สกู๊ปพิเศษ : จำกันได้ไหม? หนุ่มน้อย ‘จางเจ๋ออวี่’ จากรายการ Master Class ตอนนี้เติบโตกลายเป็นศิลปินที่มีคุณภาพแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801484

สกู๊ปพิเศษ : จำกันได้ไหม? หนุ่มน้อย ‘จางเจ๋ออวี่’ จากรายการ Master Class ตอนนี้เติบโตกลายเป็นศิลปินที่มีคุณภาพแล้ว

สกู๊ปพิเศษ : จำกันได้ไหม? หนุ่มน้อย ‘จางเจ๋ออวี่’ จากรายการ Master Class ตอนนี้เติบโตกลายเป็นศิลปินที่มีคุณภาพแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จางเจ๋ออวี่ (张泽禹) เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2007 เด็กน้อยผิวขาวใส ผมสีดำเข้มในวัย 10 ขวบในตอนนั้น จนถึงวันนี้เขาได้เติบโตเป็นศิลปินฝึกหัดที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ความสามารถอันล้นเหลือ และกำลังเดินทางตามความฝันของตัวเองอย่างแข็งขันเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ก่อนการเดบิวต์อย่างเป็นทางการจะมาถึง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับจางเจ๋ออวี่ให้มากกว่านี้กันดีกว่า!

“จางเจ๋ออวี่” หรือทุกคนสามารถเรียกเขาว่า “เสียวเป่า (น้องเป่า)” “เป่าเหล่าซือ (จารย์เป่า)” “ต้าอวี่ (ลูกพี่อวี่)” หากย้อนกลับไปในปี 2017 ในวันที่รายการ Master Class รายการประกวดร้องเพลงสุดโด่งดังอันดับต้นๆ ของประเทศจีน นอกจากเสียงอันทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ของจางเจ๋ออวี่แล้ว ความกตัญญูของเขาก็เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ในตอนนั้นจางเจ๋ออวี่ได้รับเชิญให้ครอบครัวของเขามาเยือนรายการพร้อมกับคุณปู่ทวดสุดที่รัก ด้วยการกระทำและการแสดงออกของจางเจ๋ออวี่ในวัยเพียงแค่ 10 ขวบ แต่สามารถปรนนิบัติดูแลเอาใจใส่คุณปู่ทวดของเขาเหนือสิ่งอื่นใด จากคำกล่าวของคุณปู่ทวดทำให้จางเจ๋ออวี่ได้รับคำชื่นชมมากมายทั้งจากสายตาและคำพูดของคนในห้องส่ง พร้อมกับบนโลกอินเตอร์เนตจนได้รับขนานนามว่า “เด็กที่ดีที่สุด” ณ เวลานั้นเลยทีเดียว

ซึ่งในเวลาต่อมาจางเจ๋ออวี่ก็ได้รับโอกาสที่เปลี่ยนชีวิตเขามาโดยตลอด นั่นคือการได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว “Time FengJun Entertainment”(北京时代峰峻文化艺术发展有限公司) หรือ TF Entertainment แน่นอนว่าด้วยความสามารถอันล้นเหลือของเขา จึงได้มีผู้คนเล็งเห็นและได้พาเขาเข้ามาเป็นเด็กฝึกรุ่นที่ 3 ทำให้จางเจ๋ออวี่ต้องย้ายจากฮาร์บินบ้านเกิดในมณฑลเฮยหลงเจียงมาอยู่ที่ฉงชิ่งซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของค่ายเพลง ต้องเล่าความก่อนว่า TF Entertainment ก่อตั้งเมื่อปี 2009 เป็นอีกหนึ่งค่ายเพลงอันโด่งดังที่คอยพัฒนาและต่อยอดเด็กฝึกให้เป็นศิลปินที่มีคุณภาพมาแล้วมากมาย อาทิ TFBOYS, TNT (หรือที่เรียกว่า Teens in Times 时代少年团) จนได้เป็นที่ยอมรับและเป็นดั่งเป้าหมายของคนจีนรุ่นใหม่ไฟแรงได้เป็นอย่างดี ซึ่งในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา TF Entertainment ได้ปล่อยเบื้องหลังและเวทีของการเป็นเด็กฝึกรุ่นที่ 3 ออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้เห็นว่าจางเจ๋ออวี่มีความพยายามมากเพียงใดในตอนแรกของการเป็นเด็กฝึกเขาต้องพบเจอกับขีดจำกัดของตัวเองมากมาย ทั้งเรื่องการเรียนหนังสือ การปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมรุ่น ทักษะด้านการร้องเพลงหรือการเต้น จนกระทั่งมีคำพูดหนึ่งที่ตราตึงใจเหล่าแฟนคลับมาโดยตลอด “คนอื่นเขาไม่ดูหรอกครับว่าซ้อมยังไงทำยังไง เขาดูแค่ผลลัพธ์”จะเห็นได้ว่าแนวความคิดของจางเจ๋ออวี่ที่มีอายุเพียง 11-12 ปี ในตอนนั้นเป็นคนที่มองโลกแห่งความจริงอย่างไรบ้าง เขาเลือกที่จะยอมรับในความผิดพลาดและเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดฝึกซ้อม

จนกระทั่งในเวลาต่อมาจางเจ๋ออวี่ ได้ถูกยอมรับจากเพื่อนร่วมทีม ครูฝึกและคนอื่นๆ ว่าเขาเป็น “เด็กที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถที่ดีที่สุด” ผู้คนและเหล่าแฟนคลับให้การยอมรับในความสามารถและสนับสนุนเขาอย่างกว้างขวางจนได้ถูกคัดเลือกขึ้นมาเป็นอันที่ 2 เข้าร่วมโปรเจกท์ 登陆计划-TransFormProject หนึ่งในเด็กฝึกที่รอเดบิวต์มาจนถึงตอนนี้ แต่นอกจากความสามารถเรื่องของการร้องเพลงแล้ว จางเจ๋ออวี่ที่ยังหลงใหลในด้านดนตรีอย่างสุดโต่ง เพราะเขาสามารถเล่นกีตาร์ไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยมแน่นอนว่าคนรักดนตรีอย่างเขาก็เคยกล่าวไว้ในรายการหนึ่งในเรื่องของความฝันเอาไว้ว่า “ถ้าเกิดตัวผมเองไม่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินก็จะไปเป็นครูสอนกีตาร์ไฟฟ้าครับ”

เส้นทางการเป็นศิลปินของจางเจ๋ออวี่ได้เป็นแรงผลักดันให้กับผู้คนมากมาย รวมถึง “เพื่อนที่ดี”คำที่จางเจ๋ออวี่ใช้เรียกแฟนคลับของเขามาโดยตลอด จากเด็กชายวัย 10 ขวบ ที่เดินตามความฝันอย่างไม่หยุดพัก อาจไม่ใช่เพราะด้วยความสามารถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเพราะทัศนคติที่ดีงามของจางเจ๋ออวี่ตั้งแต่เด็กตัวน้อยจนถึงตอนนี้ในวัย 17 ปี ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คอยผลักดันให้เขาผ่านอุปสรรคมากมายจนทำให้มายืนอยู่ในจุดนี้ได้หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “ทำไมทัศนคติหรือความคิดของคนคนหนึ่งสามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จได้เชียวหรือ?” ทัศนคติคือความคิดหรือสิ่งที่ตนเองเชื่อซึ่งความคิดของจางเจ๋ออวี่ได้ถูกเผยแพร่ผ่านตัวตนของเขามาโดยตลอด

แต่ที่เห็นได้ชัดคือการถูกถ่ายทอดออกมาผ่านจดหมายที่เขาได้ลงมือเขียนให้กับตัวเองที่จะเดบิวต์ในปีนี้ไว้ว่า “นายในปี 2024 ยังทำสเตจออกมาเพื่อเพื่อนที่ดีให้ดีกว่าเดิมอยู่หรือเปล่า” ประโยคนี้ทำให้จางเจ๋ออวี่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่ใส่ใจแฟนๆ ของเขาได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงกับการตั้งคำถามมากมายให้กับตัวเขาเองในปี 2024 ถึงวิถีการใช้ชีวิตและพัฒนาการของตัวเอง “นายผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่เป็นเหมือนลวดหนามมาได้หรือไม่? ถ้าคำตอบคือใช่ก็ต้องขอบคุณตัวเองด้วยนะเมื่อไหร่ที่รู้สึกถึงความสุขก็ต้องรับรู้ถึงความทุกข์ไปด้วย” ทัศนคติด้านบวกที่ถูกส่งตรงมานั่นทำให้รับรู้ว่าจางเจ๋ออวี่คนนี้จะสามารถเติบโตมาเป็นศิลปินที่ดีที่สุดได้อย่างแน่นอน

การที่ผู้คนมากมายเลือกสนับสนุนจางเจ๋ออวี่มาอย่างยาวนานตลอด 7 ปีนั่น อาจเป็นเพราะพวกเขารู้สึกรักและได้เข้าใจถึงลักษณะนิสัยและความคิดของจางเจ๋ออวี่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นความเอาใจใส่ การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า การเดินตามความฝัน การรักตัวเองให้มากๆ หรือแม้แต่การรักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง เขาพูดกับทุกๆ คนเสมอว่าอยากกลับบ้านไปหาครอบครัว กลับไปหาคุณแม่ที่เขารักสุดหัวใจ จางเจ๋ออวี่พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางให้คุณแม่ของเขาได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยคำสัญญาที่ว่า “ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนเลี้ยงคุณแม่เองครับ!” เรียกได้ว่าความรักอันมากล้นของจางเจ๋ออวี่ถูกส่งไปถึงแฟนๆ ของเขาได้ด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ในปัจจุบันจางเจ๋ออวี่จะยังไม่เดบิวต์ แต่อีกภายในไม่กี่เดือนจนถึงฤดูร้อนของประเทศจีนก็จะถึงช่วงเวลาสำคัญของไฟนอลซีซั่นในการสร้างกลุ่มเดบิวต์รุ่นใหม่ประจำค่ายเพลง TF Entertainment แล้ว เพียงไม่กี่อึดใจเราก็จะได้เห็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพของจางเจ๋ออวี่ทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่อัดแน่นไปด้วยความรักและความสามารถของเขาจนถึงตอนนี้จางเจ๋ออวี่ในฐานะเด็กฝึกรุ่นที่ 3 ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ตาม หากใครได้อ่านบทความมาจนถึงบรรทัดนี้ หวังว่าจะมีโอกาสได้เป็น “เพื่อนที่ดี” คนใหม่ และเริ่มรู้จักตัวตนที่แท้จริงของจางเจ๋ออวี่มากขึ้นไปพร้อมๆ กัน สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของจางเจ๋ออวี่ได้ที่ twitter.com/zhangzeyuth เชื่อว่านอกจากพลังบวกที่จะได้รับจากเขาแล้ว ในอีกไม่ช้าพวกคุณจะหลงรักจางเจ๋ออวี่อย่างแน่นอน

‘พชร์ อานนท์’ออกโรงเดือด เจอหยามให้เลิกทำหนัง ขิงกลับไม่ว่างเถียงด้วย..งานเยอะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801552

'พชร์ อานนท์'ออกโรงเดือด เจอหยามให้เลิกทำหนัง ขิงกลับไม่ว่างเถียงด้วย..งานเยอะ

‘พชร์ อานนท์’ออกโรงเดือด เจอหยามให้เลิกทำหนัง ขิงกลับไม่ว่างเถียงด้วย..งานเยอะ

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 19.12 น.

‘พชร์ อานนท์’ออกโรงเดือด เจอหยามให้เลิกทำหนัง ขิงกลับไม่ว่างเถียงด้วย..งานเยอะ

ทำเอาผู้กำกับหนังชื่อดังอย่าง พชร์ อานนท์ ออกโรงปรี๊ดอีกแล้ว ด้วยการโพสต์ข้อความสุดเดือดผ่านอินสตาแกรม poj_arnon6565 ระบุว่า “ด่ากู หยามกู บอกให้กูเลิกทำหนัง เพราะหมดยุค แล้วเป็นยังไง ตายสนิท เอาตัวเองให้รอดก่อนนะ” และระบุแคปชั่นอีกว่า “ ตอนนี้กูไม่ว่างเถียงนะ เพราะกำลังถ่ายหนังเรื่องใหม่อยู่  3 เรื่อง วัยเป้ง 2 หมู่บ้านโคกระโหลก เวียนว่ายตายโหง เป็นโปรดิว และ ปลายปี อิต่อง ปิล็อค หลวงพี่แจ๊ส โคตรซิ่ง ทำแค่นี้ก็หมดปีแล้ว อ้อ มีหอแต๋วแตกภาคใหม่อีกเรื่อง ไม่ว่างเถียงด้วยนะ ตามกูให้ทันแล้วกัน อย่ามัวแต่หาเรื่องมานั่งด่ากู เวลามันเดินเร็วซะด้วย จบนะ ทุกเรื่องมีนายทุน ไม่ได้ออกเงินทำเองนะ บาย จากคนผู้มาก่อนกาลและไม่เคยตกยุค ”

ขณะที่โพสต์นี้ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์รัวๆ เหวี่ยงใครคะพ่อ ตกข่าวนิ , โตมากับหนังพี่พจน์ ให้บอกชื่อผู้กำกับที่นึกชื่อได้ภายใน 1 วินาที ก็ชื่อ พจน์ อานนท์นี้แหละค่ะ อยากเล่นหนังพี่พจน์มากๆแต่วาสนาหนูยังไม่ถึง , เราชื่นชมพี่พจน์มากๆค่ะเราติดตามพี่พจน์ตั้งแต่หนังสือเธอกับฉันค่ะพี่พจน์เป็นรุ่นบุกเบิกที่ทำไห้วัยรุ่นมาอ่านหนังสือแฟชั่นเลยค่ะน้องเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ , สุด สุด ไปเล้ย 

-009

ร่วมส่งกำลังใจ! ‘แหลม มอริสัน’ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ-ซีกซ้ายไม่มีแรง หามส่งไอซียูด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801478

ร่วมส่งกำลังใจ! 'แหลม มอริสัน'ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ-ซีกซ้ายไม่มีแรง หามส่งไอซียูด่วน

ร่วมส่งกำลังใจ! ‘แหลม มอริสัน’ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ-ซีกซ้ายไม่มีแรง หามส่งไอซียูด่วน

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.09 น.

27 เมษายน 2567 แฟนๆ รวมถึงเพื่อนพ้องในวงการร่วมส่งกำลังใจเมื่อกีต้าร์คิงส์เมืองไทย ‘แหลม มอริสัน’ หรือ มอริสัน นวลแจ่ม ป่วยเส้นเลือดสมองตีบ โดยแนท ณัชชา นวลแจ่ม ระบุว่า ลูกสาว ระบุว่า ต้องหามพ่อแหลมส่งโรงพยาบาลกลางดึก หลังมีอาการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ร่างกายซีกซ้ายไม่มีแรงและมีอาการชา ยังไม่สามารถช่วยตัวเองได้ เมื่อถึงโรงพยาบาล หมอได้ทำ ct scan ใช้คอมพิวเตอร์เอกเรย์สมอง พบว่ามีเส้นเลือดสมองตีบ ทำให้มีสมองสั่งงานร่างกายข้างซ้ายไม่ปกติ พบว่าไม่มีลิ่มเลือดที่บริเวณหัวใจ แต่ยังต้องอยู่ห้องไอซียู

แนท ณัชชา เปิดเผยอีกว่า หลังจากนี้คุณพ่อต้องทำกายภาพ ส่วนสาเหตุคุณหมอแจ้งว่า น่าจะเกิดจาก สภาพอากาศ การพักผ่อนน้อย อายุที่เยอะมากขึ้น มีผลให้ธาตุต่างๆ ในร่างกายต่ำลง โปแตสเซียม โซเดียม เกลือแร่ และต้องควบคุมความดันให้คงที่ปกติโดยเร็ว รวมถึงเฝ้าระวังภาวะเบาหวานที่แทรกซ้อนเข้ามาตอนนี้ด้วย

ขณะที่ นก บริพันท์ ผู้จัดการส่วนตัวของ ‘แหลม มอริสัน’ ได้ส่งกำลังใจให้กับทางครอบครัวนวลแจ่ม

ด้านเพจ ‘SEK LOSO’ ของร็อกเกอร์ชื่อดัง ‘เสก โลโซ’ ได้ร่วมส่งกำลังใจด้วยเช่นกัน โดยได้โพสต์รูป เสก-แหลม มอริสัน และ นก บริพันธ์ พร้อมกับข้อความว่า “ร่วมส่งกำลังใจให้พี่แหลม มอร์ริสันครับ…” ซึ่งมีแฟนเพลงเข้ามาร่วมอวยพรให้แหลม มอริสัน หายป่วยโดยไวและส่งกำลังใจให้ครอบครัวอย่างมากมาย

ด่วน! ‘กุ๊บกิ๊บ’ร้อนใจประกาศตามหาหลานชาย หลังหายออกจากบ้านไปพร้อมรถหรู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801466

ด่วน! 'กุ๊บกิ๊บ'ร้อนใจประกาศตามหาหลานชาย หลังหายออกจากบ้านไปพร้อมรถหรู

ด่วน! ‘กุ๊บกิ๊บ’ร้อนใจประกาศตามหาหลานชาย หลังหายออกจากบ้านไปพร้อมรถหรู

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 12.07 น.

27 เมษายน 2567 ทำเอาแฟนๆ เอาใจช่วยเมื่อคุณแม่คนสวย กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ออกมาโพสต์ประกาศตามหาหลานชาย ที่หายตัวไปไปพร้อมกับรถตู้อัลพาร์ด ซึ่งกุ๊บกิ๊บ ได้โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัว “gggubgib15” โพสต์ภาพพร้อมกับระบุว่า “รบกวนช่วยตามหาหลานให้กิ๊บหน่อยนะคะ ใครพบเห็นมีเบาะแสยังไงรบกวนช่วยติดต่อตามเบอร์นี้นะคะ น้องติวเตอร์ กราบขอบพระคุณนะคะ ฝากช่วยแชร์ด้วยนะคะ” 

ต่อมา’กุ๊บกิ๊บ’ได้โพสต์ไอจีสตอรี่เพิ่มเติมอีกว่า “น้องติวเตอร์ อายุ 19 ปี ส่วนสูง 183 ซม. หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.67 เวลา 09.36 น. ซึ่งวันที่หายไป ใส่เสื้อสีขาว กางเกงสีกากี โดยการขับรถตู้ Alphard ออกไป ปัจจุบันยังติดต่อไม่ได้ หากใครมีเบาะแสหรือพบเห็น รบกวนติดต่อกลับทางบ้านด่วนเลยนะคะ”

ปลัดมท.นำคณะล่องใต้เปิดโครงการ ‘ผ้าลายสิริวชิราภรณ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801545

ปลัดมท.นำคณะล่องใต้เปิดโครงการ  ‘ผ้าลายสิริวชิราภรณ์’

ปลัดมท.นำคณะล่องใต้เปิดโครงการ ‘ผ้าลายสิริวชิราภรณ์’

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.29 น.

ปลัดมท.นำคณะล่องใต้เปิดโครงการ ‘ผ้าลายสิริวชิราภรณ์’

ปลัด มท. นำทีมมหาดไทย 14 จังหวัดภาคใต้ สนองแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเดินหน้าโค้ชชิ่ง “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์”และงานหัตถกรรม ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มช่างทอผ้าและงานหัตถกรรม เน้นย้ำ ชิ้นงานต้องได้รับการพัฒนา “ให้ดีกว่าเก่า” และ “ดีที่สุดของโลก” ด้วย “Sustainable Fashion” เพื่อประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 67) ที่โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า กระบี่อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทผ้าและงานหัตถกรรม กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ช่างทอผ้าและงานหัตถกรรม (Coaching) ผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” และงานหัตถกรรม จุดดำเนินการที่ 1 จังหวัดกระบี่

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่กิจกรรม Coaching ผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” ถูกกำหนดจัดขึ้นครั้งแรกที่จังหวัด “กระบี่” ซึ่งเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยตามลำดับพยัญชนะ ที่จะมีอายุครบ 152 ปีการสถาปนาชื่อจังหวัดโดยล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีนี้ และถ้าสะกดชื่อจังหวัดเป็นภาษาอังกฤษ คือ KRABI “K” คือ King สะท้อนความหมายว่าเป็นจังหวัดของพระราชา และประการที่เป็นมงคลยิ่ง คือ จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างจังหวัดในการทรงประกอบพิธีเปิดศาลากลางจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดแรกในรัชกาล ภายหลังเสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ และยังเป็นจังหวัดที่มีวัดมหาธาตุวชิรมงคล (วัดบางโทง) เป็นวัดเนื่องในรัชกาลอีกด้วย

“งานหัตถศิลป์หัตถกรรมไทย ตลอดจนถึงอาหาร ประเพณี วัฒนธรรม เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความเป็นอัตลักษณ์ของประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่ง UNESCO ยกย่องว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าต่อมวลมนุษยชาติอย่างหาที่สุดไม่ได้ และได้มีการพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในทุกปี ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่จับต้องไม่ได้ นั่นคือ “ภูมิปัญญา” แต่สิ่งที่จับต้องได้ คือ ชิ้นงานที่เราสามารถแปลงเป็นรูปธรรมให้หลากหลาย เป็นที่ถูกอกถูกใจประชาชนผู้บริโภคได้ ดังพระราชดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ด้วยการส่งเสริมและกระตุ้นผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส ซึ่งนับตั้งแต่พระองค์พระราชทานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการจำหน่ายผ้าทั้งประเทศแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท โดยข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอผู้เปรียบเสมือนนายกรัฐมนตรีของพื้นที่ เป็นผู้นำที่มีความสำคัญที่สุด ที่ต้องมี passion มีความเชื่อมั่น (believe) งานจึงจะสนุกสนานและยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชดำริการส่งเสริมผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่ง “ผ้าไทย” มีนัยสำคัญว่า เป็นผ้าที่คนไทยรับ Knowhow มาจากบรรพบุรุษ และสามารถสร้างสรรค์ต่อยอดทำขึ้นมาเองได้ ทั้งผ้าบาติก ผ้ายกดอก ผ้ามัดหมี่ ผ้าแพรวา ผ้าปัก กระเป๋าตะกร้าย่านลิเภา ใยกัญชง งานจักสานต่าง ๆ โดยพระองค์ท่านได้พระราชทานแนวพระดำริในเรื่องของความยั่งยืนของงานหัตถศิลป์หัตถกรรมไทยไว้ว่า “ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ปู่ ย่า ตา ยาย ต้องถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่” ซึ่งครอบครัวน้องลูกหม่อน อายุ 9 ขวบ ชาวอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นตัวอย่างของการน้อมนำพระดำริดังกล่าวถ่ายทอดภูมิปัญญาทอผ้าสู่รุ่นหลาน จึงเป็นหน้าที่ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนับเนื่องแต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ พัฒนาการ พัฒนากร ต้องขยันลงไปในพื้นที่ ไปพบปะพูดคุยสื่อสาร เอาใจใส่ คลุกคลีตีโมง ผลักดันช่วยเหลือ เพราะพวกเราคือผู้เป็นศูนย์รวมความรัก ความปรารถนาดีของพระองค์ท่าน ที่ต้องช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้พี่น้องผู้ประกอบการมีความขยันฝึกปรือฝีมือในการผลิตชิ้นงานให้ดี เพื่อทำให้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่เพิ่มพูน ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

“พระองค์ท่านทรงมีความห่วงใยชาวปักษ์ใต้มากเป็นพิเศษ เพราะสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานให้ นอกจากเป็นอาวุธลับที่ทำให้พวกเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ “ผ้าไทย” จากเดิมไปถึงทางตันแล้ว แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ท่านทรงชี้ทางสว่างให้พวกเราว่า “ผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกยุคสมัย ถ้าเรารู้จักออกแบบลวดลาย รู้จักใช้สี รู้จักรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการผลิตชิ้นงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รู้จักในการตัดเย็บเสื้อผ้า รู้จักในการถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวอัตลักษณ์ (Story Telling) ให้คนรู้จักที่มาที่ไปของผ้าและผลิตภัณฑ์ และต้องมีการ matching วัตถุดิบ ทั้งผ้าไหมดี ๆ ผ้าฝ้ายดี ๆ ถ้าเราสามารถทำให้พี่น้องภาคใต้อุดหนุนผลิตภัณฑ์จากจังหวัดต่าง ๆ มาพัฒนา เช่น ไหม นครราชสีมา คราม สกลนคร ก็จะทำให้เกิดการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ในประเทศ เม็ดเงินก็จะหมุนเวียนเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ทั้งนี้ หากเราเชื่อและนำไปปรับปรุงพัฒนาศักยภาพตนเอง ชีวิตก็จะดีขึ้น ต้องยึดคติที่ว่า “เกิดเป็นคนต้องเปิดใจให้กว้าง” รับสิ่งใหม่เข้ามาใช้กับชิ้นงานตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความงดงามทางศิลปะและทางอารมณ์ เฉกเช่น ลายสิริวชิราภรณ์ เราก็สามารถหยิบเลือกเอาบางลวดลายในลายดังกล่าว มาผสมผสานกับลายอัตลักษณ์ดั้งเดิมของเราก็ได้ เพื่อให้เกิดลวดลายใหม่ ๆ เพราะเดิมเรามีแต่ผ้าไทยลวดลายตายตัว ไม่มีลวดลายใหม่ ไม่มีชิ้นงานใหม่ ๆ เมื่อมันเดิม ๆ ขายไปก็ไม่มีใครซื้อ งานแฟชั่นต้องมีของใหม่ ๆ ต้องมีของแปลก ๆ มาจำหน่าย เปลี่ยนแปลงปรับปรุง หลากหลายสี หลายหลายลวดลาย หลากหลายขนาด เพราะธรรมชาติของคนมักจะชอบของใหม่ ๆ ของแปลกตา ที่ยังไม่มี จึงขอให้มั่นใจและพัฒนาตนเองต่อไป” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท้ายที่สุด สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นกำลังใจให้กับพวกเรา คือ ต้องมีการประกวดประขัน ที่จะเป็นเครื่องกระตุ้น (catalyze) เพื่อให้ได้ชิ้นงานดี ๆ เพราะพระองค์ท่านทรงอยากเห็นเรารีดเค้นเอาสิ่งที่อยู่ในสมองของเราออกมาเต็มที่ ด้วยการทุ่มเท ใส่ใจ ออกแบบชิ้นงานให้ประณีตงดงาม พิถีพิถันจนเป็นนิสัย ซึ่งจะทำให้เราได้มีชิ้นงานที่เป็นเลิศ แล้วฝีมือก็จะดีขึ้น ๆ จนทำให้ชิ้นงานเป็นที่ต้องการของตลาด ของผู้บริโภค อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้มีการประกวด 2 รายการ คือ 1) การประกวดสุดยอดผ้าจังหวัด โดยสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดร่วมกับทุกจังหวัด โดยสามารถส่งผ้าเข้าประกวดภายในวันที่ 10 พ.ค. 67 ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ซึ่งผืนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของแต่ละจังหวัด จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 และ 2) การประกวดผ้าลายสิริวชิราภรณ์และงานหัตถกรรม รับสมัครระหว่าง 1 มิ.ย. – 15 ส.ค. 67 ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ 878 อำเภอ และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ

ซ้อมคิว’มหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย ครั้งที่ 13′ เตรียมต้อนรับร้อง ม.1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801567

ซ้อมคิว'มหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย ครั้งที่ 13' เตรียมต้อนรับร้อง ม.1

ซ้อมคิว’มหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย ครั้งที่ 13′ เตรียมต้อนรับร้อง ม.1

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 22.13 น.

 ซ้อมคิว“มหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย ครั้งที่ 13”เตรียมต้อนรับร้อง ม.1  sk148 เปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

27 เมษายน 2567 ที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถนนตรีเพชร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายพลบอย พล.อ.ประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ ประธานจัดงาน”มหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบ“ครั้งที่ 13 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 16 พ.ค.เปิดเทอมวันแรกปีการศึกษา 2567  ควง นายกาญจน์ ตระกูลธรรม ประธานรุ่น 97 และ นายพิษณุ สุวรรณะชฎ อดีตเอกอัคราชทูต ณ กรุงลอนดอน นัดเพื่อนร่วมรุ่น osk97 มาซักซ้อมคิวการจัดงานฯ โดยมีออร์แกนไนซ์ที่มาช่วยดูแลคิว พิธีการ ตลอดจนการตั้งขบวน เดินแถวอย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันจริง เพื่อให้การต้อนรับน้องๆ ม.1 ที่ก้าวเท้าเข้ามาเรียนโรงเรียนแห่งนี้เป็นวันแรกโดยพี่ๆ osk 97 เป็นตัวแทนรับน้อง จะได้มีโอกาสย้อนรำลึกวันแรกในชีวิตวัยเด็กของตนเองด้วยการแต่งชุดนักเรียน ปักอกเสื้อ ส.ก. เมื่อ 50 ปีก่อนอีกครั้ง

ซึ่งในวันนี้ได้ทำการซักซ้อมเสมือนจริง บางคนแต่งชุดนักเรียนครบหมด บางคนยังขาด หารองเท้านักเรียนไม่ได้ก็ใส่รองเท้าอื่นแทน ถุงเท้าขาวไม่มีก็ใส่ถุงเท้าดำแทนไปก่อน รับปากว่าวันจริงจะแก้ไขมาให้ถูกต้องตามระเบียบเนื่องจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว วัย 62-64 ปี แล้ว แต่ละคนไม่ประมาทพกน้ำดื่มติดตัวไว้จิบตลอดเวลาบรรเทากระหายคลายร้อนป้องกันฮีทสโตรก ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับ งานมหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบฯ  นี้ ศิษย์เก่าฯ รุ่น 81 นำโดย พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์ ผู้เป็นประธานรุ่น ได้ริเริ่มจัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2555 สืบเนื่องมาจากเป็นปีที่ครบรอบการเป็นนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยครบ 50 ปี นับแต่ปี พ.ศ 2505 เป็นต้นมาของศิษย์เก่ารุ่นที่ 81 จึงได้คิดกันในหมู่เพื่อนร่วมรุ่นว่า สมควรที่จะมีการจัดงานรุ่นรำลึกครบรอบการที่ได้รู้จักและคบกันมาถึง 50 ปี กับการเป็นนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘นายแพร้ว อู่ทรัพย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801555

'เฉลิมชัย ศรีอ่อน' ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ 'นายแพร้ว อู่ทรัพย์'

‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘นายแพร้ว อู่ทรัพย์’

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 19.38 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายแพร้ว อู่ทรัพย์

27 เม.ย.2567 ที่วัดพรหมวงศาราม เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายแพร้ว อู่ทรัพย์ บิดานายพยุงศักดิ์ อู่ทรัพย์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีแขกผู้มีเกียรติในแวดวงการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชนเข้าร่วมพิธีฯ เป็นจำนวนมาก 

โดยประธานในพิธีได้ทอดผ้าไตรบังสุกุล จุดเพลิงหลวงพระราชทานเพลิงศพ ต่อจากนั้นพระสงฆ์ ข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ และประชาชนได้ร่วมวางดอกไม้จันทน์ 

สำหรับนายแพร้ว อู่ทรัพย์ บิดาของ นายพยุงศักดิ์ อู่ทรัพย์ ได้ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 สิริรวมอายุ 102 ปี โดยตลอดชีวิตของนายแพร้ว ได้ปฏิบัติตนตามแบบอย่างของผู้มีศีลธรรมและจริยธรรม ดำเนินการช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง อบรมสั่งสอนบุตรธิดาและลูกหลานให้เป็นพลเมืองดีของประเทศ รวมทั้ง ยังสร้างคุณูปการให้กับชาวบ้านในพื้นที่เสมอมา

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2781399

อานันท์ ปันยารชุน มอบ 4,000,000 บาท สนับสนุนโครงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจไทรคัส

28 เม.ย. 2567 05:01 น.

อานันท์ ปันยารชุน มอบ 4,000,000 บาท สนับสนุนโครงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจไทรคัส

บริจาคเพื่อภริยา  –  อานันท์ ปันยารชุน มอบเงิน 4,000,000 บาท ให้ ศ.นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ สนับสนุนโครงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจไทรคัสปิดแบบสวน เพื่อ ม.ร.ว.สดศรี ปันยารชุน โดยมี นันดา ไกรฤกษ์ และ ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ มาร่วมมอบด้วย ที่คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี วันก่อน.

คำนินทาไม่ได้ทำให้คนดีกลายเป็นคนเลว หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2567

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ให้การต้อนรับและร่วมหารือข้อราชการกับ เชค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่ทำเนียบรัฐบาล…โดย นายกฯเศรษฐา และ นายกฯฮาซีนา ได้ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลงร่วมกัน จำนวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย หนังสือประกาศเจตนารมณ์เริ่มการเจรจาจัดทำความตกลง การค้าเสรีไทย–บังกลาเทศ ระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ ของไทยและบังกลาเทศ ความตกลงว่าด้วยการ ยกเว้นการตรวจลงตรา สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการระหว่าง ราชอาณา จักรไทย กับ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ ด้านพลังงาน ระหว่าง กระทรวงพลังงาน ของไทย กับ กระทรวงไฟฟ้า พลังงานและทรัพยากรแร่ บังกลาเทศ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ ด้านการท่องเที่ยว ระหว่าง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ของไทย กับ กระทรวงการบินพลเรือนและการท่องเที่ยว ของบังกลาเทศ และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือและความช่วยเหลือทาง ศุลกากร ระหว่าง กรมศุลกากร ของไทย กับ ศุลกากร ของบังกลาเทศ …ทั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ระบุถึงการมาเยือนของ นายกฯ บังกลาเทศ ว่า เป็นตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันและมีความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในหลายๆด้าน ทั้งการค้า การเกษตร การท่องเที่ยว และยินดีที่ ไทยและบังกลาเทศ ให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่การบรรลุ ความตกลงการค้าเสรีไทย–บังกลาเทศ โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นการช่วยเร่งกระบวนการเจรจา รวมทั้งความร่วมมือภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขา ทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมในปลายปีนี้ และบังกลาเทศจะเป็นประธานคนต่อไป โดย BIMSTEC ถือเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
วันวิวาห์  –  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี มาร่วมในงานฉลองสมรสพระราชทาน ระหว่าง ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง บุตรี ศ.เสี่ยวตง เจิ้ง–ศ.เหม่จื้อ หวง กับ ดร.วรดิศ บุตร ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล–อัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา ที่ห้องรอยัล บอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
ผู้ถือหุ้น  –  ดร.วรวิทย์ วีรบวรพงศ์ จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 โดยมี ดร.พัชรา วีรบวรพงศ์, ศุภชัย วีรบวรพงศ์, พัชราวดี วีรบวรพงศ์, วิโรจน์ คลังบุญครอง, หาญ เชี่ยวชาญ และ สุดจิต ทิวารี มาร่วมประชุมด้วย ที่บริษัทสยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด วันก่อน.
  • นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐา ยังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า บังกลาเทศ เป็นประเทศที่มีประชากรมากถึง 170 ล้านคน เป็นอันดับ 8 และมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อันดับที่ 35 ของโลก ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมาไทยประมาณ 140,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มที่มารับบริการ ทางการแพทย์ คาดว่าสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท ดังนั้น การมาเยือนประเทศไทยของ นายกฯบังกลาเทศ ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองประเทศจะได้พัฒนาความร่วมมือทั้งใน ด้านการค้าการลงทุน และความเชื่อมโยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิด เส้นทางเดินเรือระหว่างท่าเรือจิตตะกอง–ท่าเรือระนอง รวมถึง Medical Tourism และความสัมพันธ์ระดับประชาชน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น…งานนี้สะท้อนชัด แม้ช่วงนี้ นายกฯเศรษฐา ไม่ได้เดินสายไปต่างประเทศ แต่ก็ยังสวมบท เซลส์แมนประเทศไทย หาลู่ทางทำเงินเข้าประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบไม่หยุดยั้ง
ดีใจด้วย  –  พญ.อรยา กว้างสุขสถิตย์ มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ พญ.ปรียา กุลละวณิชย์ ในโอกาสได้รับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลปูชนียาจารย์อายุรแพทย์ โดยมี นพ.ปุณวิศ สุทธิกุลณเศรษฐ์ และ พญ.เบ็ญจ์สชีว์ ปัทมดิลก มาร่วมปลื้มด้วย ที่สถาบันโรคผิวหนัง วันก่อน.
โฉมใหม่  –  ณัฐธีรา บุญศรี จัดงานฉลองโฉมใหม่เฟสแรก “Luxe Galerie” แฟชั่นเดสติเนชันแห่งล่าสุดของไทย โดยมี สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล, ญนน์ โภคทรัพย์, ยุวดี จิราธิวัฒน์, สิริเกศ จิรกิติ และ สุทธิภัค จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.
  • อืม…แม้เป็นพรรคการเมืองเล็กๆ แต่ก็ยังเดินหน้าบนเส้นทางการเมืองแบบไม่หวั่นไหว วันก่อน สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ที่โรงแรมแคนทารี จ.นครราชสีมา โดยมีแกนนำพรรคและกรรมการบริหารพรรค อาทิ เทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค วัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค ประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคเข้าร่วมกว่า 300 คน โดย อดีตรองนายกฯสุวัจน์ ระบุภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญ คือได้แจ้งสมาชิกพรรคว่าพรรคสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล โดย หัวหน้าเทวัญ ได้ไปช่วยงานในตำแหน่งที่ปรึกษานายก รัฐมนตรี วัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค ไปช่วยงานตำแหน่งผู้ช่วย รมต.สาธารณสุข พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการแก้ไขน้ำประปาขาดแคลนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยรัฐบาล ให้งบฯมา 1,900 ล้านบาท และการเปิด มอเตอร์เวย์ ที่เป็นผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนภาคอีสาน…อดีตรองนายกฯสุวัจน์ ยังสำทับด้วยว่า ที่ประชุมใหญ่พรรคมีมติให้เปลี่ยนชื่อพรรคกลับมาใช้ชื่อเดิมคือ พรรคชาติพัฒนา โดยจะแก้ไขข้อบังคับและจดแจ้งต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อไป ทั้งนี้เมื่อกลับมาใช้ชื่อ พรรคชาติพัฒนา เหมือนเดิม จะช่วยสร้างขวัญกำลังใจ รู้สึกว่าดีขึ้น มั่นใจขึ้น โดยทางพรรคจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าร่วมและเติบโตไปกับพรรคพร้อมความคิดใหม่ๆ เพื่อช่วยปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้น…งานนี้เตรียมใช้สโลแกนขลังๆ “โคราช ชาติพัฒนา” สู้ศึกเลือกตั้งรอบหน้าได้เลย
พบคนดัง  –  อีลีน ลอน และ ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม ชวนลูกค้าผู้โชคดีร่วมกิจกรรมเปิดตัวนํ้าหอม CK ETERNITY AROMATIC ESSENCE กับสองนักแสดงคู่ดูโอชื่อดัง พฤกษ์ พานิช และ ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ โดยมี ปลื้มมนัส พันธุ์ฤทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่ EVEANDBOY เมกาบางนา วันก่อน.
ชื่นมื่น  –  ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ประธานนักศึกษาหลักสูตรสื่อสุขภาพ รุ่นที่ 2 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นัดเพื่อนร่วมรุ่นมาพบปะสังสรรค์ โดยมี พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ, พล.ท.ดร.พิเชษฐ คงศรี, ไชยรัตน์ อุดมกิจปัญญา และ จิรพร ภูธนกิจ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
  • หนังสือวางแผง…ต่วย’ตูน พิเศษ จอมโจรหัวใสแห่งไอยคุปต์…ต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีน ของเล่นตามมีตามเกิด โดย สุขุม นวลสกุล
  • สังคมทั่วไป…ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “วันรณรงค์โรคหืดและภูมิแพ้สำหรับประชาชน” ภายใต้การสนับสนุนของ สมาพันธ์โรคหืด องค์การอนามัยโลก ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 28 เม.ย. 09.00 น.
  • อภิชย์ รักไพฑูรย์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น เชิญสมาชิกสมาคมฯร่วมประชุมใหญ่ประจำปีและเลือกตั้งนายกสมาคมพร้อมคณะกรรมการบริหาร ที่ห้องบอลรูม โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิท 18 วันที่ 28 เม.ย. ตั้งแต่ 12.00 น.
  • ฌาปนกิจศพ ศักดิ์ดา นพเกตุ วัดมกุฏกษัตริยาราม 28 เม.ย. 17.00 น. 
  • ฌาปนกิจศพ สุริยน ภูชำนิ อดีตครูโรงเรียนสาธิตรามคำแหง วัดบำเพ็ญเหนือ มีนบุรี 28 เม.ย. 17.00 น. 

“ธนูเทพ”

อิรักผ่านกฎหมายจำคุกสูงสุด 15 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781531

อิรักผ่านกฎหมายจำคุกสูงสุด 15 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน

28 เม.ย. 2567 08:24 น.

อิรักผ่านกฎหมายจำคุกสูงสุด 15 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน

รัฐสภาอิรักผ่านกฎหมายลงโทษความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี โดยระบุว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อธำรงคุณค่าทางศาสนา

รัฐสภาอิรักผ่านกฎหมายลงโทษความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี โดยระบุว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อธำรงคุณค่าทางศาสนา แต่กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิชี้ว่าเป็นการโจมตีกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในอิรักครั้งล่าสุด

ข้อมูลในสำเนากฎหมายระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสังคมอิรักจากความเสื่อมทรามทางศีลธรรม และจากพฤติกรรมรักร่วมเพศที่เข้ามาครอบงำโลก

กฎหมายฉบับนี้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองมุสลิมอนุรักษนิยมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภาอิรักที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม โดย “กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการค้าประเวณีและการรักร่วมเพศ” สั่งห้ามความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน โดยกำหนดโทษจำคุกอย่างน้อย 10 ปี และสูงสุด 15 ปี และกำหนดโทษจำคุกอย่างน้อยเจ็ดปีสำหรับบุคคลใดก็ตามที่ส่งเสริมการรักร่วมเพศหรือการค้าประเวณี นอกจากนี้ ยังมีกำหนดโทษจำคุกระหว่าง 1-3 ปี สำหรับใครก็ตามที่เปลี่ยน “เพศกำเนิด” หรือจงใจแต่งกายคล้ายผู้หญิง

ในช่วงแรก กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดโทษประหารชีวิตสำหรับพฤติกรรมของคนเพศเดียวกัน แต่ได้รับการแก้ไขก่อนที่จะผ่านการพิจารณา ภายหลังการต่อต้านอย่างรุนแรงจากสหรัฐฯ และชาติในยุโรป

จนกระทั่งวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 เม.ย.) อิรักไม่ได้กำหนดความผิดทางอาญาต่อกิจกรรมทางเพศของคนรักร่วมเพศอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีการใช้มาตราศีลธรรมที่กำหนดไว้อย่างหลวมๆ ในประมวลกฎหมายอาญา เพื่อกำหนดเป้าหมายกลุ่มคนรักร่วมเพศ ขณะที่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ถูกสังหารโดยกลุ่มติดอาวุธและบุคคลหลายครั้ง

ราชา ยูเนส รองผู้อำนวยการโครงการสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ของฮิวแมน ไรท์ วอตช์ กล่าวว่า “การที่รัฐสภาอิรักผ่านกฎหมายต่อต้านกลุ่ม LGBTQ ถือเป็นการรับรองการละเมิดสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ที่น่าตกใจของอิรัก และส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน”

ในปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองใหญ่ๆ ของอิรักได้วิพากษ์วิจารณ์สิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น โดยกลุ่มมุสลิมนิกายชีอะห์อนุรักษนิยมและฝ่ายค้านมักเผาทำลายธงสีรุ้งในการประท้วงเมื่อปีที่แล้ว

ตามข้อมูลของ Our World in Data เว็บไซต์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่า มากกว่า 60 ประเทศมีกฎหมายลงโทษพฤติกรรมทางเพศของกลุ่มคนรักร่วมเพศ ในขณะที่พฤติกรรมรักร่วมเพศถือเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในกว่า 130 ประเทศ.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

พายุทอร์นาโดถล่มเมืองกวางโจว คร่าชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 33 (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781528

พายุทอร์นาโดถล่มเมืองกวางโจว คร่าชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 33 (ชมคลิป)

28 เม.ย. 2567 07:34 น.

พายุทอร์นาโดถล่มเมืองกวางโจว คร่าชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 33 (ชมคลิป)

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ และบาดเจ็บ 33 ราย จากพายุทอร์นาโดที่พัดถล่มเมืองกวางโจวเมื่อวันเสาร์

สื่อทางการจีนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ และบาดเจ็บ 33 รายจากพายุทอร์นาโดที่พัดถล่มเมืองกวางโจว เมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ทางตอนใต้ของจีน 

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เจ้าหน้าที่กล่าวว่าอาคารโรงงาน 141 หลังได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีบ้านที่อยู่อาศัยพังเสียหาย การประเมินเบื้องต้นระบุว่าพายุทอร์นาโดมีความรุนแรงระดับ 3 จากระดับสูงสุดที่ระดับ 5 

สถานีตรวจอากาศในหมู่บ้านเหลียงเทียน เขตไป่หยุน ห่างจากจุดที่เกิดพายุทอร์นาโดประมาณ 4.3 กิโลเมตร มีลมกระโชกแรงสูงสุด 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยภารกิจการค้นหาและช่วยเหลือสิ้นสุดลงเมื่อเวลา 22.00 น. เวลาท้องถิ่น 

พายุทอร์นาโดลูกนี้เกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ซึ่งพัดถล่มทางตอนใต้ของจีน ทำให้เกิดน้ำท่วมร้ายแรง และคุกคามชีวิตผู้คนหลายสิบล้านชีวิต ในขณะที่หน่วยกู้ภัยเร่งอพยพประชาชนที่ติดอยู่ในกระแสน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทางภาคใต้ของจีน ซึ่งมีประชากร 127 ล้านคน ต้องเผชิญกับน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 110,000 คนต้องอพยพ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อรัฐบาลจีนรายงานว่าน้ำท่วมได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 4 คนในมณฑลกวางตุ้ง

ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตของจีน และเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ โดยสถานีตรวจอากาศ 4 แห่งในมณฑลกวางตุ้งสามารถบันทึกปริมาณฝนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเมษายน โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาจีนแจ้งเตือนฝนตกหนักและพายุรุนแรงที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนนี้ 

ตามปกติแล้ว บริเวณลุ่มแม่น้ำเพิร์ลอาจมีน้ำท่วมทุกปีตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน แต่พื้นที่ดังกล่าวต้องเผชิญกับพายุฝนที่รุนแรงและน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้สภาพอากาศเลวร้ายมีความรุนแรงขึ้นและบ่อยขึ้น

แม้ว่าพายุทอร์นาโดจะไม่เกิดขึ้นบ่อยนักในจีนเหมือนกับในสหรัฐฯ แต่ก็เกิดขึ้นเป็นระยะๆ บทความทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อปี 2558 พบว่าจีนมีพายุทอร์นาโดโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 100 ลูกต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากพายุทอร์นาโดในประเทศอย่างน้อย 1,772 รายในช่วง 50 ปีนับตั้งแต่ปี 2504.

ที่มา CNN

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign