‘เปาวลี-เต๋า ภูศิลป์-ข้าวทิพย์-เบลล์-มาร์ค-ปูน’ ชวนส่งพลังแห่งน้ำใจสร้างกุศลเนื่องในวันอานันทมหิดล2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/806158

‘เปาวลี-เต๋า ภูศิลป์-ข้าวทิพย์-เบลล์-มาร์ค-ปูน’ ชวนส่งพลังแห่งน้ำใจสร้างกุศลเนื่องในวันอานันทมหิดล2567

‘เปาวลี-เต๋า ภูศิลป์-ข้าวทิพย์-เบลล์-มาร์ค-ปูน’ ชวนส่งพลังแห่งน้ำใจสร้างกุศลเนื่องในวันอานันทมหิดล2567

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เบลล์-นิภาดา ขันเงิน ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พร้อมด้วยสองหนุ่ม มาร์ค-ณฐริศร์วรกรเลิศสิทธิ์ และ ปูน-ปูน มิตรภักดี นักแสดงจีเอ็มเอ็มทีวี ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวเข็มวันอานันทมหิดลประจำปี 2567 เข็มที่ระลึกเนื่องในวันอานันทมหิดลภายใต้แนวคิด “From Hands To Heart สองมือห่วงใย ดวงใจผูกพัน”จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาของโรคหัวใจให้แก่สังคมไทย รวมถึงเพื่อให้ประชาชนที่มีปัญหาสุขภาพหัวใจเเละหลอดเลือดได้เข้าถึงการรักษามากขึ้น พร้อมร่วมรณรงค์เชิญชวนบริจาคเพื่อนำไปสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล, มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย, ช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์อาพาธ-ผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, กิจกรรมจิตอาสา สโมสรนิสิตคณะเเพทยศาสตร์ จุฬาฯ, สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโครงการ “หัวใจ 3D” ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยโดยมีผู้ใจบุญและแฟนคลับให้ความสนใจร่วมสนับสนุนจำนวนมาก ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย นอกจากนี้ เปาวลี พรพิมลเต๋า ภูศิลป์ และ ข้าวทิพย์ ธิดาดิน ร่วมเชิญชวนบริจาคเนื่องในวันอานันทมหิดล เพื่อรับเข็มที่ระลึกหรือเสื้อยืดน้ำใจ..สร้างกุศล สามารถร่วมบริจาคผ่านเลขที่บัญชี 045-508231-4บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชีวันอานันทมหิดล ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย หรือทางเว็บไซต์ https://anandaydonation.
docchula.com/
ติดตามข่าวสารโครงการได้ที่ Facebook : ANAN DAY หรือโทร.02-2564183

เปาวลี เปิดเผยว่า “เปาขอเชิญชวนทุกคนส่งต่อพลังแห่งน้ำใจสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลเพื่อช่วยเด็กพระภิกษุสงฆ์อาพาธ และผู้ป่วยยากไร้ บริจาคเพียงคนละเล็กคนละน้อย หากเรารวมพลังช่วยกันก็จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อีกหลายชีวิตค่ะ”

เบลล์-นิภาดา เปิดเผยว่า “ดีใจมากค่ะที่วันนี้ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมดีๆ กับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเนื่องในวันอานันทมหิดลในปีนี้เบลล์ขอเชิญชวนทุกคนร่วมใจกันเป็นผู้ให้ บริจาคเงินตามกำลังสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เชิญชวนมาร่วมทำบุญกันเยอะๆ นะคะ”

มาร์ค-ปูน เปิดเผยว่า “ปลื้มใจครับที่พวกเราได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2567เพื่อนๆ ทุกคนก็สามารถร่วมทำบุญได้ครับ เพียงบริจาคทุก 150 บาท ก็จะได้รับเข็มวันอานันทมหิดลหรือบริจาค 299 บาท ได้รับเสื้อยืดสวยๆ ของโครงการช่วยกันส่งต่อการให้และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการดีๆ แบบนี้ด้วยกันนะครับ”

ส่องเหล่าหนุ่มๆ ‘MANHUNT INTERNATIONAL’ อวดหุ่นแซ่บ ในกิจกรรมถ่ายแฟชั่นชุดกีฬาสุดแข็งแกร่ง!

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/806154

ส่องเหล่าหนุ่มๆ ‘MANHUNT INTERNATIONAL’ อวดหุ่นแซ่บ ในกิจกรรมถ่ายแฟชั่นชุดกีฬาสุดแข็งแกร่ง!

ส่องเหล่าหนุ่มๆ ‘MANHUNT INTERNATIONAL’ อวดหุ่นแซ่บ ในกิจกรรมถ่ายแฟชั่นชุดกีฬาสุดแข็งแกร่ง!

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แซ่บซี้ดแบบไม่พัก กับเวที MANHUNT INTERNATIONAL 2024 การประกวดที่สุดของสุภาพบุรุษแห่งปีระดับนานาชาติ เมื่อเหล่าผู้เข้าประกวดทั้ง 37 คน ออกมาอวดกล้ามโต โชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม กับรอบ “ถ่ายแฟชั่นชุดกีฬา” แบรนด์  MUSCULO ณ โรงแรม SC Park ใจกลางกรุงเทพฯ 

เพิ่มองศาความร้อนของดวงอาทิตย์ให้ทะลุจุดเดือดกับความมาดแมนแฮนด์ซั่มของหนุ่มๆ ผู้เข้าประกวดแต่ละประเทศ ที่มาในชุดกีฬาลุคแข็งแกร่ง แต่แฝงความเป็นสุภาพบุรุษสุดน่ารักไว้ในสีสันอันสดใสของชุดกีฬา แหวกว่ายในสระว่ายน้ำสีฟ้าใสบวกรวมกับฝีมือการโพสท่าของแต่ละคน ก็ฟาดแบบกินกันไม่ลง สะท้อนให้เห็นถึงสมรรถภาพของผู้เข้าประกวดแต่ละคน ที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลัง ที่ช่วยให้สุขภาพดีแข็งแรง!

ความแซ่บซี้ดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่จะเพิ่มดีกรีความฮอตการแข่งขันไปจนถึงรอบไฟนอล ซึ่งแฟนๆ ต้องตามติดแบบนาทีต่อนาทีโดยเฉพาะช่วงเก็บตัว ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 21-26พฤษภาคม 2567 นี้ บอกได้คำเดียวว่ามีเซอร์ไพรส์ ส่วนรอบไฟนอลจะมีขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม 2567 นี้ ค่ำคืนที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ Manhunt International 2024 จะถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย รักใครเชียร์ใคร ก็อย่าพลาดการโหวตในโค้งสุดท้ายกับการโหวต People’s Choice Award ด่วน ภายใน 23 พฤษภาคมนี้ (ก่อนเที่ยงคืน) ผ่านการโหวตในโซเชียลมีเดียของ Manhunt International และ Manhunt Thailand (ดูกติกาในเพจเฟซบุ๊ก)

อบอุ่นหัวใจ! ‘หลิงหลิง-ออม’ ชวนแฟนคลับส่งต่อรอยยิ้ม ใน Happy LingOrm Day เซอร์ไพรส์ประกาศ Fan Meet

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/806157

อบอุ่นหัวใจ! ‘หลิงหลิง-ออม’ ชวนแฟนคลับส่งต่อรอยยิ้ม  ใน Happy LingOrm Day เซอร์ไพรส์ประกาศ Fan Meet

อบอุ่นหัวใจ! ‘หลิงหลิง-ออม’ ชวนแฟนคลับส่งต่อรอยยิ้ม ใน Happy LingOrm Day เซอร์ไพรส์ประกาศ Fan Meet

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อบอุ่นหัวใจจริงๆ เมื่อ 2 สาวอย่าง “หลิงหลิง คอง” และ “ออม- กรณ์นภัส” จากซีรี่ส์ “ใจซ่อนรัก” ทางช่อง 3 พร้อมแฟนคลับกว่า 500 คน
ร่วมงาน Happy LingOrm Day ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ มากมายทั้งการทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ พร้อมมอบเงินบริจาคยอดจากออนไลน์จำนวน 211,711 บาท และยอดสมทบจากวันจัดกิจกรรม 25,819 บาท รวมเป็นเงิน 237,530 บาท ให้แก่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ
มหาราชินีนับเป็นการฉลองวันเกิดที่อิ่มใจทั้งผู้ให้และผู้รับเลยทีเดียว

บรรยากาศภายในงาน Happy LingOrm Day เป็นไปอย่างอบอุ่นเต็มไปด้วยความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเริ่มด้วยการจัดเซอร์ไพรส์
ให้กับแฟนๆ ด้วยการโชว์ร้องเพลง“แฟนผมน่ารัก” เพิ่มโมเมนต์สุดพิเศษฟินกับความน่ารักของทั้งคู่จากนั้นมาสนุกกันต่อด้วยการชวนแฟนๆ มาเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็น เกมโยนบอลลงตะกร้า, เกมคีบลูกปิงปองใส่โหล, เกมใบ้คำ, เกมรู้จักกันดีที่ให้แฟนๆ มาตอบคำถามพิสูจน์กันว่าคุณรู้จักหลิงหลิงและออมดีแค่ไหนและอีกเซอร์ไพรส์ที่ทำเอาทั้งสองคนใจฟู เมื่อแฟนคลับเปิด VTR เรียงร้อยเรื่องราวกว่าจะมาเป็นหลิง- ออมในวันนี้ ทั้งคู่ถึงกับน้ำตาปริ่ม ปิดท้ายด้วยทุกคนในงานช่วยกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์และเป่าเค้กไปพร้อมๆ กัน โดยงานนี้ “หลิงหลิง คอง” ได้พูดถึงความรู้สึกครั้งนี้ว่า

“อยากจะขอบคุณมากๆ ที่เป็นกำลังใจให้เราไม่ว่าจะอยู่ตรงนี้หรืออยู่ทางบ้านก็ตาม เรารับรู้ถึงความรักและกำลังใจของทุกคนที่มอบให้ขอบคุณมากๆ ขอให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ ขอให้พวกคุณชื่นชอบผลงานของเราที่ตั้งใจมอบให้ และก็มีความสุขไปกับเราสัญญาว่าจะมอบความสุขและก็ความรักให้พวกคุณตลอดไปค่ะ” ทางด้าน “ออม-กรณ์นภัส” เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาว่า “ออมก็ไม่ต่างอะไรกับพี่หลิงหลิงเลยค่ะขอบคุณทุกคนที่มาเรามีคำถามเยอะเหมือนกัน คุณจะร้อนมั้ยจะเหนื่อยมั้ย แต่สุดท้ายการที่เราได้มาเจอกันก็คือ เราดีใจที่เราอาจจะเป็นเสียงหัวเราะเป็นความสุขให้คุณไม่มากก็น้อย ดีใจที่เราได้มารู้จักกัน อยากให้ทุกคนคอยติดตามพวกเราแบบนี้ตลอดไปและหวังว่าบ้านของเราจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เลยนะคะ” ปิดท้ายงานด้วยที่สุดของความเซอร์ไพรส์หลิงหลิง-ออมกำลังจะมี 1st Fan Meeting แล้ว! 23 มิถุนายนนี้ พบกัน และแฟนๆ ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ไม่นานเกินรอซีรี่ส์ “ใจซ่อนรัก” เร็วๆ นี้ได้ชมบนหน้าจอช่อง 3 อย่างแน่นอน!!“ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus”

แซ่บไฟลุก! ‘มิ้นท์ ณัฐวรา’ระเบิดความฮอตนุ่งบิกินีตัวจิ๋ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/806150

แซ่บไฟลุก! 'มิ้นท์ ณัฐวรา'ระเบิดความฮอตนุ่งบิกินีตัวจิ๋ว

แซ่บไฟลุก! ‘มิ้นท์ ณัฐวรา’ระเบิดความฮอตนุ่งบิกินีตัวจิ๋ว

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.26 น.

เป็นนักแสดงสาวสวยที่แฟนๆ ต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ “มิ้นท์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา” ซึ่งนอกจากความสวยแซ่บทางหน้าจอทีวีแล้ว ล่าสุด สาวมิ้นท์ ก็ได้จัดทริปแซ่บไฟลุกในชุดบิกินีสีดำ เผยหน้าอกหน้าใจตู้มต้าม ไปเที่ยวพักผ่อนไกลถึงเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี บอกเลยว่าเป็นความแซ่บซี๊ด ทำเอาแฟนคลับถึงกับว้าวุ่นในหัวใจไปตามๆ กัน เรียกว่าทั้งน่ารักและแซ่บซี๊ดในเวลาเดียวกัน

‘ฟ้าใส ปวีณสุดา’สวมชุดผ้าไหมไทย เฉิดฉายพรมแดงเมืองคานส์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/806124

'ฟ้าใส ปวีณสุดา'สวมชุดผ้าไหมไทย เฉิดฉายพรมแดงเมืองคานส์

‘ฟ้าใส ปวีณสุดา’สวมชุดผ้าไหมไทย เฉิดฉายพรมแดงเมืองคานส์

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.44 น.

สวยสะกดทุกสายตาสุดๆ สำหรับ “ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น” นางงามดีกรี TOP 5 มิสยูนิเวิร์ส กับการปรากฎตัวอย่างเฉิดฉายบนพรมเเดง Cannes Film Festival ครั้งที่ 77 เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 77 ประเทศฝรั่งเศส

โดย ฟ้าใส ปวีณสุดา มาในชุดราตรียาวสีม่วง นำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก แฝงด้วยความหรูหราและสง่างาม ผ่านการตัดเย็บด้วยผ้าไหมโคราช เพิ่มลูกเล่นตัดสลับลวดลายด้วยผ้าไหมมัดหมี่ของจังหวัดชัยภูมิ จากศูนย์ศิลปาชีพ ณ สวนจิตรลดา พร้อมด้วยเครื่องประดับจากแบรนด์ Matarastudio แบรนด์เครื่องประดับของคนไทย ที่ได้รับความนิยมจากดารา Hollywood

ในครั้งนี้ ฟ้าใส ปวีณสุดา ไปในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ขององค์กรการกุศล Adventure of Humanity founded by Michael Jackson 1999 องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดย คุณไมเคิล เจ็คสัน องค์กรช่วยเหลือเด็กยากจนและด้อยโอกาส ซึ่งหลังจากนี้ฟ้าใสยังมีอีกหลายโปรเจกต์ที่เมืองคานส์และอยากให้ทุกคนรอติดตาม

ขอบคุณภาพจาก ellethailand

.-011

‘กาย-ฮารุ’ย้ายโรงเรียนใหม่ให้ลูก ค่าเทอมคนละล้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/806113

'กาย-ฮารุ'ย้ายโรงเรียนใหม่ให้ลูก ค่าเทอมคนละล้าน

‘กาย-ฮารุ’ย้ายโรงเรียนใหม่ให้ลูก ค่าเทอมคนละล้าน

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.54 น.

“กาย-ฮารุ” ย้ายโรงเรียนใหม่ให้ลูก ค่าเทอมคนละล้าน แต่ไม่หวังเกรด 4 ขอแค่เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ เมินคนมองเว่อร์เปิดอะคาเดมี่ให้ลูก 

“กาย-ฮารุ สุประกอบ” พ่อแม่สายลุย วันนี้หอบลูกๆ สามยอดกุมาร “น้องคิริน-น้องไนร่า-น้องเอเดน” มาเปิดใจหลังย้ายลูกๆ ไปโรงเรียนใหม่ค่าเทอมคนละล้าน!! เปิดความแสบขั้นสุดของสามพี่น้อง หลังได้กระทบไหล่นักฟุตบอลระดับโลก “เดวิด เบ็คแฮม” พร้อมนาทีระทึก น้องคิริน โดนฟุตบอลเตะอัดร่วงกลางสนาม ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา, บูม สุภาพร และ ซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เป็นบ้านที่เลี้ยงลูกเป็นธรรมชาติ ตอนนี้แต่ละคนอายุเท่าไหร่?

คิริน :  อายุ 9 ขวบครับ

ไนร่า : อายุ 8 ขวบค่ะ

เอเดน : อายุ 7 ขวบครับ 

ติดกันเลย แม่ได้นอนตอนไหน?

ฮารุ : ช่วงแรกๆ ไม่ค่อยได้นอน ได้นอนช่วงนี้แหละ ไม่ได้พักเลยค่ะ

กาย :   คนจะเข้าใจว่าฮารุท้องลูกคนแรก 3 ปี (หัวเราะ) เจอหน้าทีก็ท้องอีกแล้ว เหมือนไม่คลอดสักที แต่จริงๆ คลอดแล้วท้องใหม่

ตั้งใจ?

กาย : ตั้งใจจะมีลูกเยอะๆ แต่ว่าไม่ได้ตั้งใจให้มากันไวขนาดนี้ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีศักยภาพเพียงพอทำให้มันต่อเนื่อง (หัวเราะ)

เพิ่งตัดสินใจย้ายน้องๆ ออกจากโรงเรียน?

กาย : ย้ายออกจากโรงเรียนเหมือนไม่เรียนอีกต่อไป (หัวเราะ) 

ฮารุ : ไม่ได้ดราม่าอะไรเลยทั้งสิ้น แค่ตัดสินใจว่าเราอยากย้ายโรงเรียนให้เหมาะกับพลังที่มันล้นของเขา ถ้าเปรียบเป็นปลา เหมือนปลาพลังเยอะมาก อยากให้เขามีพื้นที่โรงเรียนที่เหมาะกับพลังเขา มีกิจกรรมหลากหลายมากมาย เลยตัดสินใจย้าย

อะไรส่งสัญญาณว่าต้องย้ายน้อง?

ฮารุ : เขาอยากลองหลายๆ อย่าง เขาอยากทำโน่นทำนี่ทำนั่น จริงๆ ส่วนนึงเราอยู่บ้าน พ่อแม่ก็ต้องพาไปทำ แต่อีก 8 ชม. เขาต้องอยู่โรงเรียน ก็ต้องเอื้อกับความต้องการเขา 

เป็นเรื่องใหญ่ ปรึกษาคุณพ่อมั้ยจะมีการย้าย?

กาย : ก่อนปรึกษาพ่อ ต้องปรึกษาลูกก่อน เพราะมันต้องเป็นการตัดสินใจของเขา ว่าเขาแฮปปี้มั้ยที่จะย้ายโรงเรียน เราพาเขาไปโรงเรียนใหม่ ไปดูว่าอยู่ตรงนี้นะ หน้าตาโรงเรียนเป็นแบบนี้ มีกิจกรรมแบบนี้ ไปเจอคุณครูที่รับเข้าว่าเขาชอบมั้ย มีกิจกรรมอะไรบ้าง ให้เขาตัดสินใจเองว่าจะมาหรือไม่มา

 ฮารุ : เราห่วง เพราะวัยนี้เขาจะติดเพื่อน กลัวว่าพ่อแม่อยากย้าย แต่ลูกไม่อยากย้าย แล้วจะกลายเป็นบังคับจิตใจเขา เลยต้องถามเขาเป็นหลักว่าโอเคหรือเปล่า

โอเคมั้ย?

คิริน : โอเคครับ กับเพื่อนเก่าเรามีไลน์เพื่อน 

คุยอะไรกับเพื่อน?

ไนร่า : เล่นเกม เราชวนเพื่อน 

กาย : โรงเรียนใหม่เป็นแบบไหน ทำไมโอเคกับการไปโรงเรียนใหม่

ไนร่า :   มันใหญ่มาก ขับรถทีหลงทาง 

วิ่งรอบโรงเรียนหรือยัง?

เอเดน : เคยครับ 

กาย : โรงเรียนอยู่ในหมู่บ้าน แล้วหมู่บ้านนั้น 6 พันไร่ 

ได้ข่าวว่าค่าเทอมปีละล้านต่อคน?

ฮารุ : เกือบๆ ถ้าคิดเลขกลมๆ ก็ 3 ล้านต่อปี 

กาย : รวมทุกอย่างแล้วประมาณ 3 ล้าน ก็เอาเรื่องอยู่

ฮารุ : การเรียนเป็นอย่างหนึ่งที่เรายอมลงทุน เรายอมกัดฟัน เพราะไม่ว่าจะมีเงินมากมายก่ายกองในอนาคต แต่ถ้าไม่มีการศึกษาติดตัว ฮารุรู้สึกว่าเราซื้อความรู้ สังคมสนุกๆ ใดๆ ให้เขา วันนึงเราไม่อยู่ ก็คิดว่าสิ่งที่เราให้เขาได้คือการศึกษา 

ดูจากโหงวเฮ้ง ขาดบาทเดียวพันล้าน?

ฮารุ : ไม่ๆ (หัวเราะ) 

ค่าเทอมเป็นการลงทุนของพ่อแม่ เท่าไหร่ก็ให้ได้ แต่บางครอบครัวลูกต้องเกรด 4 นะ ให้คุ้มกับค่าเทอม บ้านคาดหวังอะไรกับลูกบ้าง?

กาย : ขอแค่สนุกกับการไปเรียน แค่นั้นเลยครับ สมมติมีการบ้าน ขอให้มีความตั้งใจ พยายามที่จะทำ ทำผิดทำถูก สอบได้ไม่ได้ ขอให้พยายามและมีความสุขกับตรงนั้น 

ฮารุ :   เราคาดหวังกับเกรดยาก แต่เอาความพยายามดีกว่า บางคนไม่ได้เหมาะกับวิชานี้จริงๆ ตั้งใจแค่ไหนก็คงไม่ได้ 4 แต่ถ้าลูกบอกว่านี่คือพยายามที่สุดแล้ว นี่คือสุดของความพยายาม มันก็ได้เท่านั้น เขาอาจไม่ได้เอ็กเซลด้านการเรียนอาจไปด้านอื่นก็ได้ ขอแค่ตั้งใจ พยายาม และมีความสุขแค่นั้นก็พอ

กาย : เกรดไม่ได้เท่ากับเด็กดีไม่ดี ผมเห็นบ่อยมาก เด็กคนนี้ดีมากเลยนะ เขาเป็นเด็กดี เรียนได้เกรด 4 ตอนเรียนผมก็เป็นเด็กดีนะ แต่ผมได้ 2 (หัวเราะ) ผมคิดว่าถ้าเขาเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ เป็นมนุษย์ที่ดี เป็นมิตรต่อคนอื่นๆ ไม่เหยียบหัวคนอื่นเพื่อขึ้น ผมก็แฮปปี้มากแล้วครับ 

พ่อแม่เคยมีประสบการณ์ตอนเรียน ส่งลูกครั้งนี้เลยไม่คาดหวัง ไม่กดดันเขา?

กาย : อยากให้เขารู้สึกว่าอยากไปโรงเรียน เพราะไม่ว่าครูดีแค่ไหน แต่เด็กจะไม่เปิดรับถ้าไม่อยากไปโรงเรียน 

ให้เลือกเรียนกับเล่นกีฬาเลือกอะไร?

คิริน-ไนร่า-เอเดน : (ตอบพร้อมกัน) เล่นกีฬา ชอบเตะฟุตบอล 

แต่บ้านนี้พ่อแม่เล่นฟุตบอลไม่เป็นนะ ไปค้นเจอได้ไงว่าลูกชอบฟุตบอล?

ฮารุ : คิรินเป็นคนขอก่อน ขอเตะฟุตบอล ฮารุก็บอกว่าได้สิ คิดว่าไปซื้อลูกฟุตบอลมาเตะหน้าบ้าน ก็เลยไปซื้อ จำได้เลยลูกฟุตบอลที่ตลาดซื้อมา 400 ซื้อมาเขาก็เตะหน้าบ้าน พ่อแม่ก็เตะไม่เป็น เขาก็เตะกับคนขับรถ 

กาย : เขาเตะกับคนขับรถ จนพี่เขาไม่ไหวแล้ว เริ่มเตะอัดกำแพง ต้นโมกข์ในหมู่บ้านก็หักไปเรื่อยๆ เขาก็ขอไปเรียนฟุตบอล ก็ให้ไปเรียน ไปๆ มาๆ เริ่มจริงจังขึ้น 

 ไปสามคนไม่ว่า พ่อแม่เปิดอะคาเดมี่ด้วย?

กาย : ต้องบอกว่าลูกๆ พวกเราไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรหรอก เขาชอบเล่น เขาต้องการอยากเก่งขึ้นเพื่อเล่นกับเพื่อนได้ เราก็หาโค้ชที่คิดว่าเหมาะสมกับลูกเราที่สุด พอเราศึกษาเรื่อยๆ เราก็อยากให้ลูกทำร่างกาย ผมว่าการยืดหยุ่นข้อต่อและกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความเร็วของการประมวลในสมอง ต้องเยอะขึ้นเรื่อยๆ เราหาโค้ชมาเต็มไปหมดเลย รู้ตัวอีกทีโค้ชในบ้านมี 7-8 คน

ฮารุ : เหมือนเล่นออกกำลังกาย แล้วลูกก็บอกตึงบ้าง เราก็ไปหานักกายภาพ พอเสร็จปุ๊บ นักกายภาพบอกว่ากล้ามเนื้อเขาไม่แข็งแรงพอ ก็ต้องไปหาวิทยาศาสตร์การกีฬา ไปๆ มาๆ โค้ชเลยหลายแขนงมาก เพื่อดูแลเขา เรามีโค้ชขนาดนี้ แล้วมีหลายคนเขาอยากทำ บ่นว่าค่าใช้จ่ายมันสูง เราก็เลยคิดว่า ไหนๆ เรามีโค้ชแล้ว เราชวนโค้ชมาทำมั้ย พอมาทำด้วยกัน ปรากฏว่าเด็กๆ ได้หารหัว มันก็เบาลง ทุกคนได้ออกกำลังกายดีๆ เด็กๆ ได้เรียนและทำทุกอย่างเหมือนลูกเราเป๊ะ

กาย : ใช้โค้ชเดียวกันด้วย โค้ชระดับนักกีฬาทั้งทีมชาติ ทั้งติดเวิลด์ แรงกิง อาจารย์ภาคก็มาสอนที่อะคาเดมี่ด้วย เด็กๆ ได้ยืด เจอวิทยาศาสตร์การกีฬา นักกายภาพ

ฮารุ : เราไม่ได้วางเป้าหมายว่าลูกต้องเป็นนักกีฬา นักฟุตบอล เพราะรู้สึกว่าวันนี้เขาตั้งใจ อีก 3 5 10 ปี ไม่รู้เขาจะไปถึงเป้าหมายที่วางมั้ย หรือจะล้มเลิกกลางทาง แต่สิ่งที่เราทำ สิ่งที่ลูกทำ มันไม่มีผลเสีย เพราะกีฬาไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา มันคือวินัย ความอดทน ความมุ่งมั่น ฝึกหลายอย่าง เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำวันนี้ไม่มีคำว่าเสียนะ ถึงแม้เขาไม่ได้ไปตามเป้าหมายที่สูงสุดก็ได้ 

กาย : เหตุผลที่ทำได้ เพราะกายกับฮารุ ถึงเป็นเจ้าของอะคาเดมี่เอง แต่เราไม่ได้ทำเพื่อเงิน คุณพ่อคุณแม่มาสมัครเรียน มาค่าใช้จ่ายนะ แต่กายกับฮารุ เอาทุกบาททุกสตางค์ที่มี เอามาปรับปรุง ทำให้อะคาเดมี่มันดียิ่งขึ้น เราเพิ่งเปิด 4 เดือน มีเด็ก 100 คนแล้ว ที่เรียนกับเราทุกเดือน ตั้งแต่รุ่น 4-5 ขวบ ยัน 13 กายคิดว่าเราทำงานที่อื่น ไม่ต้องหาเงินจากตรงนี้ เราอยากให้ลูกๆ และเด็กคนอื่นๆ ได้เต็มที่ เราเลยเปิด Opti One ฟุตบอล อะคาเดมี่ขึ้นมา 

คนมองว่าจัดแบบนี้ เว่อร์หรือเปล่า?

กาย : ทำมาเพื่อให้ลูกและเด็กคนอื่น กายกับฮารุไม่ได้ต้องการจากเด็ก เดี๋ยวดีมากๆ วันนึงจะขายสนับแข้งเอง ไปหากินจากทางอื่น 

ทำไมถึงชอบเล่นฟุตบอล?

คิริน :   ไม่รู้ มันเด้งขึ้นมาเอง อยากเล่นฟุตบอล 

ชอบใครมาก่อนหรือเปล่า?

เอเดน : เห็นเมสซี่เขาเล่นกัน 

คิริน : เล่นแล้วสนุกมาก ไม่กลัวเจ็บ 

 เจ็บสุดตอนไหน?

ไนร่า : ตาตุ่มแตก โดนเตะค่ะ

กาย : ได้ข่าวว่าขี่หลังเพื่อนแล้วร่วงลงมาไม่ใช่เหรอ คอนเทนต์อีกแล้ว 

ไนร่า : (ยิ้มหวาน)

ร้องมั้ย?

ไนร่า : ไม่ร้อง ขำ

กาย : ยืนเต้นอยู่หน้าห้องเอกซเรย์ 

มีกายภาพฉีกขา เจ็บมั้ย?

เอเดน : เจ็บมาก

ไนร่า : ไม่เจ็บ 

คิริน : ไนร่าเป็นคนเดียวที่ไม่เจ็บ (ฉีกขาโชว์)

กาย : เอเดนไม่เก่งเรื่องตึง แต่เรื่องกล้ามจะเก่ง (เอเดนโชว์กล้ามท้อง วิดพื้น ก่อนจะทำกันทั้งสามคน) 

ตั้งแต่เล่นกีฬา มีเหตุการณ์อะไรที่ประทับใจที่สุดตั้งแต่เล่นฟุตบอล?

เอเดน : เดวิด เบ็คแฮม ผูกเชือกรองเท้าให้ครับ 

กาย : เป็นบุญมากของเดวิด เบ็คแฮม ได้มาผูกเชือกรองเท้าให้เอเดน จะมีสักกี่คนบนโลกได้ผูกเชือกรองเท้าลูกกาย 

สลับกัน จะมีกี่คนที่เขามาผูกให้ก่อน?

กาย : (หัวเราะ) 

ตอนเขาผูก เอเดนรู้มั้ยเขาคือเดวิด เบ็คแฮม?

เอเดน : รู้ครับ 

ได้แท้งกิ้วมั้ย?

เอเดน : ไม่ ก็ดีใจที่เขามาผูกให้ ไม่รู้อะไร

กาย : มันงงๆ อยู่ รองเท้าไปไหน

เอเดน : เก็บไว้ครับ 

ไนร่า : ต้องซื้อรองเท้าใหม่ ต้องเก็บอันนั้นไว้ 

กาย : ขายมั้ยรองเท้า

เอเดน : ไม่ 

เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง?

กาย : เดวิด เบ็คแฮมเขามาเมืองไทย เขาจัดซ้อมบอลและมีมีตแอนด์กรี๊ด เราก็ส่งคลิปสมัครเข้าไป เขาเป็นคนเลือกว่าเอาใครมา เขาเลือก 30 คน คิริน ไนร่า เอเดนก็ส่งคลิป 

ฮารุ :   ตอนผูกเชือกรองเท้า เห็นแค่เดวิด เบ็คแฮมกวักมือเฉยๆ แล้วเห็นเดนทำหน้างงๆ เขาก็ก้มลงไปผูกเชือก แค่นั้นเลยค่ะ 

พ่อแม่พยายามสะกดจิต บอกให้ลูกที่เหลือแกะเชือกรองเท้า?

กาย : เราก็ไนร่า คิรินๆ ดึงเชือกรองเท้าออกๆ (หัวเราะ)

ฮารุ : หล่อมาก เห็นแล้วกรี๊ดมาก 

มีเหตุการณ์ที่พ่อแม่เกือบช็อก คิรินถูกลูกบอลปึ้งใส่หัว สลบไปเลย?

ฮารุ : ถ้านักมวยก็เหมือนถูกน็อกเอาต์

คิริน : เขาคัตแบ็กโดนหน้า ปึ้งๆ ก็สลบเลย 

ไนร่า : คิรินบอกยายว่าเหมือนตกหมอน 

กาย : ประมาณตีสี่เขาก็ลุกขึ้นมา น่าจะเริ่มอักเสบ เขาก็ร้องไห้ จะให้นอน เขาลงไม่ได้ ก็ลากเก้าอี้มา เขานั่งหลับบนเก้าอี้นั่นแหละ ให้เขาเอาเท้าขึ้นเตียง ตอนเช้ามาก็พาไปรพ. เขาค้างอยู่ท่านี้ แล้วต้องตัดเสื้อทิ้งไปเลย 

หมอบอกว่าเป็นอะไร?

ฮารุ : กล้ามเนื้อคอกับตรงไหล่อักเสบ ตอนแรกคิดว่าจะหนักมากๆ แต่ก็โอเค กายภาพทุกอย่าง 

กาย : กินยา กายภาพคอ แป๊บเดียว 2-3 วันก็กลับมาเตะบอลแล้ว ถ้าเป็นเราคง 3 เดือน  

ตอนเห็นลูกล้มหลับหมดสติไปที่พื้นสนาม พ่อแม่รู้สึกยังไง?

ฮารุ : เหมือนแบล็กเอาต์ไปแป๊บนึง

กาย :   ถ้ารุ่นเดียวกันเตะจะไม่เป็นแบบนี้ แต่อันนั้นซ้อมเล่นๆ กัน น้องเขาอายุ 14 แล้ว เขาไม่ได้ตั้งใจหรอก เขาเล่นกันมันก็มั่วซั่ว แต่พอร่วงไปแล้ว เราก็คิดว่าลูกเราจะลุกเมื่อไหร่ว้า แต่อันนี้นาน

ฮารุ : ส่วนมากถ้าเขาล้มแล้วเขาไหวเราก็จะบอกให้เขาลุก แต่รอบนี้ไม่ลุก ก็เลยคิดว่าไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) 

ถ้าเจอแบบนี้อาจเข็ด ไม่กล้ากลับไปเล่น คิรินเข็ดมั้ย?

คิริน : ไม่ ไม่กลัว เจ็บเดี๋ยวก็หาย 

ไนร่า-เอเดน ห่วงพี่มั้ย?

เอเดน : ไม่!

ไนร่า : ตอนนั้นเอเดนอยู่บ้าน 

กาย : เห็นพี่เป็นแบบนี้เป็นห่วง สงสารมั้ย

ไนร่า-เอเดน : ไม่! เดี๋ยวก็หาย ตอนนั้นมีแข่งบอล พี่คิรินเขาอยากแข่งบอล 

รู้สถานการณ์ว่าพี่ต้องฟื้นเร็วเลย เราไม่สงสารเหรอ?

ไนร่า : ไม่ 

เอเดน :   มันตลก ตอนคอพับก็ขำ พี่คิรินเคยเตะหัวเย็บมาแล้ว 53 เข็ม

ไนร่า : 25 

เอเดน : ห๊ะ 53 

ล่าสุดไนร่าขอแม่ทำอะไร?

ไนร่า : แต่งหน้าอโศกา เมคอัพ ทำไปวันนึง

ฮารุ : 4 ชม. นานมาก เขาบอกฮารุก่อนว่าอยากทำ เขาอยากแต่งหน้าอินเดีย ฮารุเห็นเทรนด์มันเยอะ ก็บอกว่ามันยากนะ บางคนทำหลายชม.เลย ก็บอกเขาว่าถ้าอยากทำจริงๆ ต้องร้องได้ เต้นได้ แล้วเดี๋ยวมาคุยกัน สามวันกลับมา มาเต้นมาร้องให้ดู 

เป็นผู้หญิงคนเดียว แต่เป็นสายไฝว้นะ เป็นตัวแม่ ผู้ควบคุมในบ้าน เวลาทะเลาะใครจัดการใคร?

คิริน :   ไนร่าจัดการเอเดน 

เวลาทะเลาะกันสามคน ใครไฝว้ใคร?

คิริน :   คิรินกับเอเดน 

เอเดน : ไนร่ากับคิริน ไนร่ากับเอเดน 

ไนร่าจะชนะตลอดจริงมั้ย?

ไนร่า : ไม่จริงค่ะ 

ทะเลาะสิบครั้ง ไนร่าชนะกี่ครั้ง?

ไนร่า : 6 

คิรินกับเอเดนยอม?

ฮารุ : เขาเป็นเจ๊ พี่ชายก็แพ้น้องสาว แต่เวลาทะเลาะกับน้องชายกันเองจะไม่มียอมกัน แต่กับไนร่าจะน่ากลัว ไม่ใช่เกรงใจนะ กลัว (หัวเราะ) 

กาย : เราไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น กลายเป็นว่าพี่น้องต้องเสมอกันหมด ไม่จำเป็นต้องมีกรรมการ การทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติการเจริญเติบโตอยู่แล้ว เขาก็ต้องหาวิธีแก้ปัญหาของเขากันเอง ว่าจะแก้ยังไง 

ถ้าพ่อแม่สวีตกัน เด็กๆ ทำยังไง?

คิริน : ปล่อยเขาไว้ครับ 

ไม่เขินเหรอ?

คิริน : ไม่เขินครับ 

เข้าใจว่าพ่อแม่เป็นแฟนกัน?

คิริน : เข้าใจครับ 

ฮารุ : คิรินเป็นคนขี้อ้อนที่สุด

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ก.ศึกษาเผย เด็กออกกลางคันกว่า 2 หมื่นราย พิษเศรษฐกิจ-ปัญหาส่วนตัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806283

ก.ศึกษาเผย เด็กออกกลางคันกว่า 2 หมื่นราย พิษเศรษฐกิจ-ปัญหาส่วนตัว

ก.ศึกษาเผย เด็กออกกลางคันกว่า 2 หมื่นราย พิษเศรษฐกิจ-ปัญหาส่วนตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.58 น.

“เพิ่มพูน” เผย พบเด็กออกกลางคันกว่า 2 หมื่นราย เหตุจากพิษเศรษฐกิจ-ปัญหาส่วนตัว เตรียมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องดึงเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา

วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม
ประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 19/2567 โดยมี ผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting  ว่า ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการยกระดับโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตร สื่อ ต้นแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับนักเรียนในแต่ละช่วงวัย เน้นการวิเคราะห์ การแก้ปัญหา สามารถนำไปใช้ได้จริง การวิจัย วัดผลและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีระดับประเทศและระดับนานาชาติ การขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ เช่น สะเต็มศึกษา อบรมครูโค้ดดิ้ง พัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครูวิทยากรแกนนำ และครูเครือข่าย ตลอดจนส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ เช่น ทุนสนับสนุนการศึกษา โอลิมปิกวิชาการ การผลิตครู เป็นต้น โดย  สสวท. ได้จัดหลักสูตรอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา รุ่นที่ 1  มีเป้าหมาย 21,985 คน ในสังกัด สพฐ. สช. สอศ. กทม. อว. สถ. (กรมส่งเสริมการปกตครองท้องถิ่น) และอื่น ๆ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เตรียมขยายแกนนำ ที่เป็นครู ศึกษานิเทศก์ พี่เลี้ยง และแกนนำ ระดับเขตพื้นที่ 1,400 คน ที่ผ่านหลักสูตร การอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา รุ่นที่ 1 (21 เม.ย. – 4 พ.ค. 67) สู่โรงเรีนนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ 9,214 แห่ง ครู 3 โดเมน 27,397 ราย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567-กันยายน 2568

“ผลการอบรมฯ ยังไม่เป็นไปตามที่ผมคาดหวังเท่าไหร่ จึงได้เร่งรัดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำการจัดอบรมฯ PISA ให้ครบตามเป้าหมายภายในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมจัดทำลิ้งข้อมูล ให้แต่ละหน่วยงานสามารถติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดได้ ในส่วนของ สพฐ.ให้ไปดูความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละจุด เพื่อแก้ไขป้องกันและดำเนินการให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่ม  ตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายในเดือนมีนาคม 2568” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ยังรายงานการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET  ซึ่งยังคงให้เป็นไปตามความสมัครใจ แต่ให้นำผลการทดสอบ บันทึกไว้ในใบระเบียนแสดงผลการเรียน(ปพ.1) เพื่อประโยชน์ในการศึกษาของเด็ก และการพิจารณารับเด็กเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เด็กคนไหนไม่สนใจสมัครสอบ ก็จะได้ระบุไว้ในใบ ปพ.1 หรือสมัครแล้วไม่ไปสมัครสอบก็จะต้องระบุไว้ในใบ ปพ.1 เช่นกัน เพื่อเป็นเกณฑ์ในเรื่องความรับผิดชอบ เป็นข้อมูลให้สถานศึกษาต่าง ๆ ใช้พิจารณาดูแลเด็กต่อไป ส่วนแนวทางการดำเนินการ มอบหมายให้สพฐ.เป็นเจ้าภาพในการไปวิเคราะห์และพิจารณาทางวิชาการร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ว่าจะเป็นต้องบังคับสอบ O-NETหรือไม่บังคับสแบ ก่อนเสนอให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)พิจารณาดำเนินการต่อไป 

“ผมได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินโครงการสุขาดี มีความสุข ของโรงเรียนในแต่ละสังกัด ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยฝากให้ครูมาใช้ร่วมกับนักเรียน เพื่อป้องกันหรือระงับเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การทะเลาะวิวาท ยาเสพติด พร้อมสรุปผลการดำเนินงานของสถานศึกษาทุกสังกัดของ ศธ. เพื่อหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงห้องสุขา บนพื้นฐานของความประหยัด เรียบง่าย แต่ถูกสุขลักษณะตามแนวทางของโครงการทั้ง 5ส  ในส่วนของงบประมาณ ได้มอบนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานประชุมติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ 2567 ศธ. เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าต่อที่ประชุมประสานภารกิจทุกสัปดาห์” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้รายงานตัวเลขนักเรียนออกกลางคัน ซึ่งพบว่ามีกว่า 20,000 ราย จากหลายสาเหตุทั้ง เรื่องสภาพเศรษฐกิจและปัญหาส่วนตัว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สพฐ.และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)ที่ต้องประสานการทำงาน ซึ่งคิดว่า ภายในวันที่ 10 มิถุนายน นี้ สถานศึกษาจะต้องรายงานข้อมูลนักเรียนทั้งระบบ ตัวเลขเด็กออกกลางคันจะค่อย ๆลดลง เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามช่วยแก้ปัญหาดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด 

“ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ได้รายงาน กรณี ศาล มีคำตัดสินกรณีผู้บริหาร สกสค.ทุจริต นำเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ไปซื้อ “ตั๋วสัญญา” กับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี อย่างไม่โปร่งใส โดยให้ บริษัท บิลเลี่ยนฯนำเงินมาวางภายใน 30 วัน ซึ่งผมก็ได้สั่งการให้ สกสค.ไปยื่นบังคับคดีต่อศาล  ตามขั้นตอนแล้ว” รมว.ศธ. กล่าว 

สกู๊ปพิเศษ : เยาวชนไทย สร้างนวัตกรรมสื่อการสอนฉบับรักษ์โลกให้แก่ผู้พิการทางสายตา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806132

สกู๊ปพิเศษ : เยาวชนไทย สร้างนวัตกรรมสื่อการสอนฉบับรักษ์โลกให้แก่ผู้พิการทางสายตา

สกู๊ปพิเศษ : เยาวชนไทย สร้างนวัตกรรมสื่อการสอนฉบับรักษ์โลกให้แก่ผู้พิการทางสายตา

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปัจจุบันหลายคนคงคุ้นชินกับคำว่า “เทคโนโลยี” หรือ “นวัตกรรม” ในชีวิตประจำวันอยู่บ่อยครั้ง แต่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยว่านวัตกรรมนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมได้แล้ว นวัตกรรมยังสามารถส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อสังคมได้ โดยผ่านจินตนาการและพลังของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเรียนรู้ได้เร็วที่พร้อมลุกขึ้นมาจุดประกายพลังบวกเล็กๆ ผ่านการใช้นวัตกรรมมาสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์เพื่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม เปิดโลกที่มากกว่าการมองเห็นให้ผู้พิการทางสายตาได้สัมผัสกับประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆ ด้วยสื่อการเรียนการสอนฉบับรักษ์โลกที่สร้างขึ้นจากขวดพลาสติกเหลือใช้ ผสานกับนวัตกรรม 3D Printer และโซลูชั่นครบวงจรจาก Fab Lab Siam หรือแล็บเปลี่ยนไอเดียให้เป็นจริง ที่ก่อตั้งโดย บริษัท อินแคมเทค จำกัด ผู้ให้บริการที่ปรึกษาการสร้าง Fab Lab และ STEM Lab รายแรกๆ ในไทย ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจ “จินตนาการถึงความเป็นไปได้”

นายธนกร วชิรขจร หรือ น้องกันน์ปัจจุบันอายุ 16 ปี ศึกษาอยู่ชั้น Grade 11 (หรือ ม. 5) โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา (Ruamrudee International School) และเป็นผู้ก่อตั้ง ชมรม Between the Roots เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจของโครงการในครั้งนี้ว่า จุดเริ่มต้นของการตั้งชมรม “Between the Roots” คือโปรเจกท์ที่ผมได้รับเป็นการบ้านในชั้นป. 5 ในตอนนั้นผมได้รับโจทย์ให้เลือกเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติหรือ SDG เพื่อทำโครงงานและจัดนิทรรศการ ในตอนนั้นผมนึกถึงประเด็นในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และประเด็นเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนทุกประเภท ซึ่งตอนนั้นผมรู้สึกทึ่งในเรื่องนี้มากๆ เพราะพลังงานหมุนเวียนมีเรื่องราวให้ผจญภัยและศึกษาหลายแง่มุมตั้งแต่พลังงานแสงอาทิตย์ไปจนถึงพลังงานไฟฟ้า พลังน้ำ ตรงนี้เลยกลายมาเป็นหัวข้อของนิทรรศการของผมเกี่ยวกับพลังงานทดแทนในประเทศไทย จากการค้นคว้าจนทำให้ผมได้พบกับชุมชนต้นแบบด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน ที่นั่นผมได้ศึกษาวิธีการใช้พลังงานหมุนเวียนทุกประเภท เช่น แผงโซลาร์เซลล์และบอลลูนก๊าซชีวภาพ หรือไบโอแก๊ส บอลลูน จนทำให้ผมสามารถนำเสนอโครงงานและจัดนิทรรศการของตัวเองได้สำเร็จและเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดในตอนนั้น นับแต่นั้นเป็นต้นมาผมยังคงคิดถึงเรื่องราวที่ชุมชนนั้นและคิดว่าผมในฐานะคนรุ่นใหม่น่าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้สังคมน่าอยู่ขึ้น ดีขึ้น ผมอยากช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะสามารถนำไปช่วยสังคมได้ ผมจึงตั้งชมรมนี้ขึ้นมาเพื่อรวมพลังของกลุ่มเพื่อนๆ ที่มีแรงบันดาลใจแบบเดียวกันลุกขึ้นมาใช้พลังและไอเดียของคนรุ่นใหม่ช่วยซัพพอร์ตและเปลี่ยนแปลงสังคม ผู้คน และสิ่งแวดล้อม ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

“ชมรม Between the Roots ซึ่งเป็นชมรมที่เน้นในด้านการรณรงค์ 3 คีย์หลัก ได้แก่ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน
(Renewable Energy) และการสร้างสังคมที่ยั่งยืน (Sustainable Society) ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมไม่ว่าจะเป็นการทำไบโอแก๊สบอลลูน เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทดแทนการใช้แก๊ส LPG เพื่อการหุงต้ม ประกอบอาหารให้แก่ชาวบ้านในเขตพื้นที่ป่าสงวน ตำบลป่าเด็ง จังหวัดเพชรบุรี, การสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กโรงเรียน ตชด. บ้านห้วยโสก ตำบลป่าเด็ง จังหวัดเพชรบุรี และกิจกรรมล่าสุดที่ผมได้ไอเดียที่ต้องการต่อยอดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีจากการเป็นสมาชิก Fab Lab Siam ซึ่งเป็นแล็บที่ใช้เปลี่ยนภาพในจินตนาการให้กลายเป็นของจริงที่สามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมาย ซึ่งผมได้คลุกคลีใน Fab Lab Siam ตั้งแต่เด็กๆ มีโอกาสฝึกใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่อง Laser Cutter เครื่อง 3D Printer และโปรแกรมการออกแบบต่างๆ ครั้งนี้ผมชวนเพื่อนๆ ในชมรม Between the roots มาประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนให้กับผู้พิการทางสายตาเพื่อมอบให้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ทำจากวัสดุรีไซเคิล นอกจากจะช่วยผู้พิการแล้วยังสามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งของที่สร้างประโยชน์ตอบแทนสู่สังคมได้อีกด้วย”

สื่อการเรียนการสอนของชมรม Between the Roots ที่ผลิตขึ้นด้วยแรงบันดาลใจของกลุ่มนักเรียนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจอาสา มีลักษณะคล้ายโดมิโน แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นอักษรภาษาอังกฤษ หรือตัวเลข อีกส่วนหนึ่งเป็นอักษรเบรลล์ ทำจากเส้นพลาสติกที่แปรรูปมาจากขวดพลาสติกเหลือใช้นำมารีไซเคิล โดยการออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์และใช้เครื่อง 3D Printer ผลิตออกเป็นสื่อการการเรียนการสอนอักษรภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ A-Z และตัวเลข 0-9 ความพิเศษของแผ่นอักษรนี้จะมีปุ่มนูนอักษรเบรลล์กำกับไว้ไม่เพียงเฉพาะแค่สำหรับน้องๆผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทุกคน ที่ต้องการจะเรียนรู้อักษรเบรลล์ ผ่านสื่อการสอนที่ผลิตขึ้นจากแรงบันดาลใจและนวัตกรรมแห่งอนาคตที่รวมอยู่ในห้อง Fab Lab Siam

Fab Lab Siam ก่อตั้งขึ้นโดย บริษัท อินแคมเทค จำกัด โดย บริษัทฯ เริ่มต้นจากการให้บริการโซลูชั่น CAD/CAM เป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ CAD/CAM รายแรกๆ ในประเทศไทย ปัจจุบันอินแคมเทคเป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาการสร้าง Fab Labs และ STEM Labs ตลอดจนโซลูชั่นเสมือนจริง (Immersive Experience) มีบริการทั้งโซลูชั่นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “จินตนาการถึงความเป็นไปได้” โดยที่ผ่านมาบริษัทยังได้ตระหนักถึงการตอบแทนคุณประโยชน์ต่างๆ สู่สังคมภายใต้ความถนัดและความสามารถของบริษัทฯ อีกด้วย

“การเริ่มต้นคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสังคมในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ โดยก้าวต่อไปของชมรม Between the Roots ยังคงมุ่งเน้นการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยยึด 3 คีย์หลักของชมรมเป็นตัวขับเคลื่อน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีจาก Fab Lab Siam เพื่อออกแบบ ทดลอง คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นจากจินตนาการให้กลายเป็นจริง เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและทุกสิ่งบนโลกใบนี้ดีขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้”นายธนกร กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมติดตามและสนับสนุนชมรม Between the Roots พลังของคนรุ่นใหม่ในการทำประโยชน์เพื่อสังคม ด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคตได้ที่ http://www.betweentheroots.org และ http://www.incamtec.co.th

พัฒนาบุคลากร-นวัตกรรมการบิน ขับเคลื่อนไทยสู่ ‘ฮับการบิน’ ภูมิภาค

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806131

พัฒนาบุคลากร-นวัตกรรมการบิน  ขับเคลื่อนไทยสู่ ‘ฮับการบิน’ ภูมิภาค

พัฒนาบุคลากร-นวัตกรรมการบิน ขับเคลื่อนไทยสู่ ‘ฮับการบิน’ ภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ร่วมมือกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (สคช.) ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเรื่องการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน โดยมีผู้บริหารและพนักงานเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานเข้าร่วมพิธีลงนามดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุม Auditorium เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) สำนักงานใหญ่ วังจันทร์วัลเลย์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง มีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยง ประสานงานกันเป็นเครือข่ายด้านการพัฒนานวัตกรรมการบินควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรระดับอุดมศึกษา หวังปั้นเป็นศูนย์กลางด้านการบินแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Hub of Aviation) เพื่อสอดรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยผ่านการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ(สอวช.) กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบินเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สอดรับกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) ที่ได้เน้นย้ำเรื่องการเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยาน(MRO Hub) ของภูมิภาค ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) และศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) ได้อีกด้วย การร่วมมือกันครั้งนี้จะมีการพัฒนานวัตกรรมและพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูง และจะมีการ Spill-over ออกมาในอุตสาหกรรมการบิน (Aviation) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็น Aviation Hub ที่มีนวัตกรรมที่ใช้ Local content ในประเทศ และสร้างผลกระทบ (Impact) สูงมาก โดย สอวช. บพข. และ บพค. จะทำงานร่วมกันผ่านโครงการ Project lead the way เพื่อพัฒนาวัตกรรม และพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูงสองกลุ่ม คือ กลุ่มวิศวกรและกลุ่มที่ Spinoff ในรูปแบบบริษัท (Corporate) ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อผลิตเทคโนโลยีให้กับ บวท. และต่างประเทศ โดยเป้าหมายของ Aviation Hub จะต้องมีนวัตกรรมที่เป็นของคนไทย สร้างธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise : IDE) และสร้างบุคลากรสมรรถนะสูงเข้าสู่อุตสาหกรรมการบินต่อไป

ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า EECi อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหนึ่งใน โครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งรัฐบาลพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 สำหรับการเข้าร่วมเป็นภาคีของบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรวิจัยของ สวทช. ได้เข้าร่วมการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบิน สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและอุตสาหกรรม อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานด้านการขยายผลงานวิจัย (Translational Research Infrastructure) ภายใน EECi เพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านการบิน ยกตัวอย่างเช่น Testbed สำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่อยู่ภายในศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) สนาม
ทดสอบอากาศยานไร้คนขับ (UAV Sandbox) และพื้นที่ภายในกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ EECi ที่จะสามารถช่วยสนับสนุนให้เกิดการขยายผลการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านการบินให้รุดหน้า เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ให้เป็นศูนย์กลางทางการบินและโลจิสติกส์ที่สำคัญ
ของภูมิภาค

ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมสร้างนวัตกรรมด้านการบิน เช่น นวัตกรรมการบริหารจราจรทางอากาศ (Air Traffic Management Innovation)นวัตกรรมสำหรับการปฏิบัติการ ณ ท่าอากาศยาน (Airport Operations Innovation) นวัตกรรมอากาศยานซึ่งไม่มีคนขับ (Unmanned Aircraft Innovation) และนวัตกรรมการจัดการอากาศยานซึ่งไม่มีคนขับ (Unmanned Traffic Management Innovation) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ความสอดคล้องตามความต้องการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ในพัฒนาบุคลากรมืออาชีพให้พร้อมปฏิบัติงานด้านการบินและงานที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต (Next Generation of Aviation Professional: NGAP) และการยกระดับความสามารถในกิจการการบิน รวมทั้งรองรับเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)ยกระดับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคต่อไป

รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมที่สำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง บพข. พร้อมที่จะสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการบินของประเทศ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการจัดการในมิติที่สำคัญ เช่น Stakeholder engagement/ Empowerment, Risk and change management และการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อผลักดันให้เกิดความสำเร็จตามระดับ Technology Readiness Level (TRL) ที่คาดหวัง และเกิดการต่อยอดต้นแบบนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ (Innovation Utilization) ในธุรกิจการบิน หรือการขยายผลผ่านการจัดตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ (Startup) เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมการบินแล้ว ยังเป็นการพัฒนาทักษะและความสามารถด้านนวัตกรรมของผู้ร่วมโครงการ ทั้งภาคสถาบันอุดมศึกษา ภาควิชาการ ภาควิจัย และภาคเอกชน ผ่านการปฏิบัติจริง ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบินที่เข้มแข็ง เพื่อนำไปสู่การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินของประเทศต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.สมปองคล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กล่าวว่า “การสานพลังความร่วมมือในการลงนาม MOU ครั้งนี้ นับว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินของประเทศที่จะเป็นการยกระดับทักษะและสมรรถนะเฉพาะบุคคลให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมการเดินอากาศ การจราจรทางอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะใหม่ (New Skillset) ความสามารถที่ตรงตามความต้องการของภาคผู้ใช้ (Demand-driven) เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นทัดเทียมในระดับสากลได้ โดย บพค. จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านการบินมุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงสนับสนุนการสร้างทักษะผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ให้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งนี้ บพค. มองว่าการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนสมรรถนะสูงให้มีทักษะใหม่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ในอนาคต”

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า “ส.อ.ท. มีความพร้อมในการขับเคลื่อนความร่วมมือ
ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน หรือ NGAP-Digital transformation เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบาย ส.อ.ท. ภายใต้ ONE FTI ที่จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเดิม (First Industries) ซึ่งประกอบไปด้วย 46 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 5 สภาอุตสาหกรรมภาค เพื่อให้เกิดการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ไปสู่อุตสาหกรรมใหม่หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-GEN Industries) โดยหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ ส.อ.ท. ขับเคลื่อน คือ อุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน ส.อ.ท. มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านการบิน จากความต้องการของภาคอุตสาหกรรมสู่การขยายผลกลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. ให้สามารถต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ด้าน Upskill และ Reskill” เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน ส.อ.ท. มีแผนจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโต ผ่านกลไกการดำเนินงานของ Cluster of FTI Future Mobility-ONE (CFM-ONE) และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ EEC รวมถึงการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มส.อ.ท. อาทิ FTI Academy และสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ เพื่อยกระดับให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมได้เพิ่มพูนทักษะที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรม

และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับ Future Skill กับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินซึ่งจะเป็นโอกาสของภาคอุตสาหกรรมในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตลาดโลก

นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า สถาบันพร้อมให้ความร่วมมือและร่วมพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงด้วยกลไกการพัฒนาและรับรองสมรรถนะของบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการบินในมิติส่งเสริมสมรรถนะที่ทำให้การประกอบอาชีพก้าวสู่การแข่งขันของเศรษฐกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในด้าน Digital Skill ตามภารกิจหลักของสถาบัน โดยการรับรองทักษะที่เป็นสมรรถนะสูงสำหรับการเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการบินและงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น Data Analytic, Data Science, Data Engineer เป็นต้น จะสามารถตอบโจทย์การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Technology) ในอุตสาหกรรมการบินด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งส่งผลให้กิจการการบินมีผู้ปฏิบัติงานที่มีสมรรถนะสูง ขณะเดียวกันด้วยแพลตฟอร์ม E-Workforce Ecosystem Platform จะสามารถทำให้บุคลากรเข้าถึงการพัฒนาตนเองให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้นและได้รับการส่งเสริมในอาชีพจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ สามารถสั่งสมสมรรถนะด้วยระบบ Competency Credit Bank โดยการส่งเสริมให้มีการต่อยอดสู่การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในอาชีพที่มีสมรรถนะสูงของ สคช. อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบุคลากรด้านการบิน ตลอดจนสามารถยกระดับอุตสาหกรรมการบิน และโลจิสติกส์พัฒนาให้เกิดมหานครการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินและประตูเศรษฐกิจสู่เอเชีย

อว.จับมือ BOI และสมาคมแผงวงจรไต้หวัน จัดโครงการ Online Job Matching

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806130

อว.จับมือ BOI และสมาคมแผงวงจรไต้หวัน จัดโครงการ Online Job Matching

อว.จับมือ BOI และสมาคมแผงวงจรไต้หวัน จัดโครงการ Online Job Matching

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 22.10 น.

อว.จับมือ BOI และสมาคมแผงวงจรไต้หวัน จัดโครงการ Online Job Matching วันที่ 5 มิ.ย.นี้ เปิดตำแหน่งงานกว่า 300 อัตรา

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว.โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และสมาคมแผงวงจรไต้หวัน (Taiwan Printed Circuit Association : TPCA) จัดโครงการ Online Job Matching สัมภาษณ์และรับสมัครงานทางออนไลน์โดยตรงจาก 6 บริษัทเอกชนชั้นนำในอุตสาหกรรม Printed Circuit Board (PCB) จากไต้หวัน ที่จะเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้แก่ Dynamic Technology Manufacturing (Thailand) Co.,Ltd (ปราจีนบุรี) Unimicron (Thailand) Co., Ltd. (ฉะเชิงเทรา) Unitech Printed Circuit Board (Thailand) Co., Ltd. (อ่างทอง) Zhen Ding Tech. Group Technology Holding Ltd. (ปราจีนบุรี) Gold Circuit Electronics (Thailand) Co., Ltd. (ปราจีนบุรี) และ Yankey Engineering (Thailand) Co., Ltd. (กรุงเทพฯ อยุธยา ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ)

รมว.อว. กล่าวต่อว่า โครงการ Online Job Matching จะจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 5 มิ.ย.2567 เวลา 13.00 – 17.00 น.โดยเปิดให้นักศึกษาที่จบใหม่จากมหาวิทยาลัยไม่เกิน 1.5 ปีและนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในสายวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปศาสตร์ อาทิ Design, Equipment, Testing, Process, Production, Customer Service Engineers and Assistants, ล่าม หรือผู้เชี่ยวชาญในการแปลภาษา และ Procurement Administrator เป็นต้น เข้าสมัครและสัมภาษณ์รูปแบบภาษาไทยผ่านทางออนไลน์โดยตรงจากบริษัทในอุตสาหกรรมผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Printed Circuit Board (PCB) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยมีความเข้มแข็ง และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ โดยมีตำแหน่งงานเปิดรับสมัครรวมกว่า 300 อัตรา อาทิ Engineer, QA/QC, Marketing, Human Resource Administrator, Chinese Interpreter และ Supply Chain (Logistic) เป็นต้น มีอัตราเงินเดือนเริ่มต้น 20,000 บาท ไปจนถึง 40,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับดี (คะแนน CEFR สูงกว่าระดับ B1 หรือ TOEIC อย่างน้อย 550) ยังมีโอกาสได้ไปทำงานที่ไต้หวันอีกด้วย และผู้ที่ผ่านการคัดเลือกสามารถเริ่มงานได้ทันที ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค. – ธ.ค.2567 ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://www.stemplus.or.th ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 พ.ค.2567

“ที่สำคัญ นอกเหนือจากการส่งเสริมการพัฒนากำลังคนเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในส่วนอุตสาหกรรมผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ข้างต้นแล้ว กระทรวง อว. โดยสำนักงานปลัด อว.และ สอวช. พร้อมด้วยเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา และเครือข่ายบริษัทเอกชนชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 8 แห่ง ยังได้ร่วมกันขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นต้นน้ำของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง โดยได้มีกำหนดการจัดค่ายเตรียมความพร้อม (Bootcamp) สำหรับนักศึกษากว่า 100 คน จากหลากหลายสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 23 พ.ค. – 1 มิ.ย.2567 ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมสหกิจศึกษารูปแบบพิเศษ หรือ Coop+ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากสถานประกอบการเพื่อเติมความรู้ ทักษะด้านการปฏิบัติ (Practical Skill) และทักษะทางสังคม (Soft Skill) ให้กับนักศึกษาก่อนเข้าฝึกงานในสถานประกอบการ เพื่อลดช่องว่างด้านสมรรถนะให้กับนักศึกษาด้วย จากการดำเนินงานของกระทรวง อว. ที่ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรข้างต้น เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของไทย สร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมภายในประเทศ และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้“ น.ส.ศุภมาส กล่าว และว่า ทั้งหมดคือผลงานของกระทรวง อว.ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและบูรณาการด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่การจ้างงานที่ตอบโจทย์ความต้องการในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานด้าน STEM และสร้างโอกาสการทำงานให้นักศึกษาไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่มีเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อให้บุคลากรไทยได้รับการฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงกำลังคนตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต