‘แอลลี่-4MIX’ บินร่วมงานเทศกาลไทย tout à fait thaï ณ กรุงปารีส ครั้งแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807882

‘แอลลี่-4MIX’ บินร่วมงานเทศกาลไทย tout à fait thaï ณ กรุงปารีส ครั้งแรก

‘แอลลี่-4MIX’ บินร่วมงานเทศกาลไทย tout à fait thaï ณ กรุงปารีส ครั้งแรก

วันเสาร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เปล่งประกายความเป็น T-POP ให้คนทั่วโลกรู้จักอีกครั้ง! แอลลี่-อชิรญา นิติพน ศิลปินจากค่าย 411MUSIC และวงสุดฮอต 4MIX จากค่าย 411Records ที่มีสมาชิก 4 คน ได้แก่ นินจา-จารุกิตต์ คำหงษา, แมกก้า-ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูล, โฟล์คซอง-ชนินทร บุญรอด และ จอร์จ-ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดม ศิลปินภายใต้การดูแลของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ จับมือเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและวงการ T-POPในเทศกาลไทยงาน tout à fait thaï จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส โดยงานมี 2 วัน วันที่ 25-26 พฤษภาคม 2567 ณ กรุงปารีส

งาน tout à fait thaï ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2567 จะมีขึ้นที่Guimet Museum โดยเป็นการแสดงโขนชุดพิเศษรอบปฐมฤกษ์ในชื่อว่า เกร็ดโขน ซึ่ง ท่านผู้หญิงสิริกิติยาเจนเซน อำนวยการสร้าง โดยการสนับสนุนของกรมศิลปากร และสถานเอกอัครราชทูตฯ ภายในงานมีบุคคลสำคัญจากภาครัฐและภาคเอกชนของฝรั่งเศสและต่างชาติ รวมทั้งคณะทูตต่างประเทศ ซึ่ง แอลลี่-อชิรญา และวง 4MIX ได้ไปร่วมงานครั้งนี้ในชุดเรียบร้อยหรูหราโชว์ความเป็นไทยในแบบฉบับคนรุ่นใหม่ด้วยภายในงานและงาน tout à fait thaï วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 แอลลี่-อชิรญา แท็กทีม วง 4MIX สร้างความฮือฮาให้ตะลึงทั่วโลกได้รู้จักกันอีกครั้ง ระเบิดความมันส์นำผลงานเพลงไทยและเอกลักษณ์ไทยสร้างความปังบนเวทีงานตลอดทั้งโชว์ สร้างความฮือฮาให้ผู้คนที่มาร่วมงานชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จัก T-POP มากขึ้น นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงชุดเกร็ดโขนแบบย่อ การแข่งขันประกอบอาหารไทยประเภทต้มยำกุ้งเพื่อร่วมรณรงค์ให้ต้มยำกุ้งของไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ การนวดแผนไทย มวยไทยเพื่อเผยแพร่และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทยและวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเมืองไทยณ วัดพระเชตุพน กรุงปารีส

‘นินิว-อนุธิดา’ร่วมแสดงความยินดี‘เล้ง-ณัฐพล’ คว้ารางวัล‘ดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807684

‘นินิว-อนุธิดา’ร่วมแสดงความยินดี‘เล้ง-ณัฐพล’  คว้ารางวัล‘ดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม’

‘นินิว-อนุธิดา’ร่วมแสดงความยินดี‘เล้ง-ณัฐพล’ คว้ารางวัล‘ดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม’

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.24 น.

เรียกว่ามาแรงเลยทีเดียวสำหรับเด็กหนุ่มรายนี้ถือว่าเป็น “นักแสดงหน้าใหม่” ที่มีฝีมือด้านการแสดงไม่ธรรมดา จนเข้าตาคณะกรรมการ “พิฆเนศวร” ซึ่ง เป็นงานประกาศผลรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ รางวัล “พิฆเนศวร” ครั้งที่ 12 สำหรับ “เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย” นักแสดงหน้าใหม่ ที่สามารถคว้ารางวัล นักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม มาครองได้สำเร็จ จากภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต “มนต์ดำสั่งตาย” แห่งค่ายไรท์บิยอนด์

งานนี้ พี่สาวคนสวย อย่าง “นินิว อนุธิดา สารธนะ” มิสแกรนด์ระยอง 2023 ในฐานะพี่สาวที่เคยร่วมแสดงในซีรี่ส์ “อาถรรพ์ชฎา” และยังจะต้องมาแสดงร่วมกันอีก ใน ภาพยนตร์ เรื่อง “Why We Love ซึ่งแน่นอนว่า นางก็ไม่พลาดที่จะมาร่วมแสดงความยินดี กับน้องชายคนนี้ ด้วย เช่นกัน โดยงานประกาศ รางวัล“พิฆเนศวร” ครั้งที่ 12 นี้จัดขึ้น ณ สโมสรกรมประชาสัมพันธ์ซอยอารีย์ กรุงเทพฯ

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’โจ๊ะไม่เกรงใจใคร ส่งเพลง’สามโห่ สามช่า’วัดลีลาสายแดนซ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807852

'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'โจ๊ะไม่เกรงใจใคร ส่งเพลง'สามโห่ สามช่า'วัดลีลาสายแดนซ์

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’โจ๊ะไม่เกรงใจใคร ส่งเพลง’สามโห่ สามช่า’วัดลีลาสายแดนซ์

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.35 น.

ม่วนจอยกันให้สุด“ดวลเพลงดัง พลังมัธยม”ชวนแดนซ์สุดมันกับเพลง “สามโห่ สามช่า”ของ “คัฑลียา มารศรี”“โหน-อ้น” แท็กทีมปลุกเอเนอร์จีความสนุก วันพุธที่ 5มิถุนายนนี้เต้นมันสนั่นฟลอร์

สายแดนซ์ไม่ควรพลาดดวลเพลงดัง พลังมัธยมเปิดศึกเพลงโจ๊ะ ส่งเพลงลูกทุ่งจังหวะสนุก ๆ เป็นโจทย์ประจำสัปดาห์งานนี้ 2 พิธีกรอารมณ์ดีโหน-ธนากร ศรีบรรจง และ อ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ไม่พลาดเปิดเวทีด้วยรอยยิ้ม ต้อนรับแฟนรายการและเหล่ากรรมการตั๊ก-ศิริพร,เปา-เปาวลีและกานต์-ทศนที่แท็กทีมมาร่วมเฟ้นหานักร้องวัยมัธยมเสียงดี ลีลาเด็ดโชว์ศักยภาพด้านเสียงเพลงในฐานะศิลปินมืออาชีพเลยขอนำเทคนิคดี ๆ มาติวเข้มด้านการร้อง การสื่อสารอารมณ์เพลงรวมถึงการทำโชว์ให้กับเหล่าผู้เข้าแข่งขันและนอกจากเปิดเวทีค้นหาแชมป์ตัวจริง ยังมีการแสดงโนราห์ศิลป์ถิ่นแดนใต้จากน้อง ๆ โรงเรียนบ้านนาฏยนนท์ มาอุ่นเครื่องก่อนทำการแข่งขันอีกด้วย

สำหรับการแข่งขันวันนี้เป็นการดวลกันของ 3 สาวน้อยน้องเก็ทจัง, น้องแพรวาและ น้องต้นข้าว ที่มาพร้อมกับความน่ารักสดใส ปลุกเอเนอร์จีสายแดนซ์ได้เป็นอย่างดี โดยทั้งสามคนต้องมาสู้กันในโจทย์เพลงลูกทุ่งสนุก ๆ สามโห่ สามช่าของลูกทุ่งสาวเสียงคุณภาพ คัฑลียา มารศรีแม้จะเป็นเพลงแดนซ์จังหวะสนุก ๆ แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะผู้เข้าแข่งขันต้องแบ่ง
ท่อนร้อง แบ่งลมหายใจให้ดี และมีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาของเพลง รับรองว่าผู้ชมจะต้องสนุกเละจอยไปกับลีลาการร้อง 3 แบบ 3 สไตล์ ร้องและเต้นตามกันอย่างสนุกสนานอย่างแน่นอนมาลุ้นกันว่าใครจะกวาดคะแนนในท่อนโน้ตประหารได้มากที่สุดจนสามารถคว้าถ้วยรางวัลไปครอง

ติดตามความสนุกและร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม”วันพุธที่5มิถุนายนนี้เวลา 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment และสามารถชมความสนุกย้อนหลังได้ทุกวันจันทร์ เวลา 23.55 น.เป็นต้นไป เริ่มวันจันทร์ที่3มิถุนายนนี้และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube: Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

เหลือเชื่อ ดาราอายุ 57 เล่นสโนว์บอร์ดขั้นเทพ แท้จริงคือเธอคนนี้ ?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807841

เหลือเชื่อ ดาราอายุ 57 เล่นสโนว์บอร์ดขั้นเทพ แท้จริงคือเธอคนนี้ ?

เหลือเชื่อ ดาราอายุ 57 เล่นสโนว์บอร์ดขั้นเทพ แท้จริงคือเธอคนนี้ ?

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.42 น.

อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆสำหรับ!หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา ในวัย 57 ปี ปัจจุบันกลายเป็นสาวที่รักสุขภาพสุดๆไปแล้ว เผยเริ่มหันมาออกกำลังกาย เล่นโยคะดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ที่สำคัญต้องมีวินัยอีกด้วย 

อีกทั้งเจ้าตัวยังเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ เธอเองเคยมีปัญหาสุขภาพอย่างหนักจนเคยเกือบพักงานในวงการ และนั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พี่ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองแบบจริงจัง และมีอีกหนึ่งอย่างที่อยากทำมาตลอด คือการเล่นสโนว์บอร์ด และตั้งใจไว้ว่าจะต้องเล่นให้ได้ ซึ่งหนูแหม่มยอมรับว่าทุกอย่างอยู่ที่วินัยและความตั้งใจจริงๆ 

“คือเราจะไม่เกษียณแบบธรรมดา เราต้องเกษียณแบบโลก

โลกต้องจารึก ฉันภูมิใจตัวฉันเองมากเลย ฉันสามารถทําแล้วก็ท้าทายความสามารถของตัวเองได้ มันทั้งหนาวมันทั้งเจ็บกระดูกมันทั้งใช้ข้อต่อตามร่างกาย วันนี้รู้เลยว่าถ้าเราดูแลสุขภาพตัวเองให้พร้อม เราสามารถทำมันได้จริงๆ”

นอกจากนี้ยังส่งกำลังใจให้กับแฟนๆทุกคนอีกด้วย  “ทุกคนสามารถหันกลับมาดูแลร่างกายของคุณได้ ดูแลสุขภาพพื้นฐานให้ดีก่อน แล้วหลังจากนั้นคุณตามฝันของคุณ ทําอะไรก็ทําได้ ขอสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนด้วยเช่นเดียวกัน คุณทําได้ค่ะ”

ขอบคุณภาพจาก : mamsurivipa

‘ปิงปองธงชัย’ กรรมตามสนองโดนแกล้งให้กินอึหมา! และวีรกรรมเกือบโดนจับที่ต่างประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807834

'ปิงปองธงชัย' กรรมตามสนองโดนแกล้งให้กินอึหมา! และวีรกรรมเกือบโดนจับที่ต่างประเทศ

‘ปิงปองธงชัย’ กรรมตามสนองโดนแกล้งให้กินอึหมา! และวีรกรรมเกือบโดนจับที่ต่างประเทศ

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.34 น.

นักแสดงอารมณ์ดี “ปิงปองธงชัย” เปิดวีรกรรมสุดแสบในวัยเด็กซนมากถึงขนาดเคยอึใส่โอ่งน้ำให้พ่อแม่กินจนโตมาถูกเพื่อนแกล้งหลอกให้กินอึหมาลั่น! เป็นกรรมเวรตามสนองที่ทำไว้ในวัยเด็กพร้อมเล่าเรื่องเกือบโดนจับที่ต่างประเทศเพราะแต่งตัวเซ็กซี่ในรายการ“เมนูของพี่ใส่พริกกี่เม็ด“

ได้ข่าวว่าตอนเด็กโดนแกล้งหนักมาก?

ปิงปอง :ส่วนใหญ่คือแกล้งเขาค่ะคือชีวิตมันต้องสู้นึกออกไหมตอนเด็กๆเกือบตายนะแม่เอากับข้าวไว้ในครัวแล้วก็รู้ว่าเราเป็นคนที่ตะกละตะกลามมากใช่ไหมครัวมันจะมีตู้ที่ใส่กับข้าวหลักเป็นตู้ใหญ่ก็จะมีที่วางพวกหม้ออะไรอยู่ข้างบนแม่ก็เอาไข่พะโล้ไปวางไว้ข้างบนเราอยากกินมากเลยปีนตู้กับข้าวพี่สาวหันมาเรียกปิงปอง!! ไม่ทันแล้วตู้กับข้าวล้มทับเราเลยคือตอนนั้นเด็กมากยังไม่เข้าโรงเรียนเลยแต่รอดค่ะพี่สาวต้องแงะตู้กับข้าวออกมาไม่ตายค่ะแข็งแกร่งก็คือธานอสของจริง

แกล้งใครแล้วรู้สึกว่ามันรุนแรงที่สุด?

ปิงปอง :แรงที่สุดกินอึก่อนฉันจะโดนเพื่อนแกล้งให้กินอึฉันโมโหพ่อแม่ที่ดุเราเมื่อก่อนที่บ้านจะมีโอ่งแล้วโอ่งอันนี้จะเป็นที่กรองน้ำที่เราวางไว้หน้าบ้านแล้วทุกคนก็จะมากรอกน้ำใส่ตู้เย็นจากอันนี้เรารู้ว่าพ่อแม่จะมากินน้ำจากโอ่งมังกรพลาสติกเล็กๆที่วางเอาไว้ทำไมพ่อดุจังแม่ดุจังเดินเข้าไปปุ๊บนั่งบนโอ่งค่ะแล้วอึใส่เลยแล้วเราก็นั่งขำเนอะพ่อมากินน้ำกลับมาเหนื่อยๆน้ำแช่เย็นพอพี่สาวมาเปิดดูว๊าย! มีอึลอยอยู่ในโอ่งกินกันทั้งบ้านค่ะจบตอนอนุบาลแล้วพ่อเขาก็จำไว้ไอ่เด็กนี่มันเด็กร้ายแต่กรรมเวรมันโตมาโดนกรรมเวรเอาคืนให้พ่อแม่กินอึมันบาปนะพอตอนโตมาหิวมากเหมือนที่เราทำกับพ่อแม่เอาไว้เรียนมหาวิทยาลัยใช่ไหมกับแก๊งเพื่อนมันเหนื่อยมันหิวลงมาซุ้มอาหารซื้อขนมแบ่งกินถุงหนึ่งจะเวียนกันกินก็หยิบกินเธอฉันกินบ้างพอถึงตาเราก็หยิบกินปุ๊บกินๆๆเข้าไปรสชาติมันไม่ใช่ขนมช็อกโกแลตแล้วมันเป็นฟีลเหมือนฟางความรู้สึกเหมือนฟางแห้งๆไม่ได้กลิ่นและเห็นว่าเพื่อนหัวเราะกันงึกงักๆก็เลยเอามือมาดูอิดอกอึหมาแห้งค่ะมันเอามาใส่ถุงขนมแล้วให้เราหยิบกินนี่แหล่ะกรรมเวรนะ

ยังคบอยู่ไหมเพื่อนอ่ะ?

ปิงปอง :ยังอยู่เมื่อวานนี้ก็ไปด้วยกันก็อยู่ด้วยกันได้ค่ะ

อยากรู้ว่าทำไมไปโดนจับที่ประเทศจีน?

ปิงปอง :ไปจีนมาแล้วประเทศจีนเขาเป็นประเทศที่แบบว่าต้องมีกฎมีระเบียบประเทศเขาก็สวยงามคือเราไม่รู้ก็เลยแต่อากาศมันหนาวไงประมาณลบ -1 องศาเราก็ใส่เสื้อเซ็กซี่ตามสไตล์เราแล้วก็มายืนอยู่ที่อ่าวแล้วก็มีคนถ่ายรูปใช่ไหมเราก็เปิดตอนนั้นใส่เสื้อกล้ามครอปเอวลอยโชว์พุงเขาก็มาเห็นว่าเราแต่งตัวคว้านๆเขาก็เลยมาเป่านกหวีดแป๊ดๆเขาก็ถามว่ามาทำอะไรที่ประเทศเราทำไมคุณแต่งตัวแบบนี้แล้วก็จับเราไปมุมหนึ่งเรากับเพื่อนก็ใจดีสู้เสือยิ้มไปอะไรไปสุดท้ายเขาก็บอกว่าไม่หนาวเหรอYou Not Cool แค่นั้นเอง (หัวเราะ) ใส่เสื้อสิใส่เสื้อเราก็เอาเสื้อมาใส่หลังจากนั้นเราก็เลยต้องปิดไว้อย่างนั้นก็เลยรู้ว่าอ๋อ! เขามีกฎระเบียบหลังจากนั้นฉันก็เลยใส่เรียบร้อยทั้งทริปเลยค่ะเพราะฉันไม่รู้ไง

สามารถติดตาม “เมนูของพี่ใส่พริกกี่เม็ด”ได้ที่ช่องทาง Facebook: WE DO , Youtube: WE DOวันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=iVPmYN8dtok&ab_channel=WEDO

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารรายการ เมนูของพี่ใส่พริกกี่เม็ด

Facebook: WE DO Channel – Instagram: Woody World Channel

YouTube: WE DO – TikTok: woodyworld

สุดงดงาม! ‘นุ่น-เจี๊ยบ’สวมชุดไทยมูลค่า2ล้าน รำบวงสรวงนาคราช

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807829

สุดงดงาม! 'นุ่น-เจี๊ยบ'สวมชุดไทยมูลค่า2ล้าน รำบวงสรวงนาคราช

สุดงดงาม! ‘นุ่น-เจี๊ยบ’สวมชุดไทยมูลค่า2ล้าน รำบวงสรวงนาคราช

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.23 น.

เรียกว่าเป็นนางเอกสาวมากความสามารถจริงๆ สำหรับ “นุ่น วรนุช” ที่ล่าสุดได้แท็กทีมกับเพื่อนสนิท “เจี๊ยบ ชมพูนุช” จัดพิธีรำถวายพญานาค ณ วัดพระธาตุบังพวน จ.หนองคาย

โดย นุ่น และ เจี๊ยบ ได้แชร์โมเมนต์ดังกล่าวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของทั้งคู่ พร้อมข้อความระบุว่า “วิจิตรทุกดีเทล กราบขอบพระคุณ อ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ค่ะ ที่เมตตาหนูเสมอมา หนูภูมิใจทุกครั้งนะคะที่ได้ใส่ชุดของอาจารย์ ปล.2 ชุด 2,000,000 บาท”

ทั้งนี้ เจี๊ยบ ยังได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ชุดสวยจนไม่รู้จะพูดคำไหนเลยจริงๆ” ซึ่งก็มีเพื่อนดารานักแสดงและแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความวิจิตรงดงามและร่วมอนุโมทนาบุญกับทั้งคู่

.-011

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

ภาพจาก IG : nuneworanuch

‘กรีน อัษฎาพร’แซ่บไม่แผ่ว สวมชุดว่ายน้ำอวดเอวบาง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807810

'กรีน อัษฎาพร'แซ่บไม่แผ่ว สวมชุดว่ายน้ำอวดเอวบาง

‘กรีน อัษฎาพร’แซ่บไม่แผ่ว สวมชุดว่ายน้ำอวดเอวบาง

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 11.14 น.

สวยครบเครื่องมาก สำหรับนางเอกสาว “กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล” หรือ กรีน AF5 ที่ล่าสุดทำเอาไอจีแซ่บไฟลุกอีกครั้ง โดยสาวกรีนได้เปิดโหมดแซ่บปนสดใสมาให้ได้เห็นผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะที่กำลังสวมชุดว่ายน้ำสีสันสะดุดตา โพสท่าลั้ลลาอยู่ริมสระว่ายน้ำ ระเบิดความฮอต จนแฟนคลับต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมล้นหลามเลยทีเดียว

.-011

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

ภาพจาก IG : green_ausadaporn

‘เพิ่มพูน’ ชี้ ธนาคารออมสิน จับมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.กาญจนบุรี นำร่องลดดอกเบี้ยสินเชื่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807976

'เพิ่มพูน' ชี้ ธนาคารออมสิน จับมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.กาญจนบุรี นำร่องลดดอกเบี้ยสินเชื่อ

‘เพิ่มพูน’ ชี้ ธนาคารออมสิน จับมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.กาญจนบุรี นำร่องลดดอกเบี้ยสินเชื่อ

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 20.36 น.

“เพิ่มพูน” ชี้ ธนาคารออมสิน จับมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.กาญจนบุรี นำร่องลดดอกเบี้ยสินเชื่อการรวมหนี้เหลือร้อยละ 2.88 ต่อปี ในวงเงิน 2,000 ล.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ  พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการสัมมนาส่งเสริมความร่วมมือและสร้างความเข้าใจการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ประธานกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีครูและบุคลากรของ สพฐ. เป็นสมาชิกทั่วประเทศ 100 แห่ง และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต เข้าร่วมงาน  

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า นโยบายการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเป้าหมายเพื่อให้ครูและบุคลากรฯ สามารถพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้เห็นผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ใช้ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร จะทำให้ครูและบุคลากรมีสภาพคล่องทางการเงิน มีขวัญ กำลังใจ และมีสมาธิจดจ่อในการแก้ปัญหาและพัฒนานักเรียน รวมทั้งสามารถวางแผนพัฒนาตนเองได้อย่างดี อีกทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินทั้งภาคประชาชน และบุคลากรภาครัฐ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้เห็นผล โดยการแก้ปัญหาหนี้สินจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาสังคมในภาพรวมไปพร้อมกัน ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครูและบุคลากรฯ ทั้งข้าราชการประจำ ข้าราชการบำนาญ และลูกจ้าง กว่า 9 แสนคน รวมถึงครอบครัวของครูและบุคลากรฯ หลายล้านคน มีสหกรณ์เป็นที่พึ่งทั้งฝากออม กู้เพื่อการลงทุน ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดูแลตนเองและครอบครัว ส่งบุตรหลานเล่าเรียน การบริหารของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงจรชีวิตครูและบุคลากรฯ ดังนั้น การบริหารของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จึงเป็นกลไกสำคัญ ในกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูของกระทรวงศึกษาธิการ 

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า วันนี้มีการนำร่องความร่วมมือระหว่าง ธนาคารออมสิน กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดกาญจนบุรี โดยการให้ดอกเบี้ยสินเชื่อในการรวมหนี้ในอัตราร้อยละ 2.88 ต่อปี ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท เนื่องจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนหนึ่งอาจมีหนี้หลายที่ และมีอัตราดอกเบี้ยสูง การรวมหนี้มาไว้ที่เดียวในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง จึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดี ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกสหกรณ์มีความพยายามที่จะบริหารในการลดดอกเบี้ยให้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูต้นทุนด้วย และจากที่ได้คุยกับนายกิตติรัตน์ก็แนะนำว่า การจะแก้ปัญหาหนี้สินครูฯได้ดีต้องหาแหล่งสินเชื่อมาให้สหกรณ์  ซึ่งตน และ รมช.ศธ. รวมถึงคณะผู้บริหาร ศธ. ก็พยายามหาแหล่งสินเชื่อเพื่อมาช่วยลดดอกเบี้ยให้  โดยตนได้ขอดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี  ซึ่งถ้าทำได้ก็จะทำให้สหกรณ์ฯต่างๆสามารถลดดอกเบี้ยให้กับครูฯได้อย่างเป็นรูปธรรม 

“ความร่วมมือของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ที่จะเกิดขึ้นจากการสัมมนาในวันนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรในระยะยาว ซึ่งเป็นทั้งการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ขึ้นใหม่ โดยเป้าหมายสำคัญคือ ให้ครูและบุคลากรมีเงินเดือนเหลือสุทธิมากกว่าร้อยละ 30  ซึ่งหากครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็งในการไขปัญหาหนี้สินของตนเอง เชื่อว่าจะทำให้สามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน” รมว.ศธ. กล่าว  

ด้านว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา กล่าวว่า จากนโยบายการลดภาระครูและบุคลากรฯ ของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากร สพฐ. ได้นำนโยบายสู่การปฏิบัติโดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ครูและบุคลากรทุกคนต้องมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น มีเงินเดือนเหลือสุทธิมากกว่าร้อยละ 30 พร้อมทั้งมีความรู้และทักษะด้านการเงิน เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาด้านการเงินด้วยตนเองอย่างยั่งยืน สามารถเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย มีอาชีพเสริม และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างดีมีประสิทธิภาพสูงตามแนวทาง “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” รวมถึงในส่วนของนักเรียน ทุกคนต้องมีความรู้และทักษะด้านการเงิน เพื่อให้มีสมรรถนะด้านการเงินพร้อมใช้ชีวิตในอนาคตได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว สพฐ. ได้ดำเนินการ ดังนี้ 1) จัดตั้งสถานีแก้หนี้ 245 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ 2) จัดทำระบบออนไลน์รับลงทะเบียนผู้สมัครใจแก้ไขหนี้สิน 3) ประสาน เจรจา สถาบันการเงินเพื่อลดดอกเบี้ยเงินกู้ ปรับโครงสร้างหนี้ และแสวงหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาร่วมกันกับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง 

”จากข้อมูลและการดำเนินงานที่ผ่านมา สพฐ. พบว่า มีครูและบุคลากรทางการศึกษากว่าร้อยละ 90 มีหนี้สินอยู่กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ถ้าได้รับความร่วมมือ และความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานจากรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และผู้เกี่ยวข้อง จะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ตรงจุด และประสบความสำเร็จ ทุกฝ่ายมีความสุข เศรษฐกิจก้าวหน้า และสังคมประเทศไทยโดยภาพรวมมีความสุขร่วมกัน“ เลขาธิกาา กพฐ. กล่าว

‘กสม.’เผย‘มหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ’แจ้งวัดทั่วประเทศ ยกเลิกบังคับตรวจ‘HIV’ก่อนบวชแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807938

‘กสม.’เผย‘มหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ’แจ้งวัดทั่วประเทศ ยกเลิกบังคับตรวจ‘HIV’ก่อนบวชแล้ว

‘กสม.’เผย‘มหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ’แจ้งวัดทั่วประเทศ ยกเลิกบังคับตรวจ‘HIV’ก่อนบวชแล้ว

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 20.26 น.

‘กสม.’เผย‘มหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ’แจ้งวัดทั่วประเทศ ยกเลิกบังคับตรวจ‘HIV’ก่อนบวชแล้ว

31 พ.ค. 2567 นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่า ตามที่ กสม. ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีวัดแห่งหนึ่ง ในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร กำหนดให้ผู้สมัครบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ต้องแสดงผลการตรวจสุขภาพและการตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV)

โดย กสม. ได้มีมติเมื่อเดือนกันยายน 2566 มีข้อเสนอแนะไปยังวัดดังกล่าว ให้ยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ประสงค์จะเข้ารับการอุปสมบท และให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเวียนไปยังวัดที่อยู่ในสังกัดทุกวัดไม่ให้บังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ประสงค์จะเข้ารับการอุปสมบท เพื่อมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมโดยใช้เหตุแห่งการติดเชื้อเอชไอวีมาเป็นข้อจำกัดที่ลิดรอนโอกาสในการเข้าถึงเสรีภาพในการปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนาพุทธ

ทั้งนี้ เนื่องจากมีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า เชื้อเอชไอวีจะไม่ติดต่อจากการทำกิจวัตรประจำวันทั่วไป ไม่ติดต่อผ่านทางระบบหายใจ อีกทั้งเป็นเชื้อที่ตายง่ายเมื่ออยู่นอกร่างกาย หากผู้ติดเชื้อได้รักษาอย่างถูกต้องด้วยการรับประทานยาต้านเชื้ออย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง และดำรงชีวิตได้เช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป ประกอบกับกฎมหาเถรสมาคมกำหนดเพียงว่าผู้ประสงค์จะบรรพชาต้องเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์

และมีเพียงข้อห้ามที่ไม่อนุญาตให้บรรพชาอุปสมบทแก่คนที่มีโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ เช่น วัณโรคในระยะอันตราย เท่านั้น โดยให้เป็นดุลพินิจของพระอุปัชฌาย์ แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าวต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงอย่างสมเหตุสมผลตามบริบทของสังคมไทยและข้อมูลทางการแพทย์ โดยต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของบุคคลด้วย ซึ่งล่าสุด เมื่อเดือนเมษายน 2567 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือแจ้งการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอแนะของ กสม. โดยแจ้งมติมหาเถรสมาคม เรื่อง การตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) กรณีบรรพชาอุปสมบทแก่บุคคลทั่วไป

ระบุว่า มหาเถรสมาคมได้มีมติที่ 313/2567 รับทราบความเห็นของกระทรวงสาธารณสุขตามรายงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า การติดเชื้อเอชไอวีไม่ใช่โรค จึงไม่เข้าข่ายเป็นโรคที่น่ารังเกียจตามกฎมหาเถรสมาคม ประกอบกับมีความเห็นของศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคมว่า การบังคับให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องตรวจหาเชื้อเอชไอวี ไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย

อนึ่ง มตินี้ไม่กระทบกระเทือนต่อหน้าที่และอำนาจของพระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาสที่จะคัดกรองกุลบุตรและปกครองพระภิกษุสามเณรในสังกัด  และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ดำเนินการแจ้งเจ้าคณะใหญ่ทราบ และแจ้งพระอุปัชฌาย์ ถือปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง กสม. ขอชื่นชมมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนา ที่ได้ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็ว อีกทั้งได้แจ้งให้พระสังฆาธิการระดับสูง และพระอุปัชฌาย์ ทราบแล้ว

“บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องสภาพทางกาย หรือสุขภาพ จะกระทำมิได้ นอกจากนี้ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการนับถือศาสนารวมทั้งการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน หลักการเหล่านี้เป็นหลักสิทธิมนุษยชนสากลซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 ประกอบมาตรา 31” นายวสันต์ กล่าว

ชู’ธนาคารหน่วยกิต’เสริมประสิทธิภาพภารกิจ สกร.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807963

ชู'ธนาคารหน่วยกิต'เสริมประสิทธิภาพภารกิจ สกร.

ชู’ธนาคารหน่วยกิต’เสริมประสิทธิภาพภารกิจ สกร.

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 19.56 น.

สกร.เร่งยกร่างหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิต “ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย” ชี้เสริมประสิทธิภาพภารกิจ สกร.สร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยว่า หลังจากมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง แนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา พ.ศ.2567 เผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 นั้น ในส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กำลังยกร่างประกาศ ศธ.เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นอนุสนธิ จากประกาศ ศธ.เรื่อง แนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิต ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว

อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวต่อไปว่า สกร.ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดที่มีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จะดำเนินการยกร่างคำสั่ง ประกาศ ระเบียบ หลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงติดตาม กำกับ ตรวจสอบการดำเนินงานของธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษาของ สกร. และให้เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด หรือ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด , เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่ทำหน้าที่เป็นธนาคารหน่วยกิตกลาง

นายธนากร กล่าวอีกว่า สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสะสมหน่วยกิตจากผลการเรียนและผลลัพธ์การเรียนรู้ในธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีดังนี้ 1.ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิตในสถานศึกษาได้มากกว่าหนึ่งแห่ง 2.การสะสมหน่วยกิตของผลการเรียน สถานศึกษาดำเนินการตามหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด 3.การสะสมหน่วยกิตจากผลลัพธ์การเรียนรู้ การสะสมหน่วยกิตที่ได้จากการศึกษานอกระบบ การจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ การศึกษาตามอัธยาศัย การฝึกอบรม การรับรองมาตรฐานอาชีพ การวัดระดับภาษาตามมาตรฐานสากล ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการฝึกปฏิบัติ หรือ การเรียนรู้จริงในที่ทำงานระหว่างการศึกษา หรือ การประกอบอาชีพ สถานศึกษาต้องดำเนินการประเมินเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติตามที่ สกร.ประกาศกำหนด หรือ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามประกาศได้หรือ มีความจำเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่กำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และให้ถือคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด

“พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) และสอดคล้องกับภารกิจของ สกร.ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งธนาคารหน่วยกิต นี้ จะส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนนำผลการเรียนในระบบ ผลการเรียนนอกระบบ ผลลัพธ์การเรียนรู้จากการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น หลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรต่อเนื่อง การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ตลอดจนการรับรองมาตรฐานอาชีพ มาสะสมเทียบโอน เพื่อลดระยะเวลาการศึกษา และใช้เป็นประโยชน์ในการเพิ่มคุณวุฒิ การศึกษาต่อ และการทำงาน” นายธนากร กล่าว.