สลด ดาว TikTok อิรัก ถูกมือปืนยิงตายหน้าบ้านตัวเองในกรุงแบกแดด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781524

สลด ดาว TikTok อิรัก ถูกมือปืนยิงตายหน้าบ้านตัวเองในกรุงแบกแดด

28 เม.ย. 2567 06:37 น.

สลด ดาว TikTok อิรัก ถูกมือปืนยิงตายหน้าบ้านตัวเองในกรุงแบกแดด

สาวดาว TikTok ชื่อดังในประเทศอิรัก ถูกมือปืนปริศนายิงเสียชีวิตคาที่ ที่หน้าบ้านของเธอเองในกรุงแบกแดด ขณะที่รัฐบาลยืนยันจะเร่งตามหาคนร้าย

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของตำรวจอิรัก ในวันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2567 ว่า น.ส. กูฟราน ซาวาดี หรือรู้จักกันมากที่สุดในชื่อ ‘อุมม์ ฟาฮัด’ (Umm Fahad) อินฟลูเอนเซอร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังบนแอปพลิเคชัน TikTok ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านของเธอเอง ในกรุงแบกแดด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เขต ซายูนา ทางตะวันออกของกรุงแบกแดด โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวินาทีเกิดเหตุเอาไว้ได้ และถูกนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นมือปืน 1 คน ขี่จักรยานยนต์มาแล้วยิง น.ส.ซาวาดี เสียชีวิตคาที่

กระทรวงมหาดไทยของอิรักประกาศในวันศุกร์ว่า พวกเขาจะจัดตั้งทีมปฏิบัติการพิเศษ เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฆาตกรรมหญิงผู้มีชื่อเสียงบนเครือข่ายสังคมออนไลน์รายนี้

อนึ่ง น.ส.ซาวาดี เป็นที่รู้จักอย่างมากบนแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งเธอใช้โพสต์วิดีโอภาพตัวเธอเองเต้นประกอบเพลงป๊อปขณะสวมชุดรัดรูป โดยในอดีต วิดีโอประเภทนี้ถูกจัดว่าไม่เหมาะสมตามกฎหมายของอิรัก และเคยทำใน น.ส.ซาวาดี ถูกตัดสินจำคุก 6 เดือนมาแล้ว ในข้อหาผลิตและเผยแพร่วิดีโอที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวอิรักผู้มีชื่อเสียงบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ตกเป็นเป้าสังหาร เมื่อเดือนกันยายน 2566 น.ส.นูร์ อัลซาฟฟาร์ หรือ ‘นูร์ บีเอ็ม’ (Noor BM) ดาว TikTok อีกคนก็ถูกยิงเสียในชีวิตในกรุงแบกแดด

อัลซาฟฟาร์มีผู้ติดตามใน TikTok และอินสตาแกรม (IG) มากกว่า 370,000 ฟอลโลเวอร์ โดยเธอมักโพสต์วิดีโอเกี่ยวกับแฟชั่น, การแต่งหน้าและทำผม และคลิปเต้นประกอบดนตรีอีกหลายคลิป

หลังจากอัลซาฟฟาร์ถูกยิงเสียชีวิต ก็มีผู้ออกมาร่วมโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจมากมายบนโลกออนไลน์ แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็โพสต์ข้อความแสดงความยินดีต่อการเสียชีวิตของเธอ รวมทั้งชื่นชมชายผู้ก่อเหตุด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ช็อก คลังกระสุนระเบิดสนั่นฐานทัพกัมพูชา ทหารดับสลด 20 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781523

ช็อก คลังกระสุนระเบิดสนั่นฐานทัพกัมพูชา ทหารดับสลด 20 ศพ

28 เม.ย. 2567 04:26 น.

ช็อก คลังกระสุนระเบิดสนั่นฐานทัพกัมพูชา ทหารดับสลด 20 ศพ

คลังเก็บเครื่องกระสุนที่ฐานทัพแห่งหนึ่งในภาคใต้ของกัมพูชา เกิดระเบิดอย่างรุนแรง ทำให้ทหารเสียชีวิตแล้ว 20 ศพ และสร้างความเสียหายแก่บริเวณโดยรอบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคลังเก็บกระสุนที่ฐานทัพแห่งหนึ่งในจังหวัด กำปงสปือ ทางตอนใต้ของประเทศกัมพูชา ระเบิดอย่างรุนแรง เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2567 เป็นเหตุให้มีทหารเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ศพ โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุคืออะไร

เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เขาตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก พร้อมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของทหารที่เสียชีวิต

นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังสั่งการให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 740,000 บาท ขณะที่ครอบครัวผู้บาดเจ็บจะได้รับรายละ 185,000 บาท

ขณะเดียวกัน บนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอมากมาย ที่อ้างว่าถ่ายมาจากที่เกิดเหตุ โดยคลิปหนึ่งมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ขณะที่ภาพอื่นๆ แสดงให้เห็นโกดังหลังหนึ่งถูกทำลายยับเยิน, ภาพรถบรรทุกของกองทัพได้รับความเสียหาย และภาพเด็กคนหนึ่งกำลังรับการรักษาจากทีมแพทย์

กองทัพกัมพูชายืนยันว่า เหตุการณ์นี้คือการระเบิดของโกดังเก็บเครื่องกระสุน ทำให้รถบรรทุก 1 คัน ซึ่งบรรทุกอาวุธไว้เต็มคันรถ ถูกทำลาย เช่นเดียวกับ อาคารสำนักงานหลังหนึ่งกับที่พักทหารซึ่งอยู่ใกล้เคียง นอกจากนั้นยังมีบ้านเรือนประชาชนในละแวกนั้นได้รับความเสียหายด้วย 25 หลัง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮามาสแพร่คลิปใหม่ 2 ตัวประกัน ญาติวอนอิสราเอลทำข้อตกลงปล่อยตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781526

ฮามาสแพร่คลิปใหม่ 2 ตัวประกัน ญาติวอนอิสราเอลทำข้อตกลงปล่อยตัว

28 เม.ย. 2567 07:20 น.

ฮามาสแพร่คลิปใหม่ 2 ตัวประกัน ญาติวอนอิสราเอลทำข้อตกลงปล่อยตัว

กลุ่มฮามาสแพร่คลิปใหม่ ยืนยันว่าตัวประกันชาวอิสราเอลกับชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่ญาติเรียกร้องให้อิสราเอลรีบทำข้อตกลงปล่อยตัวประกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ ฮามาส ของปาเลสไตน์ เผยแพร่คลิปวิดีโอใหม่ แสดงให้เห็นตัวประกันอีก 2 คน ได้แก่นาย ออมรี มีราน ชาวอิสราเอล กับนาย คีธ ซีเกล ชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2567 นับเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่า ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่ หลังถูกลักพาตัวไปตั้งแต่ 7 ต.ค.ปีก่อน

ในคลิปวิดีโอ ซึ่งเชื่อว่าถ่ายทำภายในการควบคุมอย่างเข้มงวดของกลุ่มฮามาส นายมีรานกล่าวว่า เขาถูกจับตัวเอาไว้นานถึง 202 วันแล้ว ขณะที่นายซีเกนพูดถึงวันหยุด เทศกาลปัสกา (Passover) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าคลิปนี้เพิ่งถ่ายเมื่อไม่นานมานี้

อนึ่ง นายซีเกล ถูกลักพาตัวไปพร้อมกับภรรยาชื่อว่า อาวิวา แต่เธอได้รับการปล่อยตัวในเดือนพฤศจิกายน ภายใต้ข้อตกลงซึ่งฮามาสจะยอมปล่อยตัวประกันหญิงและเด็กทุกคน แลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์และการหยุดยิงของฝ่ายอิสราเอล

หลังคลิปดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกมา ครอบครัวของตัวประกันทั้งสองคนก็ออกมาประกาศว่า พวกเขาจะสู้ต่อไปเพื่อให้ทั้งคู่ได้กลับบ้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลทำข้อตกลงปล่อยตัวประกันกับกลุ่มฮามาสโดยเร็ว

นางอาวิวา ภรรยาของนายซีเกลกล่าวในวิดีโอแถลงการณ์ว่า เธอกับครอบครัวจะต่อสู้ต่อไปจนกว่าเขาจะได้กลับบ้าน ขณะที่ อีลาน ลูกสาวของนายซีเกล กล่าวว่า การได้เห็นพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า เราต้องบรรลุข้อตกลงโดยเร็วที่สุดเพื่อพาทุกคนกลับบ้าน

ส่วนลูกสาวอีกคนชื่อ เชียร์ ระบุว่า จากคลิปวิดีโอ พ่อของเธอรู้ว่าพวกเราทุกคนออกไปเดินขบวนทุกๆ สัปดาห์ และกำลังต่อสู้เพื่อเขาและตัวประกันคนอื่นๆ

ด้านนาย ดานี มีราน พ่อของนายมีราน ขึ้นกล่าวปราศรัยต่อหน้าฝูงชนที่ออกมาชุมนุมประท้วงในนครเทลอาวิฟ เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขาบรรยายถึงความตื่นเต้นที่ได้เห็นวิดีโอภาพลูกชายของเขา และได้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่

เขายังเรียกร้องโดยตรงไปยังรัฐบาล และระบุชื่อสมาชิกฝ่ายขวาจัดเช่นนาย อิตามาร์ เกวียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ และนายเบซาเลล สโมตริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าให้รีบบรรลุข้อตกลงปล่อยตัวประกัน และขอให้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ยอมอนุมัติข้อตกลงด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮูตีเหิม โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงเสียหาย-สอยโดรนสหรัฐฯ ร่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781521

ฮูตีเหิม โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงเสียหาย-สอยโดรนสหรัฐฯ ร่วง

28 เม.ย. 2567 03:12 น.

ฮูตีเหิม โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงเสียหาย-สอยโดรนสหรัฐฯ ร่วง

กบฏฮูตีในเยเมน โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงจนได้รับความเสียหาย และยิงโดรนของสหรัฐฯ ตกอีก 1 ลำ พร้อมขู่โจมตีเรือในมหาสมุทรอินเดียด้วย

สำนรักข่าว อัลจาซีรา รายงานว่า นายยาห์ยา ซารี โฆษกของกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งยึดครองพื้นที่หลายส่วนในประเทศเยเมนเอาไว้ กล่าวผ่านคลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2567 ว่า พวกเขายิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ (naval missile) เข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอังกฤษชื่อว่า ‘เอ็มวี แอนโดรเมดา สตาร์’ และโดนเป้าหมายโดยตรง

กองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ของกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่า กบฏฮูตียิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ 3 ลูกเข้าใส่หลายเป้าหมายในทะเลแดง และสร้างความเสียหายแก่เรือ เอ็มวี แอนโดรเมดา สตาร์ (MV Andromeda Star) ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ยังคงสามารถเดินเรือต่อไปได้

ขณะที่สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) เผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรือ เอ็มวี แอนโดรเมดา สตาร์ ถูกโจมตีด้วยมิสไซล์ 3 ลูก ขณะอยู่ในทะเลห่างจากเมือง อัล-มอคคา ของเยเมน ราว 26 กม. โดยลูกแรกระเบิดใกล้เรือ ส่วนอีก 2 ลูกทำให้เรือเสียหาย

โฆษกของกลุ่มฮูตีบอกอีกว่า กองกำลังป้องกันทางอากาศของพวกเขาในเยเมน ยิงมิสไซล์ทำลายโดรน ‘MQ-9 Reaper’ ของกองทัพสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ขณะที่อากาศยานลำนี้ กำลังปฏิบัติภารกิจมุ่งร้าย ในน่านฟ้าของเขตปกครองซาดา

ด้านสหรัฐฯ ไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับคำกล่าวอ้างเรื่องโดรนของกบฏฮูตี แต่ CBS News สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐฯ ยืนยันว่า โดรน MQ-9 ซึ่งมีราคาสูงถึงลำละ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตกภายในอาณาเขตประเทศเยเมนเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 เม.ย.) และว่ากำลังมีการสืบสวนหาสาเหตุ

นี่นับเป็นโดรนลำที่ 3 ของสหรัฐฯ ที่ถูกกลุ่มฮูตียิงตก นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. 2566 โดยลำแรกถูกยิงตกในเดือนพฤศจิกายน ส่วนลำที่ 2 ตกในเดือนกุมภาพันธ์

กบฏฮูตีไม่ได้พูดถึงการโจมตีเรือลำอื่นๆ ในทะเลแดง แต่กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า มิสไซล์ของฮูตียังพุ่งเป้าไปที่เรือ ‘เอ็มวี ไมชา’ (MV MAISHA) ซึ่งบริหารจัดการโดยประเทศไลบีเรียด้วย แต่เรือไม่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายอับเดล-มาลิค อัล-ฮูตี หัวหน้าใหญ่ของกลุ่มฮูตี ออกมาปฏิเสธข่าวที่ว่า พวกเขาโจมตีน้อยลงในช่วงที่ผ่านมา เพราะขีดความสามารถทางทหารอ่อนแอลง โดยเขาประกาศกร้าวว่า จะมีการโจมตีตามมามากกว่านี้อีก

นายอัล-ฮูตี กล่าวต่อหน้าผู้ชุมนุมจำนวนมากในกรุงซานา และคนอื่นๆ ที่รับชมผ่านทางโทรทัศน์ว่า “โรงละครแห่งการเผชิญหน้าแห่งใหม่” ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว โดยตอนนี้ฮูตีกำลังเล็งเป้าหมายไปที่เรือในมหาสมุทรอินเดียด้วยเช่นกัน และจะหยุดการโจมตีเมื่ออิสราเอลยุติสงครามในฉนวนกาซา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

เศร้า ทารกน้อยหมอผ่าคลอดหลังแม่โดนระเบิดดับในกาซา เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781520

เศร้า ทารกน้อยหมอผ่าคลอดหลังแม่โดนระเบิดดับในกาซา เสียชีวิตแล้ว

28 เม.ย. 2567 01:52 น.

เศร้า ทารกน้อยหมอผ่าคลอดหลังแม่โดนระเบิดดับในกาซา เสียชีวิตแล้ว

ทารกน้อยเพศหญิง ซึ่งแพทย์ในกาซาผ่าตัดทำคลอดช่วยไว้ได้สำเร็จ หลังจากแม่ของเธอถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอลเมื่อสัปดาห์ก่อน เสียชีวิตแล้ว

สำนักข่าว อัลจาซีรา รายงานเมื่อ 26 เม.ย. 2567 ว่า ด.ญ.ซาบรีน อัล-รูห์ จูดา ทารกคลอดก่อนกำหนดชาวปาเลสไตน์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากครรภ์มารดา ผู้ถูกสังหารระหว่างอิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่เมืองราฟาห์ เมื่อสัปดาห์ก่อน เสียชีวิตแล้ว ขณะที่อยู่ในตู้อบทารก

ผู้เป็นลุง ชื่อ รามี อัล-ชีคห์ จูดา เปิดเผยว่า ทารกน้อยเพศหญิงรายนี้ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเอมิเรติ ในเมืองราฟาห์ ตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 เม.ย.) หลังจากสุขภาพถดถอย และทีมแพทย์ไม่สามารถช่วยเธอเอาไว้ได้

ด้าน ดร.โมฮัมหมัด ซาลามา หัวหน้าแผนกฉุกเฉินสำหรับเด็กแรกเกิด ที่โรงพยาบาลเอมิเรติ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ด.ญ.ซาบรีน ยืนยันการเสียชีวิตของเธอในวันศุกร์ “ผมกับหมอคนอื่นๆ พยายามช่วยเธอ แต่เธอก็เสียชีวิต สำหรับตัวผมเอง นี่เป็นวันที่เจ็บปวดและยากลำบากมาก

ทั้งนี้ แม่ของทารกน้อย ซึ่งมีชื่อว่า ซาบรีน อัล-ซาคานี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากบ้านของครอบครัวของเธอในเมืองราฟาห์ โดนโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 20 เม.ย. ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้แพทย์ตัดสินใจผ่าตัดทำคลอดแม้มีอายุครรภ์เพียง 30 สัปดาห์ และช่วยเหลือทารกน้อยได้สำเร็จ แล้วตั้งชื่อให้ว่า ซาบรีน ตามผู้เป็นแม่

สามีของนาง อัล-ซาคานี กับลูกสาวอายุน้อยอีกคน ก็เสียชีวิตในการโจมตีดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม ทารกซาบรีนเกิดมาพร้อมน้ำหนักตัวเพียง 1.4 กก. และมีปัญหาทางเดินหายใจอย่างรุนแรง เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด ทำให้เธอต้องอยู่ในตู้อบทารกภายในห้องไอซียูสำหรับเด็กแรกเกิดมาตลอด จนกระทั่งเสียชีวิต

ดร.ซาลามา ระบุว่า ทารกซาบรีนเกิดมาโดยมีระบบทางเดินหายใจยังไม่พัฒนาเต็มที่ และระบบภูมิคุ้มกันก็อ่อนแอมาก ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของเธอ ขณะที่ลุงของทารกน้อยเผยว่า ร่างของเธอถูกนำไปฝังไว้เคียงข้างผู้เป็นบิดาแล้ว ที่สุสานในเมืองราฟาห์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

KNU อ้าง ยึดฐานทัพรัฐบาลเมียนมาได้อีกแห่ง ในเมืองใกล้ชายแดนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781508

KNU อ้าง ยึดฐานทัพรัฐบาลเมียนมาได้อีกแห่ง ในเมืองใกล้ชายแดนไทย

28 เม.ย. 2567 00:07 น.

KNU อ้าง ยึดฐานทัพรัฐบาลเมียนมาได้อีกแห่ง ในเมืองใกล้ชายแดนไทย

กองกำลัง KNU กับพันธมิตร บุกยึดฐานทัพของกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมาได้อีกแห่ง ที่เมืองใกล้ชายแดนไทยในรัฐกะเหรี่ยง พร้อมยึดอาวุธและกระสุนได้ด้วย

สำนักข่าว อิรวดี รายงานในวันที่ 27 เม.ย. 2567 ว่า กองพันที่ 5 ของ กลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU – เคเอ็นยู) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พวกเขากับกองกำลังพันธมิตรฝ่ายต่อต้านอื่นๆ สามารถยึดฐานทัพของกองทัพฝ่ายรัฐบาลทหารได้อีก 1 แห่ง รวมถึงสถานีเก็บบยุทโธปกรณ์ ที่เมืองผาปูน ในรัฐกะเหรี่ยง เมื่อ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา

กองพันที่ 5 ระบุว่า พวกเขากับกองกำลังของ กองกำลังปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง (KNLA – เคเอ็นแอลเอ) และ กองกำลังประชาชน (PDF – พีดีเอฟ) กับกลุ่มต่อต้านอื่นๆ ร่วมกันโจมตีศูนย์บัญชาการของกองพันทหารราบที่ 434 ของฝ่ายรัฐบาลทหาร กับสถานีเก็บยุทโธปกรณ์และเครื่องแบบของกองทัพ หมายเลข 642 ในเมืองผาปูน เมื่อ 23 เม.ย.

ตามแถลงการณ์ของกองพันที่ 5 พวกเขาสามารถยึดฐานทัพและสถานีเก็บเสบียงแห่งนี้ได้ภายในเวลาประมาณ 4.00 น. ของวันที่ 24 เม.ย.

“เราอยากบอกประชาชนว่า เรายังคงต่อสู้ทุกวันทุกคืน เพื่อถอนรากถอนโคนการปกครองแบบเผด็จการของกองทัพ และเพื่อการปกครองตนเอง” ผู้บัญชาการของกองพันที่ 5 ระบุ และเสริมว่า พวกเขาสามารถยึดอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่งได้จากฐานทัพแห่งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เมืองผาปูน ซึ่งตั้งอยู่ส่วนปลายทางเหนือของรัฐเกเหรี่ยง ถูกกองกำลัง KNU กับพันธมิตรยึดได้เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม นับแต่นั้น กองทัพรัฐบาลทหารก็พยายามยึดเมืองคืนมาตลอด โดยส่งเครื่องบินโจมตีทางอากาศและใช้โดรนโจมตีเขตผาปูนอย่างต่อเนื่อง ทำลายบ้านเรือนกับอาคารสาธารณะมากมาย และมีข่าวการใช้ระเบิดลูกปรายด้วย

ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยหลายพันคนในเขตผาปูน ต้องอพยพออกจากบ้าน และหลายคนต้องเข้าไปใช้ชีวิตในที่พักชั่วคราวตามป่าต่างๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : irrawaddy

จีนพา “ปลา” สู่อวกาศ ทดลองสร้างอควาเรียมเลี้ยงปลาในสภาวะไร้น้ำหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781374

จีนพา "ปลา" สู่อวกาศ ทดลองสร้างอควาเรียมเลี้ยงปลาในสภาวะไร้น้ำหนัก

27 เม.ย. 2567 13:10 น.

จีนพา “ปลา” สู่อวกาศ ทดลองสร้างอควาเรียมเลี้ยงปลาในสภาวะไร้น้ำหนัก

จีนบุกเบิกภารกิจสร้างอควาเรียม ทดลองเลี้ยงปลาในสภาวะไร้น้ำหนัก เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมในอวกาศที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของปลา รวมไปถึงความสมดุลของระบบนิเวศโดยรวม

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2567 สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนรายงานว่า ทีมนักบินอวกาศจีน 3 คน ที่ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจวิจัยด้านวิทยาศาสตร์อยู่บนยานอวกาศ เสินโจว-18 (Shenzhou-18) ของจีน รับมอบภารกิจพิเศษในการสร้างอควาเรียม หรือ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ” ในอวกาศ และทำการทดลองเลี้ยงปลาในสภาวะไร้น้ำหนัก

โดยนักบินอวกาศทั้ง 3 คนจะสร้างระบบนิเวศทางน้ำ ในรูปแบบเรียบง่ายที่ประกอบด้วยสาหร่ายและปลาม้าลาย เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมในอวกาศที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของปลา รวมไปถึงความสมดุลของระบบนิเวศโดยรวม

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ทีมนักบินอวกาศเสินโจว-18 ได้เข้าสู่สถานีอวกาศเทียนกง ของจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้พบปะกับทีมนักบินอวกาศอีก 3 คน เพื่อเริ่มต้นการผลัดเปลี่ยนลูกเรือในวงโคจรรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง.

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เตรียมกลับมาทรงงานอีกครั้งหลังรักษาโรคมะเร็ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781368

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เตรียมกลับมาทรงงานอีกครั้งหลังรักษาโรคมะเร็ง

27 เม.ย. 2567 13:10 น.

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เตรียมกลับมาทรงงานอีกครั้งหลังรักษาโรคมะเร็ง

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะกลับมาออกพระราชกรณียกิจอีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า หลังจากทรงใช้เวลาพักฟื้นจากอาการประชวรด้วยโรคมะเร็งนานกว่า 3 เดือน

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2567 สำนักพระราชวังบักกิงแฮม แห่งอังกฤษ ออกแถลงการณ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะกลับมาออกพระราชกรณียกิจอีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์หน้า หลังจากทรงใช้เวลาพักฟื้นจากอาการประชวรด้วยโรคมะเร็งนานกว่า 3 เดือน

โดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระชนมายุ 75 พรรษา จะเสด็จเยือนศูนย์รักษาโรคมะเร็งในวันอังคาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรก ก่อนที่จะทรงงานตามกำหนดการในอีกหลายสัปดาห์ถัดจากนี้ ซึ่งรวมถึงการต้อนรับจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นที่จะมาเยือนอังกฤษในช่วงเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์สำนักพระราชวังไม่ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการประชวรของกษัตริย์ชาร์ลส์ โดยระบุเพียงว่าคณะแพทย์ ต่างมีขวัญกำลังใจอย่างยิ่งจากกระบวนการที่ดำเนินมา และยังคงเชื่อในการฟื้นฟูพระวรกายขององค์พระมหากษัตริย์

โดยการกลับคืนสู่สายตาของสาธารณะของกษัตริย์ชาร์ลส์จะลดแรงกดดันของสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นที่ต้องทรงงานในช่วงที่พระเจ้าชาร์ลส์และเจ้าหญิงเคท แห่งเวลส์ พักฟื้นจากอาการประชวร.

ยิวยอมฮามาส ผ่อนดีลปล่อยตัวประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781370

ยิวยอมฮามาส ผ่อนดีลปล่อยตัวประกัน

27 เม.ย. 2567 11:31 น.

ยิวยอมฮามาส ผ่อนดีลปล่อยตัวประกัน

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. สำนักข่าวไทม์ส ออฟ อิสราเอลรายงานว่า คณะผู้แทนเจรจาของอิสราเอลยินดียอมรับข้อตกลงปล่อยตัวประกันชุดแรกแค่ 20 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง ผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี และตัวประกันที่ป่วยหนักแลกกับการพักรบในฉนวนกาซาเป็นการชั่วคราว หลังก่อนหน้านี้อิสราเอลเสนอให้มีการปล่อยตัวประกันตามเงื่อนไขดังกล่าวจำนวน 40 คน แต่กลุ่มฮามาสไม่ตอบรับข้อเสนอ

สื่อดังกล่าวยังรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลที่แย้งว่า จำนวนตัวประกันที่อิสราเอลยอมรับคือ 33 คน ได้แก่ สตรี คนชราและผู้ป่วยที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่ ส่วนกลุ่มฮามาสยืนยันตัวประกันที่จะได้รับอิสระมีเกือบ 20 คน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายโรเนน บาร์ ผอ.หน่วยรักษาความมั่นคงชินเบต และ พล.ต.นิตซัน อาลอน ผู้รับผิดชอบเรื่องตัวประกันของกองทัพอิสราเอลเสนอข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันฉบับใหม่ต่อที่ประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจรับมือสงครามของ ครม.อิสราเอล แต่ไม่ชี้ชัดถึงระยะเวลาพักรบเพื่อพาตัวประกันกลับบ้าน อีกทั้งในที่ประชุมดังกล่าวยังมีคำสั่งให้คณะเจรจาของอิสราเอลหารือข้อตกลงที่ยืดหยุ่นมากขึ้นกับตัวแทนจากอียิปต์เช่นกัน

สำหรับความคืบหน้าการสร้างท่าเรือลอยน้ำบริเวณชายฝั่งของฉนวนกาซา หลังนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศสร้างท่าเรือดังกล่าวเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.แพทริก ไรเดอร์ โฆษกประจำกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ เริ่มสร้างท่าเรือลอยน้ำในบริเวณชายฝั่งทางใต้ของเมืองกาซา ซิตี้ ตอนกลางของฉนวนกาซา เพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซาได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะสามารถขนส่งอาหารได้มากถึง 2 ล้านมื้อต่อวัน โดยมีกำหนดเริ่มใช้งานช่วงต้นเดือน พ.ค. อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการสร้างท่าเรือของกองทัพสหรัฐฯยังสร้างความกังวลว่าอาจเป็นการดึงให้ทหารสหรัฐฯเข้าร่วมสงครามในฉนวนกาซา แต่นายไบเดนได้มีคำสั่งไม่ให้กองทัพสหรัฐฯขึ้นมาบนชายฝั่งฉนวนกาซา

การเปิดเผยนี้ยังสอดคล้องกับรายงานที่ระบุว่า กองทัพอิสราเอลอนุมัติโครงการความร่วมมือด้านการขนส่งเหนือชายฝั่ง (Joint Logistics Over The Shore หรือ JLOTS) ชี้เป็นความร่วมมือกับนานาชาติที่รับประกันว่า ยังคงมีความช่วยเหลือส่งถึงพลเรือนในฉนวนกาซา ด้านสื่อรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวรัฐบาลสหรัฐฯว่า สิ่งของบรรเทาทุกข์เหล่านี้จะต้องผ่านการตรวจสอบจากอิสราเอลก่อนเข้าสู่ฉนวนกาซา แม้จะได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อิสราเอลเมื่อความช่วยเหลือดังกล่าวถูกเคลื่อนย้ายมายังเรือขนส่งสินค้าในไซปรัสก่อนก็ตาม เนื่องจากกังวลว่าสิ่งของบรรเทาทุกข์อาจถูกส่งไปยังนักรบฮามาสเพื่อเสริมกำลังรบของตัวเอง.

ญี่ปุ่นเผยแผนขึงป้ายบังภูเขาไฟฟูจิเซ่นนักท่องเที่ยวป่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781365

ญี่ปุ่นเผยแผนขึงป้ายบังภูเขาไฟฟูจิเซ่นนักท่องเที่ยวป่วน

27 เม.ย. 2567 11:18 น.

ญี่ปุ่นเผยแผนขึงป้ายบังภูเขาไฟฟูจิเซ่นนักท่องเที่ยวป่วน

เมื่อ 26 เม.ย.เจ้าหน้าที่เมืองฟุจิคาวากุจิโกะ ในจังหวัดยามานาชิที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ เผยแผนการติดตั้งแผงตาข่ายสีดำขนาดใหญ่ความสูง 2.5 เมตร ยาว 20 เมตร บริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อลอว์สันในสัปดาห์หน้า เพื่อบดบังทัศนียภาพงดงามของภูเขาไฟฟูจิที่มองเห็นอยู่เบื้องหลังอย่างชัดเจน หลังจากชาวบ้านในท้องที่ร้องเรียนทนไม่ไหวกับพฤติกรรมแย่ๆของนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่มาถ่ายภาพความงามของภูเขาไฟบริเวณดังกล่าว ทั้งที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ ทิ้งขยะ กีดขวางทางเท้า รวมทั้งจอดรถโดยไม่ได้รับอนุญาต นักท่องเที่ยวบางรายถึงขั้นปีนขึ้นไปบนหลังคาของคลินิกทันตกรรมใกล้เคียงเพื่อให้ได้รูปภาพที่ต้องการ

เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า น่าเสียใจที่ต้องตัดสินใจดำเนินการเช่นนี้ เพียงเพราะนักท่องเที่ยวบางคนที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของชุมชน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นมาตรการจัดการภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมืองครั้งล่าสุดของญี่ปุ่น หลังจากนครเกียวโตมีคำสั่งห้ามนักท่องเที่ยวเข้าในเขตกิออน ย่านวัฒนธรรมเกอิชาจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ รวมทั้งจังหวัดยามานาชิที่ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมนักปีนเขาบนภูเขาไฟฟูจิ 2,000 เยน หรือเกือบ 500 บาท เพื่อลดความแออัด ปัจจุบันการท่องเที่ยวญี่ปุ่นฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเดือน มี.ค.มีชาวต่างชาติมาเยือนมากเป็นประวัติการณ์เกิน 3 ล้านคนเป็นครั้งแรก ขณะที่ภูเขาไฟฟูจิสามารถถ่ายภาพได้จากหลายจุดในเมืองฟูจิคาวากุจิโกะ.