๆกับแม่บ้านจึงเป็นเรื่องยาก โดยญี่ปุ่นติดอับดับ 118 จาก 146 ประเทศที่มีช่องว่างระหว่างเพศสูงที่สุดในโลก จากรายงานของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ปี 2024.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

ทำไม เกาหลีเหนือ-ใต้ ตึงเครียดหนักขึ้น ถึงขั้นระเบิดถนนเชื่อม 2 ประเทศ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820426

ทำไม เกาหลีเหนือ-ใต้ ตึงเครียดหนักขึ้น ถึงขั้นระเบิดถนนเชื่อม 2 ประเทศ

17 ต.ค. 2567 09:00 น.

ทำไม เกาหลีเหนือ-ใต้ ตึงเครียดหนักขึ้น ถึงขั้นระเบิดถนนเชื่อม 2 ประเทศ

  • ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ ซึ่งคุกรุ่นมานานหลายเดือน ปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ถึงขั้นที่เปียงยางระเบิดถนนที่เชื่อมระหว่างทั้ง 2 ประเทศ
  • ความขัดแย้งล่าสุด เริ่มจากเกาหลีเหนือกล่าวหาเกาหลีใต้ว่า ส่งโดรนเข้าสู่เมืองหลวงของพวกเขา แล้วปล่อยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อจำนวนมาก
  • สถานการณ์ที่ดูดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดความกังวลว่า เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่สงครามหรือไม่ แต่นักวิเครราะห์เชื่อว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น

ความตึงเครียดที่คุกรุ่นมานานหลายเดือน ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเปียงยางกล่าวหารัฐบาลกรุงโซล ว่าส่งโดรนหลายลำเข้าสู่เมืองหลวงของพวกเขา หนำซ้ำยังปล่อยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งเกาหลีเหนือระบุว่าเป็นการยั่วยุที่อาจนำไปสู่การต่อสู้ด้วยอาวุธ หรือถึงขั้นสงคราม

หลังจากกล่าวหาเกาหลีใต้หนักขึ้นเรื่อยๆ ในวันศุกร์ที่ 12 ต.ค. เปียงยางระบุว่าพวกเขาได้สั่งการให้ทหารบริเวณชายแดนเตรียมยิงอาวุธ ซึ่งนั่นทำให้ฝ่ายกรุงโซลสวนกลับว่า พวกเขาก็พร้อมตอบโต้ และเตือนว่า หากความปลอดภัยของพลเรือนของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยง นั่นจะเป็นสัญญาณการสิ้นสุดของรัฐบาลเกาหลีเหนือ

เวลาล่วงเลยมาจนถึงเมื่อวันอังคาร เกาหลีเหนือตัดสินใจระเบิดบางส่วนของถนน 2 เส้นที่เชื่อมโยงพวกเขากับเกาหลีใต้ ตามที่ขู่เอาไว้ก่อนหน้านี้ และวันต่อมา พวกเขาก็อ้างว่ามีคนหนุ่มสาวกว่า 1.4 ล้านคน แห่สมัครหรือกลับเข้าสู่กองทัพ

เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นชี้ว่า ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีทั้งสองกำลังอยู่ในจุดสูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศเมื่อเดือนมกราคมว่า เกาหลีใต้คือศัตรูหมายเลข 1 ของรัฐบาลของเขา

โดรน, ใบปลิว และระเบิด

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. กระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าวหาเกาหลีใต้ว่า ส่งโดรนหลายลงมายังกรุงเปียงยางในตอนกลางคืน ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับปล่อยใบปลิวที่มีข้อความโฆษณาชวนเชื่อและข่าวรือไร้สาระลงมาเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์นี้ทำให้ คิม โย-จอง น้องสาวของ คิม จอง-อึน ออกมาเตือนเกาหลีใต้ว่าจะเกิดผลที่ตามมาอันเลวร้าย หากมีโดรนบินเข้ามาอีก และบอกด้วยว่า มีหลักฐานชัดเจนว่า กองทัพอันธพาลจากฝ่ายใต้คือผู้อยู่เบื้องหลังการยั่วยุนี้ ก่อนจะเผยแพร่รูปถ่ายวัตถุที่พวกเขาระบุว่าเป็นโดรนกำลังบินบนท้องฟ้า และภาพใบปลิวต่างๆ

