ศาลอุทธรณ์ฮ่องกงสั่งแบนเพลงประท้วง “กลอรี ทู ฮ่องกง”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784226

ศาลอุทธรณ์ฮ่องกงสั่งแบนเพลงประท้วง "กลอรี ทู ฮ่องกง"

9 พ.ค. 2567 11:13 น.

ศาลอุทธรณ์ฮ่องกงสั่งแบนเพลงประท้วง “กลอรี ทู ฮ่องกง”

ศาลอุทธรณ์ฮ่องกงมีคำตัดสินอนุญาตให้รัฐบาลแบนเพลง “Glory to Hong Kong” ของกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการพลิกคำตัดสินในปีที่แล้ว

ศาลอุทธรณ์ฮ่องกงได้อนุมัติคำร้องขอของรัฐบาลให้สั่งห้ามเพลงประท้วงที่มีชื่อว่า “กลอรี ทู ฮ่องกง” (Glory to Hong Kong) ซึ่งเป็นการพลิกคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธการสั่งห้ามดังกล่าว เนื่องจากอาจเกิด “ผลกระทบที่น่าตกใจ” ต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสิ่งที่นักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นการบ่อนทำลายหลักนิติธรรมและสิทธิส่วนบุคคลของฮ่องกง ท่ามกลางการปราบปรามด้านความมั่นคงของรัฐบาลจีน ซึ่งทำให้ผู้ประท้วงฝ่ายประชาธิปไตยจำนวนมากถูกจำคุกและปิดสื่อเสรีนิยม

คดีนี้มีผลกระทบต่อเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตและการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่างๆ รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต (ไอพีโอ) และบริษัทเทคโนโลยี เช่น กูเกิล

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เจเรมี พูน, คาร์ไลย์ ชู และแอนเธีย ปัง ระบุว่าผู้แต่งเพลงประท้วงตั้งใจที่จะใช้เพลงนี้เป็นอาวุธ เมื่ออยู่ในมือของผู้ที่มีเจตนายุยงให้เกิดการแยกตัวและการปลุกปั่น เพลงนี้สามารถนำมาใช้เพื่อปลุกปั่นความรู้สึกต่อต้านรัฐบาลได้ ผู้พิพากษาเสริมว่า “จำเป็นต้องมีคำสั่งห้ามเพื่อโน้มน้าวให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ลบวิดีโอที่มีปัญหาเกี่ยวกับเพลงออกจากแพลตฟอร์มของพวกเขา

นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวในการแถลงข่าวว่า การป้องกันไม่ให้ใครก็ตามใช้หรือเผยแพร่เพลงที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นมาตรการที่ถูกต้องตามกฎหมายและจำเป็นของฮ่องกง เพื่อบรรลุความรับผิดชอบในการปกป้องความมั่นคงของชาติ

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมฮ่องกง กล่าวว่า รัฐบาลจะแจ้งต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้อง เพื่อร้องขอหรือเรียกร้องให้พวกเขาลบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งห้ามดังกล่าว

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการคุกคามสิทธิในฮ่องกง นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าการสั่งห้ามดังกล่าวถือเป็นความเสียหายต่อชื่อเสียงระดับโลกของฮ่องกง ซึ่งก่อนหน้านี้มีระบบตุลาการที่เป็นอิสระ ปกป้องการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิด และการค้าอย่างเสรี

ฮ่องกง ซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมของอังกฤษกลับคืนสู่การปกครองของจีนในปี 2540 พร้อมหลักประกันว่าเสรีภาพจะถูกรักษาไว้ภายใต้ระบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ฮ่องกงไม่มีเพลงชาติเป็นของตัวเอง แต่เพลง “กลอรี ทู ฮ่องกง” เขียนขึ้นในปี 2562 ในช่วงการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในปีนั้น และถือเป็นเพลงชาติอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ใช่เพลง “มาร์ชทหารอาสา” (March of the Volunteers) ซึ่งเป็นเพลงชาติของจีน

คำตัดสินของศาลมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ออกอากาศหรือเผยแพร่เพลง โดยมีเจตนาปลุกปั่นให้ผู้อื่นกระทำการอันเป็นการแบ่งแยกดินแดน หรือต้องการชี้ว่าฮ่องกงเป็นรัฐเอกราช หรือผู้ที่ดูหมิ่นเพลงชาติ ผู้พิพากษากล่าวเสริมว่า จะมีการยกเว้นเฉพาะกิจกรรมทางวิชาการและสื่อสารมวลชนที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น

รัฐบาลฮ่องกงยื่นอุทธรณ์หลังจากผู้พิพากษาศาลสูง แอนโธนี ชาน ปฏิเสธที่จะสั่งห้ามเพลงประท้วงเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยกล่าวว่าอาจบ่อนทำลายเสรีภาพในการแสดงออกและก่อให้เกิดผลกระทบที่น่าสะพรึงกลัว

รัฐบาลได้ยื่นขอคำสั่งห้ามเพลงดังกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หลังจากเพลงดังกล่าวถูกใช้เป็นเพลงชาติในการแข่งขันระดับนานาชาติหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงเกม “รักบี้ เซเวนส์” และการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง

กูเกิลกล่าวว่ากำลังทบทวนคำตัดสิน ก่อนหน้านี้กูเกิลเคยกล่าวไว้ว่าจะไม่เปลี่ยนผลการค้นหาเพื่อแสดงเพลงชาติของจีน แทนที่จะเป็นเพลงประท้วง เมื่อผู้ใช้ค้นหาเพลงชาติของฮ่องกง

เพลงนี้ถูกแบนในสถาบันการศึกษาของฮ่องกง หลังจากที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในปี 2563 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางการฮ่องกงได้ผ่านกฎหมายความมั่นคงอีกชุดหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศบางแห่งกล่าวว่ายิ่งเป็นการบ่อนทำลายสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก แต่รัฐบาลจีนปักกิ่งปฏิเสธคำกล่าวหาดังกล่าว และกล่าวว่ากฎหมายความมั่นคงได้นำมาซึ่งเสถียรภาพ.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

อินโดฯ ร้อนปรอทแตกเดือนเมษา ทุบสถิติในรอบ 4 ทศวรรษ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784253

อินโดฯ ร้อนปรอทแตกเดือนเมษา ทุบสถิติในรอบ 4 ทศวรรษ

9 พ.ค. 2567 12:40 น.

อินโดฯ ร้อนปรอทแตกเดือนเมษา ทุบสถิติในรอบ 4 ทศวรรษ

ชาวอินโดนีเซียต้องเผชิญกับเดือนเมษาไฟลุก ร้อนจัดที่สุดทุบสถิติสูงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี

เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านสภาพอากาศในอินโดนีเซีย ระบุว่า อุณหภูมิในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พุ่งสูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี เนื่องจากเผชิญกับคลื่นความร้อน และอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยอินโดนีเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่เผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากฮีตสโตรก ต้องสั่งปิดโรงเรียน และภาวนาให้มีฝนตกลงมา

โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนเมษายนปี 2024 สูงที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับเดือนเมษายนตั้งแต่ปี 1981 จนถึง 2023 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนเมษายนอยู่ที่ 27.74 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้เมื่อเดือนเมษายนปี 2016 อยู่ 0.1 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวยังเพิ่มขึ้น 0.89 องศาเซลเซียส หรือเกือบ 1 องศา หากเปรียบเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนเมษายนในช่วงปี 1991-2020 ที่อยู่ที่ 26.85 องศาเซลเซียส

โดยนักวิเคราะห์ด้านสภาพอากาศต่างระบุว่ามีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่ออุณหภูมิในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เพียงปัจจัยด้านสภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้คลื่นความร้อนเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น เกิดบ่อยขึ้น และยังรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งนอกจากอินโดนีเซียแล้ว ทั้งเมียนมา ฟิลิปปินส์ และเวียดนามต่างก็มีอุณหภูมิสูงจนทำลายสถิติในเดือนเมษายนด้วยเช่นกัน.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

พม่าขู่สแกมเมอร์ไม่ออกเจอจับแน่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784200

พม่าขู่สแกมเมอร์ไม่ออกเจอจับแน่

9 พ.ค. 2567 08:26 น.

พม่าขู่สแกมเมอร์ไม่ออกเจอจับแน่

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมารายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (BGF) สังกัดรัฐบาลทหารเมียนมา แถลงเตือนชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์ในบริเวณเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงติดกับชายแดนไทย ให้เดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวภายในวันที่ 31 ต.ค.ปีนี้ หากพบเห็นผู้ฝ่าฝืนจะถูกจับกุมและส่งกลับประเทศ

ทั้งนี้ พ.ต.ไหน่ หม่อง ซอ โฆษกกองกำลังบีจีเอฟเผยว่า แถลงการณ์นี้มีเป้าหมายเพื่อจัดการกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์และบ่อนการพนันในบางพื้นที่ของเมืองเมียวดี รวมถึงเขตพื้นที่ชเวโก๊กโก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ตั้งอยู่ในเมืองเดียวกัน หลังที่ผ่านมาได้แจ้งหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล พร้อมระบุว่าจะติดตั้งประกาศนี้ในทุกพื้นที่ที่มีการจ้างงานชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม สถาบันสันติภาพของสหรัฐฯ ยังเคยรายงานด้วยว่า พ.อ.หม่อง ชิต ตู่ ผู้บัญชาการกองกำลังบีจีเอฟเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว

วันเดียวกัน กระทรวงแรงงานของเมียนมาประกาศผ่อนปรนมาตรการระงับคำขออนุญาตของพลเรือนชายเมียนมาไปทำงานนอกประเทศ โดยกลับมาเปิดรับคำขออีกครั้งหลังจากที่มีการระงับคำขอดังกล่าวเมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่อนุญาตให้ชายอายุระหว่าง 23-31 ปีไปทำงานนอกประเทศ เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารที่กำหนดให้พลเรือนชายวัย 18-35 ปี และหญิงวัย 18-27 ปี ต้องเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 2-5 ปี.

ร้องติ๊กต่อกต้านรัสเซีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784199

ร้องติ๊กต่อกต้านรัสเซีย

9 พ.ค. 2567 08:13 น.

ร้องติ๊กต่อกต้านรัสเซีย

เมื่อ 8 พ.ค. นายอันเดร โควาเลนโก หัวหน้าศูนย์ต่อต้านข้อมูลบิดเบือน แห่งสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติยูเครนเผยว่า ยูเครนต้องการความช่วยเหลือจากบริษัทไบต์แดนซ์ เจ้าของแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดฮิต “ติ๊กต่อก” เพื่อจัดการอิทธิพลของรัสเซียที่มีต่อแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยชี้ว่ารัสเซียกำลังใช้อิทธิพลควบคุมยูเครนบนติ๊กต่อก ทั้งสร้างบัญชีปลอมด้วยซิมการ์ดยูเครน ยังเล่นกับอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานชาวยูเครนมากขึ้น ทั้งนี้นายโควาเลนโกอ้างว่า ข้อมูลบิดเบือนที่ถูกเผยแพร่บนติ๊กต่อกส่วนใหญ่เกี่ยวกับนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่มีกำหนดครบวาระใน 20 พ.ค. ถึงความชอบธรรมในการปกครองยูเครน.

ทหารอูเครนอาจจะไม่พอรบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2783910

ทหารอูเครนอาจจะไม่พอรบ

9 พ.ค. 2567 05:04 น.

ทหารอูเครนอาจจะไม่พอรบ

นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีอูเครน ลงนามในร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ปรับลดอายุของผู้ชายที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารจากเดิม 27 ปี เป็น 25 ปี เพื่อจะให้มีจำนวนชายหนุ่มเพียงพอต่อสู้กับกองทัพของรัสเซีย

ทันทีที่มีสงคราม หนุ่มอูเครนที่มีศักยภาพในการเดินทางออกนอกประเทศก็หนีไปอยู่ประเทศต่างๆ ที่ง่ายที่สุดคือออกทางโปแลนด์เข้าเยอรมนี ไปซุกตัวในฐานะผู้ลี้ภัยสงครามอยู่ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ข้อมูลของยูโรสแตทรายงานว่า มีชาวอูเครน พักอยู่ในประเทศของกลุ่มสหภาพยุโรป 4.3 ล้าน จำนวนนี้ 8.6 แสน เป็นชายวัยที่สามารถจะไปสู้รบปรบมือกับทหารรัสเซียได้

การจะอยู่ในต่างประเทศต้องมีเอกสารแสดงตัวคือหนังสือเดินทาง การจะต่อหนังสือเดินทางจะต้องไปที่สถานกงสุลของอูเครนในต่างประเทศ รัฐบาลเซเลนสกีเปลี่ยนกฎใหม่ไม่ให้ทำหนังสือเดินทางในสถานกงสุล หนังสือเดินทางเก่าของชายชาวอูเครนที่มีอายุ 18-60 ปี หากหมดอายุและประสงค์จะทำเล่มใหม่ จะต้องบินมาทำในอูเครนเท่านั้น เมื่อมาถึงอูเครนแล้ว ถ้าอายุ 25 ปีก็จะโดนบังคับไปเกณฑ์ทหาร เพื่อรบกับรัสเซีย

การรอให้พาสปอร์ตของชายหนุ่มเหล่านี้หมดอายุแล้วกลับมาเกณฑ์ทหารมันนานเกินไป เซเลนสกีจึงขอให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลกลุ่มประเทศอียู) ส่งตัวชายหนุ่มเหล่านี้กลับมาเป็นทหารในอูเครนให้ด้วย

ซอลท์ เซมเยน รองนายกรัฐมนตรีฮังการียืนยันว่าจะไม่ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับไปอูเครน และจะไม่ (ช่วยเซเลนสกี) ตรวจสอบว่าชายอูเครนที่อยู่ในฮังการีเป็นบุคคลที่ต้องถูกส่งกลับไปเกณฑ์ทหารหรือไม่ เราตัดสินใจบนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาถูกส่งกลับไปตาย “ผู้ลี้ภัยจากอูเครนทุกคนปลอดภัยเมื่ออยู่กับเรา และได้รับความช่วยเหลือทุกอย่างที่มี”

ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์บอกว่ายินดีที่จะพาชายอูเครนที่อยู่ในวัยฉกรรจ์ที่อยู่ในโปแลนด์กลับไปสู้กับรัสเซีย ผมเพิ่งเขียนรับใช้เรื่องนี้ไปเมื่อ 29 เมษายน 2024 แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือน รัฐบาลโปแลนด์และเยอรมนีเปลี่ยนท่าที ออกมาปฏิเสธการส่งผู้ลี้ภัยกลับไปอูเครน และประกาศปกป้องสิทธิ ของคนเหล่านี้

ไม่ใช่เฉพาะอูเครนเท่านั้นที่ขาดแคลนทหาร รัสเซียก็ขาดด้วย คณะของเราเพิ่งกลับมาจากภูมิภาคไซบีเรียเมื่อเดือนที่แล้ว พบว่ารัฐบาลรัสเซียสร้างแรงจูงใจให้ไปเป็นทหารด้วยการให้เงินล่วงหน้า 5 แสนรูเบิล (2 แสนบาท) + รายเดือน เดือนละ 2 แสนรูเบิล (8 หมื่นบาท) ส่วนเรื่องสวัสดิการไม่ต้องพูดถึง มีเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่พี่น้องแนวหลังที่มีสมาชิกครอบครัวอยู่แนวหน้า พวกนี้ได้รับการดูแลจากรัฐบาลเป็นอย่างดี รัฐบาลรัสเซียทำได้เพราะเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมาก ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ฯลฯ ทำให้มีเงินสนับสนุนเพียงพอ

ใครเป็นเซเลนสกีก็คงจะอึดอัดคัดใจ อุตส่าห์สร้างมือที่มองไม่เห็นตั้งกองกำลังนีโอนาซีคอยฆ่าชาวอูเครนเชื้อสายรัสเซียตายเป็นเบือ แถมยังยอมเป็นตัวแทนสหรัฐฯและนาโตทำสงครามกับรัสเซีย ทั้งที่ขนาดกองทัพเล็กกว่ากันมาก เซเลนสกียอมเพราะคิดว่าสหรัฐฯและนาโตจะสุดลิ่มทิ่มประตูกับตัว แต่พอรบไปแล้ว ก็อย่างที่ผู้อ่านท่านที่เคารพเห็นนะครับ ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่เซเลนสกีต้องการ ขอ 100 ได้ 10 ขอ 10 ได้ 0 จะเลิกก็เลิก ไม่ได้ จะไปต่อก็ทำท่าจะไม่ไหว

2 วันสุดท้ายที่คณะดูงานธุรกิจไม้อยู่ในบาร์นาอูล เทือกเขาอัลไต ภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย เรานั่งรถเข้าป่าไปหลายร้อยกิโลเมตร บางครั้งผ่านสนามโล่งๆข้างทาง มีรถถังรัสเซีย จำนวนมากจอดเรียงราย แต่ละแห่งผลิตรถถังแล้วก็ขนไปส่งยังสมรภูมิอูเครน ในขณะที่อูเครนต้องร้องขอรถถังจากสหรัฐฯ เยอรมนี และอังกฤษ แต่รัสเซียสร้างเอง.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

เจ้าชายแฮร์รี่กลับอังกฤษ ยอมรับคิงชาร์ลส์ ทรงยุ่งมาก จนไม่ได้เข้าเฝ้าฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784125

เจ้าชายแฮร์รี่กลับอังกฤษ ยอมรับคิงชาร์ลส์ ทรงยุ่งมาก จนไม่ได้เข้าเฝ้าฯ

8 พ.ค. 2567 21:40 น.

เจ้าชายแฮร์รี่กลับอังกฤษ ยอมรับคิงชาร์ลส์ ทรงยุ่งมาก จนไม่ได้เข้าเฝ้าฯ

เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ได้แต่หัวเราะเบาๆ หลังถูกนักข่าวถามว่าพระองค์มีความสุขหรือไม่ที่ได้กลับบ้าน ในโอกาสได้เสด็จกลับมาอังกฤษ แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดา เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจที่ยุ่งมากในสัปดาห์นี้

เจ้าชายแฮร์รี่ถูกช่างภาพบันทึกภาพได้ขณะพระองค์เสด็จออกจากงานที่จัดขึ้นบริเวณใจกลางกรุงลอนดอน เพื่อกำลังจะไปขึ้นรถยนต์แรนจ์โรเวอร์สีดำ เมื่อวันพุธที่ 8 พ.ค. 2567 โดยเจ้าชายแฮร์รี่ได้เสด็จจากสหรัฐฯ มาร่วมงานครบรอบ 10 ปี การจัดแข่งกีฬาทหารผ่านศึกทุพพลภาพ ‘อินวิคตัสเกมส์’ (Invictus Games) แต่เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ไม่ได้มาด้วย 

ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสันนิษฐานกันมาหลายสัปดาห์แล้วว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะประทานพระราชวโรกาสให้เจ้าชายแฮร์รี่ พระราชโอรสองค์เล็กได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์หรือไม่ ขณะเสด็จกลับมาอังกฤษ กระทั่งเจ้าชายแฮร์รี่ได้ทรงยอมรับว่ากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชกรณียกิจที่ยุ่งมากในสัปดาห์นี้ จึงไม่สามารถทรงพบกับพระองค์ได้

อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษมีความเห็นว่า เจ้าชายแฮร์รี่ทรงพยายามจะทำพระพักตร์ให้ทรงดูเข้มแข็งต่อสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ ขณะที่เสด็จมาอังกฤษ แต่กลับไม่ได้พบกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดา โดยเจ้าชายแฮร์รี่ยังตรัสว่าพระองค์เข้าใจในสถานะของพระราชบิดา และทรงหวังว่าจะได้พบกับพระราชบิดาในเร็ววันนี้.

นาทีระทึก โบอิ้ง 767 ลงจอดฉุกเฉิน ท้องเครื่องบินครูดรันเวย์จนไฟลุก (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784111

นาทีระทึก โบอิ้ง 767 ลงจอดฉุกเฉิน ท้องเครื่องบินครูดรันเวย์จนไฟลุก (คลิป)

8 พ.ค. 2567 19:20 น.

นาทีระทึก โบอิ้ง 767 ลงจอดฉุกเฉิน ท้องเครื่องบินครูดรันเวย์จนไฟลุก (คลิป)

เครื่องบินขนส่งสินค้า โบอิ้ง 767 ล้อหน้าขัดข้อง ท้องเครื่องบินครูดกับรันเวย์อย่างสุดระทึก จนเกิดประกายไฟ หลังนักบินพยายามขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในตุรกี

เครื่องบินโบอิ้ง 767 ลำนี้ เป็นเครื่องบินของบริษัท Fedex เดินทางมาจาก สนามบินชาร์ลส์ เดอ โกลในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส ปลายทางสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี และมีกำหนดลงจอดเมื่อเวลาประมาณ 07.55 น. ของเช้าวันพุธที่ 8 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น แต่แล้วได้เกิดเหตุการณ์คับขัน เมื่อล้อหน้าของเครื่องบินเกิดขัดข้อง ไม่ยอมกางออก ขณะนักบินเตรียมนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินอิสตันบูล ทำให้ต้องรีบแจ้งไปยังหอควบคุมการบินเพื่อขอลงจอดฉุกเฉิน

โชคยังดีที่นักบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จในความพยายามลงจอดเป็นครั้งที่สอง แต่ก็ต้องเผชิญกับนาทีสุดระทึก ท้องเครื่องบินครูดกับพื้นรันเวย์จนเกิดประกายไฟ และนักบินสามารถควบคุมเครื่องบินโบอิ้ง 767 ให้จอดนิ่งสนิทได้โดยที่ไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ.

ชมคลิป : ที่นี่

ที่มา : Metro

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สุดหวาดเสียว นทท.แห่ปีนเขา ติดแหง็กนานกว่า ชม. ริมหน้าผาสูงในจีน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784059

สุดหวาดเสียว นทท.แห่ปีนเขา ติดแหง็กนานกว่า ชม. ริมหน้าผาสูงในจีน

8 พ.ค. 2567 18:39 น.

สุดหวาดเสียว นทท.แห่ปีนเขา ติดแหง็กนานกว่า ชม. ริมหน้าผาสูงในจีน

นักท่องเที่ยวหัวใจจะวาย ยืนนิ่งสนิทนานกว่าหนึ่งชั่วโมง อยู่ริมหน้าผาสูงบนภูเขาเยี่ยนตั้ง ในมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวแห่มาปีนเขากันอย่างล้นหลาม เพราะตรงกับช่วงเทศกาลวันหยุดยาวเนื่องในวันแรงงาน 

มีคลิปที่ถูกแชร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในจีน และ X เผยให้เห็นภาพนักท่องเที่ยวทั้งหญิงและชาย สวมหมวกนิรภัยยืนเรียงกันเป็นแถวบนห่วงเหล็ก โดยมือเกาะสายเคเบิล และมีเพียงเชือกนิรภัยรัดตัวอยู่ริมหน้าผา เพื่อรอจะขยับไปข้างหน้า อยู่ริมหน้าผาสูงบนภูเขาเยี่ยนตั้งอย่างน่าหวาดเสียว

มีผู้ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียคนหนึ่ง แสดงความเห็นว่า ‘ช่างน่าหวาดเสียว คนบางคนอย่างฉันที่กลัวความสูงอาจเหงื่อแตกพลั่กอยู่บนนั้น’ ส่วนอีกคนบอกว่า ‘ไม่มีวันขึ้นไปบนนั้น ถึงแม้จะมีคนเสนอให้เงินเพื่อทำสิ่งนี้ก็ตาม’

สำหรับเส้นทางปีนหน้าผานี้ เรียกว่า Via ferrata หรือ “ถนนเหล็ก” เนื่องจากเป็นเส้นทางการปีนผาที่เกิดจากการติดตั้งห่วงเหล็กและสายเคเบิลกับหน้าผา เพื่อให้นักท่องเที่ยวเหยียบและปีนเขาได้อย่างปลอดภัย

ด้านบริษัท Wenzhou Dingcheng Sports Development ซึ่งรับบริหารจัดการเส้นทางปีนเขา via ferrata ออกแถลงการณ์ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะทางบริษัทประเมินต่ำเกินไปว่าจะมีคนสนใจมาปีนเขากันเป็นจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากการตัดสินใจผิดพลาดเกี่ยวกับจำนวนลูกค้าที่มาปีนเขา การขาดการควบคุมการจราจรบนเส้นทางปีนเขาอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นระบบจองตั๋ว การจัดการต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนเส้นทางปีนเขา จนทำให้ลูกค้าถูกบล็อกและติดอยู่บนเส้นทางปีนเขา

ทางบริษัท Wenzhou Dingcheng Sports Development ยังแจ้งว่า ขณะนี้ได้ระงับการขายตั๋วเพื่อปีนเขาเยี่ยนตั้งเป็นการชั่วคราวแล้ว ขณะกำลังมีการจัดการสถานการณ์ในการปีนเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ทั้งนี้ ภูเขาเยี่ยนตั้ง ในมณฑลเจ้อเจียง เป็นหนึ่งในสถานที่ทางธรรมชาติติดระดับท็อปเท็น ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเยือนหากมาจีน และทางการจีนได้ยื่นขอจดทะเบียนภูเขาเยี่ยนตั้งเป็นมรดกโลกของ UNESCO เมื่อปี 2544 โดยภูเขาเยี่ยนตั้ง มีความสูงถึง 1,150 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากนครเซี่ยงไฮ้ไปทางใต้ประมาณ 410 กิโลเมตร 

ที่มา : CNN

อิสราเอลเดินหน้าโจมตีราฟาห์ ปาเลสไตน์ดับอีก 23 ศพ นศ.ทั่วโลกประท้วง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2783959

อิสราเอลเดินหน้าโจมตีราฟาห์  ปาเลสไตน์ดับอีก 23 ศพ นศ.ทั่วโลกประท้วง

8 พ.ค. 2567 15:19 น.

อิสราเอลเดินหน้าโจมตีราฟาห์ ปาเลสไตน์ดับอีก 23 ศพ นศ.ทั่วโลกประท้วง

อิสราเอลไม่สนโลก เดินหน้าโจมตีราฟาห์ เมืองใต้สุดของฉนวนกาซาติดอียิปต์ ทำให้ชาวปาเลสไตน์สังเวยชีวิตอีก 23 ศพ ด้าน นศ.ทั่วโลกชุมนุมประท้วง

ความคืบหน้าสถานการณ์อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา ทวีความตึงเครียดอย่างหนัก หลังรัฐบาลอิสราเอลไม่สนเสียงประท้วง เดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มเมืองราฟาห์ เมืองชายแดนทางใต้สุดของฉนวนกาซา ติดกับประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2567 และสามารถยึดด่านผ่านแดนราฟาห์ได้แล้ว จนถูกประชาคมโลกประณามอย่างหนัก ขณะที่อิสราเอลได้แจ้งเตือนให้ชาวปาเลสไตน์ที่หนีภัยมาอยู่ทางตะวันออกของเมืองราฟาห์รีบอพยพนั้น

เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทางตอนใต้ของกาซาเปิดเผยว่า การโจมตีเมืองราฟาห์ของอิสราเอล เมื่อเช้าวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 23 ศพ ในจำนวนนี้ เป็นเด็ก 6 ศพ ขณะที่บรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก ได้ชุมนุมประท้วงต่อต้านอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา และเมืองราฟาห์ ทางใต้สุดของฉนวนกาซา 

นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น แคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯชุมนุมประท้วงหลังอิสราเอลโจมตีเมืองราฟาห์ ทางใต้สุดฉนวนกาซา

กลุ่มฮามาสได้ประณามอิสราเอลโจมตีเมืองราฟาห์ว่า เป็นการก่อภัยพิบัติด้านมนุษยธรรม เพราะเป็นการคุกคามโดยตรงต่อชาวปาเลสไตน์ที่อพยพหลบหนีภัยสงครามมาอยู่ในเมืองราฟาห์จำนวนกว่า 1.5 ล้านคน โดยเมืองราฟาห์ถือเป็นจุดผ่านแดนสำคัญเพียงทางเดียวที่โลกภายนอกส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามาช่วยชาวปาเลสไตน์ที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนแสนสาหัส นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 และเป็นเหตุให้ชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารไปแล้วอย่างน้อย 34,789 ศพ บาดเจ็บกว่า 78,204 ราย

ผู้ประท้วงชุมนุมกันที่ด้านหน้าสถานทูตอิสราเอลในกรุงโซล เรียกร้องให้อิราเอลหยุดยิงฉนวนกาซา

นอกจากนั้น กลุ่มฮามาสยังประณามการบุกยึดด่านผ่านแดนราฟาห์ของอิสราเอลว่า มีจุดมุ่งหมายเพื่อจะขัดขวางความพยายามของประเทศตัวกลางในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่พยายามจะให้อิสราเอลกับฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงครั้งใหม่ โดยกลุ่มฮามาสได้กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ฮามาสได้ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงที่เสนอโดยรัฐบาลอียิปต์และกาตาร์ ซึ่งมีหลักการพื้นฐาน คือ การหยุดยิงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และปล่อยตัวประกันหลายสิบคนที่ยังคงถูกควบคุมตัวในกาซา

อย่างไรก็ตาม ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ยังไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงครั้งใหม่นี้ โดยชี้ว่า คำประกาศของกลุ่มฮามาสยังห่างไกลจากความต้องการของอิสราเอล และล้มเหลวในความพยายามยับยั้งอิสราเอลส่งทหารบุกยึดเมืองราฟาห์

ด้านโฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า กองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายที่มีความแม่นยำ เพื่อกำจัดกลุ่มก่อการร้ายฮามาส และทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮามาสในพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงทางตะวันออกของเมืองราฟาห์ 

ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังปิดด่านเคเรม ชาลอม ซึ่งเป็นด่านผ่านแดนระหว่างอิสราเอลกับฉนวนกาซาด้วย และต่อมาทำเนียบขาวได้บอกกับรัฐบาลอิสราเอลเมื่อวันพุธว่า ควรเปิดด่านเคเรม ชาลอม ในขณะที่การปิดด่านชายแดนสำคัญทั้งสองด่านคือด่านราฟาห์ และด่านเคเรม ชาลอม ยิ่งทำให้ชาวปาเลสไตน์เผชิญกับโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายมากขึ้นจากสงคราม

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : CNN, Ajazeera

สุดอุกอาจ กลุ่มโจรบุกร้านจิวเวลรีในฮ่องกง แต่ปล้นไม่สำเร็จ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2783981

สุดอุกอาจ กลุ่มโจรบุกร้านจิวเวลรีในฮ่องกง แต่ปล้นไม่สำเร็จ (คลิป)

8 พ.ค. 2567 14:29 น.

สุดอุกอาจ กลุ่มโจรบุกร้านจิวเวลรีในฮ่องกง แต่ปล้นไม่สำเร็จ (คลิป)

เกิดเหตุระทึกในย่านจิมซาจุ่ยของฮ่องกง เมื่อมีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมฮู้ดสีดำปกปิดใบหน้า บุกเข้าปล้นร้านขายจิวเวลรีกลางวันแสกๆ สุดท้ายจนมุมตำรวจ

ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ต้องหา 5 คน หลังก่อเหตุใช้อาวุธบุกปล้นร้านจิวเวลรีในย่านจิมซาจุ่ย โดยทั้งหมดพกอาวุธมีดและค้อนปอนด์ บุกเข้าไปภายในร้าน และขู่พนักงานให้ถอยไป ก่อนจะใช้ค้อนที่เตรียมมาทุบกระจกเพื่อหวังขโมยทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการปล้นครั้งนี้ต้องประสบความล้มเหลว หลังจากที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ซุ่มอยู่ บุกเข้าจับกุมคนร้ายทั้ง 5 คนได้อย่างง่ายดาย โดยที่ยังไม่ทันได้หยิบของมีค่าใดๆ ออกไปจากร้านแม้แต่ชิ้นเดียว

https://platform.twitter.com/embed/Tweet.html?dnt=false&embedId=twitter-widget-0&features=eyJ0ZndfdGltZWxpbmVfbGlzdCI6eyJidWNrZXQiOltdLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X2ZvbGxvd2VyX2NvdW50X3N1bnNldCI6eyJidWNrZXQiOnRydWUsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdHdlZXRfZWRpdF9iYWNrZW5kIjp7ImJ1Y2tldCI6Im9uIiwidmVyc2lvbiI6bnVsbH0sInRmd19yZWZzcmNfc2Vzc2lvbiI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfZm9zbnJfc29mdF9pbnRlcnZlbnRpb25zX2VuYWJsZWQiOnsiYnVja2V0Ijoib24iLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X21peGVkX21lZGlhXzE1ODk3Ijp7ImJ1Y2tldCI6InRyZWF0bWVudCIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfZXhwZXJpbWVudHNfY29va2llX2V4cGlyYXRpb24iOnsiYnVja2V0IjoxMjA5NjAwLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X3Nob3dfYmlyZHdhdGNoX3Bpdm90c19lbmFibGVkIjp7ImJ1Y2tldCI6Im9uIiwidmVyc2lvbiI6bnVsbH0sInRmd19kdXBsaWNhdGVfc2NyaWJlc190b19zZXR0aW5ncyI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdXNlX3Byb2ZpbGVfaW1hZ2Vfc2hhcGVfZW5hYmxlZCI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdmlkZW9faGxzX2R5bmFtaWNfbWFuaWZlc3RzXzE1MDgyIjp7ImJ1Y2tldCI6InRydWVfYml0cmF0ZSIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfbGVnYWN5X3RpbWVsaW5lX3N1bnNldCI6eyJidWNrZXQiOnRydWUsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdHdlZXRfZWRpdF9mcm9udGVuZCI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9fQ%3D%3D&frame=false&hideCard=false&hideThread=false&id=1787850354736214055&lang=en&origin=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fnews%2Fforeign%2F2783981&sessionId=ab642bf6b9f8bc77777337c3becdaaa03ff1113a&siteScreenName=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fnews%2Fforeign%2F2783981&theme=light&widgetsVersion=2615f7e52b7e0%3A1702314776716&width=550px

โดยกล้องวงจรปิดจากด้านหน้าร้านรวมทั้งในร้าน สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ โดยจะเห็นรถยนต์คันสีขาวมาจอดริมถนน ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์สวมเสื้อมีโม่งสีดำบุกเข้าไปในร้านขายเครื่องประดับท่ามกลางประชาชนที่เดินกันพลุกพล่านในย่านดังกล่าว โดยหลังจากที่เข้าไปในร้าน ผู้ต้องหาที่ถือค้อนก็ตรงเข้าไปทุบกระจกตู้โชว์เครื่องประดับแบบไม่ยั้ง ขณะที่อีกคนที่ถือมีดยาว พยายามชี้มีดขู่ไปที่พนักงานในร้านที่มีอยู่หลายคนไม่ให้เข้ามายุ่ง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเสี้ยววินาทีที่ตู้โชว์ยังไม่ทันแตก ตำรวจนอกเครื่องแบบหลายนายก็บุกเข้ามาพร้อมปืน จนทำให้คนร้ายต้องรีบวางอาวุธและถูกจับกุมอย่างง่ายดาย โดยมีรายงานว่า ตำรวจได้รับแจ้งว่าอาจจะมีการก่อเหตุปล้นในละแวกดังกล่าว ทำให้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ซุ่มดูอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว จนกระทั่งคนร้ายทั้ง 5 ออกมาก่อเหตุจริงๆ โดยจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายรายหนึ่งมีบัตรประชาชน ขณะที่อีก 2 คนมีเอกสารการขอลี้ภัย ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนไม่มีเอกสารแสดงตน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพวกลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งตำรวจจะนำตัวทั้งหมดไปสอบสวน เพื่อขยายผลว่ามีใครเป็นผู้วางแผนอยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่.

ที่มา: Hongkongfreepress