สลด อิสราเอลยืนยัน ตัวประกันตายเพิ่มอีก 4 ศพ ขณะโจมตีข่านยูนิส

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790438

สลด อิสราเอลยืนยัน ตัวประกันตายเพิ่มอีก 4 ศพ ขณะโจมตีข่านยูนิส

4 มิ.ย. 2567 03:25 น.

สลด อิสราเอลยืนยัน ตัวประกันตายเพิ่มอีก 4 ศพ ขณะโจมตีข่านยูนิส

อิสราเอลยืนยัน ตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไป เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ศพ ระหว่างการโจมตีของพวกเขาในเมืองข่านยูนิส แต่ไม่เปิดเผยว่าเสียชีวิตได้อย่างไร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 มิ.ย. 2567 ว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยืนยันว่า ตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปเมื่อตุลาคมปีก่อน เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ศพ โดยทั้งหมดถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา และขณะนี้ร่างของพวกเขายังอยู่ในมือของกลุ่มฮามาส

พลเรือตรี แดเนียล ฮาการี โฆษกของ IDF ระบุว่า ตัวประกันทั้ง 4 รายได้แก่นาย นาดาฟ ป๊อปเปิลเวลล์ ชาวอังกฤษเชื้อสายอิสราเอลวัย 51 ปี, นายชาอิม เปรี วัย 79 ปี, นายโยรัม เมตซ์เจอร์ วัย 80 ปี และนาย อามิรัม คูเปอร์ วัย 85 ปี โดย IDF คาดว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้ว จากการประเมินข้อมูลข่าวกรองที่เก็บรวบรวมในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

“เราประเมินว่าทั้ง 4 คนถูกสังหารขณะอยู่ด้วยกันในเมืองข่านยูนิส ระหว่างปฏิบัติการของเราเพื่อโจมตีกลุ่มฮามาส” นายพลฮาการีกล่าว โดยไม่ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม และไม่เปิดเผยว่า ตัวประกันทั้ง 4 รายเสียชีวิตได้อย่างไร

เมื่อเดือนพฤษภาคม กลุ่มฮามาสออกมาอ้างว่า นายนาดาฟ ป๊อปเปิลเวลล์ เสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งสำนักงานต่างประเทศของสหราชอาณาจักรระบุในเวลานั้นว่า พวกเขากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ไม่มีการยืนยันเรื่องการเสียชีวิตของนายป๊อปเปิลเวลล์จนกระทั่งตอนนี้

กลุ่มฮามาสยังเคยเผยแพร่คลิปวิดีโอภาพนายเปรี, นายเมตซ์เจอร์ และนายคูเปอร์ ด้วยในเดือนธันวาคมปีก่อน

ทั้งนี้ ตัวประกันทั้ง 4 คนถูกลักพาตัวไปจากคิบบุตซ์ (kibbutz) หรือชุมชนเกษตรแห่งต่างๆ ใกล้กับฉนวนกาซา ในตอนที่กลุ่มฮามาสโจมตีเมื่อ 7 ต.ค. 2566 โดยนายป๊อปเปิลเวลล์ถูกจับตัวไปจากบ้านพร้อมกับแม่ของเขา ซึ่งได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา แต่ รอย น้องชายของเขาถูกสังหารในการโจมตีครั้งนี้

อิสราเอลประเมินว่า กลุ่มฮามาสจับตัวประกันไปทั้งสิ้น 251 คน ระหว่างการโจมตีเมื่อ 7 ต.ค. โดย 105 คนได้รับการปล่อยตัวระหว่างการหยุดยิงนาน 1 สัปดาห์ในเดือนพฤศจิกายน 2566 และตอนนี้ยังเหลือตัวประกันอีกประมาณ 120 คนที่ยังหาตัวไม่พบ และเจ้าหน้าที่อิสราเอลคาดว่า หลายคนอาจเสียชีวิตแล้ว

ญาติของตัวประกันผู้เสียชีวิตล่าสุด เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านกลุ่มครอบครัวตัวประกันและผู้สูญหาย (Hostages and Missing Families Forum) ว่า การเสียชีวิตของตัวประกันทั้ง 4 ราย ควรทำให้ผู้นำทุกคนต้องพิจารณาตัวเองอย่างลึกซึ้ง

“ชาอิม, โยรัม, อามิรัม และนาดาฟ ถูกลักพาตัวไปขณะที่ยังมีชีวิต บางคนอยู่กับตัวประกันคนอื่นๆ ที่ได้กลับมาด้วยข้อตกลงครั้งก่อน และพวกเขาควรได้กลับมาอย่างมีชีวิตสู่ประเทศและครอบครัวของพวกเขา” แถลงการณ์ระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เม็กซิโกเทคะแนนเลือกผู้นำหญิงคนแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790446

เม็กซิโกเทคะแนนเลือกผู้นำหญิงคนแรก

4 มิ.ย. 2567 07:07 น.

เม็กซิโกเทคะแนนเลือกผู้นำหญิงคนแรก

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.สถาบันการเลือกตั้งแห่งชาติเม็กซิโกเผยผลการนับคะแนนเบื้องต้นของการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ปรากฏว่านางคลอเดีย เชนบาม อดีตผู้ว่าการกรุงเม็กซิโก ซิตี วัย 61 ปี ตัวแทนจากพรรคโมเรนา พรรครัฐบาลเม็กซิโก ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เตรียมรับตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก ด้วยคะแนนเสียงอย่างน้อย 58.3% นำห่างคู่แข่งอย่างนางโซชิลต์ กัลเวซ ผู้สมัครจากแนวร่วมฝ่ายค้านที่มีคะแนนเสียงอย่างน้อย 26.6% ขณะที่นายฮอร์เก อัลวาเรซ เมเนซ ตามมาในอันดับ 3 ด้วยคะแนนเสียงอย่างน้อยเพียง 9.9%

นางเชนบามประกาศชัยชนะเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศในรอบ 200 ปี ที่จัตุรัสโซกาโล ใจกลางเมืองเก่าของกรุงเม็กซิโก ซิตี ขอบคุณผู้สนับสนุน พร้อมให้คำมั่นจะไม่ทำให้ประชาชนต้องผิดหวัง จะเดินหน้าสร้างเม็กซิโกที่เจริญรุ่งเรือง มีความหลากหลายและเป็นประชาธิปไตย ดูแลชาวเม็กซิโกทุกคนโดยไม่แบ่งแยก ยืนยันสานต่อนโยบายด้านสวัสดิการสังคมของนายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง

ด้านนายโลเปซ โอบราดอร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาคนสำคัญของว่าที่ผู้นำเม็กซิโกคนใหม่ ได้เผยแพร่วิดีโอแสดงความยินดีกับชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของเชนบาม ที่นอกจากจะเป็นผู้นำหญิงคนแรกแล้ว ยังเป็นผู้ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เกินกว่า 54.71% ของโลเปซ โอบราดอร์ ในการเลือกตั้งปี 2561 อีกด้วย

ว่าที่ผู้นำเม็กซิโกคนใหม่เกิดในกรุงเม็กซิโก ซิตี ในครอบครัวชาวยิวอพยพมาจากลิทัวเนียและบัลแกเรีย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์ รวมถึงปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมพลังงาน เป็นนักวิชาการวิทยาศาสตร์สภาพอากาศมาโดยตลอดก่อนเข้าสู่แวดวงการเมือง กระทั่งเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการกรุงเม็กซิโก ซิตีในปี 2561 และเพิ่งสมรสครั้งที่ 2 เมื่อปีที่แล้วกับนายเฮซุส มาเรีย ทาริบา นักการเงินของธนาคารกลางเม็กซิโก อดีตเพื่อนร่วมชั้นที่มหาวิทยาลัยอิสระแห่งชาติเม็กซิโก (UNAM) ในขณะที่เธอกลายเป็นคุณย่า

ทั้งนี้ประธานาธิบดีคนใหม่ต้องรับภาระหนักอึ้ง อย่างการคลี่คลายปัญหาความรุนแรงและความปลอดภัย ของประชาชนจากกลุ่มอาชญากรที่เหิมเกริมหนักข้อ แม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันจะอ้างว่าอัตราการตายจากความรุนแรงลดลงถึง 20% นับแต่ปี 2561ขณะที่แก๊งอาชญากรรมยังขยายอิทธิพลในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งค้ายาเสพติดข่มขู่รีดไถและการลักลอบขนคนเข้าเมือง รวมทั้งปัญหาหนี้สินของบริษัทน้ำมันพีเม็กซ์ของประเทศ ขณะเดียวกันยังต้องจัดการความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนกับสหรัฐฯ ทั้งการลักลอบขนยาเสพติดข้ามแดนและการอพยพย้ายถิ่น.

ฝนถล่มภาคใต้เยอรมนี ทำน้ำท่วมหนัก ดับแล้ว 4 ศพ คนนับพันอพยพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790437

ฝนถล่มภาคใต้เยอรมนี ทำน้ำท่วมหนัก ดับแล้ว 4 ศพ คนนับพันอพยพ

4 มิ.ย. 2567 02:55 น.

ฝนถล่มภาคใต้เยอรมนี ทำน้ำท่วมหนัก ดับแล้ว 4 ศพ คนนับพันอพยพ

เกิดฝนตกหนักในภาคใต้ของประเทศเยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ ขณะที่ประชาชนนับพันคนต้องอพยพหนีน้ำท่วม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 มิ.ย. 2567 ว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 พ.ค.) ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในรัฐไบเอิร์น และรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ทางตอนใต้ของเยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ และประชาชนอีกหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเพื่อหนีน้ำท่วม

ผู้เสียชีวิต 2 ศพเป็นชายกับหญิง ถูกพบที่ชั้นใต้ดินที่ถูกน้ำท่วมในบ้านหลังหนึ่งในเมืองชอร์นดอร์ฟ ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 3 มิ.ย.

ส่วนอีกศพเป็นหญิงอายุ 43 ปี ถูกพบในชั้นใต้ดินที่ถูกน้ำท่วมเช่นกัน ที่เมืองชอร์เบินเฮาเซิน ในรัฐไบเอิร์น ในช่วงเช้าวันจันทร์ หลังจากเมืองวันอาทิตย์ อาสาสมัครดับเพลิงรายหนึ่งเสียชีวิต เนื่องจากเรือยางที่เขาโดยสาร ล่ม ขณะปฏิบัติหน้าที่ในเมืองแห่งนี้ โดยที่อาสาสมัครอีก 1 นายยังคนสูญหาย

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเกิดเหตุเขื่อนแตกที่เมืองมันชิง ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดในรัฐไบเอิร์น ห่างจากเมืองมิวนิก ไปทางเหนือราว 80 กม. ทำให้ชาวบ้านกว่า 800 คนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงต้องอพยพหนีน้ำไปยังที่ปลอดภัย

ด้านบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังอย่าง ออดี ต้องระงับการผลิตที่โรงงานในเมือง อินโกลชตาดท์ ในรัฐไบเอิร์น เพราะน้ำจากแม่น้ำดานูบเอ่อล้นเข้าท่วมโรงงาน

ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นาย มาร์คุส ซูเดอร์ ผู้ว่าการรัฐไบเอิร์น ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรวมประมาณ 20,000 คน เข้าร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยทั่วทั้งรัฐ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานบริการสภาพอากาศของเยอรมนี เตือนว่า จะมีฝนตกในภาคใต้เพิ่มอีก และตกบางพื้นในภาคตะวันออก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินเดียระอุ แค่ 3 วัน คลื่นความร้อนคร่าชีวิตคนแล้วมากกว่า 50 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790436

อินเดียระอุ แค่ 3 วัน คลื่นความร้อนคร่าชีวิตคนแล้วมากกว่า 50 ศพ

4 มิ.ย. 2567 02:00 น.

อินเดียระอุ แค่ 3 วัน คลื่นความร้อนคร่าชีวิตคนแล้วมากกว่า 50 ศพ

คลื่นความร้อนรุนแรงปกคลุมหลายพื้นที่ของประเทศอินเดียอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 50 ศพ ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 มิ.ย. 2567 ว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากอากาศร้อนในรัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของอินเดียมากถึง 33 ศพ โดยหลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจบลงเมื่อ 1 มิ.ย. เช่นเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่สุขาภิบาล

ขณะเดียวกันที่รัฐโอริสสา ทางตะวันออกของอินเดีย ก็มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (heat stroke) ถึง 20 ศพ

ตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขกลางของอินเดีย นับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.จนถึง 30 พ.ค. มีรายงานพบผู้ป่วยโรคฮีทสโตรกประมาณ 24,849 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตอย่างน้อย 56 ศพ อย่างไรก็ตาม สถิติที่เก็บโดยแต่ละรัฐชี้ว่า จำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก

เช่นที่รัฐโอริสสา ทางการท้องถิ่นรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าเกิดจากโรคฮีทสโตรกถึง 99 ศพ ในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยพวกเขาสามารถยืนยันสาเหตุการณ์เสียชีวิตได้แล้ว 20 ราย

ส่วนที่รัฐอุตตรประเทศ นายนาฟดีป รินวา หัวหน้าเจ้าหน้าที่เลือกตั้งประจำรัฐ บอกกับสื่อว่า สมาชิกครอบครัวของเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งที่เสียชีวิต จะได้รับเงินชดเชยครอบครัวละ 1.5 ล้านรูปี หรือราว 660,700 บาท

นายรินวาบอกด้วยว่า มีชาวบ้านชายคนหนึ่งเป็นลมขณะกำลังยืนเข้าคิวเพื่อรอใช้สิทธิ์ โดยเขาถูกนำตัวส่งศูนย์การแพทย์ทันที แต่ได้รับการประกาศว่าเสียชีวิตเมื่อเดินทางไปถึง

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐพิฟาร, มัธยประเทศ และ ฌาร์ขันท์ ก็รายงานพบผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่ามีสาเหตุจากโรคลมแดดเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติของอินเดีย จะโรคฮีทสโตรกเป็น อาการที่มีอันตรายถึงชีวิต โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-64%

คลื่นความร้อนคงปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือ, ภาคกลาง และบางส่วนในภาคตะวันตกของอินเดียมากนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ทำให้อุณหภูมิสูงสุดในแต่ละวันพุ่งไปอยู่ที่ราว 45-46 องศาเซลเซียส แต่บางพื้นที่ก็ร้อนจัดถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้บางภูมิภาคเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำและไฟฟ้าอย่างหนัก เนื่องจากการบริโภคพลังงานที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานสภาพอากาศอินเดียระบุว่า อุณหภูมิในประเทศจะลดลงในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากการมาของพายุมรสุม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟ หลังปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูง 5,000 ม.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790434

ฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟ หลังปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูง 5,000 ม.

4 มิ.ย. 2567 00:29 น.

ฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟ หลังปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูง 5,000 ม.

ฟิลิปปินส์ยกระดับการเฝ้าระวังภูเขาไฟคันลาออน หลังมันปะทุนานหลายนาที พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูงกว่า 5 กม. พร้อมเตรียมอพยพประชาชน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถาบันธรณีและภูเขาไฟวิทยาของประเทศฟิลิปปินส์ ยกระดับการเฝ้าระวังภูเขาไฟขึ้นจากระดับ 1 เป็น 2 ในวันจันทร์ที่ 3 มิ.ย. 2567 หลังจากภูเขาไฟ ‘คันลาออน’ บนเกาะเนกรอส ปะทุเป็นเวลากว่า 6 นาที เมื่อช่วงก่อน 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สถาบันธรณีและภูเขาไฟวิทยาบอกอีกว่า ภูเขาไฟคันลาออนพ่นควันและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลขึ้นฟ้าเป็นระยะทางกว่า 5,000 ม.อย่างรวดเร็ว และพวกเขากำลังสังเกตการณ์การการทลายลงมาของเถ้าภูเขาไฟ, ก้อนหินและ ก๊าซ หรือที่รู้จักกันในชื่อปรากฏการณ์ ‘pyroclastic density currents’ บริเวณเชิงเขา

การปะทุของภูเขาไฟคันลาออนยังทำให้ทางการฟิลิปปินส์ต้องประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง สวมหน้ากากเพื่อป้องกันแก๊ส และขี้เถ้าที่ตกลงมา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้าน

ด้านนาย โจ อาลินกาซา เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเทศบาล ซาน คาร์ลอส ระบุว่า พวกเขาวางแผนอพยพชาวบ้านประมาณ 500 ครอบครัวจากบ้านเรือนที่ใกล้ภูเขาไฟที่สุดโดยเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ “เราส่งทีมเพื่อการอพยพประชาชนเบื้องต้นแล้ว และเรานำหน้ากากป้องกันไปด้วย เพราะประชาชนรายงานว่าได้กลิ่นซัลเฟอร์รุนแรงในพื้นที่”

สถาบันธรณีและภูเขาไฟวิทยายังประกาศเตือนสายการบินต่างๆ ให้หลีกเลี่ยงการบินใกล้ยอดของภูเขาไฟ เนื่องจากการปะทุอย่างกระทันหันของเถ้าถ่านอาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบินได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ส่องเส้นทางสู่ทำเนียบขาวของทรัมป์ หลังศาลตัดสินผิดคดีอาญาและอาจถูกจำคุก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790319

ส่องเส้นทางสู่ทำเนียบขาวของทรัมป์ หลังศาลตัดสินผิดคดีอาญาและอาจถูกจำคุก

3 มิ.ย. 2567 23:05 น.

ส่องเส้นทางสู่ทำเนียบขาวของทรัมป์ หลังศาลตัดสินผิดคดีอาญาและอาจถูกจำคุก

  • อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีจ่ายเงินปิดปาก “สตอร์มี แดเนียลส์” นักแสดงหนังผู้ใหญ่ เมื่อปี 2559 ทำให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญา
  • ศาลนัดพิจารณาบทลงโทษในวันที่ 11 ก.ค.นี้ ซึ่งทรัมป์อาจต้องโทษจำคุกระหว่าง 1-7 ปี หรืออาจถูกกักบริเวณ ขณะที่ทรัมป์ยังเดินสายหาเสียงต่อและให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ว่าการพิจารณาคดีถูกแทรกแซง และไร้ความยุติธรรม ขณะที่เขาจะหาเสียงต่อไปแม้จะอยู่ในเรือนจำก็ตาม 

หลังจากการไต่สวนคดีเป็นเวลา 7 สัปดาห์ เมื่อวันพฤหัสบดี 30 พ.ค. 2567 คณะลูกขุนในนครนิวยอร์ก มีมติเป็นเอกฉันท์ตัดสินว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ มีความผิดในความผิดอาญาทั้ง 34 กระทง ฐานปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจในระดับแรก

สตอร์มี แดเนียลส์ นักแสดงหนังผู้ใหญ่อ้างว่า ก่อนการเลือกตั้งปี 2559 ซึ่งในที่สุดทรัมป์ชนะ เขาจ่ายเงินให้เธอ 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนิ่งเฉยต่อข่าวที่ทั้งคู่มีเพศสัมพันธ์กันเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งทรัมป์ปฏิเสธมาตลอดว่าเขาไม่เคยมีสัมพันธ์ทางเพศกับ สตอร์มี แดเนียลส์

ด้าน ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินให้กับแดเนียลส์ เป็นพยานว่าเขาปฏิบัติตามคำสั่งโดยตรงของทรัมป์ พร้อมยืนยันว่าทรัมป์จ่ายเงินคืนให้เขาโดยใช้เงินที่รวบรวมไว้สำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง

โดยคดีทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้ง 34 กระทง เกี่ยวข้องกับวิธีต่างๆ ที่ทรัมป์ใช้ในการจัดหมวดหมู่เงินค่าปิดปากก้อนนี้ เป็นค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย โดยศาลพบว่ามีใบแจ้งหนี้ 11 ฉบับสำหรับบริการทางกฎหมาย มีเช็ค 11 ฉบับที่จ่ายสำหรับบริการด้านกฎหมาย และมีบัญชีแยกประเภท 12 รายการสำหรับค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

แนวทางการต่อสู้คดีของทรัมป์

หลังการพิจารณาคดี ทรัมป์สามารถอุทธรณ์คำตัดสินของเขาในศาลอุทธรณ์ ที่นครนิวยอร์ก โดยอาจโต้แย้งว่า ผู้พิพากษาอาจมีอคติ โดยให้เหตุผลว่าลูกสาวของผู้พิพากษาเป็นเจ้าของบริษัทที่มีสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนเป็นลูกค้า รวมถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน และรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส

นอกจากนี้ ทรัมป์สามารถโต้แย้งได้ว่าผู้พิพากษาทำผิดพลาดทางกฎหมาย รวมถึงการยอมให้คณะลูกขุนได้ยินคำให้การที่น่ารังเกียจของสตอร์มี แดเนียลส์ ซึ่งเขามองว่าเป็นการกล่าวหาทรัมป์แต่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และทรัมป์สามารถโต้แย้งได้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่เหมาะสมทางกฎหมาย การปลอมแปลงเพียงอย่างเดียวถือเป็นอาชญากรรมทางอาญาในนิวยอร์ก ซึ่งจะยกระดับเป็นความผิดอาญาต่อเมื่อทำเพื่อช่วยก่ออาชญากรรมหรือปกปิดอาชญากรรมอื่น โดยในกรณีนี้ตามคำฟ้องคือการสมรู้ร่วมคิดเพื่อฝ่าฝืนกฎหมายการเลือกตั้งของรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทนายความของทรัมป์สามารถโต้แย้งได้ว่า ทรัมป์กำลังแข่งขันในศึกเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง กฎหมายการเลือกตั้งระดับรัฐจึงไม่มีผลกับเขา ดังนั้นเขาจึงควรถูกตั้งข้อหากระทำความผิดลหุโทษ ไม่ใช่ความผิดทางอาญา

ทรัมป์จะติดคุกหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองสหรัฐฯ มองว่า ทางเทคนิคแล้วมีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะต้องโทษจำคุก แต่มีความเป็นไปได้น้อยเนื่องจากปกติแล้วในโลกธุรกิจ การจ่ายเงินเป็นค่าปิดปากไม่ได้มีความผิดทางกฎหมาย แต่กรณีของทรัมป์ถือว่าผิดที่การปลอมแปลงบัญชี ซึ่งแต่ละครั้งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีจนถึงสูงสุด 4 ปี และตามทฤษฎีแล้ว ทรัมป์อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 136 ปี

แต่ในทางปฏิบัติ เป็นเรื่องปกติที่ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจ ซึ่งไม่มีประวัติอาชญากรรมอื่นใดอาจจะถูกตัดสินจำคุกได้เหมือนกัน แต่กรณีของทรัมป์การลงโทษ เช่น การคุมประพฤติ จ่ายค่าปรับ หรือการบริการสังคมกลับเป็นเรื่องที่ดูเป็นไปได้มากกว่า

แม้แต่ผู้ที่ถูกตัดสินให้จำคุกความผิดฐานปลอมแปลงบัญชี และยังมีความผิดในอาชญากรรมอื่นๆ เช่น การฉ้อโกง หรือการลักทรัพย์ ก็มักจะได้รับโทษจำคุก 1 ปีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งในกรณีของทรัมป์นั้นไม่เข้าข่าย

อย่างไรก็ตาม ศาลนัดวันพิจารณาบทลงโทษในวันที่ 11 กรกฎาคม ตามคำร้องขอของทนายความฝ่ายจำเลย โดยทรัมป์จะกลับมาที่ศาลเพื่อรับฟังการพิจารณา โดยถึงตอนนั้นจะเหลือเวลาอีก 4 วันก่อนที่ทรัมป์จะได้รับการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการให้เป็นผู้แทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในการประชุมระดับชาติของพรรครีพับลิกัน

ทรัมป์จะขาดคุณสมบัติลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่

รัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ กำหนดไว้ว่าประธานาธิบดีจะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุอย่างน้อย 35 ปี เป็นพลเมืองสหรัฐฯ โดยกำเนิด และอาศัยอยู่ในประเทศนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 14 ปี ซึ่งทรัมป์มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ทั้งหมด ขณะที่รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามนักโทษไม่ให้ลงสมัครรับตำแหน่งหรือชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้ทรัมป์ยังสามารถลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2567

ทรัมป์มีความผิดคดีอาญา ส่งผลต่อการเลือกตั้งของสหรัฐฯ อย่างไร

จากการสำรวจความคิดเห็นของสำนักโพล NPR ตลอดจน PBS NewsHour และ Marist ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า การลงคะแนนเสียงของพวกเขาในเดือนพฤศจิกายนจะไม่ได้รับผลกระทบต่อให้ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิด

เมลานี สโลน อดีตอัยการและผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดน่าจะส่ผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังอยู่ตรงกลางมากกว่ากลุ่มอื่น โดยก่อนหน้านี้ การสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดย Bloomberg และ Morning Consult ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า 53% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐสวิง ปฏิเสธที่จะลงคะแนนให้ทรัมป์ หากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด

ทางด้านลารา ทรัมป์ ลูกสะใภ้ของทรัมป์ และประธานร่วมของคณะกรรมการพรรครีพับลิกัน เปิดเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ทรัมป์จะจัดกิจกรรมรณรงค์หาเสียงและการชุมนุมทางออนไลน์ ในกรณีที่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกตัดสินจำคุกที่บ้าน ขณะที่แคมเปญของทรัมป์ ชูประเด็นว่าทรัมป์จะถูกตัดสินว่ามีความผิดก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาเสียด้วยซ้ำ ตั้งแต่เปิดการระดมทุนเพื่ออุทธรณ์สู้คดี มีการส่งข้อความที่แสดงว่าทรัมป์เป็นนักโทษการเมือง และเริ่มมีการจำหน่ายหมวก “Make America Great Again” แบบสีดำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์วันอันมืดมนในประวัติศาสตร์.

คู่รักนิวยอร์กตกโลหะในทะเลสาบ เจอตู้เซฟบรรจุเงินสดกว่า 3.6 ล้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790322

คู่รักนิวยอร์กตกโลหะในทะเลสาบ เจอตู้เซฟบรรจุเงินสดกว่า 3.6 ล้าน

3 มิ.ย. 2567 12:06 น.

คู่รักนิวยอร์กตกโลหะในทะเลสาบ เจอตู้เซฟบรรจุเงินสดกว่า 3.6 ล้าน

คู่รักในนครนิวยอร์ก ที่ชื่นชอบการตกโลหะ “ด้วยแม่เหล็ก” กล่าวว่า พวกเขาสามารถดึงตู้เซฟที่บรรจุเงินสดประมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.6 ล้านบาท ขึ้นมาจากทะเลสาบ

คู่รักชาวสหรัฐฯ ในนครนิวยอร์ก ที่ชื่นชอบการตกโลหะ “ด้วยแม่เหล็ก” กล่าวว่า พวกเขาสามารถดึงตู้เซฟที่บรรจุเงินสดประมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.6 ล้านบาท ขึ้นมาจากทะเลสาบ

เจมส์ เคน และบาร์บี อากอสตินี โยนเชือกที่ติดแม่เหล็กลงในทะเลสาบในสวนสาธารณะ ฟลัชชิง มีโดวส์ โคโรนา ในย่านควีนส์ของนครนิวยอร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 พ.ค.) และดึงตู้เซฟขึ้นมาได้ เมื่อเปิดตู้เซฟออก พวกเขาบอกว่าพบว่ามันเต็มไปด้วยธนบัตร 100 ดอลลาร์ที่อยู่ในสภาพเสียหายจากน้ำ

ทั้งสองบอกว่า ตำรวจแจ้งว่าตู้เซฟดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุอาชญากรรมใดๆ และพวกเขาได้รับอนุญาตให้เก็บเงินไว้ได้ นายเคนกล่าวว่า เขาเคยพบตู้เซฟมาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อเห็นจำนวนเงินที่อยู่ในนั้น เขาก็ได้แต่คิดว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าเป็นไปได้

“เมื่อเราดึงตู้เซฟขึ้นมา ก็พบว่ามีธนบัตรปึกใหญ่อยู่ในนั้น” เขากล่าวเสริมว่า “เงินถูกมัดรวมเป็นปึกหนา และอยู่ในสภาพเปียก พวกมันเกือบจะถูกทำลายไปแล้ว”

ด้านอากอสตินีกล่าวว่า “ไม่มีบัตรประจำตัวใดๆ และไม่มีทางที่จะค้นหาบุคคลเจ้าของเงินได้จากตู้เซฟ” ส่วนตำรวจก็ได้กล่าวยินดีกับทั้งสอง

การตกโลหะในน้ำด้วยแม่เหล็ก คือใช้เชือกผูกติดกับแม่เหล็กที่มีพลังสูง และลากไปตามทะเลสาบและแม่น้ำ เพื่อค้นหาสิ่งมีค่าที่อาจจมอยู่ในน้ำ ทั้งคู่กล่าวว่าพวกเขาเริ่มตกโลหะด้วยแม่เหล็กในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 พวกเขากล่าวว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยพบระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปืนสมัยศตวรรษที่ 19 และรถมอเตอร์ไซค์ทั้งคันมาแล้ว.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เม็กซิโกจ่อได้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790304

เม็กซิโกจ่อได้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

3 มิ.ย. 2567 11:16 น.

เม็กซิโกจ่อได้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ผลเอ็กซิตโพลชี้ นางคลอเดีย เชนเบาม์ เตรียมขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก หลังคว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์

ผลเอ็กซิตโพลชี้ นางคลอเดีย เชนเบาม์ เตรียมขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก หลังคว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ ผู้จัดทำโพลหลายสำนักคาดการณ์ว่าอดีตนายกเทศมนตรีวัย 61 ปีของกรุงเม็กซิโกซิตี้ ได้รับคะแนนเสียง 56% ในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง นางโชชิตล์ กัลเวซ ที่ได้รับคะแนนเสียง 30%

พรรคโมเรนาของ นางเชนเบาม์ ได้ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งแล้ว แต่นางกัลเวซเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของเธอรอผลอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะประกาศในช่วงเช้าของวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนยังได้เลือกสมาชิกสภาคองเกรสของเม็กซิโก และผู้ว่าการรัฐใน 8 รัฐ ตลอดจนผู้นำรัฐบาลของกรุงเม็กซิโกซิตี้ ในการรณรงค์หาเสียงที่เต็มไปด้วยความรุนแรง รัฐบาลกล่าวว่า ผู้สมัครในท้องถิ่นมากกว่า 20 ราย ถูกสังหารทั่วเม็กซิโก แม้ว่าผลการสำรวจจะระบุว่ายอดรวมอยู่ที่ 37 ราย นอกจากนั้นยังมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย จากเหตุโจมตีหน่วยเลือกตั้งในรัฐปวยบลา 2 ครั้งเมื่อวันอาทิตย์

นางคลอเดีย เชนเบาม์ นักวิทยาศาสตร์ และอดีตนายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโกซิตี้ ระหว่างปี 2018-2023 ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง นายโลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งอยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 2561 ไม่สามารถลงสมัครรับตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีก เนื่องจากภายใต้รัฐธรรมนูญของเม็กซิโก ประธานาธิบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งเพียง 6 ปีเท่านั้น

แม้ว่าคำสัญญาหลายข้อที่ ประธานาธิบดีโลเปซ โอบราดอร์ ให้ไว้เมื่อเข้ารับตำแหน่งยังคงไม่ประสบผลสำเร็จ ความพยายามของเขาในการลดปัญหาความยากจน และช่วยเหลือชาวเม็กซิกันสูงอายุ ก็ได้รับความนิยมจากผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการทางสังคมเหล่านี้ และการได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ถูกมองว่าได้ช่วยขยายฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้งของเชนเบาม์ให้กว้างขึ้นอย่างมาก แต่ยังทำให้เกิดคำถามที่ว่าเธอมีอิสระเพียงใดต่อผู้นำที่มีอำนาจเหนือกว่าในบางครั้ง นางเชนเบาม์ เน้นย้ำว่า เธอเป็นผู้นำที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกันก็สัญญาว่าจะสานต่อความสำเร็จของ ประธานาธิบดีโลเปซ โอบราดอร์

พรรคโมเรนากล่าวอ้างว่า ชาวเม็กซิกันหลายล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และจำนวนคนยากจนกำลังลดน้อยลงเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล เช่น การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำมากกว่าสองเท่า แต่นักเศรษฐศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นว่า ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ชาวเม็กซิกันที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศส่งเงินกลับประเทศมากขึ้น.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สหรัฐฯ ส่อวุ่น ทรัมป์ขู่ ประชาชนอาจรับไม่ได้ และจะ “ถึงจุดแตกหัก” หากเขาโดนจำคุก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790293

สหรัฐฯ ส่อวุ่น ทรัมป์ขู่ ประชาชนอาจรับไม่ได้ และจะ "ถึงจุดแตกหัก" หากเขาโดนจำคุก

3 มิ.ย. 2567 11:03 น.

สหรัฐฯ ส่อวุ่น ทรัมป์ขู่ ประชาชนอาจรับไม่ได้ และจะ “ถึงจุดแตกหัก” หากเขาโดนจำคุก

การเมืองสหรัฐฯ ส่อเค้าอลหม่าน เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์สื่อ หลังศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญา ระบุว่าประชาชนอาจยอมรับไม่ได้หากเขาต้องโทษจำคุก แล้วเชื่อว่าจากนั้นจะมาถึงจุดแตกหัก

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2567 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ ไปให้สัมภาษณ์ในรายการ “ฟ็อกซ์ แอนด์ เฟรนด์” (Fox and Friends) ทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ เน็ตเวิร์ก ถึงกรณีที่เขาถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่ “สตอร์มี ดาเนียลส์” ในช่วงท้ายๆ ของศึกเลือกตั้งปี 2559 และมีความเป็นไปได้ที่เขาจะต้องโทษจำคุก หรือถูกกักบริเวณ

อดีตผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า การพิจารณาคดีของเขาถูกแทรกแซง เขาไม่ได้รับอนุญาตให้แก้ต่างใดๆ ขณะเดียวกันทรัมป์บอกว่า ตัวเขาไม่มีปัญหาหากถูกจำคุก หรือกักบริเวณ แต่ไม่แน่ใจว่าประชาชนและผู้สนับสนุนจะยอมรับได้หรือไม่ โดยเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะยอมรับได้ แล้วจากนั้นจะมาถึงจุดแตกหัก

โดยทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดว่า เขาคิดว่าอาจเกิดอะไรขึ้นหากถึงจุดนั้น ขณะที่ศาลกำหนดวันพิพากษาโทษในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วง 4 วันก่อนที่พรรครีพับลิกันจะรวมตัวกันเลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเพื่อเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแคร ตในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นปลายปีนี้

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า นี่เป็นกลยุทธ์ปลุกระดมผู้สนับสนุนให้ลุกฮือก่อความรุนแรง และเราเคยได้เห็นผลลัพธ์อันน่าเศร้าใจอย่างมากมาแล้วที่อาคารรัฐสภา ในวันที่ 6 มกราคม 2564 เมื่อทรัมป์ปราศรัยปลุกระดมให้กลุ่มผู้สนับสนุนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และออกมาสู้จนถึงที่สุด.

จีนคึกคัก นร.ทั่วประเทศ 13.4 ล้านคนเตรียมลงสนามสอบเกาเข่า สุดสัปดาห์นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790297

จีนคึกคัก นร.ทั่วประเทศ 13.4 ล้านคนเตรียมลงสนามสอบเกาเข่า สุดสัปดาห์นี้

3 มิ.ย. 2567 11:02 น.

จีนคึกคัก นร.ทั่วประเทศ 13.4 ล้านคนเตรียมลงสนามสอบเกาเข่า สุดสัปดาห์นี้

เผยยอดนักเรียนเตรียมลงสนามสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติ หรือเกาเข่า ประจำปีนี้ อยู่ที่ 13.42 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 510,000 คน

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2567 สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการจีนเปิดเผยยอดนักเรียนเตรียมสอบ “เกาเข่า” (Gaokao) หรือการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติ ประจำปี 2567 อยู่ที่ 13.42 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 510,000 คน

พร้อมกันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดสอบจะเป็นไปอย่างราบรื่น และมีการเตรียมการเพื่อรองรับความต้องการของผู้เข้าสอบ โดยหน่วยงานท้องถิ่นได้เพิ่มการสนับสนุนผู้เข้าสอบในด้านต่างๆ เช่น การเดินทาง ที่พัก การรักษาพยาบาล และการควบคุมเสียงรบกวนในระหว่างช่วงการสอบ

นอกจากนี้ ทางการยังได้เตรียมการเป็นพิเศษสำหรับนักเรียนที่พิการและมีความต้องการพิเศษอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการจัดทำข้อสอบฉบับอักษรเบรลล์สำหรับผู้เข้าสอบที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น จำนวน 15 คน ในภูมิภาคระดับมณฑล 11 แห่ง รวมทั้งการดูแลผู้เข้าสอบที่มีความพิการมากกว่า 11,000 คน

ทั้งนี้ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับประเทศประจำปี ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายนปีนี้ ถือเป็นหนึ่งในการสอบที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเรียนชาวจีน.