หมอคาดอาการไบเดน หลังยืนแข็งทื่อจนโอบามาต้องพาลงเวที (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793990

หมอคาดอาการไบเดน หลังยืนแข็งทื่อจนโอบามาต้องพาลงเวที (คลิป)

18 มิ.ย. 2567 06:30 น.

หมอคาดอาการไบเดน หลังยืนแข็งทื่อจนโอบามาต้องพาลงเวที (คลิป)

แพทย์หลายคนวิเคราะห์อาการของ โจ ไบเดน หลังถูกบันทึกภาพได้หลายครั้งว่าเขามีอาการยืนแข็งทื่อหลายวินาที จนต้องมีคนคอยช่วยเหลือ

สำนักข่าวเดลี่เมล รายงานเมื่อ 17 มิ.ย. 2567 ว่า เรื่องปัญหาสุขภาพของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 81 ปี กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก หลังจากเขาแสดงอาการผิดปกติออกมาหลายครั้งแล้วภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้

ทั้งผู้เชี่ยวชาญและชาวอเมริกันต่างออกมาแสดงความกังวลเนื่องจากสุขภาพของ ไบเดน หลังเขาเกิดอาการ ‘ยืนแข็งทื่อ’ แบบแปลกๆ หลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดเกิดขึ้นที่งานระดมทุนในนครลอสแอนเจลิส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ (15 มิ.ย.) ไบเดน หยุดเคลื่อนไหวหลังกล่าวปราศรัย จ้องนิ่งไปทางฝูงชนนานหลายวินาที ก่อนที่ บารัค โอบามา ที่มาร่วมงานด้วยจะพาเขาลงจากเวที

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานของเดลี่เมลที่ว่า นายไบเดน มีอาการแข็งทื่อว่า ไม่เป็นความจริง และเป็นข่าวปลอม พร้อมอธิบายว่า ไบเดน เพียงยืนดื่มด่ำกับเสียงปรบมือของผู้คนไม่กี่วินาทีนั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นก็เพิ่งมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า ไบเดน ยืนตัวแข็งทื่อที่งานเลี้ยงที่ทำเนียบขาว ซึ่งมีการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปิน กอสเปล เคิร์ก แฟรงคลิน โดยที่ ไบเดน จ้องมองไปข้างหน้าในขณะที่ รองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส เต้นอยู่ข้างเขา และในการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน ไบเดน ก็พูดไม่ค่อยชัดเจน

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันที่การประชุมสุดยอดผู้นำชาติ จี7 (G7) ที่อิตาลี ช่างกล้องตาดีก็จับภาพได้ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอาการงุนงง หลงทิศ ตั้งแต่ตอนที่เดินทางมาถึงอิตาลีและลงจากเครื่องบิน จนเจ้าหน้าที่ต้องเดินตามไปประกบเพื่อนำทาง และตอนกำลังร่วมชมการสาธิตการกระโดดร่ม ไบเดน ก็เดินไปคนละทางกับผู้นำคนอื่นๆ จน จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ต้องมาพาเขากลับไปรวมกลุ่ม

ทั้งนี้ ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตของ นายไบเดน มาตลอด โดยเมื่อเดือนกันยายน ผลการตรวจร่างกายประจำปีของ ไบเดน ที่ได้รับการเปิดเผยออกมาก็ชี้ว่า ‘ไม่มีสิ่งที่น่ากังวลใหม่ๆ’ เกี่ยวกับสุขภาพของเขา

อย่างไรก็ตามรายงานนั้นระบุอาการทางการแพทย์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไว้หลายอย่าง รวมถึง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, ภาวะกรดไหลย้อน, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, คอเลสเตอรอลสูง, ภูมิแพ้อากาศตามฤดูกาล, ภาวะข้ออักเสบ และเส้นประสาทบริเวณเท้าเสียหาย

นอกจากนั้นรายงานยังระบุชื่อยาที่ ไบเดน ใช้เพื่อรักษาอาการเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งถูกระบุว่ามีผลข้างเคียงคือ ทำให้เกิดอาการสับสนด้วย

อย่างไรก็ตามตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าอาการแข็งทื่อของ ไบเดน อาจเป็นสัญญาณของอาการป่วยบางอย่าง เช่น ดร.เชลา นาซาเรียน ศัลยแพทย์พลาสติกในลอสแอนเจลิส กล่าวว่า อาการยืนตัวแข็ง, ใบหน้าเฉยเมย, แขนแกว่งได้น้อยลง และกะพริบตาน้อยลง น่าจะเป็นผลจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง เหมือนกับกรณีของโรคพาร์กินสัน

“หากเป็นคนชราปกติทั่วไป ฉันคงไม่ออกมาโพสต์ แต่การสังเกตเห็นจุดอ่อนในตัวผู้บัญชาการสูงสุดของเราเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ มันจะกระทบต่อพวกเราทุกคน” ดร.นาซาเรียน ระบุบน X

ขณะที่ ดร.ไซอาด นาสเรดดีน นักประสาทวิทยาผู้วางมาตรฐานสูงสุดในการทดสอบภาวะสมองเสื่อม บอกกับเดลี่เมลว่า การพูดไม่ชัดเจนเป็นหนึ่งในอาการของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ซึ่งกระทบต่อระดับฮอร์โมนสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว แต่เขาไม่ได้เจาะจงถึง ไบเดน แต่อย่างใด

นอกจากผลข้างเคียงต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายแล้ว โรคพาร์กินสันยังอาจนำไปสู่ปัญหาด้านการรับรู้และการคิด รวมถึงภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวลด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมา ไบเดน มีการสับสนในการจำชื่อผู้นำประเทศต่างๆ เช่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์เขาเรียกชื่อผู้นำอียิปต์ผิดเป็นชื่อประธานาธิบดีเม็กซิโก

ในเดือนเดียวกัน ไบเดน ลืมชื่อของกลุ่มฮามาส ระหว่างงานแถลงข่าว ขณะที่ 2 วันก่อนหน้านั้น ไบเดน เรียกชื่อ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ผิดเป็น ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์ อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 28 ปีก่อน เขายังจำชื่อของ นายเฮลมุต โคห์ล อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนีผู้ล่วงลับ สลับกับชื่อผู้นำคนก่อนอย่าง อังเกลา แมร์เคิล ด้วย

ดร.นาสเรดดีน กล่าวว่า การจำชื่อหรือวันสับสนเป็นอาการน่ากังวลที่ไม่ควรเกิดขึ้นในการแก่ชราตามปกติ แม้มันเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่หากมันเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่ควรกังวล

ด้าน ดร.สจ๊วต ฟิชเชอร์ เรียกร้องให้ นายไบเดน เข้ารับการทดสอบภาวะความจำเสื่อม แล้วเปิดเผยผลการตรวจต่อสาธารณะ โดยเขายอมรับว่าไม่มีใครอยากเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเช่นนี้ให้คนอื่นรับรู้ แต่ ไบเดน เป็นข้าราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการเลือกตั้ง จึงต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่โหวตให้เขา.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : dailymail

ช็อก เซอร์ เอียน แมคเคลเลน ตกเวทีขณะแสดงละคร ต้องส่งโรงพยาบาล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793988

ช็อก เซอร์ เอียน แมคเคลเลน ตกเวทีขณะแสดงละคร ต้องส่งโรงพยาบาล

18 มิ.ย. 2567 05:15 น.

ช็อก เซอร์ เอียน แมคเคลเลน ตกเวทีขณะแสดงละคร ต้องส่งโรงพยาบาล

เซอร์ เอียน แมคเคลเลน นักแสดงชื่อดัง พลัดตกเวทีขณะแสดงละคร ทำให้ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยตอนนี้ยังไม่ทราบอาการที่แน่ชัด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เซอร์ เอียน แมคเคลเลน นักแสดงอาวุโสชาวอังกฤษวัย 85 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากเขาพลัดตกเวทีขณะแสดงละครเวทีเรื่อง ‘Player Kings’ ที่โรงละคร ‘โนเอล คาวเวิร์ด’ (Noël Coward) ในกรุงลอนดอน

เซอร์ เอียน แมคเคลเลน ซึ่งรับบทบาทเป็น จอห์น ฟอลสตาฟฟ์ กำลังแสดงฉากต่อสู้ร่วมกับนักแสดงผู้รับบทเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ และเฮนรี เพอร์ซี ก่อนที่เขาจะเสียหลักพลัดตกที่หน้าเวที ทำให้การแสดงต้องหยุดลง ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบเข้าไปช่วยเหลือ เซอร์แมคเคลเลน ซึ่งกำลังร้องด้วยความเจ็บปวด

หลังเกิดเหตุ ผู้ชมทุกคนถูกอพยพออกจากโรงละครทันที ขณะที่ทีมงานประกาศยกเลิกการแสดงในช่วงเย็นทั้งหมด ด้านเซอร์แมคเคลเลนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยที่ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าอาการบาดเจ็บของเขาร้ายแรงเพียงใด

นายซานโดร ตราปานี หนึ่งในผู้ชมที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้สำนักข่าว บีบีซีฟังว่า เหตุการณ์นี้น่าตกใจมาก “เท่าที่ผมรู้ เขา (เซอร์แมคเคลเลน) ยังมีสติอยู่ เพราะเขาพยายามขอความช่วยเหลือ” “ผมหวังจริงๆ ว่าเขาจะไม่เป็นอะไร”.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

แฉ ยามฝั่งกรีซโยนผู้อพยพหลายคน ลงไปตายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793985

แฉ ยามฝั่งกรีซโยนผู้อพยพหลายคน ลงไปตายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

18 มิ.ย. 2567 03:10 น.

แฉ ยามฝั่งกรีซโยนผู้อพยพหลายคน ลงไปตายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

บีบีซี แฉ เจ้าหน้าที่ยามฝั่งกรีซบังคับส่งผู้อพยพลงเรือกลับสู่ทะเล จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบศพ ขณะที่บางรายถูกโยนลงไปในทะเลโดยตรง

สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อ 17 มิ.ย. 2567 อ้างการเปิดเผยของผู้เห็นเหตุการณ์ว่า หน่วยยามฝั่งของประเทศกรีซเป็นต้นเหตุทำให้ผู้อพยพหลายสิบคนเสียชีวิตในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีอย่างน้อย 9 รายที่เจ้าหน้าที่จงใจโยนลงไปในทะเล จนทำให้พวกเขาเสียชีวิต

การวิเคราะห์ของบีบีซี พบว่า ทั้ง 9 ราย เป็นหนึ่งในผู้อพยพมากกว่า 40 คน ที่ผู้เห็นเหตุการณ์อ้างว่าเสียชีวิตจากการถูกเจ้าหน้าที่บังคับผลักดันออกจากน่านน้ำของกรีซ หรือส่งกลับไปในทะเลหลังจากเดินทางถึงดินแดนของกรีซแล้ว

หน่วยยามฝั่งของกรีซบอกกับทีมสืบสวนของบีบีซีว่า พวกเขาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทำผิดกฎหมายทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ทีมงานของบีบีซีได้เปิดคลิปวิดีโอซึ่งแสดงให้เห็นผู้อพยพ 12 คนถูกนำตัวขึ้นเรือของหน่วยยามฝั่ง จากนั้นจึงถูกทิ้งไว้ในเรือบดลำหนึ่งให้อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของหน่วยยามฝั่งกรีซดู เขาก็ลุกจากเก้าอี้แล้วพูดทั้งที่ไมโครโฟนยังเปิดอยู่ว่า “นี่มันผิดกฎหมายอย่างชัดเจน” และ “นี่คืออาชญากรรมระหว่างประเทศ”

ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซถูกกล่าวหามานานแล้วว่าแอบบังคับส่งตัวผู้อพยพกลับ ผลักดันพวกเขากลับไปทางตุรกี ซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่บีบีซีสามารถคำนวณจำนวนเหตุการณ์ที่การกระทำของหน่วยยามฝั่งถูกกล่าวหาว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตได้

บีบีซี ระบุว่า 15 เหตุการณ์ที่พวกเขาวิเคราะห์ เกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม ปี 2563-2566 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 43 ศพ โดยแหล่งข่าวเบื้องต้นมาจากสื่อท้องถิ่น, องค์กรเอ็นจีโอ และหน่วยยามฝั่งของตุรกี แต่การยืนยันความถูกต้องถือเป็นเรื่องยาก เพราะผู้เห็นเหตุการณ์มักหายไป หรือกลัวเกินกว่าจะพูด แต่มีอย่างน้อย 4 เหตุการณ์ที่บีบีซีได้รับความร่วมมือจากพยาน

5 เหตุการณ์ดังกล่าว ผู้อพยพระบุว่า พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่กรีซโยนลงทะเลโดยตรง ขณะที่อีก 4 เหตุการณ์ ผู้อพยพอ้างว่าพวกเขาเดินทางถึงเกาะของกรีซแล้ว แต่ถูกตามจับตัวได้ นอกจากนั้นยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ผู้อพยพอ้างว่าพวกเขาถูกส่งลงเรือยางที่ไม่มีเครื่องยนต์ ก่อนที่เรือจะค่อยๆ แฟบลง โดยไม่รู้ว่าเรือถูกเจาะไว้ก่อนหรือไม่

ผู้อพยพชาวแคเมอรูนคนหนึ่งเล่าว่า เขาถูกตามจับตัวโดยเจ้าหน้าที่กรีซหลังเดินทางมาถึงเกาะซามอสเมื่อเดือนกันยายน 2564 โดยหวังว่าจะยื่นเรื่องขอสถานะผู้ลี้ภัย “เราเพิ่งมาถึง ก่อนตำรวจจะเข้ามาหาจากด้านหลัง” “มีตำรวจในเครื่องแบบสีดำทั้งตัว 2 นาย และอีก 3 นายใส่ชุดพลเรือน พวกเขาสวมหน้ากากจนเห็นแต่ดวงตา”

เขากับผู้อพยพอีก 2 คน ซึ่งเป็นชาวแคเมอรูนและชาวไอโวรีโคสต์ถูกส่งตัวขึ้นเรือของหน่วยยามฝั่ง ก่อนที่เพื่อนร่วมชาติของเขาจะถูกโยนลงทะเล ส่วนตัวเขาถูกผู้ที่จับตัวเขามาทุบตี และผลักเขาลงทะเลเช่นเดียวกัน โดยไม่ให้สวมเสื้อชูชีพ อย่างไรก็ตามเขาสามารถว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งได้สำเร็จ แต่ผู้อพยพอีก 2 คนถูกพบเป็นศพที่ชายฝั่งตุรกี

ทนายความของผู้รอดชีวิตรายนี้กำลังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่กรีซเปิดการสืบสวนคดีฆาตกรรมผู้อพยพทั้ง 2 ราย เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปูตินจ่อเยือนเกาหลีเหนือ เตรียมลงนามสนธิสัญญาหลายฉบับ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793984

ปูตินจ่อเยือนเกาหลีเหนือ เตรียมลงนามสนธิสัญญาหลายฉบับ

18 มิ.ย. 2567 01:27 น.

ปูตินจ่อเยือนเกาหลีเหนือ เตรียมลงนามสนธิสัญญาหลายฉบับ

วลาดิเมียร์ ปูติน จะเดินทางเยืองเกาหลีเหนือในวันอังคารนี้ โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลเครมลินระบุว่า จะมีการลงนามข้อตกลงหลายฉบับ รวมถึงสนธิสัญญาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เตรียมเดินทางเยือนประเทศเกาหลีเหนือในวันอังคารที่ 18 มิ.ย. 2567 นี้ โดยรัฐบาลเครมลินระบุว่าเป็นการเดินทางเยือนรัฐที่เป็นมิตรกัน และอาจมีการลงนามข้อตกลงหลายฉบับ

ตามรายงานของสื่อรัสเซีย ซึ่งอ้างคำพูดของนาย ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซียด้านนโยบายต่างประเทศ ระบุว่า การเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในครั้งนี้ จะมีการลงนามข้อตกลงหลายฉบับ ซึ่งอาจรวมถึงสนธิสัญญาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ อันจะเป็นการอัพเดทข้อตกลงยุคโซเวียตในปี 1961 และข้อตกลงที่ปูตินเคยลงนามไว้ในปี 2000

นายอูชาคอฟระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในโลกและภูมิภาค

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนเกาหลีเหนือของนายปูติน เกิดขึ้นในขณะที่ รัสเซียกำลังต้องการเครื่องกระสุนจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ขณะที่ฝ่ายชาติตะวันตกกล่าวหาเกาหลีเหนือมาตลอดว่าแบบส่งอาวุธให้แก่รัสเซีย ส่วนฝ่ายมอสโกก็ช่วยเหลือเปียงยางในด้านเทคโนโลยี แต่ทั้ง 2 ประเทศก็ปฏิเสธมาตลอด

นายอูชาคอฟบอกด้วยว่า นายปูตินจะเดินทางถึงกรุงเปียงยางในช่วงค่ำวันอังคารนี้ พร้อมกับคณะเจ้าหน้าที่กลุ่มใหญ่ซึ่งรวมถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ, กลาโหม, สาธารณสุข, คมนาคม และอวกาศ โดยปูตินจะร่วมชมคอนเสิร์ตเชิดชูเกีรยติของเขา ก่อนลงนามเอกสารสำคัญร่วมกับคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในวันพุธ และอาจจัดงานแถลงข่าวร่วมกันด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

นักท่องเที่ยวตายบนเกาะกรีซอีก 2 ศพ คาดคลื่นความร้อนเป็นเหตุ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793987

นักท่องเที่ยวตายบนเกาะกรีซอีก 2 ศพ คาดคลื่นความร้อนเป็นเหตุ

18 มิ.ย. 2567 04:24 น.

นักท่องเที่ยวตายบนเกาะกรีซอีก 2 ศพ คาดคลื่นความร้อนเป็นเหตุ

นักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตบนเกาะของประเทศกรีซเพิ่มอีก 2 ศพ ตามหลังการตายของพิธีกรชาวอังกฤษ ท่ามกลางภาวะคลื่นความร้อน และมีนักท่องเที่ยวสูญหายอีกหลายราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันวัย 55 ปี ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ถูกพบเป็นศพอยู่บนชายหาดร้างผู้คนบนเกาะ ‘มาธรากี’ (Mathraki) เกาะเล็กๆ ทางตะวันตกของประเทศกรีซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย. 2567) นับเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติรายที่ 3 ที่เสียชีวิตบนเกาะของชาติยุโรปแห่งนี้

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า พวกเขาพบเห็นนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันรายนี้ยังมีชีวิตอยู่ดีที่บาร์แห่งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน จากนั้นเขาจึงหายตัวไปและถูกพบเป็นศพดังกล่าว โดยตอนนี้ศพของเขาถูกส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลบนเกาะกอร์ฟู ซึ่งมีความพร้อมมากกว่าแล้ว

ชายชาวอเมริกันรายนี้นับเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติรายที่ 3 ที่เสียชีวิตบนเกาะต่างๆ ของประเทศกรีซในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตามหลังการเสียชีวิตของ ดร.ไมเคิล มอสลีย์ พิธีกรและกูรูด้านการลดน้ำหนักชาวอังกฤษ ซึ่งเสียชีวิตหลังหายตัวไปบนเกาะซีมีเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็มีการพบศพนักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ วัย 74 ปี บนเกาะซามอส โดยเขาหายตัวไปหลังจากออกไปเดินเขาคนเดียว

นอกจากนั้นยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหายสาบสูญไปอีกอย่างน้อย 3 คน โดยเจ้าหน้าที่ยังคงออกตามหา นายอัลเบิร์ต คาลิเบต อดีตตำรวจจากรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ วัย 59 ปี โดยเขาหายตัวไปหลังจากออกไปเดินเขาคนเดียวเช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวอีก 2 ราย เป็นหญิงชาวฝรั่งเศสวัย 73 ปี และ 64 ปี หายตัวไปบนเกาะซิกินอส

ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยแน่ชัดว่าสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวทั้ง 3 รายคืออะไร แต่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนที่พัดมาจากอเมริกาเหนือ ซึ่งทำให้อุณหภูมิของประเทศกรีซพุ่งสูงทุบสถิติตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดชั่วคราว เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง อะโครโปลิส ในกรุงเอเธนส์.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นายกฯ อิสราเอล ยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม หลัง ‘แกนต์ซ’ หน้าพรรคฝ่ายค้านลาออก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793941

นายกฯ อิสราเอล ยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม หลัง ‘แกนต์ซ’ หน้าพรรคฝ่ายค้านลาออก

17 มิ.ย. 2567 19:37 น.

นายกฯ อิสราเอล ยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม หลัง ‘แกนต์ซ’ หน้าพรรคฝ่ายค้านลาออก

เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยุบคณะรัฐมนตรีสงครามแล้ว หลัง เบนนี แกนต์ซ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน และกาดี ไอเซนโคต อดีต ผบ.สูงสุดลาออก 

สงครามอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาดำเนินมา 8 เดือนกว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ประกาศยุบคณะรัฐมนตรีสงครามแล้ว หลังจาก นายเบนนี แกนต์ซ อดีตนายพล และ รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคสายกลาง ฝ่ายค้าน ประกาศลาออก และทำให้ กาดี ไอเซนโคต อดีตเสนาธิการกองทัพอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรกับแกนต์ซ ตัดสินใจลาออกตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ได้ประกาศการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ระหว่างการประชุมกับคณะรัฐมนตรีด้านการเมืองและความมั่นคงเมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังมีการคาดการณ์กันว่านายกรัฐมนตรีอิสราเอลจะยังคงมี คณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เพื่อร่วมประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่สำคัญในเรื่องสงครามในกาซาต่อไป

เบนนี แกนต์ซ อดีตรมว.กลาโหม ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านของอิสราเอล

ด้านสื่ออิสราเอลรายงานถึงสาเหตุที่ทำให้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูตัดสินใจยุบคณะรัฐมนตรีสงครามว่าเป็นเพราะนายอิตามาร์ เบน-กาวีร์ รมว.ความมั่นคงแห่งชาติและเบซาเลล  ซามอทริช รมว.คลัง ซึ่งเป็นสองรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัด ต้องการเข้าร่วมในคณะรัฐมนตรีสงคราม แทน เบนนี แกนต์ซ และกาดี ไอเซนโคต ที่ลาออกไป


ก่อนหน้านี้ เบนนี แกนต์ซ ได้ตัดสินใจลาออกจากคณะรัฐมนตรีสงคราม เพราะขัดแย้งกับนายเนทันยาฮู เกี่ยวกับ ‘แผนยุทธศาสตร์หลังสงครามในฉนวนกาซา’ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะนายเนทันยาฮูได้ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวทางการเมืองในการพิจารณาเรื่องนี้ โดยแกนซ์ยังบอกว่า เนทันยาฮูได้ขัดขวางพวกเราต่อการมุ่งสู่ชัยชนะที่แท้จริงในฉนวนกาซา

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล ถูกจัดตั้งขึ้น 5 วัน หลังจากอิสราเอลทำสงครามตอบโต้กลุ่มฮามาสที่บุกโจมตีอิสราเอล เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 ศพ และกลุ่มฮามาสได้จับตัวประกันมาประมาณ 230 คน

คณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู, นายเบนนี แกนต์ซ อดีตรมว.กลาโหม และผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน นายโยอาฟ กัลแลนต์ รมว.กลาโหมคนปัจจุบัน, นายรอน เดอร์เมอร์ ที่ปรึกษาด้านการเมืองของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู และนายกาดี ไอเซนโคต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และปัจจุบันเป็นนักการเมือง ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ เบนนี แกนต์ซ

ที่มา : Aljazeera ,CNN

“มันคืออิสรภาพ” วัยรุ่นเยอรมัน 17 ปี ใช้ชีวิตบนรถไฟสองปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793906

"มันคืออิสรภาพ" วัยรุ่นเยอรมัน 17 ปี ใช้ชีวิตบนรถไฟสองปี

17 มิ.ย. 2567 17:28 น.

“มันคืออิสรภาพ” วัยรุ่นเยอรมัน 17 ปี ใช้ชีวิตบนรถไฟสองปี

วัยรุ่นชาวเยอรมัน วัย 17 ปี ละทิ้งความสะดวกสบายในบ้าน มาใช้ชีวิตบนรถไฟสองปีแล้ว เผยการได้ตัดสินใจทุกวันว่าอยากไปที่ไหนนั้นช่างวิเศษจริงๆ มันคืออิสระที่แท้จริง

บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียมรายงาน นายลาส สโตลลี วัยรุ่นหนุ่มชาวเยอรมัน วัย 17 ปี อาศัยอยู่บนรถไฟตั้งแต่สิงหาคม 2565 เขาละทิ้งความสะดวกสบายในบ้านของครอบครัว มาใช้ชีวิตเรียบง่ายบนรถไฟ ในเวลาไม่ถึงสองปี เขาได้เดินทางถึง 650,000 กิโลเมตร เทียบเท่ากับการเดินทางรอบโลก 15 ครั้งโดยนั่งรถไฟนานกว่า 6,700 ชั่วโมง

“การได้ตัดสินใจได้ทุกวันว่าอยากไปที่ไหนนั้นช่างวิเศษจริงๆ มันคืออิสระที่แท้จริง” สโตลลี กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับ AFP ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่สถานีรถไฟเมืองแฟรงก์เฟิร์ต

ลาส สโตลลี

สโตลลี มีกระเป๋าเป้ขนาด 30 ลิตร เป็นกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว ชายหนุ่มผมสีแดงร่างผอมเพรียวทำอะไรได้เพียงเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายที่มากที่สุดของเขา (5,888 ยูโร) คือบัตรส่วนลดชั้นหนึ่ง 100% จากการรถไฟเยอรมัน หรือ Deutsche Bahn

การสมัครสมาชิกชั้นหนึ่งนี้ ทำให้เขามีสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองชั้นหนึ่งในสถานีได้ฟรี เขาสามารถรับประทานอาหารฟรี และซักเสื้อผ้าในอ่างล้างมือ จากนั้นเขาก็ตากแห้งบนรถไฟกลางคืน เขาแปรงฟันและอาบน้ำที่อ่างล้างจานในร้านเหล่านี้ด้วย สำหรับการอาบน้ำเขาจะไปสระว่ายน้ำใกล้สถานีรถไฟ

เขามีนิสัยชอบนอนบนที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส ซึ่งเขาพบว่าสบายมากจนตอนนี้เขารู้สึกอึดอัดที่จะนอนบนเตียงธรรมดา “ผมคิดถึงรถไฟที่โยกไปมา” เขาอธิบาย

หลังจากออกจากโรงเรียน เขาหางานพาร์ตไทม์เป็นนักพัฒนาอิสระให้กับบริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ซึ่งทำให้เขาสามารถทำงานบนรถไฟได้ “ผมชอบความจริงที่ว่า เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นภูมิทัศน์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเดินทางสำรวจทุกซอกทุกมุมของเยอรมนี” สโตลลี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดกำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับชีวิตเร่ร่อนนี้ เมื่อตอนเป็นเด็ก เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องรถไฟ ไม่เคยเป็นเจ้าของรถไฟฟ้า และเคยนั่งรถไฟความเร็วสูงของเยอรมนี ICE เพียงสองครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจอาศัยอยู่บนรถไฟอย่างถาวร

หลังจากจบมัธยมปลาย สโตลลีวางแผนจะฝึกงานด้านการเขียนโปรแกรม เมื่อเขามองหาสิ่งที่เขาสามารถทำได้และไปเจอสารคดีที่แสดงภาพคนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่บนรถไฟ “ผมคิดว่าผมสามารถทำแบบเดียวกันได้” 

ในตอนแรกพ่อแม่ของเขาพยายามห้ามปราม แต่เมื่อตระหนักว่าเขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะดำเนินโครงการต่อไปไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม พวกเขาจึงตัดสินใจสนับสนุนเขาในที่สุด

สำหรับการเดินทางครั้งแรก เขาออกเดินทางจากฟ็อคเบค เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของเยอรมนี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนเดนมาร์ก เพื่อไปยังฮัมบวร์ก จากนั้นเขานั่งรถไฟกลางคืนไปยังมิวนิก (ทางใต้) วันแรกเป็นเรื่องยาก เขานอนไม่หลับบนรถไฟและกลับไปหาพ่อแม่บ่อยครั้ง ตั้งแต่นั้นมาเขาก็คุ้นเคยกับมัน และพบเนื้อคู่ในเลานจ์ชั้นหนึ่งที่สถานีรถไฟโคโลญจน์

การใช้ชีวิตเดินทางบนเครือข่ายการรถไฟของเยอรมนี ซึ่งมักถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงสภาพที่ย่ำแย่หลังจากการลงทุนน้อยในช่วงหลายปี ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป “ความล่าช้าและปัญหาอื่นๆ เกิดขึ้นทุกวัน” สโตลลี กล่าว

คำถามเกี่ยวกับนักเดินทางที่ใช้ชีวิตบนรถไฟรายนี้ เจ้าหน้าที่ Deutsche Bahn ไม่ต้องการแสดงความคิดเห็น ช่วงปี 2566 และต้นปี 2567 เจ้าหน้าที่การรถไฟนัดหยุดงานบ่อยครั้งเพื่อเรียกร้องค่าจ้างและสภาพการทำงานที่ดีขึ้น การหยุดงานประท้วงทำให้เครือข่ายเป็นอัมพาต และบังคับให้ สโตลลีต้องนอนในสนามบิน

อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้สึกเหนื่อย เมื่อถามว่า เขาต้องการดำเนินชีวิตตามเส้นทางนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน เขาตอบว่า “อาจเป็นปีหนึ่ง หรือห้าปีก็ได้” และเสริมว่า “ตอนนี้ฉันกำลังสนุกและค้นพบสิ่งใหม่ๆ ทุกวัน”

สุดระทึก เครื่องบินเวอร์จิน แอร์ไลน์ ไฟไหม้เครื่องยนต์ ขอลงจอดฉุกเฉิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793863

สุดระทึก เครื่องบินเวอร์จิน แอร์ไลน์ ไฟไหม้เครื่องยนต์ ขอลงจอดฉุกเฉิน

17 มิ.ย. 2567 16:05 น.

สุดระทึก เครื่องบินเวอร์จิน แอร์ไลน์ ไฟไหม้เครื่องยนต์ ขอลงจอดฉุกเฉิน

(ภาพประกอบ)

เครื่องบินเวอร์จิน แอร์ไลน์ ไฟไหม้เครื่องยนต์ หลังเพิ่งทะยานขึ้นจากสนามบินที่ควีนส์ทาวน์ในนิวซีแลนด์ นักบินต้องขอลงจอดฉุกเฉิน

เดลี่เมลรายงานเมื่อ 17 มิ.ย.2567 ว่า เกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสารสายการบินเวอร์จิน แอร์ไลน์ เที่ยวบินจากเมืองควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์ มายังเมืองเมลเบิร์น ในออสเตรลีย เกิดเหตุไฟไหม้เครื่องยนต์ ทำให้นักบินต้องขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินอินเวอร์คาร์กิลล์ ในนิวซีแลนด์

เครื่องบินโดยสารเวอร์จิน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน VA148 เดินทางออกจากสนามบินเมืองควีนทาวน์ บนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ เมื่อเวลา 17.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่แล้วเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งได้เกิดปัญหาขณะเครื่องบินกำลังทะยานขึ้น จนเห็นว่ามีเปลวไฟลุกไหม้จากเครื่องยนต์ และคนที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าได้ยินเสียงดังปังหลายครั้ง

ขณะที่เดลี่เมลยังเผยคลิปนาทีที่เกิดไฟลุกไหม้เครื่องยนต์อย่างน่าสะพรึงกลัว โดย นิค แลมเบิร์ต ซึ่งเห็นเหตุการณ์ระทึกครั้งนี้ เผยว่าเขาได้ยินเสียงดังปังจากเครื่องยนต์ของเครื่องบินโดยสาร จากนั้นได้เกิดไฟลุกไหม้เครื่องยนต์ บางทีอาจเป็นเพราะชนนกก็เป็นได้?

ที่มา : Dailymail

ผลวิจัยโลกชี้ คนเบื่อเสพข่าว เพราะชวนหดหู่และน่าเบื่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793846

ผลวิจัยโลกชี้ คนเบื่อเสพข่าว เพราะชวนหดหู่และน่าเบื่อ

17 มิ.ย. 2567 15:46 น.

ผลวิจัยโลกชี้ คนเบื่อเสพข่าว เพราะชวนหดหู่และน่าเบื่อ

ผลวิจัยชี้คนทั่วโลกจำนวนมากหันหลังให้กับการติดตามข่าวสาร โดยมองว่าทำให้หดหู่ มีความรุนแรง และน่าเบื่อ

ผลวิจัยจากสถาบันรอยเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการติดตามข่าวสารของคนทั่วโลก โดยพบว่าเกือบ 4 ใน 10 หรือราว 39 เปอร์เซ็นต์ของประชาชนทั่วโลกเริ่มที่จะหลีกเลี่ยงการติดตามข่าวสารบางครั้ง หรือบ่อยๆ เปรียบเทียบกับในปี 2017 ที่มีคนหลีกเลี่ยงติดตามข่าวสารคิดเป็น 29 เปอร์เซ็นต์
โดยผลจากการวิจัยยังพบด้วยว่าข่าวเรื่องสงครามในยูเครน และตะวันออกกลาง มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจปิดรับข่าวสาร
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่ 94,943 คน จาก 47 ประเทศ โดย ยูโกฟ เมื่อเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ ที่สำรวจการรายงานข่าวโดยดิจิทัล นิวส์ รีพอร์ท ของปีนี้ พบว่า การหลีกเลี่ยงการติดตามข่าวเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุด โดยยังพบว่าในช่วงที่ประชาชนหลายพันล้านคนทั่วโลก กำลังมีการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับภูมิภาค ก็ทำให้ผู้คนในบางประเทศหันมาสนใจในข่าวสารมากขึ้น รวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในภาพรวม ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ลดลง โดยผลสำรวจจากทั่วโลกพบว่า 46 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่าพวกเขามีความสนใจในข่าวสารเป็นอย่างมาก ซึ่งลดลงจากปี 2017 ที่มีถึง 63 เปอร์เซ็นต์ โดยในอังกฤษมีคนสนใจในข่าวลดลงเหลือเพียงเกือบครึ่งของปี 2015

นิค นิวแมน หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า เห็นได้ชัดว่าวาระข่าวเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะมีทั้งโรคระบาด และสงคราม จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะหันหลังให้กับข่าว เพื่อปกป้องสุขภาพจิตของตัวเอง หรือต้องการใช้ชีวิตของแบบสงบๆ

บางคนอาจจะรู้สึกว่าข่าวสารมันท่วมท้น และรู้สึกสับสนในจำนวนข่าวที่มีมากมาย ในขณะที่อีกหลายคนรู้สึกเหนื่อยกับการเมือง โดยกลุ่มผู้หญิงและเยาวชนมักจะเป็นกลุ่มที่รู้สึกแย่กับข่าวสารต่างๆ มากที่สุด

ขณะเดียวกัน รายงานชิ้นนี้ยังพบว่า ผู้ชมที่ติดตามรับชมสื่อยุคเก่าแบบทีวีหรือหนังสือพิมพ์ลดลงอย่างรวดเร็วในรอบไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากคนยุคใหม่ชอบติดตามข่าวสารจากช่องทางออนไลน์ และโซเชียลมีเดียมากกว่า

โดยแพลตฟอร์มทางโซเชียลที่สำคัญสำหรับการติดตามข่าวสารยังคงเป็นเฟซบุ๊ก แม้ว่าจะลดลงในระยะยาว ส่วนยูทูบ และวอตส์แอป ยังคงเป็นแหล่งติดตามข่าวที่สำคัญสำหรับคนจำนวนมาก ส่วนติ๊กต่อกกำลังมาแรง และแซงหน้า เอ็กซ์ เป็นครั้งแรก.

ที่มา : BBC

“กอร์ดอน แรมซีย์” โชว์รอยฟกช้ำอุบัติเหตุจักรยาน ย้ำสวมหมวกกันน็อก (ชมคลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793812

"กอร์ดอน แรมซีย์" โชว์รอยฟกช้ำอุบัติเหตุจักรยาน ย้ำสวมหมวกกันน็อก (ชมคลิป)

17 มิ.ย. 2567 13:20 น.

“กอร์ดอน แรมซีย์” โชว์รอยฟกช้ำอุบัติเหตุจักรยาน ย้ำสวมหมวกกันน็อก (ชมคลิป)

กอร์ดอน แรมซีย์ เชฟชื่อดังระดับโลก เปิดเสื้อโชว์รอยช้ำขนาดใหญ่ พร้อมเล่าถึงความรู้สึกกลัว หลังจากเกิดอุบัติเหตุทางจักรยานในสหรัฐฯ 

กอร์ดอน แรมซีย์ เชฟชื่อดังระดับโลก ได้โพสต์วิดีโอบนสื่อโซเชียลมีเดีย “X” ของเขา โดยเปิดเสื้อขึ้นจนเห็นรอยช้ำสีม่วงขนาดใหญ่บนร่างกายของเขา หลังเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

แรมซีย์ เจ้าของรายการ Ramsay’s Kitchen Nightmares และ Hell’s Kitchen ได้ฝากข้อความเนื่องในวันพ่อ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) ถึง “คุณพ่อทุกคน” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสวมหมวกกันน็อก

“สวัสดีทุกคน นี่ผมกอร์ดอนเอง ผมอยากแชร์เรื่องราวที่สำคัญมากกับทุกคน คุณรู้ไหมว่าผมชอบขี่จักรยาน ไตรกีฬา และการแข่งขันไอออนแมนมากแค่ไหน แต่โชคไม่ดีที่ผมประสบอุบัติเหตุเลวร้ายมาก และมันทำให้ผมหวาดกลัวมากจริงๆ”

เขากล่าวว่า “ผมไม่สนใจว่าการเดินทางจะสั้นแค่ไหน” พร้อมเสริมว่าคำแนะนำนี้จะต้องได้รับความสำคัญมากยิ่งขึ้น เมื่อต้องขี่จักรยานกับเด็กๆ โดยกล่าวว่า “พวกเขาต้องสวมหมวกกันน็อก”

“ผมอยากจะอวยพรให้คุณทุกคนมีความสุขในวันพ่อ แต่ได้โปรด ได้โปรดสวมหมวกกันน็อกด้วย ถ้าผมไม่ได้สวมตอนนั้น ผมคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่ในตอนนี้”

บนอินสตาแกรมของเขา เขายังแชร์ภาพถ่ายก่อนและหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นความเสียหายอย่างมากกับหมวกกันน็อกของเขา รวมถึงเสื้อผ้าที่ฉีกขาด แรมซีย์ กล่าวว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ที่รัฐคอนเนตทิคัตของสหรัฐฯ

แรมซีย์ วัย 57 ปี ยังกล่าวขอบคุณศัลยแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลลอว์เรนซ์ แอนด์ เมโมเรียล ที่คอยดูแลเขา เขาชี้แจงว่าเขาไม่ได้กระดูกหัก หรือได้รับบาดเจ็บสาหัสใดๆ แต่มี “รอยฟกช้ำเล็กน้อยที่ดูเหมือนมันฝรั่งสีม่วง” แรมซีย์ ยังกล่าวเสริมว่า “ผมรู้สึกเจ็บปวด มันเป็นสัปดาห์ที่โหดร้าย และผมก็ผ่านมันมาได้”.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign