‘กกต.’ เร่งตรวจสอบ ปมโพยฮั้วเลือก สว. 149 รายชื่อ มั่นใจได้ สว. ตามไทม์ไลน์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575995

03 มิ.ย. 2567

13:34 น.

'กกต.' เร่งตรวจสอบ ปมโพยฮั้วเลือก สว. 149 รายชื่อ มั่นใจได้ สว. ตามไทม์ไลน์

ประธาน กกต. เผย กำลังเร่งตรวจสอบ ปมโพยฮั้วเลือก สว. 149 รายชื่อ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย มั่นใจ ได้ สว. ตามไทม์ไลน์

3 มิ.ย. 2567 ที่สนามหลวง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอิทธิพร บุญประคอง กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา นายสมชาย แสวงการ โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยโพยก๊วนฮั้วเลือก สว. มีรายชื่อระดับประเทศออกมา 149 คนว่า คงไม่จริงมั้งครับ ขณะนี้ สำนักงานกำลังตรวจสอบอยู่ โดยขณะนี้ยังไม่รายงานมายังตน

เมื่อถามว่า คนที่ออกมาเปิดเผย จะมีความผิดหรือไม่ ประธาน กกต. กล่าวว่าต้องดูข้อเท็จจริง ไม่สามารถตอบทันทีได้ การพิจารณาของ กกต. ต้องเข้าคณะที่ประชุม เมื่อถามถึงความเรียบร้อยการคัดเลือก สว. ในระดับอำเภอ ประธาน กกต. กล่าวว่า เรามีความพร้อมมาก กำชับการดำเนินการตลอดเวลา หนังสือสั่งการมีออกมาเรื่อยๆ และไม่มีเรื่องอะไรต้องกังวล

เพียงแต่เราต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด ส่วนกรณีที่บางอำเภอไม่มีผู้สมัครนั้น กฎหมายเขียนระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง และยืนยันการคัดเลือก สว. เป็นไปตามไทม์ไลน์  ข้อร้องเรียนต่างๆ เราก็ดำเนินการตามกฏหมาย เรื่องคุณสมบัติก็ไปร้องที่ศาลฎีกา ยืนยันไม่มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์

เมื่อถามว่ากรณี มีคนออกมาข่มขู่หากการเลือกตั้ง สว. ส่อทุจริตให้เลื่อนออกไปก่อน ประธาน กกต. กล่าวว่า เรื่องนั้นต้องดูข้อกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำผิดไม่จำเป็นต้องสอยทีหลัง ยืนยันเราต้องดูข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานทุกเรื่อง และต้องดูว่า ที่สุดแล้วจะมีคำร้องอะไรบ้าง

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808190

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.33 น.

เกษตรกร จ.บุรีรัมย์ ที่กำลังเริ่มไถหว่านข้าวนาปี โอดได้รับผลกระทบ หลังน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตุช่วงฤดูการทำนา-เก็บเกี่ยวของทุกปี ทำไมน้ำมันปรับราคาขึ้น วอนรัฐบาลจริงจังและจริงใจแก้น้ำมันแพง

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทุกสาขาอาชีพ และผู้ประกอบการแล้ว ยังได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรชาวนา และชาวนาที่มีรถไถนารับจ้างด้วยเช่นเดียวกัน

โดยที่ ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ชาวนาในหลายตำบล หมู่บ้าน บางส่วนได้ลงมือไถนาหว่านข้าวไปแล้ว และยังมีที่เหลืออีกหลายราย ทั้งที่มีรถไถนาเป็นของตัวเอง และที่ต้องว่าจ้างเพื่อนบ้านที่มีรถไถนาให้มาไถปรับที่นา เพื่อทำการเพาะปลูกข้าวนาปี ในปีการผลิต 2567 นี้ และกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันแพง ที่ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ โดยวันนี้ กลุ่มน้ำมันดีเซลที่ จ.บุรีรัมย์ มีราคาขายหน้าปั๊มอยู่ที่ 33.36 บาทต่อลิตร ทำให้ชาวนาที่กำลังไถนาหว่านข้าว ต้องควักเงินจ่ายค่าน้ำมันใส่รถไถนาเพิ่มขึ้นจากเดิม รวมถึงรถไถนาก็ต้องปรับค่าจ้างไถต่อไร่เพิ่มขึ้นจากห้วงปกติเช่นเดียวกัน

นายสุชิน ตวนกระโทก อายุ 60 ปี ชาวนาบ้านสะเดา หมู่ที่ 9 ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตนทำนา 18 ไร่ และได้ว่าจ้างรถไถนาของเพื่อนบ้าน มาไถปรับสภาพพื้นที่นาเพื่อทำการหว่านเพาะปลูกข้าวนาปี และได้รับผลกระทบ โดยในการทำนาแต่ละครั้งก็มีต้นทุนในการทำนา ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าจ้างรถไถ ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว และค่าขนบรรทุก แต่ตอนนี้ต้องควักเงินลงทุนไปแล้วกว่า 2 หมื่นบาท จ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว และค่าไถ ซึ่งปีนี้หลังจากน้ำมันมีราคาปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถไถนาต้องปรับราคาค่าจ้างขึ้นด้วย จากปีที่ผ่านมาค่าไถเฉลี่ยต่อไร่ประมาณ 200 บาท แต่พอมาปีนี้ถ้ารถไถขนาดเล็กคิดราคาไร่ละ 230 บาท ถ้ารถไถใหญ่ไร่ละ 250 บาท ซึ่งจำเป็นจะต้องว่าจ้างรถมาไถนา

พร้อมกันนี้ นายสุชิน ยังได้ตั้งข้อสังเกตุด้วยว่า เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมพอถึงช่วงหน้านา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มการเพาะปลูกข้าว และเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต น้ำมันมักจะมีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นประจำ จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลได้จริงจัง และจริงใจ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เกษตรกรทำไร่ทำนา

ด้านนายพีรพัฒน์ จงมีเลิศ อายุ 23 ปี บอกว่า วันนี้มาไถนาให้กับญาติ และรับจ้างไถนาให้เพื่อนบ้าน ซึ่งมีที่นาอยู่ติดกันคิดราคาค่าไถต่อไร่ละ 230 บาท จากปีที่ผ่านมาคิดไร่ละ 200 บาท แต่ปีนี้พบว่าน้ำมันเริ่มปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำเป็นจะต้องปรับราคาค่าจ้างเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากรถไถต้องใส่น้ำมันเพิ่มมากขึ้นจากเดิม จึงอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันด้วย เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : น้ำด่าง ดื่มแล้วมีประโยชน์ จริงหรือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808183

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : น้ำด่าง ดื่มแล้วมีประโยชน์ จริงหรือ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : น้ำด่าง ดื่มแล้วมีประโยชน์ จริงหรือ

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สังคมไทยมีความน่าเป็นห่วงอย่างหนึ่งคือ การเชื่ออะไรตามๆ กันโดยไม่มีการศึกษาเรื่องราวให้ชัดเจนเพราะฉะนั้น จึงมีคนถูกหลอกได้ง่ายมาก 

เราจะเห็นว่าในช่วงนี้มีการโฆษณาให้บริโภคน้ำด่าง หรือ Alkaline water และบอกให้กินยาโซดามินต์ (Sodamint) เพราะเชื่อว่าจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะเชื่อว่าน้ำด่าง และโซดามินต์ช่วยชะลอวัย ชะลอโรค และช่วยป้องกันมะเร็ง โดยมีคนที่อุปโลกน์ตัวเองเป็นกูรูออนไลน์บอกว่า ถ้าร่างกายเป็นกรดหรือถ้าสภาวะเลือดเป็นกรดจะทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และเป็นที่มาของโรคต่างๆ รวมถึงมะเร็ง ซึ่งอันที่เป็นความจริง 

แต่ในภาวะของร่างกายคนเราจะมีการควบคุมความเป็นกรด-ด่าง หรือ pH ของเลือดให้อยู่ในช่วง 7.35-7.45 ให้เป็นปกติอยู่แล้ว ด้วยการทำงานของไตและปอด โดยผ่านกระบวนการขับออกทางปัสสาวะ และขับออกผ่านลมหายใจ ดังนั้น คนทั่วไปที่มีสุขภาพปกติการบริโภคอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ จะไม่ไปเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรด-ด่างของเลือด แต่กรดหรือด่างที่เกินสมดุลจะกำจัดออกทางปัสสาวะ และการหายใจ ดังนั้นคนที่ไม่ได้มีโรคภัยไข้เจ็บจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าเลือดจะเป็นกรดเพราะร่างกายของมนุษย์เรามีระบบจัดการเป็นอย่างดี

คราวนี้มาดูว่าน้ำด่างคืออะไร ตอบว่า น้ำด่างเกิดจากการเติมเกลือของธาตุบางชนิดลงไป เช่น เกลือโซเดียมโปรแตสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น

แต่ปัจจุบัน ยังไม่พบการวิจัยทางการแพทย์ที่สนับสนุนว่า น้ำด่างป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง หรือเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยตรง ดังนั้น จึงไม่น่าจะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าหากบริโภคด่างมาก จนกระทบต่อ pH ของทางเดินอาหาร อาจจะมีผผลต่อการออกฤทธิ์ของยาบางชนิด อย่างเช่นคนที่รับประทานยาที่มีการเคลือบเม็ดยาเพื่อให้ออกฤทธิ์ที่ลำไส้เล็ก ก็ทำให้ยามีโอกาสที่จะแตกตัว และละลายในกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้ยาบางประเภทออกฤทธิ์ได้ไม่ดี และยังทำให้ได้รับผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารจากยาด้วย

สำหรับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน อาจคิดว่าน้ำด่างน่าจะช่วยรักษาโรคนี้ได้ แต่ขอแนะนำว่าถ้าคุณมีโรคใดๆ ในระบบทางเดินอาหาร หรือเป็นกรดไหลย้อน สิ่งที่ดีที่สุดคือ ไปพบแพทย์ หรือปรึกษาเภสัชกรเพื่อหายา และการรักษาที่เหมาะสมถูกต้อง ไม่ใช่หลงไปพึ่งน้ำด่าง ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาโรค สำหรับคนที่รับประทานโซดามินต์ตามกระแส ขอให้ทำความเข้าใจให้ดีว่ายาโซดามินต์ ประกอบด้วยตัวยาโซเดียมไบคาร์บอเนต (sodiumbicarbonate) มีข้อบ่งใช้สองอย่างหลักๆ ที่ทางการแพทย์ใช้บ่อยคือ

1. ใช้ลดกรดในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างช่วยการสะเทินกรด ซึ่งมักจะเป็นยาที่ใช้ชั่วครั้งชั่วคราว หรือควบคู่ไปกับยาชนิดอื่น สำหรับยาเม็ดโซดามินต์สำหรับการรักษากรดในกระเพาะอาหารมีความนิยมใช้น้อยมากในปัจจุบัน ส่วนมากจะให้ตัวยาโซเดียมไบคาร์บอเนตในรูปแบบอื่นๆ เช่น ยาแขวนตะกอนสูตรผสมซึ่งมีลักษณะเป็นยาน้ำข้นสีขาว บรรจุในขวด หรือซองเล็กๆ หรืออาจจะพบอยู่ในรูปของยาผง ที่ใช้ชงน้ำแล้วเกิดฟองฟู นอกจากนี้ยังมียาโซเดียมไบคาร์บอเนตในยาธาตุน้ำแดงด้วย

2. ใช้ในคนไข้ที่ไตทำงานบกพร่อง ซึ่งร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกได้ตามปกติ ทำให้การควบคุมสมดุลความเป็นกรดด่างในเลือดผิดปกติ โดยมากผู้ป่วยจะมีเลือดเป็นกรด จึงจำเป็นต้องใช้ยาโซเดียมไบคาร์บอเนต เพื่อปรับค่ากรดด่างในเลือดให้เหมาะสม โดยแพทย์จะปรับขนาดยาจากผลเลือด และยังต้องควบคุมปริมาณโซเดียมของคนไข้ด้วย หมายความว่ายานี้ไม่ใช่ยาที่คนไข้จะหากินเองได้ตามใจชอบ

สำหรับคนที่กินโซเดียมไบคาร์บอเนต หรือโซดามินต์ โดยไม่มีข้อบ่งใช้ใดๆ จะต้องระวังให้มาก เนื่องจากโดยปกติเราต้องลดการบริโภคโซเดียม หรือเกลือ เพราะการที่เราบริโภคโซเดียมมากเกินไป ทำให้เกิดการคั่งของเกลือ และน้ำ ส่งผลให้ไตทำงานเพิ่มขึ้น และมีผลต่อความดันโลหิต หัวใจก็จะทำงานหนักขึ้น จึงเห็นว่าความเชื่อในการบริโภคน้ำด่าง หรือโซดามินต์ไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย แถมยังต้องระวังผลกระทบต่อร่างกายในด้านอื่นๆ ที่จะตามมาอีกด้วย

ฉะนั้นไม่ว่า จะกิน จะดื่มอะไร ขอให้เป็นไปตามปกติ และเดินทางสายกลาง แต่ถ้าเราไปหาโน่นนี่มาเสริมโดยไม่มีความรู้จริงๆ ก็ขอให้ไปปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรดีกว่า เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์ และไม่มีโทษกับตัวของเรา

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคข้อมูลท่วมท้น แล้วยังมีพวกที่ยกตัวเองเป็นกูรูออนไลน์ ที่ชอบเอาแพะไปชนกับแกะ ถ้าเราหลงเชื่อคนจำพวกที่ว่านั้น เราก็ไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้น ก่อนจะเชื่ออะไรก็ตาม ขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อน และต้องมีภูมิคุ้มกันเวลาเสพสื่อสารมวลชนทุกชนิดด้วย แล้วต้องไม่เชื่อสิ่งที่ไม่สามารถระบุที่มาที่ไปอย่างชัดเจนได้

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระอัครมเหสีคู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808167

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี  พระอัครมเหสีคู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระอัครมเหสีคู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศุภฤกษ์เกริกเกียรติแท้ ยินดี

เฉลิมพระชนม์พระราชินี มิ่งข้า

สมเด็จพระสุทิดามี ศักดิ์ยิ่ง แท้นา

คู่กษัตริย์ขัตติยหล้า ก่อเกื้อแผ่นดิน

วันดีที่เลิศลํ้า มงคล

สามมิถุนายน แซ่ซ้อง

เทพไท้บันดาลดล พรเลิศ ยิ่งแฮ

ทรงพระเจริญราษฎร์พ้อง เทิดให้พระองค์

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด

นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร ประพันธ์

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2521 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตลอดจนพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งปวงเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร โดยมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อยและย่อท้อแต่อย่างใด ดั่งพระราชดำรัสเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ความว่า“…ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี…”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงใส่พระราชหฤทัยในสุขทุกข์ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งเริ่มรุนแรงขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 นั้น ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณและพระราชทานความช่วยเหลือในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถุงยังชีพ หน้ากากอนามัย และสิ่งของอื่นๆที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาและพระราชทานไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ และชุมชนแออัด รวมทั้งทรงเย็บหน้ากากผ้าด้วยพระองค์เอง ซึ่งประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม

ทรงสืบสานพระราชปณิธาน พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านผ้าไทย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจยาวนานกว่า 6 ทศวรรษในการพัฒนาส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” จากสิ่งทอของชาวบ้านที่เกือบสูญหายให้กลับมาเป็นอาภรณ์อันทรงคุณค่า เป็น“มรดกแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น”ที่คนไทยและคนทั่วโลกยอมรับถึงคุณค่าและความงดงามอันประเมินค่ามิได้

ทุกโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ หรือเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ จะทรงฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วย “ผ้าไหมไทย” ที่มีลวดลายงดงามและเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ชุดไทยแบบพระราชนิยมหรือฉลองพระองค์ชุดไทยที่ตัดเย็บแบบร่วมสมัย รวมถึง “กระเป๋าทรงถือ”ที่เข้าชุดกับฉลองพระองค์ ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่ทำมาจากเศษผ้าไหมที่เหลือจากการตัดฉลองพระองค์ ทรงใช้ทักษะด้านการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของเหลือใช้ ด้วยทรงตระหนักถึงการจัดการสิ่งของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เหลือทิ้งเป็นเศษขยะ

ในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ซึ่งตัดเย็บด้วย “ผ้าไทย” งามสมพระเกียรติเป็นที่จับตายิ่ง ตามที่ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะสืบสานพระราชปณิธานใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในการเผยแพร่ความงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้าทอจากภูมิปัญญาคนไทย และส่งเสริมผ้าไทย ตลอดจนงานหัตถกรรมไทยให้ชาวโลกรู้จักไปทั่วโลก นอกจากฉลองพระองค์แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงเลือก “กระเป๋าทรงถือ” ที่เข้าชุดกันกับฉลองพระองค์จนเป็นที่กล่าวขานถึง

ทรงตระหนักถึงปัญหาการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตระหนักถึงปัญหาการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กไทย โดยเสด็จพระราชดำเนินเข้าร่วมการประชุมสุดยอดการคุ้มครองเด็ก “Child Protection Summit, Bangkok 2024” ซึ่ง สมเด็จพระราชินีซิลเวีย แห่งราชอาณาจักรสวีเดน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมดังกล่าว จัดโดย มูลนิธิเด็กโลก (World Childhood Foundation) ในสมเด็จพระราชินีซิลเวีย แห่งราชอาณาจักรสวีเดน และมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguardkids Foundation) ประเทศไทย ร่วมด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุม ESCAP Hall ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC)

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสในงานดังกล่าวว่า “สมเด็จพระราชินีซิลเวีย เรนาเทอ ซอมแมร์ลัธ แห่งราชอาณาจักรสวีเดน เป็นที่รู้จักของคนไทย เพราะพระองค์เป็นเพื่อน เป็นมิตรที่ดีของคนไทยและประเทศไทย การทำงานตลอดชีวิตของพระองค์ได้ดูแลเด็กๆ ทั่วโลก พระองค์ทรงงานอย่างหนักในการทำงานให้กับมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก เพื่อที่จะคุ้มครองและทำให้เด็กมีความปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือการเอารัดเอาเปรียบต่อเด็ก

การทำงานเป็นหุ้นส่วนกับมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก การทำงานร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเรากำลังเผชิญปัญหาหลายคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเมิดทางเพศต่อเด็ก และการนำเด็กมาเป็นสินค้า เราจะขยายการทำงานในอินเตอร์เนต เพราะการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ได้สร้างและเพิ่มอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กๆ ดังนั้นเราจะปกป้องเด็กพวกนี้ได้อย่างไร เมื่อความเสี่ยงนั้นมากกว่าสิ่งที่เราควรจะทำได้

เราจะต้องนำผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อที่มาดูแลปัญหานี้ และมีความพยายามต่างๆ จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล เอกชนและหุ้นส่วนที่ทำงานกันในระดับนานาชาติ เพื่อให้เด็กนั้นมีความปลอดภัย อันนี้เป็นปัจจัยหลักและเป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคนที่เราจะต้องแบ่งปันกัน เด็กๆ นั้นเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุด เขาควรจะมีการเจริญเติบโตและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัย เราจะต้องผลักดันให้มีการทำงานเรื่องนี้ให้อนาคตของเด็กสดใส รุ่งเรือง เด็กทุกคนมีสิทธิในชีวิตของเขา มีสิทธิที่จะได้รับความรักมีความสุข มีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา สิทธิในการเล่น และมีสิทธิในการเจริญเติบโตในทิศทางที่ดีด้วย

ความจำเป็นในการทำงานจากความยุ่งยากให้ง่ายขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิต่างๆ เด็กจะได้รับทุกคน ข้าพเจ้าหวังว่าการแบ่งปันข้อมูลต่างๆ อาจจะทำให้การทำงานเจริญรุ่งเรือง อยากขอขอบพระคุณสมเด็จพระราชินีแห่งสวีเดน ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมประชุมในครั้งนี้สำหรับอนาคตที่ดีของเด็กๆ ของเรา”

พระปรีชาสามารถและพระราชหฤทัยที่จะทรงสืบสานกีฬาเรือใบ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญและทรงสนพระราชหฤทัยที่จะทรงสืบสานกีฬาเรือใบด้วยการทรงร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ 2 รายการแข่งขัน โดยครั้งแรกทรงร่วมการแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 35 ในทีมเรือใบ รุ่น ไออาร์ซีซีโร (IRC Zero) หมายเลขเรือ THA 72 ณ หาดกะตะ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตโดยทีมเรือใบของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี สามารถเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1

ครั้งที่ 2 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ ข้ามอ่าว ทรงเป็นผู้แทนทีมวายุ ซึ่งเป็นทีมชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบข้ามอ่าว เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลนิรันดร หางเสือเรือพระที่นั่ง“เวคา” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถและนำทีมเข้าเส้นชัยที่อ่าวเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นลำดับที่ 1 ด้วยเวลา 4.33 ชั่วโมง

การที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ แสดงถึงพระปรีชาสามารถในด้านกีฬาเรือใบ และทรงร่วมน้อมรำลึกในพระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ ทรงพระปรีชาสามารถ และประสบความสำเร็จในระดับสากล อีกทั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงมุ่งหวังที่จะสืบสานกีฬาเรือใบของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ และระดับนานาชาติ รวมทั้งทรงส่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจแก่นักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนให้ได้ฝึกฝนทักษะและพัฒนาต่อยอดการเล่นเรือใบสู่ระดับสากลต่อไป

ด้วยพระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม จึงทรงเป็น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสง่างามยิ่ง ในโอกาสอันเป็นมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ปกอภิบาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เจริญด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคลพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญสถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาสถาพรตราบกาลนานเทอญ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นแบบอย่างและทรงสง่างามด้วยฉลองพระองค์ผ้าไทย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจยาวนานกว่า 6 ทศวรรษในการพัฒนาส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” จากสิ่งทอของชาวบ้านที่เกือบสูญหายให้กลับมาเป็นอาภรณ์อันทรงคุณค่า “มรดกแห่งภูมิปัญญา ท้องถิ่น” ที่คนไทยและคนทั่วโลกยอมรับถึงคุณค่าและความงดงามอันประเมินค่ามิได้ โดยเฉพาะงานด้านการพัฒนาผ้าไหมไทยและผ้าพื้นเมืองของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทุกครั้งที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่หรือเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ จะทรงฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วย “ผ้าไหมไทย” ที่มีลวดลายงดงามและเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ชุดไทยแบบพระราชนิยม หรือฉลองพระองค์ชุดไทยที่ตัดเย็บแบบร่วมสมัย รวมถึง “กระเป๋าผ้าไหมทรงถือ” เป็นงานหัตถกรรมที่ทำมาจากเศษผ้าไหมที่เหลือจากการตัดฉลองพระองค์ในแต่ละชุดทรงใช้ทักษะด้านการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของเหลือใช้ ด้วยทรงตระหนักถึงการจัดการสิ่งของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เหลือทิ้งเป็นเศษขยะ

ภาพความงามสง่าในฉลองพระองค์ผ้าไทย เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก ในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 4ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2566 ที่ผ่านมานั้น

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ซึ่งตัดเย็บด้วย “ผ้าไทย” งามสมพระเกียรติเป็นที่จับตายิ่ง ตามที่ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะสืบสานพระราชปณิธานใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในการเผยแพร่ความงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้าทอจากภูมิปัญญาคนไทย และส่งเสริมผ้าไทย ตลอดจนงานหัตถกรรมไทยให้ชาวโลกรู้จักไปทั่วโลก นอกจากฉลองพระองค์แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงเลือก “กระเป๋าทรงถือ” ที่เข้าชุดกันกับฉลองพระองค์ จนเป็นที่กล่าวขานถึง

นับว่าทรงเป็น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นแบบอย่างและทรงสง่างามยิ่ง

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 3 มิถุนายน 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2567

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้โดยชอบ ผ่านแอปพลิเคชั่น “สมาธิเสบียงบุญ” ระหว่างวันที่ 1-7 มิถุนายน 2567 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2567 โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ภายหลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2562 แล้วนั้น พระราชกรณียกิจแรกในฐานะสมเด็จพระราชินี คือโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน ไปถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

สำหรับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ถือเป็นการเริ่มต้นพระราชกรณียกิจด้านการศาสนา นับเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร นอกจากนั้น เมื่อถึงฤดูกาลถวายผ้าพระกฐิน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินในพระอารามหลวงต่างๆ รวมทั้งเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในฉลองพระองค์ชุดไทยราชนิยมแบบต่างๆ อันงดงาม

ชวนร่วมงาน’เทศกาลโขนกรุงศรี ปีที่ 5′ จัดขึ้น 30 พ.ค. – 3 มิ.ย.นี้ ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808181

ชวนร่วมงาน'เทศกาลโขนกรุงศรี ปีที่ 5' จัดขึ้น 30 พ.ค. - 3 มิ.ย.นี้ ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ชวนร่วมงาน’เทศกาลโขนกรุงศรี ปีที่ 5′ จัดขึ้น 30 พ.ค. – 3 มิ.ย.นี้ ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.01 น.

‘รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา’ร่วมชม’เทศกาลโขนกรุงศรี ปีที่ 5’ปรากฏการณ์แห่งโขนในแผ่นดินต้นกำเนิด 30 พ.ค. – 3 มิ.ย. ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เข้าชมฟรีทุกการแสดง

เมื่อวันที่ 1  มิ.ย.2567 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา , นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา , นายภูผา ลิกค์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าเยี่ยมชม “เทศกาลโขนกรุงศรี ปีที่ 5” ‘ปรากฏการณ์แห่งโขนในแผ่นดินต้นกำเนิด’  ที่จัดโดย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา , สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , กระทรวงวัฒนธรรม , กรมศิลปากร และหน่วยงานพันธมิตร

ทั้งนี้คณะผู้บริหาร ได้รับชม การแสดงชุดพิเศษ “อยุธยาเมืองกำเนิดโขน” โดย กลุ่มปลากระป๋อง School , การแสดงมหกรรมระนาด โดย บ้านดนตรีไทยคุณพระอโยธยา และ กลุ่มเด็ก ๆ อยุธยายามเย็น , โขนรามเกียรติ์ ตอน สีดาหาย-ถวายพล-ยกรบ โดย วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ท่ามกลางประชาชน และนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างคับคั่ง

สำหรับ “เทศกาลโขนกรุงศรี ปีที่ 5” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 16.30-22.00 น. ณ ลานหลังวัดมหาธาตุ ลานหลังวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นพื้นที่ให้กับการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนเป็นรายได้ให้กับผู้ประกอบการในจังหวัด   โดยตลอดทั้งงานจะมีการแสดงโขนชุดใหญ่จากหลากหลายคณะ อาทิ การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอน “นางลอย” , การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอน ศึกพรหมมาศ โดย คณะไก่แก้วการละคร , การแสดงโขนรามเกียรติ์ตอน สีดาหาย-ถวายพล-ยกรบ โดย วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี , โขนเยาวชน ตอน กำเนิดสงคราม รามเกียรติ์ โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม , โขนเยาวชน ตอน พิเภกถูกไล่ ชูกล่องดวงใจทศศรีพระจักรีคืนนคร

โดย วิทยาลัยนาฎศิลปสุพรรณบุรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนและประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยการแสดงจากศิลปิน สุนทราภรณ์ , กานต์ ทศน , นัน อนันต์ และยังมีกิจกรรมสาธิตทางวัฒนธรรม กิจกรรม DIY ต่างๆ ภายในบริเวณงาน มีการออกร้าน จำหน่ายสินค้าที่ระลึก ร้านอาหารมากกว่า 70 ร้านค้า นิทรรศการโขน นิทรรศการสายโลหิต จุดถ่ายภาพที่สะท้อนความเป็นไทย การตกแต่งที่สวยงาม พร้อมไฟประดับยามค่ำคืน กิจกรรมทั้งหมดสร้างสรรค์โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการโดย บริษัท คอม อาร์ต โปรดักชั่น จำกัด โดยมีนายศุภวัฒน์ จงศิริ ‘ศุภักษร’ ผู้กำกับชื่อดังร่วมกำกับการแสดง

“โขน” ถือเป็นแหล่งกำเนิดนาฏศิลปินชั้นสูงที่สำคัญตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และปัจจุบันได้รับการยกย่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเทศกาลนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ทำให้คนภายในและภายนอกจังหวัดได้มาเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมไทยจากผืนแผ่นดินต้นกำเนิด โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมฟรีได้ทุกการแสดง

ติดตามรายละเอียด เพิ่มเติม Live สดทุกวันผ่าน Facebook : Ayutthaya Tourism and Sports และComm Arts Production https://www.facebook.com/ayutoursports/, https://www.facebook.com/Commartsproduction

‘ม.เกษตร’ต่อยอด’KU CARE’รุ่น 2 ยกระดับผู้บริหาร-องค์กรสู่มาตรฐานอย่างยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808150

'ม.เกษตร'ต่อยอด'KU CARE'รุ่น 2  ยกระดับผู้บริหาร-องค์กรสู่มาตรฐานอย่างยั่งยืน

‘ม.เกษตร’ต่อยอด’KU CARE’รุ่น 2 ยกระดับผู้บริหาร-องค์กรสู่มาตรฐานอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 09.50 น.

ผศ.ดร.กมลพรรณ แสงมหาชัย ผู้อำนวยการ (Director) หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำระดับสูงด้านธุรกิจที่ยั่งยืน หรือ หลักสูตร KU CARE เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับหลักสูตร เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงด้านการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถอยู่รอดในด้านเศรษฐกิจ มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และทำกำไรได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายสำหรับผู้นำระดับสูงของภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยหลักสูตรดังกล่าวจะมุ่งเน้นนโยบายสีเขียว การพัฒนาอย่างยั่งยืน การจัดการการเปลี่ยนแปลง และการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การเตรียมรับมือกับเงื่อนไขด้าน climate change CBAM และ green finance ที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

รวมถึงการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานและแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่เป็นที่ยอมรับ ขับเคลื่อนองค์กรและประเทศสู่ Netzero และ Carbonneutrality

“หลักสูตร  KU CARE รุ่นที่ 2 เป็นการต่อยอดหลักสูตรเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางด้านธุรกิจมากขึ้น โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้ใบประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงเข้าร่วมเครือข่ายกับผู้นำระดับสูงขององค์กรระดับประเทศ และนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์”

สำหรับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิของหลักสูตร ประกอบด้วย นางสาวชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานอาวุโส กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC นายจิรายุส ทรพัย์ศรีโสภา CEO & Founder Bitkub

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และนายชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่การบริหารความยั่งยืน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (SCG) เป็นต้น

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2790132

เอกอัครราชทูตโปแลนด์ จัดงานรำลึก "โจเซฟ คอนราด" ครบรอบ 100 ปี

3 มิ.ย. 2567 04:55 น.

