Health News : พัฒนาหุ่นยนต์ส่องกล้องหลอดลมวินิจฉัยมะเร็งปอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801511

Health News : พัฒนาหุ่นยนต์ส่องกล้องหลอดลมวินิจฉัยมะเร็งปอด

Health News : พัฒนาหุ่นยนต์ส่องกล้องหลอดลมวินิจฉัยมะเร็งปอด

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรคมะเร็งปอดจะเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตผู้คนในสหรัฐฯ อย่างน้อยปีละ 125,000 คน ในปีนี้ การวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการมะเร็งปอดได้เร็วจะสามารถรักษาชีวิตผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะในคนไข้ที่ตรวจพบสัญญาณว่าจะเป็นมะเร็งปอด เช่น พบก้อนเนื้อทึบในปอด ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถตัดชิ้นเนื้อไปส่งตรวจทางพยาธิวิทยาต่อไป

ขณะนี้ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ซัตเตอร์ เฮลส์ มิลส์ เพนนิซูลา ในเมืองเบอร์ลิงเกมรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ได้ผู้ช่วยที่จะเข้ามาช่วยตรวจคัดกรองและวินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น นั่นคือหุ่นยนต์ส่องกล้องหลอดลมรุ่นใหม่ ที่ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจภายในปอดได้อย่างแม่นยำผ่านแผนที่เสมือนจริงที่ได้จากการทำทีซีสแกน ทำให้แพทย์มองเห็นสภาพภายในปอดได้แบบสมจริงและแม่นยำ

แพทย์ระบบทางเดินหายใจที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ซัตเตอร์ เฮลส์ มิลส์ เพนนิซูลาเชื่อว่าความสามารถของหุ่นยนต์ส่องกล้องหลอดลมในการพบก้อนเนื้อทึบในปอด และนำชิ้นเนื้อไปส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ในคราวเดียวกัน จะช่วยลดความเครียดและวิตกกังวลของผู้ป่วยได้อย่างมาก ชิ้นเนื้อทึบบางชิ้นมีขนาดเล็กเกินไป ยากที่จะนำมาตรวจทางพยาธิวิทยาได้แต่จากการช่วยเหลือของหุ่นยนต์ส่องกล้องหลอดลม แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยอาการของโรคได้อย่างทันท่วงที และให้การรักษาอย่างรวดเร็วและตรงจุด นอกจากนี้ การใช้หุ่นยนต์ส่องกล้องหลอดลมตรวจปอด ยังมีข้อดีตรงที่สามารถกำหนดขอบเขตในการตรวจได้ชัดเจน ไม่สร้างความเสียหายให้ปอดหรือทำให้เกิดภาวะปอดแตกซึ่งอันตรายมากสำหรับคนไข้

แหวกฟ้าหาฝัน : Cuno Amiet in All Saints Museum Schaffhausen

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801502

แหวกฟ้าหาฝัน : Cuno Amiet in All Saints Museum Schaffhausen

แหวกฟ้าหาฝัน : Cuno Amiet in All Saints Museum Schaffhausen

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Flowering Time detail 1

ใน All Saints Museum มีผลงานของศิลปินชาวสวิสผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงทางด้านการใช้สีอยู่เป็นจำนวนมากนั่นคือ Cuno Amiet เขาเกิดวันที่ 28 มีนาคม 1868 ใน Solothurn เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสวิสในครอบครัวของ Josef Ignaz Amiet ผู้ปกครองมณฑล เขาเข้าศึกษาการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมจาก Frank Buchser จิตรกรชาวสวิสที่มีชื่อเสียงในการวาดภาพเหมือนของคหบดีชาวอเมริกัน หลังจากนั้นเขาเข้าเรียนที่ Academy of Fine Arts เมืองมิวนิคในปี 1886-88 ในช่วงเวลาเดียวกันกับ Giovanni Giacometti หลังจากนั้นทั้งสองได้เดินทางไปเรียนต่อที่ปารีสด้วยกันโดย Amiet เข้าเรียนที่Academie Julian

แม้เขาจะมีเศรษฐานะดีและเข้าเรียนที่สถาบันยอดนิยมในสมัยนั้น แต่เขากลับไม่พอใจกับการเรียนในห้องเรียน เขาเลยย้ายไปร่วมกับPont-Aven School หรือชุมชนที่อยู่แถว Aven แคว้น Brittany ฝรั่งเศสเพื่อเรียนกับผู้นำกลุ่ม Post Impressionism อาทิ Emile Bernardชาวฝรั่งเศส, Paul Serusier ชาวฝรั่งเศส,Roderic O’Conor ชาวไอริชและ Armand Seguin อีกทั้งยังได้รับแรงบันดาลใจจาก Paul Cezanneชาวฝรั่งเศสจนทำให้เขาชื่นชอบที่จะใช้สีบริสุทธิ์เป็นตัวกลางในการสร้างสรรค์งาน แต่หลังจากปี 1893 เขาเริ่มเงินหมดและต้องเดินทางกลับสวิส เขาจึงเปิดห้องภาพที่ Hellsauเมืองเล็กๆ ใกล้กรุงเบิร์น และได้มีโอกาสจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่ Kunsthalle Baselในปี 1894 แต่ไม่ได้รับการตอบรับมากนัก

Field with Popies and Cornflowers 1929

ตลอดทศวรรษที่ 1890 เขาได้ร่วมมือกับ Giacometti เพื่อนสนิทที่ร่วมเรียนกันมาแต่เด็กแต่กลับขายผลงานได้น้อยมากจนในปี 1898 ที่เขาวาดภาพเหมือนของ Ferdinand Hodler ศิลปินสวิสชื่อดังที่กลายเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของเขาจนเริ่มมีเศรษฐานะดีขึ้น ปี 1898 เขาแต่งงานกับ Anna Luder von Hellsau และย้ายไปอยู่ Oschwand โดยในช่วงแรกเขาเช่าบ้านอยู่ก่อนจะสามารถซื้อกระท่อมชาวนาได้ในปี 1913 ที่ซึ่งกลายเป็นสถานที่พบปะกับนักเขียนอีกหลายคน อาทิ Wilhelm Worringer,Adolf Frey, Hermann Hesse รวมทั้งเป็นที่สอนลูกศิษย์อีกหลายคน อาทิ Werner Miller, Marta Worringer เป็นต้น นับจากทศวรรษที่ 1900 เขาเริ่มมีโอกาสเข้าร่วมในการแข่งขันและจัดนิทรรศการทั่วทั้งยุโรปจนได้เหรียญรางวัลใน Exposition Universelle ในปี 1899 อันส่งผลให้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงและขายผลงานได้มากมาย ปี 1906 เขาได้รับคำแนะนำจาก Erich Heckel ให้เข้ารับกับกลุ่มDie Brucke ซึ่งเป็นศิลปินแนว Expressionismเขากลายเป็นผู้นำของศิลปินสวิสหลังการเสียชีวิตของ Ferdinand Hodler ในปี 1918

ในช่วงต้นของชีวิต แม้เขาจะเป็นศิลปินแนว Expressionism แต่เขากลับใช้สีที่กลมกลืนตามอย่างแนวทางศิลปะฝรั่งเศสดั้งเดิมค่อนไปทาง Impressionism เพื่อเน้นการตกแต่ง แต่ในช่วงท้ายๆ หลังทศวรรษที่ 1940เขากลับเน้นงานแนว Abstract แต่ยังคงใช้สีที่อ่อนโยนแบบ Pastel เช่นเดิม เขาเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและอายุยืนถึง 93 ปี ส่งผลให้เขามีผลงานมากถึงกว่า4 พันชิ้น แม้ผลงานมากถึง 50 ชิ้นจะถูกไฟไหม้ไปแล้วในปี 1931 ก็ตาม ความที่เขาชื่นชอบการวาดภาพเหมือนมากทำให้เขามีผลงานภาพเหมือนมากถึงพันกว่าชิ้น เขายังเป็นกรรมการของ Gottfried Keller Foundation และKunstmuseum Bern อีกทั้งยังได้รับรางวัลจาก University of Berne ในปี 1919 อีกต่างหากด้วย

Flowering Time 1926

Flowering Time detail2

Girl in the Garden 1922

Two Women with A Child in the Garden 1911

WaldlandschaftII 1919

Waldlandschaft II detail

ป.ป.ช. จัดใหญ่ ซีชั่น 2 ‘ฉายหนังกลางแปลง’ ปลุกจิตสำนึกผลกระทบการทุจริตคอรัปชัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801558

ป.ป.ช. จัดใหญ่ ซีชั่น 2 ‘ฉายหนังกลางแปลง’ ปลุกจิตสำนึกผลกระทบการทุจริตคอรัปชัน

ป.ป.ช. จัดใหญ่ ซีชั่น 2 ‘ฉายหนังกลางแปลง’ ปลุกจิตสำนึกผลกระทบการทุจริตคอรัปชัน

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 20.01 น.

​สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ปลุกจิตสำนึกผลกระทบการทุจริตคอร์รัปชัน ฉายภาพยนตร์กลางแปลงปี 2 เรื่อง “DUO MAN คู่แสบวายป่วง” หวังให้สังคมกล้าที่จะออกมาเป็นพยาน และสร้างการรับรู้ผลกระทบการทุจริตในรูปแบบภาพยนตร์

​นายมงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาการคอร์รัปชัน การทุจริต ถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆทั่วโลก ไม่ว่า จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือประเทศที่ด้อยพัฒนา และกลายมาเป็นปัญหาที่มี ความสําคัญที่สุดปัญหาหนึ่งของหลายประเทศ ไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป อีกทั้งยังทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าหลายประเทศได้ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย มีระบบการ บริหารราชการสมัยใหม่มีการรณรงค์จากองค์กรของรัฐหรือองค์กรอิสระต่างๆ ที่ต่างเห็นพ้องกันว่าการคอร์รัปชั่นและการการทุจริตเป็นปัญหาที่ นําไปสู่ความยากจน และเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาอย่างแท้จริง สําหรับประเทศไทยนั้น เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าปัญหาเรื่องการคอร์รัปชันเป็นปัญหา สําคัญลําดับต้นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาช้า นานจนฝังรากลึกและพบเกือบทุกกลุ่มอาชีพในสังคมไทย การจัดโครงการภาพยนตร์กลางแปลงและออนไลน์ปลุกจิตสำนึกเรื่องราวผลกระทบการทุจริตคอร์รัปชัน ปี 2 เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อร่วมกระตุ้น ปลุกจิตสำนึกให้ ประชาชน คนรุ่นใหม่ กลุ่มคนรากหญ้า ให้ ตระหนักถึงผลกระทบของการทุจริต คอร์รัปชั่นถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์

​นายเกษมสันต์  วีระกุล คณะอนุกรรมการสื่อสารองค์กรเพื่อต่อต้านการทุจริตและนายพิพัฒน์ พึ่งพาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรสำนักงาน ป.ป.ช. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ฉายภาพยนตร์กลางแปลง เรื่อง “DUO MAN คู่แสบวายป่วง”ผลงานกำกับของ เปลว ศิริสุวรรณ ในโครงการภาพยนตร์กลางแปลงและออนไลน์ปลุกจิตสำนึกเรื่องราวผลกระทบการทุจริตคอรัปชัน ปี 2 โดย บริษัท ทรีสตูดิโอ จำกัด มีวัตถุประสงค์เผยแพร่การคุ้มครองพยานและผลกระทบการทุจริตคอรัปชันในรูปแบบภาพยนตร์ เพื่อเผยแพร่การรับรู้ผลกระทบการทุจริตที่ส่งผลกับสังคมในรูปแบบภาพยนตร์ ที่มีเนื้อหาแทรกซึมเกียวกับการคอร์รัปชั่น การทุจริต ที่ส่งผลกระทบต่อ ครอบครัว สังคม ในหลายๆ ด้าน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ป.ป.ช. และได้ส่งมอบภาพยนตร์ให้กับตัวแทนกลุ่มฉายภาพยนตร์กลางแปลงเพื่อกระจายการฉายทั่วประเทศ และเริ่มเปิดฉายภาพยนตร์กลางแปลง ในวันที่ 27 เมษายน 2567 ณ ลานคนเมือง เสาชิงช้า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

​นายรักศักดิ์ จันทร์พิสุ  ผู้ออกแบบและดำเนินโครงการภาพยนตร์กลางแปลงและออนไลน์ กล่าวว่า เป็นปีที่ 2 สำหรับโครงการภาพยนตร์กลางแปลงและออนไลน์ปลุกจิตสำนึกเรื่องราวผลกระทบการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ป.ป.ช (กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ในการผลิตภาพยนตร์เพื่อฉาย    ในระบบกลางแปลงโดยไม่ผ่านระบบโรงฉายภาพยนตร์และกระจายสู่โซเชียลมีเดียต่างๆ  อาทิ Facebook. Tiktok YouTube คาดว่าประชาชนทั่วประเทศ จะได้ชมภาพยนตร์คุณภาพอย่างทั่วถึง โดยรอบแถลงข่าวจะจัดขึ้น ในวันที่ 27 เมษายน 2567 ที่ลานคนเมือง โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่กิจกรรมจากกรุงเทพมหานคร การดำเนินการปราบปรามการทุจริตคอรัปชันมีกันมาอย่างยาวนานและยิ่งซับซ้อนมากขึ้นไปอีกในยุคนี้หนึ่งในกระบวนการที่จะคลี่คลายคดีได้สำเร็จนั่นคือมีผู้ออกมาเป็นพยาน แต่การเป็นพยานนั้นมีความเสี่ยงต่างๆมากมาย ในหลายๆคดีความทางด้านการทุจริตเจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่คุ้มครองพยานที่ได้รับความเสียงและทำงานอย่างมีระบบทำให้คดีความสำเร็จสิ้นลงได้ หลัง 27 เมษายน ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ได้หลายแพลตฟอร์มกับภาพยนตร์เรือง DUO MAN คู่แสบวายป่วง

-(016)

2 แบรนด์ ผนึก Kick OFF ‘เนื้อสัตว์รักษ์โลก บนถาดย่อยสลายได้’ วางจำหน่ายแล้วในTops

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801490

2 แบรนด์ ผนึก Kick OFF 'เนื้อสัตว์รักษ์โลก บนถาดย่อยสลายได้' วางจำหน่ายแล้วในTops

2 แบรนด์ ผนึก Kick OFF ‘เนื้อสัตว์รักษ์โลก บนถาดย่อยสลายได้’ วางจำหน่ายแล้วในTops

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.55 น.

2 แบรนด์ “รักษ์โลก” แบรนด์  “มีทส์ มี” เนื้อสัตว์ตัดแต่ง ไม่มีส่วนใดเหลือเป็นขยะ และ ถาดชานอ้อย บรรจุภัณฑ์อาหารจากเยื่อพืชธรรมชาติ ย่อยสลายได้ 100% ภายใต้แบรนด์ “Gracz”ร่วมมือกัน เปิดตัวสินค้า “เนื้อสัตว์รักษ์โลก บนถาดย่อยสลายได้” วางจำหน่าย ใน ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพสำหรับผู้บริโภคและการดูแลสิ่งแวดล้อมโลกไปพร้อมกัน

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ อุณหภูมิทั่วโลกสูงขึ้น  ภาวะโลกร้อนกำลังรุกคืบความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิต อากาศเต็มไปด้วยฝุ่น หมอกควัน PM 2.5 ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีหลากหลายด้าน ไม่เฉพาะปัจจัยด้านหนึ่งด้านใด แต่ภาวะโลกร้อน ที่มนุษย์มีความวิตกกังวล ตลอดปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นที่ได้รับการพูดคุยกันอย่างแพร่หลายบนเวทีโลก และมีความพยายามจะแก้ไข แต่ดูเหมือนว่าบางปัญหากลับรุนแรงขึ้น และกล่าวกันว่า 5 ปัญหาใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบไปทั่วโลก “ขยะอาหาร” คือ 1 ใน 5 ของปัญหานั้น

จากรายงาน  Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) หรือคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้การทำงานขององค์การสหประชาชาติ ฉบับล่าสุด (ปี 2024 )แจ้งชัดเจนว่า หากชาวโลกไม่รีบเปลี่ยนพฤติกรรมและช่วยกันฟื้นฟูโลกจากภาวะโลกร้อนในทันที! ไม่ช้าเราอาจจะก้าวข้ามจุดที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

ขยะอาหาร  เป็นหนึ่งในปัญหาที่ได้รับการพูดถึง เรื่องอาหารเหลือทิ้งกลายเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จากสถิติในแต่ละปีมีอาหารกว่า 1 ใน 3 ที่ผลิตขึ้นมาหรือประมาณ 1,300 ล้านตันลงเอยด้วยการเป็นขยะ  และเพิ่มการสร้างก๊าซเรือน ดังนั้นจะดีมากไหมถ้าอาหารหรือวัตถุดิบที่เรานำมาปรุงและรับประทานนั้นไม่เหลือเป็นขยะ อีกทั้งผลิตภัณฑ์ในการห่อหุ้มอาหารหรือสินค้า สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

วันนี้ แบรนด์ Meats Me (มีทส์ มี )และแบรนด์ “Gracz”บรรจุภัณฑ์อาหารจากเยื่อพืชธรรมชาติ ย่อยสลายได้ 100% ร่วมมือกันเปิดตัวสินค้า “เนื้อสัตว์รักษ์โลก บนถาดย่อยสลายได้” วางจำหน่าย ใน ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพสำหรับผู้บริโภคและการดูแลสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาภาวะวิกฤตโลกไปพร้อมกัน โดยการนำของผู้บริหารทั้งสองแบรนด์คุณภาพที่มีความรับผิดชอบเพื่อการส่งต่อถึงผู้บริโภคอย่างปลอดภัยและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

นายวิทวัส ประจันตะเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์ Meats Me (มีทส์ มี)  ผู้มีประสบการณ์บริหารกิจการร้านอาหาร มานานกว่า 18 ปี และพบว่า การบริหารจัดการวัตถุดิบมีส่วนสำคัญมาก ซึ่งประสบการณ์ทำให้มองเห็นโอกาสจนกระทั่งเปิดบริษัทให้บริการจัดเตรียมตัดแต่งเนื้อสัตว์ ผัก และวัตถุดิบอื่นๆ รวมถึงการออกแบบซอสปรุงรสให้กับร้านอาหารทั้งไทยและต่างประเทศที่เข้ามาเปิดในประเทศไทย ซึ่งร้านอาหารเหล่านั้น ส่วนใหญ่จะมีสาขาเปิดให้บริการอยู่หลายแห่ง และต้องการวัตถุดิบเกรดเอ ซึ่งในตลาดสดไม่มีขาย ต้องอาศัยซัพพลายเออร์ บ้าง ตัวแทนจำหน่ายบ้าง ซึ่งก็จะไม่บริการจัดการเนื้อสัตว์เหล่านี้ ทางเจ้าของร้านจะต้องจ้างพนักงาน เพื่อจัดการแทน แต่ละวันต้องใช้เนื้อสัตว์จำนวนมาก ถ้าบริหารจัดการไม่ดีก็จะมีของเหลือทิ้งเป็นจำนวนมากเป็นต้นทุนที่สูญเสียทั้งค่าแรง ทั้งของที่สูญเสีย รวมถึงเรื่องของความสะอาดด้วย

นายวิทวัส ระบุว่าธุรกิจนี้ ยังมีคู่แข่งน้อย เพราะส่วนใหญ่บริการเหล่านี้จะมีอยู่ในตลาดสด ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน ความสะอาด แต่พอโรงงานของเราได้มาตรฐาน ร้านอาหารส่วนใหญ่ต้องการวัตถุดิบที่ดี ซึ่งจะทำให้อาหารรสชาติดี ปลอดภัย สดใหม่ สะอาด และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

“ด้วยเหตุนี้ทำให้เรามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกๆ ปี เพราะความต้องการของลูกค้ามีสูง รายได้ในปีที่ผ่านมา 2566 จากร้านอาหาร และส่งขายในศูนย์การค้าจำนวน 68 ล้านบาท ส่วนในปีนี้ 2567 เพียง 2 เดือนในช่วงต้นปี มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเดือนประมาณ 10 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่ของเรายังคงมาจากร้านอาหารเป็นหลัก และวันนี้เราเน้นความปลอดภัยและความคุ้มค่าเพื่อผู้บริโภค คืนกำไรสู่สังคม”

ทั้งนี้โรงงานผลิตอาหาร OEM, ODM, OBM ให้บริการคัดสรรเฉพาะเนื้อสัตว์คุณภาพได้มาตรฐานจาก “ฟาร์มปลอดสารเร่งโต และสารเร่งเนื้อแดง” รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่เราจัดจำหน่ายทุกชิ้นปราศจากการฉีดไขมัน เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับเนื้อที่มีคุณภาพ ด้วยสินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัวไทยโคขุน เนื้อวัวนำเข้า ตัดแต่ง พร้อมปรุง ไม่มีสิ่งใดเหลือทิ้งเป็นขยะ ได้รับมาตรฐานรองรับ GMP, FDA

ทางด้าน นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งและประธาน เจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากเยื่อพืชธรรมชาติ ย่อยสลายได้ 100% ภายใต้แบรนด์ “Gracz” ซึ่งเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา เป็นธุรกิจไทยเจ้าหนึ่งที่ได้รับการแปะป้ายให้เป็นตัวอย่างธุรกิจอันเกี่ยวข้องกับสารพัดคำศัพท์ ไม่ว่าจะเป็น CSR (Corporate Social Responsibility) SE (Social Enterprise), BCG (Bio-Circular-Green) ,ESG (Environmental, Social, and Governance) SDGs (Sustainable Development Goals) Net Zero, Carbon Neutral และอื่น ๆ อีกมากมายและยังคงทำเรื่องเดิมจนถึงปัจจุบัน

นพ.วีรฉัตร เปิดเผยว่า สมัยที่เริ่มธุรกิจครั้งแรก ยังไม่มีคำว่า ESG หรือโลกร้อน เพียงเราเกิดจากความคิดที่ว่า ไม่อยากให้คนเป็นมะเร็ง  แค่อยากหาของมาทดแทนโฟมและพลาสติก จนมาเจอเยื่อพืชธรรมชาติ ก่อนนั้นแม้แต่คำว่า PM 2.5 ก็ยังไม่มีใครรู้จัก  พ.ศ. 2548  ที่หมอเริ่มจดบริษัท รู้เพียงแต่ว่าการนำของเหลือทางการเกษตรมาใช้ต่อ ได้ช่วยสุขภาพเกษตรกร ไม่ต้องเผาเป็นควันพิษ หลังจากนั้นให้หลัง 2 – 3 ปี อัล กอร์ นักการเมืองชาวอเมริกันถึงได้เริ่มพูดเรื่องโลกร้อน สังคมจึงเริ่มเข้าใจผลกระทบนี้ ซึ่งสินค้า Gracz  ย่อยสลายเป็นปุ๋ยลงดินใน 45 วัน เมื่อใช้เสร็จไม่ต้องรอวันเผาเหมือนขยะทั่วไป เท่ากับได้ 2 เด้งทั้งเริ่มต้นและตอนจบไม่ต้องเผา

“หลังจากนั้นมารู้จักศัพท์ใหม่ ที่ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เหลือขยะเลย เขาเรียกกันว่า Circular Economy จนช่วงปัจจุบันนี้ เริ่มมีคนขอให้ระบุคาร์บอนฟุตพรินต์ลงไปในผลิตภัณฑ์ด้วย เพื่อให้เข้าธีมลดคาร์บอน ซึ่งที่เราทำมาทั้งหมดไม่ได้ทำเรื่องใหม่เลย ทำตามหลักธรรมชาติ ไม่มีอะไรพิเศษ”

นพ.วีรฉัตร กล่าวว่า เยื่อพืชธรรมชาติใหม่ ๆ นอกจากชานอ้อยที่มีเส้นใยขนาดกลาง ก็เริ่มหาเยื่อใยทั้งสั้นและยาวมาผสมกันให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น ขึ้นอยู่กับของเหลือทางการเกษตรแต่ละฤดูกาล ทุกวันนี้ส่วนผสม 50 – 60% ในกล่อง Gracz ยังเป็นชานอ้อย ผสมกับเยื่อใยสารพัดชนิด เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด ใยสับปะรด ผักตบชวา ยึดโยงด้วยแป้งสูตรพิเศษคล้าย ๆ แป้งเปียกเป็นตัวเชื่อม ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตรระดับเอเชียไว้แล้ว

-(016)

AWC จับมือ สมาคมเชฟฯ จัดแข่งขันทำอาหารนานาชาติ พร้อมเปิด AEC Chef Academy ปั้นเชฟมือใหม่สู่เชฟมืออาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801485

AWC จับมือ สมาคมเชฟฯ จัดแข่งขันทำอาหารนานาชาติ พร้อมเปิด AEC Chef Academy ปั้นเชฟมือใหม่สู่เชฟมืออาชีพ

AWC จับมือ สมาคมเชฟฯ จัดแข่งขันทำอาหารนานาชาติ พร้อมเปิด AEC Chef Academy ปั้นเชฟมือใหม่สู่เชฟมืออาชีพ

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.49 น.

AWC จับมือ สมาคมเชฟประเทศไทย จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรก World Junior Chef Championship พร้อมเปิด AEC Chef Academy ที่ AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM วันที่ 26 มิถุนายน 2567 นี้

•             รวมพลังสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางด้านอาหารสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองที่ AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM มุ่งเสริมความแข็งแกร่งระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของ “ศูนย์กลางธุรกิจค้าส่งอาหารระดับโลก”

•             เตรียมจัด ‘World Junior Chef Championship’ การแข่งขันทำอาหารระดับนานาชาติ และ ‘AEC Chef Academy’ สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านอาหาร ปั้นเชฟมือใหม่สู่เชฟมืออาชีพ ปั้นเชฟมืออาชีพสู่เชฟระดับโลก สร้างบุคลากรชั้นนำให้ธุรกิจอาหาร

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ ‘สมาคมเชฟประเทศไทย’ (Thailand Chefs Association) องค์กรส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญของเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญแก่วงการอาหาร ณ “AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM” (เออีซี ฟู๊ด โฮเซล ประตูน้ำ) หรือ “AEC” ศูนย์กลางค้าส่งอาหารระดับโลก พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้วงการเชฟ เตรียมจัด ‘World Junior Chef Championship’ การแข่งขันทำอาหารระดับนานาชาติ และ ‘AEC Chef Academy’ สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านอาหาร  เพื่อสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพสูงมาร่วมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมอาหารของโลก พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมและนวัตกรรมด้านอาหารต่อเนื่องตลอดปี ปลุกกระแสซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร และรองรับการเติบโตของภาคธุรกิจค้าส่งอาหารทั่วโลก

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า “AWC รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รวมพลังพันธมิตรกับ ‘สมาคมเชฟประเทศไทย’ ที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารระดับโลกที่ “AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM” ด้วยวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันในการสนับสนุนการเติบโตและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของโลก โดย AWC และสมาคมเชฟประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้แก่บุคลากรในวงการอาหารเพื่อพัฒนาให้สอดคล้องกับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมธุรกิจอาหารและการท่องเที่ยว ซึ่งโครงการ AEC จะเป็นจุดหมายปลายทางที่จะตอบโจทย์กิจกรรมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น World Junior Chef Championship ต่อเนื่องไปถึง AEC Chef Academy ที่จะปั้นเชฟมือใหม่สู่เชฟมืออาชีพ และปั้นเชฟมืออาชีพสู่เชฟระดับโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบุคลากรคุณภาพด้านอาหาร ต่อเนื่องไปยังการสร้างความรู้ความสามารถเฉพาะทางด้านการบริหารจัดการ ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มโรงแรมระดับโลกในเครือข่ายของ AWC เพื่อเปิดโอกาสการเติบโตทางสายอาชีพเชฟ และผู้บริหารจัดการด้านธุรกิจอาหาร และเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมเชฟจากทั่วโลกมายังประเทศไทย การพัฒนาโครงการ ‘AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM’ จึงมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อมารวมพลังสร้างระบบนิเวศด้านการค้าส่งอาหารระดับโลก (Food Ecosystem Destination)  พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตแก่ ‘อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย’ ในระยะยาว”

เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย กล่าวว่า “สมาคมเชฟประเทศไทยมีพันธกิจในการสร้างเชฟคุณภาพเพื่อส่งต่อสู่การจ้างงานทั้งในและต่างประเทศ โดยเราเชื่อว่าบุคลากรด้านอาหารที่มีศักยภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตให้แก่อุตสาหกรรมธุรกิจอาหาร เรารู้สึกตื่นเต้นที่กำลังจะมีศูนย์กลางที่รวมวัตถุดิบอาหารคุณภาพสูงจากทั่วโลก และพื้นที่กิจกรรมด้านอาหารมากมายที่ AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่าการร่วมมือกับ AWC จะสามารถสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรบุคคลของวงการเชฟ และมีพื้นที่ให้เชฟแสดงศักยภาพสู่สายตาโลก พร้อมให้วงการเชฟได้สร้างความร่วมมือและนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกับผู้ผลิตและผู้ซื้อสินค้าอาหารจากทั่วโลก รวมถึงการจัดกิจกรรมด้านอาหารอื่นๆ เพื่อสร้างความคึกคักและการเติบโตในธุรกิจอาหารร่วมกันอย่างแข็งแกร่งตลอดปี”

AWC และ สมาคมเชฟประเทศไทย เตรียมพื้นที่ AEC Event Hall ขนาด 2,600 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีครบครันในโครงการ “AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM” จัดการแข่งขันทำอาหารระดับนานาชาติ ประเดิมเฟสแรกในเดือนมิถุนายนนี้ด้วย ‘World Junior Chef Championship’ ซีรีส์การแข่งขันทำอาหารของเชฟมือใหม่เพื่อชิงแชมป์ที่ 1 ของประเทศไทย โดยสร้างพื้นที่ให้กับเชฟและผู้มีความสามารถด้านอาหารรุ่นใหม่ได้มีโอกาสมาประลองฝีมือและใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำอาหารร่วมกัน นอกจากนี้ ยังจัดตั้ง ‘AEC Chef Academy’ สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านอาหาร รวมพลังเครือข่ายพันธมิตรของแต่ละฝ่ายในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม ครอบคลุมทั้งในส่วนเทคนิคการทำอาหาร ความปลอดภัย การวางแผนเมนู การจัดการครัว ตลอดจนความรู้ในการลงทุนและบริหารจัดการร้านอาหาร ซึ่งจะปรับให้เข้ากับมาตรฐานระดับสากลและแนวโน้มของอุตสาหกรรม ผู้เข้าฝึกอบรมเชฟที่ได้ฝึกกับ ‘AEC Chef Academy’ ยังมีโอกาสในการฝึกงานและทำงานร่วมกับโรงแรมและโครงการในเครือ AWC เครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจอาหารระดับโลกภายใต้โครงการ AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM รวมถึงสมาชิกระดับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจอาหารบนแพลตฟอร์ม PHENIXBOX ยังสามารถคัดเลือกผู้เข้าฝึกอบรมเชฟไปฝึกงานหรือทำงานเพื่อต่อยอดการเติบโตในสายอาชีพ ภายในหลักสูตร ยังมีการจัดแสดงโชว์ทำอาหารให้ผู้เข้าฝึกอบรมเชฟได้แสดงความสามารถ ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรสู่การเติบโตเป็นเชฟมืออาชีพในอนาคต

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมธุรกิจอาหารในโครงการ “AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM” ศูนย์กลางค้าส่งอาหารระดับโลกครบวงจร ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านประตูน้ำ ที่เชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์ครั้งแรกของโลกภายใต้รูปแบบ “Integrated Wholesale Platform for Non-Stop Opportunity” เสริมทัพด้วยเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำที่จะตอบโจทย์ทั้งบุคลากรด้านอาหาร ผู้ซื้อ พร้อมรองรับความต้องการของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจค้าส่งอาหารทั่วโลกที่มีการเติบโตสูง สนับสนุนประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารสู่ศูนย์กลางธุรกิจค้าส่งอาหารระดับโลก เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 นี้

กทม.ชวนร่วม ‘เทศกาลกีฬากรุงเทพ’ ส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาวะที่ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801481

กทม.ชวนร่วม ‘เทศกาลกีฬากรุงเทพ’ ส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาวะที่ดี

กทม.ชวนร่วม ‘เทศกาลกีฬากรุงเทพ’ ส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาวะที่ดี

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.30 น.

27 เมษายน 2567 สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร เตรียมจัดงาน “เทศกาลกีฬากรุงเทพ” ขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมนโยบายด้านกีฬาและการดูแลสุขภาพที่กรุงเทพมหานคร ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมพิธีเปิดงาน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเวทีเสวนาประเด็น “การสนับสนุนและส่งเสริมนโยบายด้านกีฬาและการดูแลสุขภาพของกรุงเทพมหานคร” โดยมี “กระทิง”ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ ดารานักแสดงทางช่อง 3 ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาบาสเกตบอล และนักกีฬา E-sport ทีม Bacon Time แชมป์ Rov โปรลีค 5 สมัย นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจำหน่ายเอเนอร์จี้ ดริงก์ เรดบูล และสปอนเซอร์ ที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมนโยบายด้านกีฬา แสดงวิสัยทัศน์ร่วมกันอีกด้วย

ความสนุกของงานแถลงข่าวยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีบูธนิทรรศการต่าง ๆ ให้ประชาชนเยี่ยมชมและร่วมสนุกกัน อาทิ กีฬาปิงปอง กีฬา E-sport กีฬาบาสเกตบอล กีฬาฟุตชอล และกีฬาชนิดใหม่ที่ทางกรุงเทพมหานคร ได้นำเข้ามาอย่างพิคเคิลบอล เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่ก้าวเข้าสู่ “เทศกาลกีฬากรุงเทพ” โดยงาน “เทศกาลกีฬากรุงเทพ” จะจัดขึ้นตลอดเดือนพฤษภาคม 2567 นี้

-(016)

‘คุณน้ำผึ้ง-อู’ซอกแซกสายบุรี เมืองเก่าที่เล่าขาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801488

‘คุณน้ำผึ้ง-อู’ซอกแซกสายบุรี เมืองเก่าที่เล่าขาน

‘คุณน้ำผึ้ง-อู’ซอกแซกสายบุรี เมืองเก่าที่เล่าขาน

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เต็มอิ่มกับงานประเพณีใหญ่แห่ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี งานเกี้ยวปักดินหนึ่งเดียวในประเทศไทย ประจำปี 2567 กันไปแบบจุกๆ…คราวนี้ “คุณน้ำผึ้ง-อู”เลยชวนกันซอกแซกใน อ.สายบุรีเมืองเก่าเล่าขาน ซึ่งเคยเป็นเมืองท่าสำคัญของจังหวัดปัตตานี มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก มีแม่น้ำสายบุรีเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก และยังมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติทั้งชาวไทย-จีน,ไทย-มลายู และชาวไทย-มุสลิม อยู่ร่วมกันมานานหลายร้อยปีอีกด้วย

พิกัดแรกเริ่มที่ วังพระยาพิพิธภักดี มีอายุ 100 กว่าปี เรียกว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวสายบุรีมานาน และมีความเชื่อมโยงกับวังเจ้าเมืองเก่าสายบุรีอีกด้วย ตัวเรือนเป็นอาคารไม้สัก 2 ชั้น สร้างโดยช่างท้องถิ่น เป็นสถาปัตยกรรมแบบบริติชมาลายา ลวดลายต่างๆ ผสมผสานระหว่างอักษรจีน อาหรับ และมาลายาและใกล้ๆ กันยังมี มัสยิสรายอเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากของสายบุรี ตามบันทึกของกรมศิลปากรมัสยิดรายอเป็นมัสยิดขนาดเล็ก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2428 พร้อมการสร้างวังสายบุรีซึ่งเป็นมัสยิดหลังแรกของสายบุรีศิลปะการสร้างเป็นแบบอังกาสุกะ จากนั้นไปยังย่านเมืองเก่าสายบุรี…ที่มีความเก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์มากๆมีความคล้ายชุมชนจีนกือ-ดา-จี-นอในเมืองปัตตานี สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเป็นแบบจีน-มลายู ที่เรียกกันว่า“จี-นอ-กำปง” ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย มา อ.สายบุรี ทั้งที ก็ต้องมาให้ถึง หาดวาสุกรี ซึ่งมีวงเวียนอนุสาวรีย์ปลากระโทงแทงเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองสายบุรี หาดนี้มีความยาว 1,400 เมตร เป็นหาดทรายที่สะอาดสงบและยังมีวิถีเดิมๆ อยู่มาก ที่สำคัญที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีในงานประเพณีสำคัญอย่างงานเกี้ยวปักดินหนึ่งเดียวในไทยอีกด้วย

เปิดโลกอีกใบของ ‘สกาย-สุทธินันท์’ ที่รู้จักแล้วจะหลงรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801492

เปิดโลกอีกใบของ ‘สกาย-สุทธินันท์’ ที่รู้จักแล้วจะหลงรัก

เปิดโลกอีกใบของ ‘สกาย-สุทธินันท์’ ที่รู้จักแล้วจะหลงรัก

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มากความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเด็กกิจกรรม เล่นดนตรี รวมไปถึงความสามารถในด้านการแสดง “สกาย-สุทธินันท์ เทียนสุวรรณ” หรือ ไม้ จากละคร ทายาทไหทองคำ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8หนุ่มขาว ตี๋สุดน่ารัก ที่หลายคนเห็นความสามารถในการแสดงถึงขั้นต้องถามว่าหนุ่มน้อยคนนี้คือใคร อยากจะให้เปิดวาร์ปจนใจสั่นซึ่งบอกเลยว่า น้องสกายไม่ได้พกพามาแต่ความน่ารัก แต่ยังมีความสามารถที่รอมัดใจแฟนๆอีกมากมาย ที่กล้าพูดเลยว่ายิ่งรู้จัก ยิ่งรักเลยแน่นอน

สกาย-สุทธินันท์ เทียนสุวรรณเกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2544 อายุ 23 ปี สูง 180 ซม. น้ำหนัก60 กก. พื้นเพเป็นคนกรุงเทพมหานครจบการศึกษาจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต และกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะ และยังได้รับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยอีกด้วยปัจจุบันเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 8 ซึ่ง หนุ่มสกายนั้น ถือว่าเป็นนักแสดงฝีมือดีอีกคนหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย แม้ละครทายาทไหทองคำ จะเป็นเรื่องแรกของทางช่อง 8 สำหรับสกาย แต่เขาก็ทำผลงานออกมาได้ดี จนคนดูทึ่งในฝีมือการแสดง และส่งคำชมให้ไม่ยั้งทั้งยังพากันอยากรู้ว่าเขาคือใคร

แต่นอกจากเรื่องของผลงานการแสดงที่มากฝีมือนั้น เขาก็ยังเป็นหนุ่มสายดนตรี มีความสามารถในด้านการเล่นกีตาร์ และมือคีย์บอร์ดวงbadbabyband ที่มีเวลาก็มักจะฟอร์มวงซ้อมดนตรีอยู่กับเพื่อนๆ เสมอ แถมยังดูหลงใหลดนตรีเป็นชีวิตจิตใจทำให้เราได้เห็นโลกอีกใบของหนุ่มสกาย และยังมีอีกหนึ่งความชื่นชอบของสกาย กับกิจกรรมเล่นบาสเกตบอล เรียกได้ว่าเอาดีด้านกีฬาขนาดนี้ก็ต้องอวดหุ่นแซ่บๆ นี้ให้เราได้เห็นผ่านทางไอจี@skycoop บอกเลยว่าใครยังไม่ได้เข้าไปดู รีบตามไปกันด่วน เพราะรูปที่คุณเขาลง กล้าพูดได้เลยว่าคุณจะโดนตกไม่รู้ตัว นอกจากใบหน้าเป็นอาวุธที่มีไว้มัดใจแฟนๆ แล้ว อุปนิสัยของสกายยังมีความอ่อนโยน เป็นธรรมชาติ มีมุมน่ารักๆ ทำเอาใครที่ได้ร่วมงานนั้นต้องหลุดยิ้มไปตามๆ กัน เพราะหนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เล่นมาก ใครที่ได้อยู่ใกล้เขาเป็นต้องสบายใจกันไปถ้วนหน้า เอาเป็นว่า ถ้าใครชื่นชอบหนุ่มน้อยคนนี้ สามารถติดตามชมผลงานได้ในละคร ทายาทไหทองคำ ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 และสามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหว และทุกไลฟ์สไตล์ของสกายได้ใน อินสตาแกรมได้ที่ skycoop_ และ Tiktok : skycoop_

‘นาตาชา’ ไลค์รัวๆ ทัวร์โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ประเดิมครั้งแรกรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801489

‘นาตาชา’ ไลค์รัวๆ ทัวร์โตเกียวดิสนีย์แลนด์  ประเดิมครั้งแรกรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น

‘นาตาชา’ ไลค์รัวๆ ทัวร์โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ประเดิมครั้งแรกรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เคยเช็คอินดิสนีย์แลนด์ครั้งแรกตั้งแต่อายุ 8 เดือนกว่า ที่อเมริกา ล่าสุด “หนูน้อยดิสนีย์” เบบี๋นาตาชา พาข้ามทวีปมาเช็คอิน โตเกียวดิสนีย์แลนด์ กันบ้าง งานนี้ พ่อฟลุค-เกริกพล กับแม่ลี-นาตาลี พาทัวร์จุใจตั้งแต่เช้ายันค่ำล่องเรือเข้าไปดู Small World สุดโปรดที่รอคอยมาหลายเดือน รวมไปถึงไฮไลท์ขบวนพาเหรดสุดอลังการที่ทำเอานาตาชาตื่นตาตื่นใจสุดๆ แถมทริปนี้ยังเป็นครั้งแรกที่หนูน้อยได้ขึ้นรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น จะตื่นเต้นขนาดไหน

ห้ามพลาด “หนีเที่ยวกัน” ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featuredและไปหนีเที่ยวกันแบบจุใจในเฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/nheetiew/ อินสตาแกรม https://www.instagram.com/nheetiewgun.th/และติ๊กต็อก https://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th

‘สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์’และ‘มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย’ เซ็น MOU พัฒนานักศึกษาในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801494

‘สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์’และ‘มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย’  เซ็น MOU พัฒนานักศึกษาในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

‘สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์’และ‘มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย’ เซ็น MOU พัฒนานักศึกษาในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (STAR HUNTER ENTERTAINMENT) และ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการประสานความร่วมมือ(MOU) เพื่อร่วมกันให้การสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในด้านอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ทั้งในด้านการสื่อสารมวลชน การสนับสนุนด้านสื่อประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมพิเศษร่วมกัน

ความร่วมมือดังกล่าวมีเจตจำนง เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้มีโอกาสเข้าร่วม ในการปฏิบัติงานจริง กับ บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิต “คอนเทนต์ โพรไวเดอร์” (Content Provider) ละคร ซีรี่ส์ และภาพยนตร์ รวมถึง “คอนเทนต์ ออนไลน์” อีกทั้งยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ของนักศึกษาที่จะเข้าร่วมทำงานในบริษัทฯ โดยทางมหาวิทยาลัยฯ อำนวยความสะดวกด้านพื้นที่ในการถ่ายทำซีรี่ส์ และสนับสนุนด้านทุนการศึกษากับศิลปินในสังกัดฯ ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควร

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยลงนามร่วมกับ นายชนันตร์ลาภอนันต์รุ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด พร้อมด้วย อ.วุทธินันท์อ๊อกกังวาล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารการตลาด และ นายวิทวัส สังสะกิจ ที่ปรึกษาด้านการผลิต และกรรมการผู้จัดการ Hunter Village By Star Hunter Entertainment ลงนามเป็นสักขีพยาน

ภายในงานเซ็น MOU ยังมีศิลปิน บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เข้าร่วมงานด้วย อาทิ แบงค์-มณฑป เหมตาล มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ อันดา-อนันตา เตียวิรัตน์ ลูกแก้ว-กมลลักษณ์แสงทรัพย์สิน และ นีล-กวิศวร์ สันทรายณ ห้องไทรทองฮอลล์ อาคาร 3ชั้น 4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเมื่อวันก่อน