ตะลอนเที่ยว : สวยๆ งามๆ ท่ามกลางสวน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805468

ตะลอนเที่ยว : สวยๆ งามๆ ท่ามกลางสวน

ตะลอนเที่ยว : สวยๆ งามๆ ท่ามกลางสวน

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วันนี้จะชวนคุณไปชมของสวยๆ งามๆ ไปชิมไปกินข้าวและกับข้าวอร่อยๆ ไปช้อปของสวยๆที่ทำจากฝีมือชาวบ้าน แล้วไปหายใจให้เต็มปอดสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ณ สวนต้นไม้แห่งหนึ่งในอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ซึ่งมีชื่อว่า บ้านไร่ ไออรุณ

คนที่ชอบต้นไม้ ชอบธรรมชาติ ชอบเสียงไก่ขัน ชอบเสียงนกร้อง ชอบสายลมธรรมชาติในบรรยากาศสวนร่มรื่น จะต้องชอบที่นี่แน่ๆ เพราะที่นี่คือสวนเก่าดั่งเดิมของครอบครัว แต่ได้รับการแต่งเติมเสริมความน่ารักด้วยที่พักแบบเน้นความเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางสวน และแปลงผักออร์แกนิก และผลยังมีผลไม้ออร์แกนิกอีกด้วย  

ภาพทั้งหมดทุกภาพที่นำมาฝากคุณในวันนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่าที่นี่เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสุดๆ กินกับธรรมชาติ และอยู่กับธรรมชาติจริงๆ 

เริ่มจากอาหารการกิน และเครื่องดื่มทุกชนิดล้วนมีผัก มีดอกไม้ และผลไม้สดๆ เข้าไปเป็นองค์ประกอบสำคัญในอาหารทุกจาน และเครื่องดื่มทุกแก้ว หลายคนอาจจะถามว่าดอกไม้สีสันสวยงามที่วางบนข้าวสวยร้อนๆ หอมกรุ่นด้วยกลิ่นข้าว แล้วเราจะกินดอกไม้นั้นได้หรือ ตอบว่ากินได้แน่นอน กินได้ทุกดอก และเช่นเดียวกัน ดอกไม้ที่วางอยู่ในกับข้าวต่างๆ ก็กินได้ด้วย เพราะผู้ปรุงอาหารได้เลือกสรรเอาดอกไม้กินได้ไปประกอบอาหาร เพราะช่วยให้เกิดความงามของอาหาร และขณะเดียวกันก็ยังใช้รับประทานได้ด้วย

ส่วนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำหน่ายในไร่แห่งนี้ ล้วนทำจากฝีมือของคนในพื้นที่ทั้งสิ้น โดยข้าวของต่างๆ ผ่านการเลือกสรร และผ่านการออกแบบเป็นอย่างดีจาก Merchandiser เพราะฉะนั้น จึงทำให้ได้เห็นเสื้อผ้าที่ดูแล้วเหมือนธรรมดาๆ แต่ทว่าการออกแบบแสนเท่ เก๋ไก๋ สีสันไม่ฉูดฉาดบาดตา แถมยังดูแล้วมีรสนิยมวิไล สนนราคาก็ไม่น่ากลัว เพราะจับต้องได้ ส่วนของใช้อื่นๆ เช่น ของใช้ในบ้าน ของใช้สำนักงาน ของตกแต่งบ้านก็เช่นกัน ทุกชิ้นทำจากชาวบ้านในย่านนั้น หรือชาวบ้านในจังหวัดระนอง และใกล้เคียง ใช้วัสดุจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผ่านกระบวนการ design ผ่านการเลือกใช้สี และผ่านการผลิตที่ประณีต เพราะฉะนั้น จึงบอกได้ว่า การซื้อของที่นี่จึงเท่ากับช่วยกระจายรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง และยังสนับสนุนให้ชาวบ้านเกิดการเรียนรู้ และพัฒนาการผลิตสินค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

การท่องเที่ยวชุมชน จึงไม่ใช่การเที่ยวแบบดาษๆ และไม่ใช่การจำกัดอยู่แค่ว่าต้องไปซื้อของแบบพื้นๆ จากชาวบ้านเท่านั้น แต่การท่องเที่ยวชุมชนในยุคพัฒนาแล้ว คือการเข้าไปช่วยสนับสนุนให้ชาวบ้านผลิตสินค้าที่สามารถดัดแปลงวัสดุจากธรรมชาติให้กลายเป็นสินค้าคุณภาพดี มีการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างน่าสนใจ และชวนให้ซื้อหา 

การได้อยู่กับธรรมชาติ ทำให้ได้สัมผ้สไอดินกลิ่นหญ้า กลิ่นดอกไม้ และกลิ่นของธรรมชาติโดยตรงได้ซึมซับกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ได้ยินเสียงน้ำไหลในลำธารข้างๆ ที่พักนอนแบบไหลเอื่อยๆ เรื่อยๆ แค่นี้ก็ทำให้มีความสุขล้นเหลือ และได้รับการเติมพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ทำให้ชีวิตมีพลังงานบวกเพิ่มขึ้น และสามารถเก็บพลังบวกนั้นกลับเข้าไปในเวลาทำงานในเมืองใหญ่ที่ว้าวุ่น วุ่นวายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถามจริงๆ ครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว และได้ชมภาพสวยๆ ในคอลัมน์แล้ว คุณอยากจะไป recharge พลังให้กับชีวิตของตัวคุณเองแล้วใช่ไหม หากคุณต้องการเที่ยวแบบใสๆ เที่ยวแบบละมุนละไม เที่ยวแบบไม่เร่งรัดร้อนรน และเที่ยวให้ได้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม และเชิงวิถีชุมชนแท้ๆ ติดต่อ Mr.Flower ได้ที่หมายเลข 091-7233615 ครับ แล้วเราไปเที่ยวเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งของคนเที่ยวและคนที่เราไปเยือนด้วยกันครับ

เปิดตัว ‘กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย’ ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805443

เปิดตัว ‘กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย’  ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน

เปิดตัว ‘กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย’ ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กาแฟพันธุ์ไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นยกระดับ Ecosystem อุตสาหกรรมกาแฟ สานต่อกลยุทธ์ Everywhere Everyone นำเดต้ามาวิเคราะห์เพื่อเสิร์ฟสินค้าและบริการที่ตรงใจ เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเจนเนอเรชั่น ในทุกช่องทาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมรุกตลาดกาแฟพรีเมียมและกาแฟในบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความสำเร็จจากคอลเลคชั่น 9 กาแฟดริปรักษ์โลกพันธุ์ไทย เมื่อปลายปีที่ผ่านมาสู่การเปิดตัว “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ในรูปแบบ Home Compostable เป็นแบรนด์แรกของไทยที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติทุกชิ้นส่วนสามารถย่อยสลายได้ 100% โดยยังคงเอกลักษณ์รสชาติ และเทสโน้ตของเมล็ดกาแฟพิเศษสไตล์พันธุ์ไทย ในราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย และเลือกใช้สินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างยั่งยืน

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัดกล่าวว่า “วัฒนธรรมการดื่มกาแฟกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยเฉพาะในปัจจุบันที่กาแฟโลกเข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่สาม (3rd Wave Coffee) ที่ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับคุณภาพของเมล็ดกาแฟพิเศษ หรือSpecialty Coffee ตั้งแต่ต้นน้ำ พื้นที่เพาะปลูกสายพันธุ์กาแฟ กระบวนการเก็บเกี่ยว การคั่วกาแฟ รวมไปถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งกาแฟพันธุ์ไทยได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่กับการสนับสนุนชุมชน และดูแลสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด การสร้างสรรค์ “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ในครั้งนี้ นอกจากผู้บริโภคจะได้ดื่มด่ำกาแฟพิเศษรสชาติพรีเมียมได้ง่ายๆ ที่บ้านหรือที่ทำงานแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดขยะ ลดการสร้างมลพิษ อันเป็นสาเหตุของวิกฤตภาวะโลกร้อน เพราะทุกองค์ประกอบของกาแฟแคปซูลและแพ็กเกจจิ้ง สามารถย่อยสลายได้ทุกชิ้น ปลอดภัยต่อทุกชีวิต ไม่ทำร้ายโลกในระยะยาว

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล

กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย จากสายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% ผ่านการคัดเลือกเมล็ดกาแฟพิเศษจากแหล่งเพาะปลูกที่มีคุณภาพ ผ่านการบ่ม การคั่ว จนได้รสชาติและ
กลิ่นหอมตามโปรไฟล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟพันธุ์ไทยให้คุณดื่มด่ำประสบการณ์สุดพรีเมียม โดยใน 1 กล่อง บรรจุกาแฟ 10 แคปซูล ปริมาณแคปซูลละ 5.5 กรัมมีทั้งหมด 3 Profiles 3 รสชาติ 3 ระดับการคั่วดังนี้ กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ดาร์ก โรสต์,กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย นัตตี้ เบลนด์ และ กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ฟรุตตี้ เบลนด์

กาแฟพันธุ์ไทย มี Brand DNA ที่ชัดเจนในการสนับสนุนชุมชนและเกษตรกรไทย ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น การจัดตั้งโครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอะราบิก้าบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในการปลูกกาแฟให้เกษตรกร ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอยมาเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟ และเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ การใช้ไบโอพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพมาพัฒนาเป็นแก้วเครื่องดื่มพันธุ์ไทยที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและโลกของเรา ความร่วมมือกับนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่สร้างสรรค์กาแฟไปพร้อมๆ กับการปลูกป่า พร้อมสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชนให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข อย่างมั่นคง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อไป

คุณแหน : 19 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805439

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ขณะนี้นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน กำลังทัวร์ต่างประเทศ ไปฝรั่งเศสต่ออิตาลีและประเทศในยุโรป ไม่ทราบว่าท่านรองนายกฯผู้ใดเป็นผู้รักษาการ เมืองไทยมีแต่เรื่องไม่ค่อยดี ให้ท่านนายกฯ รีบกลับมาบริหารงานในประเทศจะดีกว่ากระมัง..

ll ร่วมอาลัยและเสียใจกับครอบครัวกิตติขจร ที่สูญเสียพ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ป.ช.,ป.ม.,ต.จ.,ภ.ป.ร.๕มีสวดพระอภิธรรมศพ ณ ศาลา ๑๐๐ ปีวัดเบญจมบพิตร ถึงวันอังคาร ๒๑ พ.ค. เวลา ๑๘.๓๐ น. และมีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันพฤหัสฯ ๒๓ พ.ค. เวลา๑๗.๐๐ น. ..

ll ครม.เศรษฐา ๒ ไม่มีชื่อ ปานปรีย์พหิทธานุกร,กฤษฎา จีนะวิจารณะและ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ฯลฯ..

ll ส่วน ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กล่าว“เวลาผ่านไปเหมือนเราไม่ได้ไปไหนไกล เรายังคงอยู่กับปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ จากการร่างของคณะรัฐประหารที่ใช้สืบทอดอำนาจเหมือนกัน ความผิดพลาดในอดีตเราไม่ควรต้องมาเสียเลือดเนื้อกันอีก ไม่ควรต้องมาร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ทั้งฉบับอีก ไม่ควรต้องมาต่อต้านรัฐประหารอีก แต่น่าเสียดายที่เหมือนว่า ๓๒ ปีที่ผ่านไป ทำให้เหตุการณ์ที่เราทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”พูดแล้วน่าฟัง..

ll รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ภูมิธรรม เวชยชัย แนะนำข้าวค้างสต๊อกที่จำนำมากกว่าสิบปีนำมาหุงรับประทานสำหรับคนไทยและส่งไปขายที่แอฟริกา ไม่ทราบว่าบ้านท่านรองนายกฯจะนำไปบริโภคทุกวันหรือเปล่า?..

ll งานนี้องค์กรของผู้บริโภคซึ่งมี สาลี อ่องสมหวัง เป็นเลขาฯ ควรตรวจสอบว่าข้าวค้างสต๊อกสิบปีนี้เหมาะที่มนุษย์จะบริโภครึไม่??..

ll และ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.โพสต์ว่า“พี่อ้วนครับเรื่องนี้เรื่องใหญ่ละกับโลก ไม่มีใครต้องการดิสเครดิตข้าวไทยแต่คนเป็นรัฐบาลที่มีหน้าที่ดูแลการค้าข้าวทั้งในและนอกประเทศ ต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ไม่ใช่บอกฉันเปิดประมูล ใครอยากซื้อก็มาซื้อราคาตามสภาพ”..

ll และ จตุพร พรหมพันธุ์ กล่าว“กรณีของบุ้ง เมื่อเทียบทักษิณ จึงแสดงถึงความเหลื่อมล้ำกันชัดเจน เพราะทักษิณเป็นนักโทษคดีทุจริตและอยู่ระหว่างถูกคดีดำ ม.๑๑๒ เช่นกันกับบุ้งที่มีอายุ ๒๗-๒๘ ปี น้อยกว่ามาก แต่การปฏิบัติของทางราชทัณฑ์ที่ขึ้นตรงกับกระทรวงยุติธรรมและรัฐบาลนั้น กลับแตกต่างกันไม่เสมอภาคกัน และสะท้อนถึงการมีชีวิตของคนไม่เท่ากัน”..

ll สว.วัลลภ ตังคณานุรักษ์“แม้ในรัฐธรรมนูญจะระบุว่า ให้สว.ชุดเก่าทำหน้าที่จนกว่าจะมีสว.ชุดใหม่ก็ตาม แต่ผมเห็นว่า สว.ชุดเก่าไม่ควรเข้าร่วมประชุม และไม่ควรจะไปยุ่งด้วย ยิ่งอยู่ในช่วงจะหมดวาระ แต่ต้องทำหน้าที่ต่อ ก็เป็นการทำหน้าที่เฉพาะเรื่องที่ค้างอยู่เท่านั้น แต่ไม่ควรร่วมโหวตนายกฯเพราะถือว่าทำให้เราเสียหาย ที่ผ่านมาเราก็โดนหนัก แล้ว พอเสียที” นานาจิตตังครับท่าน..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

แหวกฟ้าหาฝัน : Lucerne ที่ไม่ได้มีแต่สะพานไม้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805423

แหวกฟ้าหาฝัน : Lucerne ที่ไม่ได้มีแต่สะพานไม้

แหวกฟ้าหาฝัน : Lucerne ที่ไม่ได้มีแต่สะพานไม้

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่เยือนสวิสโดยใช้ทัวร์ เมืองหนึ่งที่จะต้องอยู่ในโปรแกรมทัวร์เสมอนั่นคือ Lucerne เมืองใหญ่กลางประเทศสวิสทั้งนี้ เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยว the must ของสวิสซึ่งนักท่องเที่ยวต้องไปถ่ายรูปให้ได้อยู่ 2 แห่ง คือ สะพานไม้ และสิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง แต่แท้ที่จริงแล้ว เมือง Lucerne ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง

เมือง Lucerne ที่เป็นเมืองหลวงของมณฑล Lucerne นี้เริ่มต้นขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน และชาว Alemannic เชื้อชาติเยอรมันเริ่มมีอิทธิพลเข้ามาในสวิส ในช่วงแรก Lucerne อยู่ภายใต้อิทธิพลของสำนักสงฆ์ แต่ในปี 1178 พวกเขาได้อิสรภาพและกลายเป็นเมืองในปีเดียวกันโดยกลายเป็นเมืองสำคัญทางด้านการค้า ปี 1290 เมืองตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพระเจ้า Rudolph I ของราชวงศ์ Habsburg ยังผลให้ประชาชนไม่พอใจมาก ชาวเมืองจึงร่วมกับชาวเมืองมณฑล Uri, Schwyz และ Unterwalden ก่อตั้ง Swiss Confederacy ขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน 1332 ซึ่งต่อมามีเมือง Zurich, Zug และ Bern มาร่วมเป็นพันธมิตรส่งผลให้อิทธิพลของออสเตรียสิ้นสุดลงในปี 1386 หลังจากชัยชนะของ Lucerne ในการรวมตัวกันเป็นประเทศสวิสนั้น Lucerne กลายเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้คนมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวคาทอลิก

หลังการปฏิวัติฝรั่งเศสได้ 9 ปี ฝรั่งเศสได้ยาตราทัพเข้าสู่สวิสส่งผลให้สมาพันธรัฐล่มสลายและกลายเป็นประชาธิปไตยLucerne ได้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมจนทำให้ประชาชนมากถึง 40% หันมาทำงานโรงงานส่งผลให้เศรษฐานะของมณฑลดีขึ้นอีก และดึงดูดให้คนย้ายมาทำงาน เมื่อเมืองมีการพัฒนาทางรถไฟเชื่อมเมืองต่างๆ อาทิ Olten, Basel, Zug และ Zurich จึงได้รับความสนใจจากทั่วยุโรปอีกครั้ง ยิ่งเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย ได้เสด็จมาที่สะพาน Kapell และอนุสาวรีย์สิงโต โดยทรงมีปฏิสันถารกับประชาชนเป็นภาษาเยอรมัน ส่งผลให้ศิลปิน และกวีย้ายมาอยู่ที่นี่มากยิ่งขึ้น อาทิ Carl Spitteler ผลงานของจิตรกรและคีตกวีที่มาอยู่ใน Lucerne กลายเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองทางหนึ่งจนทำให้มีการลงทุนด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรมมากมาย อาทิ Schweizerhof hotel, Grand Hotel National, Chateau Gutsch ยังผลให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวนับจากนั้นมา

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน Lucerne และมี Swiss pass สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองแห่งหนึ่งที่ต้องไปให้ได้นั่นคือ Rigi Kulm ทั้งนี้เพราะราชินีแห่งขุนเขานี้สามารถไปเที่ยวได้ฟรีด้วย Swiss pass นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังเขานี้ได้ไม่ยากโดยเริ่มจากการนั่งเรือที่สถานีกลางเมืองไปยัง Vitznau และนั่งรถไฟขึ้นไปยัง Rigi Kulm แล้วต่อนั่ง cable car ต่อไปยัง Weggis ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานและน่าประทับใจตลอดเส้นทาง นอกจากนี้บน Rigi Kulmยังมีวิว 360 องศาที่สวยราวสรวงสวรรค์ซึ่งเห็นทั้งเทือกเขา Alps, ทะเลสาบ 13 แห่ง รวมทั้งตัวเมือง Lucerne และ Zug อันยากจะลืมเลือนสมกับฉายา Queen of the Mountain จริงๆ

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วิสาขบูชาวัดโพธิ์ชัย’ ภูมิพุทธธรรมลุ่มแม่น้ำโขง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805424

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วิสาขบูชาวัดโพธิ์ชัย’ ภูมิพุทธธรรมลุ่มแม่น้ำโขง

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วิสาขบูชาวัดโพธิ์ชัย’ ภูมิพุทธธรรมลุ่มแม่น้ำโขง

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ภาพเก่าวัดโพธิ์ชัย

วันอาทิตย์นี้มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาคือ วันวิสาขบูชา ด้วยเหตุที่ไม่ว่าไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา มาเลเซีย ต่างมีวัดพุทธศาสนาอยู่ทั่วไปและมีวัตรปฏิบัติในวันสำคัญทางพุทธศาสนาทั้งสิ้น จะแตกต่างก็ตรงมีพุทธบริษัทให้ความร่วมมือมากน้อยต่างกัน แต่ด้วยเหตุที่ วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคายเป็นพระอารามหลวงที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส”พระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุกมีพุทธลักษณะงดงาม เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคาย จึงเป็นวัดที่เชื่อมพุทธธรรมของผู้คนสองฝั่งโขงมาช้านาน

เดิมนั้นพื้นที่วัดโพธิ์ชัยเป็นวัดร้างตั้งอยู่บริเวณบ้านไผ่ จึงมีชื่อเรียกในอดีตว่า “วัดผีผิว(ปาก)” ด้วยเหตุไม้ไผ่ทำให้ปรากฏการณ์เหมือนผีผิวปาก และเป็นพื้นที่ที่เคยใช้เป็นสถานที่ฌาปนกิจ สำหรับประวัติตำนานวัดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อไร จึงได้แต่สันนิษฐานกันว่าน่าจะเคยเป็นพระอารามสำคัญของอาณาจักรล้านช้าง มาแต่เดิม ด้วยในวัดนั้นมีพระธาตุเจดีย์ศิลปะล้านช้างเก่าแก่อยู่ ลักษณะงดงาม เดิมนั้นไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาจึงมีการบูรณะวัดร้างวัดผีผิว(ปาก)ขึ้นใหม่ และเปลี่ยนนามใหม่เป็น วัดโพธิ์ชัย ซึ่งวัดนี้ได้พัฒนาและจัดภูมิสถานเป็นสัดส่วนและสง่างาม ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จฯทรงเป็นประธาน ยกช่อฟ้าพระอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ และต่อมาได้ยกฐานะวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ถือเป็นวัดสำคัญแห่งเมืองหนองคาย ด้วยมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง

ซึ่งมีตำนานเล่าว่า พระธิดา ๓ องค์ ของกษัตริย์ล้านช้างได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น ๓ องค์ และถวายนามพระพุทธรูปตามพระนามของแต่ละพระองค์ คือ “พระเสริม” เป็นพระประจำพระธิดาองค์ใหญ่ “พระสุก” ประจำพระธิดาองค์กลาง และ “พระใส” ประจำพระธิดาองค์เล็ก แต่เดิมพระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์ ได้ประดิษฐานอยู่ที่นครเวียงจันทน์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสามองค์ลงเรือข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมายังเมืองหนองคาย แต่เกิดพายุพัดแรงจน “พระสุก” ตกน้ำจมหายไป ส่วน “พระเสริม” และ “พระใส” ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ ขุนวรธานี และเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญ “พระเสริม” จากวัดโพธิ์ชัย หนองคาย ไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญ “พระใส” จากวัดหอก่อง ขึ้นประดิษฐานบนเกวียนซึ่งคิดว่าจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธิ์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ อัญเชิญได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนารามส่วนหลวงพ่อพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย ตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ จนถึงปัจจุบัน

หลวงพ่อพระใสจากลาว

ในช่วงวันสงกรานต์ วันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปีชาวเมืองหนองคายจะมีงานประเพณีบุญสงกรานต์ และมีพิธีอัญเชิญ “หลวงพ่อพระใส” ลงจากพระอุโบสถ เพื่อมาแห่รอบพระอุโบสถแล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่ราชรถ ขบวนหลวงพ่อพระใส และพระบริวารทั้งหมดออกแห่รอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนานั้น วัดนี้ได้จัดพิธีและบำเพ็ญกุศลเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างไทยเมืองหนองคายกับลาวจากนครเวียงจันทน์ ได้มีโอกาสในงานบุญดังกล่าวซึ่งวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น นายชัยพล สุขเอี่ยมอธิบดีกรมการศาสนา ได้ร่วมกับพุทธบริษัทชาวหนองคายได้จัดพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นเพื่อเป็นแบบอย่างตามศาสนปฏิบัติ ซึ่งในเดือนพฤษภาคมนี้ทั่วประเทศจะมีวันวิสาขบูชา วันที่ ๒๒ พฤษภาคมและวันอัฏฐมีบูชา วันที่ ๓๐ พฤษภาคม รวม ๒ วัน

ดังนั้น ความร่วมมือของชาวพุทธสองฝั่งโขง จึงมีทั้งชาวไทย, ลาว, กัมพูชา ที่ผูกพันกับแม่น้ำสายนี้มาแต่โบราณ จึงมีความสัมพันธ์ต่อกันโดยใช้พุทธศาสนา-พุทธสถานเป็นสื่อเชื่อมปัญญาธรรมสืบต่อกันมา แม้จะมีเรื่อง พญานาค เกิดขึ้นตามความเชื่อต่อจากบรรพบุรุษ ก็ถือเป็นส่วนสร้างกระแสธรรมให้ พญานาคา นั้น มีบทบาทในสังคมให้นับถือศรัทธาในพุทธธรรมต่อมาจนวันนี้

พระเถระสวดในพิธี

พระเถระสวดในพิธี

อธิบดีกรมการศาสนาและพุทธบริษัท

อธิบดีกรมการศาสนาและพุทธบริษัท

วิสาขบูชา ที่วิหารวัดโพธิ์ชัย

วิสาขบูชา ที่วิหารวัดโพธิ์ชัย

พุทธศาสนิกชนร่วมพิธี

พุทธศาสนิกชนร่วมพิธี

พิธีภายในวิหาร

พิธีภายในวิหาร

พระธาตุเก่ากลางแม่น้ำโขง

พระธาตุเก่ากลางแม่น้ำโขง

พระธาตุล้านช้างของเก่า

พระธาตุล้านช้างของเก่า

โซไซตี้ : เสริมสร้างพลังกายและพลังใจ พาผู้สูงอายุดูหนัง ‘หลานม่า’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805442

โซไซตี้ : เสริมสร้างพลังกายและพลังใจ  พาผู้สูงอายุดูหนัง ‘หลานม่า’

โซไซตี้ : เสริมสร้างพลังกายและพลังใจ พาผู้สูงอายุดูหนัง ‘หลานม่า’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และ มูลนิธิ 5 For All จัดกิจกรรมนำผู้สูงอายุจากทั่วประเทศชมภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” ภาพยนตร์ไทยที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชั่นมาอยู่ร่วมกัน ซึ่งนับวันจะหายไปจากสังคมไทย ทำให้คนไทยกลับไปนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอบอุ่นอีกครั้ง จะทำให้คุณอยากกลับไปกอดคนที่บ้านอีกครั้งและเรียนรู้คำว่า “ครอบครัวมีค่ามากกว่าเงิน” โดยนำผู้สูงอายุกว่า 4,200 คน จากโรงเรียนผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร, จังหวัดสุพรรณบุรี, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ 12 แห่ง และเครือข่ายผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณค่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุและครอบครัวตลอดจนเป็นการเสริมสร้างพลังกายและพลังใจให้กับคุณตาคุณยาย

อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วย แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ, ปรียาวรรณ ภูวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์อาวุโส บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และ อุษา เสมคำ นักแสดงจากภาพยนตร์“หลานม่า” มาร่วมพูดคุยถึงความร่วมมือในการมอบโอกาสเพื่อส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับคุณตา-คุณยายในโอกาสเข้าชมภาพยนตร์ “หลานม่า” พร้อมให้ผู้สูงอายุทุกท่านได้อร่อยกับป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มในขณะชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ฟรี!! ทั่วประเทศทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับสังคมภายใต้แนวคิด “Care for Social” ที่ส่งมอบโอกาสและความอบอุ่นสู่ทุกหัวใจผ่านหลากหลายกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี หนึ่งในกิจกรรมหลักที่เป็นจุดเริ่มต้นดีๆ ในการส่งกำลังใจ มอบความสุข สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ นั่นคือ กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” ซึ่งนำน้องๆ คนพิการ และผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาสเข้าชมภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจต่อยอดในการพัฒนาศักยภาพ

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805421

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การแข่งขัน ‘นั่งเหม่อลอย’ ปล่อยใจฝันในโซล

ประมวลภาพบรรยากาศการแข่งขัน “นั่งเหม่อลอย” บริเวณสวนสาธารณะบันโพ ริมแม่น้ำฮันในกรุงโซลของเกาหลีใต้ โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 2567 มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 80 ทีม และคัดเลือกผู้ชนะจากอัตราการเต้นของหัวใจและคะแนนโหวตจากผู้ชม

ขอบคุณภาพจากสำนักข่าวซินหัว

Science Update : ปะการังโลกฟอกขาวกว่า 60%

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805428

Science Update : ปะการังโลกฟอกขาวกว่า 60%

Science Update : ปะการังโลกฟอกขาวกว่า 60%

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา เปิดเผยว่า ปีที่แล้ว แนวปะการังโลกเกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่มากถึง 2 ใน 3 ของแนวปะการังทั่วโลก เป็นผลมาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกผนวกกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 4 ของโลก โดยมีปะการังในมหาสมุทรแอตแลนติกได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะฟอกขาวเกือบทั้งหมด

น้ำในมหาสมุทรที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้ปะการังขับสาหร่ายสีสันสดใสทื่ชื่อว่า “ซูแซนเทลลี” ที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการังออกไป ปะการังจึงมีสีซีดขาวเพราะไม่มีสาหร่ายช่วยสร้างสีสัน และเมื่อปะการังเกิดการฟอกขาวก็จะเสี่ยงที่จะขาดอาหาร เกิดโรค และตายลงในที่สุด

รายงานของนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เวลานี้ ปะการังฟอกขาวขนานใหญ่เกิดขึ้นในอย่างน้อย 62 ประเทศและดินแดน โดยที่อินเดียและศรีลังกานับเป็นประเทศล่าสุด
ที่มีรายงานผลกระทบปะการังฟอกขาวเกิดขึ้น ขณะที่ประเทศไทยเองก็เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างหนักเช่นกันทั้งในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน

Health News : สหรัฐฯจ่อถอด‘กัญชา’จากบัญชียาเสพติดประเภทร้ายแรง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805429

Health News : สหรัฐฯจ่อถอด‘กัญชา’จากบัญชียาเสพติดประเภทร้ายแรง

Health News : สหรัฐฯจ่อถอด‘กัญชา’จากบัญชียาเสพติดประเภทร้ายแรง

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงเตรียมนำกัญชาออกจากกลุ่มบัญชียาเสพติดร้ายแรงโดยจะลดชั้นจากแต่เดิมที่อยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 1 เช่นเดียวกับเฮโรอีน ให้ไปอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 3 แทนที่มีอันตรายต่อร่างกายและประสาทตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงต่ำ ซึ่งยาเสพติดอื่นที่ถูกจัดอยู่ในประเภท 3 ได้แก่ ยาเค และยาอนาบอลิก สเตียรอยด์(Anabolic steroids) สารต้องห้ามในกลุ่มนักกีฬา

ขณะที่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA ระบุว่า การใช้กัญชาในทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงความไม่ปลอดภัยขั้นสูงอย่างที่ไม่สามารถรับได้นั้นไม่ปรากฏ อีกทั้งยังพบการสนับสนุนทางวิจัยที่น่าเชื่อถือชี้ได้ว่า สามารถใช้กัญชาในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง โรคคลั่งผอม (Anorexia Nervosa) ที่เกี่ยวข้องกับอาการทางการแพทย์และอาการคลื่นไส้และอาเจียน

การลดชั้นความรุนแรงของประเภทยาเสพติดสำหรับกัญชาครั้งนี้ของสหรัฐฯ ถือเป็นก้าวแรกนำไปสู่การลดช่องว่างระหว่างรัฐและกฎหมายกัญชาของรัฐบาลกลาง ซึ่งในปัจจุบัน การใช้กัญชาถือว่าถูกกฎหมายอยู่ในบางรูปแบบในเกือบ 40 รัฐทั่วประเทศ การผ่อนคลายความเข้มงวดเกี่ยวกับกัญชา ยังอาจนำไปสู่โอกาสการค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์และการใช้ในทางการแพทย์มากขึ้น ช่วยทำให้ความผิดทางอาญาเกี่ยวข้องกับกัญชาลดลง และยังเพิ่มการลงทุนในภาคส่วนกัญชาในสหรัฐฯ

ชวนช้อปเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ในงาน ‘MEGA HOME & DÉCOR’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805441

ชวนช้อปเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน  ในงาน ‘MEGA HOME & DÉCOR’

ชวนช้อปเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ในงาน ‘MEGA HOME & DÉCOR’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา จัดงาน MEGA HOME & DÉCOR ชวนช้อปเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ที่ยกขบวนสินค้าทั้งชุดเครื่องนอน โซฟา สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องหอมที่พร้อมจะตอบโจทย์และเติมเต็มไอเดียให้กับทุกสไตล์การแต่งบ้าน จากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ พร้อมส่วนลดพิเศษภายในงาน อาทิ DREAM MASTER ที่นอนเพื่อสุขภาพจากยุโรป, MR.DON โซฟาเกรดหรูนำเข้าจากยุโรป, EXCLUSIVE BOX เฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมัล, LASSIEDÉCOR เซรามิกพรีเมียมแห่งแรกของไทย,MR.BIG แบรนด์ชุดเครื่องนอนเพื่อสุขภาพ, BEWELL เฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพที่ออกแบบโดยนักกายภาพ, VINTEL HOME แบรนด์ชุดเครื่องนอนผ้าเยื่อไม้ไผ่แท้, CANDLECASTLE แบรนด์เครื่องหอมสุดหรูเพื่อเติมบรรยากาศภายในบ้าน, PAWIS แบรนด์เครื่องหอมปรับอากาศภายในบ้าน,WIGGLE WIGGLE แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดคิวท์จากประเทศเกาหลีใต้ และ B2S แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หลากหลายไอเทมสำหรับทุกวัย

พิเศษ สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์รีวอร์ดส เมื่อช้อปสินค้าภายในงานสามารถนำใบเสร็จมาสะสมคะแนน เพื่อแลกรับของสมนาคุณอื่นๆได้เพิ่มเติมอีกด้วย มาช้อปสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านหลากสไตล์จากหลายแบรนด์ดังในงาน MEGA HOME & DÉCOR ระหว่างนี้จนถึงวันที่26 พฤษภาคม 2567 ณ แฟชั่นแกลอเรีย ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชั่นเมกาบางนา หรือ WWW.MEGA-BANGNA.COM