เผ็ดจัดเป็นเหตุ เดนมาร์กเรียกคืนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีหลายรายการ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792601

เผ็ดจัดเป็นเหตุ เดนมาร์กเรียกคืนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีหลายรายการ

12 มิ.ย. 2567 13:37 น.

เผ็ดจัดเป็นเหตุ เดนมาร์กเรียกคืนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีหลายรายการ

เดนมาร์กเรียกคืนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายรสของบริษัทซัมยาง เกาหลีใต้ ออกจากชั้นวาง โดยให้เหตุผลว่า บะหมี่ดังกล่าวมีรถเผ็ดเกินไป และอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

รามยอน หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ของเกาหลีใต้ ถูกเรียกคืนจากชั้นวางสินค้าของเดนมาร์ก หลังจากหน่วยงานด้านอาหารประกาศเตือนผู้บริโภคให้หลีกเลี่ยงการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว เนื่องจากมีรสเผ็ดเกินไป และสารแคปไซซิน หรือสารที่ให้ความเผ็ดในพริกอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ โดยมีบะหมี่ 3 รสชาติของบริษัท ซัมยางที่ถูกเรียกคืน ได้แก่ Buldak 3x Spicy & Hot Chicken, รส 2x Spicy & Hot Chicken และรส Hot Chicken Stew

เบื้องต้นรายงานข่าวไม่ได้ระบุว่า เพราะเหตุใดทางการเดนมาร์กจึงดำเนินการเรียกคืนดังกล่าว แต่ทางหน่วยงานด้านอาหารของเดนมาร์กระบุว่า ทางหน่วยงานได้มีการตรวจสอบระดับของสารแคปไซซินในบะหมี่ดังกล่าวและพบว่ามีปริมาณของสารในระดับสูง ทำให้เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศเตือนไปยังผู้บริโภคที่มีผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในความครอบครอง ให้ทิ้ง หรือนำไปขอเงินคืนจากร้านค้าที่ซื้อไป พร้อมย้ำเตือนไปยังเด็กและเยาวชน ว่าอาหารที่มีรสเผ็ดจัดอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการดำเนินการดังกล่าว ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างร้อนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มของคนที่ชื่นชอบอาหารรสเผ็ด ที่แสดงความเห็นใน “Reddit” ว่า ชาวเดนมาร์กอาจจะอ่อนไหวกับอาหารรสเผ็ดจนเกินไป เพราะชาวเดนมาร์กบางคน แค่ใส่พริกไทยลงในอาหารไปนิดเดียวก็บอกว่าเผ็ดแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงคิดว่ารามยอนรสเผ็ดนี้จะเป็นพิษ

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าบะหมี่ชนิดนี้เคยถูกเรียกคืนในประเทศอื่นมาก่อนหรือไม่ แต่ยังไม่พบว่าเคยมีการประกาศคำเตือนด้านความปลอดภัยของบะหมี่ยี่ห้อนี้แต่อย่างใด โดยบริษัทซัมยางเป็นบริษัทผลิตอาหารรายใหญ่ของเกาหลีใต้ และยังเป็นผู้ผลิตรามยอนเจ้าแรกของประเทศด้วย.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เตือน โรคแบคทีเรียกินเนื้อ กำลังระบาดในญี่ปุ่น พบผู้ป่วยพุ่ง ทุบสถิติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792598

เตือน โรคแบคทีเรียกินเนื้อ กำลังระบาดในญี่ปุ่น พบผู้ป่วยพุ่ง ทุบสถิติ

12 มิ.ย. 2567 13:35 น.

เตือน โรคแบคทีเรียกินเนื้อ กำลังระบาดในญี่ปุ่น พบผู้ป่วยพุ่ง ทุบสถิติ

ญี่ปุ่นเตือน โรคแบคทีเรียกินเนื้อ ก่อให้เกิดอาการป่วยและอัตราการตายสูง กำลังระบาดอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น โดยเฉพาะโตเกียว พบผู้ป่วยครึ่งปีแรก แล้วกว่า 970 ราย แซงปีที่แล้วตลอดทั้งปี

สถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่นออกแถลงการณ์เมื่อ 11 มิถุนายน 2567 แจ้งเตือนโรคแบคทีเรียกินเนื้อ (flesh-eating Bacteria) หรืออาจเรียกว่า แบคทีเรียกินเนื้อคน กำลังระบาดอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น พบผู้ป่วยจากการติดเชื้อ สเตรปโตคอสคัส กลุ่ม A ซึ่งก่อให้เกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อ แล้วถึง 977 ราย ในช่วงครึ่งปี หรือ 6 เดือนแรกของปีนี้ จนนับเป็นการพบผู้ป่วยโรคแบคทีเรียกินเนื้อคนจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของญี่ปุ่น นับตั้งแต่เริ่มมีการรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคนสูงที่สุดในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 2542

สถาบันโรคติดเชื้อญี่ปุ่นแจ้งว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2567 พบผู้ป่วยเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอสคัส กลุ่ม A ก่อให้เกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อ แล้วจำนวนถึง 977 ราย สูงกว่าปีที่แล้วตลอดทั้งปี ซึ่งพบผู้ป่วยโรคแบคทีเรียกินเนื้อในญี่ปุ่น อยู่ที่ 941 ราย

สื่อในญี่ปุ่น Minichi รายงานว่า ในจำนวนจังหวัดที่พบผู้ป่วยโรคแบคทีเรียกินเนื้อนั้น รวมทั้ง กรุงโตเกียว เมืองหลวงญี่ปุ่นด้วย โดยพบผู้ป่วยโรคแบคทีเรียกินเนื้อสูงสุดถึง 145 ราย

ทั้งนี้ โรคแบคทีเรียกินเนื้อ หรือโรคเนื้อเน่า เป็นโรคที่มีการดำเนินโรครวดเร็ว รุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ร้อยละ 32.2 และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวมีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น โดยศาสตราจารย์เคน คิคูจิ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ในกรุงโตเกียว ยังเตือนว่า คนที่มีบาดแผลที่เท้า ทำให้มีความอ่อนแอเป็นพิเศษในการติดเชื้อก่อโรคแบคทีเรียกินเนื้อ

ที่มา : TheStraitstimes

แมงมุมยักษ์ “โจโร” ใหญ่เท่ามือมนุษย์ กำลังบุกสหรัฐฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792581

แมงมุมยักษ์ "โจโร" ใหญ่เท่ามือมนุษย์ กำลังบุกสหรัฐฯ

12 มิ.ย. 2567 13:23 น.

แมงมุมยักษ์ “โจโร” ใหญ่เท่ามือมนุษย์ กำลังบุกสหรัฐฯ

แมงมุม “โจโร” แมงมุมที่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือมนุษย์ กำลังขยายพันธุ์แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ คาดว่าอาจแพร่ไปถึงนิวยอร์กในช่วงฤดูร้อนนี้

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการรุกรานของสัตว์รบกวนชนิดใหม่ ซึ่งครั้งนี้คือแมงมุมขนาดยักษ์ ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าแมงมุมโจโร ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออก จะระบาดในรัฐนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ และรัฐอื่นๆ ทางตะวันออกของสหรัฐฯ ในช่วงฤดูร้อน

แมงมุมโจโร มีความยาว 10 ซม. และมีขายาวถึง 20 ซม. หรือขนาดเท่าฝ่ามือมนุษย์ โดยแมงมุมตัวเมียจะมีลำตัวสีเหลืองสดใส ในขณะที่ตัวผู้มักจะมีขนาดเล็กกว่า และมีลำตัวสีน้ำตาล ทั้งนี้พบแมงมุมชนิดนี้ในสหรัฐฯ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี โดยพบครั้งแรกในรัฐจอร์เจีย คาดว่าอาจติดมาพร้อมกับเรือขนส่งสินค้า

เมื่อปี 2565 นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าแมงมุมโจโรน่าจะปรากฏตัวบนชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ แต่ผลการศึกษาของ นายเดวิด คอยล์ นักวิทยาศาสตร์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเคลมสัน พบว่า แมงมุมยักษ์สามารถพบได้ทั่วไป และจะสามารถแพร่กระจายในพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันออกของสหรัฐฯ ในฤดูร้อนนี้

แมงมุมโจโร ต่างจากแมงมุมสายพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากมันสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศของชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ ซึ่งคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของพวกมัน

จากการศึกษาของ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แมงมุมโจโร ยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในเมืองได้อีกด้วย แมงมุมยักษ์เหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการจราจรบนถนนที่พลุกพล่าน ซึ่งหมายความว่าพวกมันจะยังคงแพร่กระจาย และอาศัยอยู่ตามเมืองต่างๆ อย่างไรก็ตามพบว่า แมงมุมโจโร ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยง

แม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกของมันจะดูน่ากลัว แต่มันเป็นสัตว์ที่ชอบเก็บตัว และมักสร้างใยไว้นอกบ้านมากกว่าในบ้านของคน 

ริชาร์ด โฮเบ็ก ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ของกลุ่มสัตว์ขาปล้องของมหาวิทยาลัยจอร์เจีย กล่าวในปี 2565 ว่า มนุษย์ที่ถูกแมงมุมโจโรกัด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก รายงานว่ามีอาการไม่รุนแรง โดยมีรายงานว่าการกัดทำให้เกิดอาการบวม มีไข้เล็กน้อย และแดง ซึ่งอาจเกิดจากการแพ้.

ที่มา The Guardian

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ช็อก ชาวเอเชียเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเหตุจากมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792552

 ช็อก ชาวเอเชียเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเหตุจากมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลก

12 มิ.ย. 2567 11:38 น.

ช็อก ชาวเอเชียเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเหตุจากมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลก

ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางของสิงคโปร์เผย ชาวเอเชียมีจำนวนผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากที่สุดในโลก สาเหตุจากฝุ่นมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ที่รุนแรงมากขึ้นในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา

จำนวนของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในอากาศที่เพิ่มมากขึ้น กำลังเป็นปัญหาสะสมรุนแรง โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ต้องเผชิญกับรูปแบบสภาพอากาศหลักๆ 3 แบบ จนส่งผลให้สถานการณ์มลพิษทางอากาศยิ่งเลวร้ายลง

โดยผลการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์พบว่า การเพิ่มขึ้นของปริมาณ PM 2.5 ในอากาศในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนราว 135 ล้านคนทั่วโลก และยังพบว่า ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยมลพิษ PM 2.5 มากที่สุดในโลกในช่วงระหว่างปี 1980-2020

PM 2.5 เป็นมลพิษที่มักจะมากับหมอกควันข้ามแดน โดยมีอนุภาคซึ่งเล็กกว่าเส้นผมโดยเฉลี่ยประมาณ 30 เท่า เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้คนเมื่อสูดดมเข้าไป นอกจากนี้ฝุ่นมลพิษยังเกิดจากควันเสียของรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับแหล่งที่มาธรรมชาติอย่างเช่น ไฟป่า และพายุฝุ่นด้วย

ทีมนักวิจัยจาก NTU ยังระบุด้วยว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลทำให้ฝุ่น PM 2.5 เลวร้ายลงอีก เพราะจะเพิ่มความเข้มข้นของอนุภาคในอากาศให้เข้มข้นขึ้น

โดยการศึกษาครั้งนี้ ได้นิยามการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หมายถึงการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยพิจารณาจากอายุขัยเฉลี่ย ซึ่งการเสียชีวิตดังกล่าวมาจากสาเหตุที่ป้องกันหรือรักษาได้ เช่น โรคต่างๆ รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ PM 2.5

จอมเขมือบ “โจอี้ เชสต์นัท” แชมป์กินฮอตดอก โดนตัดสิทธิลงแข่งกินฮอตดอกงานวันชาติสหรัฐฯ ปีนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792520

จอมเขมือบ "โจอี้ เชสต์นัท" แชมป์กินฮอตดอก โดนตัดสิทธิลงแข่งกินฮอตดอกงานวันชาติสหรัฐฯ ปีนี้

12 มิ.ย. 2567 11:14 น.

จอมเขมือบ “โจอี้ เชสต์นัท” แชมป์กินฮอตดอก โดนตัดสิทธิลงแข่งกินฮอตดอกงานวันชาติสหรัฐฯ ปีนี้

“โจอี้ เชสต์นัท” แชมป์กินฮอตดอกขาประจำที่ลงแข่งแล้วคว้าแชมป์มากว่า 20 ปี โดนตัดสิทธิลงแข่งกินฮอตดอกวันชาติสหรัฐฯ หลังไปเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทผู้ผลิตอาหารจากพืช ที่เป็นคู่แข่งของแบรนด์นาธาน ผู้จัดการแข่งขัน

สำนักข่าว CNN รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 นายจอร์จ เชีย ผู้จัดการแข่งขันกินฮอตดอกวันชาติสหรัฐฯ รายการ Nathan’s Famous Fourth of July เปิดเผยว่า ได้แจ้งการระงับสิทธิลงแข่งขันกินฮอตดอกวันชาติสหรัฐฯ ในปีนี้ ไปยัง “โจอี้ เชสต์นัท” แชมป์เก่าที่เป็นขาประจำเคยร่วมลงแข่งขันมากว่า 20 ปี ว่าเขาจะไม่มีสิทธิลงแข่งกินฮอตดอกวันชาติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคมปีนี้ หลังจากที่โจอี้ เชสต์นัท ไปทำสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ Impossible Foods บริษัทผู้ผลิตอาหารทำจากพืช ที่เป็นคู่แข่งของแบรนด์นาธาน 

โดยโจอี้ เชสต์นัท หรือ “จอวส์” วัย 40 ปี เป็นนักกินแชมป์เก่าเจ้าของสถิติแข่งกินฮอตดอกนาธานปีล่าสุด เขาร่วมลงแข่งครั้งแรกในปี 2548 และร่วมลงแข่งทุกปีไม่เคยขาดนับตั้งแต่ปี 2558 โดยปีที่แล้วเขาคว้าแชมป์ไปด้วยสถิติกินฮอตดอก ที่ประกอบด้วยขนมปังและไส้กรอก รวม 62 ชิ้นภายในเวลา 10 นาที 

ผู้จัดการแข่งขันระบุว่า ทุกคนรักโจอี้ เชสต์นัท โดยเฉพาะแฟนๆ ของเขา และเขายังเป็นฮีโร่ของชาวอเมริกัน เป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันกินฮอตดอกวันชาติสหรัฐฯ ซึ่งแต่ละปีจะมีคนมาเข้าชมมากกว่า 40,000 คน อย่างไรก็ตามทางผู้จัดงานระบุว่าพร้อมให้โอกาสในการกลับมาลงแข่งได้อีก หากว่าเขาไปถอนตัวกับบริษัทวีแกน ที่เป็นคู่แข่ง

รายงานข่าวระบุว่า นอกจากเป็นแชมป์กินฮอตดอกแล้ว โจอี้ เชสต์นัท ยังเป็นเจ้าของสถิติแข่งกินอีกหลายรายการ อาทิ กินไข่ต้ม 141 ฟองในเวลา 8 นาที กินพายเนื้อ 23 ชิ้นในเวลา 10 นาที แข่งกินปีกไก่ 182 ชิ้น ในเวลา 30 นาที กินไอศกรีมแซนวิช และช็อกไอซ์ 25.5 ชิ้นในเวลา 6 นาที อย่างไรก็ตาม ทางโจอี้ เชสต์นัท ยังไม่ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น. 

“ศาล รธน.” สั่ง “นายกฯเศรษฐา – 40 สว.” ยื่นบัญชีพยานเพิ่ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576746

12 มิ.ย. 2567

13:32 น.

"ศาล รธน." สั่ง "นายกฯเศรษฐา - 40 สว." ยื่นบัญชีพยานเพิ่ม

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง “เศรษฐา – 40 สว.” ยื่นบัญชีพยานเพิ่ม คดีเพิกถอนสมาชิกภาพ พร้อมทั้งเตรียมชี้ขาด “พ.ร.ป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561”

12 มิ.ย.2567 ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 36 / 40 / 41 และ 42 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ ในวันที่ 18 มิ.ย.2567 เวลา 09.30 น.

เนื่องจาก คดีดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยพิจารณาได้ ศาลปกครองกลาง ได้ส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดีรวม 2 คำร้อง เพื่อขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตาม รัฐธรรมนูญ จึงยุติการไต่สวน และเตรียมอ่านคำวินิจฉัยในวันดังกล่าว

ส่วนการพิจารณาคำร้องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล ฐานล้มล้างกรปกครองฯ นั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมพิจารณาคดีต่อ ในวันที่ 18 มิ.ย.2567 นี้ หลังจากที่พรรคก้าวไกล ยื่นเอกสารชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหา และบัญชีรายชื่อพยาน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดไต่สวนในคดีนี้ เพื่อแสวงหาความจริงเพิ่มเติม จากพยานบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และนักวิชาการด้านกฎหมาย รวมกว่า 10 คน มาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว

โดย วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ กกต. ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 17 มิ.ย.2567 เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีต่อไป

ขณะที่ คำร้อง 40 สว. ที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย สมาชิกภาพการเป็นรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จากการแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม 

ภายหลังที่ นายกรัฐมนตรี ได้ส่งคำแก้ไขข้อกล่าวหาให้ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้ว เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2567 ผ่านมา ในวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้คู่กรณี ทั้งนายกรัฐมนตรี และ 40 สว. ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 17 มิ.ย.2567 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาคดี ก่อนพิจารณาคดีครั้งต่อไป ในวันที่ 18 มิ.ย.2567 เช่นเดียวกัน

ด่วน “ศาล รธน.” สั่ง “กกต.” ยื่นหลักฐานเพิ่ม “คดียุบพรรคก้าวไกล”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576739

12 มิ.ย. 2567

12:52 น.

ด่วน "ศาล รธน." สั่ง "กกต." ยื่นหลักฐานเพิ่ม "คดียุบพรรคก้าวไกล"

ด่วน “ศาลรัฐธรรมนูญ” สั่ง “กกต.” ยื่นหลักฐานเพิ่ม คดีร้องยุบพรรค “ก้าวไกล” ตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี นัดอีกครั้ง 18มิ.ย.67

ศาลรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญ12 มิ.ย.2567 ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ข่าวคดีสำคัญ กรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกลและเพิกถอนสิทธิ โดยผู้ร้อง ยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าพรรค ก้าวไกล มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

โดยนอกจากคำร้องขอให้ ยุบพรรค แล้ว ได้ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และห้ามมิไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ กำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง ยุบพรรค

ต่อมา วันที่ 4 มิ.ย.2567 ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง รับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหารวมไว้ในสำนวน

ผลการพิจารณาในวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาโดยการอภิปรายแล้ว มีคำสั่งให้ กกต. ผู้ร้อง ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 17 มิ.ย.2567 และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา และกำหนดนัดพิจารณาครั้งต่อไป ในวันที่ 18 มิ.ย.2567

เอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญ

ให้กำลังใจ ศาลรธน.พิจารณายุบพรรคก้าวไกล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576737

12 มิ.ย. 2567

12:19 น.

ให้กำลังใจ ศาลรธน.พิจารณายุบพรรคก้าวไกล

มวลชนเฝ้าส่งกำลังใจ ก้าวไกล ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา-ไต่สวนพยาน ยุบพรรคก้าวไกล กรณีถูกร้องม. 112 วันนี้ 12 มิ.ย.67

กรณีศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมเพื่อพิจารณายุบพรรคก้าวไกล กรณีถูกร้องม.112 ว่ามีพฤติการณ์กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเข้าลักษณะกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) โดยข้อเท็จจริงปรากฏตามคําวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งรับคําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหารวมไว้ในสํานวน ส่งสําเนาคําชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ทราบ 

โดยวันนี้ 12 มิ.ย.67 ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญประกาศพิจารณายุบพรรคก้าวไกลที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวนพยานเพิ่มเติมโดยอ้างว่ามีประเด็นข้อต่อสู้จำนวนมาก พร้อมแนบรายชื่อพยาน เป็นที่น่าจับตาว่าวันนี้ศาลจะมีคำสั่งเปิดการไต่สวนตามคำร้องของภาคก้าวไกล หรือจะมีคำสั่งนัดวันลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในคดีนี้

สำหรับบรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในช่วงเช้าวันนี้บรรยากาศบริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญมีสื่อมวลชนหลายสำนักเดินทางมาปักหลักรอความชัดเจนของการพิจารณาในวันนี้ ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น. ได้มีเหล่ากองเชียร์ของพรรคก้าวไกลเดินทางมาถือป้ายให้กำลังใจ เป็นจำนวนหนึ่งโดยไม่มีการส่งเสียงดังรบกวนการพิจารณาและปักหลักรอติดตามการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอย่างสงบ

 แต่ในวันนี้ไม่มีแกนนำของพรรคก้าวไกลหรือสส. คนสำคัญของพรรคเดินทางมาด้วยตัวเอง ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ในขณะที่สื่อมวลชนที่จะเข้าในพื้นที่จะต้องมีการแลกบัตรแสดงตัวตน กับทางเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเป็นปกติ

เกาะติดคดียุบ “พรรคก้าวไกล” จับตา 3 ทิศทาง ของ “ศาล รธน.”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576727

12 มิ.ย. 2567

10:57 น.

เกาะติดคดียุบ “พรรคก้าวไกล” จับตา 3 ทิศทาง ของ “ศาล รธน.”

จับตา 3 ทิศทาง “ศาล รธน.” พิจารณาคดียุบ “พรรคก้าวไกล” กับแรงกระเพื่อมภายในพรรค เมื่อ “สส.งูเห่า” เคลื่อนไหว ดีลซบพรรคใหม่

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

12 มิ.ย.2567 ศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมพิจารณา เรื่องที่ 10/2567 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ ยุบพรรคก้าวไกล และ ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากมีพฤติการณ์ “ล้มล้าง-ปฏิปักษ์การปกครอง” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)

สาเหตุสำคัญที่นำ ก้าวไกล มาถึงจุดนี้ หนีไม่พ้น 44 สส.ก้าวไกล ในจำนวนนี้รวมถึง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรค และ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน เคยยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นำไปสู่การร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลมีมติเอกฉันท์ให้ พรรคก้าวไกล ยุติการกระทำดังกล่าว เมื่อ 31 ม.ค.2567 ที่ผ่านมา

ประเด็นที่น่าสนใจ ขั้นตอนของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่พิจารณาวันนี้ (12 มิ.ย.) แบ่งออกได้ 3 แนวทางคือ

  1. ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานเพียงพอทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายแล้ว จะนัดวันเพื่อฟังคำวินิจฉัย
  2. ศาลเห็นว่า พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ยังไม่เพียงพอ อาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือให้คู่ความแต่ละฝ่ายเบิกพยานเอกสาร หรือพยานบุคคลเพื่อไต่สวนเพิ่มเติม
  3. ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ อาจนัดวันเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

ขณะที่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า การยื่นคำร้องดังกล่าวดำเนินการถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ดำเนินการตามระเบียบว่า ด้วยการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตามระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้ใช้ระเบียบสืบสวนไต่สวนฯ จึงไม่ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจง

นอกจากนี้ การยื่นคำร้องดังกล่าว กกต. ใช้ “เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อว่า” เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง ในการยื่นคำร้อง เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าดังกล่าว จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย

ฟากของ พรรคก้าวไกล ที่มีแถลงชี้แจงแนวทางต่อสู้คดีเมื่อ 9 มิ.ย.2567 ที่ผ่านมา ทั้ง พิธา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ ชัยธวัช หัวหน้าพรรค ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่อนข้างมีความมั่นใจที่จะ “พ้นบ่วง” คดีนี้

ใน 9 ข้อต่อสู้ของ ก้าวไกล โดยยืนยันหลักการสำคัญว่า การกระทำที่ถูกกล่าวหา ไม่ล้มล้าง ไม่อาจเป็นปฏิปักษ์ การกระทำตามคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 (ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติการกระทำ) ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นมติพรรค และไม่มีผลผูกพันคดีนี้

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจรับคำร้องกล่าวหาดังกล่าว และไม่มีสิทธิตัดสิน ยุบพรรค และ ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ด้วย

ล่าสุด ชัยธวัช ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงคดีดังกล่าวว่า อย่าเพิ่ง “ด่วนสรุป” ว่าจะมีการ ยุบพรรค ตามข้อกล่าวหานี้ และคาดหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะเปิดโอกาสให้ พรรคก้าวไกล ได้มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ โดยมีการเปิดไต่สวนเรียกพยานเพิ่มเติม โดยพยานที่ยื่นไปนั้นมีจำนวนมาก เพราะข้อต่อสู้มีหลายประเด็น

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ภายใน “ค่ายสีส้ม” ดูจะไม่สู้ดีนัก สวนทางกับความมั่นใจของ “แกนนำพรรค” เนื่องจากบรรดา “สส.งูเห่า” ต่างเริ่มต่อสายดีลกับสารพัดพรรคการเมืองแล้ว แม้แต่ ชัยธวัช ถึงกับออกปากยอมรับต่อสาธารณะครั้งแรกว่า ภายในพรรคมี “งูเห่า” จริง และได้รับการติดต่อจากหลายพรรคการเมืองจริง

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว “สส.งูเห่า” ค่ายสีส้มอยู่ราว 10-20 คน แต่ปัจจุบันคาดกันว่าอาจมีมากกว่านั้น ในขณะเดียวกันกระแสข่าว “โละทิ้ง” พรรคร่วมรัฐบาลสาย “บ้านป่า” ที่กำลังคึกโครมอยู่ตอนนี้ อาจเป็นปัจจัยสำคัญให้มีการ “ชอปปิงงูเห่า” กันเพิ่มเติม และเอิกเกริกกว่าทุกครั้งด้วย หวังเติมคะแนนเสียงฝ่ายรัฐบาลให้ “ปริ่มสภาฯ” เช่นเดิม

ขณะที่ “ศาสดาสีส้ม” ทั้งหลายแหล่ที่คอนโทรลอยู่หลังฉาก เริ่มผลักดันแกนนำรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมามีบทบาทแทน เพราะหากพรรคถูกยุบไป จะได้เดินหน้าลุยงานในสภาฯได้ต่อ จึงมีการเริ่มปล่อยข่าวชื่อของ “ดร.ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สายตรง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เข้ามาเป็นแคนดิเดตผู้นำพรรครุ่น 3 และยังเชื่ออีกว่าหากมีการยุบพรรคก้าวไกลจริง จะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง ไม่ต่างกับตอนยุบพรรคอนาคตใหม่ปี 2562 ที่เป็นจุดก่อกำเนิด “ม็อบราษฎร” จนกระจายความคิด “ทะลุเพดาน” สู่สาธารณะแบบที่เห็นและเป็นอยู่ทุกวันนี้

ดังนั้นการต่อสู้ทางความคิดของ “ค่ายสีส้ม” แม้อนาคตจะไม่ใช่ชื่อ ก้าวไกล แล้วก็ตาม แต่ใน “ยานพาหนะ” คันใหม่ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อน “ปักธงทางความคิด” รื้อโครงสร้างการเมืองไทยต่อไปเช่นเดิม

จึงเป็นเรื่องที่ “ฝ่ายอนุรักษนิยม” ต้องแก้เกมในส่วนนี้ให้ ไม่อย่างนั้น “ความขัดแย้งทางความคิด” คงยังมีต่อไปไม่รู้จบ

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810023

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 08.36 น.

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

12 มิถุนายน 2567 น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้สานต่อโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรัฐมนตรีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เตรียมความพร้อมและมอบแนวทางการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ระดับประเทศ โดยกำหนดจัดงานจุดหลักจะอยู่ที่ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ท่าโป่งแดง) ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2567

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า วัตถุประสงค์ของโครงการคลินิกเกษตร คือต้องการให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนที่มารับบริการ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ ถือเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ทั้งการให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงขยายโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร และได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องครบถ้วนในคราวเดียวกัน

“โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญ และได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการแบบบูรณาการต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกร และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ ณ จุดเดียว ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วนทุกด้าน และสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง” น.ส.เกณิกา กล่าว