ตอนแรกเกาหลีใต้ปฏิเสธเรื่องการส่งโดรนเข้าสู่เกาหลีเหนือ แต่คณะเสนาธิการทหารร่วมระบุในภายหลังว่า พวกดเขาไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลเปียงยางได้

ขณะเดียวกัน มีการตั้งข้อสงสัยว่า โดรนดังกล่าวอาจเป็นฝีมือของกลุ่มนักเคลื่อนไหว ซึ่งเคยส่งบอลลูนขนใบปลิวเข้าสู่เกาหลีเหนือมาแล้ว แต่นาย กัค ซัง-ฮัค ผู้นำกลุ่มแนวร่วมความเคลื่อนไหวปลดปล่อยเกาหลีเหนือ ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ส่งโดรนเข้าสู่เกาหลีเหนือเลย

ต่อมาในวันจันทร์ คิม จอง-อึน ประชุมร่วมกับบรรดาผู้นำกองทัพ, รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและกลาโหม รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ซึ่งคิมมอบหมายให้พวกเขามีปฏิบัติการป้องปรามสงคราม และใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง รวมถึงกำหนดแนวทางการตอบสนองทางทหารอย่างฉับพลัน

นาย อี ซองจุน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความสัมพันธ์สาธารณะของคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีเหนือ เพิ่มออกมาพูดในตอนนั้นว่า เกาหลีเหนืออาจมีการยั่วยุขนาดเล็ก เช่นระเบิดถนนที่เชื่อมต่อกับทั้ง 2 ประเทศ ต่อมาในวันอังคารก็มีข่าวว่าถนนกยอนกี กับถนนทงแฮ โดนระเบิดทันที

ถนนทั้ง 2 สายถูกปิดไปนานแล้ว แต่นักวิเคราะห์มองว่า การทำลายมันเป็นการส่งสัญญาณว่า คิม จอง-อึน ไม่ต้องการเจรจากับเกาหลีใต้อีกแล้ว

หลังเกิดเหตุระเบิด กองทัพเกาหลีใต้ก็ระบุว่า พวกเขายิงอาวุธจากพรมแดนฝั่งตัวเอง เพื่อแสดงแสนยานุภาพ และเพิ่มการตรวจตราเกาหลีเหนือ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น รัฐบาลจังหวัดกยองกี ซึ่งล้อมรอบกรุงโซลเอาไว้ ก็กำหนดให้พื้นที่ชายแดน 11 จุด เป็นเขตอันตราย เพื่อหยุดไม่ให้ประชาชนไปส่งใบปลิวข้ามพรมแดน ณ จุดนั้น

นายคิม ซง-จุง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกยองกีระบุว่า พวกเขาลงความเห็นว่าการส่งใบปลิวเข้าสู่เกาหลีเหนือในตอนนี้ เป็นการกระทำที่อันตรายมาก และอาจเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งทางทหาร รวมถึงทำให้ชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนของเราตกอยู่ในอันตราย

คนหนุ่มสาว 1.4 ล้านเข้าร่วมกองทัพ

เมื่อวันพูดที่ผ่านมา เกาหลีเหนือออกมาอ้างว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนหนุ่มสาวมากถึง 1.4 ล้านคน รวมถึงนักศึกษาและสมาชิกกลุ่มสันนิบาตเยาวชน ลงทะเบียนคำร้องขอเข้าร่วม หรือขอกลับเข้าสู่กองทัพ เพื่อสู้ต่อต้านเกาหลีใต้ โดยภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยเคซีเอ็นเอ แสดงให้เห็นกลุ่มคนหนุ่มสาวจำนวนมากมาลงนามในคำร้องในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย

คำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือเป็นความจริงแค่ไหน เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ แต่พวกเขาเคยอ้างลักษณะคล้ายกันนี้มาแล้วเมื่อปีก่อน โดยสื่อท้องถิ่นรายงานในตอนนั้นว่า ประชาชน 800,000 คนสมัครใจเข้าร่วมกองทัพเกาหลีเหนือเพื่อต่อสู้กับสหรัฐฯ และในปี 2017 ก็มีรายงานว่า คนงาน สมาชิกพรรคแรงงาน และทหารเกือบ 3.5 ล้านคน สมัครใจเข้าร่วมหรือกลับเข้าร่วมกองทัพ

ตามข้อมูลจากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ (IISS) เกาหลีเหนือมีทหารประจำการ 1.28 ล้านนาย และทหารกองหนุนประมาณ 600,000 นาย และมีทหารกองกำลังแรงงานชาวนาพิทักษ์แดงจำนวน 5.7 ล้านคน ซึ่งหลายหน่วยไม่มีอาวุธ

เกาหลีเหนือกำลังวางแผนอะไร?

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า เกาหลีเหนือกำลังใช้เหตุการณ์เรื่องโดรน จุดกระแสสนับสนุนภายในประเทศ ด้วยการทำให้มันดูเหมือนว่า ภัยคุกคามต่อประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น และการใช้คำว่า “รัฐแยก” (separate states) เพื่อสื่อถึงเกาหลีใต้ และเลิกใช้คำว่า “คนชาติเดียวกัน” (compatriot) และ “การรวมชาติ” (unification) ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนนั้น

“รัฐบาลเกาหลีเหนือพึ่งพาการเมืองแบบใช้ความหวาดกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องมีศัตรูภายนอก” ศ.คัง ทง-วาน ผู้สอนวิชารัฐศาสตร์และการทูตที่มหาวิทยาลัย ทง-อา ในเมืองปูซาน กล่าว “เมื่อไรก็ตามที่ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น เกาหลีเหนือก็จะเน้นย้ำเรื่องภัยคุกคามภายนอก เพื่อเพิ่มความภักดีต่อรัฐบาล”

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวด้วยว่า การตอบโต้กันไปมาระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังติดอยู่ใน “เกมไก่อ่อน” ที่ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในสถานการณ์เหมือนกับขับรถพุ่งเข้าหากัน แต่ไม่มีใครยอมหักหลบก่อน เพราะจะกลายเป็นไก่อ่อน

“ณ จุดนี้ไม่มีฝ่ายใดยอมประนีประนอม” ศ. คิม ทง-ยับ จากมหาวิทยาลัยศึกษาเกาหลีเหนือในกรุงโซล กล่าว และเสริมว่า เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่เชื่อใจกัน รัฐบาลกรุงโซลก็จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า จะจัดการวิกฤตินี้อย่างไร

2 เกาหลีจะมุ่งสู่สงครามหรือไม่?

จริงๆ แล้ว เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ยังอยู่ในภาวะสงครามระหว่างกัน เนื่องจากพวกเขาไม่เคยลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพใดๆ ตอนที่สงครามเกาหลีจบลงในปี 2496

การรวมชาติกับฝ่ายใต้ เป็นนโยบายสำคัญของเกาหลีเหนือนับตั้งแต่พวกเขาก่อตั้งประเทศ แม้ความเป็นไปได้จะห่างใกล้ออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง คิม จอง-อึน ประกาศในเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า พวกเขาจะละทิ้งเรื่องการร่วมชาติกับเกาหลีใต้แล้ว และพาเกาหลีเหนือเข้าหารัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีปัญหากับสหรัฐฯ และชาติตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า สถานการณ์ของเกาหลีทั้งสองจะไม่บานปลายกลายเป็นสงคราม โดย ศ.คังกล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าสถานการร์ที่เกิดขึ้นจะลุกลามไปถึงระดับกลายเป็นสงคราม เกาหลีเหนือกำลังใช้ประโยชน์จากการเผชิญหน้าทางทหาร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้การประสานงานภายในประเทศ”

ขณะที่ ศ.คิม ระบุว่า “ผมกังขาในความสามารถของเกาหลีเหนือในการเริ่มทำสงครามเต็มรูปแบบ รัฐบาลเปียงยางรู้ดีถึงผลกระทบร้ายแรงที่จะตามมาจากความขัดแย้งในระดับนั้น”

ด้าน ศ. นัม ซง-อุก จากมหาวิทยาลัยเกาหลี ในกรุงโซล เชื่อว่า ความขัดแย้งล่าสุดอย่างเรื่องโดรน สุดท้ายจะยังคงอยู่ในระดับ สงครามน้ำลาย เพราะเกาหลีเหนือและใต้ต่างรู้ว่า พวกเขาสามารถแบกรับผลจากการทำสงครามเต็มรูปแบบได้ และความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์อยู่ในระดับต่ำมาก


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbc , aljazeera

ช็อก “เลียม เพย์น” อดีตสมาชิก One Direction เสียชีวิต ตกจากชั้น 3 ของโรงแรมในอาร์เจนตินา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820424

ช็อก "เลียม เพย์น" อดีตสมาชิก One Direction เสียชีวิต ตกจากชั้น 3 ของโรงแรมในอาร์เจนตินา

17 ต.ค. 2567 07:37 น.

ช็อก “เลียม เพย์น” อดีตสมาชิก One Direction เสียชีวิต ตกจากชั้น 3 ของโรงแรมในอาร์เจนตินา

สุดเศร้า “เลียม เพย์น” อดีตสมาชิก One Direction วงบอยแบนด์ชื่อดังระดับโลก ตกจากชั้น 3 ของโรงแรมในอาร์เจนตินา ทำให้เสียชีวิต ในวัยเพียง 31 ปี

วันที่ 17 ตุลาคม 2567 สำนักข่าว CNN รายงานว่า เลียม เพย์น อดีตสมาชิกวง One Direction วงดนตรีบอยแบนด์ของอังกฤษ ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก เสียชีวิตแล้วด้วยวัยเพียง 31 ปี โดยตำรวจในกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา เปิดเผยว่า เพย์นตกลงมาจากหน้าต่างชั้น 3 ของโรงแรมคาซา ซูร์ ในย่านปาแลร์โม ซึ่งเป็นย่านที่ทันสมัยของเมือง เมื่อวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น โดยเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 

ตำรวจบัวโนสไอเรสกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจ 14B เดินทางไปยังโรงแรมแห่งนี้ในช่วงบ่ายวันพุธ หลังจากได้รับสายจาก 911 ว่ามีชายคนหนึ่งก่อเหตุรุนแรง มีพฤติกรรมก้าวร้าว อาจเกิดจากการเมายาหรือมีการดื่มแอลกอฮอล์ โดยแถลงการณ์ของตำรวจไม่ได้ระบุว่าบุคคลดังกล่าวคือเพย์น นอกจากนี้ตำรวจระบุว่า เพย์นกระโดดลงมาจากระเบียงห้อง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รายละเอียดเพิ่มเติมยังไม่ชัดเจน และทางการยังคงสืบสวนการเสียชีวิตของเลียม เพย์น

ก่อนหน้านี้ มีคนพบเห็นเพย์น ที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเขาได้ไปร่วมคอนเสิร์ตของไนออล ฮอแรน อดีตเพื่อนร่วมวง One Direction ของเขา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ One Direction เป็นหนึ่งในวงบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในช่วง 6 ปีที่สมาชิกวงรวมตัวกัน One Direction มีเพลงฮิตติดชาร์ตบิลบอร์ด ถึง 6 เพลง อาทิ What Makes You Beautiful, Story of My Life และ Perfect จนกระทั่งในที่สุดสมาชิกวงก็แยกย้ายกันไปในปี 2559 เพื่อไปเป็นศิลปินเดี่ยว โดยเพย์น ได้ออกอัลบั้ม LP1 ในปี 2562 เพลงสุดท้ายของเขาที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนมีนาคมคือซิงเกิลชื่อ Teardrops สำหรับชีวิตส่วนตัวเขามีบุตรชายวัย 7 ขวบ ชื่อแบร์ เกรย์ เพย์น ที่เกิดจากเชอริล โคล อดีตภรรยาของเขา.

WHO ยืนยัน พบอหิวาตกโรคในเลบานอน ความเสี่ยงแพร่กระจาย “สูงมาก”

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820420

WHO ยืนยัน พบอหิวาตกโรคในเลบานอน ความเสี่ยงแพร่กระจาย “สูงมาก”

17 ต.ค. 2567 04:02 น.

WHO ยืนยัน พบอหิวาตกโรคในเลบานอน ความเสี่ยงแพร่กระจาย “สูงมาก”

องค์การอนามัยโลกเตือน พบผู้ติดเชื้ออหิวาตกโรคในเลบานอน และระดับความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายอยู่ในระดับที่ “สูงมาก”

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2567 องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า พวกเขาพบผู้ติดเชื้ออหิวาตกโรคในประเทศเลบานอน ซึ่งกำลังโดนอิสราเอลโจมตีอย่างหนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่า ความเสี่ยงที่โรคมรณะชนิดนี้ จะแพร่กระจายในเลบานอน อยู่ในระดับที่ “สูงมาก”

WHO เน้นย้ำเรื่องความเสี่ยงการแพร่กระจายของอหิวาตกโรคในหมู่ประชาชนหลายแสนคน ที่ต้องอพยพและกลายเป็นผู้พลัดถิ่น หลังอิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และมีปฏิบัติการจู่โจมภาคพื้นดิน เพื่อผลักดันกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ให้พ้นจากพื้นที่ชายแดนที่ติดกับอิสราเอล

“หากเชื้ออหิวาต์ระบาด แพร่ไปยังผู้พลัดถิ่นกลุ่มใหม่ มันอาจกระจายไปอย่างรวดเร็ว” นายอับดีนาซีร์ อาบูบาการ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกในเลบานอน กล่าวในงานแถลงข่าวออนไลน์

ด้านกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า พวกเขาสามารถยืนยันได้ว่า พบผู้ติดเชื้ออหิวาตกโรค 1 รายในประเทศ โดยผู้ป่วยจากเมืองอัมมูนิเยห์ ทางเหนือของประเทศ ไปโรงพยาบาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากมีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงและขาดน้ำ โดยผลการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ไม่พบว่าเขาเดินทางไปต่างประเทศ

ทั้งนี้ เลบานอนเผชิญการระบาดของอหิวาตกโรคเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ในช่วงระหว่างปี 2565 กับ 2566 โดยการแพร่กระจายส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือของประเทศ

WHO เตือนมาหลานเดือนแล้วว่า อหิวาต์อาจกลับมาระบาดอีกครั้ง เนื่องจากปัญหาน้ำปนเปื้อนและสุขอนามัยที่ลดลงในหมู่ผู้พลัดถิ่น และที่อยู่ชั่วคราวของพวกเขา

ด้าน ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเดือนสิงหาคม เลบานอนเริ่มแคมเปญฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาต์ให้แก่เป้าหมาย 350,000 คนในพื้นที่ความเสี่ยงสูง แต่แคมเปญต้องหยุดชะงักเนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงที่ลุกลามบานปลาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna