ชาวเมียนมาร่วมงานศพถิ่น อู ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791021

ชาวเมียนมาร่วมงานศพถิ่น อู ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี

6 มิ.ย. 2567 09:07 น.

ชาวเมียนมาร่วมงานศพถิ่น อู ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 ชาวเมียนมาหลายร้อยคนไปร่วมแสดงความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายในงานศพของนายถิ่น อู พันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของนางอองซาน ซูจี และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือพรรคเอ็นแอลดี หลังจากที่เขาเสียชีวิตเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลในนครย่างกุ้ง ขณะมีอายุ 97 ปี

โดยขบวนได้นำศพของนายถิ่น อู ผ่านเส้นทางบริเวณหน้าบ้านพักของนางซูจีไปยังสุสานในย่างกุ้ง โดยมีทหารบางส่วนไปร่วมงานและช่วยเคลียร์เส้นทางให้กับขบวนศพ

ทั้งนี้ นายถิ่น อู เขาได้ช่วยก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี ร่วมกับนางซูจี เมื่อปี 2531 ภายหลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารล้มเหลว เขาดำรงตำแหน่งประธานพรรคและต่อมาได้ถูกกักบริเวณในบ้าน เช่นเดียวกับนางซูจี นายถิ่น อู เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนที่ 4 ของกองทัพเมียนมา โดยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2517-2519 เขายังเป็นนักการเมืองอาวุโสที่ชาวเมียนมาให้ความเคารพอย่างกว้างขวางจากความกล้าหาญยืนหยัดต่อต้านอำนาจรัฐบาลเผด็จการทหารที่ปกครองประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา.

โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ เริ่มเที่ยวบินแรกส่งนักบินอวกาศสู่สถานี ISS

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791022

โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ เริ่มเที่ยวบินแรกส่งนักบินอวกาศสู่สถานี ISS

6 มิ.ย. 2567 09:06 น.

โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ เริ่มเที่ยวบินแรกส่งนักบินอวกาศสู่สถานี ISS

“โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์” ทะยานสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ส่งนักบินนาซาไปประจำการ นับเป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย ก่อนที่นาซาจะรับรองให้เป็นผู้ดำเนินการขนส่งเสบียงไปและกลับจากสถานีอวกาศอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 จรวดบรรทุกกระสวยอวกาศโบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ ทะยานออกจากศูนย์อวกาศที่แหลมคานาเวรัล ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ โดยสองนักบินอวกาศที่เดินทางไปกับ โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ ได้แก่ บุช วิลเมอร์ และ สุนิตา วิลเลียมส์ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกำหนดเดินทางเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เกิดปัญหาที่วาล์วปล่อยออกซิเจนของกระสวยอวกาศ ทำให้ต้องเลื่อนการเดินทาง และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกิดปัญหาอีกครั้งกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการนับเวลาส่งจรวด ก่อนเวลาที่จะปล่อยจรวดเพียง 4 นาที ทำให้ต้องเลื่อนการเดินทางออกไปอีกเป็นครั้งที่ 2

ทั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของ โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ เพื่อนำนักบินอวกาศไปยังไอเอสเอส และเป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนที่นาซาจะรับรองให้โบอิ้งเป็นผู้ดำเนินการขนส่งเสบียงไปและกลับจากสถานีอวกาศนานาชาติเป็นประจำอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้โบอิ้งจะกลายเป็นบริษัทที่สองต่อจาก สเปซเอ็กซ์ ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ที่จะปฏิบัติภารกิจส่งมนุษย์ไปยังสถานีอวกาศ.

ญี่ปุ่นอัตราการเกิดเข้าขั้น ‘วิกฤติ’ ทุบสถิติต่ำสุดตลอดกาล 8 ปีซ้อน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790992

ญี่ปุ่นอัตราการเกิดเข้าขั้น ‘วิกฤติ’ ทุบสถิติต่ำสุดตลอดกาล 8 ปีซ้อน

6 มิ.ย. 2567 03:41 น.

ญี่ปุ่นอัตราการเกิดเข้าขั้น ‘วิกฤติ’ ทุบสถิติต่ำสุดตลอดกาล 8 ปีซ้อน

ทางการญี่ปุ่นเผยรายงานล่าสุด พบว่าอัตราการเกิดของประเทศลดลงอีก ทำลายสถิติต่ำสุดเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งเข็นมาตรการต่างๆ เพื่อให้คนอยากมีลูก

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น ออกมาระบุว่า อัตราการเกิดของประเทศตอนนี้เข้าขั้น “วิกฤติ” แล้ว หลังจากข้อมูลล่าสุดชี้ว่า อัตราการเกิดทำสถิติต่ำที่สุดตลอดกาลเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ในขณะที่รัฐบาลกำลังหาทางเพิ่มการสนับสนุนครอบครัว เพื่อกระตุ้นให้คนมีลูกมากขึ้น

ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นชี้ว่า อัตราการเกิด หรือค่าเฉลี่ยจำนวนลูกที่คาดว่าผู้หญิง 1 คนจะมีตลอดช่วงชีวิต อยู่ที่ 1.2 ในปี 2566 โดยลดจากปี 2565 ซึ่งสถิติอยู่ที่ 1.26 ห่างไกลจากตัวเลข 2.1 ที่จำเป็นต้องการคงจำนวนประชากรของประเทศมาก

นี่นับเป็นปีที่ 8 ติดต่อกันแล้วที่อัตราการเกิดของญี่ปุ่นลดลง โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า อัตราการเกิดตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว โดยเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และความยากลำบากในการทำงานไปพร้อมๆ กับการเลี้ยงดูลูก

ทั้งนี้ สถานการณ์ของญี่ปุ่นยังนับว่าดีกว่าเกาหลีใต้ ซึ่งอัตราการเกิดอยู่ที่ 0.72 ต่ำที่สุดในโลก แต่พวกเขาก็กำลังเร่งหาทางกระตุ้นการมีลูก เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติจำนวนประชากรที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ในวันพุธที่ 5 มิ.ย. รัฐสภาของญี่ปุ่นเห็นชอบแก้ไขกฎหมายเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่พ่อแม่มากขึ้น, พัฒนาการเข้าถึงบริการสำหรับเด็ก และขยายสิทธิประโยชน์ในการลางานของผู้เป็นพ่อแม่

ขณะเดียวกัน รัฐบาลกรุงโตเกียว ก็เปิดตัวแอปพลิเคชันหาคู่ของตัวเอง เพื่อกระตุ้นอัตราการเกิดเช่นกัน โดยผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาโสดจริงๆ และลงนามจดหมายเพื่อยืนยันว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะแต่งงานด้วย.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

UN เตือน ‘นรกสภาพอากาศ’ หลังโลกร้อนทุบสถิติ 12 เดือนติดต่อกัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790991

UN เตือน ‘นรกสภาพอากาศ’ หลังโลกร้อนทุบสถิติ 12 เดือนติดต่อกัน

6 มิ.ย. 2567 03:15 น.

UN เตือน ‘นรกสภาพอากาศ’ หลังโลกร้อนทุบสถิติ 12 เดือนติดต่อกัน

อุณหภูมิโลกร้อนทุบสถิติต่อเนื่องตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สหประชาชาติออกมาเตือนว่า เราต้องรีบหาทางออกจากถนนที่มุ่งไปสู่นรกสภาพอากาศ

เมื่อ 5 มิ.ย. 2567 ‘โครงการบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส’ (C3S) ซึ่งเป็นหน่วยงานติดตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า อุณหภูมิของแต่ละเดือนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มตั้งแต่มิถุนายน 2566 ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้านั้น

C3S บอกด้วยว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของช่วง 12 เดือนดังกล่าว จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมถึง 1.63 องศาเซลเซียส ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ร้านที่สุดนับตั้งแต่พวกเขาเริ่มเก็บสถิติในปี 2483

อย่างไรก็ตาม ค่าเฉลี่ย 1.63 องศาเซลเซียสที่ว่านั้น ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเกินขีดจำกับ 1.5 องศาเซลเซียสที่นานาประเทศตั้งเอาไว้ เพราะต้องคิดคำนวณค่าเฉลี่ยจากช่วงเวลายาวนานกว่านั้นอย่างน้อยหลายทศวรรษ

ขณะเดียวกัน องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ของสหประชาชาติ ประเมินว่า ตอนนี้มีโอกาสถึง 80% แล้ว ที่อย่างน้อย 1 ในช่วง 5 ปีข้างหน้า จะกลายเป็นปีแรกที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี เพิ่มขึ้นจากการประเมินในปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 66%

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ พูดถึงการค้นพบทั้ง 2 ฉบับว่า รายนี้นี้กำลังเน้นย้ำว่าโลกนี้กำลังมุ่งไปผิดทาง และออกห่างจากการฟื้นฟูเสถียรภาพของระบบสภาพอากาศ

“ในปี 2558 โอกาสที่อุณหภูมิจะสูงเกินเกณฑ์อยู่ที่เกือบ 0%” นายกูเตร์เรสกล่าว และเสริมว่า เวลาในการย้อนคืนสถานการณ์กำลังจะหมดลงแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกลดการใช้และการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลลง 30% ภายในปี 2573

“เราต้องการทางลาดสำหรับออกจากถนนหลวงที่มุ่งไปสู่นรกสภาพอากาศ (climate hell)” เลขาธิการยูเอ็นกล่าว “การต่อสู้เพื่ออุณหภูมิ 1.5 องศา จะรู้ผลแพ้ชนะภายในยุคปี 2020 นี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อัปเดตสงครามรัสเซีย-อูเครน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790788

อัปเดตสงครามรัสเซีย-อูเครน

6 มิ.ย. 2567 05:48 น.

อัปเดตสงครามรัสเซีย-อูเครน

ผู้อ่านท่านหนึ่งส่งข้อความมาในอีเมล songlok1997@gmail.com ฝากให้ผู้เขียนอัปเดตสถานการณ์สงครามรัสเซีย-อูเครนเป็นระยะ ท่านไม่อยากให้เปิดฟ้าส่องโลกตกข่าว ตกประเด็น

ระหว่างการประชุมด้านความมั่นคงแชงกรีลาไดอะล็อกที่สิงคโปร์ เซเลนสกีบอกว่า มีส่วนประกอบอาวุธบางอย่างของรัสเซียส่งมาจากจีน ทำให้หลายชาติมีความชอบธรรมในการชี้นิ้วไปที่จีน ว่าจีนเข้าข้างรัสเซีย ผู้นำตะวันตกบางชาติพูดจาถากถางว่าจีนซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ทำให้รัสเซียยังมีเงินใช้ทำสงครามกับอูเครน จีนทำให้มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกล้มเหลว

เซเลนสกีมาสิงคโปร์ด้วยจุดประสงค์หลายอย่าง อย่างแรกก็ต้องการระดมแรงสนับสนุนจากชาติเอเชีย อย่างที่สองก็เพื่อชักชวนให้ชาติต่างๆส่งผู้แทนเข้าร่วมซัมมิทสันติภาพที่เมืองลูเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ กลางเดือนมิถุนายนที่จะถึง

การพูดจาของเซเลนสกีที่สิงคโปร์ก้าวร้าวและโจมตีจีน ว่าจีนเป็นเครื่องมือให้ปูติน ส่วนสหรัฐฯเองก็นำคำพูดของเซเลนสกีไปขยายผลว่าจีนช่วยให้รัสเซียผลิตเครื่องกระสุน ยานเกราะ และขีปนาวุธได้มากขึ้น แถมยังบอกว่ารัสเซียนำเข้าเครื่องจักรกล ร้อยละ 70 และอุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ร้อยละ 90 จากจีน เพื่อจะโยนบาปใส่จีนให้ได้

ขณะที่เขียนคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก มี 106 ประเทศที่ประกาศจะส่งผู้แทนระดับสูงร่วมการประชุมซัมมิทสันติภาพ ส่วนจีนบอกว่า อ้า อั๊วไม่เข้าประชุมด้วย เพราะการประชุมสันติภาพต้องประกอบด้วยผู้ที่ขัดแย้งกัน ซึ่งหมายถึงรัสเซียและอูเครน แต่การประชุมสันติภาพในกลางเดือนมิถุนายนที่จะถึง รัสเซียซึ่งเป็นคู่สงครามโดยตรงกับอูเครนไม่ได้รับเชิญให้ร่วมประชุม มันจะมีประโยชน์อะไร พูดจนน้ำลายไหลเลอะเทอะเปรอะปะก็เป็นเพียงการพูดของฝ่ายที่ไม่ชอบรัสเซียมากกว่า แท้ที่จริงไม่มีสิทธิใช้คำว่าการประชุมสันติภาพ ซะด้วยซ้ำ

เซเลนสกีพูดจากดดันให้โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯเข้าร่วมการประชุมสันติภาพ ความมุ่งหวังตั้งใจของเซเลนสกีก็คือ ถ้ามีหน้าไบเดนมาปรากฏในที่ประชุม ตนก็จะได้ใช้โอกาสนี้สร้างความชอบธรรมในการระดมทุนจากประเทศต่างๆ แต่ผู้อ่านท่านที่เคารพ เหมือนฟ้าฟาดลงกลางกบาลเซเลนสกี เมื่อประธานาธิบดีไบเดนบอกว่า จะไม่ไปประชุมสันติภาพที่สวิตเซอร์แลนด์ เพราะมีงานระดมทุนหาเสียงของพรรคเด็มโมแครตที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯจะส่งนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีไปประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์แทน

เซเลนสกีเป็นผู้นำที่ไม่นิ่ง พูดมาก ปากเสีย กระโดดโหยงเหยงไปมา เดี๋ยวปรากฏตัวที่ประเทศโน้น ประเทศนี้ สหรัฐฯเองก็เป็นผู้ใหญ่ที่เหมือนไม้หลักปักขี้เลน บางวันก็หนุนเซเลนสกี บางช่วงก็เฉยๆกับข้อเรียกร้องของเซเลนสกี แฉลบไปแฉลบมา บางทีก็บอกว่าจะให้การสนับสนุนไต้หวันมากกว่าอูเครน สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้เซเลนสกี ผู้นำอูเครนเหมือนสุนัขจนตรอก ถูกหลอกให้เป็นตัวแทนรบกับรัสเซีย แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่

รัสเซียนิ่ง ไม่โวยวายกระโตกกระตาก ถึงคราวบุกก็บุกจริง จนอูเครนร้องโวยวายหายนะ อีกประเทศที่น่าสนใจคือจีน จีนรู้จักพูด เมื่อ 3 มิถุนายน 2024 นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาบอกว่า จีนไม่เติมเชื้อไฟให้สงครามรัสเซีย-อูเครน ทัศนคติของจีนต่อการประชุมสันติภาพที่สวิตเซอร์แลนด์มีความเปิดกว้างและโปร่งใส ไม่กดดันประเทศอื่น จีนสนับสนุนทุกความพยายามที่จะนำไปสู่สันติภาพ แต่การที่จีนไม่ไปประชุมเพราะจีนเห็นว่า การประชุมสันติภาพควรมี 3 เรื่องที่สำคัญ

3 เรื่องที่ว่าคือ

1.การยอมรับจากทั้งรัสเซียและอูเครน (แต่การประชุมนี้อูเครนยอมรับเพียงฝ่ายเดียว รัสเซียไม่เอาด้วย)

2.การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

และ 3.การหารือแผนการสร้างสันติภาพอย่างยุติธรรม (ไม่ใช่การประชุมเพื่อจะสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว)

ผู้อ่านท่านที่เคารพ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสงครามรัสเซีย-อูเครน ล่าสุดก็ต้องดูกันต่อนะครับว่า การประชุมสันติภาพที่สวิตเซอร์แลนด์กลางเดือนมิถุนายน 2024 จะมีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง หลายคนทำนายทายว่าน่าจะเซมๆเหมือนเดิม.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

NDA ตกลงจัดตั้งรัฐบาล โมดีจ่อเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัยที่ 3

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790990

NDA ตกลงจัดตั้งรัฐบาล โมดีจ่อเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัยที่ 3

6 มิ.ย. 2567 02:17 น.

NDA ตกลงจัดตั้งรัฐบาล โมดีจ่อเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัยที่ 3

กลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยพรรคของนาย นเรนทรา โมดี ตกลงจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไปของอินเดียแล้ว และนายโมดีเตรียมสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ (NDA) กลุ่มพันธมิตรพรรคการเมืองซึ่งนำโดยพรรคภารตียชนตา (BJP) ของนายนเรนทรา โมดี ตกลงจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของประเทศอินเดียแล้ว ในวันพุธที่ 5 มิ.ย. 2567 หลังจากการเลือกตั้งใหญ่สิ้นสุดลงโดยที่พวกเขาคว้าเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดไม่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

นอกจากนั้น NDA ยังประกาศว่า พวกเขาลงมติเป็นเอกฉันท์ เลือกนายนเรนทรา โมดี เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 และรัฐบาล NDA จะปกป้องมรดกของอินเดีย และทำงานเพื่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน

ขณะที่สื่อท้องถิ่นของแดนภารตะคาดว่า นายโมดีจะสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้ การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศอินเดีย ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนจนถึง 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา กินระยะเวลา 6 สัปดาห์ จบลงด้วยชัยชนะของกลุ่มพันธมิตร NDA ตามความคาดหมาย แต่สร้างเซอร์ไพรซ์คือ จำนวน สส.ในสภาของพวกเขาที่น้อยลงอย่างน่าตกใจ

กลุ่ม NDA ได้ สส.ในสภาผู้แทนราษฎรไปได้ทั้งสิ้น 293 คน เกินครึ่ง หรือ 272 คนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2562 ซึ่งพวกเขาได้เก้าอี้ในสภารวมกันถึง 353 คน และหากนับเฉพาะพรรค BJP พวกเขาได้ สส.เพียง 240 คน ทำให้นี้เป็นครั้งแรกที่ BJP ต้องพึ่งพาพรรคอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตรจึงจะคว้าเสียงข้างมาได้สำเร็จ

ขณะที่ INDIA กลุ่มพันธมิตรพรรคฝ่ายค้านซึ่งนำโดยพรรคคองเกรสแห่งชาติอินเดีย ของนายราหุล คานธี ได้ สส.รวมมากถึง 234 คน โดยแค่พรรคคองเกรสฯ ก็ครองเก้าอี้ สส.ถึง 99 ที่นั่งแล้ว เพิ่มจาก 52 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2562

นายนิลานจาน มุโคปัทยาย (Nilanjan Mukhopadhyay) ผู้เขียนอัตชีวประวัติของนายโมดีกล่าวว่า การที่พรรค BJP ต้องพึ่งพรรคอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตร หมายความว่า นายโมดีจะต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบากกว่าที่คาดเอาไว้ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 ของเขา

“มันจะบีบในนานโมดีต้องรับพังมุมมองของคนอื่น เราจะได้เห็นรัฐสภาที่แข็งแรงกับประชาธิปไตยที่มากขึ้น” นายมุโคปัทยายกล่าว “เขาจะต้องเป็นผู้นำแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน เราจะได้เห็นโมดีคนใหม่”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลโจมตีภาคพื้นดินรอบใหม่ ในภาคกลางกาซา ชาวบ้านดับ 70 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790986

อิสราเอลโจมตีภาคพื้นดินรอบใหม่ ในภาคกลางกาซา ชาวบ้านดับ 70 ศพ

6 มิ.ย. 2567 00:20 น.

อิสราเอลโจมตีภาคพื้นดินรอบใหม่ ในภาคกลางกาซา ชาวบ้านดับ 70 ศพ

อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซาอีกครั้ง โดยอ้างว่าถล่มที่มั่นและคลังอาวุธของฮามาสได้หลายจุด ท่ามกลางรายงานว่ามีประชาชนเสียชีวิตกว่า 70 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลประกาศเริ่มปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินต่อต้านกลุ่มฮามาส ที่ค่ายผู้ลี้ภัย ‘บูเรจ’ (Bureij) กับเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ บริเวณตอนกลางของฉนวนกาซาอีกครั้งในวันพุธที่ 5 มิ.ย. 2567 ในขณะที่ตัวแทนจากสหรัฐฯ, อียิปต์ และกาตาร์ หารือกันที่กรุงโดฮาและไคโร ว่าจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้อย่างไร

ค่ายผู้ลี้ภัยบูเรจ เป็น 1 ใน 8 ค่ายผู้ลี้ภัยประวัติศาสตร์ในฉนวนกาซา และเป็นค่ายที่มีขนาดเล็กที่สุด กินพื้นที่ประมาณ 0.5 ตร.กม. และมีผู้ลงทะเบียนเป็นผู้อยู่อาศัยเพียง 46,000 คน แต่ใกล้กันนั้นยังมีค่ายผู้ลี้ภัย ‘นูเซรัต’ กับ ‘มากาซี’ และอยู่ห่างจากเมือง เดียร์ อัล-บาลาห์ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้เพียง 5 กม. เท่านั้น

ตอนนี้ค่ายผู้ลี้ภัยทั้ง 3 แห่งและเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ เต็มไปด้วยผู้พลัดถิ่นที่อพยพหนีการต่อสู้มาจากพื้นที่อื่นๆ ของกาซา รวมถึงชาวบ้านนับล้านคนที่ต้องหนีออกมาจากเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้สุด หลังจากอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินเมื่อเดือนพฤษภาคม

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เคยมีปฏิบัติการภาคพื้นดินต่อต้านกลุ่มฮามาสที่ค่ายผู้ลี้ภัยในภาคกลางของกาซามาแล้ว และปฏิบัติการนั้นกินระยะเวลานานหลายสัปดาห์

ล่าสุดในวันพุธ (5 มิ.ย.) IDF ระบุว่า เป้าหมายของปฏิบัติการรอบใหม่ที่บูเรจกับเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ คือการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของงผู้ก่อการร้าย ที่ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนอิสราเอลหลายกิโลเมตร ทั้งบนดินและใต้ดิน พวกเริ่มโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายต่างๆ ทั้ง ที่มั่นกลุ่มติดอาวุธ, คลังเก็บอาวุธ และอุโมงค์ใต้ดิน สังหารผู้ก่อการร้ายได้มากมาย

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านจำนวนมากในค่ายผู้ลี้ภัยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการโจมตีรอบใหม่ของ IDF โดยในช่วงเช้าวันพุธ สำนักข่าว วาฟา (Wafa) ของปาเลสไตน์ รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่แพทย์และหน่วยกู้ภัยว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลตกใส่บ้านเรือนหลายหลังในมากาซา เมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ศพ

นอกจากนั้นยังมีผู้เสียชีวิตอีก 2 ศพหลังการโจมตีทางอาหาศตกใส่บ้านหลังหนึ่งใกล้ทางเข้าค่ายบูเรจ และอีก 2 ศพเสียชีวิตจากกระสุนปืนใหญ่ที่ตกในเมือง อาบู อัล-อาเจน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเดียร์ อัล-บาลาห์

ต่อมา ทีมแพทย์ของ องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) ในฉนวนกาซา เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่โรงพยาบาล อัล-อักซา ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์การแพทย์ไม่กี่แห่งที่ยังใช้การได้ในภาคกลางของกาซา กำลังเข้าขั้น “หายนะ” โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตถึง 70 ศพ และผู้บาดเจ็บกว่า 300 ราย ถูกส่งมายังโรงพยาบาลแห่งนี้ หลายคนเป็นแผลไฟไหม้รุนแรง, มีแผลถูกยิง, โดนสะเก็ดระเบิด, กระดูกหัก และอื่นๆ

ทั้งนี้ หลัง IDF เริ่มปฏิบัติการโจมตีเมืองราฟาห์เมื่อ 6 พ.ค. พวกเขาบอกให้ประชาชนอพยพไปยังเขตเพื่อมนุษย์ธรรมที่ถูกขยายเพิ่มเติม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เมือง อัล-มาวาซี บริเวณชายฝั่งไปจนถึงเดียร์ อัล-บาลาห์ โดยอ้างว่า ที่นั่นมีทั้งเต็นท์ที่พัก, โรงพยาบาลสนาม และเสบียงอาหาร

แต่สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า พื้นที่สำหรับผู้พลัดถิ่นในเดียร์ อัล-บาลาห์ กำลังจะหมดลงแล้ว และผู้คนกำลังแห่เดินทางไปที่นั่นด้วยความหวังว่าจะเจอสถานที่ปลอดภัยซึ่งไม่มีอยู่จริง

อีกด้านหนึ่ง ตัวกลางเจรจาสันตภาพระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสอย่าง สหรัฐฯ, อียิปต์ และกาตาร์ เดินทางไปหารือกันที่กรุงโดฮาและกรุงไคโร เมื่อหาทางบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันฉบับใหม่

โดยสหรัฐฯ กำลังรอการตอบสนองจากกลุ่มฮามาส เรื่องข้อตกลงหยุดยิง 3 ขั้นตอน ที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แจกแจงเมื่อวันศุกร์ โดยอ้างว่าเป็นข้อเสนอจากฝ่ายอิสราเอลที่จะนำไปสู่การหยุดยิงถาวรในกาซา

ขณะที่กาตาร์ระบุว่า พวกเขาได้ส่งมอบแผนดังกล่าวให้ผู้แทนของฮามาสแล้ว พร้อมย้ำว่า พวกเขากำลังรอการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนจากรัฐบาลอิสราเอล หลังนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาบอกว่า จะไม่มีการหยุดยิงถาวรจนกว่าพวกเขาจะบรรลุเป้าหมายหลักทั้ง 3 อย่าง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สุดสยอง เจอสัตว์ปริศนา นอนตาเหลือกบนหาดสิงคโปร์ ก่อนนึกได้ว่ามันคือปลา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790926

สุดสยอง เจอสัตว์ปริศนา นอนตาเหลือกบนหาดสิงคโปร์ ก่อนนึกได้ว่ามันคือปลา

5 มิ.ย. 2567 19:50 น.

สุดสยอง เจอสัตว์ปริศนา นอนตาเหลือกบนหาดสิงคโปร์ ก่อนนึกได้ว่ามันคือปลา

(ภาพประกอบ)

สยองหนัก เจอสัตว์ปริศนา ถูกคลื่นซัดมานอนตาเหลือกบนผืนทรายที่ชายหาดในสิงคโปร์ ทำชายนักท่องเที่ยว ‘เดนนิส ชาน’ ช็อก ตกใจ หลังจากสายตาไปเห็นมันเข้า ก่อนต่อมา เดนนิส ชาน จะนึกได้ว่า สัตว์หน้าตาประหลาดตัวนี้ มันคือ ปลาสตาร์เกเซอร์ 

เดนนิส ชาน ได้โพสต์รูปสัตว์ปริศนาซึ่งเขาไปเห็นมันอยู่บนชายหาดในประเทศสิงคโปร์พร้อมกับเขียนข้อความในอินสตาแกรมว่า ‘เป็นภาพที่ไม่ธรรมดาและน่าหลงใหล ปลาแปลกๆ เหล่านี้ฝังตัวอยู่ในทรายโดยมีเพียงแต่หัวของมันโผล่ขึ้นมา ดูเหมือนกำลังจ้องมองดวงดาว ขณะรอเหยื่อที่ไม่ทันสงสัย มันเหล่านี้คล้ายกับปลาหิน (Stonefish) และปลาแมงป่อง (Scorpionfish) ซึ่งหมายถึงว่าพวกมันยังมีหนามพิษที่สามารถต่อยจนเกิดความเจ็บปวดได้’

ทั้งนี้ ปลาสตาร์เกเซอร์ (Stargazer) เป็นปลาทะเลน้ำลึกในวงศ์ Uranoscopidae ในอันดับปลากะพง ซึ่งแบ่งออกเป็นประมาณ 50 ชนิดใน 8 สกุล พบอยู่ตามร่องน้ำลึกทั่วโลก โดยปลาสตาร์เกเซอร์ มีลำตัวยาว กลม หรือแบนลงเล็กน้อย ปลาสตาร์เกเซอร์มีลักษณะพิเศษคือมีดวงตา อยู่บนส่วนยอดของหัว ปากขนาดใหญ่ มีครีบที่มีพิษใช้ป้องกันตัว มักฝังตัวอยู่ใต้ผืนทรายเพื่อคอยดักจับเหยื่อ

ชมภาพ : ที่นี่

ที่มา : mirror

นาทีระทึก มือปืน บุกกราดยิงสถานทูตสหรัฐฯ ในเลบานอน เจอทหารสกัด ตาย 1 (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790900

นาทีระทึก มือปืน บุกกราดยิงสถานทูตสหรัฐฯ ในเลบานอน เจอทหารสกัด ตาย 1 (คลิป)

5 มิ.ย. 2567 18:03 น.

นาทีระทึก มือปืน บุกกราดยิงสถานทูตสหรัฐฯ ในเลบานอน เจอทหารสกัด ตาย 1 (คลิป)

กลุ่มมือปืนก่อเหตุกราดยิงที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต เมืองหลวงเลบานอน โดนกำลังทหารเลบานอน รักษาความปลอดภัยที่สถานทูตฯ ยิงตอบโต้ ทำให้มือปืนตาย 1 เจ็บ 1 ยังหลบหนีอีก 1 คน

กองทัพเลบานอน แจ้งว่า เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายบุกกราดยิงที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต เมืองหลวงเลบานอน เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 5 มิ.ย. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น และเกิดการยิงปะทะกับกำลังทหารกองทัพเลบานอนหลายนายซึ่งรักษาความปลอดภัยที่สถานทูตสหรัฐฯ เป็นเหตุให้คนร้ายรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่มีคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายเกิดการยิงปะทะกับทหารที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเลบานอน เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายมากัน 4 คน โดยคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถมาส่งกลุ่มมือปืนอีก 3 คน ที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต แต่ได้เกิดการยิงปะทะกับทหารเลบานอน ทำให้มือปืนรายหนึ่งเสียชีวิต ส่วนอีกราย ได้รับบาดเจ็บ และสามารถหลบหนีไปได้ 1 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่เลบานอนกำลังติดตามไล่ล่าหาตัวมือปืนอีกคนที่ยังหลบหนีไปได้ 

ชมคลิป : ที่นี่

เหตุโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในเลบานอนที่ทวีมากขึ้น หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน มีการโจมตีตอบโต้กับกองทัพอิสราเอลต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว นับตั้งแต่อิสราเอลทำสงครามในฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮามาส บุกโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 ศพ และมีตัวประกันถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปราว 230 คน

ที่มา :mirror

ได้เฮ นักวิทย์จีนเร่งการเติบโตของ ‘ข้าวในทะเลทราย’ ที่ซินเจียง สำเร็จ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790828

ได้เฮ นักวิทย์จีนเร่งการเติบโตของ ‘ข้าวในทะเลทราย’ ที่ซินเจียง สำเร็จ

5 มิ.ย. 2567 15:04 น.

ได้เฮ นักวิทย์จีนเร่งการเติบโตของ ‘ข้าวในทะเลทราย’ ที่ซินเจียง สำเร็จ

คณะนักวิทย์จีนกำลังควบคุม-ใช้ประโยชน์จากสารพัดเทคโนโลยีเรือนกระจกล้ำสมัย หวังปลดล็อกศักยภาพทางการเกษตรของผืนดินอันไม่อุดมสมบูรณ์ ในทะเลทรายเวิ้งว้าง ของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน 

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันการเกษตรเขตเมือง (IUA) สังกัดสถาบันบัณฑิตเกษตรศาสตร์แห่งชาติจีน ได้เก็บเกี่ยวข้าวที่เพาะปลูกในทะเลทรายชุดแรก ณ เรือนกระจก บนพื้นที่นับหมื่นเอเคอร์ (ราว 2.5 หมื่นไร่) ในเมืองเหอเถียน ทางตอนใต้ของซินเจียง เมื่อไม่นานนี้

หยาง ฉีฉาง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำสถาบันการเกษตรฯ กล่าวว่า ข้าวถูกเพาะปลูกในเรือนกระจกแบบโครงสามชั้นที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างแม่นยำ และสามารถเก็บเกี่ยวภายในเวลาเพียง 2 เดือน ซึ่งเร็วกว่าหลายวิธีการทั่วไปเกือบครึ่งหนึ่งของวงจรการเติบโต

ความสำเร็จนี้สานต่อความสำเร็จก่อนหน้าที่โรงงานเพาะปลูกในนครเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่ซึ่งทีมงานของหยางสามารถตัดลดระยะเวลาเจริญเติบโตเป็นครั้งแรกผ่านเทคโนโลยีเร่งการเจริญเติบโต (speed breeding) ในปี 2021

หยาง มองว่าสภาพภูมิอากาศสุดขั้วของทะเลทรายเมืองเหอเถียน กลายเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค โดยจุดเด่นทางภูมิศาสตร์อันมีลักษณะเฉพาะ ทั้งแสงแดดยาวนาน และความแตกต่างมากของอุณหภูมิตอนกลางวัน-กลางคืน กลายเป็นเงื่อนไขที่ดีต่อการเพาะปลูกพืชผล

นอกจากนั้น คณะนักวิจัยได้เร่งการเจริญเติบโตของข้าวด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีตัวรับแสงแอลอีดี (LED) แบบไดนามิก สูตรสารละลายธาตุอาหารพิเศษ และการเพาะปลูกแบบไม่ใช้ดินอันล้ำสมัย

สื่อ ต้าเหว่ย นักวิจัยช่วยประจำสถาบันการเกษตรฯ กล่าวว่าศักยภาพของการเกษตรแบบป้องกันด้วยโรงเรือนมีอนาคตสดใสเพิ่มขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศทะเลทราย เช่น ทรัพยากรแสงและความร้อนเหลือเฟือ ซึ่งปูทางสู่การผลิตอาหารที่ยั่งยืนในซินเจียง

หยางเสริมว่าการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานต่างๆ ของเรือนกระจกกลางทะเลทรายเมืองเหอเถียน กำลังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับเรือนกระจกแบบดั้งเดิม

ปัจจุบันต้นทุนการก่อสร้างเรือนกระจกกลางทะเลทรายแบบประหยัดพลังงานอยู่ที่ 350 หยวน (ราว 1,750 บาท) ต่อตารางเมตร คิดเป็นราว 1 ใน 3 ของเรือนกระจกแบบดัตช์ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในตัวอย่างการเกษตรแบบป้องกันชั้นนำ ส่วนต้นทุนการดำเนินงานอยู่ที่ราวร้อยละ 25 ของเรือนกระจกแบบดัตช์

หยางกล่าวว่าต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินงานของเรือนกระจกกลางทะเลทรายแบบประหยัดพลังงานนี้อาจลดลงอีกในอนาคตด้วยการใช้พลังงานสีเขียว เครื่องจักร และปัญญาประดิษฐ์ ทำให้เรือนกระจกแบบนี้มีความสามารถทางการแข่งขันสูงในระดับนานาชาติ

ความคืบหน้าของเทคโนโลยีเร่งการเจริญเติบโตของพืชผลในเรือนกระจกกลางทะเลทรายกลายเป็นแรงสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับการใช้เรือนกระจกกลางทะเลทรายในการผลิตและเร่งการเจริญเติบโตของพืชผลในซินเจียงในอนาคต

หยางและทีมวิจัยยังสำรวจตรวจสอบหลายเทคโนโลยีสำคัญในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชผลหลัก เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี รวมถึงเมล็ดพันธุ์ทำน้ำมัน ฝ้าย และถั่วอัลฟัลฟา ที่เรือนกระจกกลางทะเลทรายในเมืองเหอเถียนด้วย

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : Xinhua