ศาลโลกสั่ง อิสราเอลหยุดโจมตีราฟาห์ทันที เปิดจุดผ่านแดนช่วยชาวปาเลสไตน์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788222

ศาลโลกสั่ง อิสราเอลหยุดโจมตีราฟาห์ทันที เปิดจุดผ่านแดนช่วยชาวปาเลสไตน์

24 พ.ค. 2567 22:02 น.

ศาลโลกสั่ง อิสราเอลหยุดโจมตีราฟาห์ทันที เปิดจุดผ่านแดนช่วยชาวปาเลสไตน์

ศาลโลกออกคำสั่งมาตรการฉุกเฉิน ให้อิสราเอลยุติการโจมตีเมืองราฟาห์ทันที พร้อมทั้งเปิดจุดผ่านแดน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์

เมื่อ 24 พ.ค. 2567 คณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice ) หรือศาลโลก ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของสหประชาชาติ ออกคำสั่งมาตรการฉุกเฉิน ให้อิสราเอลยุติการโจมตีเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้สุดของฉนวนกาซาโดยทันที รวมทั้งเปิดจุดผ่านแดนเมืองราฟาห์ ซึ่งติดกับประเทศอียิปต์ เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือต่างๆ แก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

การลงมติของคณะผู้พิพากษา 15 คน ประจำศาล ICJ หรือศาลโลก ที่กรุงเฮก เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พ.ค. 2567 มีขึ้นตามคำร้องของรัฐบาลแอฟริกาใต้ ที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้ออกคำสั่งมาตรการฉุกเฉิน ให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์ โดยกล่าวหาอิสราเอลว่า กำลัง ‘ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ และก่อความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการคุกคามความอยู่รอดของชาวปาเลสไตน์

ศาลโลกออกคำสั่งมาตรการฉุกเฉิน ให้อิสราเอลยุติการโจมตีเมืองราฟาห์ ทางใต้สุดของฉนวนกาซา

คณะผู้พิพากษาศาลโลก 13 ในจำนวน 15 คน ได้ลงมติเห็นชอบต่อคำสั่งให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์ทันที ขณะที่มีผู้พิพากษา 2 คน ที่คัดค้าน คือ ผู้พิพากษาจากยูกันดา และอิสราเอล

นาวาซ ซาลาม ประธานศาลโลก ได้อ่านคำสั่งศาลว่า อิสราเอลต้องยุติปฏิบัติการทางทหารที่เป็นการรุกรานเมืองราฟาห์โดยทันที รวมทั้งปฏิบัติการอื่นๆในเมืองราฟาห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับสภาพการณ์ต่างๆต่อชีวิตของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่อาจนำไปสู่การทำลายล้างทางกายภาพทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประธานศาลโลกยังเรียกสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมืองราฟาห์ว่า อยู่ในขั้น ‘หายนะ’

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิสราเอลได้อ้างเหตุผลในการบุกโจมตีเมืองราฟาห์ ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เนื่องจากเป็นปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญในการปราบปรามกลุ่มฮามาส ซึ่งได้บุกโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 พร้อมทั้งเรียกข้อกล่าวหาของรัฐบาลแอฟริกาใต้ต่ออิสราเอลว่า เป็นคดีที่ ‘ไม่มีมูลเลย’

เผยทัพพม่าโจมตีทางอากาศโหดขึ้น ปีนี้พลเรือนตาย เจ็บอื้อ 369 ศพแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788198

เผยทัพพม่าโจมตีทางอากาศโหดขึ้น ปีนี้พลเรือนตาย เจ็บอื้อ 369 ศพแล้ว

24 พ.ค. 2567 20:07 น.

เผยทัพพม่าโจมตีทางอากาศโหดขึ้น ปีนี้พลเรือนตาย เจ็บอื้อ 369 ศพแล้ว

เผยกองทัพพม่าโจมตีทางอากาศดุเดือดมากขึ้นในปีนี้ พบ 4 เดือนแรก ทำให้พลเรือนเสียชีวิตแล้ว 369 ศพ บาดเจ็บเกือบ 800 ราย รัฐยะไข่เป็นรัฐที่ถูกทัพพม่าโจมตีทางอากาศบ่อยมากที่สุด

เมื่อ 24 พ.ค. 2567 เว็บไซต์อิรวดี สื่อภาษาอังกฤษในประเทศเมียนมา หรือพม่า รายงาน กลุ่มวิจัย Nyan Lin Thit Analytica ซึ่งติดตามการกระทำโหดร้ายของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า เผยแพร่รายงานผลการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่ากองทัพรัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมาย ในช่วง 4 เดือนแรก ของปีนี้ (2567) เป็นเหตุให้พลเรือนเสียชีวิตไปแล้วถึง 369 ราย ในจำนวนนี้ เป็นเด็ก 61 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 756 ราย

รายงานของกลุ่มวิจัย Nyan Lin Thit Analytica ระบุว่า จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพรัฐบาลทหารพม่าเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีผู้เสียชีวิต 63 ศพ ในปี 2654 เพิ่มเป็น 260 ศพ ในปี 2565 และ 613 ศพ ในปี 2655 

กลุ่มวิจัย Nyan Lin Thit Analytica ยังระบุว่า มีรายงานกองทัพพม่าโจมตีทางอากาศทุกวัน ทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน ของปี 2567 เป็นจำนวนถึง 819 ครั้ง หรือเฉลี่ยแล้วกองทัพพม่าโจมตีทางอากาศอย่างน้อย 6 ครั้งต่อวัน โดยรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกของประเทศ เป็นรัฐที่ถูกโจมตีทางอากาศบ่อยที่สุด 187 ครั้ง ตามด้วยภูมิภาคสะกาย โดนโจมตีทางอากาศ 119 ครั้ง ขณะที่กลุ่มวิจัย Nyan Lin Thit Analytica ยังระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าถึง 161 ราย ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร 

รายงานของกลุ่มวิจัย Nyan Lin Thit Analytica ยังระบุว่า การโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ได้ทำลายอาคารต่างๆ ในวัดไป 50 แห่ง โรงเรียน 38 แห่ง และศูนย์สุขภาพ 11 แห่ง 

ขณะที่มีนักวิเคราะห์ทางทหาร ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ คาดว่าการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากกองกำลังทหารภาคพื้นดินได้พ่ายแพ้สูญเสียดินแดนให้กับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเพิ่มมากขึ้น ทั่วรัฐคะฉิ่น รัฐฉาน รัฐยะไข่ กะยาห์ ชิน และกะเหรี่ยง 

ที่มา : irrawaddy

อัปเกรดครั้งสำคัญ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788013

อัปเกรดครั้งสำคัญ

25 พ.ค. 2567 05:01 น.

อัปเกรดครั้งสำคัญ

ในปี 2568 เกาะยูเมะชิมะ ที่เกิดจากการถมทะเลในโครงการสร้างสาธารณูปโภคในอ่าวโอซากา ญี่ปุ่น กำลังรอต้อนรับผู้คนทั่วโลกสู่งาน “โอซากา เวิลด์ เอ็กซ์โป 2025” นิทรรศการระดับนานาชาติที่จัดยาวๆไป 6 เดือน โดยนครโอซาการับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าเมื่อมาถึงหนึ่งในเมืองใหญ่ของภูมิภาคคันไซแห่งนี้ มีคนไม่ยอมหมกตัวอยู่แค่เอ็กซ์โป เพราะในฐานะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ยาวนาน ธรรมชาติผสานกับความทันสมัยของตึกรามบ้านช่อง นี่คือเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาดออกไปสัมผัส

ลำพังทุกวันนี้ยอดนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้าแดนอาทิตย์อุทัยก็มหาศาลอยู่แล้ว แต่โอซากา เวิลด์ เอ็กซ์โป เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ญี่ปุ่นเร่งปรับปรุงหลายๆสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการหลั่งไหลของผู้คนในปีหน้าที่จะเพิ่มขึ้นอีกโข ประตูแรกก็คือสนามบินนานาชาติคันไซ ก็มีโครงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร 1 มาตั้งแต่ปี 2564 นอกจากจะขยายความจุอาคารผู้โดยสาร แต่ยังมุ่งมอบประสบการณ์ประทับใจแก่ผู้มาใช้บริการเป็นสำคัญ

ผู้เขียนได้มีโอกาสผ่านเข้า-ออก สนามบินนานาชาติคันไซเมื่อสัปดาห์ก่อน สังเกตพบว่างานก่อสร้างในอาคารผู้โดยสาร 1 เร่งงานอย่างเร่งด่วน แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อการจัดการให้เกิดความคล่องตัวของแถวผู้โดยสารที่แน่นทั้งขาเข้าและขาออกพอสมควร แต่เชื่อว่าเมื่อการปรับปรุงเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ผู้คนที่มาใช้บริการคงอุทานว้าว! แน่ เพราะโครงการนี้ถือเป็นงานปรับปรุงครั้งสำคัญที่สุดที่ดำเนินการในภูมิภาคคันไซในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา แว่วว่าจะเพิ่มรูปแบบการเช็กอินด้วยตนเองและโหลดสัมภาระ มีช่องทางอัจฉริยะ มีประตูอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการที่รวดเร็ว รวมถึง ร้านค้า ร้านอาหาร ที่มีทั้งสินค้าไฮ-เอนด์ และร้านที่ได้แรงบันดาลใจจากสมบัติทางวัฒนธรรมของภูมิภาคคันไซ

ตามข้อมูลของเว็บไซต์แอร์พอร์ต เทคโนโลยี เผยว่า การปรับปรุงส่วนใหญ่ของสนามบินนานาชาติ คันไซ จะทันเปิดโฉมใหม่อย่างยิ่งใหญ่ในปี 2568 ตอบสนองต่องานโอซากา เวิลด์ เอ็กซ์โป 2025 การปรับปรุงทั้งหมดคาดจะแล้วเสร็จในปี 2569 พรั่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ทางฝั่งเหนือและฝั่งใต้ในพื้นที่ขาออกระหว่างประเทศ โดยจะช่วยให้สนามบินแห่งนี้รองรับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศได้ 40 ล้านคนต่อปี.

ภัค เศารยะ

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ ยังอยู่ ICU รพ.ในกรุงเทพฯ กว่า 20 ราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788153

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ ยังอยู่ ICU รพ.ในกรุงเทพฯ กว่า 20 ราย

24 พ.ค. 2567 17:40 น.

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ ยังอยู่ ICU รพ.ในกรุงเทพฯ กว่า 20 ราย

เผย สิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ ยังมีผู้บาดเจ็บอยู่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ กว่า 40 ราย ในจำนวนนี้เกินครึ่งยังอยู่ห้องไอซียู และอาการโคม่า 6 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง

เมื่อ 24 พ.ค. 2567 สำนักข่าวต่างประเทศยังคงติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-300 ของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 เส้นทางลอนดอน-สิงคโปร์ ตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง ทำให้เครื่องบินดิ่งวูบจากระดับความสูง 37,000 ฟุต ลงมาอยู่ที่ 31,000 ฟุต ในเวลา 4-6 นาที ขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าประเทศเมียนมา หรือพม่า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บจำนวนอย่างน้อย 70 รายเมื่อ 21 พ.ค. 2567 นั้น

สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ แจ้งว่า ยังมีผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ อีก 46 ราย และลูกเรือ 2 ราย

นายแพทย์อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช ในกรุงเทพฯ แถลงข่าวเมื่อ 23 พ.ค.2567

นายแพทย์อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช ในกรุงเทพฯ แถลงข่าวเมื่อ 23 พ.ค.2567 ว่า ขณะนี้ยังคงมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ รักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวช จำนวน  41 ราย ในจำนวนนี้ยังรักษาอยู่ในห้องไอซียู (ICU) 22 ราย รวมทั้งเด็กวัย 2 ขวบ 1 ราย ขณะที่มีคนไข้ได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัส 6 ราย ถึงขั้นเป็นตายเท่ากัน

จากการเปิดเผยของ ผอ.โรงพยาบาลสมิติเวช ยังระบุว่า คนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ยังต้องรักษาในโรงพยาบาล มีทั้งบาดเจ็บที่กะโหลกศีรษะ และสมอง รวมทั้งเจ็บกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ กระดูกสันหลัง โดยมีคนไข้ 17 ราย ต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งในจำนวนนี้ 9 ราย บาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง

สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สิงคโปร์แอร์ไลน์ตกหลุมอากาศ ที่ยังรักษาในโรงพยาบาลสมิติเวช ยังรวมถึงชาวอังกฤษ 10 ราย ชาวออสเตรเลีย 9 ราย ชาวมาเลเซีย 7 ราย ชาวฟิลิปปินส์ 4 ราย ซึ่งคนไข้อายุมากที่สุด คือ 83 ปี

ทั้งนี้ เครื่องบินสิงคโปรแอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 ได้นำผู้โดยสาร 211 คน และลูกเรือ 18 คนเดินทางจากสนามบินในกรุงลอนดอน และประสบเหตุหลังบินมาได้ 11 ชั่วโมง เหลืออีก 2 ชั่วโมงเท่านั้นจะถึงปลายทาง โดย นายโก๊ะ ชุน ฟง ประธานกรรมการบริหาร หรือ CEO ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกคนที่ได้รับผลกระทบ ในขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ให้คำมั่นว่าจะสอบสวนจากเหตุการณ์นี้ 

ที่มา : BBC

ระทึกอีก เครื่องบินเจแปน แอร์ไลน์ เฉี่ยวชนกัน ที่สนามบินในญี่ปุ่น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788126

ระทึกอีก เครื่องบินเจแปน แอร์ไลน์ เฉี่ยวชนกัน ที่สนามบินในญี่ปุ่น

24 พ.ค. 2567 15:48 น.

ระทึกอีก เครื่องบินเจแปน แอร์ไลน์ เฉี่ยวชนกัน ที่สนามบินในญี่ปุ่น

(ภาพประกอบ)

เกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสารสองลำ ของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ ในญี่ปุ่น เฉี่ยวชนกันที่สนามบินในกรุงโตเกียว เดชะบุญ ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน ขณะมีผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบินกว่า 300 คน

สถานีโทรทัศน์ NHK (เอ็นเอชเค) ในประเทศญี่ปุ่น รายงาน เกิดเหตุปลายปีกเครื่องบินโดยสารของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ (JAL) สองลำชนกัน ที่ท่าอากาศยานฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว เมื่อราว 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดี (23 พ.ค. 2567) ทำให้เครื่องบินทั้งสองลำเสียหาย แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

รายงานระบุว่าเที่ยวบิน 503 ของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ ซึ่งมีกำหนดเดินทางสู่ท่าอากาศยานชิโตเซะใหม่ ของจังหวัดฮอกไกโด กำลังถอยออกจากช่องจอดและชนกับเครื่องบินอีกลำที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่องจอดใกล้กัน โดยเที่ยวบิน 503 มีผู้โดยสารอยู่ 328 คน และต้องยกเลิกเที่ยวบิน ส่วนเครื่องบินอีกลำไม่มีผู้โดยสาร แต่ทำให้เที่ยวบินล่าช้าเพราะต้องเปลี่ยนเครื่อง

ทั้งนี้ เหตุการณ์ข้างต้นนับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์เครื่องบินชนกันที่สนามบินในช่วงปีนี้ โดยก่อนหน้านี้เครื่องบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ประสบเหตุชนกับเครื่องบินของกองกำลังรักษาชายฝั่งญี่ปุ่นที่สนามบินฮาเนดะ เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2567 ทำให้ลูกเรือบนเครื่องบินของกองกำลังรักษาชายฝั่งของญี่ปุ่น เสียชีวิต 5 ราย

ต่อมาเครื่องบินของสายการบินโคเรียน แอร์ ได้ประสบเหตุชนกับเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก เมื่อวันที่ 16 ม.ค. และเครื่องบินของสายการบินออล นิปปอน สองลำเคยปีกชนกันที่ท่าอากาศยานโอซากา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา

ที่มา :Xinhua

ดินถล่มรุนแรงฝังกลบหมู่บ้านในปาปัวนิวกินี คาดดับนับร้อยศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788095

ดินถล่มรุนแรงฝังกลบหมู่บ้านในปาปัวนิวกินี คาดดับนับร้อยศพ

24 พ.ค. 2567 14:26 น.

ดินถล่มรุนแรงฝังกลบหมู่บ้านในปาปัวนิวกินี คาดดับนับร้อยศพ

เกิดเหตุดินถล่มอย่างรุนแรงในหมู่บ้านห่างไกลทางตอนเหนือของปาปัวนิวกินี ในช่วงเช้ามืดของวันนี้ ตามเวลาในท้องถิ่น ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากที่ยังคงหลับใหลอยู่ถูกฝังทั้งเป็นนับร้อยชีวิต

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งช่วยเหลือและค้นหาชาวบ้านที่ถูกฝังภายใต้กองดินขนาดมหึมา หลังเกิดเหตุดินถล่มหมู่บ้านเคาคาลัม จังหวัด เอนกา ห่างจากเมืองพอร์ตมอร์สบี เมืองหลวง ไปทางตอนเหนือราว 600 กิโลเมตร ช่วงเวลาราวตี 3 ตามเวลาในท้องถิ่น ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังคงหลับอยู่ โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตถึงราว 100 ศพ

ด้านนายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ระบุในแถลงการณ์ว่า เขายังไม่ได้รับรายงานอย่างละเอียดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ขอให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยเร็วที่สุด โดยส่วนกลางได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติลงพื้นที่แล้ว เพื่อเข้าช่วยเหลือในปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต รวมทั้งเร่งกู้ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย โดยจะมีการแถลงยืนยันถึงจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกครั้งเมื่อได้รับรายงานแล้ว

ทั้งนี้ สื่อของออสเตรเลีย และสื่อท้องถิ่นต่างรายงานว่า น่าจะมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินถล่มครั้งนี้ มากกว่า 100 คน ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจจะมากกว่านั้น โดยชาวบ้านจำนวนไม่น้อยต่างช่วยกันขุดกองดินที่ทับถล่มบ้าน เพื่อหวังจะช่วยผู้ที่ติดอยู่ภายใน และหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตให้ได้มากที่สุด.

ที่มา : รอยเตอร์

ไม่คัดค้าน แค่ไม่เห็นด้วย สหรัฐฯ อาจกลับลำ ไม่เก็บภาษีคนรวย เพราะมีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ/2788081

ไม่คัดค้าน แค่ไม่เห็นด้วย สหรัฐฯ อาจกลับลำ ไม่เก็บภาษีคนรวย เพราะมีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก

Date Time: 24 พ.ค. 2567 14:06 น.

ในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ณ ประเทศอิตาลี เมื่อวันพฤหัสบดี (23 พ.ค. 2567) ที่ผ่านมา เจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งกับมหาเศรษฐีทั่วโลก ที่เสนอโดยประเทศบราซิล ซึ่งกำหนดให้จัดเก็บภาษีอัตรา 2% ต่อปี โดยข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนส่วนใหญ่จากกลุ่มประเทศ G20


“ฉันไม่สนับสนุนการเจรจาระหว่างประเทศใดๆ ที่ทุกประเทศจะต้องเห็นด้วยและทำตามข้อเสนอดังกล่าวในการแจกจ่ายรายได้การจัดเก็บภาษีไปให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามความรุนแรง” เยลเลนกล่าว


จุดยืนของเยลเลนครั้งนี้ ขัดแย้งกับแนวคิดของฝ่ายบริหารประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่สนับสนุนมาตรการจัดเก็บภาษีกับบุคคลที่มีรายได้สูงในสหรัฐฯ โดยในร่างประมาณปี 2025 มีการเสนอเรื่องการจัดเก็บภาษีขั้นต่ำ 25% สำหรับชาวอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุด 0.01% ของประเทศซึ่งมีความมั่งคั่งเกิน 100 ล้านดอลลาร์


ทั้งนี้ข้อเสนอการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งมหาเศรษฐีจะเป็นการสนับสนุนข้อตกลง Global minimum tax หรือการจัดเก็บภาษีธุรกิจข้ามชาติที่จะเก็บอัตราภาษีเงินได้ธุรกิจขั้นต่ำ 15% เพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีของบริษัทขนาดใหญ่ที่มักใช้ช่องโหว่ของกฎหมายโยกย้ายผลกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจในประเทศหนึ่งๆ ไปลงทุนในประเทศที่เสียภาษีเงินได้ในอัตราต่ำกว่า รวมถึงจัดสรรกำไรและสิทธิภาษีบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ให้เป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งข้อตกลงนี้ถูกเสนอโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จนมีประเทศสมาชิกกว่า 140 ประเทศเข้าร่วมข้อตกลง ล่าล่าสุดมี 55 ประเทศที่เริ่มดำเนินการแล้ว แต่ในสหรัฐฯ ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ผ่านอนุมัติจากสภาคองเกรส เนื่องจากถูกต่อต้านโดยพรรครีพับบลิกัน


อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา การเจรจาดังกล่าวยืดเยื้อมานานหลายปีและถูกเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำอีก เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างยุโรปและสหรัฐฯ ในเรื่องข้อปฏิบัติทางภาษีต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ


ซึ่งในอนาคตหากภาษีความมั่งคั่งมหาเศรษฐีมีผลบังคับใช้ขึ้นมาจริง สหรัฐฯ อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพลเมืองเป็นมหาเศรษฐีที่มีความมั่งคั่ง 500 อันดับแรกมากที่สุด ตามรายงานของ Bloomberg Billionaires Index โดย 9 ใน 10 ของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ นำโดย Jeff Bezos, Elon Musk, Mark Zuckerberg, Larry Page และ Bill Gates.

อ้างอิง

Bloomberg

สิงคโปร์แอร์ไลน์ปรับมาตรการใหม่ งดเสิร์ฟอาหารเมื่อไฟเตือนรัดเข็มขัด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788069

สิงคโปร์แอร์ไลน์ปรับมาตรการใหม่ งดเสิร์ฟอาหารเมื่อไฟเตือนรัดเข็มขัด

24 พ.ค. 2567 14:00 น.

สิงคโปร์แอร์ไลน์ปรับมาตรการใหม่ งดเสิร์ฟอาหารเมื่อไฟเตือนรัดเข็มขัด

สิงคโปร์แอร์ไลน์ หวั่นเหตุซ้ำรอย ปรับมาตรการบริการบนเครื่อง เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยจะงดการเสิร์ฟอาหารทุกชนิดหากมีสัญญาณไฟเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย

สิงคโปร์แอร์ไลน์ประกาศปรับมาตรการ การให้บริการบนเครื่องบินโดยสารทุกเที่ยวบิน โดยจะงดเสิร์ฟอาหารทุกชนิด หากมีไฟเตือนให้รัดเข็มขัด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยกับเที่ยวบินที่ SQ321 จากเดิมที่จะงดเสิร์ฟเฉพาะเครื่องดื่มร้อนเท่านั้น

ส่วนนโยบายปัจจุบันที่ใช้อยู่ ทั้งการที่ลูกเรือจะต้องดูแลสิ่งของและอุปกรณ์ที่ไม่ได้อยู่ในตู้เก็บในห้องโดยสารในช่วงที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย รวมทั้งการแนะนำให้ผู้โดยสารกลับไปนั่งที่ที่นั่งของตัวเองและคาดเข็มขัด รวมทั้งตัวของลูกเรือก็จำเป็นต้องกลับไปประจำที่และคาดเข็มขัดทุกครั้งที่มีไฟเตือนจะดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันลูกเรือจะเพิ่มการดูแลให้แก่ผู้โดยสารกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษด้วย พร้อมยืนยันว่ากัปตันและลูกเรือทุกคนตระหนักถึงอันตรายของการตกหลุมอากาศเป็นอย่างดี โดยพวกเขาได้ผ่านการฝึกตามขั้นตอน และเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางจะเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนนั่นเอง โดยล่าสุดสิงคโปร์แอร์ไลน์เปิดเผยว่า ยังมีผู้โดยสาร 46 คน และลูกเรืออีก 2 คนที่รักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร

เหตุการณ์นี้นับเป็นอุบัติเหตุทางการบินที่มีผู้เสียชีวิตครั้งแรกของสิงคโปร์แอร์ไลน์ในรอบกว่า 20 ปี หลังจากที่เคยเกิดอุบัติเหตุกับเที่ยวบิน SQ006 ที่พยายามเทกออฟจากทางวิ่งสนามบินนานาชาติ ของไต้หวันระหว่างที่มีพายุไต้ฝุ่นเข้า จนชนเข้ากับอุปกรณ์ก่อสร้าง จนมีผู้เสียชีวิตถึง 83 คน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ปี 2000

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สิงคโปร์แอร์ไลน์

อียูปรับ บ.ผู้ผลิต “โอรีโอ” 13,000 ล้าน ละเมิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788053

อียูปรับ บ.ผู้ผลิต "โอรีโอ" 13,000 ล้าน ละเมิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า

24 พ.ค. 2567 12:25 น.

อียูปรับ บ.ผู้ผลิต “โอรีโอ” 13,000 ล้าน ละเมิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า

สหภาพยุโรปปรับบริษัท “มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล” ผู้ผลิต “โอรีโอ” เป็นเงินราว 13,000 ล้านบาท ฐานขัดขวางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรป

คณะกรรมาธิการยุโรปได้สั่งปรับบริษัท มอนเดลีช อินเตอร์เนชันแนล เป็นเงิน 337.5 ล้านยูโร (ราว 13,400 ล้านบาท) ฐานขัดขวางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระหว่างชาติสมาชิกสหภาพยุโรป 

มอนเดลีช เป็นเจ้าของแบรนด์ช็อกโกแลตแคดเบอรี, ช็อกโกแลตทอปเบอโรน, คุกกี้โอรีโอ, ชิพส์อะฮอย, แครกเกอร์ทริสกิต และโปรตีนบาร์ “เพอร์เฟกต์ สแนกส์”

คณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า มอนเดลีชพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าถูกลง คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า บริษัทขนมและของขบเคี้ยวที่ตั้งอยู่ในนครชิคาโกของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรป “ด้วยการมีส่วนเกี่ยวข้องในข้อตกลงต่อต้านการแข่งขันหรือแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ที่มุ่งเป้าไปที่การจำกัดการค้าข้ามพรมแดนของผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต บิสกิต และกาแฟ”

ตามข้อมูลของฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป บริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องในข้อตกลงต่อต้านการแข่งขันหรือแนวทางปฏิบัติร่วมกัน 22 ฉบับ และกล่าวตำหนิมอนเดลีช ที่ใช้อำนาจเหนือตลาดในทางมิชอบ

ตามข้อมูลของสหภาพยุโรป ข้อตกลงฉบับหนึ่งการสร้างเงื่อนไขให้ลูกค้าของมอนเดลีช ขึ้นราคาสินค้าส่งออกเมื่อเทียบกับการจำหน่ายในประเทศ คณะกรรมาธิการฯ เสริมว่า มอนเดลีช ห้ามไม่ให้บริษัทผู้จัดจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว 10 รายในกลุ่มอียู 27 ประเทศ ตอบคำร้องขอขายสินค้าจากลูกค้าในประเทศสหภาพยุโรปอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากบริษัท

มาร์เกรเธอ เวสทาเกอร์ กรรมาธิการด้านการแข่งขันของสหภาพยุโรป กล่าวว่า ในกรณีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับราคาสินค้า ที่ถือเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลให้แก่พลเมืองยุโรป ในช่วงเวลาที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงมาก ซึ่งหลายคนต้องตกอยู่ในวิกฤติค่าครองชีพ.

ที่มา AP

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

อาคารร้านอาหารพังถล่มในสเปน ทับลูกค้าดับ 4 ศพ เจ็บเพียบ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788048

อาคารร้านอาหารพังถล่มในสเปน ทับลูกค้าดับ 4 ศพ เจ็บเพียบ (คลิป)

24 พ.ค. 2567 11:31 น.

อาคารร้านอาหารพังถล่มในสเปน ทับลูกค้าดับ 4 ศพ เจ็บเพียบ (คลิป)

เกิดเหตุอาคารพังถล่มที่เมืองปาลมา บนเกาะมายอร์กา เกาะท่องเที่ยวชื่อดังของสเปน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ และมีผู้บาดเจ็บเข้าขั้นวิกฤติ 7 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 9 ราย

สื่อท้องถิ่นของสเปนรายงานว่า อาคารที่พังถล่มดังกล่าว เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร เมดูซา บีช คลับ ซึ่งอยู่ใกล้กับชายหาด ในเมืองปาลมา บนเกาะมายอร์กา โดยขณะเกิดเหตุมีลูกค้าที่กำลังเต้นรำอยู่บนระเบียงของอาคาร ก่อนอาคารจะพังถล่มลงมาทับคนที่อยู่ด้านล่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ และบาดเจ็บอีก 16 คน โดยเบื้องต้นหน่วยกู้ภัยระบุว่ามีผู้บาดเจ็บเข้าขั้นวิกฤติ 7 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 9 ราย โดยทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นแล้ว

ดูคลิป ที่นี่

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการพังถล่มที่แน่ชัด โดยจะต้องเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ขณะที่หน่วยกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาใต้ซากอาคาร เพื่อค้นหาว่ายังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอีกหรือไม่ ก่อนจะสรุปความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สเปน