แอฟริกาใต้พบคนตายจาก ‘ฝีดาษลิง’ ศพแรก หลังยืนยันผู้ติดเชื้อ 5 ราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792819

แอฟริกาใต้พบคนตายจาก ‘ฝีดาษลิง’ ศพแรก หลังยืนยันผู้ติดเชื้อ 5 ราย

13 มิ.ย. 2567 04:07 น.

แอฟริกาใต้พบคนตายจาก ‘ฝีดาษลิง’ ศพแรก หลังยืนยันผู้ติดเชื้อ 5 ราย

แอฟริกาพบผู้เสียชีวิตจากเชื้อฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ ขณะที่มีรายงานพบผู้ป่วยหลายราย ซึ่งทั้งหมดไม่เคยไปประเทศที่มีการระบาด บ่งชี้ว่าเชื้ออาจกำลังแพร่กระจายในประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของแอฟริกาใต้ระบุในวันพุธที่ 12 มิ.ย. 2567 ว่า ชายวัย 37 ปี กลายเป็นผู้เสียชีวิตจากเชื้อ ‘ฝีดาษลิง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘เอ็มพ็อกซ์’ (Mpox) ศพแรกในประเทศ โดยเขาเป็นหนึ่งใน 5 คนที่ผลตรวจจากห้องทดลองยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

นาย โจ ฟาห์ลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของแอฟริกาใต้ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ชายผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเตมบีซา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) ขณะที่ผู้ติดเชื้อเอ็มพ็อกซ์รายอื่นๆ ทุกคนเป็นชายอายุระหว่าง 30-39 ปี และไม่มีประวัติเดินทางไปประเทศที่กำลังมีการระบาดของไวรัสชนิดนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่ากำลังมีการส่งต่อของเชื้อภายในประเทศ

“ผู้ป่วยทั้ง 5 รายถูกจัดเป็นผู้ป่วยรุนแรง ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยเหล่านี้มีโรคอื่นร่วม และถูกระบุว่าเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยง หรือชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย” นายฟาห์ลาบอกกับผู้สื่อข่าว และเสริมว่า ผู้ป่วยคนหนึ่งออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว อีกคนได้ออกไปกักตัวต่อที่บ้าน ส่วนอีก 2 รายยังต้องอยู่โรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ยืนยันด้วยว่า ผู้ป่วย 3 รายในจำนวนนี้ ติดเชื้อฝีดาษลิงในกลุ่ม/เคลด iib (clade IIb) ซึ่งเริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกในปี 2565

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวด 200 ลูกใส่อิสราเอล ล้างแค้นสังหาร ผบ.อาวุโส

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792837

ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวด 200 ลูกใส่อิสราเอล ล้างแค้นสังหาร ผบ.อาวุโส

13 มิ.ย. 2567 07:27 น.

ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวด 200 ลูกใส่อิสราเอล ล้างแค้นสังหาร ผบ.อาวุโส

ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวด 200 ลูกเข้าใส่อิสราเอลในวันพุธ ล้างแค้นที่กองทัพยิวโจมตีทางอากาศ สังหารผู้บัญชาการอาวุโสของพวกเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มเคลื่อนไหว ‘ฮิซบอลเลาะห์’ ของเลบานอน ระดมยิงจรวดเข้าใส่พื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล เมื่อวันพุธที่ 12 มิ.ย. 2567 เพื่อล้างแค้นสำหรับการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ซึ่งคร่าชีวิตหนึ่งในผู้บัญชาการอาวุโสของพวกเขาไปก่อนหน้านี้

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า มีจรวดมากกว่า 170 ลูก ข้ามพรมแดนเข้ามาในวันพุธ ทำให้สัญญาณไซเรนดังระงมไปทั่วภาคเหนือของประเทศตลอดช่วงเช้า โดยจรวดบางลูกถูกสกัดไว้ได้ แต่หลายลูกก็ตกลงสู่พื้นที่ต่างๆ จนเกิดไฟลุกไหม้ อย่างไรก็ตามไม่มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด

พิธีศพนาย ตาเล็บ อับดุลเลาะห์ ผู้บัญชาการอาวุโสของฮิซบอลเลาะห์ที่ถูกอิสราเอลสังหาร

IDF เผยด้วยว่า พวกเขาตอบสนองการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์ด้วยการ ส่งเครื่องบินรบ และยิงปืนใหญ่ ข้ามพรมแดนเข้าไปโจมตีเครื่องยิงจรวดในหมู่บ้านยารูนกับหมู่บ้านฮานีน บริเวณชายแดนทางใต้ของเลบานอน รวมทั้งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้ายในหมู่บ้านยาตีร์ด้วย

อิสราเอลโจมตีหมู่บ้านยาตีร์อีกครั้งในช่วงบ่าย รวมถึง เมืองเตย์เยห์, มาร์คาบา, ราชายา อัล ฟูคาร์ และเมืองตัลลูเซห์ ในขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดโจมตีภาคเหนือของอิสราเอลอีกระลอก

สำนักข่าวแห่งชาติ (NNA) ของเลบานอน ระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทำลายบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านยาตีร์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ในขณะที่มีเครื่องบินรบกับโดรนโจมตีหมู่บ้านมาร์คาบา และยิงกระสุนฟอสฟอรัสเข้าใส่หมู่บ้านโอไดเซห์ (Odaisseh) ด้วย

ด้านหนังสือพิมพ์ ฮาเรตซ์ ของอิสราเอล รายงานว่า จนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันพุธ จำนวนจรวดที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงเข้าใส่อิสราเอลเพิ่มขึ้นเป็น 215 ลูกแล้ว พวกเขายังอ้างข้อมูลจากสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยอิสราเอลด้วยว่า ไฟไหม้ที่เกิดจากจรวดเป็นอันตรายต่อสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงยุทธศาสตร์

นักดับเพลิง, อาสาสมัคร, เจ้าหน้าที่อุทยาน และทหาร ใกล้จะควบคุมเพลิงไหม้ในหมู่บ้านบิริยา, คาดิตา, เอน เซติม และซิฟวอน (Tziv’on) ทางตอนเหนือของประเทศได้แล้ว

พิธีศพนาย ตาเล็บ อับดุลเลาะห์ ผู้บัญชาการอาวุโสของฮิซบอลเลาะห์ที่ถูกอิสราเอลสังหาร

ด้านฮิซบอลลาะห์เปิดเผยว่า พวกเขามีปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลอย่างน้อย 17 ครั้งในวันพุธ รวมถึง 8 ครั้งเพื่อล้างแค้นสำหรับการลอบสังหาร นายตาเล็บ อับดุลเลาะห์ ผู้บัญชาการอาวุโสของพวกเขากับนักรบอีก 3 นาย

หนึ่งในเป้าหมายการโจมตีของพวกเขาคือ ศูนย์บัญชาการของกองทัพอิสราเอลในหมู่บ้าน เอน เซติม กับ อามิอัด, ศูนย์สังเกตการณ์ทางอากาศของกองทัพในคิบบุตซ์ หรือ ชุมชนการเกษตรชื่อ ‘เมรอน’ และที่โรงงานของกองทัพในคิบบุตซ์ ซาซา

ทั้งนี้ IDF เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า นายอับดุลเลาะห์ กับนักรบฮิซบอลเลาะห์อีก 3 คน ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศที่ศูนย์บัญชาการและควบคุมของฮิซบอลเลาะห์ในหมู่บ้านโจวียา (Jouaiyya) เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

อิสราเอล ระบุว่า นายอับดุลเลาะห์ เป็นหนึ่งในผู้บัญชาการฮิซบอลเลาะห์ที่อาวุโสที่สุดในภาคใต้ของเลบานอน และกล่าวหาเขาว่าเป็นผู้วางแผนและลงมือโจมตีก่อการร้ายขนาดใหญ่ต่อพลเรือนอิสราเอล.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รายงานใหม่ UN กล่าวหา อิสราเอล-ฮามาส ก่ออาชญากรรมสงครามทั้งคู่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792818

รายงานใหม่ UN กล่าวหา อิสราเอล-ฮามาส ก่ออาชญากรรมสงครามทั้งคู่

13 มิ.ย. 2567 03:18 น.

รายงานใหม่ UN กล่าวหา อิสราเอล-ฮามาส ก่ออาชญากรรมสงครามทั้งคู่

รายงานใหม่ของสหประชาชาติกล่าวหาทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสว่าก่ออาชญากรรมสงคราม และละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้งตั้งแต่ 7 ต.ค.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รายงานฉบับใหม่ของคณะกรรมการไต่สวน ซึ่งยื่นต่อสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวหาทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสว่า ก่ออาชญากรรมสงครามและละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566

รายงานดังกล่าว ซึ่งรวบรวมข้อมูลจนถึงสิ้นปี 2566 เท่านั้น กล่าวหาอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสว่า ก่ออาชญากรรมสงครามด้ดวยการโจมตีพลเรือน, ฆาตกรรม และฆ่าคนโดยเจตนา นอกจากนั้นยังกล่าวหาอิสราเอลเป็นพิเศษว่า ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติด้วยว่า ทรมาน, ทำลายล้าง และกดขี่ข่มเหงเนื่องจากเพศสภาพ” (gender persecution) โดยมุ่งเป้าหมายไปที่ชายและเด็กชายชาวปาเลสไตน์

ทั้งนี้ คณะกรรมการไต่สวนของสหประชาชาติ ซึ่งนำโดยนาง นาวี พิลเลย์ อดีตหัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) รวบรวมข้อมูลสำหรับเขียนรายงานฉบับนี้ด้วยการสัมภาษณ์ผู้ตกเป็นเหยื่อ และผู้เห็นเหตุการณ์, รายงานทางการแพทย์ และข้อมูลที่ได้รับการเผยแพร่ออกมา

คณะกรรมการฯ ระบุว่า การที่อิสราเอลใช้อาวุธหนักในเขตชุมชน ถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม เนื่องจากมันเป็นการโจมตีพลเรือนโดยตรงด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความเสียหายให้มากที่สุด โดยไม่สนหลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน, ความได้สัดส่วน และการเตือนภัยก่อนการโจมตี

พวกเขากล่าวหาอิสราเอลด้วยว่า ก่ออาชญากรรมสงครามรูปแบบอื่นๆ ทั้ง ทำให้อดอยาก, จับกุมตามอำเภอใจ, สังหารและทำให้เด็กหลายหมื่นคนบาดเจ็บสาหัสหรือพิการ นอกจากนั้นยังใช้การปิดล้อมอย่างสิ้นเชิงเป็นอาวุธ จำกัดพลังงาน, อาหาร และน้ำที่ส่งถึงพลเรือน กลายเป็นการลงโทษแบบเหมารวม (collective punishment)

ขณะที่อาชญากรรมต่อมนุษยชาติอื่นๆ ที่ก่อโดยอิสราเอล รวมถึง การทำลายล้าง, ฆาตกรรม, กดขี่ข่มเหงเนื่องจากเพศสภาพ, บังคับเคลื่อนย้ายประชากร, ทรมาน, การปฏิบัติอย่างโหดร้ายและไม่เป็นมนุษย์

ด้านกลุ่มฮามาสถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุทารุณกรรมมากมายระหว่างการโจมตีครั้งใหญ่ของพวกเขาในวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 1,200 ศพ และอีก 251 คนถูกลักพาตัว โดยรายงานระบุว่า มีหลักฐานมากมายที่ชี้ว่าเกิดการล่วงละเมิดทางเพศเป็นวงกว้างต่อหญิงชาวอิสราเอล และพบรูปแบบของการสังหารหมู่ในที่หลักภัยสาธารณะหลายแห่ง

แต่ฝ่ายกองทัพอิสราเอลก็ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเช่นกัน ด้วยการบังคับใช้ชาวปาเลสไตน์เปลื้องผ้าในที่สาธารณะ โดยทีมสืบสวนระบุว่า ทำเพื่อสร้างความอับอายต่อชุมชน และเน้นย้ำการอยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ถูกจับกุม

อิสราเอล ซึ่งปฏิเสธให้ความร่วมมือในการสืบสวน ออกมาปฏิเสธรายงานฉบับนี้อย่างรวดเร็ว โดยกล่าวหาว่ารายงานนี้คือการแบ่งแยกต่อต้านอิสราเอลอย่างเป็นระบบ โดยนาง เมราฟ เอลอน ชาฮาห์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ กล่าวหาคณะกรรมการสืบสวนว่า กำลังหาทางสร้างความเหมือนกันระหว่างกลุ่มฮามาสกับกองทัพอิสราเอล ในเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งไม่เป็นความจริง

ส่วนฝ่ายกลุ่มฮามาสยังไม่ออกมาแสดงความเห็นแต่อย่างใด

อนึ่ง รายงานของคณะกรรมการสืบสวนไม่ได้นำไปสู่บทลงโทษใดๆ แต่มันอาจถูกใช้ประกอบการดำเนินคดีผู้นำกลุ่มฮามาสและผู้นำอิสราเอล ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

EU ประกาศตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนสูงสุด 38% เริ่มเดือนหน้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792817

EU ประกาศตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนสูงสุด 38% เริ่มเดือนหน้า

13 มิ.ย. 2567 02:05 น.

EU ประกาศตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนสูงสุด 38% เริ่มเดือนหน้า

สหภาพยุโรปประกาศอัตรากำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนแล้ว โดยจะเริ่มบังคับใช้ในเดือนหน้า หากทั้งสองฝ่ายเจรจาหาทางออกไม่สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 12 มิ.ย. 2567 สหภาพยุโรปประกาศแผนการตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผลิตในจีน เพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าที่มีอยู่แล้วอีกไม่เกิน 38% โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.เป็นต้นไป หากการเจรจากับทางการจีนล้มเหลวในการหาทางแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อปีก่อน EU เริ่มการสืบสวนการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเมื่อ เพื่อปกป้องผู้ผลิตในยุโรป โดยกล่าวหาว่า บริษัทจีนได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจนทำให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาถูกกว่าความเป็นจริง ไหลทะลักท่วมตลาดยุโรป

ตามประกาศของคณะกรรมาธิการยุโรป พวกกเขาจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ บีวายดี (BYD) ที่อัตรา 17.4%, บริษัท จีลี (Geeli) ที่อัตรา 20% และบริษัท เอสเอไอซี (SAIC) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ MG ที่อัตรา 38.1% โดยจำนวนภาษีคิดจากระดับเงินอุดหนุนที่บริษัทเหล่านี้ได้รับจากรัฐบาลจีน

ส่วนผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นๆ ของจีน หากให้ความร่วมกับการสืบสวนของ EU พวกเขาจะถูกตั้งกำแพงภาษีที่ 21% ส่วนบริษัทที่ไม่ให้ความร่วมมือ จะถูกตั้งภาษีที่ 38.1%

EU ยืนยันว่า กำแพงภาษีดังกล่าวจะโปะเพิ่มจากภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่แล้ว 10% โดยจะเริ่มบังคับใช้แบบเฉพาะกาลตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. และบังคับใช้อย่างถาวรในเดือนพฤศจิกายน เว้นแต่ชาติสมาชิก EU 15 ประเทศที่มีจำนวนประชากรรวมกันคิดเป็น 65% ของประชากรทั้งหมดของกลุ่ม จะโหวตคัดค้าน

ส่วนบริษัทที่ไม่ใช่ของจีน แต่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน รวมถึงบริษัทของชาติสมาชิก EU อย่าง บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ขณะที่บริษัท เทสลา ยื่นคำขอให้คณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ซึ่งเมื่อการตรวจสอบแล้วเสร็จอาจได้รับอัตราภาษีที่เจาะจงเฉพาะ

ประกาศของ EU ทำให้ทางการจีนออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก โดบกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า การตัดสินใจนี้คือพฤติกรรมกีดกันอย่างชัดเจน และเสียงสร้างและขยายรอยร้าวทางการค้า ขณะที่นาย หลิน เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนเตือนว่า จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกอย่าง เพื่อปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ตามกฎหมายของประเทศ

แม้แต่ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเองก็ออกมาแสดงความกังวลเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ เยอรมนี หุ้นส่วนการค้าใหญ่ของจีน โดยระบุว่า การตั้งกำแพงภาษีนี้จะส่งผลร้ายต่อบริษัทเยอรมัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna , bbc

สหรัฐฯ ขยายคว่ำบาตรรัสเซีย เล็งชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ส่งผ่านบริษัทจีน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792795

สหรัฐฯ ขยายคว่ำบาตรรัสเซีย เล็งชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ส่งผ่านบริษัทจีน

13 มิ.ย. 2567 00:17 น.

สหรัฐฯ ขยายคว่ำบาตรรัสเซีย เล็งชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ส่งผ่านบริษัทจีน

สหรัฐฯ ขยายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึงมุ่งเป้าไปที่เซมิคอนดักเตอร์ที่ถูกส่งผ่านจีน เพื่อตัดกำลังไม่ให้รัสเซียผลิตเครื่องจักรสงครามไปใช้ในยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ ขยายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียให้กว้างขึ้นอีกในวันพุธที่ 12 มิ.ย. 2567 รวมถึงมุ่งเป้าหมายไปที่บริษัทในประเทศจีน ซึ่งขายเซมิคอนดักเตอร์ให้แก่มอสโก เพื่อลดทอนอุปรณ์ของกองทัพรัสเซียที่จะถูกนำไปใช้ในสงครามกับยูเครน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า หนึ่งในวิธีตัดกำลังรัสเซียของพวกเขาคือ การเพิ่มความเสี่ยงคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ (secondary sanctions) ให้แก่สถาบันการเงินต่างชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการเศรษฐกิจยามสงครามของรัสเซีย เป็นการขู่พวกเขาว่าจะสูญเสียการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ หากไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว

นอกจากนั้น กระทรวงการคลังยังจำกัดขีดความสามารถเชิงอุตสาหกรรมและกองทัพของยูเครน ในการใช้ประโยชน์จากซอฟท์แวร์ของสหรัฐฯ และบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) บางประเภท และร่วมมือกับกระทรวงต่างประเทศ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรในรัสเซีย, เอเชีย, ยุโรป และแอฟริกา มากกว่า 300 รายการ

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาก็มีมาตรการคว่ำบาตร มุ่งเป้าไปที่บริษัทเปล่า (shell company) หลายแห่งในฮ่องกง ที่ถูกใช้เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการส่งเซมิคอนดักเตอร์ให้แก่รัสเซีย ซึ่งจะกระทบสินค้าที่มีลำดับความสำคัญสูงมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ ที่จะถูกส่งให้รัสเซีย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ออกเดินทางไปยังอิตาลีเมื่อช่วงเช้าวันพุธ เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี7 (G7) โดยหนึ่งในประเด็นหลักที่พวกเขาจะหารือกันคือ การเพิ่มความสนับสนุนแก่ยูเครน เพื่อต้านทานการรุกรานของรัสเซีย และหาทางลดเครื่องจักรสงครามของมอสโก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เจ้าชายแฮร์รี่เศร้า ไม่ได้ถูกเชิญร่วมพิธีสวนสนามฉลองวันเฉลิมฯ คิงชาร์ลส์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792761

เจ้าชายแฮร์รี่เศร้า ไม่ได้ถูกเชิญร่วมพิธีสวนสนามฉลองวันเฉลิมฯ คิงชาร์ลส์

12 มิ.ย. 2567 20:29 น.

เจ้าชายแฮร์รี่เศร้า ไม่ได้ถูกเชิญร่วมพิธีสวนสนามฉลองวันเฉลิมฯ คิงชาร์ลส์

เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ถูกเมินหนักจากพระบรมวงศานุวงศ์อังกฤษ ทั้งคู่ไม่ได้มีส่วนเข้าร่วมในพิธีสวนสนามประจำปี ฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 

People ยืนยันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมในพิธีสวนสนามฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของกษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 พระราชบิดาของเจ้าชายแฮร์รี่ ที่กรุงลอนดอน ในวันที่ 15 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ 

นับเป็นครั้งที่สองในเดือนนี้ ที่เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ได้รับการรับเชิญให้มางานสำคัญ ทั้งงานแต่งงานของฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ หนึ่งในนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีในอังกฤษ กับโอลิเวอร์ แฮนสัน แฟนสาวนักธุรกิจ ที่โบสถ์เชสเตอร์ ในเมืองเชสเตอร์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ เมื่อ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา จนถูกยกให้เป็นงานแต่งงานที่ไฮโซที่สุดแห่งปีของอังกฤษเลยทีเดียว 

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ

ครองครัวของดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์มีความสนิทสนมกับพระบรมวงศานุวงศ์อังกฤษมาหลายรุ่นแล้ว โดยฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ นับเป็นพระสหายของเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี่ อีกทั้งฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ ยังเป็น ‘พ่อทูนหัว’ ของเจ้าชายจอร์จ โอรสองค์โตในเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายอาร์ชี โอรสองค์โตของเจ้าชายแฮร์รี่ด้วย และด้วยความสนิทสนมใกล้ชิดระหว่างเจ้าชายวิลเลียมกับฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ ทำให้พระองค์เสด็จมาในงานแต่งงาน ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้นำแขกไปนั่งในพิธีในโบสถ์เลยทีเดียว

ที่มา : nypost

สยอง ฉลามดุ บุกใกล้หาดที่ฟลอริดา กัด 3 คนในวันเดียว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792695

สยอง ฉลามดุ บุกใกล้หาดที่ฟลอริดา กัด 3 คนในวันเดียว

12 มิ.ย. 2567 19:23 น.

สยอง ฉลามดุ บุกใกล้หาดที่ฟลอริดา กัด 3 คนในวันเดียว

(ภาพประกอบ)

ฉลามจอมดุบุกเข้ามาใกล้ชายหาดในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ กัดเหยื่อ 3 รายในวันเดียว รายแรกได้รับบาดเจ็บสาหัส

เกิดเหตุฉลามว่ายบุกมาถึงใกล้ชายหาดในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา บุกจู่โจมกัดเหยื่อเคราะห์ร้ายที่กำลังว่ายน้ำในทะเล ถึง 3 รายในวันเดียว เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยรายแรก เป็นผู้หญิง โดนฉลามกัดบริเวณลำตัวและแขน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกสองราย เป็นวัยรุ่นสาว 2 คนที่กำลังเล่นน้ำทะเลกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประกาศแจ้งเตือน

หน่วยยามฝั่งที่อ่าวฟลอริดา แจ้งว่า เหตุฉลามกัดขย้ำเหยื่อ ซึ่งเป็นผู้หญิงรายแรก เกิดขึ้นที่หาดวอเตอร์ซาวด์ บีช ในเขตวอลตัน เคาน์ตี บริเวณอ่าวฟลอริดา โดยหญิงรายนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสโดนฉลามกัดที่ลำตัว และแขนข้างหนึ่ง จนต้องถูกตัดแขนเมื่อถูกส่งถึงโรงพยาบาล

จากนั้น ไม่ถึงสองชั่วโมงต่อมา มีวัยรุ่นสาว 2 คนถูกฉลามทำร้าย ห่างจากจุดแรกไปทางตะวันออกแค่เพียง 4 ไมล์ ขณะที่เด็กวัยรุ่นสาวทั้งสองคนกำลังเล่นน้ำทะเลอยู่กับกลุ่มเพื่อน ในระดับที่น้ำลึกแค่ประมาณเอวเท่านั้น ทำให้วัยรุ่นทั้งสองได้รับบาดเจ็บแต่ไม่รุนแรง

เจ้าหน้าที่เผยว่า เหตุฉลามจู่โจมกัดขย้ำคนถึง 3 รายภายในวันเดียว เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น และจุดเกิดเหตุ ยังอยู่ในบริเวณเดียวกันและยังเป็นช่วงกลางวัน พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ยังแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังฉลามขณะลงไปเล่นน้ำทะเล

ที่มา : metro

นาทีช็อก ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ ในคูเวต หนีไม่ทัน ตายสลดอย่างน้อย 41 ศพ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792724

นาทีช็อก ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ ในคูเวต หนีไม่ทัน ตายสลดอย่างน้อย 41 ศพ (คลิป)

12 มิ.ย. 2567 18:28 น.

นาทีช็อก ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ ในคูเวต หนีไม่ทัน ตายสลดอย่างน้อย 41 ศพ (คลิป)

ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ในคูเวต พระเพลิงโหมไหม้รุนแรง ตอนเช้า หนีไม่ทัน ตายสลดอย่างน้อย 41 ศพ บาดเจ็บหลายสิบคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติพักอยู่ที่นี่ ขณะที่มีคลิปในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นนาทีเกิดเพลิงไหม้รุนแรง ไฟลุกลามจากชั้นล่าง

เกิดเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเมนต์ครั้งร้ายแรง ที่เมืองแมนกาฟ ทางภาคใต้ของประเทศคูเวต เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 12 มิ.ย. 2567 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดอย่างน้อย 41 ศพ และมีผู้บาดเจ็บกว่า 15 คนต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล  

ขณะที่มีคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างน่าสะพรึงกลัว เพราะเพลิงไหม้ลุกลามจากชั้นล่าง ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้คนที่พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ หนีออกมาไม่ได้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของคูเวต เปิดเผยว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า เวลาประมาณ 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ส่วนใหญ่มีแรงงานต่างชาติพำนักอาศัยอยู่ เช่นเดียวกับพื้นที่ในย่านนี้ที่มีแรงงานต่างชาติมาพักกันจำนวนมาก แต่เบื้องต้น ยังไม่ทราบข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับสัญชาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

ชีคฟาฮัด อัล-ยูซูฟ อัล-ซาบาห์ นายกรัฐมนตรีคูเวตได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ และมีคำสั่งให้จับกุมเจ้าของตึกอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ทันที โดยตำหนิว่าเจ้าของอพาร์ตเมนต์ฝ่าฝืนกฎหมายและมีความโลภ 

ด้านเจ้าหน้าที่คูเวตเปิดเผยว่า ทีมดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของแรงงานก่อสร้างบ้าน

ที่มา : Aljazeera

เครียด สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตจับตา เรือดำน้ำนิวเคลียร์รัสเซียถึงคิวบา ซ้อมรบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792653

เครียด สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตจับตา เรือดำน้ำนิวเคลียร์รัสเซียถึงคิวบา ซ้อมรบ

12 มิ.ย. 2567 16:31 น.

เครียด สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตจับตา เรือดำน้ำนิวเคลียร์รัสเซียถึงคิวบา ซ้อมรบ

สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาต เรือดำน้ำเฝ้าจับตา เรือดำน้ำนิวเคลียร์ และเรือฟริเกตล้ำที่สุดของรัสเซียมาถึงคิวบา ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศ กองเรือของรัสเซียจะซ้อมรบ ทั้งทางอากาศและทางทะเล

กองทัพเรือสหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตหลายลำและเรือดำน้ำลาดตระเวน เฝ้าสังเกตการณ์เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ ‘คาซาน’ และเรือรบฟริเกตสุดล้ำ ‘Admiral Gorshkov’ (พลเรือเอกกอร์ชคอฟ) ของกองทัพรัสเซีย แล่นผ่านอย่างน่าเกรงขาม ห่างจากชายฝั่งรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา แค่ 25 ไมล์ หรือ 40.2 กิโลเมตร มุ่งหน้าไปเทียบท่าเรือที่กรุงฮาวานา เมืองหลวงคิวบา 

เรือดำน้ำรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ว่า เรือฟริเกตที่มีความทันสมัยที่สุดของรัสเซีย ‘Admiral Gorshkov’ ซึ่งสามารถติดตั้งขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง พร้อมด้วยเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ ‘คาซาน’ และเรือของกองทัพเรือรัสเซียอีก 2 ลำ มายังมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อร่วมซ้อมรบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง

เรือของกองทัพเรือรัสเซียทั้ง 4 ลำ แล่นถึงกรุงฮาวานาในวันนี้ (12 มิถุนายน) และจะปฏิบัติการซ้อมรบทั้งทางอากาศและทางทะเล ซึ่งนับเป็นการซ้อมรบครั้งแรกในทะเลแคริบเบียน ในรอบ 5 ปี

มีรายงานว่า กองบัญชาการนอร์ทเทิร์น คอมมาน ของสหรัฐฯ (NORTHCOM ) จะส่งเรือพิฆาต 3 ลำ ได้แก่ USS Truxtun, USS Donald COOK และ USS Delbert D.Black และเรือดำน้ำลาดตระเวนอีก 1 ลำ เฝ้าสังเกตการณ์เรือรบรัสเซียที่มาถึงน่านน้ำของคิวบา 

ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียตัดสินใจส่งกองเรือและเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์คาซานมายังคิวบา หลังจากสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และเยอรมนีเปิดไฟเขียว สนับสนุนให้ยูเครนสามารถใช้อาวุธที่ชาติตะวันตกส่งไปให้ ในการโจมตีเป้าหมายทางทหารในดินแดนรัสเซียเมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากปูตินเปิดฉากทำสงครามในยูเครนอย่างเต็มรูปแบบมานานกว่า 2 ปีแล้ว

ที่มา : Dailymail

“อากิระ เอนโดะ” ผู้คิดค้นยาลดคอเลสเตอรอลในเลือด เสียชีวิตในวัย 90 ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792628

"อากิระ เอนโดะ" ผู้คิดค้นยาลดคอเลสเตอรอลในเลือด เสียชีวิตในวัย 90 ปี

12 มิ.ย. 2567 14:43 น.

“อากิระ เอนโดะ” ผู้คิดค้นยาลดคอเลสเตอรอลในเลือด เสียชีวิตในวัย 90 ปี

เอนโดะ อากิระ นักชีวเคมีชาวญี่ปุ่น ผู้ค้นพบยากลุ่มสแตตินสำหรับลดคอเลสเตอรอลในเลือด ที่ปฏิวัติการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ เสียชีวิตแล้วขณะอายุ 90 ปี

ศาสตราจารย์เอนโดะ อากิระ นักชีวเคมีชาวญี่ปุ่น ผู้ค้นพบยากลุ่มสแตตินสำหรับลดคอเลสเตอรอลในเลือด ที่ปฏิวัติการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ เสียชีวิตแล้วขณะอายุ 90 ปี แหล่งข่าวใกล้ชิดกับนักวิทยาศาสตร์รายนี้ระบุว่า เอนโดะ เสียชีวิตที่สถานพยาบาลในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน

เอนโดะ เกิดในจังหวัดอาคิตะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นในปี 2476 เขาสำเร็จการศึกษาจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตโฮคุ ก่อนที่จะเริ่มทำงานในบริษัท “ซันเกียว” บริษัทด้านเภสัชกรรม ขณะที่อยู่ที่บริษัทในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เอนโดะเริ่มพัฒนายาที่มุ่งเป้าไปที่การลดคอเลสเตอรอล เนื่องจากการสะสมของคอเลสเตอรอล อาจทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวได้

การค้นพบครั้งสำคัญของเอนโดะ ถูกเปรียบว่าเป็นเสมือนการค้นพบยาเพนิซิลลิน โดยนักชีวเคมีรายนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการค้นพบเพนิซิลลินของอเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง ทำให้เขาต้องศึกษาเชื้อราเพื่อค้นหายาชนิดใหม่ ในปี 2516 เอนโดะค้นพบว่าสารที่เรียกว่าสแตติน ที่เกิดจากราสีน้ำเงิน ซึ่งสามารถยับยั้งการผลิตคอเลสเตอรอล และลดระดับในเลือดลงอย่างมาก

ยาสแตตินชนิดแรกวางตลาดในสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน 2530 เพื่อเป็นยาสำหรับภาวะหลอดเลือดแข็งตัว สองปีต่อมาได้มีการวางจำหน่ายในญี่ปุ่น และในช่วงหนึ่งยาสแตตินได้รับการขนานนามว่าเป็นยาที่ขายดีที่สุดในโลก

เอนโดะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายจากความสำเร็จของเขา เขาได้รับรางวัลลาสเกอร์ อวอร์ด ในสหรัฐฯ ในปี 2551 และรางวัล “แคนาดา แกร์ดเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล อวอร์ด” ในปี 2560 นอกจากนี้ เขายังได้รับเกียรติในญี่ปุ่นในฐานะบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมในปี 2554

เอนโดะดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณที่มหาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีโตเกียว ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยสอนในฐานะศาสตราจารย์.

ที่มา NHK

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign