‘เจนี่-ซี-เอมี่’ร่วมงาน Win Win PRPlus Singapore เนรมิตรงาน HOFS AWARDS 2024 ประเทศสิงคโปร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808692

'เจนี่-ซี-เอมี่'ร่วมงาน Win Win PRPlus Singapore เนรมิตรงาน HOFS AWARDS 2024 ประเทศสิงคโปร์

‘เจนี่-ซี-เอมี่’ร่วมงาน Win Win PRPlus Singapore เนรมิตรงาน HOFS AWARDS 2024 ประเทศสิงคโปร์

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.01 น.

จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่อลังการ สำหรับงานประกาศรับรางวัลอันทรงเกียรติยศระดับเอเชีย “Hall Of Fame in Singapore Awards 2024 (HOFS AWARDS 2024)” ณ The Ritz-Carlton Millenia ณ ประเทศสิงคโปร์ จัดโดย “บริษัท วิน วิน พีอาร์พลัส สิงคโปร์ จำกัด” (Win Win PRPlus Singapore) บริหารงานโดยหัวเรือใหญ่อย่างประธานกรรมการบริษัท “คุณทิพย์ ฐิติมา นวภคกุล” ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจความงาม และสุขภาพมานานกว่า 20 ปี และยังเป็นบริษัท Organizer อันดับต้นๆ ของประเทศ ในการจัดงานอีเว้นท์-ทำการตลาด-ประชาสัมพันธ์ ให้กับเหล่าสินค้าแบรนด์ดังอีกมากมาย

โดยงานประกาศรางวัล Hall Of Fame in Singapore Awards 2024 (HOFS AWARDS 2024) ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท วิน วิน พีอาร์พลัส สิงคโปร์ จำกัด (Win Win PRPlus Singapore) ได้รับเกียรติ และได้รับความร่วมมือจาก “ท่านอุรีรัชต์ เจริญโต” เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และ Mr. Daniel Tan, Mr. Steven Wong ตัวแทนจาก SME Centre @ASME Singapore รวมถึง Mrs. Malinee Srinara, Dr. Mita Kelder ตัวแทนจากสมาคมไทยในสิงคโปร์


 HOFS AWARD 2024 ถือเป็นงานประกาศรางวัลแห่งเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ และยังเป็นการจารึกความสำเร็จของเหล่าบุคคลที่ทรงอิทธิพลในแวดวงต่างๆ และกลุ่มบริษัทธุรกิจชั้นนำ เพื่อเป็นการยกระดับสู่มาตรฐานระดับสากลโลก ซึ่งภายในงานมีเหล่า เซเลบบริตี้ ดารา คนดัง อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ ยูทูปเบอร์ นักธุรกิจ ผู้บริหาร CEO ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเดินทางมาร่วมรับรางวัลมากมาย อาทิ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, เก๋ไก๋ สไลเดอร์, ตู่ ปิยวดี-มาวิน ทวีพล, ณภศศิ-สงกรานต์ เตชะณรงค์, ซี ศิวัฒน์-เอมี่ กลิ่นประทุม, เจเจ เจตต์-แพร เอมเมอรี่ (แพร บับเบิ้ลเกิร์ลส์), คิด คณชัย เบญจรงคกุล, โต laboutique, ZBING Z., LDA, เลิ่กลั่ก tigercryy, thammachad, Shin Yubin, Trinh Pham, Raninnie Dara, Kimono Mom ฯลฯ

‘เมย์ พิชญ์นาฏ’หน้าเหวี่ยงจนคนมองว่าร้าย เผยสามีอยากได้ลูกแฝดชายหญิง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808687

'เมย์ พิชญ์นาฏ'หน้าเหวี่ยงจนคนมองว่าร้าย เผยสามีอยากได้ลูกแฝดชายหญิง

‘เมย์ พิชญ์นาฏ’หน้าเหวี่ยงจนคนมองว่าร้าย เผยสามีอยากได้ลูกแฝดชายหญิง

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.54 น.

นักแสดงสาว “เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร” เปิดใจในรายการ WOODY INTERVIEWเผยตัวจริงไม่ร้ายเหมือนละคร หน้าเหวี่ยงจนคนคิดว่าหยิ่งเข้าถึงยากการเป็นดารายุคก่อนใช้ชีวิตยากกว่าปัจจุบัน พร้อมเล่าจุดเริ่มต้นความรักจากเพื่อนสู่แฟนและชีวิตหลังแต่งงาน สามีอยากได้ลูกแฝดชายหญิง

คนอาจจะมองว่าลุคของเมย์ดูเป็นเหมือนคนที่เข้าถึงยาก ?

เมย์ พิชญ์นาฏ : เมย์ก็รู้สึกตัวก่อนที่จะมาเข้าวงการแหล่ะ คือโอเคเวลาเมย์เล่นหนังเป็นนางเอกตลอด เพราะหนังมันไม่ค่อยมีตัวร้าย แต่พอมาเล่นละครแต่พอมาเล่นละครด้วยความที่ตอนแรกเราไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายไหน แน่นอนว่านางเอกเขาก็จะเอาเด็กช่อง อย่างเราเป็นตัวที่มีกระแสเขาอยากให้เรามาเล่นเรื่องนี้ มันก็จะมีอยู่ 2 บทคือตัวร้ายกับนางรอง ฉะนั้นเราค่อนข้างเข้าใจว่าตาเราชี้ขนาดนี้ ปากเราเจ่อ หน้าเรามันพร้อมที่จะวีนตลอดเวลา มันขึ้นกว่าที่จะมาเป็นเพื่อนนางเอก มันก็เลยมักจะได้รับบทเป็นตัวร้าย ซึ่งตัวเราชอบด้วย เพราะเราก็เคยเล่นเป็นบทคนดีๆ ก็รู้สึกมันอึดอัดไม่สนุก ร้ายมันสนุกมากเลย แล้วก็แต่งตัวสวยอยู่ตลอดเวลา เราก็เลยมักจะได้บทคุณหนูขี้วีน

ประกอบกับเพื่อนสนิทเราแต่ละคนก็คือดีว่าตัวแม่ทุกคน พอมาอยู่รวมกันคนก็จะมองว่าคนนี้ดูแพงนะ แต่ว่าเขาดูหยิ่งหรือเปล่า เขาดูวีนหรือเปล่า ผู้จัดการเมย์ทุกคนก่อนที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทเมย์ เขาก็จะบอกว่าพอฉันมาเจอเธอไม่เหมือนกับภาพลักษณ์ที่ฉันคิดไว้ แต่ก็ดีใจที่ด้วยยุคสมัยมันเปลี่ยนเดิมทีย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราแทบจะไม่มีโอกาสบอกคนข้างนอกเลยว่าเราเป็นคนยังไง ก็ไปตามบทบาทละครเพราะไม่มีโซเชียลมีเดีย มีแต่สื่อที่เขาจะเขียนให้เราเป็นยังไง มาทุกวันนี้เราอยู่บ้านเบื่อๆ เราก็เปิดไลฟ์คุยกับชาวบ้านเขาทุกคนก็แบบทำไมพี่เมย์ถึงเป็นกันเอง ทำไมพูดเพราะ ทำไมเข้าถึงง่าย

จุดเริ่มต้นจาก Friend Zone มาเป็นแฟน ?

เมย์ พิชญ์นาฏ : เมย์ไปเรียนคอร์สๆหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้อะไรนะตอนนั้นเขามีแฟนอยู่เราก็มีแฟนอยู่ เราเป็นเพื่อนกันเฉยๆ แต่เป็นเพื่อนที่ถูกจริตกันแค่รู้สึกว่าไลฟ์สไตล์เราคล้ายๆกัน คนนี้ชวนไปไหนไปง่ายดีก็เลยชอบชวน แล้วเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรา แต่เขาบอกเรานะว่าตอนแรกเห็นเป็นดาราเขาไม่อยากสนิทด้วยกลัวเดี๋ยวคนคิดว่ามาจีบ เดี๋ยวคนคิดว่าอยากดัง ผ่านไป 3 ปีก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนเขาก็โสดเราก็โสด

ทุกคนก็บอกว่าทำไมไม่คบกันล่ะเหมาะกันนะดูสนิทกันมาก เราก็แบบบ้าไม่ได้เป็นเพื่อนกันไม่เอา มันก็เลยเป็นแฮชแท็กว่า #ก็ว่าจะไม่รัก สุดท้ายพอฝืนไปจุดๆ หนึ่งมองหน้าแล้วเขินกันเอง มีวันหนึ่งเขาเลยถามว่าเราแอบชอบกันหรือเปล่า เราก็ตอบไปว่าบ้าเป็นไปไม่ได้ หลังจากนั้นมันไม่เหมือนเดิมอีกเลย มันดีนะการเป็นเพื่อนกันมาก่อน ทุกวันนี้เราก็เหมือนเพื่อนกันไม่ต้องปรับตัวใดๆ ความสัมพันธ์ก่อนแต่งงานและหลังแต่งงานยังคงเหมือนเดิม แค่ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปนิดหนึ่งว่าตอนนี้เราเป็นภรรยาแล้ว มีหน้าที่ๆจะให้กำลังใจสามีหลังจากที่เขาทำงานมาเหน็ดเหนื่อย เราต้องเป็นเซฟโซนของเขา

รู้สึกว่าการเป็นภรรยา เปลี่ยนชีวิตเราไหม ?

เมย์ พิชญ์นาฏ :เปลี่ยนนะคะ ทำให้เรารู้สึกเหมือนมีตำแหน่งขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วก็รู้สึกว่าอีกหน่อยฉันจะต้องเป็นแม่ ฉะนั้นทำอะไรจะต้องช้าลงไตร่ตรอง คิดอะไรให้รอบคอบ หลายคนจะเห็นว่าช่วงนี้ไม่ค่อยไปเล่นละครเลย อยู่บ้านเยอะเพื่อจะได้เตรียมตัวร่างกายให้พร้อม จริงๆ สามีอยากได้ลูก ชาย 1 หญิง 1 ถ้าเป็นไปไดั อยากได้ลูกแฝดก็ดี แต่เราก็ต้องดูร่างกายอีกที ให้หมอประเมินว่าพร้อมไหม

การใช้ชีวิตในวงการยุคนี้กับยุคก่อนต่างกันไหม ?

เมย์ พิชญ์นาฏ : ต่างค่ะ มันก็สนุกอีกแบบหนึ่งนะพี่วู้ดดี้ เมื่อก่อนสมมุติเราเล่นละครมีชื่อเสียงปุ๊บมันก็จะมีงานอีเวนท์ติดต่อมา ซึ่งวันหนึ่งมี 3-4 งาน เดี๋ยวไปเดินแบบ เดี๋ยวไปโชว์ตัว แต่ทุกวันนี้ตั้งแต่โควิดเลยละกันทุกอย่างมันเปลี่ยน อีเวนท์น้อยลง กลายเป็นส่งสินค้าให้มารีวิวที่บ้าน นั่งถ่ายรูปสวยๆ ไลฟ์สด หรือว่ารีวิวเป็นคลิป จะกลายเป็นแบบนั้นให้เราปักตระกร้าอะไรแบบนี้ แต่เมื่อก่อนมันก็สนุกแต่การใช้ชีวิตก็ยาก เพราะในบางครั้งก็จะกลายเป็นเหมือนว่าสมมุติว่าเราอยากออกไปข้างนอกมันก็จะมีปาปารัสซี่แอบถ่าย เมื่อก่อนเวลาจะมีแฟนมันยากนิดหนึ่ง เพราะเราไม่ได้รู้หรอกว่าการไปเดทแต่ละครั้งว่าเราจะเป็นแฟนกับคนนี้หรือเปล่า ฉะนั้นเราก็ไม่ได้อยากเป็นข่าว เราก็ต้องวิ่งไปห้างที่มันเงียบๆ อะไรแบบนี้ มันตลกมากเลยอ่ะ ยุคนี้เป็นยุคที่ทุกคนชอบให้เราเข้าถึง ชอบดูไลฟ์สไตล์ของเรา ของสามีเรา แล้วชื่นชมถ้าถูกจริตเขาก็มาเป็นแฟนคลับครอบครัวเรา รู้สึกใช้ชีวิตง่ายขึ้น

สามารถติดตามWOODYINTERVIEWได้ที่ช่องทางFacebook: Woody, Youtube: Woody

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=HFdCIl5oB3Q&ab_channel=WOODY

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสาร รายการ WOODYINTERVIEW

Facebook: Woody – Instagram: Woodytalk – YouTube: Woody – Twitter: @Woodytalk

TikTok: woodywoody- LINE: @woodytalk

‘พลังคนไทย’ สู่ ‘พลังแห่งความเป็นไปได้’สานฝันผู้ประกอบการยกระดับสินค้าไทยสู่เวทีโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808686

'พลังคนไทย' สู่ 'พลังแห่งความเป็นไปได้'สานฝันผู้ประกอบการยกระดับสินค้าไทยสู่เวทีโลก

‘พลังคนไทย’ สู่ ‘พลังแห่งความเป็นไปได้’สานฝันผู้ประกอบการยกระดับสินค้าไทยสู่เวทีโลก

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.52 น.

กว่าที่สินค้าไทยแต่ละประเภทจะได้ไปอวดโฉมสู่สายตาชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการไทยเองต้องฝ่าฟันและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ตลอดจนสร้างเอกลักษณ์จุดเด่นให้สินค้าแตกต่างไปจากคู่แข่งในท้องตลาด ลำพังแค่ความฝันหรือแรงบันดาลใจเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ วันนี้3 ผู้ประกอบการที่สามารถก้าวไกลสู่เวทีโลกจะมาบอกเล่าการฝ่าฟันอุปสรรคและการได้รับแรงสนับสนุนจากคนไทยด้วยกัน รวมถึงการมีพันธมิตรที่ดีอย่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในโครงการคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ที่ส่งเสริมและสนับสนุนศักยภาพสินค้าไทย เข้ามาช่วยเหลือแนะนำผู้ประกอบการในการพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการของนักท่องเที่ยวแนะนำเรื่องการเลือกใช้วัตถุดิบ  พร้อมจัดคอร์สอบรมความรู้ด้านการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ตั้งแต่วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำบัญชี และการบริหารธุรกิจ เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนที่เป็นคู่ค้ามีความเข้มแข็งและคุณภาพชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จและนำพาสินค้าไทยที่มีคุณภาพได้ก้าวสู่เวทีการค้าระดับโลก

อรรถเทพ สมัครธัญกิจเจ้าของอารมณ์ดินสตูดิโอ จ.ลำปางผลิตภัณฑ์งานปั้นเซรามิก ที่จัดว่าเป็นหนึ่งในสินค้าประเภทของที่ระลึกตกแต่งบ้านที่ขายดีที่ คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า จุดเริ่มการทำธุรกิจกับ คิง เพาเวอร์ มาจากความฝันที่ว่าสักวันอยากนำสินค้าของเราไปสู่ตลาดโลก ช่องทางหนึ่งที่จะทำได้คือการวางขายสินค้าที่ คิง เพาเวอร์ เพราะที่นี่เป็นด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เป็นโอกาสที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นสินค้า เมื่อได้ทำงานร่วมกัน คิง เพาเวอร์ ได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงสินค้าให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น ปรับรูปแบบ ลดขนาดตุ๊กตา ฯลฯ เพื่อให้ถูกใจและสะดวกแก่การซื้อกลับ ทำให้สินค้าขายดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะประสบปัญหาบ้างช่วงโควิดแต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้เราได้ย้อนกลับมาดูตัวเอง จัดการระบบสินค้าและหาความรู้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งได้ทางคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ฯ ช่วยจัดคอร์สอบรมให้ผู้ประกอบการพันธมิตรได้รับความรู้ต่างๆไม่ว่าจะเป็น วิธีเก็บข้อมูลการทำบัญชี ทำสต็อกสินค้าการขายของออนไลน์ ฯลฯ จากเดิมทำไม่เป็นเลยจนสามารถทำได้ จากนั้นก็พยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมพัฒนาจนสินค้าเป็นที่รู้จักแพร่หลาย

“พูดได้เต็มปากว่าเป็นมืออาชีพมากขึ้นได้เพราะ คิง เพาเวอร์ เมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป ซึ่งไม่เพียงเป็นโอกาสที่เราได้รับ แต่หมายรวมถึงโอกาสที่มาถึงคนใน อ.แม่เมาะ ด้วย เมื่อออเดอร์มากขึ้นก็มีการจ้างงานในชุมชนเพิ่มตามไปเช่นทำ
แอคเซสเซอรี่ประกอบตุ๊กตาอย่างการถักหมวกเล็กๆ งานดัดแว่น มีคนที่ปลดหนี้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ซื้อรถใหม่ มีรายได้มากขึ้น ผมขอเป็นตัวแทนของอารมณ์ดิน สตูดิโอ กล่าวคำว่า ขอบคุณ สำหรับโอกาสที่มอบให้ ถ้าไม่ได้รู้จัก คิง เพาเวอร์ ก็คงไม่มีอารมณ์ดินที่เติบโตมาเหมือนทุกวันนี้” คุณอรรถเทพกล่าว

เมื่อพูดถึงขนมไทยที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมักจะเลือกซื้อเป็นของฝากจาก คิง เพาเวอร์  นั่นคือ “ข้าวแต๋น”ที่ถูกนำมาพัฒนาเป็นขนมคุ้กกี้ข้าวไทยสุดคูลอย่าง “บางกอกคุ้กกี้”เกิดขึ้นจากแนวคิดของ ประสงค์  ลิ้มเจริญ ผู้ก่อตั้งแบรนด์บางกอกคุ้กกี้ ที่อยากพัฒนาขนมที่ทำจากข้าวคุณภาพดีส่งออกไปสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีรายได้ สร้างชุมชนเข้มแข็ง

คุณประสงค์ เล่าว่า อยากสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์ของคนไทย และข้าวหอมมะลิคือหนึ่งในสินค้าที่เราอยากพัฒนาเพราะเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศและของโลก จึงคิดนำข้าวมาแปรรูปเป็นขนมข้าวกรอบ หรือที่เรียกว่าข้าวแต๋น โดยใช้ข้าว
ออร์แกนิก แต่จะทำยังไงให้ข้าวแต๋นของเราแตกต่างจากคนอื่น เราได้พันธมิตรทางการค้าที่ดีช่วยแนะนำการคัดสรรวัตถุดิบที่ดี พร้อมให้โจทย์เรามาพัฒนาสินค้า3 ข้อ คือ ข้าวแต๋นต้องไม่เหมือนใครในโลก ต้องเก็บได้นานเกินกว่า12 เดือนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย ในที่สุดเราก็ได้ข้าวแต๋น บางกอกคุ้กกี้ ออกจำหน่ายซึ่งปัจจุบันมีนับ 100 รสชาติความพิเศษอยู่ที่การใช้ข้าวออร์แกนิค ปราศจากสารเคมีในการปลูก 3 สายพันธุ์ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว และข้าวขาว ตลอดจนพัฒนากรรมวิธีการผลิตจนได้ผลิตภัณฑ์ที่เก็บได้นานแต่ยังคงรสชาติความอร่อย กลายเป็นของฝากยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต้องถือติดมือ สร้างชื่อเสียงให้ขนมแปรรูปข้าวไทยดังไกลไปกว่า 30ประเทศทั่วโลก

“แน่นอนว่าเราไม่หยุดเพียงเท่านี้ วันนี้เราได้พัฒนาสินค้าและขยายตลาดสู่จีนภายใต้แบรนด์ Metemโดยการปรับรสชาติให้ถูกปากชาวจีนมากขึ้น รวมถึงผลไม้แปรรูป Fruitland ที่ผลิตและส่งออกใน 14 ประเทศ การนำข้าวไทยและผลไม้แปรรูปไปสู่ตลาดโลก ตอกย้ำให้เห็นศักยภาพของแบรนด์ไทยที่สามารถไปแข่งในตลาดโลกได้ เพิ่มมูลค่าข้าวไทยและยังเป็นการช่วยเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วยสำหรับบางกอกคุ้กกี้เชื่อว่าทุกวันนี้ได้พาข้าวแต๋นขนมสัญชาติไทยเดินทางมาไกลกว่าที่เคยและเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในแบบที่ไม่เคยมีใครคิดทำมาก่อน” คุณประสงค์กล่าว

อีกหนึ่งความน่าสนใจของแบรนด์คนไทยที่นำหลักแนวคิดพลังแห่งความเป็นไปได้มาใช้ กับผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจากแบรนด์ JUTATIP โดยคุณจุฑาทิพ ไชยสุระเจ้าของรางวัลG-mark (Good Design Award)ปี 2564รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจากสถาบันการออกแบบของญี่ปุ่น บอกว่าการทำเครื่องแต่งกายผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ เป็นความตั้งใจในการนำภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นเก่า
สู่รุ่นใหม่มาพัฒนาให้เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานระดับสากล จุดเด่นอยู่ที่การใช้เส้นด้ายปั่นด้วยมือ กระบวนการทอมือ และเทคนิคการย้อมธรรมชาติ สร้างเอกลักษณ์ และเทคนิคการทอสไตล์ญี่ปุ่น ฯลฯ แต่สินค้าดีอย่างเดียวยังไม่สามารถทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ วันนี้เรามาถึงจุดนี้ได้เพราะความโชคดีที่ได้พันธมิตรที่ดี อย่าง คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย เข้ามาให้ความรู้ที่ทันสมัยทั้งในเรื่องการทำตลาดออนไลน์-ออฟไลน์ การบริหารธุรกิจ ฯลฯ ช่วยให้เราสามารถสื่อสารเกี่ยวกับงานผ้าและความพิถีพิถันในการผลิตสินค้าของเราไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ทำให้คนต่างชาติรู้จักภูมิปัญญาของคนไทย และจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“การผลักดันสินค้าภูมิปัญญาไทยไปสู่ตลาดโลกควบคู่ไปกับการส่งเสริมวิถีชุมชน เป็นปณิธานที่ตั้งไว้มาโดยตลอด แม้ว่าในช่วงแรกเราไม่เก่งเรื่องทำเสื้อผ้า แต่พยายามเรียนรู้ทุกอย่าง นำมาปรับปรุงพัฒนาจนได้สินค้าใหม่ๆอยู่เสมอ สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการทำงานฝีมือเราต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอเพื่อให้ได้สินค้าที่ถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่สำคัญเรายังคงสืบสานวิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้หายไป นอกจากจะเป็นการช่วยอนุรักษ์แล้วยังช่วยทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มีรายได้ในการเลี้ยงชีพที่มั่นคงขึ้น” คุณจุฑาทิพกล่าว

ความสำเร็จของผู้ประกอบการคนไทยที่ได้ก้าวไปสู่เวทีระดับโลก เป็นความภาคภูมิใจของ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และคนไทยทุกคน ที่เชื่อมั่นในพลังแห่งความเป็นไปได้ ซึ่งจะมาพาชุมชนและสังคมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน 

‘แอริน’ช่วงนี้แพ้ท้องหนักชอบกินของแซ่บ! ขนมจีนเผยชีวิตนี้ไม่เคยอกหักมีแฟนแค่คนเดียว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808685

'แอริน'ช่วงนี้แพ้ท้องหนักชอบกินของแซ่บ! ขนมจีนเผยชีวิตนี้ไม่เคยอกหักมีแฟนแค่คนเดียว

‘แอริน’ช่วงนี้แพ้ท้องหนักชอบกินของแซ่บ! ขนมจีนเผยชีวิตนี้ไม่เคยอกหักมีแฟนแค่คนเดียว

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.51 น.

เมื่อคุณแม่ป้ายแดง“แอรินยุกตะทัต“ชวนนักร้องสาวเสียงทรงพลัง“ขนมจีนกุลมาศ” ร่วมพูดคุยและอัพเดตชีวิตในรายการ“มิสจะกินไกด์“พาไปบุกร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูใจกลางสุขุมวิทพร้อมเมาท์มอยวิธีรับมือการเป็นคุณแม่มือใหม่ที่ช่วงนี้ชอบกินของแซ่บและเผยถึงเรื่องราวความรักที่ไม่เคยอกหักมีแฟนแค่คนเดียวในชีวิต

ตอนนี้ชอบกินของเปรี้ยวๆแซ่บๆแล้วตอนขนมจีนท้องชอบกินอะไรแปลกๆบ้างไหม?

ขนมจีน :คือต้องบอกว่าอะไรที่ตัวเองชอบกินอยู่แล้วก็คือย้ำคูณไปเลยแบบไม่รู้สึกผิดกินให้ลูกเป็นข้ออ้าง

ล่าสุดเพิ่งปล่อยเพลงใหม่มาเพลง “ทำใจเก่ง” แล้วเคยมีประสบการณ์แบบในเพลงไหม?

ขนมจีน :คือยังไม่เคยอกหักเลย (หัวเราะ) เพราะว่าแฟนหนูเป็นคนแรกในชีวิตแล้วก็แต่งงานมีลูกเลยเราเจอกันประมาณอยู่ปี 2 ช่วงอายุประมาณ 20 ปีเจอกันงานวันเกิดรุ่นพี่แล้วเขาก็มาขอไลน์เขาก็รายงานตัวอยู่ประมาณ 7 เดือนว่าวันนี้ทำอะไรที่ไหนเราก็ถามคำตอบคำเขาก็สู้เสมอต้นเสมอปลายแล้วเขาก็มารู้ทีหลังว่าเรายอมเปิดใจเพราะอะไรคือทุกวันเขาจะส่งกิจกรรมมาให้เราดูว่าทำอะไรบ้างแล้วก็มีวันหนึ่งเขาอยู่สนามยิงปืนแล้วไม่มีใครรู้จริงๆว่าเราชอบทรงแบดบอยมันเท่มีรอยสักอะไรแบบนี้แต่คือไม่เคยพูดกับใครพอเห็นรูปนั้นคือแบบโอเคเขาชวนไปกินข้าวก็เลยโอเคก็ได้ค่ะแต่ว่าไปกันเป็นกลุ่มนะก็เลยเป็นจุดเปิดใจชอบแบบนี้

สามารถติดตาม “มิสจะกินไกด์”ได้ที่ช่องทาง Facebook: WE DO , Youtube: WE DO วันอังคาร เวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=UCMuY50cqdc&t=953s&ab_channel=WEDO

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารรายการ มิสจะกินไกด์

Facebook: WE DO Channel – Instagram: Woody World Channel

YouTube: WE DO – TikTok: woodyworld

แม่ค้าสู้ชีวิต’พี่ญา คนรุม’ จากคนรับใช้ สู่เจ้าของอาณาจักรสินค้า30ล้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808640

แม่ค้าสู้ชีวิต'พี่ญา คนรุม' จากคนรับใช้ สู่เจ้าของอาณาจักรสินค้า30ล้าน

แม่ค้าสู้ชีวิต’พี่ญา คนรุม’ จากคนรับใช้ สู่เจ้าของอาณาจักรสินค้า30ล้าน

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 10.42 น.

แม่ค้าสู้ชีวิต “พี่ญา คนรุม” จากคนรับใช้ สู่เจ้าของอาณาจักรสินค้า 30 ล้าน ขายวันเดียวได้ 1 ล้าน!!

เปิดชีวิตแม่ค้าหญิงแกร่งแห่งยุค “พี่ญา คนรุม” นักสู้แดนใต้ขวัญใจพ่อค้าแม่ขายทั่วประเทศ กลายเป็นไอดอลคนสู้ชีวิต จากอาชีพคนรับใช้ จบการศึกษาแค่ป. 6 สู่อาณาจักรสินค้า 30 ล้านบาท ชีวิตนี้ไม่มีเวลาท้อแท้แม้โดนโกง โดนดูถูกสารพัด ทำไมถึงรู้สึกดีที่เกิดมาเป็นคนจน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 เป็นไอดอลแม่ค้าและคนจน พี่ญาเป็นใครมาจากไหน?

“พี่ญาเป็นคนพัทลุง แล้วไม่ได้จนธรรมดา จนแบบจนที่สุดในหมู่บ้าน โคตรจน คือไม่มีข้าวกิน ไม่มีแม้กระทั่งข้าวที่จะกิน ได้เรียนจบแค่ป.6 พี่น้องมีทั้งหมด 4 คน พี่ญาเป็นคนที่สาม ถามว่าเรียนเก่งมั้ย พี่ญาเรียนเก่ง แต่เรายากจน ใน 4 คนต้องได้เรียนแค่ 2 คน พี่ญาต้องเสียสละ” 

 ต้องเลือกหัวกะทิจริงๆ ให้ได้เรียน?

“ใช่ พี่สาวสอบได้ที่หนึ่งตลอด พี่ญาหนึ่งบ้าง สองบ้าง แปดบ้าง ก็เลยต้องเสียสละไปทำงานหาเงินให้คนอื่นได้เรียน”

 พ่อแม่แยกทางกัน เริ่มต้นอาชีพแรกคืออะไร?

“เป็นคนใช้ อายุประมาณ 12-13 ได้รับปริญญาบัตรตอนป. 6 พรุ่งนี้ก็เก็บเสื้อผ้าไปเป็นคนใช้เลย น่าจะจังหวัดสงขลา เป็นคนใช้อยู่ 2-3 ปี”

 เรามีคติประจำใจ?

“ในเมื่อชีวิตเกิดมาจน ก็อย่าไปโฟกัสที่ความจน โฟกัสที่วันนี้คุณเป็นอะไร เป็นคนไข้ก็ต้องเป็นให้ดีที่สุด เจ้านายให้ทำอะไร ตื่นตีห้าซักผ้ากวาดบ้านล้างห้องน้ำ ทำกับข้าวต้องเสร็จก่อน 8 โมง ก็ต้องทำให้ได้ พี่ญาก็โฟกัสตรงนั้นว่าฉันต้องทำให้ดีที่สุด พี่ญาคิดเอง พี่ญาคิดว่าพี่ญาเป็นคนทำงานทุกอย่างด้วยความรัก ทำด้วยความตั้งใจ ถ้าเราทำด้วยความรักเราจะมีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าเรามีอาชีพไหน เราก็จะทำมันด้วยความสุข ด้วยอารมณ์ดีทั้งวัน และประสบความสำเร็จทุกๆ อาชีพที่ได้รับมอบหมายมา”

แม่ไม่เคยชม?

“คนสมัยก่อนเขาคิดว่าคนเรียนดีจะนำพาชีวิตครอบครัวไปได้ พี่ญาก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ก็น้อยใจลึกๆ ว่าทำไมแม่ให้ความสำคัญเราน้อยกว่าพี่สาว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะ คิดแค่ตอนนั้นแล้วก็เลิก โฟกัสแค่หน้าที่ตัวเอง ทุกวันนี้แม่ก็เห็นแล้วว่าแม้พี่ญาเรียนไม่เก่งเท่าพี่สาว แต่พี่ญาก็รับผิดชอบครอบครัว แม้กระทั่งเลี้ยงดูพี่สาวอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นตัวพี่ญาเอง” 

 ระหว่างมีอาชีพเป็นคนใช้ สุดท้ายก็จบอาชีพนั้น?

“ชีวิตพี่ญาสมัยเด็กต้องฟังแม่อย่างเดียว แม่ให้ไปอยู่จุดไหนเราก็ไป เป็นคนใช้ได้ 3 ปีอายุครบ 15 แม่ก็บอกว่าให้ไปอยู่กับน้าที่กรุงเทพฯ เพื่อช่วยน้าขายผลไม้ ถามว่าชอบมั้ยก็ไม่ชอบ แต่ขัดใจมั้ยก็ไม่ขัดใจเก็บเสื้อผ้าห้าชิ้นใส่กระเป๋า นั่งรถไฟมากับน้า ชั้นสาม เวลาง่วงเอากระดาษหนังสือพิมพ์ปูตรงก๊อกล้างหน้า พอตีสี่เขามาล้างหน้า เราก็เก็บกระดาษหนังสือพิมพ์ไปทิ้ง ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าดี มันก็ได้นอน ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ก็ได้หลับ ก็รู้สึกดีอีกแหละ พออยู่กับน้า ขายผลไม้ก็ไม่ชอบ”

พูดเก่งแต่เด็ก?

“ไม่ได้พูดเก่ง เพิ่งมาพูดเก่งตอนขายผลไม้ เป็นคนขี้อาย เวลาขายผลไม้ร้องไห้ เขาบังคับให้ร้องขาย เขาบอกถ้าไม่ร้องขายมึงเก็บเสื้อผ้ากลับบ้านไปเลยนะ เราคิดว่าถ้ากลับบ้านจะมีเงินส่งแม่เหรอ ก็เลยต้องร้อง ตะโกนว่า 5 บาท น้ำตาก็หล่นบนกองฝรั่ง 5 บาท เป็นคนไม่ชอบร้องขาย แต่พอร้องว่า 5 บาท คนก็มาซื้อ ก็รู้สึกดีนะ ดีว่ะ ร้องขาย พออยู่กับน้าได้สักปี รู้สึกสนุก เพลิน ชอบ ก็คิดว่าชีวิตนี้น่าจะต้องเป็นแม่ค้าตลอดชีวิต”

 ขายหมดมั้ย?

“พี่ญาขายหมดไม่เคยเหลือ ตั้งแต่วันนั้นก็ชอบชีวิตแม่ค้ามาตลอด จากนั้นเขาก็ไม่ต้องบังคับเลย บางทีก็บอกว่ามึงหยุดร้องบ้างก็ได้นะ กูรำคาญ (หัวเราะ) ก็กลายเป็นว่าเราชอบขายของ เพราะเราทำด้วยความตั้งใจ ทำด้วยความรัก มีแร 100ทำ120”

 อายุ 18 รู้เลยว่านี่คืออาชีพที่เรายึดมัน?

“ใช่ ถึงแม้ไม่มีทุน แต่คิดว่าอาชีพแม่ค้านี่แหละจะทำให้ฉันรวยได้ ประสบการณ์ขายมี แต่ประสบการณ์ซื้อไม่มี เพราะปกติ น้าเป็นคนซื้อของ เราขาย สุดท้ายโดนหลอก ข้างบนสวย ข้างล่างเน่า” 

 ทำกับน้าสามปี เปิดร้านเอง เพราะคิดว่าเราขายเก่งแล้ว น้าไม่ได้บอกเราเหรอ?

“ไม่ๆ เราไม่ได้มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านขาย แต่ไม่มีความรู้ด้านซื้อ ก็เลยเจ๊ง ที่เหลือก็ต้องทิ้ง” 

 ขายเก่งไม่ได้บอกว่าจะรวย?

“ขายเก่งก็เจ๊งได้ ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์ซื้อของเข้าร้าน หลังจากเจ๊งก็หัดซื้อ หัดลอง แต่คำว่าลองก็ต้องใช้เงิน ต้องเริ่มหาใหม่ ทำทุนใหม่ สะสมใหม่ ก็รู้สึกว่ามันยาก ก็เลยไปเป็นสาวโรงงาน”

 รอบนั้นหมดตัว?

“หมดเลย ไม่มีอะไรเหลือ เราโดนซ้ำๆ ความเชื่อใจของพี่ญามันเยอะ แต่แม่ค้าเขาไม่ได้ซื่อสัตย์กับเราทุกคน บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ บอกว่าดี แต่เปิดมาแล้วไม่ดี ถึงบ้านก็ต้องทิ้ง”

 เป็นหนี้มั้ย?

“เป็นหนี้หลักแสน สำหรับคนจนหนี้หลักแสนถือว่าเยอะ พี่ญาก็พยายามเก็บหอมรอมริบไปเรื่อย ท้อมั้ยก็โฟกัสวันต่อวัน วันนี้เป็นหนี้ พรุ่งนี้ได้มาก็ใช้ โฟกัสสิ่งที่เราเป็น อย่ามองสิ่งที่ผ่านมา โฟกัสแต่ละวัน แก้ไขทีละเปลาะ เป็นหนี้แล้วก็ไปทำงานหาเงินมาทำทุนก่อนนะ หนี้เอาไว้ก่อน ฉันมีเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันเอาไปใช้ ค้าขายเป็นอาชีพไม่แน่ไม่นอน”

 พี่ไปสมัครเป็นสาวโรงงาน เงินพอเหรอ?

“เราต้องไปหาเงินมาทำทุน ถ้ายืมเงินเขา เขาก็ไม่ให้ สองต้องไปสมัครงาน เพื่อเอาเงินเดือนมาทำธุรกิจเล็กๆ ตอนนั้นไปสมัครโรงงานเย็บผ้า แผนกตัดขี้ด้าย ทำยังไงก็ได้ให้มีงานทำทุกวัน แต่ตัดขี้ด้ายได้เงินน้อย บางวันก็มีงาน บางวันก็ไม่มีงาน เราเล็งแล้วว่าคนเย็บจักรได้เงินดี ทำเหมาได้ ก็คิดว่าต้องถีบตัวเองเป็นคนเย็บให้ได้ เราเลยไปถีบจักรตอนพักเที่ยง เขาพักเราหัดเหยียบ เพื่อไปขอหัวหน้าขอเลื่อนเป็นคนเย็บจักรได้มั้ย จนหัวหน้าบอกว่าตอนเธอมาสมัครเธอเย็บไม่เป็นนี่ ไหนลองเย็บให้ดูสิ พี่ญาก็ทำให้ดู เขาก็โอเค บังคับจักรได้ เลื่อนทันที”

 เขาเห็นความตั้งใจ ชีวิตคือพุ่งเป้าไปข้างหน้าเท่านั้น?

“เราอย่าโฟกัสอะไรที่ผ่านมาแล้ว โฟกัสข้างหน้าอย่างเดียวเลย”

พอไปได้สวยกับการเย็บผ้า?

“ก็มาเจอแฟนในโรงงาน เป็นพนักงานขับรถส่งขนมปัง พี่ญาไม่เลือกผู้ชายที่เรารัก คนไหนซัปพอร์ตจิตใจเราได้ ดีกับเรา เราเลือกคนนั้น ตอนเป็นสาวโรงงานหน้าตาดี คมขำเด็กใต้ แต่ไม่เลือกคนที่เรารัก เลือกคนที่รักเรา พอเราเลือกเขารักเรา เขาซัปพอร์ตเราทุกอย่าง เรามองแล้วคนนี้แหละที่จะดูแลเราได้ เราก็ตัดสินใจบอกแม่ว่าคนนี้นะ แม่บอกเอาเลย แล้วแต่ ที่คิดว่าดี แม่ไม่ได้เรียกร้องอะไร ตอนนั้นมีเงิน 1 หมื่นบาท เรียกพ่อแม่เขามา นั่งผูกข้อมือกัน การแต่งงานเราคือเอาสายสิญจน์มามัดกันคนสองคน พ่อแม่ผูกให้แค่นั้นจบ”

เราก็เป็นคนจ๊นจน แต่สามีเป็นไง?

“จนกว่า พี่ญาจนแต่มีบ้าน มีที่ดินที่ปักษ์ใต้ แต่เขาไม่มีบ้าน เช่าบ้านอยู่ หลังนึงเช่าอยู่ 20 กว่าคน จนมาก จนแบบหาเช้ากินค่ำ แต่ทำไมพี่ญาเลือก ถ้าเราจนเราต้องเลือกคนจนกว่า เขาจะได้อดทนเหมือนเรา ถ้าเขาจนกว่าเราเขาจะไม่ดูถูกเรา เราพูดอะไรเขาก็จะฟัง  ทุกวันนี้ก็ยังอยู่กันนะ 25 ปีแล้ว เป็นรักแท้ที่กัดก้อนเกลือกินมาทุกวันนี้ ถึงรวยก็ยังเป็นอะไรที่เหมือนเดิม ยังรู้สึกว่าคนๆ นี้แหละ ฉันเลือกถูกแล้ว ฉันคิดไม่ผิด”

 เราเลือกกันสองคน แต่ไปไหนคนไม่คบเราเลย?

“เราลำบากมาด้วยกันสองคน อดมาด้วยกัน เก็บขยะมาด้วยกัน ขายอะไรก็ขายมาด้วยกัน ผ่านด้วยกันทุกมรสุมชีวิต เวลามีอะไรต้องมีเขาอยู่ข้างๆ หันไปเมื่อไหร่ก็เจอ ยามตื่น ยามกิน ยามร้อง ยามหัวเราะ ต้องมีเขาตลอดเวลา คู่ทุกข์คู่ยาก คนไม่คบเราเพราะเราจน เวลาเราไปสมัครงาน แม้แต่ญาติก็ไม่รับ”

ทำให้พี่ญาสะเทือนใจ?

“แฟนพี่ญาหนัก 130 กก. เขาเป็นคนขับรถส่งขนมปัง ทุกเส้นทางในกรุงเทพฯ เขารู้หมด ปริมณฑลเขารู้หมด แต่เราไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟัง เราไปสมัครงานส่งของ เขาบอกไม่รับหรอก น้ำหนัก 130 จะขนของไหวเหรอ เดินขึ้นบันไดไหวเหรอ ญาติเขานะไม่ใช่ญาติพี่ญา เราก็เลยเดินออกมาด้วยความผิดหวัง แต่วันนี้เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ออกจากโรงงานมาช่วยกันค้าขาย มีจนถึงทุกวันนี้”

 ลึกๆ แล้วแอบคิดว่าเขากลัวเราไปยืมเงิน?

“ใช่ เขาคิดว่าเราเข้าไปจะยืมเงินแน่นอน เพราะเราจน อันนี้เราคิดเอง เขาไม่ได้พูด เขามองคนแค่ภายนอก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรนะ”

 เคยน้อยใจโชคชะตาชีวิตมั้ย?

“ไม่เคย ชีวิตเกิดมาจน ก็คิดว่าจนดีแล้ว เพราะทำให้ตัวเองเข้มแข็ง เราผ่านทุกอย่างได้ บางคนเขาไม่เข้มแข็ง บางคนเกิดมาจนก็โทษความจน โทษพ่อแม่ ทำไมพ่อแม่ไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่พี่ญาขอบคุณพ่อกับแม่ที่เกิดมาจน ขอบคุณพ่อกับแม่ที่เลิกกันในวันนั้น ถ้าเขาไม่เลิกกันพี่ญาคงเป็นเด็กเอาแต่ใจคงไม่รับผิดชอบ แต่พอพ่อแม่เลิกกันก็ไม่ได้โทษเขานะ คิดว่าดีแล้วที่เขาเลิกกัน ทำให้เราเป็นคนมีความอดทนคูณร้อย” 

ทัศนคติพี่ญาดีมาก คิดมุมบวกทั้งหมด พอออกจากโรงงานก็คิดว่าจะเริ่มทำธุรกิจ ทำอะไรเป็นอย่างแรก?

“ก็ขายผลไม้นั่นแหละ แต่ก็ล้มลุกคลุกคลาน ขาดทุนบ้างอะไรบ้าง แต่สุดท้ายมีจุดพีค ไปขายปลาทอด ทำให้ชีวิตพี่ญาเปลี่ยน ไปขายผลไม้ข้างร้านปลาทอด แล้วเขาบอกว่าเลิกขายเถอะผลไม้ มาขายปลาทอดเหมือนหนูเถอะ เพราะหนูได้กำไรเดือนหลายบาท มีเงินเก็บเป็นแสนๆ ขายได้แม้กระทั่งเกล็ดปลา ขี้ปลา” 

 คนอย่างพี่ญาก็เลยปิ๊งไอเดีย?

“พี่ญาก็เลยขายเลย เขาก็สอนพี่ญาทุกวิถีทาง เขาเห็นเราตลอดตอนขายผลไม้ อันไหนขายไม่ได้เราโยนทิ้ง เขาคิดว่ายายคนนี้มันซื่อสัตย์ น่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเขาได้ เขาเลยให้อาชีพที่ทำแล้วรวย เขาพาไปซื้อปลาพาไปทำอะไรหมดทุกอย่าง”

พี่ญาพัฒนาสินค้ามาเรื่อยๆ?

“พี่ญาไม่ได้หยุดแค่ปลา อะไรทอดได้พี่ญาทอดหมด”

 แต่ที่ทำให้คนรุมจริงๆ คือ?

“หมูกระจกทอด ทำให้พี่ญาดังสุด มันไม่ได้ทอดยาก ถ้าเราเข้าใจงาน ชีวิตพี่ญาไม่เคยมองอะไรยาก พี่ญามองงานเป็นโจทย์ ถ้าวันนี้ผ่านไปได้ แสดงว่าฉันเก่งไปแล้วหนึ่งอย่าง”

 วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวานเสมอ?

“ใช่”

 คนอื่นก็ขายหมูทอด ทำไมเขาต้องมากินของพี่?

“พี่ญาขายถูกและดี พีคสุดแค่หมูทอด ทอดวันเป็นตัน 4-5 กระทะ บางทีก็ 8 กระทะ พี่ญาเคยทอดมาแล้วคนเดียว 10 กระทะ อันนั้นขายที่ตลาดดินแดงประชาสงเคราะห์ซอย 9”

 หมูกระจกว่าดังแล้ว คนรอคิวเยอะมาก มาเป็นน้ำพริกได้ไง?

“พี่ญาเป็นคนชอบทำ ชอบคิด ชีวิตไม่เคยหยุดคิดทำเลย สมมติวันนี้มีหมูกระจกนิดๆ หน่อยๆ ทำไง ถ้าเราอุ่นซ้ำ พรุ่งนี้ไม่น่ากินแล้ว มันจะดำ หนังไก่ทอด ถ้าเหลือนิดๆ หน่อยๆ เหลือถาดนึงถ้าทอดซ้ำคือของเก่า แต่ถ้าเราแปรรูปเป็นน้ำพริกมันก็คือของใหม่ที่ดูหน้าตาดี ทำไมน่ากินจัง เพราะหมูกระจกมันอร่อย ถ้าเอามาทำน้ำพริกยิ่งอร่อยคูณสองคูณสาม แล้วมีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องมีความอดทน รอตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นบางทีก็ไม่ได้ รถติดทีสิบกิโลสำหรับโรงงานเรา”

ยอดขายหลักหมื่นกระปุก?

“วันอาทิตย์ที่ผ่านมาพีคสุด หมดโกดังไม่เหลือแม้แต่กระปุกเดียว บางคนขับรถมาจากพัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น หมด ไม่ได้ซื้อ เพราะน้ำพริกเราผลิตใหม่ๆ ทุกวัน ยอดขายเราถล่มทลายมาก อาทิตย์ที่ผ่านมา หลักล้านในวันเดียว”

 ไม่มีขายออนไลน์ เงินที่พูดคือซื้อหน้าร้าน?

“คนกินต้องขับรถไปเท่านั้น โกดังอยู่คลองสาม คลองหลวง ปทุมธานี”

อาณาจักรใหม่ ลงทุนไป 30 ล้าน พี่ญาเก็บเงินสดๆ ซื้อที่นี่เหรอ?

“พี่ญาชีวิตเคยจน พอเริ่มค้าขายก็เก็บเงินตั้งแต่ค้าขายเลย พี่ญาเก็บเงินตั้งแต่เริ่มลืมตาอ้าปากได้ ใช้ชีวิตปกติธรรมดาตลอด ได้แค่ไหนก็ไม่ใช้ฟุ่มเฟือย”

ชื่อพี่ญาคนรุมมาจากไหน?

“เอิร์ธสดชื่นตั้งให้ เขาเปลี่ยนเป็นพี่ญาคนรุม” 

คนอยากกินน้ำพริก ต้องขับรถไปอาณาจักรพี่เหรอ?

“ใช่ แต่คนมาแล้วไม่ได้กิน พี่ญาเสียใจอย่างหนัก อยากขอโทษคนที่มาแล้วไม่ได้กิน” 

อยากรวยต้องทำไง?

“เราต้องซื่อสัตย์ จริงใจกับลูกค้า เราทำทุกอย่างด้วยความรัก แล้วเราจะมีความสุขทุกวัน อย่างเราขายอย่างนี้เราก็รักมัน ใส่ใจกับมัน น้ำพริกที่อยู่ที่โรงงาน พี่ญากินตลอดเวลา เราได้รับโอกาสอะไรก็ทำให้เต็มที่ มีแรง 100 ทำ 120 ชีวิตแม่ค้ามันง่าย อย่าท้อ แค่ซื่อสัตย์กับมัน รักมัน ทำมันด้วยความจริงใจ ทำด้วยความสุข แค่นี้คุณก็สุขทุกวัน แล้วเงินอย่าไปโฟกัสมันมาก เดี๋ยวมันมาเอง อย่าไปเครียดว่าฉันต้องได้กำไรเท่านั้นเท่านี้ โฟกัสแค่ว่าฉันจะทำมันด้วยความรัก ด้วยความซื่อสัตย์ ลูกค้าเขาเห็นเราครั้งแรก ครั้งต่อไปก็ต้องมา เพราะเขาเห็นว่าเราจริงใจ”

 ให้กำลังใจคนห่อเหี่ยว หดหู่?

“ให้กำลังใจโดยเฉพาะคนจนๆ อย่าท้อ อย่ารู้สึกหวั่นไหวกับอะไรที่เข้ามาในชีวิต ขอให้ยิ้มสู้กับมัน มันจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่มือเรา จะได้หรือไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา โฟกัสที่ตัวเราเยอะๆ ต่อให้คนทั้งโลกให้กำลังใจเรา ก็ไม่มีใครให้กำลังใจได้เท่าตัวเราเอง ทุกคนต้องสู้อยู่แล้วเกิดมา แค่คุณมีลมหายใจ แสดงว่าคุณโชคดีแล้ว” 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

สกร.เผยผลประเมินเทียบระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2566

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808738

สกร.เผยผลประเมินเทียบระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2566

สกร.เผยผลประเมินเทียบระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดเผยว่า บทบาทภารกิจที่สำคัญประการหนึ่งของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นอกเหนือจากการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้พลาดโอกาสทางการศึกษาแล้ว การประเมินเทียบระดับการศึกษา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุนการยกระดับการศึกษาของกลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้

และประสบการณ์ในอาชีพให้สูงขึ้น โดยเป็นการยอมรับคุณค่าของผลการเรียนรู้ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนการประกอบอาชีพ โดยมุ่งเน้นคุณธรรม จริยธรรมที่เป็นองค์รวมของบุคคล และเป็นการส่งเสริมให้บุคคลมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตจากรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้มอบหมายให้สถานศึกษาที่ทำหน้าที่เทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการเทียบระดับการศึกษาปีละ 2 ครั้งโดยสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ได้จัดส่งรายงานสรุปผลการเทียบระดับการศึกษา มายังกลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพื่อดำเนินการรวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ และสรุปผลการประเมินเทียบระดับการศึกษา ครั้งที่ 1 ปีการศึกษา 2566 สรุปได้ ดังนี้ 1.จังหวัดที่มีผู้เข้ารับการประเมินฯ มีจำนวน 58 จังหวัด จากสถานศึกษาที่ทำหน้าที่เทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 853 แห่ง และจังหวัดที่ไม่มีผู้เข้าประเมินฯ จำนวน 19 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก นครสวรรค์ พะเยา แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี สมุทรสงครามสิงห์บุรี อ่างทอง ตราด สระแก้ว ชัยภูมิ นครพนม บุรีรัมย์ ยโสธร เลย และสุรินทร์

2.จำนวนผู้เข้าประเมินฯ-ระดับประถมศึกษา มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 160 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 139 คน คิดเป็นร้อยละ 60.63-ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 895 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 756 คน คิดเป็นร้อยละ 66.15-ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 1,919 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา  จำนวน 1,698 คน คิดเป็นร้อยละ 57.89รวมทั้ง 3 ระดับการศึกษา มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,974 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 2,593 คน คิดเป็นร้อยละ 87.19

3.อายุของผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-24 ปี จำนวน 694 คน รองลงมามีอายุ 25-29 ปี จำนวน 593 คน
และอายุ 30-34 ปี จำนวน 418 คน ตามลำดับ และ 4.การประกอบอาชีพของผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างมากที่สุด จำนวน 1,509 คน รองลงมาเป็นอาชีพเกษตรกรรม จำนวน 537 คนและอาชีพอื่นๆ จำนวน 571 คนตามลำดับ

สถาบันยุวทัศน์ฯ คว้ารางวัล ‘วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2567’ จาก WHO

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808741

สถาบันยุวทัศน์ฯ คว้ารางวัล ‘วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2567’ จาก WHO

สถาบันยุวทัศน์ฯ คว้ารางวัล ‘วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2567’ จาก WHO

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดให้ พลเอกศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานเปิดงานวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2567 จัดโดยกระทรวงสาธารณสุข พร้อมมอบรางวัล “วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2567” หรือรางวัล “World No Tobacco Day awards 2024” ให้แก่สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) จากองค์การอนามัยโลก (WHO)

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของบุคลากรของ ยท. ที่ในปีนี้ได้รับพระราชทานรางวัลที่มีความสำคัญระดับนานาชาติเกี่ยวกับการรณรงค์ป้องกันการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้พิจารณาคัดเลือกจากผลการดำเนินงานที่มีเด่นชัด ก่อประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงระยะเวลาการดำเนินงานที่มีความต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นหน่วยงานคนรุ่นใหม่หน่วยงานแรกของประเทศไทย อยู่ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยในระดับโลก ยท. นับเป็น 1 ใน 5 หน่วยงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับรางวัลนี้ นายพชรพรรษ์ กล่าวต่อว่า ยท. กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. เรามุ่งมั่นตั้งใจเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ที่ดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพในหลากหลายมิติ ได้แก่ ด้านการขับเคลื่อนนโยบาย ด้านจัดทำและพัฒนาข้อมูลวิชาการ และด้านส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งมีจุดเน้นไปที่มีความเข้าใจคนรุ่นใหม่ด้วยกัน และยังพัฒนางานด้านสุขภาพให้ทุกช่วงวัยเข้าถึงได้ง่าย ที่ผ่านมายท. มีบทบาทสำคัญในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ 1.ร่วมผลักดันพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ของไทยและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายที่มีความเข้มงวด 2.สร้างความร่วมมือการทำงานด้านการลดการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในกลุ่มเยาวชนผ่านโรงเรียนกว่า 500 โรง ผลักดันนโยบายท้องถิ่นสถานศึกษาปลอดภัย “โรงเรียนปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สังกัดเมืองพัทยา” และกรุงเทพมหานครอีก 437 โรง 3.สนับสนุนแกนนำเยาวชนทั่วประเทศไทยให้ทำงานรณรงค์ในพื้นที่จังหวัดต้นแบบ 20 จังหวัด เกิดโครงการไม่น้อยกว่า 100 โครงการ เพื่อลดการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้ามีเด็กและเยาวชนได้รับประโยชน์กว่า 250,000 คนรวมถึงผลิตสื่อรณรงค์และรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการลดการสูบบุหรี่กว่า 100 ผลงานมีผู้รับชมกว่า 5,000,000 คน และ 4.เฝ้าระวังการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์และพื้นที่ต่างๆ ส่งข้อมูลให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง

“ต้องขอขอบคุณ สสส. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานและการสื่อสารเรื่องสุขภาพมาโดยตลอด 14 ปี แม้รางวัลที่ได้รับจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนทำงาน แต่ปัญหาทางสุขภาพของเด็กและเยาวชนยังไม่จบ ตนเองและบุคลากรตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะพัฒนาการทำงานสร้างเสริมสุขภาพของเยาวชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติในอนาคต”นายพชรพรรษ์ กล่าว

เสริมแกร่งอีโคซิสเต็มบุคลากรดิจิทัล หนุนโอกาสสร้างอาชีพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808739

เสริมแกร่งอีโคซิสเต็มบุคลากรดิจิทัล หนุนโอกาสสร้างอาชีพ

เสริมแกร่งอีโคซิสเต็มบุคลากรดิจิทัล หนุนโอกาสสร้างอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงแรงงาน, และเครือข่ายมหาวิทยาลัยรวมถึงองค์กรชั้นนำในประเทศไทย จัดงานมหกรรม “Thailand Digital Talent Summit and Job Fair: Building Talent Hub for a Digital, Intelligent, and Green Thailand” ภายใต้แนวคิด “สร้างศูนย์กลางบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ นำประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดยการประชุมสุดยอดครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในด้านการบ่มเพาะบุคลากรดิจิทัล และสร้างโอกาสทางอาชีพซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทย บนเส้นทางสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน

นายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า Huawei ASEAN Academy (ประเทศไทย) มุ่งพัฒนากลยุทธ์ 4 ประการสำคัญ ได้แก่สถาบันธุรกิจ (สำหรับระดับผู้บริหาร) เพื่อบ่มเพาะภาวะผู้นำด้านดิจิทัลสำหรับผู้บริหารองค์กร, สถาบันเทคนิค(สำหรับระดับนักพัฒนา) เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญภาคปฏิบัติให้กับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา เอสเอ็มอี และนักพัฒนาซอฟต์แวร์, สถาบันวิศวกรรม (สำหรับระดับผู้ประกอบวิชาชีพ) ที่มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริงสำหรับกลุ่มคนทำงาน และประการสุดท้ายคือการลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล (สำหรับระดับผู้ใช้งาน) เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงความรู้ด้านดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม

“ปัจจุบัน หัวเว่ย และพาร์ทเนอร์ผนึกกำลังพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลไปแล้วกว่า 96,000 คน ซึ่งรวมถึงบุคลากรผู้มีทักษะด้านดิจิทัล 72,000 คน, ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ 8,000 คน,วิศวกรด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (green engineer) 2,000 คน,บุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ 5,000 คน, เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ 3,500 ราย ทั้งยังจัดการฝึกอบรมให้กับนักเรียนและชุมชนในชนบท 6,000 คนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้หัวเว่ยได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือจัดตั้งสถาบัน ICT Academy ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยกว่า42 แห่งทั่วประเทศ”

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงความร่วมมือในมหกรรม Thailand Digital Talent Summit ว่า กระทรวง อว.มีภารกิจสำคัญคือการสร้างกำลังคนที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะด้านดิจิทัลที่กลายเป็นหัวใจสำคัญและเป็นพื้นฐานการพัฒนาของโลกยุคนี้ในทุกๆ มิติ เราพร้อมผนึกกำลังกับหัวเว่ย เพื่อผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลและนโยบายการวิจัยที่ออกแบบโดยเฉพาะในการจัดหาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบ พร้อมทั้งผลักดันนโยบายส่งเสริมการผลิตและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21

นางจิรวรรณ สุตสุนทร รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า เราจะมุ่งตอบสนองความต้องการและมุ่งยกระดับและเสริมสร้างทักษะบุคลากรร่วมกัน ภายใต้ความร่วมมือด้านวิชาการและอุตสาหกรรมในการพัฒนาทักษะบุคลากรที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัลในอนาคต โดยในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ หัวเว่ย ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งใหม่กับพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมอีโคซิสเต็มด้านบุคลากรดิจิทัลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1.สร้างผลกระทบเชิงบวกกับภาครัฐบาลและนโยบายในการผนึกกำลังกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงแรงงาน ทั้ง 3 หน่วยงานตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรด้านไอซีทีให้ได้รวม 10,000 คน, นักพัฒนาด้านคลาวด์และ AI จำนวน 5,000 คน, และวิศวกรด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม อีก 2,000 คนภายในปี พ.ศ. 2568 โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 20 แห่ง เพื่อสร้างองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรนักพัฒนาด้านคลาวด์และด้านดิจิทัลของหัวเว่ย 2.แบ่งปันองค์ความรู้ด้านวิชาการ: มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง (Beijing University of Post and Telecommunications), มหาวิทยาลัยขอนแก่น, และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเปิดตัวโครงการใหม่กับหัวเว่ย ซึ่งเป็นความร่วมมือเพื่อผลักดันการถ่ายทอดประสบการณ์ ส่งต่อองค์ความรู้ และพัฒนาบุคลากรเพื่อโลกการทำงานในอนาคต

3.มอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียน: เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนสนใจเข้าสู่อุตสาหกรรมไอซีที หัวเว่ย จัดโครงการแข่งขันด้านไอซีทีเพื่อชิงทุนการศึกษาในปี พ.ศ. 2566-2567 โดยได้มอบ 9 รางวัลให้กับทีมผู้ชนะรางวัลใน 3 สาขา ได้แก่ ด้านเครือข่าย (Network) ด้านคลาวด์ (Cloud) และด้านการประมวลผล (Computing) โดยมีมูลค่ารางวัลรวมกว่า 1.4 ล้านบาท และ 4.การมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมและการสร้างอาชีพ : หัวเว่ยร่วมกับพันธมิตร 15 รายในธุรกิจองค์กร, คลาวด์, พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรมนุษย์ จัดมหกรรมจัดหางานเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ได้รับการฝึกอบรมและประกาศนียบัตรรับรองจากหัวเว่ยได้เข้าถึงงานในสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบ, ธุรกิจองค์กร และการพัฒนาซอฟต์แวร์

ก่อนหน้านี้ หัวเว่ย ได้ร่วมมือกับหน่วยงานด้านการกำหนดนโยบายและพันธมิตรโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทักษะดิจิทัลให้ได้รวม 100,000 คน ภายในปี พ.ศ.2568 โดยหัวเว่ย ประเทศไทย ได้ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ(สกมช.) เพื่อจัดการแข่งขันด้านความปลอดภัยไซเบอร์ซึ่งมีผู้เข้าร่วมถึง 4,000 คนรวมทั้งได้ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ฝึกอบรมเอสเอ็มอีไทย 160 ราย เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G, เมืองอัจฉริยะ, AI และหุ่นยนต์แบบอิมเมอร์ซีฟ และจัดกิจกรรมการแข่งขันด้านไอซีทีครอบคลุมเทคโนโลยีคลาวด์,ทรัพย์สินทางปัญญา และความปลอดภัยทางไซเบอร์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เป็นต้นมา และมอบทุนการศึกษาคิดเป็นมูลค่า 1 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2566 รวมถึงโครงการรถดิจิทัลเพื่อสังคม (Digital Bus) ซึ่งมอบการฝึกอบรมทักษะด้านดิจิทัลให้แก่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลใน 14 จังหวัดในประเทศไทย

‘เปิดกล้อง ท่องกรุง (รัตนโกสินทร์)’ พัฒนาศักยภาพเยาวชน 9 โรงเรียนรอบเกาะ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808737

‘เปิดกล้อง ท่องกรุง (รัตนโกสินทร์)’  พัฒนาศักยภาพเยาวชน 9 โรงเรียนรอบเกาะ

‘เปิดกล้อง ท่องกรุง (รัตนโกสินทร์)’ พัฒนาศักยภาพเยาวชน 9 โรงเรียนรอบเกาะ

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.22 น.

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ร่วมกับ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จัดกิจกรรมต่อเนื่อง “เปิดกล้อง ท่องกรุง (รัตนโกสินทร์)” ในวันที่ 15-16 และ 22 มิถุนายน 2567

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่ากิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนใน 9 โรงเรียนบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ โรงเรียนในพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และโรงเรียนที่อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยหวังสร้างความตระหนัก และความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ศิลปวัฒนธรรมและวิถีความเป็นไทย หลังจากที่เมื่อปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จจากการร่วมจัดกิจกรรม “ยุวมัคคุเทศก์ สร้างเด็กดีเด็กเก่ง สืบสานประวัติศาสตร์ชาติไทย” ให้กับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 26 คนที่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบสนุกสนาน ผ่านการท่องเที่ยวเรียนรู้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ เช่น อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ศาลหลักเมือง วัดเทพธิดาราม มิวเซียมสยาม โดยมีคุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เป็นวิทยากรผู้ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ กับเยาวชน เพื่อต่อยอดความรู้สู่การเป็นยุวมัคคุเทศก์อาสาสมัครให้กับนิทรรศน์รัตนโกสินทร์

ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า กิจกรรม “เปิดกล้องท่องกรุงรัตนโกสินทร์” ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และฝึกทักษะให้กับเยาวชน อาทิ คุณนภันต์ เสวิกุล ช่างภาพผู้ถวายงานการบันทึกภาพพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรคุณสงคราม โพธิ์วิไล ช่างภาพระดับประเทศคุณณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์ นักเขียน นามปากกา“ปะการัง” นักเขียนมากความสามารถ โล่รางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

“การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เรามุ่งหวังให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 45 คน จากโรงเรียนที่อยู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ โรงเรียนในพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และโรงเรียนที่อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่ 1.โรงเรียนสตรีวิทยา 2.โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.โรงเรียนราชินี 4.โรงเรียนวัดราชบพิธ 5.โรงเรียนราชวินิต มัธยม 6.โรงเรียนเทพศิรินทร์ 7.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 8.โรงเรียนวัดบวรนิเวศ 9.โรงเรียนราชวินิต ได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร โดยการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในบริบทของตนเองได้ อีกทั้งผลงานของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ จะถูกจัดแสดงที่นิทรรศน์รัตนโกสินทร์อีกด้วย” ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวสรุป

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2790806

ห้างเซ็นทรัล จับมือ มาสเตอร์การ์ด จัดงาน "PRIDE FOR ALL" ฉลองเดือนแห่ง Pride Month

6 มิ.ย. 2567 04:45 น.

ห้างเซ็นทรัล จับมือ มาสเตอร์การ์ด จัดงาน “PRIDE FOR ALL” ฉลองเดือนแห่ง Pride Month

สเตฟาน จูเบิร์ท, พิรุฬห์ โรจนกมลสันต์ และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา จัดงาน “PRIDE FOR ALL” ฉลองเดือนแห่ง Pride Month พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมตลอดเดือน มิ.ย. โดยมี ภาสกร วสุวานิช และ นิมิต มนัสพล มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2567

  • การเมืองไม่สะเด็ดน้ำ การเลือก สว. 200 คน ติดบ่วงปัญหาวิธีการเลือกตั้งกันเองในกลุ่มและการเลือกตั้งไขว้ ทำให้ ผู้สมัคร สว.ถูกตัดสิทธิ การเลือกตั้ง ถูกจับแพ้ฟาวล์ โดยไม่ได้กระทำความผิดร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว.เลยด้วยซ้ำ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. อ้างเป็นไปตามกฎหมาย ยังไม่พบพฤติกรรมการฮั้ว แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ส่งข้อความให้กำลังใจ ผู้ปฏิบัติงานของ กกต. ระบุจะมีแรงเสียดทาน กกต. จากการเลือกตั้ง สว.หนักมาก ขอให้เตรียมพร้อมในการรับมือ โดยการแสดงออกของกลุ่มบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องโดย มีแรงจูงใจทางการเมือง เพื่อ เลื่อน หรือ ลาก การเลือก สว.ออกไป ล้ม การเลือก สว. และ เลือก แต่กดดันให้ได้ผลตามเป้าหมายที่หวังไว้ ส่วน วิธีการรับมือแบบสบายๆคือ นิ่ง มีสติ ใช้ปัญญา เฮ้อ…ส่วน กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญฉบับพิสดาร ปฏิเสธความรับผิดชอบหน้าตาเฉย อ้างไม่คาดคิดว่าจะมีกรณีไม่มีผู้มาสมัคร หรือมาสมัครไม่ครบ 20 กลุ่มตามที่กำหนดไว้ คำถามสุดท้าย เลือก สว.ไปแล้วได้อะไร ภาษีอากรของชาวบ้านในการจัดการเลือกตั้ง สว.กว่า 2 พันล้าน เอาไปละลายแม่น้ำ แล้วจะมี กกต.เอาไว้ทำไม
ตามไปซื้อ – ปาร์ค ยง มิน ทูตสาธารณรัฐเกาหลี เปิดงาน Discover Iconic Korean Must-haves! เทศกาลสินค้าอุปโภคบริโภคแบรนด์ชั้นนำจากเกาหลี จัดถึง 11 มิ.ย. โดยมี สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์, สุพัตรา จิราธิวัฒน์ และ สเตฟาน คูม มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สว. ที่มี กล้านรงค์ จันทิก เป็นประธาน นัดประชุมกันวันนี้ เชิญเลขาธิการ กกต. แสวง บุญมี ร่วมชี้แจงเรื่องของ กติกาและระเบียบ กกต. ในการเลือก สว. กษิดิศ อาชวคุณ โฆษกกรรมาธิการอ้างตามข้อมูลที่ได้มาจากประชาชนพบ มีการฮั้ว ในหลายจังหวัด อาทิ นครนายก ชลบุรี และจังหวัดในภาคใต้ ด้วยวิธี ส่งตัวแทนไปโหวตพวกเดียวกัน เคาะปัญหาจากกติกา การเลือก สว. ที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปร้องศาลปกครอง “อินทรีเหล็ก” ห่วงว่า ไทม์ไลน์ การเลือก สว. วันที่ 9 มิ.ย. เลือกรอบแรกระดับอำเภอ วันที่ 16 มิ.ย. เลือกรอบที่สอง ระดับจังหวัด และเลือกรอบที่สาม ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิ.ย. ประกาศผลเลือก สว.ไม่เกินต้นเดือน ก.ค. …จะฝันสลาย
เตรียมเกษียณ – ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ฉฎาณิศา ชำนาญเวช ในโอกาสมาเปิดโครงการเตรียมความพร้อมพนักงานเกษียณอายุ บริษัทท่าอากาศยานไทย โดยมี อโนชา พลินสุต, เจมส์ โรเบิร์ต วิลสัน และ เทอดศักดิ์ ปวิธพาณิชย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
  • ประเด็น 40 สว. ร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคุณสมบัติ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ความเห็น รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์รัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช มั่นใจ คณะกรรมการกฤษฎีกา เช็กคุณสมบัติ พิชิต ชื่นบาน ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 160 แล้ว กรณีต้องคำพิพากษามาแล้วเกินกว่า 10 ปี ให้สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ กรณีของ พิชิต ผ่านไปกว่า 15 ปีแล้ว งานนี้เลยมองกันว่า สว.อาจถูกจับแพ้ฟาวล์ เพราะ นายกฯเศรษฐา ตั้ง พิชิต ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงมะ
  • ส่วนที่ยังเคลียร์กันไม่ลง ศุภชัย ใจสมุทร ที่ปรึกษารองนายกฯ อนุทิน ชาญ วีรกูล ออกมาตอบโต้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เอากลุ่มต่อต้านกัญชามาแสดงความเห็น เป็นการฟังความข้างเดียว บิดเบือนข้อมูลการใช้กัญชา แถมยังตบหน้าคนในกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่ ยาบ้าและบุหรี่ไฟฟ้า เกลื่อนเมือง รมว.สาธารณสุข ควรหามาตรการป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนดีกว่า คนละดอกสองดอก นี่ขนาดมีผู้ใหญ่เคลียร์ให้แล้วนะ จะบอกให้
ดูแฟชั่น – มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ จัดกิจกรรม Citizen of Earth by Siam Piwat แฟชั่นโชว์รักษ์โลก นำกระป๋องน้ำดื่มและวัสดุเหลือใช้มาเป็นผลงานสุดสร้างสรรค์ โดยมี อรรณว์ ชุมาพร และ ภัทร เลิศสุกิตติพงศา มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
  • มติ ครม.เห็นชอบตามที่ กระทรวงการคลัง เสนอ ครม.รับทราบ กรอบงบประมาณกลางปี 2567 ในการออก พ.ร.บ. งบประมาณเพิ่มอีก 1.22 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้ใน โครงการดิจิทัลวอลเล็ต และเห็นชอบ มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศช่วงโลว์ซีซัน ในขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ออกมายอมรับ ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของ กรมสรรพสามิต ในปี 2567 ไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากรัฐบาลลดภาษีน้ำมันช่วยเหลือประชาชน กรมสรรพสามิตต้องสูญเสียรายได้เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นล้านบาท พรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลังระบุ การจัดเก็บรายได้สุทธิในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 อยู่ที่ 1,386,040 ล้านบาทต่ำกว่าประมาณการ 39,102 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.7…ว้าวุ่นเลยทีนี้
ที่อรัญประเทศ – สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ และ ชรินทร์ ภู่ชัย เปิด “ไทวัสดุ” ศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เครื่องมือช่างคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ โดยมี ปาริชาติ ยามวินิจ และ วัชรินทร์ อรัญเจริญยิ่ง มาร่วมงานด้วย ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วันก่อน.
  • การติดตามตัว แป้ง นาโหนด หรือ เชาวลิต ทองด้วง ผู้ต้องหาสำคัญที่หลบหนี ระหว่างถูกคุมขังของเรือนจำนครศรีธรรมราช โดย กระทรวงยุติธรรม ที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ลงทุนไปรับตัวผู้ต้องหาที่ อินโดนีเซีย ด้วยตัวเอง ปรากฏว่า สังคมไปโฟกัสผิดจุด นอกจากไม่ได้รับดอกไม้ ยังมีแต่ก้อนอิฐ ทั้งการสิ้นเปลืองงบประมาณ การให้ความสำคัญเกรงอกเกรงใจผู้ต้องหา ทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต เอาสื่อไปโปรโมตโดยเฉพาะ รวมถึง ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ไทย ยังไม่รวมกับคำถาม ใครเป็นคนพาแป้งหนี และใครจะต้องรับผิดชอบบ้าง…จบข่าว
แข่งเทนนิส – ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ และ สัมฤทธิ์ ธนะกาญจนสุทธิ์ จัดการแข่งขัน “กีฬาเทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย” ประเภททีม ประจำปี 2567 โดยมี แทมมารีน ธนสุกาญจน์ และ ดนัย อุดมโชค มาร่วมแข่งด้วย ที่สนามเทนนิสในร่มคริสตัล สปอร์ต วันก่อน.
  • หน้าต่างโลก คลอเดีย เชนบัม อดีตผู้ว่าการกรุงเม็กซิโกซิตี คว้าชัยชนะการเลือกตั้งทั่วไปของเม็กซิโกด้วยวัย 61 ปีอย่างถล่มทลาย ได้นั่งเก้าอี้ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก จับตาผู้นำหญิงปีนี้จะมาแรง เศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบกับธุรกิจต้องปรับตัว ลดขนาด ลดต้นทุน สื่อใหญ่อย่าง วอชิงตันโพสต์ ต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังขาดทุนบักโกรก เน้นบริการและวารสารโซเชียลมีเดีย พร้อมการใช้เอไอทำงาน เป็นเหตุให้ แซลลี บัซบี บก.หนังสือพิมพ์ดังกล่าว ลาออกจากตำแหน่งทันที เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวฯ พร้อมด้วย H.E. Felipe DE LA MORENA CASADO เอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย ร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Iberojet Airlines เที่ยวบินตรงจากกรุงมาดริด ดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสเปนในช่วงโลว์ซีซัน ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และ อัลเบิร์ต อัลเบิร์ต ผู้ร่วมก่อตั้ง ทราเวลโลก้า แพลตฟอร์มออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ แถลงความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและลงนามบันทึกข้อตกลง ครอบคลุมการดำเนินกลยุทธ์การตลาด การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเมืองหลักและเมืองรอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เพลิดเพลิน – โชน โสภณพนิช จัดกิจกรรม “BLA Feel Good Concert” เพื่อส่งมอบความสุขและประสบการณ์สุดพิเศษให้ลูกค้าคนสำคัญ ในโอกาสครบรอบ 73 ปี กรุงเทพประกันชีวิต โดยมี ศิรินารถ วงศ์เจริญสถิตย์ และ ลัดดาวัลย์ สิทธิวรนันท์ มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.
  • สังคมวันนี้ เวลา 08.30 น. สนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย เปิดโครงการอบรมด้านภาวะผู้นำและการบริหารองค์กร YEC President Training ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

    สวดพระอภิธรรมศพ ศรีวรรณา วิริยะพันธุ์ มารดา ภาคภูมิ วิริยะพันธุ์ ที่ศาลา 9 วัดเทพศิรินทร์ 18.00 น. ถึง 10 มิ.ย. พระราชทานเพลิง 30 ก.ค. 14.00 น.


“อินทรีเหล็ก”