เซเลนสกีพบผู้นำสิงคโปร์ ลงนามข้อตกลง เพิ่มความเชื่อมต่อทางอากาศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790270

เซเลนสกีพบผู้นำสิงคโปร์ ลงนามข้อตกลง เพิ่มความเชื่อมต่อทางอากาศ

3 มิ.ย. 2567 03:11 น.

เซเลนสกีพบผู้นำสิงคโปร์ ลงนามข้อตกลง เพิ่มความเชื่อมต่อทางอากาศ

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเยือนสิงคโปร์เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดความมั่นคงเอเชีย และได้พบปะกับผู้นำสิงคโปร์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และลงนามข้อตกลงฉบับใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เดินทางเยือนประเทศสิงคโปร์ในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดความมั่นคงเอเชียที่เรียกว่า ‘แชงกรีลา ไดอะล็อก’ (Shangri-La Dialogue) และได้พบกับประธานาธิบดี ทาร์มาน ชานมูการัตนาม และนายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง เพื่อยืนยันความสัมพันธ์อันอบอุ่นและเป็นมิตรกันระหว่างทั้ง 2 ประเทศอีกครั้ง

ตามการเปิดเผยของกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ ประธานาธิบดีทั้งสองได้หารือกันหลากหลายประเด็นในเรื่องเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งในส่วนภูมิภาคและระหว่างประเทศ และเห็นชอบร่วมกันเรื่องความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศกับหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง

ขณะที่ในการพบปะกับนายกรัฐมนตรีหว่อง ทั้งคู่หารือกันเรื่องเหตุการณ์สำคัญบนโลก และเห็นชอบร่วมกันว่า อธิปไตย, อิสระทางการเมือง และบูรณภาพแห่งดินแดน ของทุกประเทศต้องได้รับความเคารพ พวกเขายังหารือกันเรื่องความเป็นไปได้ที่ยูเครนกับสิงคโปร์จะเพิ่มความร่วมมือระดับทวิภาคีในบางภาคส่วน เช่นการค้าและเศรษฐกิจ เป็นต้น

ด้านนายเซเลนสกีโพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เขาขอบคุณที่สิงคโปร์แสดงจุดยืนชัดเจนในการประณามการรุกรานของรัสเซีย, สนับสนุนการคว่ำบาตรเพื่อกดดันรัสเซีย และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นอกจากนั้น เขายังได้เชิญนายหว่องไปเข้าร่วมการประชุมสันติภาพว่าด้วยเรื่องสงครามในยูเครน ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน สำนักงานการบินพลเรือนของสิงคโปร์ (CAAS) เผยว่า เซเลนสกียังได้เป็นพยานการลงนาม ‘ข้อตกลงบริการทางอากาศ’ โดยข้อตกลงนี้จะสนับสนุนความเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างทั้งสองประเทศ อนุญาตให้สายการบินของทั้ง 2 ฝ่ายสามารถให้บริการเที่ยวบินโดยสารและเที่ยวบินขนสินค้าได้อย่างไม่จำกัด ทั้งปริมาณ, เส้นทาง และชนิดของเครื่องบิน

CAAS ระบุว่า ข้อตกลงนี้คือหลักชัยสำคัญในความสัมพันธ์ทางการบินระหว่างสิงคโปร์กับยูเครน และจะถูกบังคับใช้แทนที่ข้อตกลงก่อนหน้านี้ที่ทั้ง 2 ประเทศทำไว้เมื่อปี 2554

ทั้งนี้ แชงกรีลา ไดอะล็อก เป็นงานประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงทาสำคัญที่สุดของเอเชีย โดยผู้นำหรือผู้แทนจากประเทศต่างๆ จะหารือกันเรื่องความท้าทายทางความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งนี้ปีนี้ การให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครน เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือในการประชุม

เซเลนสกีกล่าวในช่วงถาม-ตอบของการประชุม แชงกรีลาฯ ว่า การทูต ในรูปแบบของการประชุมสุดยอดเพื่อสันติภาพที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ คือหนทางที่ดีที่สุดในการยุติสงคราม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในยูเครนไปแล้วหลายพันศพ นับตั้งแต่ปี 2565

ขณะที่นอกรอบการประชุมแชงกรีลาฯ เซเลนสกีได้เข้าพบกับผู้แทนจากหลายประเทศรวมถึง ประธานาธิบดี ปราโบโว ซุเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย, ผู้แทนจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ และนายโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา ประธานาธิบดีของติมอร์เลสเต

ผู้นำยูเครนยังได้พูดคุยกับนาย ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ นานกว่า 1 ชั่วโมงในวันอาทิตย์ โดยทั้งคู่ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความเข้มแข็งในความเป็นหนุ้นส่วนด้านการป้องกันทางยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศให้มากขึ้นไปอีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ยูเครนเตือน โรงไฟฟ้าพลังน้ำใหญ่สุดของประเทศ อยู่ในภาวะวิกฤติแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790274

ยูเครนเตือน โรงไฟฟ้าพลังน้ำใหญ่สุดของประเทศ อยู่ในภาวะวิกฤติแล้ว

3 มิ.ย. 2567 06:28 น.

ยูเครนเตือน โรงไฟฟ้าพลังน้ำใหญ่สุดของประเทศ อยู่ในภาวะวิกฤติแล้ว

ทางการยูเครนเตือน โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ อยู่ในภาวะวิกฤติ หลังจากถูกรัสเซียโจมตีในช่วงที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอิวาน เฟโดรอฟ หัวหน้าสำนักงานบริหารแคว้นซาปอริชเชีย บอกกับสถานีโทรทัศน์ของยูเครนว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ดนิโปร ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้ว และการจราจรรอบโรงงานแห่งนี้ก็ถูกปิดกั้นอย่างสิ้นเชิง ทำให้ประชาชนต้องขับรถข้ามสะพานเพื่ออ้อมไป

โรงงานไฟฟ้าพลังงานน้ำ ดนิโปร เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครนที่ถูกรัสเซียโจมตีอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกระทรวงพลังงานของยูเครนเตือนในวันอาทิตย์ที่ (2 มิ.ย. 2567) ว่า จะเกิดการขาดแคลนพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากปฏิกิริยาต่อเนื่องจากการโจมตี

กระทรวงพลังงานบอกด้วยว่า จำเป็นต้องมีการตัดไฟในหลายพื้นที่ของยูเครน หลังโรงงานไฟฟ้าในแคว้นซาปอริชเชีย, ดนิโปรเปตรอฟสก์, โดเนตสก์, คิโรโวห์ราด และ อิวาโน-ฟรานคิฟสก์ ถูกโจมตี ซึ่งนับเป็นการโจมตีระบบพลังงานครั้งใหญ่ของรัสเซียครั้งที่ 6 นับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.

ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ระบุว่า การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ความพยายามของรัฐบาลเคียฟ ที่จะสร้างความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานและการขนส่งของรัสเซีย

เมื่อปีก่อน เขื่อนโนวา คาคอฟกา ซึ่งเป็นทั้งเขื่อนและโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในภาคใต้ของยูเครน ซึ่งถูกรัสเซียยึดครองได้พังทลายลง โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลเรือนหลายคนคาดว่าน่าจะเป็นเพราะการระเบิดภายในโครงสร้าง

ทั้งนี้ ยูเครนกำลังเสียเปรียบอย่างหนักในพื้นที่แนวหน้า ซึ่งพวกเขาเผชิญการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยรัสเซียเปิดการรบที่สมรภูมิใหม่อีก 2 จุด ที่ชายแดนแคว้นคาร์คีฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และที่เมืองโรโบติเน ในแคว้นซาปอริชเชีย ทางตอนใต้ เพิ่มเติมจากในภูมิภาคดอนบาส ฉวยโอกาสที่ยูเครนขาดทั้งกำลังพลและอาวุธ

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงแห่งเอเชีย ที่เรียกว่า ‘แชงกรีลา ไดอะล็อก’ (Shangri-La Dialogue) ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยเขาเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเพื่อสันติภาพซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกล่าวหารัสเซียว่าพยายามขัดขวาง

เขายังขอบคุณ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ที่มีการตัดสินใจครั้งสำคัญ คือการอนุญาตให้ยูเครนใช้เครื่องกระสุนของอเมริกันโจมตีภายในดินแดนของรัสเซียได้อย่างจำกัด แต่สำทับว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เกาหลีเหนือเตรียมหยุดส่งบอลลูนขยะเข้าเกาหลีใต้ หลังส่งไปแล้ว 15 ตัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790269

เกาหลีเหนือเตรียมหยุดส่งบอลลูนขยะเข้าเกาหลีใต้ หลังส่งไปแล้ว 15 ตัน

3 มิ.ย. 2567 00:57 น.

เกาหลีเหนือเตรียมหยุดส่งบอลลูนขยะเข้าเกาหลีใต้ หลังส่งไปแล้ว 15 ตัน

เกาหลีเหนือเตรียมหยุดส่งบอลลูนขนขยะเข้าสู่เกาหลีใต้แล้ว หลังส่งบอลลูนไปเกือบ 1,000 ลูก เพื่อตอบโต้ที่นักเคลื่อนไหวเกาหลีใต้ส่งใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเปียงยางข้ามพรมแดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นับตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ 28 พ.ค. 2567 เกาหลีเหนือส่งบอลลูนเกือบ 1,000 ลูก บรรทุกขยะต่างๆ ตั้งแต่ ก้นบุหรี่ ไปจนถึง เศษกระดาษแข็งและพลาสติก ข้ามพรมแดนเข้าสู่เกาหลีใต้ จนทำให้กองทัพแดนโสมขาวต้องประกาศเตือนให้ประชาชนอย่าเข้าใกล้

เกาหลีใต้ยังประณามว่าการยั่วยุครั้งล่าสุดจากเกาหลีเหนือนี้เป็นการกระทำที่ “ไร้เหตุผล” และ “ชั้นต่ำ” อย่างไรก็ตาม การส่งบอลลูนขยะต่างจากการทดสอบยิงขีปนาวุธในช่วงที่ผ่านมาตรงที่ มันไม่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่องค์การสหประชาชาติบังคับใช้ต่อรัฐบาลเปียงยาง

รัฐบาลกรุงโซลเตือนในวันอาทิตย์ (2 มิ.ย.) ด้วยว่า พวกเขาจะใช้มาตรการตอบโต้อย่างรุนแรง ถ้าเกาหลีเหนือไม่หยุดการส่งบอลลูนขยะ ซึ่งเกาหลีใต้อ้างว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงพักรบซึ่งยุติสงครามระหว่าง 2 เกาหลีในปี 2496

ต่อมาในคืนวันอาทิตย์ เกาหลีเหนือก็ประกาศว่า พวกเขาจะหยุดส่งบอลลูนขยะเข้าสู่เกาหลีใต้แล้ว โดยอ้างว่าพวกเขาใช้อุปกรณ์นับพันชิ้นในการส่งเศษกระดาษน้ำหนักรวมถึง 15 ตัน ข้ามพรมแดน

“เราทำให้เกาหลีใต้ได้เข้าใจอย่างเต็มที่แล้วว่า มันน่าขยะแขยงและเหนื่อยยากแค่ไหน ในการเก็บเศษกระดาษที่กระจัดกระจายไปทั่ว” แถลงการณ์ของรัฐบาลเปียงยางระบุ สื่อถึงเหตุการณ์ที่นักเคลื่อนไหวเกาหลีใต้ส่งใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเปียงยางข้ามพรมแดน พร้อมย้ำว่า นี่เป็นมาตรการเพื่อตอบโต้เรื่องดังกล่าวเท่านั้น

เกาหลีเหนือเสริมด้วยว่า ตอนนี้พวกเขาจะระงับการส่งบอลลูนขยะไว้ชั่วคราว แต่หากเกาหลีใต้ยังคงส่งใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเข้ามา พวกเขาจะตอบโต้ด้วยการส่งเศษกระดาษและสิ่งปฏิกูลเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยเท่า ทั้งในแง่ของความถี่และปริมาณ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ระทึก มือปืนกราดยิงในรัฐโอไฮโอ ดับ 1 เจ็บ 24 คนร้ายยังลอยนวล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790266

ระทึก มือปืนกราดยิงในรัฐโอไฮโอ ดับ 1 เจ็บ 24 คนร้ายยังลอยนวล

2 มิ.ย. 2567 23:27 น.

ระทึก มือปืนกราดยิงในรัฐโอไฮโอ ดับ 1 เจ็บ 24 คนร้ายยังลอยนวล

เกิดเหตุกราดยิงในรัฐโอไฮโอ ของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยที่ตำรวจยังจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงที่เมืองอาครอน ในรัฐโอไฮโอ ของสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนวันเสาร์เข้าสู่วันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 24 ราย

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ตำรวจถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุใกล้กับถนน เคลลี สตรีท และถนนหมายเลข 8 และพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุหลายสิบปลอก

ด้านสำนักงานตำรวจเมืองอาครอน (เอพีดี) ยืนยันว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ไม่ไม่ได้จับกุมตัวใครหรือระบุตัวได้ว่าใครคือผู้ต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เอพีดี บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ด้วยว่า มีผู้ถูกยิงในเหตุการณ์นี้อย่างน้อย 25 คน รวมถึงชายอายุ 27 ปี ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่บางคนก็มีอาการสาหัส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยานฉางเอ๋อ-6 ของจีน ลงจอดด้านไกลของดวงจันทร์สำเร็จ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790166

ยานฉางเอ๋อ-6 ของจีน ลงจอดด้านไกลของดวงจันทร์สำเร็จ

2 มิ.ย. 2567 12:30 น.

ยานฉางเอ๋อ-6 ของจีน ลงจอดด้านไกลของดวงจันทร์สำเร็จ

จีนเผยว่า ยานสำรวจดวงจันทร์ในภารกิจฉางเอ๋อ-6 ลงจอดบนด้านไกลของดวงจันทร์ได้สำเร็จ เพื่อนำตัวอย่างดินและหินจากจุดดังกล่าวกลับมายังโลกเป็นครั้งแรก

องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) เผยว่า ยานอวกาศภารกิจฉางเอ๋อ-6 ลงจอดที่หลุมขนาดใหญ่เรียกว่า “แอ่งขั้วใต้-เอตเคน” (South Pole-Aitken Basin) บนด้านไกลของดวงจันทร์ เมื่อเวลา 06.23 น. วันนี้ตามเวลาท้องถิ่นของจีน

จีนปล่อยยานอวกาศขึ้นจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน พร้อมกับจรวดลองมาร์ช 5 เมื่อวันที่ 3 พ.ค. โดยมีเป้าหมายเพื่อเก็บตัวอย่างดินและหินบนดวงจันทร์ ปริมาณ 2 กิโลกรัม จากหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่บนขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ เพื่อนำกลับมายังโลก

อย่างไรก็ตาม การลงจอดบนด้านไกลของดวงจันทร์เต็มไปด้วยความเสี่ยง เนื่องจากเป็นการยากมากที่จะสื่อสารกับยานอวกาศเมื่อไปถึงอีกฟากหนึ่งของดวงจันทร์ จีนถือเป็นประเทศเดียวที่เคยประสบความสำเร็จดังกล่าว ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ม.ค. 2562 ยานฉางเอ๋อ-4 เป็นยานอวกาศลำแรกที่ลงจอดบนด้านไกลของดวงจันทร์ได้สำเร็จ และสามารถส่งภาพถ่ายกลับมายังโลกได้ ต่อมาในเดือน ธ.ค. 2563 ยานฉางเอ๋อ-5 ได้ส่งตัวอย่างดินจากดวงจันทร์ น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัม จากพื้นที่ที่เรียกว่า “ทะเลพายุ” (Oceanus Procellarum) ซึ่งเป็นแอ่งขนาดใหญ่บนดวงจันทร์ กลับมายังโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี

ในระหว่างการลงจอด ระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางอัตโนมัติได้ถูกนำมาใช้เพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวาง โดยกล้องจะเลือกพื้นที่ลงจอดที่ค่อนข้างปลอดภัย โดยพิจารณาจากความสว่างและความมืดของพื้นผิวดวงจันทร์ โดยยานได้ลอยอยู่เหนือพื้นที่ลงจอดที่ปลอดภัยประมาณ 100 เมตร และใช้เครื่องสแกน 3 มิติแบบเลเซอร์ก่อนจะร่อนลงในแนวตั้งอย่างช้าๆ

องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน ระบุว่า ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะรวบรวมตัวอย่างดินและหิน ประมาณ 2 กิโลกรัม โดยใช้สว่านและแขนกล ในบริเวณแอ่งขั้วโลกใต้-เอตเคน ซึ่งเป็นหลุมอุกกาบาตถือเป็นแอ่งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในระบบสุริยะ

ทั้งนี้ ขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ถือเป็นขอบเขตถัดไปในภารกิจการสำรวจดวงจันทร์ของประเทศต่างๆ ที่ต่างแสดงความกระตือรือร้นที่จะทำความเข้าใจต่อพื้นที่นี้ เนื่องจากมีโอกาสที่จะพบน้ำแข็ง ขณะที่การเข้าถึงน้ำจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างฐานมนุษย์บนดวงจันทร์เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้สำเร็จ

หากภารกิจครั้งนี้ของจีนสำเร็จ ยานจะกลับมายังโลกพร้อมกับตัวอย่างบนยานแคปซูล ตัวอย่างดินและหินจะถูกเก็บรักษาไว้ในสภาวะพิเศษเพื่อพยายามรักษาให้คงสภาพเดิมมากที่สุด นักวิทยาศาสตร์จีนจะได้รับโอกาสในการวิเคราะห์หินและดินเป็นชาติแรก ส่วนนักวิจัยทั่วโลกก็สามารถได้รับโอกาสนี้ได้เช่นกัน

จีนกำลังวางแผนภารกิจส่งยานอวกาศไร้ลูกเรืออีก 3 ภารกิจในทศวรรษนี้ เพื่อค้นหาน้ำบนดวงจันทร์ และพิจารณาการตั้งฐานทัพถาวรที่นั่น นอกจากนั้นจีนยังมีเป้าหมายที่จะส่งนักบินอวกาศไปเดินบนดวงจันทร์ภายในปี 2573.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

แค่คืนเดียว! เกาหลีเหนือส่ง “บอลลูนขยะ” มาเกาหลีใต้เพิ่มอีก 600 ลูก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790144

แค่คืนเดียว! เกาหลีเหนือส่ง "บอลลูนขยะ" มาเกาหลีใต้เพิ่มอีก 600 ลูก

2 มิ.ย. 2567 11:23 น.

แค่คืนเดียว! เกาหลีเหนือส่ง “บอลลูนขยะ” มาเกาหลีใต้เพิ่มอีก 600 ลูก

กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือส่งบอลลูนบรรจุมายังเกาหลีใต้เพิ่มอีกกว่า 600 ลูก ภายในคืนเดียว แม้จะมีคำเตือนว่าเกาหลีใต้จะใช้มาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการกระทำยั่วยุดังกล่าว

กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือส่งบอลลูนบรรจุมายังเกาหลีใต้แล้วราว 600 ลูก ภายในคืนเดียว แม้จะมีคำเตือนว่าเกาหลีใต้จะใช้มาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการกระทำยั่วยุดังกล่าว

คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) กล่าวว่า ตรวจพบบอลลูนประมาณ 600 ลูกที่ลอยข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารระหว่างสองเกาหลี และตกลงในกรุงโซลและจังหวัดคยองกี นับตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันเสาร์ (1 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น บอลลูนได้บรรทุกขยะจำนวนมาก เช่น ก้นบุหรี่ กระดาษ และถุงพลาสติก เช่นเดียวกับบอลลูนที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ 

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือส่งลูกโป่งประมาณ 260 ลูก ที่บรรทุกขยะและสิ่งปฏิกูลมายังเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28-29 พ.ค. หลังจากเกาหลีเหนือเตือนว่าจะตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ต่อการที่นักเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้ได้ส่งใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือ

คณะเสนาธิการทหารฯ แนะนำให้ประชาชนอย่าสัมผัสวัตถุดังกล่าว และรายงานต่อเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมทั้งเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากบอลลูนด้วย กองทัพได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บกู้เศษซากบอลลูนแทนที่จะใช้วิธียิงตก เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่บอลลูนจะบรรทุกสารเคมีที่เป็นพิษ ทางการกรุงโซลยังกล่าวในวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า จะดำเนินการศูนย์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรับมือต่อเหตุดังกล่าว

การปล่อยบอลลูนของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นภายหลังจากมาตรการยั่วยุต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งรวมถึงความพยายามในการปล่อยดาวเทียมสอดแนมเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ประสบความล้มเหลว เกาหลีเหนือจัดฉากการโจมตีด้วยการใช้อุปกรณ์รบกวนสัญญาณจีพีเอส ในน่านน้ำใกล้เกาะบริเวณชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ เป็นวันที่ 4 ติดต่อกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยังยิงปืนใหญ่โจมตีจากเครื่องยิงจรวดขนาดใหญ่ไปยังทะเลตะวันออกเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมที่ระบุว่าเพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะโจมตีเกาหลีใต้ล่วงหน้า

นอกจากนั้น เกาหลีใต้อาจพิจารณาจัดฉากสงครามจิตวิทยากับเกาหลีเหนือ รวมถึงการที่เจ้าหน้าที่ทหารกลับมาดำเนินการออกอากาศด้วยเครื่องขยายเสียงตามแนวชายแดนอีกครั้ง หรือส่งใบปลิววิพากษ์วิจารณ์ระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือ โดยแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีใต้ (NSC) คาดว่าจะหารือเกี่ยวกับแผนการที่จะกลับมาใช้การรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อ ผ่านการเปิดเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ข้ามพรมแดนที่ติดกับเกาหลีเหนือ 

กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้เตือนว่า จะใช้มาตรการอันเจ็บปวดต่อเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง หากยังคงแสดงพฤติกรรมยั่วยุที่ไร้เหตุผลต่อไป.

ที่มา Yonhap

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ” หลัง “บิ๊กป้อม” ถูกเชื่อมโยง พยายามล้มนายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575959

02 มิ.ย. 2567

18:46 น.

"เศรษฐา" เปิดใจความสัมพันธ์ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ" หลัง "บิ๊กป้อม" ถูกเชื่อมโยง พยายามล้มนายกฯ

ปมร้อนการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องกรณีนายกฯ เศรษฐา แต่งตั้งคุณพิชิต ชื่นบาน เป็นรมต.สำนักนายกฯ ถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กำลังกลายเป็นสถานการณ์ สั่นคลอนเก้าอี้นายกฯ เศรษฐา

แม้จะไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องชี้แจงถึงเหตุผลภายใน 15 วัน หลังจากที่ศาล รธน.มีมติ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยง ที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง

นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ Exclusive Talk ผ่านรายการเนชั่นสุดสัปดาห์ กับ 3 บก. ในทุกประเด็นร้อน ว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยกรณีนายพิชิต ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าเรายังซัพพอร์ตกันเต็มที่ ซึ่งถือเป็นขวัญกำลังใจ

ถามว่าเราเห็นด้วยทุกเรื่องหรือไม่ ก็ไม่ แต่เราก็ยังทำงานร่วมกันได้ดีมาก ท่านก็ให้เกียรติตน เรายังคุยกันรู้เรื่อง พรรครวมไทยสร้างชาติ เราก็ยังคุยกันได้ด้วยดี พรรคพลังประชารัฐ ก็คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่มีประเด็นอะไร

เมื่อถามว่า ได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ “เศรษฐา” ตอบสวนทันทีว่า “ผมไม่เคยคุย ผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน”

เมื่อถามว่าคิดจะไปคุยกับ พล.อ.ประวิตรบ้างหรือไม่ “เศรษฐา” นิ่งคิดก่อนตอบว่า ไม่ได้อยู่ในตารางที่จะไปคุย แต่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ ถือว่ามีตัวแทนแล้ว คือ ร.อ.ธรรมนัส กับ พล.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ในฐานะที่ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี อดีตผู้บัญชาการทหารบก และในฐานะที่มีคนนับหน้าถือตาเยอะ ถ้าท่านให้ไปให้ผมไป ผมก็ไปหาท่าน

"เศรษฐา" เปิดใจความสัมพันธ์ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ"“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”

นายกฯ บอกด้วยว่า ไม่ใช่แค่ พล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต รมว.มหาดไทย ถ้าท่านให้ผมไปผมก็ไป แต่ท่านยังไม่เชิญมา ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ผมก็คุยแล้ว นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ผมก็เคยไปคุยมา เราถือว่าเราเป็นผู้น้อย ไม่ได้รู้ดีหมดทุกเรื่อง ถ้าท่านเรียกมาผมก็ไป

สำหรับประเด็น ปมแต่งตั้ง พิชิต เป็น รมต.ตกสวรรค์ จนเป็นเหตุให้ต้องชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ นั้น

นายเศรษฐา ยอมรับว่าการโดน ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยกรณีนี้ กระทบต่อความเชื่อมั่น แต่เราต้องมองข้ามไปว่าที่โดนนั่นโดนนี่ มันมีเหตุผลอะไร ทุกคนในทีมไทยแลนด์ ทั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนจะต้องพิจารณากัน อย่าบอกว่าฉันไม่เกี่ยว อันนี้เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีคนเดียว ตนไม่ได้โยนความรับผิดชอบ แต่เราต้องนั่งคิดกัน และน้อมรับเรื่องที่เกิดขึ้นมา และแก้ไขให้ดีที่สุด

"เศรษฐา" เปิดใจความสัมพันธ์ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ"“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”

“ผมไม่ได้ก้าวล่วงศาล แต่สมมุติว่าเรื่องผ่านไปด้วยดี หลุดไปได้ เราจะต้องแก้ไขอะไรกันบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิด กระทบต่อความมั่นใจของรัฐบาลอีก ผมมองตรงนี้ดีกว่า ผมไม่ได้มองข้าม แต่ต้องหาทางอธิบายกับสังคมให้ชัดเจน แต่คู่ขนานเราต้องหาต้นตอ และไปแก้ตรงนั้น”

โดยตนยืนยันว่า จะไม่ขอเพิ่มเวลาชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องชี้แจงภายใน 15 วัน หลังจากมีมติออกมา เพราะอยากให้จบ มีบริบทอธิบายให้ชัดเจน จะได้ง่ายต่อการตัดสิน หวังว่าการอธิบายไปไม่ใช่การเล่นแง่ทางขั้นตอน เพื่อจะยืดเวลานั่งออฟฟิศต่อไป ต้องตอบให้ชัดเจนครบถ้วน ทุกกระบวนการ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านจะได้พิจารณาได้อย่างครบถ้วน ไม่ใช่จะขอกลับมาอีก

ทั้งหมดคือความมั่นใจของของ “นายกฯ เศรษฐา” ปมคุณสมบัติรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการชี้แจงต่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” และท่าที่ที่มีต่อ “บิ๊กป้อม” ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “พลังประชารัฐ” มีตัวแทนในรัฐบาลแล้ว อาจจะไม่ต้องสื่อสารกับ “หัวหน้าพรรค” โดยตรง

หลังจากนี้จับตาเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีของ “เศรษฐา” จะยังมั่นคงหรือไม่ 

“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”

นายกฯ เผย ร่างคำชี้แจงศาล รธน. ปมแต่งตั้ง “พิชิต” ยอมรับมีปรึกษา “วิษณุ”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575945

02 มิ.ย. 2567

14:32 น.

นายกฯ เผย ร่างคำชี้แจงศาล รธน. ปมแต่งตั้ง "พิชิต" ยอมรับมีปรึกษา "วิษณุ"

นายกฯ เผย ร่างคำชี้แจงศาล รธน. ปมแต่งตั้ง “พิชิต” เสร็จแล้ว อยู่ระหว่างปรับแก้ อุบตอบรายละเอียด ยอมรับมีปรึกษา “วิษณุ” ด้วย

2 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแต่งตั้ง “นายพิชิต ชื่นบาน” อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ว่า เบื้องต้นร่างแรกของคำชี้แจงได้ร่างเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ในระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมในบางจุด และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งจะครบกำหนดส่งคำชี้แจงในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ แต่ต้องดูว่าจะสามารถส่งชี้แจงศาลฯ ได้ในวันที่เท่าไหร่

พร้อมย้ำว่า ทุกขั้นตอนในการแต่งตั้ง ทำถูกต้องตามกฏหมาย แต่ทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ขอยืนยันว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ แต่ตนเองมั่นใจว่า ทำด้วยความสุจริต

นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับด้วยว่าในการจัดทำคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้มีการปรึกษากับนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้วย

รัฐบาลโชว์ผลงานในรอบ 6 เดือนแรก ประชาชนยังเชื่อมั่นในการทำงาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575937

02 มิ.ย. 2567

12:43 น.

รัฐบาลโชว์ผลงานในรอบ 6 เดือนแรก ประชาชนยังเชื่อมั่นในการทำงาน

โฆษกรัฐบาลตั้งโต๊ะแถลงผลงานในรอบ 6 เดือนแรกในยุค “เศษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี เผยประชาชนร้อยละ 41.9 ยังเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประชาชน ควรที่จะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารโดยเร็ว อีกทั้งในวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จะมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และวันอังคารจะเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะมีข้อมูลข่าวสารมากมาย เกรงว่าอาจจะไม่ได้รับทราบ จึงได้เชิญนางสาวปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และ นางสาวสุวรรณี วังกานต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาร่วมแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล 2561 ครบ 6 เดือนในวันนี้ 

โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้นำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล โดยวิธีการสัมภาษณ์ประชาชนตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 6,970 คน ระหว่างวันที่ 22 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2567 รวม 24 วัน

นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล ครบ 6 เดือน เชื่อมั่นการแก้ปัญหาประเทศร้อยละ 41.9 พึงพอใจต่อการบริหารงานร้อยละ 44.3 พร้อมชูนโยบายที่ประชาชนพึงพอใจ อันดับเเรกคือ 30 บาทรักษาทุกที่ และเรื่องเร่งด่วนที่ประชาชนต้องการคือคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค 

1. ประชาชนติดตาม รับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลผ่านสื่อโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์มากที่สุด

โดยแหล่งข้อมูลที่ติดตามรับรู้มากที่สุด คือ

โทรทัศน์ ร้อยละ 69.6 รองลงคือ เฟซบุ๊ก ร้อยละ 46.2 เว็บไซต์ ร้อยละ 23.8

2. ประชาชนร้อยละ 44.3 มีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุดต่อการดำเนินงานของรัฐบาลและมีความพึงพอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลในระดับมากที่สุดร้อยละ 5.6

และมากร้อยละ 38.7 / ส่วนที่ไม่พึงพอใจเลยร้อยละ 2.0 ประชาชนในชานแดนภาคใต้มีความพึงพอใจฯในระดับมาก ถึง มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคอื่น 

3. ประชาชนมีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุดต่อนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ถึงร้อยละ 68.4 รองลงมาคือ มาตรการพักหนี้เกษตรกร ร้อยละ 38.9 และมาตรการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวร้อยละ 33.1  / มาตรการลดค่าไฟร้อยละ 32.8 และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบร้อยละ 29.3 

4.ประชาชนร้อยละ 41.9 มีความเชื่อมั่นมาก ถึงมากที่สุดต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ

เรื่องนี้ในระดับมากที่สุดร้อยละ 5.2 และมากร้อยละ 36.7 / ปานกลางร้อยละ 39.6 / ขณะที่น้อยร้อยละ 12.4 และน้อยที่สุดร้อยละ 3.4 / ส่วนที่ไม่เชื่อมั่นเลยร้อยละ 2.7 / ประชาชนในภาคใต้ชายแดนมีความเชื่อมั่นฯในระดับมาก-มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคอื่น / สำหรับผู้ที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีมีความเชื่อมั่นฯในระดับมาก ถึง มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป / ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยมีความเชื่อมั่นฯ ในระดับมาก ถึง มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีรายได้มาก

5. ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคเป็นอันดับแรก

คือ เรื่องการควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ร้อยละ 75.3 / ลดค่าไฟฟ้า ร้อยละ 46.6 / แก้ปัญหาน้ำมันราคาแพง ร้อยละ 29.5 / แก้ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 26.3 และสุดท้ายแก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ร้อยละ 16.9 

‘กรมปศุสัตว์’ จัดงาน ‘Thailand Buffalo Heritage’ ส่งเสริม ‘ควายไทย’ ให้เป็น Soft Power ด้านเทศกาลประเพณีไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808149

'กรมปศุสัตว์'จัดงาน'Thailand Buffalo Heritage'ส่งเสริม'ควายไทย'ให้เป็น Soft Power ด้านเทศกาลประเพณีไทย

‘กรมปศุสัตว์’จัดงาน’Thailand Buffalo Heritage’ส่งเสริม’ควายไทย’ให้เป็น Soft Power ด้านเทศกาลประเพณีไทย

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 09.46 น.

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 17.00 น.ที่ผ่านมา ณ ลานหลังวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นำเจ้าหน้าที่จัดงาน Thailand Buffalo Heritage โดยมี นายเศรษฐา ​ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดี​กรม​ปศุสัตว์​ แขกผู้มีเกียรติ เกษตรกร และนักท่องเที่ยวที่สนใจ เข้าร่วม ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาควายไทยให้เป็น Soft Power ระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับควายไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการดำรงควายไทยให้อยู่คู่กับสังคม และวิถีเกษตรกรรมของไทย รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ควายไทยได้รับการยกระดับและถูกมุ่งเน้นในเชิงพัฒนา โดยกรมปศุสัตว์เป็นเจ้าภาพหลัก ในการจัดกิจกรรมการประกวดควายไทยรวม 30 รุ่น ประกอบด้วย ควายดำ ควายเผือก ควายแคระ และควายยักษ์ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมมากมาย

– 006