“ลอว์เรนซ์ หว่อง” สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ สิงคโปร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/2786013

"ลอว์เรนซ์ หว่อง" สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ สิงคโปร์

16 พ.ค. 2567 10:57 น.

“ลอว์เรนซ์ หว่อง” สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ สิงคโปร์

“ลอว์เรนซ์ หว่อง” รองนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของประเทศ โดยเป็นการรับตำแหน่งต่อจาก นายลี เซียนลุง วัย 72 ปี ซึ่งลาออกจากตำแหน่งหลังบริหารประเทศมานานถึง 2 ทศวรรษ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นายลอว์เรนซ์ หว่อง รองนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของประเทศ โดยเป็นการรับตำแหน่งต่อจาก นายลี เซียนลุง วัย 72 ปี ซึ่งลาออกจากตำแหน่งหลังบริหารประเทศมานานถึง 2 ทศวรรษ 

นายหว่อง วัย 51 ปี นักเศรษฐศาสตร์ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท จากสหรัฐฯ เขาเป็นอดีตข้าราชการที่ทำงานในหลายกระทรวง และเคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายลี เซียนลุง ก่อนลงสมัครเป็น สส. และเติบโตในเส้นทางการเมืองอย่างรวดเร็ว โดยรับตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง และตำแหน่งล่าสุดคือรองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

การก้าวลงจากตำแหน่งของนายลี เซียนลุง ถือเป็นจุดสิ้นสุดยุคการบริหารประเทศของเขา ที่นำพาสิงคโปร์สู่การเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก.

ปูตินเดินทางถึงจีน เยือนครั้งแรกหลังรับตำแหน่งวาระใหม่ ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรเหนียวแน่น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786021

ปูตินเดินทางถึงจีน เยือนครั้งแรกหลังรับตำแหน่งวาระใหม่ ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรเหนียวแน่น

16 พ.ค. 2567 10:57 น.

ปูตินเดินทางถึงจีน เยือนครั้งแรกหลังรับตำแหน่งวาระใหม่ ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรเหนียวแน่น

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางถึงกรุงปักกิ่งของจีน เปิดฉากการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง ของจีน เปิดฉากการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ค. นี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

โดยนายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกของปูติน หลังจากที่เขาสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียวาระใหม่ 

โฆษกของจีนกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ยังมีขึ้นเนื่องในโอกาสที่ปีนี้ ตรงกับวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-รัสเซีย ซึ่งผู้นำสองประเทศจะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมทั้งประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่เป็นข้อกังวลร่วมกัน.

ผู้นำรัสเซียจ้อสื่อจีนก่อนบินหาสี จิ้นผิง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785988

ผู้นำรัสเซียจ้อสื่อจีนก่อนบินหาสี จิ้นผิง

16 พ.ค. 2567 08:20 น.

ผู้นำรัสเซียจ้อสื่อจีนก่อนบินหาสี จิ้นผิง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดบรรยากาศการเดินทางเยือนประเทศจีนเป็นเวลา 2 วัน ของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ค. ตามคำเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่ยังถือเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของนายปูติน นับตั้งแต่สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำรัสเซียอย่างเป็นทางการสมัยที่ 5 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายปูตินได้ปูทางการเดินทางเยือนประเทศจีน ด้วยการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซินหัวของจีนที่กรุงมอสโก โดยกล่าวว่าตัวเองและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประสบความสำเร็จในการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซีย-จีนเข้มแข็งที่สุดนับตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมา ซึ่งเป็นความสำเร็จจากการใช้หลักการของความเท่าเทียม ความไว้เนื้อเชื่อใจ เช่นเดียวกับการเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องผลประโยชน์ทางอธิปไตย ส่วนตัวนั้นมองว่าโลกใบนี้เปรียบเสมือนเปลที่โอบอุ้มมนุษยชาติ เป็นบ้านหลังใหญ่ที่อยู่อาศัยร่วมกัน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในโลกก็มองเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม นายปูตินยังกล่าวโจมตีด้วยว่า พวกชนชั้นสูงชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ เลือกที่จะไม่เคารพความหลากหลายทางอารยธรรมและวัฒนธรรม ปฏิเสธคุณค่าทางประเพณีที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายร้อยปี พร้อมเข้ายึดบทบาทแกนนำ บอกประเทศอื่นๆว่าใครควรคบใครไม่ควรคบ ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯที่ได้มาจากความบอบช้ำของประเทศอื่น นอกจากนี้ นายปูตินยังกล่าวขอบคุณความพยายามของจีนที่เสนอแผนสันติภาพสำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน และชื่นชมแนวความคิดของจีนเรื่อง ความมั่นคงที่ไม่สร้างความแตกแยก ซึ่งเป็นหลักประกันว่า ข้อวิตกกังวลของรัสเซียจะไม่ถูกละเลย ทั้งยังเป็นการปูทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

ด้านนักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯยังมองว่า การเดินทางเยือนประเทศจีนครั้งนี้ของนายปูติน นอกจากจะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์แบบ “ไร้ขีดจำกัด” ระหว่างรัสเซีย-จีนแล้ว ยังเป็นไปได้ว่านายปูตินอาจต้องการ 3 สิ่งจากจีน นั่นคือ 1.การสนับสนุนเพิ่มเติมจากจีนในเรื่องของสงครามยูเครน 2.การเข้าถึงตลาดการเงินของจีนและการเพิ่มมูลค่าการค้าของรัสเซีย 3.ข้อตกลงด้านพลังงานอาทิโครงการท่อก๊าซธรรมชาติรัสเซีย-จีนที่ชื่อว่าไซบีเรีย 2 ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าไรนัก การเยือนดังกล่าวยังมีขึ้นหลังนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ได้แก่เหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% เซมิคอน ดักเตอร์ในอัตรา 50% รถยนต์ไฟฟ้าในอัตรา 100% และแผงโซลาร์เซลล์ในอัตรา 50% มีมูลค่าการค้ารวมกันแล้วกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 648,000 ล้านบาท.

“เศรษฐา” เสียใจ ตัวประกันไทย ใน ฉนวนกาซา เสียชีวิต 2 ราย เร่งช่วยคนที่เหลือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574871

17 พ.ค. 2567

08:37 น.

"เศรษฐา" เสียใจ ตัวประกันไทย ใน ฉนวนกาซา เสียชีวิต 2 ราย เร่งช่วยคนที่เหลือ

นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา” โพสต์ แสดงความเสียใจ ตัวประกันไทย ใน ฉนวนกาซา เสียชีวิต 2 ราย เร่งช่วยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด

จากกรณีที่ กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ การเสียชีวิตของ “ตัวประกันไทย” 2 รายใน กาซา ในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา” ซึ่งอยู่ในช่วงเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ประเทศฝรั่งเศสได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin กล่าวแสดงความเสียใจที่ตัวประกัน คนไทย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย

“ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งครับที่ได้รับรายงานการเสียชีวิตของ ตัวประกันชาวไทย สองรายในกาซา ได้แก่ คุณสนธยา อัครศรี และคุณสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ ซึ่งทางการ อิสราเอล เพิ่งพบหลักฐานยืนยัน ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งสองท่าน และผมได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ครับ รัฐบาลไทยจะยังคงดำเนินทุกวิถีทางให้ตัวประกันที่เหลือทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุดครับ”

นายกรัฐมนตรี เศรษฐานายกรัฐมนตรี เศรษฐา

I am deeply saddened to learn that the two Thai hostages in Gaza, namely Mr. Sonthaya Oakkharasri and Mr. Sudthisak Rinthalak are now confirmed deceased. I offer my deepest condolences to both their families. The Ministry of Foreign Affairs and our Embassy in Tel Aviv will provide all necessary assistance required.

The Thai Government will continue to do our utmost to secure the release of the remaining hostages.

‘กลุ่มทะลุฟ้า’ เรียกร้อง กมธ.นิรโทษกรรม คืนสิทธิประกันตัวคดีทางการเมือง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574859

16 พ.ค. 2567

19:20 น.

'กลุ่มทะลุฟ้า' เรียกร้อง กมธ.นิรโทษกรรม คืนสิทธิประกันตัวคดีทางการเมือง

‘กลุ่มทะลุฟ้า’ พร้อมเครือข่าย ยื่นหนังสือขอ กมธ.นิรโทษกรรม เร่งพิจารณาข้อกำหนดให้คดี ม.112 ได้รับการนิรโทษกรรม

16 พ.ค. 2567 น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล​ หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง​ นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูน ทะลุฟ้า นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเครือข่าย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม (กมธ.นิรโทษกรรม) สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เร่งพิจารณากำหนดให้คดีกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้รับการนิรโทษกรรม 

กลุ่มทะลุฟ้า เรียกร้อง กมธ.นิรโทษกรรม คืนสิทธิประกันตัวคดีทางการเมืองกลุ่มทะลุฟ้า เรียกร้อง กมธ.นิรโทษกรรม คืนสิทธิประกันตัวคดีทางการเมือง

ส่วนการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ระหว่างการคุมขังในเรือนจำ

น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า เชื่อว่าคนที่มีความเป็นมนุษย์อยู่ในใจย่อมรับไม่ได้ ไม่ว่าจะคนที่เห็นต่างมากเพียงใด แสดงออกอย่างไร ถ้าเขาไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ ทำร้ายผู้อื่น เขาไม่ควรถูกขังอยู่ในลักษณะนั้น ย้ำว่าคดีบุ้งและคดีคนอื่นๆที่ถูกจองจำอยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่คดี ม.112 และคดีมูลเหตุทางการเมืองอื่นๆ ด้วย คดีเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิประกัน เหมือนคดีอื่นทั่วไป เช่น ฆ่าคนตาย ค้ายา ค้ามนุษย์ ที่ได้รับสิทธิประกันตัว 

แต่บุ้ง คือ คนที่ต้องใช้ร่างกาย ต้นทุนสุดท้ายของชีวิต ประท้วงอดอาหารเรียกร้องถึงการคืนสิทธิประกันตัวให้กับผู้ต้องขังทางการเมืองคนอื่น และเรียกร้องว่า ต้องไม่มีใครเดินเข้าเรือนจำเพราะถูกดำเนินคดีทางการเมืองอีก 

ดังนั้นขอให้ กมธ. พิจารณาหลายเรื่อง เช่น พิจารณา ม. 112 อย่างจริงจังอีกครั้ง ชะลอคดีความในคดีทางการเมืองก่อน ไม่ป้อนคนเข้าเรือนจำอีกได้หรือไม่ ป้องกันขังจนตาย ปล่อยพวกเขาออกมาได้หรือไม่ ให้ได้รับสิทธิ์ประกันตัวเหมือนคดีอื่นๆ ควรมีพื้นที่ปลอดภัยให้ได้ใช้สิทธิต่อสู้ในคดีอย่างเต็มที่

ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมาธิการนิรโทษกรรมฯ แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของบุ้ง และไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีก ยืนยันจะรับข้อเรียกร้องในวันนี้มาพิจารณา ถูกบันทึกไว้ในที่ประชุมกรรมาธิการแล้ว ซึ่งหลายเรื่องเป็นประเด็นในกระบวนการยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล

ส่วนรัฐสภาหรือรัฐบาลนั้น เป็นเพียงองค์ประกอบ ไม่ใช่ผู้บริการกระบวนการยุติธรรม แต่เรื่องที่สำคัญต้องขึ้นอยู่กับนโยบาย เพื่อให้ฝ่ายต่าง ๆ พูดคุยและทำความเข้าใจในกระบวนการทำงาน 

ส่วนการนิรโทษกรรม คดี ม.112 กรรมาธิการฯ ไม่ตัดออก แต่อยู่ระหว่างหารือ ข้อดี ข้อเสีย ซึ่งกรรมาธิการฯ พยายามทำเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ตามสติปัญญาของกรรมาธิการฯ แต่สิทธิการประกันตัวถูกกำหนดให้เป็นดุลยพินิจของตุลาการ ซึ่งกำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดไว้ในกรอบกว้างๆ ดังนั้น อาจต้องรื้อฟื้นการแก้รัฐธรรมนูญ และประมวลกฎหมายอาญา และยืนยันว่า ข้อเสนอของภาคประชาชนนั้น กรรมาธิการฯ รับไว้ และจะพิจารณาอย่างจริงจัง และเต็มที่

สหกรณ์ฯหนุนชาวพื้นที่สูง แก้ปัญหายากจนบ้านหนองเขียว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804914

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบรมัตถ์ ทิพกนก ผอ.กลุ่มตรวจการสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวถึงกลุ่มเตรียมสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงบ้านหนองเขียว ซึ่งเป็นโครงการแก้ปัญหาความยากจนเฉพาะพื้นที่บ้านหนองเขียว และกลุ่มบ้านบริการ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และสำนักงานสหกรณ์ จ.แม่ฮ่องสอน ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้าแก้ปัญหา มีเป้าหมายคือ ลดพื้นที่บุกรุกทำลายป่า ลดการเผา สร้างความมั่นใจด้านอาหารและช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาอาชีพสร้างรายได้ ส่งเสริมให้ปลูกพืชผักในโรงเรือนและไม้ผล เพิ่มพื้นที่สีเขียว

“การลดพื้นที่เผาโดยการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกเสาวรส และอะโวคาโด เพื่อไปทดแทนการปลูกข้าวโพดมันทำให้เขาเผาไม่ได้ ถ้าเขาจะเผา มันจะพังทั้งหมดเพราะในแปลงปลูกมีการวางท่อระบบน้ำไว้หมด ในส่วนพื้นที่แปลงปลูกกาแฟอันนี้ก็ไม่สามารถเผาได้”นายบรมัตถ์ กล่าวและว่า การใช้พื้นที่ส่วนกลางของโครงการฯปลูกผักในโรงเรือน จะช่วยเสริมรายได้ให้ชาวบ้านอีกทางหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 28 ราย และกำลังขยายผลไปสู่พื้นที่กลุ่มบ้านบริวารในอนาคต โดยกลุ่มเตรียมสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงบ้านหนองเขียวนั้น ได้ถอดองค์ความรู้ทั้งหมดจากโครงการหลวงและพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะโครงการ บ้านห้วยน้ำใส ต.สบเมย อ.สบเมย โครงการฯ บ้านดอยผักกูด ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จะมาใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงการฯ บ้านหนองเขียวด้วย

“โครงการฯนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2566 ตอนนี้คืนรายได้ให้เกษตรกรกว่า 1.6 แสนบาทแล้ว ผลผลิตหลักของที่นี่มีอะโวคาโด ถั่วลายเสือ ส่งขายตลาดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ ตั้งเป้าไว้อีก 5 ปี จัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ได้ ตอนนี้มีการอบรมองค์ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ การรวมกลุ่ม การมีวินัยทางการเงินโดยสอนออมเงินในกระบอกไม้ไผ่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนองนโยบายท่านอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในการจัดตั้งสหกรณ์ที่มีคุณภาพ” นายบรมัตถ์ กล่าว

ปัจจุบัน จ.แม่ฮ่องสอน มีทั้งหมด 41 สหกรณ์ มีสหกรณ์ครบทั้ง 7 ประเภท โดยแต่ละสหกรณ์จะกู้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์เป็นหลัก เพื่อนำมาดำเนินธุรกิจและช่วยเหลือดูแลสมาชิก ส่วนการพัฒนาอาชีพของโครงการหลวงก็จะมีอยู่ทั้งหมด 4 สหกรณ์ ตั้งอยู่ใน อ.แม่สะเรียง และ อ.แม่ลาน้อย จะมีการส่งเสริมการปลูกพืชผักในโรงเรือนพลาสติกและไม้ผลเมืองหนาว เป็นหลัก

“สหกรณ์ที่อยู่ในโครงการหลวงทั้ง 4 แห่งนั้นไม่มีปัญหาเรื่องตลาด โครงการหลวงเขาดูแลอยู่แล้ว และส่งให้ดอยคำ ส่วนของเราจะต้องหาตลาดเอง โดยตลาดหลักอยู่เชียงใหม่ บางส่วนก็อยู่ในแม่ฮ่องสอน” นายบรมัตถ์ กล่าวและย้ำว่าสำหรับกิจกรรมที่สำนักงาน จ.แม่ฮ่องสอน เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้กับชาวบ้านในการเตรียมจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ อาทิ การทำปุ๋ยหมักจากซังข้าวโพด โดยไม่เผาแต่เอามาเป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ย นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้สมาชิกเปิดพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วย

ที่ปรึกษาฯหารือแนวทาง บริหารสหกรณ์ฯเชียงราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804920

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ จ.เชียงราย ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองพาน จำกัด อ.พาน จ.เชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร การผลิตแบบครบวงจร การบริการเกษตรกร ตลอดจนการจัดการทรัพยากรด้านการผลิตอย่างยั่งยืน โดยมีนายนิรันดร์ มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และนายนรินทร์ศักดิ์ พนิตธรรมกูลสหกรณ์จังหวัดเชียงราย และนายถิรเดช เชาวยุทธ์ ผอ.กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 4 ต้อนรับและรวมให้ข้อมูลการตรวจราชการในครั้งนี้

ทั้งนี้ สหกรณ์การเกษตรเมืองพาน จำกัด จัดตั้งสหกรณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2517 ปัจจุบันมีสมาชิก 4,538 คน รวม 115 กลุ่ม สหกรณ์การเกษตรเมืองพานมีทุนดำเนินงานสหกรณ์ 506,226170.05 บาท โดยมีนายบุญเรือง สุรินทร์ชัย เป็นประธานกรรมการ ดำเนินกิจการ ประกอบด้วย การให้สินเชื่อ การรับฝากเงินการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมผลิตผลทางการเกษตรและแปรรูป การรับจ้างผลิตสินค้าและบริการการจำหน่ายปัจจัยการผลิตการเกษตร กิจการปั๊มน้ำมัน และบริการขนส่งน้ำและขนส่งน้ำมัน

‘ธรรมนัส’มอบหมาย ปลัดฯรุดตรวจสอบ ปริมาณนมจากฟาร์ม ให้สอดคล้องทั้งปท.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804909

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่มีผู้ร้องเรียนว่าข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบที่คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมนำมาใช้ในการบริหารจัดการนมทั้งระบบ ไม่มีความถูกต้องตรงตามปริมาณน้ำนมดิบที่มีอยู่จริง โดยมีการตกแต่งตัวเลขข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบเพื่อหวังผลประโยชน์ ทำให้มีปริมาณมากกว่าความเป็นจริง จึงสั่งการให้นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคจากฟาร์มทุกฟาร์ม และศูนย์รวบรวมน้ำนมโคทุกแห่ง เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำนมโคให้สอดคล้องกันทั้งประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2567 สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยมีเป้าหมายในพื้นที่ 60 จังหวัด (จังหวัดที่มีเกษตรกรมากกว่า 500 ราย 10 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี สระแก้ว นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม และประจวบคีรีขันธ์) โคนม 740,729 ตัว (เป็นโคนมที่กำลังรีดนม 321,135 ตัว) เกษตรกร 21,290 ราย และศูนย์รวบรวมน้ำนมโค 208 ศูนย์ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคทั้งระบบ เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อมูลปริมาณน้ำนมโคที่แท้จริงและเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

พด.ใช้สารเร่งฯทำปุ๋ย/ลดเผา-ฝุ่นพิษ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804917

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้รณรงค์ให้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีการกำจัดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากการเผาไปเป็นวิธีอื่นๆ เช่น การทำปุ๋ยหมัก หรือการไถกลบตอซังพืชเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน จึงนำองค์ความรู้ในการทำปุ๋ยหมัก โดยใช้ผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และน้ำหมักชีวภาพ เผยแพร่สู่เกษตรกร นำไปขยายผลในพื้นที่ทำการเกษตร และให้พี่น้องเกษตรกรตื่นตัวกับการทำปุ๋ยหมักใช้เอง เป็นการลดต้นทุนการผลิต อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมกิจกรรมการไถกลบงดเผา และมีจัดกิจกรรม “โครงการรณรงค์การทำปุ๋ยหมักจากซังข้าวโพดและเศษพืช เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน และลดปัญหาหมอกควันและ PM2.5” ที่บ้านต่อเรือ หมู่ 2 ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่ง จ.เชียงใหม่มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 2.98ล้านไร่ มีเศษเหลือของวัสดุจากการเกษตรกว่า 1.16 ล้านตันต่อปี หากนำเศษวัสดุทางการเกษตร มาทำปุ๋ยหมักในการปรับปรุงดิน จะทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 20–30% และช่วยลดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร

ด้านนายสมบูรณ์ ธิจันทร์ ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 กล่าวว่า ได้เตรียมสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 สำหรับทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ในการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และช่วยเร่งการย่อยสลายเศษซากพืชได้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพถึง 8 สายพันธุ์ซึ่งจะย่อยสารประกอบเซลลูโลส สามารถย่อยสลายน้ำมัน หรือไขมันในวัสดุหมักที่ย่อยสลายตัวยาก เป็นจุลินทรีย์ที่ทนอุณหภูมิสูง ย่อยวัสดุเหลือใช้ได้หลากหลายและครอบคลุม สามารถทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแทนการเผา ซึ่งทำได้ง่าย เช่น ฟางข้าวผสมกับมูลสัตว์ หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆ

‘จันทบุรี’เตรียมจัดงาน’เกษตรแฟร์’ธีม’Fruitival & Fo๐d’ จัดเต็ม 7 วัน 20-26 พ.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804791

'จันทบุรี'เตรียมจัดงาน'เกษตรแฟร์'ธีม'Fruitival & Fo๐d' จัดเต็ม 7 วัน 20-26 พ.ค.นี้

‘จันทบุรี’เตรียมจัดงาน’เกษตรแฟร์’ธีม’Fruitival & Fo๐d’ จัดเต็ม 7 วัน 20-26 พ.ค.นี้

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.07 น.

‘จันทบุรี’เตรียมจัดงาน’เกษตรแฟร์’ ชม ช้อป ชิม แชะผลไม้-สินค้า-นวัตกรรมทางการเกษตร ท่ามกลางบรรยากาศแบบ ‘Fruitival & Fo๐d’ จัดเต็ม 7 วัน 20-26 พ.ค.นี้ ผลักดันจันทบุรีสู่การเป็น ‘มหานครแห่งผลไม้เมืองร้อน’

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2567 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี , นายยิ่งยศ พันธุ์เอี่ยม เกษตรและสหกรณ์ จ.จันทบุรี, นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้า จ.จันทบุรี และนายศักดิ์สกุล ศุภกฤตอนันต์ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี ร่วมกันแถลงเตรียมจัดงาน จันทบุรีเกษตรแฟร์ ภายใต้ธีม  “Fruitival & Food รสชาติแห่งความสุข” ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ค.2567 ณ องค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี ตั้งแต่เวลา 14.00-21.00 น. เพื่อแสดงศักยภาพของแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่โดดเด่นและดีที่สุดในภาคตะวันออก

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ทางจังหวัด จัดงานจันทบุรีเกษตรแฟร์มาอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากจังหวัดจันทบุรี เป็นเมืองการเกษตร มีมูลค่าผลิตภัณฑ์ มวลรวม คิดเป็นลำดับที่ 12 ของประเทศ โดยแยกเป็นมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 54 นอกจากนี้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการเกษตรของจันทบุรี นับว่าเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยมีสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญ ทั้งทุเรียน ลำไย มังคุด เงาะ ลองกอง และยางพารา ซึ่งจังหวัดจันทบุรีเองก็มีความพร้อมในการก้าวไปสู่การเป็น “เมืองมหานครแห่งผลไม้เมืองร้อน” โดยการจัดงานจันทบุรีเกษตรแฟร์ ในครั้งนี้เป็นการประกาศว่าเราเป็นเมืองเกษตรที่มีความพร้อมทั้งสินค้าเกษตรและอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ที่มีคุณภาพมาตรฐานสูง มีสินค้า GI  สินค้า OTOP มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียง และยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกรที่นับเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรี ภายในงานจะมีการเผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยีทางการเกษตร การสาธิตการแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร และนำนวัตกรรมการเกษตรสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคส่วนต่าง ๆ และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีอีกด้วย

“เชื่อว่าปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน จากจำนวนยอดจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ในช่วงระหว่างการจัดงานเกือบเต็มทุกที่ ขณะที่การต่อยอดจากการจัดงานให้เกิดความยั่งยืนต่อเกษตรกร เตรียมผลักดันสินค้าแปรรูป และการหาวิธีแปรรูปเปลือกทุเรียน ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในอนาคตต่อไป”นายมนต์สิทธิ์ กล่าว 

ด้านนายยิ่งยศ พันธุ์เอี่ยม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ภายในงานมีนิทรรศการที่รวบรวมอัตลักษณ์ของผลไม้จังหวัดจันทบุรี มีการนำสินค้าแปรรูปจากผลไม้มาจัดแสดง รวมถึงมี
นิทรรศการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเกษตร ซึ่งถ้าเกษตรกรและผู้ประกอบการมางานนี้จะได้รับองค์ความรู้ในการนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดความยั่งยืน ส่วนในมุมของนักท่องเที่ยวก็จะได้พบกับนิทรรศการด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดจันทบุรี และยังมีนิทรรศการภาพถ่ายของแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการมาเที่ยวจันทบุรี โดยสายชิม สายช้อป พลาดไม่ได้เพราะในงานนี้ รวบรวมสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้พรีเมียม ของกินขึ้นชื่อของทั้งจังหวัดจันทบุรีและอาหารเด็ด ผลิตภัณฑ์ OTOP อัญมณีและเครื่องประดับ

นอกจากนี้ในเวทีกลางของงานก็จะมีกิจกรรมการเสวนาองค์ความรู้ด้านการเกษตร การสาธิตทำอาหารอัตลักษณ์ของจันทบุรี พร้อมการแสดงจากศิลปิน เต๋า ภูศิลป์ , Fellow Fellow , นัน อนันต์ , ตรี ชัยณรงค์ , ลำเพลิน วงศกร , เบล วริศรา , อาม ชุติมา, มิกซ์ มิเตอร์ ” ไรอัล กาจบัณฑิต พร้อมการแสดงทางวัฒนธรรมร่วมสมัย เรียกได้ว่า มางานนี้ครบทุกมิติของรสชาติแห่งความสุข 

ทั้งนี้ งาน “จันทบุรีเกษตรแฟร์” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-26 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.00-21.00 น. ณ ลานข้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี โดยมีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 150 ร้านค้า ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้ฟรี และมีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกมากมาย และมีโอกาสได้ชิมผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ระกำ ลำไย ลองกอง ติดตามรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : สนง.เกษตรและสหกรณ์ จังหวัดจันทบุรี