เอกอัครราชทูตโปแลนด์ จัดงานรำลึก “โจเซฟ คอนราด” ครบรอบ 100 ปี

@อาร์ตูร์ ดมอฮอฟสกี ทูตโปแลนด์ จัดงานรำลึกถึงนักประพันธ์ชาวโปแลนด์ โจเซฟ คอนราด ในโอกาสเสียชีวิตครบรอบ 100 ปี โดยมี พรเสก-ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, อัศวิน-ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล และ วิบูลย์ ศุภกรพงศ์กุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567 …..เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ….ขอทรงพระเจริญ

  • การบริหารปกครองประเทศ ที่จะต้องสร้างความสมดุลทั้งเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม….ท่ามกลาง วิกฤติทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นภาระหนักของ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่าง รัฐบาลทหารกับรัฐบาลพลเรือน….ที่ยังวนเวียนอยู่ใน ความขัดแย้งทางความคิด….วิกฤติการเมืองในอดีตที่ถูกรื้อฟื้น จากส่วนบุคคลลากเข้าไปในระบบ….กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ตกเป็นกลไกกับดัก ในการตรวจสอบทางการเมือง…..ถ้าการเมืองยังไม่นิ่ง เศรษฐกิจยังถดถอย สังคมเสื่อมทรุด….ส่งสัญญาณ ประเทศไทยกำลังถอยหลังเข้าคลอง…
ดีมาก อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวตู้สลับแบตเตอรี่สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมชูนวัตกรรมพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมี ไลโอเนล ลี, จินซี ลี, คาร์ล หว่อง และ โรเดอริก เจีย มาร่วมงานด้วย ที่บริษัทโอยิกะ วันก่อน.
ไม่ลืม อาร์ตูร์ ดมอฮอฟสกี ทูตโปแลนด์ จัดงานรำลึกถึงนักประพันธ์ชาวโปแลนด์ โจเซฟ คอนราด ในโอกาสเสียชีวิตครบรอบ 100 ปี โดยมี พรเสก-ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, อัศวิน-ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล และ วิบูลย์ ศุภกรพงศ์กุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • จะด้วยเหตุผลใดก็ตามหรือต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในฐานะนักกฎหมายมืออาชีพของ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มานั่งเป็น ที่ปรึกษานายกฯเศรษฐา….เป็นเพราะ อดีตรองนายกฯ วิษณุ เป็น มือร่างรัฐธรรมนูญ นั่งอยู่ใน คณะกรรมการกฤษฎีกา ผ่านการบริหารงานในระบบราชการ เคยเป็นเลขาธิการ ครม. ย่อมมีความเชี่ยวชาญ อ่านรู้ดูเป็น ข้อกฎหมายเป็นพิเศษ….เกิดข้อเปรียบเทียบ ในเมื่อฝ่ายกฎหมายอาวุโสของ เพื่อไทย มีเป็นเข่ง อาทิ ชูศักดิ์ ศิรินิล หรือ ชัยเกษม นิติสิริ….ยังต้องเชิญเนติบริกร วิษณุ เครืองาม มาเสริมทัพอีกแรง….สังคมอดโฟกัสไปที่ คดี 40 สว. ร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบคุณสมบัติ นายกฯเศรษฐา กรณีตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไม่ได้ แม้ นายกฯเศรษฐา จะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยว ก็ตาม จริงมะ…
จากเยอรมนี ณพัชร อัมพุช และ เบญจ เบญจรงคกุล เปิดตัว “มอร์เกน ประเทศไทย” แบรนด์ลักชัวรีโฮมออโตเมชั่นชั้นนำของโลกจากเยอรมนี ผสมผสานดีไซน์ ศิลปะและเทคโนโลยี โดยมี ภาวิส ไกรฤกษ์, สิทธิ เนื่องจํานงค์ และ ประณัย พรประภา มาร่วมงานด้วย ที่เกษรวิลเลจ วันก่อน.
  • แทนที่ทัวร์จะลง นายกฯเศรษฐา….กลายเป็นว่า อดีตรองนายกฯ วิษณุ ตกที่นั่ง เป็นลานจอดรถทัวร์ ไปฉิบ…..วัชระ เพชรทอง อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ อดีตรองนายกฯ วิษณุ ส่อว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่…. เหตุผลที่ส่งหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. … อ้างว่า อดีตรองนายกฯ วิษณุ เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองตั้งแต่ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มาจนถึง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งราชบัณฑิตสาขาวิชากฎหมายปกครอง และ ที่ปรึกษานายกฯเศรษฐา…เคย แจ้งบัญชีทรัพย์สิน ตอนที่พ้นตำแหน่งเอาไว้ จำนวน 118 ล้านบาท…ขอให้ตรวจสอบว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ในฐานะที่รับราชการปกติ เหตุใดจึงมีทรัพย์สินร่ำรวยจำนวนมาก……หรือในกรณีที่ จุลพงศ์ อยู่เกษ สส.ก้าวไกล ออกมาวิจารณ์ในฐานะลูกศิษย์กับอาจารย์ ที่เคยสอบวิชากฎหมายจนได้คะแนน 98 คะแนน จาก 100 คะแนน…..ขอร้องให้ อดีตรองนายกฯ วิษณุ วางมือทางการเมือง เพราะเป็นห่วงสุขภาพ….“ขออนุญาตเรียนไปยังอาจารย์วิษณุ แม้ท่านจะลงเรือแป๊ะมาแล้ว ตอนนี้ผมไม่ได้ห่วงว่าท่านจะล่มไปพร้อมกับเรือนิด แต่ผมเป็นห่วงสุขภาพของท่าน”……จบข่าว..
ยอดเยี่ยม ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ และ มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ มอบรางวัลให้ผู้ประกอบการยอดเยี่ยมของหลักสูตร LEAD รุ่น 5 โดยมี วิพาสน์พร ศรีพุ่ม, ณภัสสร ฉลาดมากุล และ ต้องตา อาชาเทวัญ มารับรางวัลด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ฮัดเช้ยจุดเริ่มต้นวิบากกรรม ในตำแหน่งผู้นำประเทศ ของ นายกฯเศรษฐา ยังอีกยาวนาน….แต่ Show Must Go On….วันก่อน นายกฯเศรษฐา ไปเป็นประธานเปิดงาน Bangkok Pride Festival 2024 พร้อม จักรพงษ์ แสงมณี รมต.ประจำสำนักนายกฯ…โดยมี เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวฯ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมฯ และ อรรณว์ ชุมาพร ผู้ก่อตั้งและคณะทำงานบางกอกไพรด์ ร่วมงาน…..คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมงานกว่า 2 แสนคน….ประกาศพร้อมผลักดัน กฎหมายสมรสเท่าเทียม ขับเคลื่อนให้ไทย เป็นหมุดหมายปลายทางสำหรับผู้มีความหลากหลายจากทั่วโลก ไปสู่มาตรฐาน World Pride ที่ไทยพร้อมจะเป็นเจ้าภาพในปี 2030…นอกจากนี้ยังสนับสนุนขับเคลื่อนให้ไทยเป็น IGNITE AGRICULTURE HUB จับมือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ แถลงวิสัยทัศน์ ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเกษตรและอาหารของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน ….ต่อด้วยการเปิดโครงการ Thailand Buffalo Heritage ขับเคลื่อนเอกลักษณ์ ควายไทย อีกกระทอก.
สัมมนา เคนอิจิ ยามาโตะ และ ริชาร์ด ยอร์ก จัดงาน “Krungsri-MUFG ESG Symposium 2024” การสัมมนาด้าน ESG เพื่อสนับสนุนธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านให้เกิดความยั่งยืน โดยมี ไพโรจน์ ชื่นครุฑ และ ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ วันก่อน.
วิวาห์ชื่นมื่น ลาวัลย์ กันชาติ, รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์, ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร, วิทูร เลิศพนมวรรณ และ เจษฎ์สุดา บัวเลิศ มาร่วมอวยพรในงานวิวาห์ระหว่าง แพร บุตรี นพ.ศุภพงษ์-สุนทรี จรรโลงบุตร กับ อเล็กซ์ บุตร วิทยา–จรีภรณ์ ประจวบลาภ ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท วันก่อน.
  • ไหนๆก็ไหนๆ ทุเรียนไทย ฮอตทั้งในประเทศและต่างประเทศ…ชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล แถลงอ้างข้อมูลจาก กระทรวงพาณิชย์ ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า 717 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 26,385 ล้านบาท…มีคู่แข่งเป็น เวียดนาม ที่ ส่งออกทุเรียนไปจีน จำนวน 79,186 ตัน มูลค่า 369 ล้านเหรียญ เท่านั้น…ยอดส่งออกทุเรียนไทย ไปต่างประเทศ ช่วง 4 เดือนแรก กว่า 225,204 ตัน…. ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ แนวโน้มการส่งออกทุเรียนไปยังจีน ในปี 2567 คาดจะเติบโตที่ร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา…แต่ลดลงจากอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 30 ในปีก่อน ที่เคย ส่งออกไปจีน ได้ถึงร้อยละ 18.2 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยทั้งหมดที่ส่งไปยังจีน….อย่างไรก็ตามคาดว่า มูลค่าการส่งออกของทุเรียน ในปีนี้จะมีมูลค่าถึง 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ….. เกษตรกรจะได้เฮง เฮง รวย รวย ซะที…
ให้น้อง ตรีรนันท์ ลีฬหาวงศ์ และ กนกพร วิจิตรคุณาภรณ์ มอบของเล่นเสริมพัฒนาการอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้าและสิ่งของใช้แล้วสภาพดี จากกิจกรรม “Drop & Shop for Kids” มูลค่า 798,286 บาท ให้ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ที่มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน วันก่อน.
  • แสดงความยินดีในโอกาสที่ พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท. พร้อมด้วย กนกพร รอดรุ่งเรือง ผช.กรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม และ ธนพล ประภาพันธ์ ผจก.ฝ่ายลงทุนสัมพันธ์ ปตท. เป็นผู้แทนเข้ารับ 7 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2567 ตอกย้ำความเป็นเลิศของผู้นำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล…..เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวฯ รับนโยบาย นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ต่อยอดวิสัยทัศน์ IGNITE TOURISM THAILAND กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทย นำทีมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีรุ้ง เฉลิมฉลองเดือนแห่ง Pride อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการจัดอีเวนต์ทั่วประเทศ แสดงจุดยืนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศในการเป็น Top LGBTQ+Pride Friendly Destination พร้อมผลักดันประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ InterPride World Conference 2025 และ Bangkok World Pride 2030

“อินทรีเหล็ก”

จีนเริ่มหมดความอดทนสหรัฐฯ ล้ำเส้นขายอาวุธให้ไต้หวัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790283

จีนเริ่มหมดความอดทนสหรัฐฯ ล้ำเส้นขายอาวุธให้ไต้หวัน

3 มิ.ย. 2567 07:13 น.

จีนเริ่มหมดความอดทนสหรัฐฯ ล้ำเส้นขายอาวุธให้ไต้หวัน

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. รัฐบาลจีนได้แสดงจุดยืนที่หนักแน่นต่อสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน โดยนายตง จุน รมว.กลาโหมจีน กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดความมั่นคงแชงกรี-ลา ที่สิงคโปร์ว่า ท่าทีแบ่งแยกดินแดนของรัฐบาลไต้หวันและความพยายามของอิทธิพลต่างชาติที่เข้ามาแทรกแซงการเมืองไต้หวัน ได้ทำให้ความพยายามในการรวมชาติอย่างสันติ ถูกกัดกร่อนไปทุกขณะ

รัฐมนตรีกลาโหมจีนกล่าวต่อไปว่า เรื่องของไต้หวันถือเป็นแก่นในแก่นของรัฐบาลจีน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ได้พยายามอย่างต่อเนื่องในเรื่องการแบ่งแยกดินแดนและลบตัวตนของความเป็นจีน ดูจากแถลงการณ์ไม่นานมานี้ ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการทรยศต่อชาติจีนและบรรพบุรุษของตัวเอง และรัฐบาลจีนจะดำเนินการอย่างหนักแน่น เพื่อกำราบความพยายามที่จะทำให้ไต้หวันกลายเป็นเอกราช

ทั้งนี้ นายตง จุน ยังกล่าวเตือนรัฐบาลสหรัฐฯด้วยว่า ความพยายามขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับไต้หวัน ถือเป็นการล้ำเส้น และยิ่งเป็นการส่งสัญญาณผิดๆไปยังไต้หวัน และทำไต้หวันมีความก้าวร้าวมากขึ้น เห็นได้ชัดเลยว่า เป้าประสงค์ที่แท้จริงของมหาอำนาจต่างชาติ คือการใช้ไต้หวันเป็นเครื่องมือปิดล้อมจีน.

มัลดีฟส์ประกาศห้ามผู้ถือพาสปอร์ตอิสราเอลเข้าประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790276

มัลดีฟส์ประกาศห้ามผู้ถือพาสปอร์ตอิสราเอลเข้าประเทศ

3 มิ.ย. 2567 06:52 น.

มัลดีฟส์ประกาศห้ามผู้ถือพาสปอร์ตอิสราเอลเข้าประเทศ

มัลดีฟส์ประกาศห้ามผู้ถือพาสปอร์ตอิสราเอลเข้าประเทศ ท่ามกลางภาวะสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไปแล้วกว่า 36,000 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบประธานาธิบดีมัลดีฟส์ประกาศผ่านแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย. 2567 ว่า ดร.โมฮาเหม็ด มูอิซซู ประธานาธิบดี ตั้งใจที่จะบังคับใช้มาตรการห้ามผู้ถือพาสปอร์ตอิสราเอลเข้าประเทศ หลังจากได้รับคำแนะนำจากคณะรัฐมนตรีของเขา

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า จะมีการแก้กฎหมายของมัลดีฟส์เพื่อให้สอดรับกับมาตรการนี้ และจะมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการของคณะรัฐมนตรีขึ้นมาเพื่อใช้กำกับดูแลการบังคับใช้มาตรการนี้

ด้านกระทรวงต่างประเทศของอิสราเอลออกคำแนะนำใหม่ถึงพลเรือนของตัวเองทันที หลังจากมัลดีฟส์ประกาศแผนการแบน โดยเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเกาะท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้ และสำหรับชาวอิสราเอลที่อยู่ในมัลดีฟส์อยู่แล้ว พวกเขาก็ขอแนะนำให้เดินทางออกมา เพราะหากเกิดเหตุใดๆ ขึ้นมา พวกเขาก็ยากที่จะให้ความช่วยเหลือ

แถลงการณ์ของมัลดีฟส์ระบุอีกว่า ประธานาธิบดีมูอิซซู ได้ประกาศแต่งตั้งทูตพิเศษเพื่อประเมินความต้องการของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องของพวกเขาในปาเลสไตน์ ร่วมกับ สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA)

นอกจากนั้น ประธานาธิบดีมูอิซซู ยังเตรียมเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศภายใต้สโลแกนว่า “ชาวมัลดีฟส์เป็นหนึ่งเดียวกับปาเลสไตน์” ด้วย

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาะหาดสวรรค์แห่งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก ประธานาธิบดีมูอิซซู ประกาศว่าอิสราเอลที่โจมตีค่ายผู้พลัดถิ่นในเมืองราฟาห์ จนทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 45 ศพ และบาดเจ็บอีกมากกว่า 200 คน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการหยุดยิง และยุติความรุนแรงในทันที.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฮือฮา เจ้าพ่อสื่อ ‘รูเพิร์ต เมอร์ด็อก’ วัย 93 ปี แต่งงานครั้งที่ 5

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790271

ฮือฮา เจ้าพ่อสื่อ ‘รูเพิร์ต เมอร์ด็อก’ วัย 93 ปี แต่งงานครั้งที่ 5

3 มิ.ย. 2567 03:20 น.

ฮือฮา เจ้าพ่อสื่อ ‘รูเพิร์ต เมอร์ด็อก’ วัย 93 ปี แต่งงานครั้งที่ 5

รูเพิร์ต เมอร์ด็อก เข้าพิธีแต่งงานเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ในวัย 93 ปี กับหญิงชาวรัสเซียอดีตนักชีววิทยา ซึ่งเริ่มคบหากันเมื่อปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รูเพิร์ต เมอร์ด็อก นักธุรกิจใหญ่ในวงการสื่อ วัย 93 ปี เข้าพิธีวิวาห์เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ที่ไร่องุ่นของเขาเองในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา กับ น.ส. เอเลนา ชูโควา นักชีววิทยาเกษียณอายุชาวรัสเซีย วัย 67 ปี

นายเมอร์ด็อกกับ น.ส.ชูโควา พบกันครั้งแรกที่งานเลี้ยงซึ่งจัดโดย เวนดี เติ้ง นักธุรกิจสัญชาติจีน หนึ่งในภรรยาเก่าของเจ้าพ่อสื่อรายนี้ โดยข่าวลือว่าทั้งคู่กำลังคบหากัน เกิดขึ้นไม่นานหลังจากการหมั้นหมายระหว่างนายเมอร์ด็อกกับ น.ส.แอนน์ เลสลีย์ สมิธ อดีตอนุศาสนาจารย์ ถูกยกเลิกอย่างกระทันหันในเดือนเมษายน 2566

ทั้งนี้ นายเมอร์ด็อกเกิดที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นประธานกลุ่มบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ ‘นิวส์ คอร์เปอเรชัน’ (News Corporation) ซึ่งเป็นเจ้าของสื่อใหญ่หลายเจ้าทั้ง ฟ็อกซ์ นิวส์, วอลล์สตรีทเจอร์นัล, เดอะ ซัน และไทม์ส ก่อนที่เขาจะลงจากตำแหน่งประธานบอร์ดของฟ็อกซ์ กับ นิวส์ คอร์ปฯ เมื่อปีก่อน แล้วให้ ลาคแลน ลูกชาย รับช่วงต่อ

นายเมอร์ด็อกมีลูกทั้งหมด 6 คน จากการแต่งงาน 4 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยภรรยาเก่าคนอื่นๆ ของเขาได้แก่ แพทริเซีย บุคเกอร์ แอร์โฮสเตทชาวออสเตรเลีย, แอนนา แมนน์ นักข่าวสัญชาติสกอตแลนด์ และ เจอร์รี ฮอลล์ นักแสดงและนางแบบชาวอเมริกัน

ส่วน น.ส.ชูโควาเคยแต่งงานกับนาย อเล็กซานเดอร์ ชูคอฟ มหาเศรษฐีน้ำมันชาวรัสเซีย โดยทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ชื่อ ดาชา ซึ่งปัจจุบันเป็นนักธุรกิจและไฮโซในสังคมรัสเซีย ดาชายังเป็นภรรยาของนาย โรมัน อับราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย จนถึงปี 2560 ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc