สมาพันธ์บุคลากรทางการศึกษาอื่น บุกศธ.ร้องขอมีวิทยฐานะเหมือนข้าราชการครู

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807843

สมาพันธ์บุคลากรทางการศึกษาอื่น บุกศธ.ร้องขอมีวิทยฐานะเหมือนข้าราชการครู

สมาพันธ์บุคลากรทางการศึกษาอื่น บุกศธ.ร้องขอมีวิทยฐานะเหมือนข้าราชการครู

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.47 น.

สมาพันธ์บุคลากรทางการศึกษาอื่น บุกศธ.ร้องขอมีวิทยฐานะเหมือนข้าราชการครู

31 พฤษภาคม 2567 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สมาพันธ์บุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค (2) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 50 คน รวมตัวแต่งชุดดำ ขอเข้าพบ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีระบบวิทยฐานะเหมือนกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ แม้จะอยู่ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเดียวกัน แต่ได้กำหนดให้ 38 ค (2) ไปใช้ระเบียบ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยอนุโลม ซึ่งทาง ก.พ.ไม่ได้กำหนดตำแหน่งและระดับขั้นต่าง ๆไว้ให้ด้วย พร้อมกับให้ใช้กรอบอัตรากำลังคนแทน จึงเกิดความลักลั่นขึ้น

ทั้งนี้ เพราะเมื่อใช้ พ.ร.บ.เดียวกัน ควรใช้ระบบเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน เช่น ศึกษานิเทศก์ มีวิทยฐานะ สามารถเติบโตได้ด้วยผลงาน แต่เมื่อเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) กลับถูกล็อกด้วยกรอบอัตรากำลัง โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายสุรินทร์  มั่นประสงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รับเรื่องแทน

นายธิติวุฒิ มังคลาด ประธานชมรมบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38ค(2) กล่าวว่า ที่มาวันนี้เพราะอัดอั้นตันใจ และขอคัดค้านแนวทางการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามาตรา 38 ค.(2)  ในเขตพื้นที่ฯ ทั้ง 245 เขต ซึ่งถูกตัดโอกาสความเติบโตในหน้าที่การงาน  ถูกลิดรอนสิทธิโดยโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสพฐ.ได้จัดทำประชาพิจารณ์ ให้กลุ่ม38ค.(2) โดยอ้างว่า จะดำเนินการจัดทำกรอบอัตรากำลัง และจัดทำโครงสร้างกรอบอัตรากำลังแบบมีเงื่อนไข กำหนดให้ระดับกลุ่ม38ค(2) ทุกเขตพื้นที่ฯ กำหนดตำแหน่งที่ไม่สามารถจะมีความก้าวหน้าในอาชีพเท่านั้น ทำให้ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่ภาระงานที่รับผิดชอบ มุ่งส่งเสริมสนับสนุนให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ในนามของกลุ่ม38ค.(2)  จึงเกิดคำถามต่าง ๆ มากมาย ว่า เหตุใด สพฐ.จึงต้องจัดทำแบบประชาพิจารณ์ดังกล่าว  และขอคัดค้านแบบประชาพิจารณ์ และไม่มีความไว้วางใจ กับพฤติการณ์และการกระทำของสำนักงานก.ค.ศ. และสพฐ. และมีข้อเรียกร้อง

1.ให้สพฐ.และสำนักงานก.ค.ศ. ดำเนินการกำหนดโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังให้เป็นไปตามประกาศศธ. เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้เสร็จโดยเร็ว ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

2.ให้สำนักงานก.ค.ศ.และสพฐ. ยังคงมีกรอบอัตรากำลังของนิติกรไว้ที่ 2 ตำแหน่งเช่นเดิม คือผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมายและคดี  นิติกรระดับชำนาญการพิเศษ และนิติกรปฏิบัติการ/ชำนาญการ เช่นเดียวกับหน่วยตรวจสอบภายใน ขึ้นตรงกับสพฐ. ส่วนกลาง พิจารณากรอบอัตรากำลัง โดยนำปริมาณงานตามคู่มือปฏิบัติงานของกลุ่มทั้ง 10 กลุ่ม ที่ดำเนินการโดยกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร(ก.พ.ร.) สพฐ. มาประกอบการคำนวณกรอบอัตรากำลังให้ชัดเจน

3. กรอบอัตรากำลังต้องวิเคราะห์ภารกิจ/ชั่วโมงงาน เพื่อกำหนดจำนวนและระดับตำแหน่งตามมาตรฐานตำแหน่ง

4. กรอบอัตรากำลังที่ประชาพิจารณ์ ที่ตัดตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ กลุ่มอำนวยการ กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา กลุ่มนโยบายและแผน  กลุ่มบริหารงานบุคคล เป็นการกำหนดอัตรากำลังที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม และไม่สามารถยอมรับได้  ทั้งนี้ กรณีมีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับข้อกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้สพฐ. และสำนักงานก.ค.ศ. ประสานความร่วมมือ  แก้ไขข้อกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยให้คงอำนาจหน้าที่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร 38ค(2)

นายธิติวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอให้แก้กฎก.ค.ศ. ปี 2560 ดังต่อไปนี้  ผู้อำนวยการกลุ่ม/ผู้อำนวยการหน่วย เป็นประเภทอำนวยการกำหนดเงินวิชาชีพ (เงินประจำตำแหน่ง) ระดับชำนาญการ 3,500 บาท ระดับชำนาญการพิเศษ 5,600 บาท ระดับเชี่ยวชาญ 9,900 บาท พร้อมแก้กฎหมายให้บุคลากรทางการศึกษา มีศักดิ์และสิทธิที่เสมอกัน ภายใต้ระบบบริหารงาน บุคคล และระบบค่าตอบแทนเดียวกัน  โดยกำหนดให้บุคลากรทางการศึกษา 38ค(2) เป็นวิชาชีพควบคุมของคุรุสภา มีเงินประจำตำแหน่ง หรือเงินวิชาชีพ  แก้กฎหมาย มาตรา 38ข แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ให้ตัดข้อความ ” การดำรงตำแหน่ง และการให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่ง บุคลากรทางการศึกษาตาม ค. (2) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. โดยให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตำแหน่ง และการให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับโดยอนุโลม”

“ที่ผ่านมากลุ่ม38ค.(2) มีการเรียกร้องขอความเป็นธรรมมาโดยตลอด ตั้งแต่พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จนถึงร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….ฉบับใหม่ ที่กำลังจะเข้าสภาฯ ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการการศึกษา (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ความเป็นธรรม กำหนดให้ มีเฉพาะคำว่า บุคลากรทางการศึกษาเท่านั้น โดยไม่ต้องมีคำอื่น ทั้งอื่น 38ค(2) อื่น 38ค(1) และไม่ต้องมีการไปอ้างอิง โดยอนุโลมจากหน่วยงานใด เพราะเราเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นวิชาชีพเดียวกัน ได้รับสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกัน ” นายธิติวุฒิ กล่าว

ด้านนายสิริพงษ์ กล่าวว่า  ที่ผ่านมา มีหลายกลุ่มเข้ามาพูดคุยและยื่นหนังสือกับตน ซึ่งแต่ละครั้งที่มาเรียกร้อง ก็ไม่ได้สูญเปล่า ไม่ได้เงียบ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อเรียกร้องต่าง ๆ ไปทบทวน  แต่ไม่ใช่ว่าเรียดร้องแล้วจะได้เลย เพราะบางเรื่องที่เรียกร้องมา ก็ขัดกับกฎ ขัดกับระเบียบ ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษาทุกกลุ่ม โดยมอบนโยบายให้ก.ค.ศ. ไปดูเส้นทางการเติบโต  อยากจะบอกว่าการที่มาเรียกร้อง ไม่ได้สูญเปล่า ไม่ได้เงียบ แต่อยากให้ทุกคนมาอย่างกัลยานมิตร เพราะวันนี้ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาช่วย ตนเองได้รับมอบหมายให้ติดตามเรื่องนี้แต่แรก ยอมรับว่าวันนี้ตนไม่สบายใจ เพราะไม่อยากให้ศธ. มีภาพแบบนี้  ดังนั้นวันนี้ขอมารับหนังสือแทน เพื่อไปดำเนินการติดต่อไป

“ผมเข้าใจว่า กลุ่มที่มาเรียกร้องวันนี้มีข้อกังวลเรื่องความก้าวหน้า ซึ่งทางศธ.ก็พร้อมรับฟัง และจะไปดูในระเบียบกฎหมายว่า สามารถทำได้หรือไม่อย่างไร รวมถึงจะต้องไปเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานก.พ. กระทรวงการคลัง เป็นต้น แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด  โดยทางกลุ่มอยากจะมีส่วนเข้ามาเป็นกรรมการยกร่างด้วย ดังนั้นจะไปดูความเหมาะสมลงตัวและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายสิริพงษ์ กล่าว

ขณะที่นายสุรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่ม 38ค(2) มีบุคลากรทั้งหมด ประมาณ 14,000 อัตรา โดยที่ผ่านมา สพฐ. ได้มีการจัดทำประชาพิจารณ์ กรอบอัตรากำลัง โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ ยึดตามกรอบอัตรากำลังเดิม และแนวที่ 2 คือ ยุบอัตราบางตำแหน่งลง ทั้งนี้ในส่วนของสพฐ. จะไปดูในรายละเอียดเพราะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกรอบต่าง ๆ ที่สำนักงานก.ค.ศ.กำหนด

กสม.เสนอ ครม.-ศธ.กำหนดระเบียบทรงผมนักเรียน ต้องรับฟังความเห็นของเด็ก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807827

กสม.เสนอ ครม.-ศธ.กำหนดระเบียบทรงผมนักเรียน ต้องรับฟังความเห็นของเด็ก

กสม.เสนอ ครม.-ศธ.กำหนดระเบียบทรงผมนักเรียน ต้องรับฟังความเห็นของเด็ก

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.17 น.

กสม.เสนอ ครม.-ศธ.กำหนดระเบียบทรงผมนักเรียน ต้องรับฟังความเห็นและเน้นการมีส่วนร่วมของเด็ก การกำหนดแบบทรงผม และการลงโทษ ถือเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 นายบุญ สมนึก ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบังคับให้นักเรียนตัดทรงผมตามข้อบังคับของโรงเรียน ตลอดจนการทำโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืนเกินสมควรแก่เหตุ โดยในปี 2566 กระทรวงศึกษาธิการได้หารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาและต่อมาได้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 และให้สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการไว้ทรงผมนักเรียนได้เอง

กสม.เห็นว่าการกำหนดแบบทรงผมนักเรียนและการลงโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการไว้ทรงผมนักเรียนเป็นประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน จึงเห็นสมควรให้มีการศึกษาเรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการคุ้มครองสิทธิของเด็ก แม้ปัจจุบันสถานศึกษาแต่ละแห่งจะมีอำนาจกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนได้เองตามแนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ แต่การกำหนดแบบทรงผมของนักเรียนถือเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เป็นการก้าวล่วงเข้าไปยังแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพในการตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับเส้นผม การกำหนดแบบทรงผมของนักเรียน จึงต้องมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติให้อำนาจไว้เสียก่อน และไม่อาจนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจทั่วไปในการบริหารงานภายในหน่วยงานด้านการศึกษามาใช้ได้

ในการประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัด ถือปฏิบัติว่ากระทรวงศึกษาธิการและสถานศึกษาไม่มีอำนาจกำหนดแบบทรงผมของนักเรียน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ทั้งต้องมีมาตรการ ว่าหากมีความจำเป็นต้องสั่งการให้นักเรียนตัดผมหรือไว้ทรงผมในกรณีใดจะต้องปรากฏความจำเป็นเพื่อการรักษาสุขอนามัย หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของตนเองหรือผู้อื่นเท่านั้น ระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษาจะต้องเกิดจากการรับฟังความเห็นของนักเรียน โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของนักเรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการคุ้มครองสิทธิของเด็ก

และให้คณะรัฐมนตรีโดยกระทรวงศึกษาธิการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 หมวด 7 การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งกายโดยเฉพาะเรื่องทรงผมของนักเรียน ว่าจะต้องมีขึ้นได้  แต่โดยเหตุผลอันสมควรเท่านั้น และให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตรากฎกระทรวงฉบับใหม่ที่เป็นมาตรฐานกลางในการออกระเบียบ หรือข้อกำหนดของสถานศึกษาเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียน กฎกระทรวงเกี่ยวกับมาตรการบังคับให้เป็นไปตามระเบียบหรือกฎว่าด้วยทรงผมนักเรียนของแต่ละสถานศึกษา และกฎกระทรวงว่าด้วยวิธีการรับฟังความเห็นของนักเรียนและนักศึกษา โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียนและผู้ปกครองเป็นสำคัญ

ทรู คอร์ป แฮ็กไอเดียนิวเจน! พลิกฟื้นขยะ e-Waste สู่นวัตกรรมคืนคุณค่าแก่สังคม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807820

ทรู คอร์ป แฮ็กไอเดียนิวเจน! พลิกฟื้นขยะ e-Waste สู่นวัตกรรมคืนคุณค่าแก่สังคม

ทรู คอร์ป แฮ็กไอเดียนิวเจน! พลิกฟื้นขยะ e-Waste สู่นวัตกรรมคืนคุณค่าแก่สังคม

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 12.06 น.

ทรู คอร์ป แฮ็กไอเดียนิวเจน! พลิกฟื้นขยะ e-Waste สู่นวัตกรรมคืนคุณค่าแก่สังคม กับโครงการ e-Waste HACK BKK 2024 เพื่อชีวิตที่ดีของคนกรุงเทพฯ

พลิกวิกฤตขยะ e-Waste สู่โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างสร้างสรรค์…ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของไทย ประกาศเปิดตัวโครงการ “e-Waste HACK BKK 2024” ภายใต้ความร่วมมือกับ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบริษัท เอสเค เทส ไทยแลนด์ จำกัด ระดมสมองนวัตกรรุ่นใหม่ แฮ็กไอเดีย สร้างมูลค่าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ รีไซเคิลชิ้นส่วน e-Waste ต่อยอดเป็นนวัตกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้จริง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น ตอบโจทย์ความท้าทาย ทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสาธารณสุข รีบฟอร์มทีม ! แล้วมาปล่อยพลังสุดยอดไอเดียกับโครงการ “e-Waste HACK BKK 2024” สมัครได้แล้ววันนี้ ถึง 14 มิถุนายน 2567 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://linktr.ee/true_lab

นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะเทค คอมปานีไทยที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม มุ่งพัฒนาองค์กรตามแนวทางแห่งความยั่งยืน เราตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและตั้งใจมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีแบบครบวงจรมาอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เราได้ยกระดับการจัดการ e-Waste ไปอีกขั้น และเป็นครั้งแรกที่จุดประกายการพลิกฟื้นขยะ e-Waste ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม สอดคล้องตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เปิดตัวโครงการ “e-Waste HACK BKK 2024” ซึ่งต่อยอดจากโครงการ e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ เมื่อปีที่ผ่านมา

ครั้งนี้ ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนที่นับวันรุนแรงขึ้น ร่วมนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ นำขยะ e-Waste มารีไซเคิลและพัฒนาเป็นผลงานนวัตกรรมที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างแท้จริง เป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าและลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขณะนี้ ทั่วโลกมีมากกว่า 62 ล้านเมตริกตัน ขณะที่ประเทศไทย มีมากถึง 750,000 เมตริกตัน ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า พลังของคนรุ่นใหม่จะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการ สร้างสรรค์นวัตกรรมจากสุดยอดไอเดีย ส่งมอบอุปกรณ์ใหม่จากชิ้นส่วนขยะ e-Waste ที่คืนคุณค่าสู่สังคม พร้อมสนุกกับการเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อโลกที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”

#ทางลัดสู่รั้วคณะวิศวะฯ KMITL ยกทีม! พร้อมทุนการศึกษา

การแข่งขัน “e-Waste HACK BKK 2024” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน  – 14 กันยายน 2567 เปิดโอกาสให้นวัตกรรุ่นใหม่ จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ นำเสนอความคิดสร้างสรรค์เป็นกลุ่มๆ ละ 3 – 5 คน เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและเพิ่มมูลค่าให้กับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมนำไอเดียมาต่อยอด พัฒนาเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้งานได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ครอบคลุม 1 ใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.การศึกษา 2.สิ่งแวดล้อม 3.ความปลอดภัย และ 4.สาธารณสุข ชิงทุนการศึกษา รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ 2.ระดับอุดมศึกษา ซึ่ง 20 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ Hackathon จะได้มีโอกาสเข้าร่วมโปรแกรมบ่มเพาะกับทรู แล็บ และ 4 ทีมสุดท้ายในระดับอุดมศึกษา จะได้รับเงินทุนพัฒนานวัตกรรม

ยิ่งไปกว่านั้น อีกหนึ่งรางวัลพิเศษในปีนี้ ทุกคนในทีมของประเภทระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้สิทธิเข้าศึกษาต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมระบบไอโอทีและสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ขณะที่ทุกคนในทีมของประเภทระดับอุดมศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทเต็มจำนวน สาขาวิศวกรรมระบบไอโอทีและสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์  KMITL เช่นเดียวกัน เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 14 มิถุนายน 2567 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://linktr.ee/true_lab

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2789748

เชิญชวนเที่ยวงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” ครั้งที่ 28 เริ่ม 27-30 มิ.ย. ที่ไบเทค บางนา

1 มิ.ย. 2567 05:20 น.

เชิญชวนเที่ยวงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” ครั้งที่ 28 เริ่ม 27-30 มิ.ย. ที่ไบเทค บางนา

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา และ ธรรมรัตน์ โชควัฒนา แถลงข่าวการจัด “สหกรุ๊ปแฟร์” ครั้งที่ 28 งานจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ ระหว่าง 27-30 มิ.ย. โดยมี บุญเกียรติ โชควัฒนา, ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา และ เวทิต โชควัฒนา มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.

การใช้อำนาจบริหารต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ตามที่ กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ดำเนินงานโครงการ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วง ลาดพร้าว–สำโรง ที่เป็นระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อและขยายโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขต กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล ให้มีความสมบูรณ์ รองรับการเดินทางของประชาชน โดยได้นำระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ประชาชนเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2566…ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ชื่อเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ว่า “นัคราพิพัฒน์” (นัก–คะ–รา–พิ–พัด) Nakkhara Phiphat ซึ่งมีความหมายว่า ความเจริญแห่งเมือง นำมาซึ่งความปีติยินดีและสิริมงคลแก่ กระทรวงคมนาคม รฟม. และ ประชาชนผู้ใช้บริการ
น่าอยู่-ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี, ชานนท์ เรืองกฤตยา และ คง ชิ เคือง เปิดตัว “เดอะ เรสซิเดนเซส 38” โครงการที่อยู่อาศัยระดับเวิลด์คลาสและเซอร์วิสเรสซิเดนซ์สุดหรูติดบีทีเอสทองหล่อ โดยมี ฌ็อง–โกลด ปวงเบิฟ และ ภัทรา เรืองกฤตยา มาร่วมงานด้วย ที่สถานทูตฝรั่งเศส วันก่อน.
  • เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิ.ย.2567…สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1-5 มิ.ย.2567…พร้อมทั้งขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัยว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” ระหว่างวันที่ 1-7 มิ.ย.2567 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE…โปรดรับทราบโดยทั่วกัน
จากขยะ-แอนนา แฮมมาร์เกรน และ รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แถลงข่าวโครงการ “e-Waste HACK BKK 2024” เชิญชวนร่วมสร้างนวัตกรรมจากขยะ โดยมี มนัสส์ มานะวุฒิเวช, สมยศ เกียรติวนิชวิไล และ ลุค สโคลเตอ แวน มาสท์ มาร่วมงานด้วย ที่ทรู ทาวเวอร์ วันก่อน.
  • อืม…จากการที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ติดบ่วงคดี หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง 40 สว. ที่ขอให้วินิจฉัยความเป็น รัฐมนตรีสิ้นสุดลง จากเสนอแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ส่อ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และฝ่าฝืนจริยธรรม ส่งผลให้ นายกฯเศรษฐา ต้องไปติดต่อทาบทาม ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยครั้งแรกเตรียมแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย…ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการปรับเปลี่ยนคำสั่งแต่งตั้งให้ ดร.วิษณุ เป็น ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ที่ไม่ถือเป็น ข้าราชการการเมือง ทำหน้าที่เสมือน ที่ปรึกษาส่วนตัว ของนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายให้มี ขอบเขตหน้าที่ครอบคลุมกว้างขึ้น ในการให้ คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย และสามารถเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่างๆได้ด้วย…ถือว่าแต่งตั้งด้วยความรอบคอบ ได้ประโยชน์รอบด้าน
ปลดล็อก-วัชร–จิตสุภา–ธนวลัย วัชรพล จัดงานเสวนาเรื่อง Unlocking Thailand withGreen Finance and AI Economy พร้อมเชิญ ทุย ทู บุย, วิทัย รัตนากร, ดร.กอบศักดิ์ภูตระกูล และ ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ มาร่วมเสวนาด้วย ที่โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ วันก่อน.
  • ขณะที่ ดร.วิษณุ ออกมาระบุว่า ตอนที่ นายกฯเศรษฐา ไปพบขอให้มาเป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จึงได้บอกไปว่าไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน จึงให้มาเป็น ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่มีห้องทำงาน ไม่มีรถ และเงินประจำตำแหน่ง มีแต่เบี้ยประชุม โดยให้ช่วยทำใน บางเรื่องที่รัฐบาลมีปัญหา เช่น ในคณะรัฐมนตรีไม่มีนักกฎหมาย บางทีมีการทักท้วงกันระหว่างผู้ไม่รู้ บางครั้งก็มีการทักท้วงจากคนข้างนอก จึงอาจจะส่งประเด็นให้ตนเองดูก่อน จึงบอกให้เป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แต่พอ นายกรัฐมนตรี ไปคุยกับ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เขาอยากให้เข้าประชุม คณะรัฐมนตรี ด้วย เพราะบางเรื่อง รัฐบาล ต้องการความเห็นที่กลางๆ จึงบอกว่าแล้วแต่ นายกรัฐมนตรี ไปจัดการ…ส่วนการที่นายกฯเศรษฐา จะขอคำปรึกษา คดีในศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องทำอยู่แล้ว เพราะเวลามีอะไรเขาก็ต้องปรึกษา สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีคดีความก็ส่งมาให้ดูแต่ยืนยันกรณี 40 สว. ตนเองไม่เป็นหัวขบวนในการสู้คดี เพราะมี พิชิต ชื่นบาน อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นเจ้าของเรื่อง มี ทนาย กฤษฎีกา อัยการ ช่วยทำให้ แต่การที่มีหลายทีมอาจทำให้มีความคิดเห็นขัดกันจึงให้เข้าไปช่วยดูด้วยว่าแต่ละคนที่มีความเห็นคนละด้าน จะนำมาผสมกลมกลืนอย่างไร แต่จะสู้คดีได้หรือไม่ยังไม่อยากตอบตอนนี้ เพราะยังไม่เห็นคำร้องของ 40 สว. แต่มันก็มีหนทางที่จะสู้คดีอยู่ สู้แล้วชนะหรือไม่ ไม่รู้ เอาเป็นว่ามีโอกาสที่จะสู้คดีได้ แต่จะฟังขึ้นหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง…เมื่อ กุนซือกฎหมาย ออกปากอย่างนี้ อย่างน้อยนายกฯเศรษฐาก็ใจชื้นขึ้นเยอะเลย
อุปรากรจีน-สนั่น อังอุบลกุล และ จรรย์สมร วัธนเวคิน เป็นประธานในพิธีลงนามก่อตั้งศูนย์สืบสานอุปรากรจีน ระหว่าง หลี่ ปื๊อ ยิ่ว กับ อำพัน เจริญสุขลาภ โดยมี เฉิน ไฉ ไสยง, บุญเทียม พิชัยวงศ์ และ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย มาร่วมในพิธีด้วย ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วันก่อน.
  • เฮ้อ…จากที่มีกระแสข่าวที่ก่อให้เกิดความสับสนว่าประชาชนที่ไม่ได้ลงทะเบียน ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ จะไม่สามารถใช้บริการ โมบายแบงกิ้ง ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.2567 ทางด้าน ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาชี้แจงชัดเจนแล้วว่าตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาอยู่ในขั้นตอนเริ่มตรวจสอบ บัญชีธนาคาร ที่เปิดด้วย ระบบออนไลน์ ประมาณ 106 ล้านบัญชี โดย หมายเลขโทรศัพท์ ต้องตรงกับ เบอร์โทรศัพท์ ที่ให้ไว้ในบัญชี จะใช้เวลาในการตรวจสอบ 120 วัน กรณีที่มีประชาชนเป็นห่วงว่าบัญชีจะใช้ไม่ได้นั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะกำลังร่างระเบียบให้มีคนที่ได้รับข้อยกเว้น เช่น คนในครอบครัวเดียวกัน บุคคลที่ได้รับคำสั่งศาลให้เป็นผู้ดูแลและบริษัทที่เป็นนิติบุคคลที่ต้องซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์แจกให้พนักงาน ยืนยันว่ามาตรการนี้จะไม่กระทบ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่เป็นการคุ้มครองประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก ซิมม้า บัญชีผี บัญชีม้า ส่วนที่เป็นห่วงว่าเมื่อลงทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองซิมการ์ดอาจทำให้มีปัญหาเรื่อง โปรโมชันโทรศัพท์ นั้น ยืนยันจะไม่กระทบโปรโมชันที่มีอยู่เดิม…เพื่อตัดวงจรมิจฉาชีพ ทุกคนต้องร่วมมือกัน จบข่าว

วัยเก๋า-อิชิโระ ซะกะกุระ จัดงานเสวนาในหัวข้อ “สุขดี วัยเก๋า” และ “เสน่ห์วัย 60+ กายดี สุขภาพแข็งแรง” เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านโภชนาการและการเสริมสร้างโปรตีนด้วยกรดอะมิโนรับสังคมสูงวัย โดยมี ดร.สง่า ดามาพงษ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท วันก่อน.
สุดยอด-ดอรีน บ็อกแดน–มาร์ติน มอบรางวัลอันดับ 1 สาขาสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม จากแอปพลิเคชันอีเวสต์พลัสของเอไอเอส ให้ สายชล ทรัพย์มากอุดม ในงานวีซิส ไพรซ์ 2024 โดยมี รองวุฒิ วีรบุตร และ สายฝน โพธิ์จีน มาร่วมในพิธีด้วย ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป… ฉลองมงคลสมรส ธีรานุช สุวรรณจักร์ กับ เธียร คูสุวรรณ ที่ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวินฯ 1 มิ.ย. 12.00 น.

“ธนูเทพ”

อิสราเอลถอนทหารออกจากจาบาเลียแล้ว ทั่วโลกแชร์ภาพไวรัล ‘All eyes on Rafah’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789928

อิสราเอลถอนทหารออกจากจาบาเลียแล้ว ทั่วโลกแชร์ภาพไวรัล 'All eyes on Rafah'

31 พ.ค. 2567 21:48 น.

อิสราเอลถอนทหารออกจากจาบาเลียแล้ว ทั่วโลกแชร์ภาพไวรัล ‘All eyes on Rafah’

อิสราเอลประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารที่เมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือฉนวนกาซาแล้ว หลังโจมตีดุเดือดกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ผู้คนในโลกโซเชียลพร้อมใจแชร์ภาพไวรัล ‘All eyes on Rafah’ 

เมื่อ 31 พ.ค. 2567 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอลประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา และถอนกำลังทหารอิสราเอลออกไปจากเมืองจาบาเลียแล้ว หลังจากกองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงถล่มกว่า 200 เที่ยว และเกิดการปะทะกับสมาชิกกลุ่มฮามาสอย่างดุเดือด ในช่วง 20 วัน เป็นเหตุให้ชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนต้องอพยพหนีภัยสงครามออกจากพื้นที่ และเมืองจาบาเลียได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาคารบ้านเรือนพังเสียหายกว่า 1,000 หลัง

กองทัพอิสราเอลแถลงถึงความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารที่เมืองจาบาเลียว่า สามารถปลิดชีพสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายฮามาสไปได้หลายร้อยคน และสามารถทำลายอุโมงค์เครือข่ายใต้ดินของกลุ่มฮามาสได้เป็นระยะทางรวมแล้วถึง 10 กิโลเมตร

สภาพความเสียหายในเมืองจาบาเลีย หลังถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีอย่างหนักหน่วงกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนจะประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือฉนวนกาซา เมื่อ 31 พ.ค.2567

  นอกจากนั้น ระหว่างปฏิบัติการทางทหารที่เมืองจาบาเลีย ทหารอิสราเอลได้พบศพตัวประกันอีก 7 ราย จากจำนวนตัวประกันทั้งหมดราว 250 คนที่กลุ่มฮามาสลักพาตัวมา ขณะบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 ศพ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ กองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติการทางทหารในเมืองจาบาเลียอีกครั้งนั้น เนื่องจากสมาชิกกลุ่มฮามาสได้หวนกลับไปรวมกลุ่มกันที่นี่อีก

ส่วนสถานการณ์ในเมืองราฟาห์ ทางใต้สุดของฉนวนกาซา หลังจากกองทัพอิสราเอลได้โจมตีค่ายอพยพซึ่งชาวปาเลสไตน์หนีภัยสงครามมาหลบภัยที่นี่ เป็นเหตุให้มีชาวปาเลสไตน์ รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก เสียชีวิตสลดอีก 45 ศพเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกออกมาชุมนุมประท้วงอิสราเอลที่เข่นฆ่าชาวปาเลสไตน์อย่างโหดเหี้ยมนั้น ได้เกิดกระแสหรือเทรนด์ในโลกโซเชียล โดยพากันพร้อมใจกันแชร์ภาพไวรัล ซึ่งเขียนข้อความว่า “All eyes dn Rafah” หรือ ‘ทุกสายตาจับจ้องไปที่เมืองราฟาห์’ แล้วกว่า 46 ล้านครั้ง

ขณะที่อิสราเอลยังคงโจมตีเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้สุดในฉนวนกาซา โดยไม่สนใจต่อคำสั่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ที่ออกคำสั่งฉุกเฉินตั้งแต่ 21 พ.ค. ให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์ทันที อีกทั้งยังเกิดเหตุสะเทือนใจอย่างมาก เมื่ออิสราเอลโจมตีค่ายอพยพที่เมืองราฟาห์ คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ที่บริสุทธิ์ไปอีก 45 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในสงครามอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 36,224 ศพแล้ว

ที่มา : Aljazeera

ระทึก ชายบุกแทงคน กลางไลฟ์สด ชุมนุมต้านอิสลาม ในเยอรมนี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789887

ระทึก ชายบุกแทงคน กลางไลฟ์สด ชุมนุมต้านอิสลาม ในเยอรมนี

31 พ.ค. 2567 18:56 น.

ระทึก ชายบุกแทงคน กลางไลฟ์สด ชุมนุมต้านอิสลาม ในเยอรมนี

ชายบุกเดี่ยวใช้มีดไล่แทงคน ขณะชุมนุมต่อต้านอิสลาม ในเยอรมนี และมีการไลฟ์สดทางยูทูบ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย รวมทั้งตำรวจ 1 นาย

เกิดเหตุการณ์ระทึก ชายบุกเดี่ยวใช้มีดไล่แทงคนมาชุมนุมประท้วงต่อต้านอิสลาม ในเมืองมันไฮม์ ประเทศเยอรมนี เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 31 พ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งนาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตัดสินใจยิงชายคนดังกล่าว แต่แค่ได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ สร้างความสะเทือนขวัญมากขึ้นเพราะมีการไลฟ์สดทางยูทูบ (YouTube) และมีคนกำลังดูไลฟ์สดหลายพันคน

ตามรายงานข่าวระบุว่า เป็นที่เข้าใจว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง Citizens’ Movement Pax Europa (BPE) ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นกลุ่มที่มีแนวความคิดต่อต้านอิสลามในยุโรป มีการนัดชุมนุม และไลฟ์สด (Live) ทางยูทูบช่อง BPE

จากนั้น ได้มีชายคนหนึ่งสวมเสื้อแจ็กเกตแบบมีฮู้ดจู่โจมใช้มีดทำร้าย นาย Michael Stuerzenberger ชายเยอรมัน วัย 59 ปี แกนนำกลุ่ม BPE ขณะกำลังกล่าวปราศรัยในงาน อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย

 ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่:https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา :TheSun ,Dailymail

Cr ภาพ : Youtube

ไบเดนไฟเขียวยูเครนใช้อาวุธสหรัฐฯ โจมตีรัสเซียได้บางพื้นที่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789754

ไบเดนไฟเขียวยูเครนใช้อาวุธสหรัฐฯ โจมตีรัสเซียได้บางพื้นที่

31 พ.ค. 2567 13:38 น.

ไบเดนไฟเขียวยูเครนใช้อาวุธสหรัฐฯ โจมตีรัสเซียได้บางพื้นที่

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับลำ ยอมไฟเขียวให้ยูเครนนำอาวุธที่ได้รับการจัดสรรจากสหรัฐฯ ไปโจมตีเป้าหมายทางทหารในรัสเซียได้เป็นครั้งแรก แต่ให้จำกัดพื้นที่เฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงเมืองคาร์คิฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนเท่านั้น

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า นายโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ยูเครนสามารถนำอาวุธของสหรัฐฯ ไปโจมตีเป้าหมายในรัสเซียได้ แต่จำกัดพื้นที่เฉพาะที่อยู่ใกล้แคว้นคาร์คิฟ ที่ซึ่งถูกรัสเซียโจมตีครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงนโยบายห้ามยูเครนใช้ระบบขีปนาวุธเชิงยุทธวิธีกองทัพบก (ATACMS) ที่เป็นขีปนาวุธพิสัยไกล 300 กิโลเมตร และขีปนาวุธพิสัยไกลอื่นๆ โจมตีเข้าไปในดินแดนรัสเซียเช่นเดิม
โดยการอนุมัติดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนนโยบายของไบเดน ที่เคยยืนกรานคัดค้านไม่ให้ยูเครนนำอาวุธของสหรัฐฯ ไปใช้โจมตีดินแดนของรัสเซีย ขณะที่อังกฤษก็มีการส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าจะเปิดทางด้วยการผ่อนคลายข้อบังคับ เพื่อให้ยูเครนสามารถใช้อาวุธที่ได้รับการสนับสนุนโดยชาติตะวันตกได้มากขึ้น

ทั้งนี้ รัสเซียได้เสริมกำลังพลเข้าใกล้พื้นที่ทางเหนือของคาร์คิฟ เมืองที่อยู่ห่างจากชายแดนรัสเซีย 30 กิโลเมตร ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บัญชาการทหารยูเครนเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า มีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 16 ราย หลังจากรัสเซียโจมตีอาคารพักอาศัยในย่านชานเมืองคาร์คิฟ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ยูเครน

เกาหลีใต้สั่งประธานแชโบลใหญ่ “เอสเค กรุ๊ป” จ่าย 36,000 ล้าน ยุติคดีหย่า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789749

เกาหลีใต้สั่งประธานแชโบลใหญ่ "เอสเค กรุ๊ป" จ่าย 36,000 ล้าน ยุติคดีหย่า

31 พ.ค. 2567 12:35 น.

เกาหลีใต้สั่งประธานแชโบลใหญ่ “เอสเค กรุ๊ป” จ่าย 36,000 ล้าน ยุติคดีหย่า

ศาลเกาหลีใต้สั่งให้นายเช แทวอน เจ้าของกลุ่มบริษัทเอสเค กรุ๊ป ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอันดับ 2 ของโลก จ่ายเงิน 36,000 ล้านบาท ให้แก่อดีตภรรยา ซึ่งถือเป็นการจ่ายเงินในข้อตกลงการหย่าร้างที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้

ศาลอุทธรณ์เกาหลีใต้ มีคำสั่งให้นายเช แทวอน ประธานกลุ่มบริษัทเอสเค กรุ๊ป จ่ายเงินสินสมรส 1.38 ล้านล้านวอน หรือราว 36,688 ล้านบาท ให้กับ โร โซยอง บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีโร แทอู ในคดีการฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูที่สูงที่สุดของประเทศ

นายเช แทวอน แห่งกลุ่มบริษัทเอสเค กรุ๊ป กลุ่มบริษัทใหญ่อันดับสองของเกาหลีใต้ และ โร โซยอง บุตรสาวคนเดียวของอดีตประธานาธิบดีโร แทอู สมรสกันในปี 1988 และมีบุตรสามคน นายเชประกาศการหย่าร้างในปี 2558 โดยยอมรับว่ามีคนรักนอกสมรสและมีลูกกับเธอ และเป็นฝ่ายยื่นฟ้องหย่าในอีก 2 ปีต่อมา หลังจากต้องอดทนอดกลั้นนานกว่า 2 ปี โร โซยอง ได้ยื่นฟ้องในปี 2562 โดยเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์สิน เป็นหุ้นของเอสเค กรุ๊ปครึ่งหนึ่งที่นายเชถืออยู่

เมื่อวันพฤหัสบดี (30 พ.ค.) ศาลสูงกรุงโซลมีคำสั่งให้นายเช แบ่งสินสมรสเป็นเงิน 1.38 ล้านล้านวอน นอกเหนือจากค่าเลี้ยงดูอีก 2,000 ล้านวอน ซึ่งเป็นการแบ่งสินสมรสที่มากที่สุดในคดีการหย่าร้างของเกาหลีใต้ จากเดิมศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อปี 2565 ให้อดีตสามีจ่ายค่าชดเชยแก่เธอ เป็นเงินทั้งสิ้น 66,500 ล้านวอน หรือราว 1,767 ล้านบาท

ศาลครอบครัวได้ตัดสินในขั้นต้นว่าหุ้นเอสเค กรุ๊ป ของนายเช ไม่ควรถูกแบ่งเป็นสินสมรส เนื่องจากการถือหุ้นของนายเชนั้นสืบทอดมาจากบิดาของเขา แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสิน โดยกล่าวว่า “การที่โร โซยอง มีส่วนช่วยในการเพิ่มมูลค่าของเอสเค กรุ๊ป และกิจกรรมทางธุรกิจ ควรเป็นสิ่งได้รับการยอมรับ”

ศาลกล่าวว่า “อดีตประธานาธิบดีโน แทอู ทำหน้าที่เป็นโล่ป้องกันให้กับนายเช จอง-ฮยอน อดีตประธานเอสเค กรุ๊ป และบิดาของนายแทวอน เมื่อเขา พยายามจะเข้าสู่ธุรกิจผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ โดยให้ความช่วยเหลือที่จับต้องไม่ได้แก่ครอบครัวเช”

ศาลระบุว่า สินทรัพย์รวมของนายเช แทวอน และโร โซยอง มีมูลค่ารวม 4 ล้านล้านวอน โดยกำหนดให้โร โซยอง ได้รับส่วนแบ่ง 35% จากทรัพย์สินของสามี และจ่ายเงินที่แบ่งกันเป็นเงินสด

ศาลยังเน้นย้ำด้วยว่า นายเชไม่ได้แสดงความสำนึกผิดอย่างจริงใจต่อพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์ของเขาในระหว่างการดำเนินคดีหย่าร้าง และแสดงทัศนคติที่ไม่เคารพต่อการมีคู่สมรสคนเดียว ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์ชู้สาวของเขา

ด้านทนายความของนางโร ยกย่องการตัดสินใจดังกล่าว โดยระบุว่าหุ้นของเอสเค กรุ๊ป เป็นทรัพย์สินร่วมระหว่างทั้งสองที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ทนายความของนายเช แสดงความเสียใจต่อคำตัดสินดังกล่าว โดยเรียกกระบวนการพิจารณาของศาล และคำตัดสินว่า “มีอคติมากเกินไป” โดยกล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา.

ที่มา Yonhap

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

วังบักกิงแฮมยืนยัน เจ้าหญิงเคท จะไม่เสด็จฯในพิธีซ้อมใหญ่สวนสนาม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789778

วังบักกิงแฮมยืนยัน เจ้าหญิงเคท จะไม่เสด็จฯในพิธีซ้อมใหญ่สวนสนาม

31 พ.ค. 2567 15:17 น.

วังบักกิงแฮมยืนยัน เจ้าหญิงเคท จะไม่เสด็จฯในพิธีซ้อมใหญ่สวนสนาม

วังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์ยืนยัน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือเจ้าหญิงเคท จะไม่เสด็จฯในพิธีซ้อมใหญ่ สวนสนามเพื่อเฉลิมฉลองในวันคล้ายวันพระราชสมภพกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ขณะที่เจ้าหญิงเคทกำลังทรงอยู่ระหว่างการรับคีโม รักษามะเร็ง

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมในกรุงลอนดอน ออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อ 30 พ.ค.2567 ว่า เจ้าหญิงแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือเจ้าหญิงเคท จะไม่เสด็จฯร่วมในพิธีซ้อมใหญ่สวนสนาม ในวันที่ 8 มิถุนายน เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ หรือ Trooping Colour โดยเจ้าหญิงเคท พระชนมายุ 42 พรรษา ทรงมอบหมายให้พลโทเจมส์ บัคนอลล์ ปฏิบัติพระกรณียกิจครั้งนี้แทนพระองค์

ส่วนพิธีสวนสนามในวันจริง เพื่อเฉลิมฉลองในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 นั้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 โดยกษัตริย์ชาร์ลส์จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมกับสมเด็จพระราชินีคามิลลา พระอัครมเหสี โดยพระราชรถ ซึ่งจะไม่ทรงม้า

เจ้าหญิงเคททรงแจ้งให้สาธารณชนได้ทราบผ่านคลิปวิดีโอเมื่อเดือนมีนาคม 2567 ว่า พระองค์กำลังประชวรด้วยโรคมะเร็ง

ด้านสำนักข่าวเดลี่เมล และสื่อต่างประเทศหลายแห่ง มีความเห็นว่า การออกแถลงการณ์ยืนยันของสำนักพระราชวังบักกิงแฮมเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ขณะที่ตอนนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า แคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือเจ้าหญิงเคท ชายาในเจ้าชายวิลเลียม ทรงอยู่ระหว่างการรับการรักษาพระอาการประชวรด้วยโรคมะเร็ง หลังจากเจ้าหญิงเคท ทรงออกมาแจ้งผ่านทางคลิปวิดีโอด้วยพระองค์เองเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาว่า ทรงอยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด (คีโม) พร้อมทั้งทรงขอความเป็นส่วนพระองค์

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าหญิงเคทได้เสด็จฯไปนอกวังได้บ้างแล้ว โดยเจ้าชายวิลเลียมได้ทรงแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับพระพลานามัยของเจ้าหญิงเคทขณะเสด็จฯ ไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เกาะซิลลี (Scilly) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเทรซีย์ สมิธ ผู้บริหารโรงพยาบาลได้ทูลถามเจ้าชายวิลเลียมเกี่ยวกับพระพลานามัยของเจ้าหญิงเคทว่าเป็นอย่างไรบ้าง และเจ้าชายวิลเลียม ตรัสตอบว่า เจ้าหญิงเคทกำลังมีพระพลานามัยที่ดีขึ้น 

ที่มา : Dailymail,People

“โดนัลด์ ทรัมป์” ผิด 34 กระทง คดีจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789733

"โดนัลด์ ทรัมป์" ผิด 34 กระทง คดีจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่

31 พ.ค. 2567 12:15 น.

“โดนัลด์ ทรัมป์” ผิด 34 กระทง คดีจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่

ศาลนิวยอร์กตัดสินให้ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความผิด 34 กระทง จากการจ่ายเงินปิดปากให้ดาราหนังผู้ใหญ่ เพื่อปกปิดความสัมพันธ์ ก่อนการเลือกตั้งปี 2559

โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาก่ออาชญากรรม หลังคณะลูกขุนรัฐนิวยอร์กตัดสินว่าเขามีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร เพื่อปกปิดการจ่ายเงินเพื่อปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่รายหนึ่งก่อนการเลือกตั้งปี 2559 หลังจากการไต่สวนเป็นเวลา 2 วัน คณะลูกขุน 12 คนได้ตัดสินให้ทรัมป์มีความผิดในความผิดอาญาทั้ง 34 กระทง

ผู้พิพากษาอนุญาตให้ทรัมป์ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องมีการวางหลักทรัพย์ประกันตัว และศาลอยู่ระหว่างพิจารณาหลักฐานทั้งหมดอีกครั้งอย่างละเอียด ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนการประกาศคำตัดสิน ในวันที่ 11 ก.ค. นี้ เพียงไม่กี่วันก่อนที่พรรครีพับลิกันเตรียมเสนอชื่อทรัมป์อย่างเป็นทางการ ในฐานะตัวแทนพรรครีพับลิกัน สู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน

ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจมีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี แม้ว่าผู้ถูกตัดสินลงโทษมักจะได้รับโทษจำคุกที่น้อยกว่า ปรับ หรือคุมประพฤติ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังสามารถรณรงค์หาเสียงหรือเข้ารับตำแหน่งอย่างถูกกฎหมายหากเขาชนะการเลือกตั้ง แม้จะถูกจำคุก ขณะที่ทรัมป์ วัย 77 ปี ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และทนายความที่เป็นตัวแทนของเขากล่าวว่าจะอุทธรณ์โดยเร็วที่สุด

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากนั้นว่า “นี่เป็นความอัปยศ” ในขณะที่เขาประกาศความบริสุทธิ์ของเขา และย้ำว่าการพิจารณาคดีเป็นการหลอกลวง และกล่าวว่า “คำตัดสินที่แท้จริงจะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. โดยประชาชน”

ผลสำรวจความคิดเห็นระบุว่า ทรัมป์และไบเดน วัย 81 ปี เผชิญการแข่งขันที่ดุเดือด และการสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส พบว่าการตัดสินว่ามีความผิดอาจทำให้ทรัมป์ต้องสูญเสียการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระและพรรครีพับลิกัน

คดีนี้ถูกมองว่าก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัมป์น้อยที่สุด จากการถูกดำเนินคดีอาญาทั้ง 4 คดีที่ทรัมป์เผชิญ แต่คำตัดสินถือว่ามีนัยสำคัญอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะเป็นคำตัดสินเพียงคำเดียวที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ส่วนคำตัดสินอื่นๆ ล่าช้าออกไปเนื่องจากกระบวนการยื่นคัดค้าน

คณะลูกขุนพบว่า ทรัมป์มีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจ หลังจากพิจารณาการนำเสนอหลักฐานในห้องพิจารณาคดีนาน 5 สัปดาห์ ซึ่งสตอร์มี แดเนียลส์ ดาราหนังผู้ใหญ่ ได้ให้การเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กับทรัมป์ในปี 2549 ขณะที่เขาแต่งงานกับเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาคนปัจจุบันของเขา ด้านทรัมป์ปฏิเสธว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับแดเนียลส์

ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ให้การเป็นพยานว่าทรัมป์อนุมัติการจ่ายเงินเพื่อปกปิดเรื่องดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับแดเนียลส์ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการเลือกตั้งปี 2559 เมื่อทรัมป์เผชิญกับข้อกล่าวหาหลายครั้งว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางเพศ

โคเฮนให้การเป็นพยานว่า เขาจัดการเรื่องการจ่ายเงินดังกล่าว และทรัมป์อนุมัติแผนการคืนเงินให้เขาผ่านการจ่ายเงินรายเดือนซึ่งระบุว่าเป็นงานทางกฎหมาย ด้านทนายความของทรัมป์ แสดงความสงสัยความน่าเชื่อถือของโคเฮน โดยเน้นย้ำถึงประวัติอาชญากรรม การจำคุก และประวัติการโกหกของเขา

การรณรงค์หาเสียงของไบเดนกล่าวว่า คำตัดสินแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนนให้ทรัมป์ ขณะที่ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้ การปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจมักถือเป็นอาชญากรรมทางอาญาในรัฐนิวยอร์ก แต่อัยการของสำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน อัลวิน แบรกก์ ปรับการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญา โดยอ้างว่าทรัมป์ปกปิดการบริจาคเงินหาเสียงที่ผิดกฎหมาย.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign