ปิดฉาก!ปีที่ 32ของ ราชินีเพลงลูกทุ่ง ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810966

ปิดฉาก!ปีที่ 32ของ ราชินีเพลงลูกทุ่ง 'พุ่มพวง ดวงจันทร์'

ปิดฉาก!ปีที่ 32ของ ราชินีเพลงลูกทุ่ง ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.28 น.

ผ่านพ้นไปด้วยความสุขความสนุกสนานสำหรับงาน ครบรอบปีที่ 32รำลึกถึง ราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ที่จัดขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่8ถึงวันอาทิตย์ที่16มิถุนายน ณ วัดทับกระดานจ.สุพรรณบุรีงานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประจำปีที่บรรดาศิลปินนักร้องลูกทุ่งทั้งดาวรุ่งดาวร่วงทั่วประเทศต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันมากที่สุดกระทั้งกลายเป็นประเพณีที่ทุกๆปี สำหรับคนรักราชินีเพลงลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์”ที่จะมาพบกันในงานนี้

งาน ครบรอบปีที่ 32รำลึกถึง ราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ใน2วันสุดท้ายก็ยังมีขุนพลเพลงลูกทุ่งทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กร่วมสลับสับเปลี่ยน ขึ้นเวทีโชว์เพลงดัง ของ ราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ กันยันเลิกส่วนทางด้าน ดร.เอนก พันธุรัตน์บอสใหญ่ ค่ายพันธุรัตน์เรคคอร์ด ยังดอดเข้าปรึกษาขาใหญ่ ค่ายเพชรนาคาภาพยนตร์ขนดารานักร้องจากภาพยนตร์เรื่อง “เพลงรักบ้านทุ่ง” นำโดย ดำรง วงศ์ทอง และสองนางเอกสาวสวย มินท์-มินท์ธวรรณ์,ส้ม-นวรัตน์พันธุรัตน์ ตามด้วย อาจารย์ ณกรณ์ ชูรักษ์ โปรดิวเซอร์ เจ้าของเพลง อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล “คนรักเมีย” ครูจอย-ณีรัชยา พันธุรัตน์, น้องโดนัท-โดนัท  จากค่าย PTR.RFCORD  โดยมี  ท่าน สิรภพ ศรีอาจ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุฅนสุพรรณ FM99.25Mhz.ให้เกียรติรับหน้าที่เป็นพิธีกรรับเชิญ ในงานนี้อีกด้วย สวัสดี หมึก มายา รายงาน

กำลังใจล้นหลาม’แตงกวา กษมา-โจ้ ชลวิศว์’ ทุ่มสุดตัว ก่อนไปชิงมงประเทศโปแลนด์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810956

กำลังใจล้นหลาม'แตงกวา กษมา-โจ้ ชลวิศว์' ทุ่มสุดตัว ก่อนไปชิงมงประเทศโปแลนด์

กำลังใจล้นหลาม’แตงกวา กษมา-โจ้ ชลวิศว์’ ทุ่มสุดตัว ก่อนไปชิงมงประเทศโปแลนด์

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.09 น.

นับถอยหลังและส่งแรงใจให้กับ Miss Supranational Thailand 2024 “แตงกวา กษมา ซื่อตรง” ก่อนจะบินลัดฟ้าไปช่วงชิงมงใหญ่ “Miss Supranational 2024” ณ ประเทศโปแลนด์ งานนี้ 2 เนชันแนล ไดเร็คเตอร์ จาก“บริษัท พอสสิเบิลดรีม 789 จำกัด” “แด๊ดดี้ พอล วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ” และ “พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล” พร้อมผู้ใหญ่ใจดี “คุณแซม ไพศาล อ่าวสถาพร” เดินทางไปส่งพร้อมให้คำแนะนำด้วยตัวเอง ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

เพื่อให้สมความปังเวทีซูปร้า  Mister Supranational Thailand 2024 “โจ้ ชลวิศว์ วงศ์ศรีวอ” และ  Miss Supranational Thailand 2024 “แตงกวา กษมา ซื่อตรง”  นั่งรถหรู Bentayga Hybrid มาในเฉดสีพิเศษ Extreme Silver มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองเพราะมีพี่น้องซูปร้าไปส่งและให้กำลังใจกันถ้วนหน้าสมเป็นครอบครัวซูปร้า

ทันทีที่  “แตงกวา กษมา”  เดินทางเข้ากองประกวดที่ประเทศโปแลนด์ เธอสวยสับด้วยชุดเสื้อสีสันสดใส เพื่อสอดคล้องกับการเยี่ยมชมเมืองคราโคว เมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสีสัน วัฒนธรรม เปรียบเสมือนฉากจากเทพนิยายยุคกลางของประเทศโปแลนด์

‘เสนาหอย’พุ่งถามตรง’อุ้ม-ลักขณา’ทำไมวันนั้นไม่เลือกพี่?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810940

'เสนาหอย'พุ่งถามตรง'อุ้ม-ลักขณา'ทำไมวันนั้นไม่เลือกพี่?

‘เสนาหอย’พุ่งถามตรง’อุ้ม-ลักขณา’ทำไมวันนั้นไม่เลือกพี่?

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.34 น.

รู้กันทั้งวงการว่า “เสนาหอย”เคยคลั่งรักตามจีบสาว “อุ้ม-ลักขณา” แบบสุดตัวอยู่ช่วงหนึ่ง และพอมีโอกาสได้มาเจอกันในรายการ “หอมกะหอย Show”ซึ่งเสนาหอยเป็นพิธีกร เจ้าตัวจึงถามคำถามที่เชื่อว่าใครหลายคนอยากรู้ว่า ทำไมตอนนั้นสาวอุ้มถึงไม่เลือกเสนาหอย!

สาวอุ้มก็เต็มใจที่จะไขข้อสงสัยนี้ เหตุผลก็เพราะรู้กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของเสนาหอยเป็นอย่างดี ซึ่งสาวอุ้มเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่ชอบคนเจ้าชู้ แต่เสนาหอยเป็นคนที่ดูยังไม่จริงจังกับการมีชีวิตคู่ซึ่งตรงข้ามกับสาวอุ้มโดยสิ้นเชิง

ทางด้านของเสนาหอยก็ยอมรับว่าตนเองเป็นอย่างที่อุ้มบอกทุกอย่าง ตอนนั้นยังไม่อยากแต่งงานจริงๆ สุดท้ายแล้วถึงจะไม่ถูกเลือก แต่สำหรับเสนาหอยแล้ว สาวอุ้มก็ยังคงเป็นแรงบันดาลใจของเขาอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะไม่ใช่ในฐานะของคนรักกันก็ตาม

เป็นอีกเรื่องราวที่น่ารักและคงทำให้ใครหลายคนยิ้มตามได้แน่นอน และสามารถรับชมเรื่องราวเม้าท์ๆ ของสาวอุ้มได้วันอังคารที่ 18มิถุนายนนี้ในรายการ “หอมกะหอย Show”ออกอากาศทุกวันจันทร์ – วันศุกร์เวลา 10.55-11.20 น. ทางช่อง 3HD กด 33และรับชมย้อนหลังได้ทางช่องยูทูปTV Thunder Official

START IT UP ชวนคนรุ่นใหม่มาออกสตาร์ท สร้างฝัน ในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2024

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810929

START IT UP ชวนคนรุ่นใหม่มาออกสตาร์ท สร้างฝัน ในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2024

START IT UP ชวนคนรุ่นใหม่มาออกสตาร์ท สร้างฝัน ในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2024

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.19 น.

START IT UP ขอขอบคุณ Creative Generation ที่ตบเท้าเข้ามาร่วมในแคมเปญ #จะเริ่มทำกี่โมง ด้วยกิจกรรม Post It Up ณ งาน CTC 2024 (CREATIVE TALK CONFERENCE 2024) ณ ไบเทค บางนา อย่างล้นหลาม START IT UP วัยสตาร์ท น็อนสต็อป ได้เริ่มออก START กับทุกคน  โดยมี ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทT&BMedia Global(ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหาร เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมี Key Speakerทีมผู้จัดงาน อาทิ คุณเก่ง “สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม” และ คุณโจ้“ฉวีวรรณ คงโชคสมัย”เข้ามาร่วมให้กำลังใจและให้คำแนะนำกับเหล่านักสร้างฝัน โดยจากผลสำรวจพบว่า ธุรกิจแพลตฟอร์ม, จัดทำคอนเทนต์, กลุ่มยูทูบเบอร์ และการรีวิวสินค้า มีผู้ให้ความสนใจอยากอยากลงมือทำเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย ความงาม, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เรียกได้ว่าครบเครื่องพร้อมออก START กันสุดๆ ไปเลย

START IT UP ยังมีกิจกรรมSTART YOUR OWN WAYที่เป็น GIMMICK SHORT VDO ให้เหล่าวัยพร้อมสตาร์ท มาร่วมเล่นนอกจากได้มาพูดสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองมีไฟมากขึ้นในการเริ่มทำ ยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นอีกได้ด้วยรอติดตามกิจกรรมพร้อมสร้างแรงบันดาลใจไปด้วยกันได้ที่

FACEBOOK:Start It Up TH

https://www.facebook.com/StartItUp.Thailand/

IG :startitupth (Start It Up TH)

https://www.instagram.com/startitupth?igsh=NHBzdmp0ZW1jbzd5

TIKTOK: @start.it.up.th (Start It Up TH)

LinkTree: @StartItUpTH_2024

https://linktr.ee/StartItUpTH_2024

#StartItUpTH #StartYourOwnWay  #จะเริ่มทำกี่โมง #CTC2024

เป็นบุญมาก! ‘แจ็ค แฟนฉัน’เผย’หลวงปู่ศิลา’เมตตาตั้งชื่อให้ลูกชายคนแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810927

เป็นบุญมาก! 'แจ็ค แฟนฉัน'เผย'หลวงปู่ศิลา'เมตตาตั้งชื่อให้ลูกชายคนแรก

เป็นบุญมาก! ‘แจ็ค แฟนฉัน’เผย’หลวงปู่ศิลา’เมตตาตั้งชื่อให้ลูกชายคนแรก

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.11 น.

17 มิถุนายน 2567 ใกล้จะได้เจอหน้าลูกชายตัวน้อยแล้วสำหรับว่าที่คุณพ่อป้ายแดง’แจ็ค แฟนฉัน’ โพสต์ภาพที่เจ้าตัวได้เดินทางไปกราบ ‘หลวงปู่ศิลา สิริจันโท’ เกจิชื่อดังแห่งภาคอีสาน ณ วัดพระธาตุหินหมื่น จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพถ่ายคู่กับ’หลวงปู่ศิลา’พร้อมระบุข้อความว่า “หลวงปู่ศิลาเอาบุญมาฝากครับ #หลวงปู่ตั้งชื่อให้ลูกด้วยชายผมด้วยคากิ ยามาซิตะ @baihmon.kj” 

ซึ่งเมื่อ’แจ็ค แฟนฉัน’โพสต์ภาพนี้ออกไปก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยในกระดาษที่’หลวงปู่ศิลา’เขียนไว้ว่า “ยามาชิตะ ชื่อลูกตามใจแม่” ซึ่งภรรยาสาวของ’แจ็ค แฟนฉัน’ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า”เป็นบุญมากลูกก” ด้านศิษยานุศิษย์หลายคนเห็นแล้วต่างเข้ามาสาธุกันยกใหญ่ แต่ที่สะดุดตาชาวเน็ตเป็นอย่างมากเมื่อเห็นมุมกระดาษมีเลขปรากฏอยู่นั่นเอง 

‘ดิสรัปชั่น’ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน ‘ปรับตัว-กำกับดูแล’ควรอยู่จุดไหน?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811009

‘ดิสรัปชั่น’ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน ‘ปรับตัว-กำกับดูแล’ควรอยู่จุดไหน?

‘ดิสรัปชั่น’ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน ‘ปรับตัว-กำกับดูแล’ควรอยู่จุดไหน?

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“อาจจะเพราะคอนเทนต์ Original ของ…ไม่ต้องผ่านการจัดเรต เลยมีอะไรให้ดูเนื้อหาแบบ…และ…หรือเปล่า?”

คำถามจากเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง ในช่วงที่โลกออนไลน์ของเมืองไทยกำลังร้อนระอุ หรือเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.2567 กรณี “สตรีมมิ่ง”หรือผู้ให้บริการเนื้อหาภาพและเสียงผ่านอินเตอร์เนต นำเสนอ 2 เนื้อหาที่ก่อให้เกิด “ดรามา” ข้อถกเถียง-วิวาทะอย่างกว้างขวางในสังคมไทย หรือระยะหลังๆ จะเริ่มเห็นสื่อดั้งเดิมอย่างสถานีโทรทัศน์ ทำแอปพลิเคชั่นดูละครที่ผลิตลงช่องของตนเอง และมีเสียงร่ำลือจากผู้ชมว่า คำบางคำที่ต้อง “ดูดเสียง” เซ็นเซอร์ในการออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ เมื่อไปเผยแพร่ทางออนไลน์ก็ไม่มีการเซ็นเซอร์ จึงได้อรรถรสในการรับชมมากกว่า

แต่แม้ด้านหนึ่งจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า“มาตรฐานการคัดกรอง-เซ็นเซอร์ของประเทศไทย เป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้สื่อบันเทิงของไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ทั้งที่คนทำงานวงการนี้ของไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติไหนเลยก็ตาม” ในอีกด้านหนึ่ง “ความเสรีบนโลกออนไลน์ก็ถูกมองว่าทำให้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกลายเป็นเรื่องปกติ” ดังที่ วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำเรื่องนี้ไปอภิปรายในที่ประชุม สว. วันที่ 27 ธ.ค. 2564 ถามหาบทบาทของ “กระทรวงวัฒนธรรม” ว่าในประเทศไทยยังมีหน่วยงานนี้อยู่หรือไม่

“ปล่อยให้มีการไลฟ์สดขายของใช้ถ้อยคำหยาบคายปรากฏในสื่อโซเชียล และขายสินค้าออนไลน์ จนกลายเป็นเนตไอดอล หรือแม้กระทั่งเป็นภาพโป๊ขายสินค้า ขายเครป ขายส้มตำ ขายก๋วยเตี๋ยวโชว์หน้าอก หรือเปิดแก้มก้น จนมีคนไปซื้อของร้านเหล่านี้มากมาย ภาษาที่ใช้ไม่สุภาพกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย แม้แต่คำร่วมเพศ และสารพัดสัตว์อยู่ในการขายของเนตไอดอล โดยเฉพาะคำว่า “โกลด์ ฟลาวเวอร์” พูดติดปากจนปกติ” สว.วันชัย กล่าว

ช่วงบ่ายของวันที่ 7 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ สังกมา สารวัตร อาจารย์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ในประเด็นข้างต้น ไล่ตั้งแต่คำถามแรก 1.เป็นความจริงมาก-น้อยเพียงใด? ที่คนทำสื่อ ทั้งที่เป็นสายข่าว (นักเล่าข่าว, พิธีกร) และสายบันเทิง (คนทำภาพยนตร์, ละคร, เพลง) หันไปผลิตเนื้อหาผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) หรือผ่านระบบสตรีมมิ่ง เพื่อหลบเลี่ยงกรอบการเซ็นเซอร์ของรัฐ สามารถทำอะไรแบบ “จัดหนัก-จัดเต็ม” ได้แบบไม่มีกรอบให้ต้องกั๊ก

ในคำถามนี้ อาจารย์สังกมา กล่าวว่า “ทั้งจริงและไม่จริง” โดยการปรับเปลี่ยนสื่อในรอบนี้เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงโลกรอบใหญ่ไปพร้อมๆ กัน ทั้งประชาธิปไตยที่ถดถอย ความแตกแยกแบ่งฝักฝ่ายของประชาชนทั้งในสหรัฐ ยุโรป เอเชีย ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีการแบ่งฝักฝ่ายการแข่งขันแย่งกันเป็นใหญ่สงครามการค้า สงครามดิจิทัล อาจเป็นไปได้ว่าผู้ผลิตหลบการเซ็นเซอร์ หรือก็อาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในการทำธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

“ประเด็นที่ 1 การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ” : การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อที่แทบไม่มีส่วนไหนในสังคมไม่ได้รับผลกระทบ Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน วงการสื่อสารมวลชนก็เช่นกันอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่เราเคยเผชิญกันมาเป็นระยะๆ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ดูจะเร็ว และรุนแรงกว่าที่เคยเจอมาในครั้งไหนๆ เราได้เห็นการล้มหายตายจากของสื่อแบบเดิมระดับโลกแบบไม่น่าเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบัน AI ก็เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาท้าทายแวดวงสื่อสารมวลชนเพิ่มเติมอีก

“ช่วง 3 ปีที่ผานมา งานวิจัยพบว่าข้อมูลข่าวสาร เนื้อหา content เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ละวันๆ ข้อมูลถูกสร้างขึ้น 328.77 ล้านเทราไบต์ (terabytes) แปลว่าทุกวันๆ เราจะได้รับข้อมูลเนื้อหาผ่านตาทุกวัน วันละเป็นหลัก 10,000 เนื้อหา นี่คือคำตอบว่า ทำไมคนทั่วไปยังจะต้องติดตามข่าว รายการของเราทางสื่อแบบดั้งเดิมในเมื่อเขามีทางเลือกใหม่ๆ เข้ามา พฤติกรรมมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ด้วยเหตุนี้คือคุณจะไปกำกับดูแลอย่างไร และจะไปกำกับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้คนอย่างไร ก็ต้องเอากรอบความคิดอีกชุด ที่ไม่ใช่แบบเดิม แต่คงไว้ซึ่งแก่นแท้ของการกำกับดูแลคือการปกป้องสิทธิการรับรู้ข่าวสารขอประชาชน ให้สมดุลกับสิทธิในฐานะที่ต้องได้รับการปกป้องจากเนื้อหาสื่อที่เป็นพิษเป็นภัย ก็ต้องกลับมาวิธีการที่ตอบประเด็นกำกับดูแลในการแก้โจทย์ภูมิทัศน์ใหม่นี้อย่างเหมาะสม บนหลักการประชาธิปไตยนั่นเอง” อาจารย์สังกมา ฉายภาพปริมาณข้อมูลมหาศาลในยุคออนไลน์

อาจารย์สังกมา กล่าวต่อไปว่า “ประเด็นต่อมา : การอาศัยช่องโหว่ของ platform” โดยขอพูดถึงคำย่อ “IDA” ประกอบด้วย “I-Interaction” สื่อยุคนี้คือการสื่อสารแบบมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน โต้ตอบได้ ฉับไว เมนท์กันไปตอบกันมา “D-Demassification” การส่งเนื้อหาไปเฉพาะคนกลุ่มใหญ่เหมือนทำรายการทีวีรอดูกันทั้งบ้านหน้าจอลดลง เปลี่ยนเป็นการผลิตเลือกเจาะรายการยิงไปยังผู้รับสารได้โดยตรงเฉพาะกลุ่ม และ “A-Asynchronous” หมายถึงการที่คนสื่อสารเมื่อได้ก็ได้ อยากรับสารเมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการ

ซึ่ง “เมื่อ IDA มันทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องผลิตสื่อไปอยู่ใน Platform เดิมๆ” อย่างไรก็ตาม “ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้คนบางกลุ่มใช้ช่องว่างนี้หนีการกำกับดูแลในการผลิตเนื้อหาใต้ดิน” เช่นดูหมิ่นเหยียดหยาม กลั่นแกล้ง หลอกลวงล่วงละเมิดทางเพศ หรือเนื้อหารุนแรงสุดโต่งทางความคิด แบ่งสีเลือกข้างทางการเมือง จากปรากฏการณ์ Exho Chamber (ห้องเสียงสะท้อน) ดังที่เห็นว่าสังคมไทยทะเลาะเบาะแว้งกันมาเกือบ 20 ปี หรือตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา กรณีเหตุการณ์บุกรัฐสภาของกลุ่มที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

“การใช้สื่อปลุกระดมข้างใครข้างมัน ทำให้ผู้บริหารประเทศทำงานเชิงนโยบายไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างเล่นการเมืองในพื้นที่ Echo chamber ของตัวเอง แต่ที่หนักที่สุด คือแนวคิดที่ต้านหลักการ การพัฒนาความเป็นประชาธิปไตย หรือ democratization ทำให้มันเบลอๆ และเกิดกระแสการกระทำที่ตามใจกลุ่มฉัน ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ด้วยเหตุนี้ขอสรุปเพื่อตอบคำถามที่ถามมาว่าการทำเนื้อหาเพื่อหนีการเซ็นเซอร์ก็ต้องตอบว่าจริง และทุกกลุ่มต่างใช้ช่องทางนี้ในการหนีการกำกับดูแลเพื่อผลประโยชน์แตกต่างกันไป คนทำการค้าก็ต้องการทำเนื้อหาแค่เอายอดวิวไม่ต้องรับผิดชอบคำพูดรุนแรง ล่อแหลมที่ตัวเองนำเสนอออกไป ในแง่การเมืองกลุ่มต่างๆ ก็ใช้พื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ตัวเองเชื่อมั่นใช้วิธีการแนวปลุกระดมกลุ่มมวลชนของตัวเอง” อาจารย์สังกมา กล่าว

คำถามต่อมา 2.ในภูมิทัศน์ของสื่อและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป บทบาทของรัฐควรจะเป็นอย่างไร? ระหว่างขยายการกำกับดูแลไปยังสื่อใหม่ให้กว้างขวางและเข้มงวดยิ่งขึ้น กับการปล่อยให้ทุกอย่างเสรีโดยให้เนื้อหาที่ผลิตออกมาสะท้อนภาพสังคมจริงๆ โดยใช้เพียงการจัดเรตผู้ชมเท่านั้น คำถามนี้ อาจารย์สังกมาชี้ว่า จำเป็นต้องมี “สมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกกับการปกป้องบุคคลทีได้รับผลกระทบ” ในกรณีที่เนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ก่อให้เกิดความรุนแรงหรือการสร้างความเกลียดชัง

ทั้งนี้ คุณลักษณะสำคัญของสื่อยุคดิจิทัล สื่อใหม่มีหน้าที่เปิดการสนทนาสาธารณะ มีหน้าที่ต่อต้านการกดขี่เชิงระบบที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งนี้จะเห็นได้จากปรากฏการณ์การเมือง สังคมทั่วโลกที่สื่อกระแสหลักภายใต้การควบคุมของรัฐหรือสื่อที่ต้องหาผลกำไรไม่สามารถกระทำได้ เช่น การชุมนุมในอาหรับ สปริงส์ การรณรงค์ต่อสู้ของสิทธิคนผิวสี เช่น Black Lives Matter ปัญหาโลกร้อนของเกรธา ทุนเบิร์ก เป็นต้น

ส่วนบทบาทสำคัญที่ควรจะเป็นของแต่ละฝ่าย ไล่ตั้งแต่ 2.1 ภาครัฐ ต้องมีความเป็นประชาธิปไตยในการ สร้างกระบวนการ/กลไก ในการให้เจ้าของแพลตฟอร์มสร้างกรอบหลักการสำหรับการกำกับเนื้อหาด้วยตัวเจ้าของธุรกิจเอง จัดเตรียมกรอบหลักสำหรับการกำกับเนื้อหาที่ต้องการให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล ให้มีขั้นตอนที่เหมาะสม ชัดแจ้งในการดำเนินการกับเนื้อหา เช่น การตั้งป้ายเตือนป้ายกำกับในขึ้นบนแพลตฟอร์มตัวเอง แพลตฟอร์มดิจิทัลควรจะทำการกำกับด้วยตนเองผ่านข้อกำหนดการใช้งานและโดยการระบุว่าจะจัดการเนื้อหาอย่างไรและในขอบเขตใด

นอกจากนี้รัฐควรออกมาตรการหลักปฏิบัติไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำกับดูแลภายใต้กฎหมายที่มีอยู่แล้วให้มีความจริงจัง ตั้งกลไกการทำงานบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กสทช. กระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น กฎหมายหมิ่นประมาท กฎหมายปกป้องเยาวชน กฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ เป็นต้น โดยเป็นการกำกับภายใต้กฎหมาย แต่รัฐไม่ควรเข้าไปแทรกแซงกำกับในแง่การดำเนินงาน ตรวจสอบเนื้อหาด้วยกระบวนการอันไม่เป็นประชาธิปไตย

2.2 แพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องมีมาตรการในการยึดโยงเข้ากับการรับผิดรับชอบที่เรียกว่า regulated self-regulation ต้องมีความโปร่งใส ชัดเจน มีแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ สนับสนุนตั้งองค์กรที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ แนะนำ เสนอแนะ ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้สร้างเนื้อหา เพื่อให้แพลตฟอร์มตระหนักถึงหน้าที่ในการรับผิดชอบความปลอดภัยของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

2.3 สำนักข่าวและคนวงการสื่อมวลชน ต้องตระหนักการทำงานของตัวเองในฐานะที่ต้องมีสิทธิเสรีภาพที่ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ การเคารพสิทธิ โดยองค์กรวิชาชีพ ต้องเข้ามาสร้างหลักปฏิบัติให้ชัดเจน อาทิ กฎหมายการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลักปฏิบัติหรือแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับสื่อออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งในฝั่งยุโรปที่เห็นบทเรียนจากการปลุกระดมทางการเมืองที่เกิดขึ้นใน Facebook ช่วงเลือกตั้งทำให้พวกเขาขยับตัวเร็วขึ้นกว่าเดิม

และ 2.4 ประชาชน ต้องติดอาวุธให้ตัวเองและลูกหลานในการรู้เท่าทันสื่อยุคดิจิทัล (digital literacy) เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของขั้วความคิดสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง หรือไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มหัวรุนแรงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทั้งนี้ภาครัฐมีความจำเป็นต้องสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาในรูปแบบการเรียนในหลักสูตรการเรียนรู้ ส่วนภาคประชาชนควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้แบบ lifelong learning ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากชุมชน

“มันมี 2 ขา ที่เถียงกันเสมอในวงวิชาการ สมมุติมือซ้ายคุณพูดเรื่อง Protection (การป้องกัน) ทางขวาต้องพูดเรื่อง Empowerment (การส่งเสริม) คือคุณจะเพิ่มพลังอำนาจให้ประชาชนมีภูมิต้านทางอย่างไรกับสื่อปลอม สื่อ Hate Speech (สร้างความเกลียดชัง) รัฐมักจะไปแขนซ้ายคือเรื่อง Protection เอากฎหมายวิ่งไล่ไหม? อันนั้นต้องมี แต่อีกขาที่คุณต้องทำไปด้วยคือเรื่อง Empowerment ถ้าคุณอ่านตำรา เชื่อทฤษฎีคนละเล่ม มันก็เริ่มจากฐานคนละอัน วิ่งไล่จับไปก็ยาก ง่ายๆ ไม่ทันเขา

เหมือนพวก (แก๊ง) คอลเซ็นเตอร์คุณจับมันได้มุขหนึ่งมันก็มามุขใหม่ มันเลยต้องมีขาที่ออกมา Educate (ให้ความรู้) แล้วเพิ่ม Empowerment ลงไปให้ทุกระดับ ไปอบรมเหมือนที่ Cofact (ภาคีเครือข่ายตรวจสอบข่าวลวงในประเทศไทย) เขาลงไป เครือข่ายโน่นนี่ ถ้ารัฐอยู่แต่ในพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็ตีกรอบว่าพื้นที่ฉันตรงนี้ เดี๋ยวตั้งคณะกรรมการ กว่าจะแก้ปัญหาไม่ทัน” อาจารย์สังกมา กล่าว

คำถามสุดท้าย 3.อุดมการณ์หรือปากท้อง คนทำสื่อควรจะเลือกทางใด? หรือจะมีอะไรที่มาช่วยรักษาสมดุลได้บ้าง? เพราะในสภาพที่คนแวดวงสื่อกระแสหลักถูกคาดหวังว่าต้องอยู่ในกรอบที่มากไปกว่ากฎหมาย (จริยธรรม จรรยาบรรณ มารยาท) แตกต่างจากคนในแวดวงสื่อใหม่ทางออนไลน์ที่ไม่ถูกคาดหวังเช่นนั้น (ตราบใดที่ไม่ผิดกฎหมาย จะหยาบคายสองแง่สองง่าม ก่อดราม่าอย่างไรก็ได้เต็มที่) ทำให้รายได้จากเม็ดเงินโฆษณาไหลไปอยู่กับกลุ่มหลังมากกว่ากลุ่มแรก จนระยะหลังๆ เริ่มเห็นคนสื่อหลักไปอยู่ในพื้นที่ออนไลน์เพื่อจะได้หลุดจากข้อจำกัดนั้น

อาจารย์สังกมา ตอบคำถามนี้ไว้ 3 ส่วน คือ 3.1 ภาครัฐ การตรวจสอบอาจหมายถึงการสนับสนุนให้ภาคผู้ประกอบการสามารถที่จะทำให้เกิดพื้นที่ความเป็นกลาง งบประมาณกองทุนต่างๆ อาทิ กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ อาจต้องจัดสรรงบประมาณเฉพาะช่วงการผลิตข่าว การให้รางวัลจูงใจ การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับข่าวคุณภาพ ไม่ใช่แค่เรียกเรตติ้ง

3.2 สำนักข่าว-องค์กรสื่อ มีทั้ง “ด้านการปรับตัว” เช่น ในแคนาดา สำนักข่าว CBC มีโปรแกรม Reskill ให้นักข่าวอาวุโสที่เก่งในงานข่าวสืบสวนสอบสวน เพื่อทำความเข้าใจและเปิดใจบูรณาการงานของตัวเองเข้ากับสื่อใหม่ที่เกิดขึ้น เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่อยู่ในสมองนักข่าวต่างหากที่หาเครื่องมือมาทดแทนไม่ได้ในเชิงคิดวิเคราะห์ การนำนโยบายด้านมัลติมีเดียเนื้อหาภาพ : ใช้ภาพถ่ายคุณภาพสูง วีดีโออินโฟกราฟิก และองค์ประกอบภาพอื่นๆ เพื่อเสริมเรื่องราวของเรา มัลติมีเดียสามารถทำให้ข้อมูลที่ซับซ้อนย่อยง่ายและน่าสนใจยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์เชิงโต้ตอบ โพล และแผนที่ เพื่อให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันต้องเปิดใจรับกลยุทธ์สื่อในยุคดิจิทัล สื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Communication: IMC) เช่น การโพสต์อย่างมีกลยุทธ์ หาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ ปรับโพสต์ของคุณให้เหมาะสมกับจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์ม และ “โลกสมัยใหม่ผู้คนต้องการการมีส่วนร่วม”องค์กรสื่ออาจส่วนร่วมกับผู้รับสารผ่านความคิดเห็นและการสนทนา บางทีอาจมีเปิดห้องเสวนาให้สมาชิกบ้าง เป็นต้น ขณะที่ “ด้านการรักษาจุดยืนของวิชาชีพ” ต้องยึดมั่นในการรักษาความถูกต้อง ยอมรายงานช้าลงบ้างเพื่อแลกกกับการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ไม่ไหลไปตามกระแสโลกออนไลน์

“สื่อหลักจำต้องยอมไม่วิ่งตามกระแส บรรณาธิการข่าวต้องไม่กดดันไปแข่งในตลาดระดับนั้น แม้เรตติ้งจะดี แต่อาจต้องปรับนโยบายการส่งผู้สื่อข่าวภาคสนาม เพื่อรักษาผลงานบุคลากร และคุณภาพงาน เช่น ข่าวลุงพลที่บางสำนักข่าวต้องการเรทติ้งเพราะคนสนใจ แต่ต้องถามว่าเขาสนใจเพราะเราป้อนให้ หรือเขาสนใจเพราะมันให้อะไรกับสังคม ไม่ควรลดทอนความถูกต้องเพื่อความรวดเร็ว ใช้ดุลยพินิจในการจัดลำดับความสำคัญว่าเรื่องใดที่ต้องให้ความสนใจในทันที” อาจารย์สังกมา ยกตัวอย่าง

และ 3.3 ระดับปัจเจก (นักข่าว-คนทำสื่อ) คงความลึกซึ้ง การเป็นแก่นแท้ของตัวนักข่าวไว้ และเปิดพื้นที่สำหรับการปรับตัวเน้นเรื่องที่มีความลึกและให้ภาพบริบทที่แตกต่างจากรายการเล่าข่าวแบบบันเทิง ต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี หรือการเมืองท้องถิ่น ความรู้เฉพาะทางสามารถดึงดูดผู้ชมที่ทุ่มเทผู้นำทางความคิด : เผยแพร่บทความและการวิเคราะห์ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของตัวเองและมอบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า

“Druve Rathee คนหนุ่มรุ่นใหม่ในอินเดีย เขาดังมากจากช่อง YouTubeมีคนติดตามช่องพอๆ กับ account ของประธานาธิบดีเลย ทำเนื้อหาการเมืองเปิดโปงช่วงก่อนเลือกตั้ง กระทบ นเรนทรา โมดี เป็นอย่างมาก ไม่มากก็น้อยมีผลทำให้เก้าอี้เขาได้น้อยลง เพราะคนชั้นกลางในเมือง และคนรุ่นใหม่ได้ข้อมูลที่สื่อกระแสหลักไม่เล่น แต่ตัว Druve ยังบอกเลยว่า เขาต้องกลับมายึดหลักจริยธรรมของนักข่าวมืออาชีพอยู่ดี เพราะหากเขาไม่มีสิ่งนี้ประชาชนจะไม่รับเขาในระยะยาว” นักวิชาการด้านสื่อผู้นี้ ฝากข้อคิดทิ้งท้าย

บัญชา จันทร์สมบูรณ์

(สัมภาษณ์/เรียบเรียง)

‘ภูมิธรรม’นำพาณิชย์ บริจาคสิ่งของ’สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811081

'ภูมิธรรม'นำพาณิชย์ บริจาคสิ่งของ'สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า'

‘ภูมิธรรม’นำพาณิชย์ บริจาคสิ่งของ’สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า’

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 22.05 น.

“ภูมิธรรม”นำพาณิชย์ บริจาคสิ่งของ”สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ”สมเด็จพระราชินี”เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรกระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณกุศลบริจาคสิ่งของให้สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567

โดยในการนี้ นายภูมิธรรมและคณะได้มอบสิ่งของบริจาคที่จำเป็นให้แก่ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า ประกอบด้วย ไข่ไก่ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เส้นหมี่อบแห้ง ปลากระป๋อง นม น้ำมันพืช น้ำผลไม้ กระดาษชำระ ผ้าเช็ดตัว ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผ้าอนามัย แป้งเด็ก น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน และพัดลม นอกจากนี้ ยังได้มีการบริจาคสิ่งของให้สถานสงเคราะห์อีก 2 แห่ง คือ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดีหญิงด้วย

สำหรับสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า เป็นหน่วยงานสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยอุปการะเลี้ยงดูเด็กอ่อนพิการทุกประเภททั้งชายและหญิงตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ปี แยกตัวออกมาจากบ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด เพื่อดูแลเด็กพิการโดยเฉพาะ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2521 ปัจจุบันมีเด็กในความอุปการะจำนวน 339 คน เป็นเด็กชายจำนวน 206 คน และเด็กหญิงจำนวน 133 คน โดยแบ่งตามความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของเด็กแยกเป็น กลุ่มเอ ช่วยเหลือตนเองได้ จำนวน 72 คน กลุ่มบี ช่วยเหลือตนเองได้บ้าง จำนวน 119 คน กลุ่มซี ช่วยตัวเองไม่ได้ จำนวน 121 คน และกลุ่มดี ติดเตียง จำนวน 27 คน โดยตั้งอยู่ที่ 78/9 หมู่ที่ 1 ซอยติวานนท์- ปากเกร็ด 1 ถนนติวานนท์ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

– 006

เฮดัง!!เด็กอาชีวะสุดเจ๋ง คว้า 6 รางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811086

เฮดัง!!เด็กอาชีวะสุดเจ๋ง คว้า 6 รางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ

เฮดัง!!เด็กอาชีวะสุดเจ๋ง คว้า 6 รางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 21.46 น.

เฮดัง!!เด็กอาชีวะสุดเจ๋ง คว้า 6 รางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ จากงาน“The 7th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2024” ณ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า นักศึกษาอาชีวศึกษา จาก 4 สถานศึกษา คว้าเหรียญรางวัลจากงาน การประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติ “The 7th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2024” ณ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center ดังนี้

1.วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ได้รับรางวัล 2 เหรียญทอง และ 1 รางวัล Special Award จาก 2 ผลงาน ได้แก่ เครื่องคั่วเมล็ดกาแฟด้วยโอ่งดิน โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) The Automatic Coffee Roaster Jar และ Surgical Apgar Score เครื่องวัดปริมาณการสูญเสียเลือดจากการผ่าตัด

2.วิทยาลัยเทคนิคสงขลา รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) และ WIIPA Special Award จากผลงาน A pollinator for durian flowers machine เครื่องผสมเกสรดอกทุเรียน

3.วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จากผลงาน สมาร์ทฟาร์มกระบองเพชร Cactus Smart Farm

4.วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จากผลงาน ผ้าทออัตลักษณ์ประจำถิ่นศรีพุนพิน Contemporary Woven Fabric Products With Lcal Identity Pattern “Sri Phun Phin”

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า การประกวดนวัตกรรมดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นประโยชน์และจุดเริ่มต้นที่ดีกับนักศึกษาอาชีวะเป็นอย่างมาก ที่สามารถนำความรู้จากการเรียน และประสบการณ์ในเวทีการประกวดของ สอศ.ได้นำมาปรับประยุกต์ คิดค้นนวัตกรรม จนเกิดเป็นสิ่งประดิษฐ์ในระดับเวทีนานาชาติที่สามารถคว้ารางวัลแห่งความภูมิใจให้กับนักศึกษา และสถานศึกษา สร้างชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากลจากผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายในความร่วมมือด้านการวิจัยและต่อยอดสิ่งประดิษฐ์ใช้งานได้จริงเกิดเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ สู่การเป็นนัก นวัตกรในอนาคตต่อไป

สำหรับงาน “The 7th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2024” โดยประเทศไทยคว้ารางวัลนานาชาติทั้งหมด 41 เหรียญทอง และ 10 เหรียญเงิน 10 ผลงาน จาก 27 หน่วยงาน โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 มิถุนายน 2567 ร่วมกับงาน “The 10th China (Shanghai) International Technology Fair” ณ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

– 006

‘หมอหวัด’ชวนโปรประชันวงสวิงกอล์ฟการกุศลชิงถ้วย’หมอหนุ่ย’หาทุนช่วย นร.พยาบาล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810971

'หมอหวัด'ชวนโปรประชันวงสวิงกอล์ฟการกุศลชิงถ้วย'หมอหนุ่ย'หาทุนช่วย นร.พยาบาล

‘หมอหวัด’ชวนโปรประชันวงสวิงกอล์ฟการกุศลชิงถ้วย’หมอหนุ่ย’หาทุนช่วย นร.พยาบาล

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.46 น.

“หมอหวัด นายก อบจ.กาญจน์” ชวนโปรร่วมประชันวงสวิงกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วย “รมช.หมอหนุ่ย” หารายได้เป็นทุนให้บุตรหลานนักเรียนพยาบาลเสาร์ที่ 22 มิ.ย.นี้ที่บลูแซฟไฟร์กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ท

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ หรือหมอหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย.67 ที่จะถึงนี้ตนจะจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยรางวัลของนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนามคม ขึ้นที่สนามกอล์ฟ บลูแซฟไฟร์กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ท ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี จุดประสงค์ 1.เพื่อหารายได้เข้ากองทุนช่วยเหลือนักเรียนทุนพยาบาล และผู้ด้อยโอกาสของจังหวัดกาญจนบุรี 2.เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนสังคมตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการเห็นสมควร และ 3.เพื่อสร้างความสัมพันธภาพของคนในวงการกอล์ฟบ้านเราและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งกรุงเทพฯและจากทั่วประเทศ

“เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ผมในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักกอล์ฟทั้งมือเก่าและมือสมัครเล่น ที่เป็นชาวกาญจนบุรี หรือแม้กระทั่งนักกอล์ฟทั้งจากจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงกรุงเทพฯและทั่วประเทศที่ให้ความสนใจและเล็งเห็นความสำคัญของเด็กนักเรียน ผู้ด้อยโอกาส สามารถโอนเงินชำระค่าสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่หมายเลขบัญชี 02-0167888930 ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชีนายวราเศรษฐ์ อัศวพิศาลบูลย์ สำหรับค่าสมัครประเภททีมกิตติมศักดิ์ ทีมละ 50,000 บาท ประเภททีมทั่วไปทีมละ 30,000 บาท”

ส่วนประชาชนชาวกาญจนบุรี รวมทั้งผู้ประกอบการห้างร้าน โรงแรมหรือรีสอร์ทและเจ้าของกิจการโรงงานต่างๆ ที่ไม่สามารถไปร่วมการแข่งขั้นได้ท่านสามารถโอนเงินสมทบทุนตามกำลังศรัทธาและกำลังที่มีอยู่ ได้ที่บัญชีธนาคารเดียวกัน

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2793748

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แถลงข่าวจัดงาน “Job Expo Thailand 2024”

18 มิ.ย. 2567 04:55 น.

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แถลงข่าวจัดงาน “Job Expo Thailand 2024”

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2567

  • การเมืองเพิ่งจะเริ่มต้น เข้าสู่โหมด การเมือง การละคร….โฟกัส ไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญ…..เริ่มกระบวนการไต่สวน คำร้อง 40 สว. ร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ขัดกับรัฐธรรมนูญ กรณีตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ…..คำร้อง กกต. ยุบ พรรคก้าวไกล อันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ความผิดพรรคก้าวไกล และ 44 สส.ก้าวไกล นำ การแก้ไข ม.112ไปหาเสียงและลงชื่อขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112….เป็นการล้มล้างการปกครอง….. และอ่านคำวินิจฉัยคำร้อง การเลือก สว. กระบวนการและขั้นตอน ขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ….ที่จะส่งผลให้ การเลือก สว.เป็นโมฆะ หรือไม่……รวมทั้งอัยการสูงสุด นัดส่งตัวอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร ให้ศาลอาญา ข้อกล่าวหา คดีมาตรา 112 ด้วยเช่นกัน…..ทั้งหมดนี้เป็น บริบทการเมือง ที่มีความสัมพันธ์กันแบบมีนัยสำคัญ…..ซึ่งจะมีผลต่อ ผู้นำประเทศ การเมืองการปกครอง และอนาคตประเทศไทย โดยตรง…..เพราะ ประเทศไม่ใช่สนามเด็กเล่น การเมืองไม่ใช่การละคร ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ….แต่ต้องคงไว้ซึ่งความโปร่งใส ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและกฎหมายที่เป็นธรรม….ยุติธรรมไม่มีสามัคคีไม่เกิด…..เป็นสัจธรรม …..ข้อต่อสู้ของ อดีตผู้นำ อ้างว่าขณะนั้น คณะกรรมการสอบสวน ถูกข่มขู่จาก รัฐบาล คสช. ขาดความเป็นอิสระในการรวบรวมพยานหลักฐานทางคดี ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรมการพิจารณาสั่งคดีจาก อัยการสูงสุด และได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมขอให้ อัยการสูงสุดทบทวนคำสั่งฟ้อง…. จะออกหัวออกก้อย และจะต้องมีการนำตัว อดีตผู้นำ ฝากขัง ในขณะที่ได้รับการพักโทษหรือไม่…..หรือ พยานบุคคลทั้ง 4 คน ในการต่อสู้ ข้อกล่าวหา 40 สว. ของ นายกฯเศรษฐา ที่อ้างว่า ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและผ่านขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญโดยสุจริต ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับฟังหรือไม่….การพาดพิงถึง คนในบ้านป่า และ คสช. ทำให้เกิดเชื้อไฟ จะทำให้ วิกฤติการเมืองลุกลามซ้ำซาก กลับมาเป็น วิกฤติการเมืองรอบใหม่ หรือไม่…..ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาแสดงความกังวล การทำรัฐประหาร…เพราะการยุบพรรคก้าวไกลจะทำให้สังคมการเมืองไทยเขม็งเกลียว…รู้สึกกลับไปเป็นบรรยากาศเหมือนปี 2548–2549 หรือปี 2557….ไม่ได้โม้
ขี่เพลิน – ปรีชา ประเสริฐถาวร และ คมค์ปภัส จารุวิสินวงษ์ เปิดตัว THUNDER : The Ultimate EV Bike นวัตกรรมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังมอเตอร์ 3,000 วัตต์ วิ่งไกลกว่า 110 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้งของแบรนด์ “ไอ–มอเตอร์” โดยมี วิคเตอร์ จง มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
อย่าพลาด – พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน แถลงข่าวการจัด “Job Expo Thailand 2024” มหกรรมหางานสร้างรายได้ ระหว่าง 28-30 มิ.ย.2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ไพโรจน์ โชติกเสถียร และ สมชาย มรกตศรีวรรณ มาร่วมแถลงด้วย ที่กระทรวงแรงงาน วันก่อน.
  • ยกความเห็นของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนในตลาดหุ้นรายใหญ่ วิเคราะห์เหตุผลที่ นักลงทุนต่างชาติ เทขายหุ้นไทย ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่า เกือบแสนล้านบาท….เฉลี่ยปีละ 1 แสนล้าน รวมแล้วต่างชาติเทขายไปแล้วประมาณ 1 ล้านล้านบาท… เพราะ โครงสร้างที่เป็นเสาหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว….การรัฐประหาร เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทำให้การพัฒนาหรือปรับปรุงโครงสร้าง….โดยเฉพาะทางการเมือง สะดุดหยุดลงอย่างสิ้นเชิง ……จบเห่
พัฒนาเมือง – สุรพล อุทินทุ และ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ แถลงข่าวการจัดงาน “Thailand Smart City Expo 2024” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ระหว่าง 6-8 พ.ย. โดยมี ดร.ภาสกร ประถมบุตร มาร่วมแถลงด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
ตามไปซื้อ – อกิฮิโร่ คาโมการิ, ศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ และ ดวงสมร เจริญบัณฑิตชัย เปิดร้าน “MUJI” แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น แห่งแรกในภาคอีสาน โดยมี สุริยา ปิ่นรัตน์, ปิยะ มิตรสิตะ และ เพ็ญภัสสร ตงศิริ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ขอนแก่น วันก่อน.
  • ประกอบด้วยบริบทต่อไปนี้……แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. …ให้สัมภาษณ์ ความคืบหน้า คำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย กรณี หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชัน บริจาคเงินเข้าพรรค เป็นเงินบริจาคที่ได้มาโดยไม่ชอบ ส่งผลให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ต้องออกจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม และ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย….เนื่องมาจาก คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับคดียุบพรรคก้าวไกล….ที่ เลขาธิการ กกต. อ้างว่าเรื่องที่ส่งไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกี่ยวกับ การยื่นยุบพรรค เสมอไป…เป็น เรื่องอำพรางหุ้น ไม่ได้เป็นเหตุของ การยุบพรรค…เงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ตัดสินที่คน แต่ตัดสินที่กฎหมาย เป็น หน้าที่ของหน่วยงานอื่น ไปตรวจสอบ ไม่ใช่ กกต. ….ยื้อเวลาได้อีกพักใหญ่…..ในการนี้ แสวง บุญมี ตอบคำถามสื่อ ไม่กังวลต่อกรณีที่ทนายอั๋น หรือ ภัทรพงศ์ ศุภักษร ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอให้มีการตรวจสอบ ร่ำรวยผิดปกติของเลขาธิการ กกต. ……กรณี นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.เพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม…พร้อมชงแนวทางนิรโทษกรรมคดี ม.112 ของผู้มีแรงจูงใจทางการเมือง แต่ห้ามทำผิดซ้ำ แบไต๋กันตรงๆอ้าง ประกาศสำนักนายกฯ 66/23 ยังล้างความผิดได้ เพื่อความสามัคคีปรองดอง แต่ทำไมคดี ม.112 จึงไม่ได้…..ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล ค้านการนิรโทษกรรม ม.112 เต็มประตู……หรือกรณีที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ออกมาชี้แจงกรณี ตั้ง ธันว์ วุฒิธรรม เป็นผู้ช่วยเลขานุการรมต. ซึ่งมีปัญหาถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษในความผิดปั่นหุ้น บริษัทแสกน อินเตอร์ หรือ SCN…..อ้างว่าไม่ทราบเรื่องคดีความมาก่อนและทราบหลังการแต่งตั้ง ทั้งนี้ ได้ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา…..หรือกรณีที่ สุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชา สัมพันธ์ ออกมาโต้กระแสข่าว ที่มีอดีตผู้จัดรายการจาก Voice TV เข้ามาจัดรายการที่ สถานีโทรทัศน์ NBT ช่อง 11….เป็นการปรับผังรายการทีวีตามปกติ…ซึ่งไม่ได้มีแต่พิธีกรจากช่อง Voice เท่านั้น แต่มีพิธีกรจากคนนอกด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน….หรือย้อนไปดู มติ ครม. ที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ผช.ที่ปรึกษา รมต. แบบเหมาเข่ง มีที่มา ที่ไป ทั้งนั้น…..ปรากฏการณ์สามล้อถูกหวย ย่อมกระทบถึงภาพลักษณ์การทำหน้าที่ผู้นำประเทศของ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน จะไหวไหม
กีฬาโรงเรียน – ต่ง เจี้ยนผิง และ ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ เปิดการแข่งขัน “Haier Nationwide Youth Badminton Championship 2024” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเดินหน้าสู่เส้นทางการเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยมี จรูญ แก้วมุกดากุล มาร่วมงานด้วย ที่สนามศุภชลาศัย วันก่อน.
ปลูกผัก – อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ส่งมอบ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ให้ ปกรณ์เกียรติ กาฬษร เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ โดยมี ดร.กัลยา มาลัย มาร่วมในพิธีด้วย ที่ ร.ร.วัดหนองไม้ซุง อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา วันก่อน.
  • สังคมวันนี้ เวลา 08.30 น. กิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดสัมมนาเชื่อมโยงความคิด สร้างธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ที่ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น…..10.00 น. สำนักงานปศุสัตว์โคราช ร่วมกับ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ เปิดโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัยส่งมอบความรู้ป้องกันโรคในสัตว์เลี้ยงที่สำนักสงฆ์บ้านดอนทะยูง ต.สารภี อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา….เวลา 10.00 น. ไพโรจน์ ทุ่งทอง ผู้บริหารโรงแรมเดอะบาซาร์แบงค็อกรัชดา พร้อมผู้บริหาร ฟัลครัม แถลงข่าวงานมหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์อุปกรณ์ของใช้โรงแรม ที่ห้องรัชโยธินแกรนด์ ชั้น 20 ของโรงแรม
ลดขยะ – พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล และ นพ.อัครวินท์ ดำรงค์วัฒนโภคิน ส่งมอบหัวแอปพลิเคเตอร์โปรแกรม Ulthera และกล่องบรรจุให้ ภกญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ในโครงการ “Romrawin x Merz Aesthetics Set Zero Waste” ลดขยะจากอุตสาหกรรมความงาม ที่รมย์รวินท์คลินิก สยามพารากอน วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”