‘อธิบดีปศุสัตว์’ประชุม คกก.อำนวยการกำกับติดตามการผลักดันการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคเพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิต

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804778

'อธิบดีปศุสัตว์'ประชุม คกก.อำนวยการกำกับติดตามการผลักดันการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคเพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิต

‘อธิบดีปศุสัตว์’ประชุม คกก.อำนวยการกำกับติดตามการผลักดันการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคเพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิต

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.15 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการผลักดันการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคเพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิต จากราชอาณาจักรไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หลักการ Regionalization ครั้งที่ 2/2567

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการผลักดันการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคเพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตจากราชอาณาจักรไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หลักการ Regionalization ครั้งที่ 2/2567 โดยมีคณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมพุทธอุดมสุข ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท และผ่านระบบการประชุมทางไกล Zoom Conference

โดยมีประเด็นที่สำคัญ เพื่อทราบถึงรายงานความก้าวหน้าการพิจารณาจัดทำข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยงระบบการป้องกันและควบคุมโรค FMD และ LSD ตามที่ได้มอบหมายในการประชุมฯ ครั้งที่ 1/2567 พร้อมพิจารณา การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการจัดทำคำตอบเพื่อส่งฝ่ายจีน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการจัดการเคลื่อนย้ายและคอกกัก เพื่อเป็นการผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตจากไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อของไทยต่อไป

– 006

รวมตัวครั้งใหญ่ของเยาวชนนักเต้นไทยสู่เวทีระดับโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804830

รวมตัวครั้งใหญ่ของเยาวชนนักเต้นไทยสู่เวทีระดับโลก

รวมตัวครั้งใหญ่ของเยาวชนนักเต้นไทยสู่เวทีระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้แทนสถาบัน CSTD ประเทศไทย วัลลภา-นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์

“CSTD Thailand Dance Grand Prix 2024” การแข่งขันศิลปะการเต้นเทคนิคเวทีแรกในประเทศไทย มาตรฐานสากลจากประเทศออสเตรเลีย การแข่งขันเดียวที่รวมศิลปินเยาวชนนักเต้นทั้งมือสมัครเล่นและระดับมืออาชีพไว้กว่า 1,500 ชีวิต จาก 42 สถาบันสอนศิลปะการเต้นทั่วประเทศไทยภายใต้รูปแบบการเต้นที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น บัลเลต์, ระบำประจำชาติ, คอนเท็มโพรารี่ แดนซ์, แจ๊สแดนซ์, บัลเลต์ลาลีเคิล, แท็ปแดนซ์, ฮิปฮอป, ร้องและเต้น, เต้นเล่าเรื่องราว เป็นต้น พร้อมรูปแบบการแข่งขัน ทั้งแบบ 1 คน (Solo), 2-3 คน(Duos/Trios), กลุ่มเล็ก 4-6 คน(Ensembles), กลุ่มใหญ่มากกว่า 30 คน(Troupes) การแข่งขันสุดเข้มข้นณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันศิลปะการเต้นระดับนานาชาติ ณ เวที AsiaPacific Dance Competition ครั้งที่ 26 ซึ่งความพิเศษในปีนี้ คือ การที่ประเทศไทยได้กลับมาเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันระดับนานาชาติ พร้อมเตรียมต้อนรับเยาวชนจากกว่า 10 ประเทศมาแสดงความสามารถประชันกันบนเวทีในเดือนสิงหาคม 2567 นี้

วัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้แทนสถาบัน CSTD ประเทศไทย กล่าวว่า “เวทีแห่งนี้นับเป็นการแข่งขันศิลปะการเต้นเทคนิคเวทีแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เป็นความภูมิใจกับทั้งทางสถาบัน คุณครูผู้ฝึกสอนและเยาวชนที่เข้าแข่งขัน ภายใต้การแข่งขันที่ใช้มาตรฐาน และได้พัฒนาต่อเนื่องมากว่า 90 ปี ด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบัน Commonwealth Society of Teachersof Dancing (CSTD) ประเทศไทย สถาบันจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อรับรองหลักสูตรการเรียนการสอน และการวัดผลสอบศิลปะการเต้นมาตรฐานสากลในประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และสถาบัน Commonwealth
Society of Teachers of Dancing (CSTD) ประเทศออสเตรเลีย”

ครูปุ๊ก-อัจฉรา หิรัญแพทย์

นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์ รองผู้แทนสถาบัน CSTD ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งปรับมุมมองของผู้คนที่มีต่อศิลปะการแสดง ขับเคลื่อนให้สังคมไทยเปิดใจกับการดูงานศิลปะ และให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างชุมชนพัฒนาคนเก่งและคนดีให้กับสังคม พร้อมเปิดประสบการณ์ในแวดวงศิลปะการเต้น ซึ่งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาศักยภาพมนุษย์ในทุกสายงานอาชีพ เชื่อมโยงทั้งทางร่างกายและจิตใจ อารมณ์สมาธิ ทักษะทางปัญญา ความรู้ความเข้าใจของสมองในการจำวางแผนจัดการ ความมั่นใจตนเอง ความอดทน ความเห็นอกเห็นใจ ความกล้าแสดงออก การตัดสินใจแก้ปัญหา เพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุขอีกด้วย”

น้องบุ๊บบิ๊บ-ชลกนก สถีระนาวิน จากสถาบันบางกอกแดนซ์ ผู้ชนะการแข่งขัน ประเภทคะแนนรวมบุคคลสูงสุด (Aggregate Solo Cup) เล่าว่า “แข่งเต้นมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ กับความตั้งใจ ฝึกฝนและพัฒนาตัวเองมาตลอด การเต้นให้อะไรมากกว่าที่คิดได้ทั้งมิตรภาพ การฝึกทำงานเป็นทีม ทั้งกับเพื่อนและกับครู แถมการเต้นยังทำให้มีความสุข และสบายใจทุกครั้งที่ได้เต้น หนูตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองต่อไป และเดินตามความฝันในเส้นทางการเต้นไปจนถึงระดับอินเตอร์เลยค่ะ”

ด้าน ครูปุ๊ก-อัจฉรา หิรัญแพทย์ ครูใหญ่และผู้กำกับศิลป์ WEDANCE Dance Studio ผู้ชนะการแข่งขัน ประเภทสถาบันยอดเยี่ยม (Best School Aggregate Cup)เล่าว่า “อุตสาหกรรมการเต้นของไทยทุกวันนี้เทียบเท่าสากล เด็กไทยเก่งเยอะมาก การแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันที่ยาก เป็นการแข่งเต้นเชิงเทคนิคที่ทุกโรงเรียนเตรียมความพร้อม และเตรียมเทคนิคกันมาเป็นอย่างดีเด็กที่เคยแข่งปีก่อนหน้านี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก เก่งแบบก้าวกระโดด ส่วนเด็กใหม่ๆ ก็สร้างผลงานการเต้นได้อย่างน่าสนใจ เป็นเพราะโครงสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนของ CSTD ด้วยค่ะ ที่ทำให้เกิดการพัฒนาด้านเทคนิค ทำให้เด็กสตรอง มีแบบฝึกหัดต่างๆ นำมาฝึกใช้ และเตรียมตัวกับการแข่งขันได้ ดีใจและภูมิใจมากค่ะที่ได้รางวัลจากการแข่งขันนี้”

น้องบุ๊บบิ๊บ-ชลกนก สถีระนาวิน

น้องบุ๊บบิ๊บ-ชลกนก สถีระนาวิน

ผู้ชนะการแข่งขัน ประเภทสถาบันยอดเยี่ยม

ผู้ชนะการแข่งขัน ประเภทสถาบันยอดเยี่ยม

เปิดความสำเร็จ ‘ศิลปินไทย’ ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบี กับ 15 ปีแห่งการปูทางศิลปินไทยโลดแล่นสู่เวทีศิลปะระดับโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804846

เปิดความสำเร็จ ‘ศิลปินไทย’ ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบี  กับ 15 ปีแห่งการปูทางศิลปินไทยโลดแล่นสู่เวทีศิลปะระดับโลก

เปิดความสำเร็จ ‘ศิลปินไทย’ ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบี กับ 15 ปีแห่งการปูทางศิลปินไทยโลดแล่นสู่เวทีศิลปะระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปรัชญา เจริญสุข

ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมศิลปะและปูเส้นทางให้ศิลปินไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้กับศิลปินไทย ทั้งกลุ่มศิลปินอาชีพและสมัครเล่น สร้างสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีชมาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี  ผ่านการประกวดจิตรกรรมยูโอบี หรือ UOB Painting of the Year หนึ่งในการประกวดงานศิลปะที่ทรงเกียรติที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเปิดประตูสู่เวทีแสดงผลงานศิลปะระดับสากล และมอบโอกาสแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และรับมุมมองใหม่ๆ จากเพื่อนศิลปินจากนานาชาติที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อต่อยอดในการพัฒนาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างไร้ขีดจำกัด

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ชวนศิลปินผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบีรุ่นพี่  ร่วมเปิดมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินและผู้ที่สนใจจะก้าวสู่โลกทางศิลปะได้แสดงความสามารถผ่านผลงานศิลปะอย่างไร้กรอบบนเวทีการประกวดแห่งนี้

เริ่มที่ นายอิมรอน ยูนู  ศิลปินรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 3 (ปี 2555) กล่าวว่า“แม้จะผ่านการได้รางวัลมาหลายปีแล้ว แต่ยังได้รับโอกาสมากมายจากยูโอบี ทั้งการได้แสดงงาน Art Stage ที่สิงคโปร์ งานประชุมวิชาการศิลปะอิสลามที่ประเทศจีน และล่าสุดคืองาน Art Jakarta 2023 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เป็นการเปิดโอกาสให้ได้แสดงผลงานในต่างประเทศ ซึ่งช่วยเปิดโลกทัศน์  ได้พบปะผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ได้รับคำชื่นชมในผลงานช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์  และผลักดันให้ผมทดลองสิ่งใหม่ๆ พัฒนาผลงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผลงานเป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น

“ผมอยากเชิญชวนศิลปินทุกท่านเพิ่มโอกาสให้กับผลงานของตัวเองในการนำเสนอต่อเวทีระดับนานาชาติ และโอกาสสู่แห่งเส้นทางอาชีพศิลปินด้วยการส่งผลงานเข้าประกวดและคว้าโอกาสบนเวทีระดับนานาชาตินี้   รวมถึงค้นพบศักยภาพของตัวเอง ด้วยการทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างดีที่สุด เชื่อมั่นว่าโอกาสพร้อมจะเป็นของคนที่มุ่งมั่น เหมือนเช่นผมที่เคยได้โอกาสนี้มาก่อน และนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้”

อิมรอน ยูนู

นางสาวปรัชญา เจริญสุข ศิลปินรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ปี 2566 และรางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2566  กล่าวว่า เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการเป็นศิลปิน ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในและนอกวงการศิลปะ พร้อมโอกาสใหม่ๆ มากมาย เช่น นิทรรศการที่วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี ซึ่งจะจัดขึ้นในปี 2568 การเป็นวิทยากรให้แก่องค์กรต่างๆ รวมถึงในเวิร์กช็อปให้กับ อสท. และได้รับการติดต่อจากชาวสิงคโปร์เพื่อนำผลงานไปแสดงที่งานแฟร์ในอเมริกาโดยมีสัญญา 2 ปี ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตในการก้าวสู่อาชีพศิลปิน 

“สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จที่ใช้ในการประกวดมองว่า ผลงานที่นำเสนอควรเป็นเรื่องที่ตนเองสนใจ หากเป็นเรื่องสากลก็จะดีมาก เรื่องที่ทุกคนสามารถรับรู้และเข้าใจได้อาจเป็นเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาทั่วโลก หรือเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวที่เราเผชิญอยู่ก็ได้ เพราะเรื่องเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้ เช่น เราเลือกนำเสนอเรื่องขยะทะเลและไมโครพลาสติก เนื่องจากเราได้พบเห็นขยะจำนวนมากเมื่อไปเดินชายหาด ประกอบกับข่าวพบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาทูที่เรารับประทานเป็นประจำ จึงเริ่มสนใจประเด็นนี้ ศึกษาและสร้างสรรค์ผลงานจากประเด็นที่เผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่เช่นกัน

แน่นอนว่าผลงานศิลปะที่ส่งประกวดต้องมีความสวยงาม แต่คงจะดีไม่น้อยถ้าความสวยงามนั้น สามารถบอกเล่า เป็นกระบอกเสียง และสื่อสารหรือข้อความบางอย่างต่อผู้ชมและสร้างการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขนาดเล็กหรือใหญ่ หรือแม้แต่เรื่องดีๆ ที่สร้างความสุข ศิลปินไม่จำเป็นต้องนำเสนอเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหาหรือแง่มุมด้านลบเท่านั้น ขอเพียงเป็นเรื่องที่ศิลปินสนใจและทำอย่างสร้างสรรค์และตั้งใจ ย่อมจะมีผู้มีประสบการณ์ร่วมและเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสารได้”

สำหรับการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 15 นี้ ยังคงเปิดกว้างไร้กรอบหัวข้อการประกวด ไม่จำกัดเทคนิคและไอเดียในการนำเสนอผลงาน และเริ่มต้นรับสมัครอย่างเข้มข้นแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ขอเชิญชวนศิลปินทั้งหน้าใหม่และมืออาชีพ ร่วมเดินทางสู่ถนนสายศิลปะครั้งใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยการส่งผลงานเข้าประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2567  โดยสามารถส่งผลงานได้ทางเว็บไซต์ http://www.uob.co.th/poy สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2343 4957, 0 2343 4964 อีเมล poy@uob.co.th

‘กรุงเทพประกันภัย’ ทำพิธีอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐาน พร้อมเปิดสาขาสมุทรสาครอย่างเป็นทางการ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804824

‘กรุงเทพประกันภัย’ ทำพิธีอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐาน พร้อมเปิดสาขาสมุทรสาครอย่างเป็นทางการ

‘กรุงเทพประกันภัย’ ทำพิธีอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐาน พร้อมเปิดสาขาสมุทรสาครอย่างเป็นทางการ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ, ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน), อรุโณทัย ทองพรหม ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรสาคร และ ปริญญา มณีประเสริฐ ผู้อำนวยการลูกค้าธุรกิจรายปลีกต่างจังหวัด ธนาคารกรุงเทพ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดสาขาสมุทรสาครอย่างเป็นทางการ

บริษัท กรุงเทพประกันภัยจำกัด (มหาชน) จัดพิธีเปิดสาขาสมุทรสาครอย่างเป็นทางการ พร้อมอัญเชิญครุฑตราตั้งขึ้นประดิษฐานเพื่อความเป็นสิริมงคล โดย ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วย อรุโณทัย ทองพรหม ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรสาคร และ ปริญญา มณีประเสริฐ ผู้อำนวยการลูกค้าธุรกิจรายปลีกต่างจังหวัด ธนาคารกรุงเทพ ร่วมให้เกียรติเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีเปิดสาขา ณ กรุงเทพประกันภัยสาขาสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567

นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนวัดพันธุวงษ์ (ปรีชาเลี่ยมราษฎร์บำรุง) จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อส่งเสริมด้านสุขอนามัยให้เยาวชนได้ออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันทางสังคมให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมี นายเลอเกียรติ เอี่ยมศรี และนายกิตติวัฒน์ ทองเพิ่ม อาจารย์ประจำโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ

กรุงเทพประกันภัย สาขาสมุทรสาคร เป็นสาขาที่ 37 ที่ได้ทำพิธีเปิดสาขาอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายการให้บริการและให้คำปรึกษาด้านประกันภัยและสินไหมทดแทนแก่ลูกค้าและคู่ค้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ได้รับความสะดวกและใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยตั้งอยู่ที่ 199/1หมู่ 3 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร(ในโครงการ ส.ชัยซิตี้ ริมถนนพระราม 2ฝั่งขาออก) โทรศัพท์ 034-171980โทรสาร 034-171984 ทั้งนี้ ลูกค้าและประชาชนที่ต้องการติดต่อสอบถามด้านการประกันภัย สามารถติดต่อได้ที่สาขาของกรุงเทพประกันภัย ที่ให้บริการครอบคลุมทั่วภูมิภาค โดยดูรายละเอียดได้ที่ bangkokinsurance.com/th/contact/branch

อัญเชิญครุฑตราตั้งขึ้นประดิษฐานเพื่อความเป็นสิริมงคล

อัญเชิญครุฑตราตั้งขึ้นประดิษฐานเพื่อความเป็นสิริมงคล

คณะผู้บริหารบริษัทฯ นำโดย ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ, ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีเปิดสาขาสมุทรสาคร

คณะผู้บริหารบริษัทฯ นำโดย ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ, ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีเปิดสาขาสมุทรสาคร

มอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนวัดพันธุวงษ์ (ปรีชาเลี่ยมราษฎร์บำรุง) จังหวัดสมุทรสาคร

มอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนวัดพันธุวงษ์ (ปรีชาเลี่ยมราษฎร์บำรุง) จังหวัดสมุทรสาคร

melissa ตอกย้ำความร้อนแรง รองเท้าเจลลี่สุดฮิตรุ่น Possession

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804827

melissa ตอกย้ำความร้อนแรง รองเท้าเจลลี่สุดฮิตรุ่น Possession

melissa ตอกย้ำความร้อนแรง รองเท้าเจลลี่สุดฮิตรุ่น Possession

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

melissa (เมลิสซ่า) แบรนด์รองเท้ารักษ์โลกจากประเทศบราซิล โดยมี ยัสปาล กรุ๊ป เป็นผู้บริหารในประเทศไทย ตอกย้ำความนิยมของรองเท้าเจลลี่รุ่น Possession ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1990 และกลายเป็นปรากฏการณ์ในวงการแฟชั่นระดับโลกอย่างรวดเร็ว ถือเป็นรองเท้าเจลลี่รุ่นออริจินัลที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ด้วยการผลิตจากMelflex® ซึ่งเป็นวัสดุลิขสิทธิ์เฉพาะที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และเป็นผลิตภัณฑ์วีแกน ออกแบบมาในดีไซน์อันเป็นไอคอนิกเหมาะกับการใช้งานในทุกๆ สไตล์ของผู้สวมใส่ สีสันสดใส พื้นรองเท้าเบาสบาย รวมทั้งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ melissa

ในปีนี้ melissa ได้เปิดตัวโกลบอลแคมเปญ “Melissa Frizzante” (เมลิลซ่า ฟรีซซานเต้) เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันดื่มด่ำและโมเมนต์พิเศษของซัมเมอร์นี้ ผ่านการจัดแสดงรองเท้าเจลลี่รุ่น Possessionหลากหลายดีไซน์และสีสัน พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มอิตาเลี่ยนโซดาสุดซ่า 3 รสชาติ “Don’t Worry Be Berry,Jelly Spritz และ WatermelonHaze” ซึ่งสะท้อนถึงแบรนด์  DNA ของ melissa คือ ความโปร่งใส สีสันที่มีชีวิตชีวาและการไล่ระดับสี พร้อมทั้งยังเป็นการส่งต่อพลังบวกและความสดใสของแบรนด์ melissa

สำหรับในประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้melissa ได้จัดงานแนะนำแคมเปญขึ้นที่ร้าน melissa ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายแฟชั่นมาร่วมงานมากมายในธีมสีชมพูสดใส อาทิ ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล สาวสดใส พิธีกรนักแสดงสาวหวาน, เนะ-อโณทัยนิรุตติเมธี กราฟิกดีไซเนอร์และนักวาดภาพประกอบสไตล์สุดคูลและ ตุ๊กตา-พนิดา เอี่ยมศิรินพกุลเซเลบริตี้คุณแม่ลูกสองเจ้าของเพจชื่อดัง เพื่อร่วมชมรองเท้าเจลลี่รุ่นPossession ที่ออกแบบมาหลากหลายดีไซน์ รวมไปถึงเฉดสีใหม่ล่าสุดที่สะท้อนความเปล่งประกายรับซัมเมอร์อีกด้วย

‘กองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจ รพ.หาดใหญ่’ เพื่อสนับสนุนการจัดหาเครื่องผ่าตัดและสวนหัวใจ กว่า 101 ลบ.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804841

‘กองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจ รพ.หาดใหญ่’ เพื่อสนับสนุนการจัดหาเครื่องผ่าตัดและสวนหัวใจ กว่า 101 ลบ.

‘กองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจ รพ.หาดใหญ่’ เพื่อสนับสนุนการจัดหาเครื่องผ่าตัดและสวนหัวใจ กว่า 101 ลบ.

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายแพทย์ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี (ซ้าย) – เอกดนัย โชติวัฒนะพันธุ์ (กลาง) – สมนึก โชติวัฒนะพันธุ์ (ขวา)

บมจ.โชติวัฒน์ฯ ผู้นำการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลบรรจุกระป๋องและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำ CMC โดย “สมนึก โชติวัฒนะพันธุ์” นำทีมจัดทำโครงการเพื่อสังคม ภายใต้ชื่อ Live for Life ชีวิตต่อชีวิต เพื่อร่วมรณรงค์จัดหาทุนให้กับกองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจ รพ.หาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการจัดหาเครื่องผ่าตัดและสวนหัวใจ ห้องผ่าตัด รวมถึงระบบสัญญาณภาพ รวมมูลค่ากว่า 101 ล้านบาท เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจจากจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคใต้ที่มีอัตราการเข้ารับบริการในศูนย์หัวใจกว่า 55,921 รายต่อปี พร้อมกันนี้ต่อยอดการสื่อสารกิจกรรมด้วยการสานต่อ “ค่านิยมทดแทนพระคุณพ่อแม่” ให้สังคมไทย เชิญสาธารณชนร่วมสร้างกุศลใหญ่ร่วมกัน

นายสมนึก โชติวัฒนะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชติวัฒน์อุตสาหกรรมการผลิต จำกัด (มหาชน) หรือ CMC เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่รับทราบข้อมูลว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลหาดใหญ่ ในฐานะโรงพยาบาลรัฐที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดทั่วภาคใต้ และรักษาเฉพาะโรคหัวใจจำนวนมากกว่า 55,921 รายต่อปี ในขณะที่ระบบเครื่องมือและอุปกรณ์ผ่าตัดและสวนหัวใจ ที่มีอยู่มีความล้าสมัยและไม่เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยจำนวนมากทั้งนี้ กลุ่ม บมจ.โชติวัฒน์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ร่วมสนับสนุนในการจัดตั้งกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมภายใต้ชื่อโครงการ “Live for Life ชีวิตต่อชีวิต” ขึ้น เพื่อสนับสนุนการจัดหางบประมาณสำหรับจัดซื้อ เครื่องผ่าตัดและสวนหัวใจ การสร้างห้องผ่าตัด รองรับเครื่องผ่าตัดและสวนหัวใจ จำนวน 2 ห้อง รวมถึงระบบสัญญาณภาพที่ทันสมัย รวมมูลค่ากว่า 101 ล้านบาทผ่าน “กองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจ รพ.หาดใหญ่” พร้อมกันนี้ ประเดิมร่วมบริจาคทุนรอบแรก จำนวน 35 ล้านบาท

นายแพทย์ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ กล่าวเสริมว่า โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นโรงพยาบาลรัฐ ที่ให้บริการรักษาด้านโรคหัวใจกับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งมีอัตราผู้ป่วยนอกเข้ารับการรักษามากกว่า 1.11 ล้านครั้งต่อปีส่วนผู้ป่วยโรคหัวใจเข้ารับการรักษามากกว่า 55,921 รายต่อปี ในขณะที่อุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการรักษาเดิมมีความล้าสมัยและไม่เพียงพอ จึงรองรับการรักษาผู้ป่วยสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจ กลุ่มผู้ใหญ่ประมาณ 900 รายต่อปี และกลุ่มเด็ก 140 รายต่อปีเท่านั้น ทั้งนี้หากโรงพยาบาล มีระบบเครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะทางที่ทันสมัย จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจ มีโอกาสในการรักษาที่มากขึ้น โดยอุปกรณ์และเครื่องผ่าตัดหัวใจใหม่ควรมี จำนวน 2 ชุด เพื่อรองรับการผ่าตัดรักษาหัวใจผู้ป่วยผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็ก รวมถึงการสร้างห้องผ่าตัด จำนวน 2 ห้อง และระบบสัญญาณภาพ คาดว่าต้องใช้งบประมาณราว 101 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่ และบริษัท โชติวัฒน์อุตสาหกรรมการผลิต จำกัด (มหาชน) มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการจัดหางบประมาณสนับสนุนหลากหลายกิจกรรม มียอดบริจาคสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ แล้วประมาณ 35 ล้านบาท

“ที่ผ่านมา มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้จัดกิจกรรมเพื่อหาทุน อาทิ การจัดกิจกรรมวิ่งการกุศล, การแข่งขันกอล์ฟการกุศล, กิจกรรมงานทอดผ้าป่า เป็นต้น โดยได้รับการอนุเคราะห์จาก ทั้งส่วนราชการ ภาคเอกชน นำโดย สมนึก โชติวัฒนะพันธุ์ ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนเข้ามาหลายล้านบาท รวมถึงได้รับความอนุเคราะห์จากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 6 จังหวัด ในการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการให้ และการเปิดตัวโครงการ Live for Live ชีวิตต่อชีวิต ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการบริหารจัดการโครงการด้วย คาดว่าจะสามารถจัดหางบประมาณจากการบริจาค เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือผ่าตัดและสวนหัวใจ ชุดแรกให้ได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ หรือไม่เกิน 1-2 เดือน เบื้องต้น มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่ กลุ่มโชติวัฒน์ฯ และกลุ่มพันธมิตรต่างๆ ได้ร่วมบริจาคเงินเข้ามูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่แล้วรวมประมาณ 35 ล้านบาท”

นายเอกดนัย โชติวัฒนะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและขายและประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท โชติวัฒน์อุตสาหกรรมการผลิต จำกัด (มหาชน)ในฐานะผู้รับผิดชอบการดำเนินโครงการLive for Life ชีวิตต่อชีวิต กล่าวเสริมว่า สำหรับแนวคิดในการเข้ามาช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนโครงการ Live for Liveในครั้งนี้ เนื่องจากปกติครอบครัวเรา จะมีการร่วมบริจาคเงินเพื่อเป็นกุศลกับสาธารณประโยชน์ต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้ว รวมถึงบริจาคเงินให้กับทางโรงพยาบาล แต่จากช่วงที่คุณแม่ไม่สบาย จําเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล ทำให้เห็นความยากลําบากด้านการให้บริการการรักษาคนไข้ที่มีอยู่จำนวนมาก ที่รอการรักษานาน โดยเฉพาะกรณีคนไข้โรคหัวใจที่ต้องการรักษาเร่งด่วนมากๆ จากการสอบถามทางโรงพยาบาล พบว่าปัจจัยหนึ่งมาจากอุปกรณ์และเครื่องมือในการรักษามีความล้าสมัย ส่งผลต่อการรักษาคนไข้ได้ล่าช้า จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความต้องการช่วยร่วมทำบุญกุศลในการหาเครื่องมือแพทย์ที่มีความทันสมัยในครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันค่อนข้างยากต่อการขอทุนบริจาคจากสาธารณชนทั่วไป ประกอบกับระยะเวลาในการจัดหาเงินเพื่อส่งมอบอุปกรณ์และเครื่องมือผ่าตัดหัวใจในครั้งนี้ค่อนข้างสั้น ทำให้สมาชิกในครอบครัวเราทุกคนพร้อมที่จะเข้ามาช่วยกันช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในการจัดหาทุนในครั้งนี้ให้สำเร็จ ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งต่อการตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อคุณแม่ไปในตัวด้วย

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมบริจาคเงินได้ที่ ชื่อบัญชี กองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจ รพ.หาดใหญ่เลขที่บัญชี 263-1-08544-2 ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนเพชรเกษมหาดใหญ่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้ที่ 098-6702374เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนร่วมจัดซื้อเครื่องผ่าตัดและสวนหัวใจพร้อมระบบ ที่ทันสมัยให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ร่วมกัน ในลำดับต่อไป

นอกจากนี้ สามารถชมภาพยนตร์โฆษณาสั้น เพื่อการสื่อสารโครงการ Live for Life ชีวิตต่อชีวิต ได้ที่ https://youtu.be/HWlKu1iPb20, https://www.youtube.com/watch?v=6SPoNL63DuU

แนะผู้ปกครองเตรียมความพร้อมส่งลูกไปโรงเรียน ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804845

แนะผู้ปกครองเตรียมความพร้อมส่งลูกไปโรงเรียน ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

แนะผู้ปกครองเตรียมความพร้อมส่งลูกไปโรงเรียน ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โควิด-19 รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพร้อมจัดทำคำแนะนำสำหรับสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลเพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันโรคโควิด-19 โดยให้เน้นคัดกรองเด็กป่วยก่อนเข้าเรียนทุกเช้าหมั่นทำความสะอาดและเพิ่มจุดบริการล้างมือด้วยสบู่พร้อมแนะนำผู้ปกครองหากบุตรหลานมีอาการป่วยแม้เพียงเล็กน้อยก็ขอให้หยุดรักษาตัวที่บ้านจนกว่าจะหายดีแล้วจึงกลับไปเรียน

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการผ่อนคลายมาตรการบางอย่างของโรคโควิด-19 เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติให้ใกล้เคียงที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาด และในช่วงนี้หลายโรงเรียนเริ่มทยอยเปิดเทอม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำคำแนะนำสำหรับสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับครูผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครองในการป้องกันโรคโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอม โดยเน้นให้ตรวจคัดกรองเด็กและบุคลากรก่อนเข้าเรียนทุกเช้า แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ สวมหน้ากากอนามัยและให้ผู้ปกครองนำเด็กกลับบ้านเพื่อไปรักษา หมั่นทำความสะอาด สถานที่อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ของเล่นจัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ทั้งนี้ สามารถศึกษาคู่มือแนวทางการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ สำหรับครู ผู้ดูแลเด็กภาพรวม ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ http://klb.ddc.moph.go.th/dataentry/handbook/form/188

นายแพทย์ธงชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเด็กป่วย แม้มีอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ต่ำๆ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหลแต่ยังรับประทานอาหารได้ ยังร่าเริงดีขอให้เด็กหยุดเรียนและดูแลบุตรหลานที่บ้าน โดยดูแลรักษาตามอาการจนกว่าจะหายป่วย หากอาการหนัก หรืออาการไม่ดีขึ้น เช่น ไข้สูงเกิน 2-3 วัน หายใจเร็ว หรือหายใจหอบจนชายโครงบุ๋ม ไม่กินนม/น้ำ ไม่ร่าเริงเหมือนเคย ให้รีบพาไปพบแพทย์ และใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูก เมื่อไอหรือจาม และล้างมือให้สะอาดหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้อื่นรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ครบ5 หมู่ ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอส่วนผู้ปกครอง ให้หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ ทั้งก่อนและหลังการดูแลเด็กป่วยทุกครั้ง แยกของใช้ส่วนตัวของเด็ก เช่น แก้วน้ำ แปรงสีฟัน ช้อน และผ้าเช็ดมือ

สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม-12 พฤษภาคม 2567 มีรายงานผู้ป่วยสะสม 14,937 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตสะสม 104 ราย และสัปดาห์ที่ 18 ระหว่างวันที่ 5-11 พฤษภาคม 2567 พบผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลรายใหม่ 1,880 ราย เฉลี่ย 269 รายต่อวัน ผู้ป่วยปอดอักเสบ 588 รายใส่ท่อช่วยหายใจ 237 ราย และเสียชีวิต 11 ราย โดยผู้เสียชีวิตอยู่ในกลุ่ม 608 โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประวัติไม่ได้รับวัคซีน ได้รับไม่ครบ 1 เข็ม ได้รับเข็ม 2 และไม่ได้รับการกระตุ้น เป็นไปตามคาดการณ์ช่วงต้นปี เนื่องจากโรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น สามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี ไม่ต่างจากโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ทั้งไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนมีความตระหนักแต่ไม่ตระหนกโดยประชาชนทั่วไปควรเน้นรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะเมื่อสงสัยป่วยควรสวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หรือที่ที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น ในการเดินทางสาธารณะ โรงพยาบาล และสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ และหมั่นล้างมือบ่อยๆ หากป่วยไม่ควรเข้าใกล้ผู้สูงอายุเพราะเป็นกลุ่มเปราะบาง หากติดเชื้ออาจมีอาการหนัก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร. 1422

Christian Louboutin เผยโฉมรองเท้าไอคอนิกรุ่นล่าสุด Sporty Kate Sling

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804857

Christian Louboutin เผยโฉมรองเท้าไอคอนิกรุ่นล่าสุด Sporty Kate Sling

Christian Louboutin เผยโฉมรองเท้าไอคอนิกรุ่นล่าสุด Sporty Kate Sling

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คริสติยอง ลูบูแตง (Cristian Louboutin) พามาส่องแฟชั่นของเหล่าเซเลบริตี้คนดังแพต-ชญานิษฐ์ ตามด้วย มิ้นต์-ชาลิดา, เฟย์-พรปวีณ์, ฟาง-ธนันต์ธรญ์ และ มารีน่า-บาเล็นซิเอก้า ที่มาอวดสไตล์และความน่ารักสดใสตามเอกลักษณ์ของสาวคริสติยอง ลูบูแตง คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าไอคอนิกรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Sporty Kate Sling ผ่านคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2024

นำเสนอโครงสร้างใหม่ที่ถูกพัฒนามาจากรองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Kate มอบความสบายยิ่งขึ้นต่อการสวมใส่ในเวอร์ชั่นรองเท้าส้นเตี้ยทรงพัมพ์ ทำจากหนังนัปป้าเนื้อนุ่มพร้อมด้วยดีไซน์หัวแหลมกับสายรัดส้นที่เผยให้เห็นข้อเท้าด้านหลังอย่างสะดุดตากับระดับความสูงเพียง 55 มม. เพิ่มเติมด้วยดีเทลโลโก้ตัวอักษรย่ออันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซงพร้อมกับพื้นรองเท้าสีแดง Loubi สุดไอคอนิก มาให้เลือกสวมใส่ด้วยกันในสี Black สุดคลาสสิก และ สี Leche Beige รวมถึงสีประจำฤดูกาลที่มาในธีม “Sunset in Rio” ในเฉดสีสันสุดสดใสอย่างสี Calipso Pink และ Pollen Yellow

รองเท้าส้นสูงสุดคลาสสิกเหนือกาลเวลาอย่างรุ่น Kateถือกำเนิดขึ้นในปี 2012 ซึ่งถูกตั้งชื่อตาม เคต มอส (Kate Moss) เพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนซูเปอร์โมเดลแถวหน้าของคริสติยอง ลูบูแตง โดยดีไซน์รูปทรงของรองเท้ารุ่น Kate ถูกออกแบบมาในสไตล์ที่เรียบหรู และงดงามราวกับนางแบบสาว โดยรองเท้าส้นสูงทรงพัมพ์ไร้ที่ติของ คริสติยอง ลูบูแตง มาพร้อมดีไซน์โค้งเว้ารับกับรูปเท้าเสริมด้วยพื้นสีแดงซิกเนเจอร์ของเมซงในระดับความสูงที่หลากหลาย

นอกจากนี้ รองเท้ารุ่น Kate ยังถูกออกแบบมาพร้อมกับดีเทลที่สะดุดตาผู้คนด้วยส้นเข็มสูงเรียวบาง พร้อมดีไซน์ปิดปลายเท้าที่ถูกตัดตํ่าเพื่อเผยให้เห็นนิ้วเท้าเล็กน้อยอย่างโดดเด่น ล่าสุดกับรองเท้ารุ่น Sporty Kateที่ถูกพัฒนาต่อมาจากรองเท้าสุดคลาสสิกของแบรนด์อย่างรุ่น Kate กับโครงสร้างใหม่ที่มอบความสะดวกสบายในการสวมใส่ยิ่งขึ้น แต่ยังคงความงามของดีไซน์ โดคริสติยอง ลูบูแตง ได้กล่าวไว้ว่า “เคตเป็นผู้หญิงที่ดูเรียบง่าย แต่เฉียบคมเช่นเดียวกับรองเท้า Kate เรียบง่ายแต่ดูมีสไตล์”

DPU จับมือ TikTok Shop ปั้นอินฟลูฯ GEN Z สร้างคอนเทนต์ติดตะกร้าสร้างรายได้บน TikTok

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804848

DPU จับมือ TikTok Shop ปั้นอินฟลูฯ GEN Z  สร้างคอนเทนต์ติดตะกร้าสร้างรายได้บน TikTok

DPU จับมือ TikTok Shop ปั้นอินฟลูฯ GEN Z สร้างคอนเทนต์ติดตะกร้าสร้างรายได้บน TikTok

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

DPU มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับ TikTok Shop แพลตฟอร์มยอดฮิตจัดเวิร์กช็อปให้ GEN Z สร้างความเข้าใจธุรกิจ รู้ช่องทางสร้างเงินบน TikTok เจาะลึกการเรียนรู้เทรนด์การตลาดยุคใหม่นำความรู้โลกธุรกิจสู่การลงมือทำ คิกออฟเส้นการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สู่เส้นทางการสร้างรายได้

นางสาวเกล็ดทราย อินทรพล ผู้อำนวยการสายงานการตลาดและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า DPU มุ่งเน้นการสร้างทักษะใหม่ๆ ที่ก้าวทันเทรนด์โลกให้กับนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดร่วมกับ TikTok Shopจัดกิจกรรม ภายใต้ชื่อ “DPU x TikTok Shop ปั้น Shoppertainment ชี้ช่องทางสร้างเงินสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์” โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก TikTok Shop ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ “เทคนิคการทำคอนเทนต์ติดตะกร้า สร้างยอดขายให้ปังบนTikTok” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจและการตลาดบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน เพื่อสร้างทักษะและแรงบันดาลใจให้นักศึกษา DPU ไปสู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่โดดเด่น สามารถสร้างรายได้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ในอนาคต

“DPU ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์และพัฒนาทักษะนักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมที่ทำร่วมกับ TikTok ในครั้งนี้ นักศึกษาจะมองเห็นภาพของธุรกิจผ่านการลงมือทำ ได้เรียนรู้เทคนิคการสร้างรายได้ และเพิ่มยอดขายให้ประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์ม TikTok ในขณะเดียวกันก็เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักศึกษาซึ่งเป็น User กลุ่มคนรุ่นใหม่ กับ TikTok Shop และยังถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง DPU กับTikTok เพื่อต่อยอดและพัฒนาโครงการดีๆร่วมกันในอนาคต” นางสาวเกล็ดทราย กล่าว

เกล็ดทราย อินทรพล

นางสาวกรณิการ์ นิวัติศัยวงศ์ ห้วหน้าฝ่าย เอฟเอ็มซีจี ธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ติ๊กต็อก ช็อป ประเทศไทย กล่าวว่า TikTok Shop รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาแบ่งปันองค์ความรู้และทักษะเชิงดิจิทัลให้กับนักศึกษาซึ่งถือเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

“TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความบันเทิง เรามุ่งมั่นที่จะปลดล็อกโอกาสดังกล่าวให้กับทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัดทั้งในเรื่องอายุ เพศ และการศึกษา เพียงแค่มีความตั้งใจในการนำเสนอเรื่องราว สินค้า หรือบริการ ที่โดนใจผู้ชมก็สามารถได้รับการมองเห็นและสร้างรายได้บนแพลตฟอร์มเราได้ TikTok Shop หวังว่าการมาแบ่งปันความรู้ในครั้งนี้จะช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีๆ ให้กับสังคมไทย ตลอดจนนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดความสำเร็จในอนาคต”

อัญชิการ์ กุมาร อโรร่า

จากเทรนด์การตลาดบนโลกออนไลน์ที่มาแรงในปัจจุบัน TikTok เป็นทั้งช่องทางการแสดงตัวตนและสร้างโอกาสให้กับหลายคนได้แจ้งเกิด หนึ่งในนั้นคือ นางสาวอัญชิการ์ กุมาร อโรร่า นักศึกษาปีที่ 3 หลักสูตรสื่อดิจิทัลและการสร้างสรรค์ (DCM) คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์คนรุ่นใหม่ที่ทำให้เห็นว่า ใครๆ ก็เป็นครีเอเตอร์ได้ขอแค่มีความตั้งใจ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถต่อยอดเป็นช่องทางหารายได้เป็นหลักหมื่นหลักแสนต่อเดือนได้

“เริ่มต้นเปิดช่อง Jennyarora10 ใน TikTok ตั้งแต่ช่วงโควิด โดยทำคลิปคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ตามที่ตัวเองชอบ ลงมือทำเองทั้งในส่วนของการเขียนสคริปต์ตัดต่อ แล้วก็โพสต์บนแพลตฟอร์ม TikTok อย่างต่อเนื่อง เนื้อหาที่เรียนในคลาสและกิจกรรมที่ DPU จัดขึ้น ยิ่งทำให้เราสามารถทำคอนเทนต์ได้ดี ตรงใจคนดูมากขึ้นตอนนี้มีผู้ติดตามถึง 3.1 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและวัยรุ่น ทำให้สามารถสร้างรายได้จากการรีวิวสินค้าและผลิตคอนเทนต์ประมาณ 15,000-60,000 บาทต่อเดือน นับว่าเป็นโอกาสหาเงินสำหรับเป็นค่าเรียนของตัวเองโดยที่ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่” นางสาวอัญชิการ์ กล่าว

ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมต่างๆ ของ DPU มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ที่ Facebook : @dpu.ac.th

ศิลปินระดับโลก‘แดเนียล อาร์แชม’โชว์ศิลปะแบบอิมเมอร์ซีฟครั้งแรก ในงาน‘BANGKOK 3024’ฉลองครบรอบ 10 ปี เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804858

ศิลปินระดับโลก‘แดเนียล อาร์แชม’โชว์ศิลปะแบบอิมเมอร์ซีฟครั้งแรก ในงาน‘BANGKOK 3024’ฉลองครบรอบ 10 ปี เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ศิลปินระดับโลก‘แดเนียล อาร์แชม’โชว์ศิลปะแบบอิมเมอร์ซีฟครั้งแรก ในงาน‘BANGKOK 3024’ฉลองครบรอบ 10 ปี เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จุดหมายปลายทางด้านศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์เหนือระดับ เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการจัดงาน “BANGKOK 3024” การแสดงผลงานศิลปะแบบอิมเมอร์ซีฟระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย โดย แดเนียล อาร์แชม ศิลปินชาวนิวยอร์กที่มีผลงานระดับไอคอนและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เพื่อตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงผลงานศิลปะทั้งจากศิลปินระดับนานาชาติและศิลปินไทยที่มีความสามารถ สนับสนุนนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการสร้างประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรม และการจัดงานระดับโลก

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้จัดนิทรรศการศิลปะระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผลงานในปี 2016 อย่าง “1600 Pandas+ World Tour in Thailand” และการแสดงผลงานชุด “KAWS : BFF” ของศิลปินระดับโลกชาวอเมริกัน ที่จัดร่วมกับสตูดิโอ AllRightsReserved กับการเปิดตัวประติมากรรมขนาดยักษ์สูงกว่า 8 เมตร ปี 2017 กับนิทรรศการ “The Beach by Snarkitecture” ที่เปลี่ยนพื้นที่บนชั้น G ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้กลายเป็นทะเลลูกบอลพลาสติกใสกว่า 1 ล้านลูก และนิทรรศการสตรีทอาร์ตระดับโลก “MADSAKI : CombinationPlatter” ซึ่งนำเสนอพัฒนาการใหม่ในการทำงานอันเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น MADSAKI (แมดซะคิ) รวมถึงในปี 2020 กับนิทรรศการ “SORAYAMA Space Park” โดย ฮาจิเมะ โซรายามะ และอาซูมะมาโคโตะ จาก AMKK สองศิลปินญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่นำเอาทีเร็กซ์อะลูมิเนียมสูง 12 ฟุต ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยสร้างสรรค์ขึ้น มาจัดแสดงอยู่ในพื้นที่ที่ถูกเนรมิตให้เหมือนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศจำลองของพื้นผิวดวงจันทร์”

ในปีนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1 ทศวรรษ ด้วยการจัดงาน “BANGKOK 3024” ซึ่งเป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะแบบอิมเมอร์ซีฟจากศิลปินระดับโลกชาวนิวยอร์กอย่าง แดเนียล อาร์แชม โดยเนรมิตพื้นที่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเพื่อนำเสนอผลงานโบราณคดีสมมุติที่ฉีกกฎเกณฑ์เรื่องเวลาและการรับรู้ของผู้ชม โดยการแสดงผลงานศิลปะครั้งนี้ยังนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่นำผลงานระดับมาสเตอร์พีซ อย่าง Excavation Walls, Zen Garden และประติมากรรมที่มีรายละเอียดที่ผุกร่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของ แดเนียล อาร์แชม อีก 5 ชิ้นมาจัดแสดงและเปิดให้ทุกคนได้เข้ามารับชมในที่เดียวรวมถึง “The Passage” ซึ่งได้รังสรรค์ขึ้นสำหรับเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยเฉพาะ

พื้นที่จัดแสดงผลงานมีลักษณะเหมือนสวนเซน (Zen Garden) ซึ่งเต็มไปด้วยหินกรวดสีขาวที่ถูกคราดลวดลายอันสวยงาม ทางเดินสีฟ้าที่ทอดยาวตัดผ่านกำแพงคอนกรีตที่เรียงซ้อนกันเล่นระดับสวยงามแปลกตา (Excavation Walls) เพื่อพาผู้ชมเดินฝ่าเข้าไปพบกับประติมากรรมทั้ง 5 ชิ้นที่ผุกร่อนตามกาลเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของแดเนียล อาร์แชม ซึ่งทุกชิ้นล้วนแล้วแต่เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ที่หลายคนจดจำได้ทันที ได้แก่ Stormtrooper :Amethyst Crystallized Figure (2023), Bronze Eroded Dog with Hat (2021), Bronze Eroded Delorean 1:3 (2021), Amalgamized Venus Italica (2022) และ Blue Calcite Crystallized Jumping Pikachu (2021) ผลงานประติมากรรมเหล่านี้มีรายละเอียดของความผุกร่อนที่บรรจุไว้ด้วยคริสตัล ควอตซ์ อเมทิสต์ และเหล็กขัดเงาภายใน ซึ่งผลงานเหล่านี้เปรียบเสมือนหลักฐานแห่งอนาคต เชิญชวนให้ผู้ชมได้ไตร่ตรองถึงความเปราะบางของชีวิต และชวนตั้งคำถามว่าเราจะทิ้งอะไรไว้ให้คนรุ่นหลังได้ค้นพบ

นอกจากนี้ ยังจะได้พบกับ “Artifacts” หรือร้านป๊อป อัพ สุดพิเศษที่รวบรวมสินค้าและของสะสมในรุ่นต่างๆ ที่ออกแบบโดย แดเนียล อาร์แชม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเอดิชัน หนังสือสะสม และสินค้ารุ่นเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับงาน “BANGKOK 3024” โดยเฉพาะ และอีกหนึ่งความพิเศษคือ แดเนียล อาร์แชม ยังได้เนรมิตพื้นที่ทางเชื่อมบีทีเอส ชั้น 1 ฝั่งเพลินจิต (BTS Linkage) แล้วแปลงโฉมให้กลายเป็น “Passage” ด้วยการจำลองเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานที่มาพร้อมรายละเอียดของการสึกกร่อนและตกผลึกอันเป็นเอกลักษณ์ของแดเนียล อาร์แชม เพื่อต้อนรับลูกค้าทุกคนเข้าสู่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซีและงาน “BANGKOK 3024”

ศิลปินระดับโลก แดเนียล อาร์แชม ซึ่งบินตรงจากนิวยอร์กมาร่วมงานพิเศษนี้โดยเฉพาะ กล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้น ที่ได้ร่วมงานกับเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สถานที่สมบูรณ์แบบ มีเอกลักษณ์โดดเด่น มอบอิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน “BANGKOK 3024” อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย บนพื้นที่กว้างขวางทั้งภายในและภายนอกอาคาร และที่สำคัญ วิสัยทัศน์อันล้ำสมัยของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่กล้าก้าวข้ามกรอบเดิมนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ สอดคล้องกับแนวคิดและผลงานของผมเป็นอย่างมาก”

“BANGKOK 3024” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งตลอดทั้งปีนี้ นอกจากจะได้พบกับการแสดงผลงานจากศิลปินระดับโลกแล้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ยังคงสานต่อความมุ่งมั่นในการสนับสนุนคนไทยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ จึงได้ร่วมทำงานกับนักแสดงไทยชื่อดังอย่าง วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ซึ่งจะมาร่วมปรากฏตัวในแคมเปญครบรอบ 10 ปีของศูนย์การค้าฯ ตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันยังมีเซอร์ไพรส์ที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายรอทุกคนอยู่ในวาระครบรอบ 1 ทศวรรษของศูนย์การค้าฯ ในปีนี้ด้วย

สัมผัสประสบการณ์พิเศษจากการแสดงชุด “BANGKOK 3024” ได้ที่ชั้น G และชั้น 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2567