‘ปานปรีย์’ ไขก๊อก รมว.ต่างประเทศ หลังโดนปรับพ้น รองนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573748

28 เม.ย. 2567

17:25 น.

'ปานปรีย์' ไขก๊อก รมว.ต่างประเทศ หลังโดนปรับพ้น รองนายกฯ

‘ปานปรีย์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ‘ขอลาออก’ หลังปรับ ครม. พ้นจากรองนายกฯ มั่นใจมีผลงาน ทุ่มเททำงานมาตลอด

28 เม.ย. 2567 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยระบุว่า ตามที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีบางตำแหน่ง และปรากฏว่าผมยังคงดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อยู่เพียงตำแหน่งเดียวนั้น

ผมมีความประสงค์จะขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 28เมษายน 2567เพื่อเปิดทางให้ท่านอื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน

สาเหตุของปรับผมออกจากรองนายกรัฐมนตรีครั้งนี้  ผมเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับผมไม่มีผลงานแน่นอน เพราะผมทุ่มเทการทำงานด้านต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และตั้งใจทำหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีนักลงทุนต่างชาติสนใจมาลงทุนมากขึ้น ตามที่รัฐบาลได้แถลงผลงานไปแล้ว จนสามารถตอบสนองต่อนโยบายการ ทูตเศรษฐกิจเชิงรุกอย่างเด่นชัด วันนี้ไทยหวนกลับมาขึ้นบนจอเรด้าของโลก มีมิตรประเทศเพิ่มขึ้น และมีนักลงทุนต่างชาติสนใจมาลงทุนในไทยมากขึ้น 

นอกจากนั้น การให้ความสำคัญกับคนไทยในต่างประเทศ ผมยังไปเจรจาด้วยตัวเอง เพื่อนำคนไทยผู้ถูกจับเป็นตัวประกันในอิสราเอลกลับไทยได้ถึง 23 คน แรงงานไทย 8,000 คน และจากเล่าก์ก่ายในเมียนมาอีก 1,000 คน เปิดวีซ่าฟรีกับหลายประเทศ เพื่อคนไทยมีความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวเมียนมา ฟื้นความสัมพันธ์กับอาเซียน สหภาพอียู อินเดีย และประเทศมหาอำนาจ ทั้งสหรัฐอเมริกา และ จีน จนเกิดการเจรจา ลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ในประเทศไทยอีกด้วย 

สุดท้ายนี้ ผมหวังว่า การปรับคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ จะช่วยให้ การบริหารราชการแผ่นดิน มีประสิทธิภาพมากขึ้น โปร่งใส และรักษาผลประโยชน์ของชาติต่อไป ขอขอบพระคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้โอกาสผมได้ทำงานกับรัฐบาลนี้มาช่วงเวลาหนึ่ง

ลงชื่อ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร  รมว.ต่างประเทศ ยื่นหนังสือลาออกนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ยื่นหนังสือลาออก

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร  รมว.ต่างประเทศ ยื่นหนังสือลาออกนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ยื่นหนังสือลาออก

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ครม.” เรียบร้อย พร้อมเปิดรายชื่อทุกตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573731

28 เม.ย. 2567

11:50 น.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "ครม." เรียบร้อย พร้อมเปิดรายชื่อทุกตำแหน่ง

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้ง “ครม.” เรียบร้อย พร้อมเปิดรายชื่อทุกตำแหน่ง มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง “ครม.” ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็น นายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2566 นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลว่า สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่งเพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

  1. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  2. นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  3. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี 
  4. นายเศรษฐา ทวีสิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี 
  5. นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  6. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  7. นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  8. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  9. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  10. นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี

แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี

ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

  1. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง
  2. นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  3. นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  4. นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  5. นางสาวจิราพร สินธุไพร เป็นรัฐมนตรีป ระจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  6. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  7. นายปานปรีย์ พหิทธานุกร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  8. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  9. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  10. นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
  11. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  12. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พุทธศักราช 2567 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

เศรษฐา ทวีสิน
นายกรัฐมนตรี

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘สนามหลวง’ภูมิสถานงานแผ่นดินและประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801504

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สนามหลวง’ภูมิสถานงานแผ่นดินและประชาชน

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สนามหลวง’ภูมิสถานงานแผ่นดินและประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 08.00 น.

สนามหลวง

เดือนเมษายนที่ผ่านมาสนามหลวง หรือ ทุ่งพระเมรุเดิมนั้น มีการจัดงานสำหรับประชาชน อย่างต่อเนื่อง แม้อากาศจะร้อนสุดร้อน สนามหลวงก็ยังได้ถูกใช้เป็นสถานที่ของการจัดงานหลากหลายจนถึงวันมหาสงกรานต์โลก สนามหลวงจึงเป็นสนามสำหรับงานของประชาชนตามเดิม คติการจัดตั้ง หรือสร้างสนามหลวงนั้นจำลองแบบมาจากความเชื่อในเรื่องมณฑลจักรวาล ที่ใช้เป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่งทั้งปวง โดยแสดงออกมาในรูปของสัญลักษณ์แทนสรรพสิ่งต่างๆ ในจักรวาลเชิงบุคลาธิษฐาน แสดงเป็นเทพเจ้าต่างๆ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งมณฑลจักรวาล กล่าวคือ สนามหลวง นั้นเดิมเรียกสนามนี้อย่างไรไม่ปรากฏ แต่สร้างไว้เป็นสนามของประชาชนอย่างอยุธยา การถูกเรียกทุ่งพระเมรุนั้นเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นต้นมา ได้ใช้สนามหลวงเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ เช่น เป็นที่ตั้งพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ ด้วย ในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ทำนาที่สนามหลวง เพื่อแสดงให้ปรากฏแก่นานาประเทศว่าเมืองไทย บริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหารมีไร่นาไปจนใกล้ๆ พระบรมมหาราชวัง และเป็นการแสดงว่าสยามใส่ใจการสะสมเสบียงอาหารไว้เป็นกำลัง ของบ้านเมืองด้วย การถูกใช้เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีนาถ และพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง รวมถึงสมเด็จพระสังฆราชนั้น สอดคล้องกับคติความเชื่อเรื่องมณฑลจักรวาล เปรียบเป็นศูนย์กลางของเทพผู้มีพระบารมีกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง

งานเฉลิมพระชนมพรรษา

ดังนั้นการสร้างพระบรมมหาราชวังอันเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ จึงจำลองเรื่องจักรวาลมา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์กลางของบ้านเมือง แต่เดิมนั้นพื้นที่สนามหลวงไม่ใหญ่โตเท่าปัจจุบัน สำหรับให้ประชาชนได้ใช้ในจัดกิจกรรมต่างๆ ด้วย  ต่อมาพ.ศ.๒๓๙๘ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกคำว่าทุ่งพระเมรุ เปลี่ยนเป็น “ท้องสนามหลวง”ดังปรากฏในประกาศว่า “ที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้น คนอ้างการซึ่งนานๆ มีครั้งหนึ่ง แลเป็นการอวมงคล มาเรียกเป็นชื่อตำบลว่า“ทุ่งพระเมรุ” นั้นหาชอบไม่ -ตั้งแต่นี้สืบไปที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้น ให้เรียกว่า“ท้องสนามหลวง””และโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีพืชมงคล พิธีพิรุณศาสตร์มีกำแพง แล้วล้อมรอบบริเวณข้างในสร้างหอพระพุทธรูปสำคัญเป็นที่ประดิษฐานพระสำหรับพิธีสำหรับการพิธีมีพลับพลาที่ทำการ พระราชพิธีมีหอดักลมลงที่พลับพลาสำหรับทอดพระเนตรการทำนา ข้างพลับพลามีโรงละครสำหรับเล่นบวงสรวง ด้านเหนือ มีพลับพลาน้อยสร้างบนกำแพงแก้วสำหรับประทับทอดพระเนตรการทำนาในท้องทุ่งนอกกำแพงแก้วยังมีฉางสำหรับใส่ข้าวที่ได้ จากการปลูกข้าว ต่อมาสนามหลวงแห่งนี้ได้ขยายพื้นที่กว้างขวาง ด้วยเหตุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงยกเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหลังจากพระมหาอุปราชแห่งวังหน้าองค์สุดท้ายทิวงคตทำให้ ป้อมปราการสถานที่ของวังหน้าทรุดโทรมลง จึงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อส่วนที่ทรุดโทรมโดยเฉพาะชั้นนอกด้านตะวันออกเปิดพื้นที่ท้องสนามหลวง และเมื่อเสด็จกลับจากประพาสยุโรป เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๐ ก็โปรดเกล้าฯ ให้ตกแต่งพระนครให้ทันสมัย ขยายท้องสนามหลวงขึ้นไปทางทิศเหนือ ตกแต่งบริเวณท้องสนามหลวงเป็นรูปไข่และปลูกต้นมะขามโดยรอบ และใช้สนามหลวงเป็นที่ประกอบพิธีต่างๆ เช่น การฉลองพระนครครบ ๑๐๐ ปี งานฉลองเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับจากยุโรปใน พ.ศ.๒๔๔๐ และในรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆ ในการชุมนุมเสือป่าลูกเสือและใช้เป็นสนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ การแข่งว่าวและกีฬาไทย

สนามหลวงแห่งนี้เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๔ ตอนที่ ๑๒๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๐ มีเนื้อที่๗๔ ไร่ ๖๓ ตารางวา ปัจจุบันแม้จะลดความเป็นสนามหลวงของประชาชนก็ยังถูกใช้จัดงานสำคัญๆเช่นเดิม เพียงแต่กิจกรรมบางเรื่องนั้นได้จัดในศูนย์การค้าและลานคนเมืองแทน ผลจากมีการขยายพื้นที่และเกิดชุมชนใหม่ขึ้น

สนามหลวง

สนามหลวง

สนามหลวงปัจจุบัน

สนามหลวงปัจจุบัน

สนามหลวง-ภาพมุมสูง

สนามหลวง-ภาพมุมสูง

ตลาดนัดสนามหลวง

ตลาดนัดสนามหลวง

สนามหลวงยามราตรี

สนามหลวงยามราตรี

งานพระเมรุมาศในอดีต

งานพระเมรุมาศในอดีต

สนามหลวงในร.๕

สนามหลวงในร.๕

ท้องพระโรง

ท้องพระโรง

สนามหลวง สะพานพระราม 8

สนามหลวง สะพานพระราม 8

สนามหลวง

สนามหลวง

งานวันสงกรานต์

งานวันสงกรานต์

งานฉลอง

งานฉลอง

สนามหลวง-สนามเด็กเล่น

สนามหลวง-สนามเด็กเล่น

งานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์

งานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์

ตะลอนเที่ยว : ตะวันลับฟ้า ณ เกาะพยาม Sunset at Phayam Island

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801508

ตะลอนเที่ยว : ตะวันลับฟ้า ณ เกาะพยาม Sunset at Phayam Island

ตะลอนเที่ยว : ตะวันลับฟ้า ณ เกาะพยาม Sunset at Phayam Island

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 07.34 น.

ระยะนี้ขอพาคุณๆ หลบลี้หนีหายไปจากกรุงเทพฯ แล้วไปอยู่จังหวัดระนองสักระยะหนึ่งนะครับ เพราะกรุงเทพฯยามนี้ร้อนมาก (อันที่จริงก็ร้อนทั้งประเทศ ร้อนทุกจังหวัดในประเทศไทย) สาเหตุที่ชวนคุณหนีกรุงเทพฯไปเที่ยวระนอง เพราะว่าระนองยามนี้เป็นช่วงปลายฤดู High season ของหน้าท่องเที่ยวเมืองระนอง และเมืองอื่นๆ ที่อยู่ชายทะเลฝั่งอันดามัน แต่ที่เลือกระนอง เพราะว่าระนองไม่พลุกพล่าน ไม่มีนักท่องเที่ยวเต็มเมือง เหมือนภูเก็ต แถมค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยในระนองยังนับว่าถูกกว่าภูเก็ตพอประมาณ แต่ทว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีงาม เพราะค่าโรงแรมดีๆ และค่าอาหารดีๆ มีราคาถูกกว่าภูเก็ตอย่างมาก

วันนี้จะพาคุณๆ ไปชมตะวันตกน้ำบนเกาะพยาม สาเหตุที่พาคุณไปชมตะวันตกน้ำที่เกาะพยาม เพราะว่ามีผู้กล่าวขานกันมากมายว่า เวลาได้ชมตะวันตกน้ำบนเกาะพยามโดยเฉพาะที่อ่าวใหญ่ แล้วมีความสุขมาก เพราะมีหาดยาวมาก แม้ว่าทรายที่อ่าวใหญ่ไม่ขาวเหมือนแป้งก็ตาม แต่เม็ดทรายก็นับว่าละเอียดดี เพียงแต่มีตะกอนดินโคลนถูกพัดเข้าชายฝั่งด้วยคลื่นทะเล จึงทำให้ทรายบนหาดอ่าวใหญ่มีสีขาวผสมกับสีดำของดินโคลนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร เพราะเมื่อมีหาดทรายยาวๆ เป็นต้นทุน ก็ทำให้สามารถเล่นน้ำทะเลได้อย่างมีความสุข

ถามว่าทำไมต้องไปชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่อ่าวใหญ่ เกาะพยาม ตอบว่า เพราะแสนจะโรแมนติก ยิ่งเวลาใกล้ๆ พระอาทิตย์จะจมน้ำ จะยิ่งงดงาม เพราะดวงไฟลูกกลมๆใบมหึมาค่อยๆ อ่อนแสงลง จากแสงจ้าลดแสงลงเหลือเพียงสีแดงเรื่อๆ แดงอมชมพูเข้ม แล้วค่อยๆ ลดตัวลงทีละน้อย ทีละน้อยลงสู่น้ำทะเล แล้วก็ลับไปในโค้งฟ้าขอบทะเล 

ช่วงเวลาที่ดวงตะวันจะลับขอบฟ้าแล้วเสมือนว่าจมตัวลงในน้ำทะเล จะส่งประกายแสงให้กระทบผิวน้ำที่พลิ้วเป็นระลอกคลื่น ทำให้น้ำทะเลมีสีเสมือนสีส้มอมแดง ซึ่งงดงามยิ่งกว่าภาพวาดโดยจิตรกรฝีมือชั้นครูของโลก 

แล้วเมื่อยามที่ดวงตะวันจมลงในน้ำทะเลแล้ว สักพักหนึ่งเมื่อเราเปลี่ยนฝั่งไปอยู่ที่ด้านทิศตะวันออก ก็จะพบกับดวงจันทร์ขึ้นเหนือผิวน้ำทะเล ทอแสงนวลเย็นตาเปล่งประกายลงบนผิวน้ำทะเล ทำให้กลายเป็นสีเงินยวง เมื่อมีลมทะเลพัดมาต้องผิวกายก็ยิ่งทำให้มีความสุขจนเกินจะบรรยาย เพราะทำให้ความร้อนลดลงไป ในขณะที่มีภาพวาดจากธรรมชาติคือดวงจันทร์กลมโต (เพราะเป็นคืนวันเพ็ญ) ลอยเด่นกลางหาว แล้วส่องแสงประกายลงบนผิวน้ำทะเล

Mr.Flower ไปไหว้พระที่วัดเกาะพยามแล้วเลยไปนั่งเล่นที่หาดหินทะลุในช่วงยามเย็นจึงเก็บภาพความงามของหินทะลุยามก่อนพระอาทิตย์ตกมาฝาก แล้วเมื่อใกล้จะ Sunsetก็จึงย้ายไปนั่งรอชมตะวันตกน้ำที่อ่าวใหญ่ แล้วก็ได้ชมความงามก่อนอาทิตย์อัสดงมาฝาก ส่วนภาพดวงจันทร์ทอแสงประกายเหนือผิวน้ำ ถ่ายภาพจากอ่าวแม่หม้าย ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออกของเกาะพยาม ด้านเดียวกับวัดเกาะพยาม ซึ่งอยู่ด้านเดียวกับท่าเทียบเรือโดยสารของเกาะ

ส่วนภาพน้องแมวสุดสวยที่แสนจะขี้เล่นเป็นมิตรมาก ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่ตั้งใจนำมาฝากคุณๆ พร้อมๆ กับภาพน้องหมาที่ไปเล่นน้ำทะเลเพื่อดับร้อน ต้องบอกว่าหมาส่วนใหญ่บนเกาะพยามเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก ส่วนแมวตัวที่ถ่ายภาพมาฝากก็แสนจะเป็นมิตร และชอบให้ถ่ายภาพมากที่สุด เมื่อเขาเห็นกล้องถ่ายรูป หรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือ น้องแมวจะโพสท่าต่างๆ ราวกับว่าอยู่บน catwalk ส่วนน้องหมาส่วนมากก็จะเข้าไปเล่นกับนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับที่แสนน่ารักของเกาะพยาม

หากคุณสนใจไปเที่ยวเกาะพยามแบบ exclusive กับ Mr.Flower และ สมาชิกกลุ่มเล็กๆ (6-8 คน) โปรดติดต่อ 091- 7233615 นะครับ

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801501

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประท้วงหนุนปาเลสไตน์ในมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ หลายมหาวิทยาลัยดังของสหรัฐฯ มีการชุมนุมประท้วงของบรรดานักศึกษาอย่างรุนแรง เพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ และต่อต้านอิสราเอลที่ทำสงครามโจมตีฉนวนกาซา พร้อมกับเรียกร้องให้สถาบันการศึกษาของพวกเขา เปิดเผยงบประมาณที่ได้รับจากอิสราเอล และสายสัมพันธ์กับอิสราเอล ก่อนจะมีรายงานนักศึกษาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวแล้วหลายร้อยคน

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์-สวพ.FM91-เมเจอร์ กรุ้ป มอบความสุข จัดกิจกรรมแทนคำขอบคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801514

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์-สวพ.FM91-เมเจอร์ กรุ้ป  มอบความสุข จัดกิจกรรมแทนคำขอบคุณ

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์-สวพ.FM91-เมเจอร์ กรุ้ป มอบความสุข จัดกิจกรรมแทนคำขอบคุณ

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ร่วมกับ สวพ.FM91 จัดกิจกรรม “TAXI DAY” ต้อนรับวันแรงงานแห่งชาติที่จะมาถึง 1 พฤษภาคมนี้ เปิดโอกาสให้กับผู้ขับขี่แท็กซี่ได้นำครอบครัวเข้าชมภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” พร้อมรับป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มฟรี ณ โรงภาพยนตร์ที่ 14 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน หนึ่งกิจกรรมการสร้างคุณค่าให้กับสังคมภายใต้แนวคิด “Care for Social” จุดเริ่มต้นดีๆ ในการส่งกำลังใจมอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้ผู้ขับขี่แท็กซี่เพื่อจะสะท้อนกลับเป็นพลังให้พวกเขามอบบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสารต่อไป โดยมี อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ และ ดร.ไจตนย์ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิไลเซ็นเตอร์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุ สวพ. FM91 มาร่วมส่งกำลังใจ มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ขับขี่แท็กซี่ในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ปจัดกิจกรรมแทนคำขอบคุณ “Major Thank You Riders Day” เปิดให้ Rider LINE MAN และครอบครัวดูหนังฟรี โดย นรุตม์ เจียรสนองรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)ร่วมกับ ศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์รองประธานอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์องค์กร LINE MAN Wongnaiมอบวันพิเศษแทนคำขอบคุณให้ Rider ของแอปพลิเคชั่น LINE MAN พร้อมครอบครัวได้ชมภาพยนตร์เรื่อง “ก็อดซิลล่าปะทะคอง 2” ฟรี พร้อมรับป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมฟรี ณ โรงภาพยนตร์ที่ 13 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801510

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมนักบินอวกาศ 3 คน บนยานอวกาศเสินโจว-18 (Shenzhou-18) ของจีนเข้าสู่สถานีอวกาศของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เม.ย. เพื่อเริ่มต้นการสับเปลี่ยนลูกเรือในวงโคจรรอบใหม่ โดยมีทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-17 ทั้ง 3 คนมารอต้อนรับ และกล่าวทักทายสมาชิกใหม่ ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน โดยการพบปะนี้เป็นจุดเริ่มต้นการสับเปลี่ยนลูกเรือในวงโคจรรอบที่ 4 ของสถานีอวกาศจีน

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน หรือ ซีเอ็มเอสเอ ระบุว่านักบินอวกาศทั้งหกคนจะใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันราว 5 วัน เพื่อดำเนินงานตามแผนการและส่งมอบงานให้เสร็จสิ้น

นักบินอวกาศของยานเสินโจว-18 ประกอบด้วย เย่ กวงฟู่ ผู้บัญชาการภารกิจ, หลี่ ชง และหลี่ กว่างซู จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศเป็นเวลา 6 เดือน ปฏิบัติภารกิจหมุนเวียนกับลูกเรือจากเสินโจว-17 ที่สถานีอวกาศเทียนกง เป็นเวลา 6 เดือน โดยจะทำการทดลองมากกว่า 90 ครั้ง ทำภารกิจนอกตัวยาน 2-3 ครั้ง และยังมีภารกิจสำคัญอื่นๆ นอกจากนี้ ลูกเรือจะได้เห็นยานอวกาศขนส่งเทียนโจว-8 และ ยานอวกาศเสินโจว-19 ที่ขึ้นมาสู่สถานีอวกาศที่พวกเขาอยู่ด้วย

สำหรับลูกเรือจากยานเสินโจว-17 มีกำหนดกลับมายังโลกในวันที่ 30 เมษายน ส่วนนักบินอวกาศของยานเสินโจว-18 จะได้กลับมายังโลกในเดือนตุลาคมนี้

กรุงไทย-แอกซ่า จับมือพันธมิตร สานต่อกิจกรรม ‘Save Our Sea ปีที่ 2’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801517

กรุงไทย-แอกซ่า จับมือพันธมิตร  สานต่อกิจกรรม ‘Save Our Sea ปีที่ 2’

กรุงไทย-แอกซ่า จับมือพันธมิตร สานต่อกิจกรรม ‘Save Our Sea ปีที่ 2’

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตในฐานะผู้นำด้านบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ร่วมกับ มูลนิธิ ลากูน่า ภูเก็ต และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน สานต่อนโยบายด้าน Climate Change & Biodiversity หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายด้านชีวภาพ ในกิจกรรม “Save Our Sea ปีที่ 2” ณ อังสนา ลากูน่า จ.ภูเก็ต

แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอกซ่า ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า “กรุงไทย-แอกซ่าฯ เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นและให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้าน Climate Change & Biodiversity ผ่านการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทะเลของประเทศไทย รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อนส่งเสริมและกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล นอกจากนี้ กลุ่มแอกซ่ายังยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็น 1 ใน 5กลยุทธ์หลักขององค์กร ในขณะที่กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งเน้นเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบาย และเป็นกลยุทธ์หลักของการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ดำเนินงานผ่านโครงการต่างๆ ซึ่งบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการทุกโครงการของเราจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้แก่องค์กรต่างๆ และประชาชนให้เห็นความสำคัญกับการอนุรักษ์และรักษาธรรมชาติ ผ่านการลงมือทำร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้สมกับคำว่า เคียงข้าง คุ้มครอง พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อคงไว้ให้แก่ลูกหลานของเราในอนาคต”

บุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ฯกล่าวเสริม “โครงการ Save Our Sea ปีที่ 2เป็นโครงการระยะยาว โดยปีที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการในการช่วยสนับสนุนการปรับปรุงและซ่อมบำรุงบ่ออนุบาลเต่าทะเล ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน เพื่ออนุบาลเต่าทะเลในประเทศไทย รวมถึงเต่ามะเฟืองที่เป็นเต่าใกล้สูญพันธุ์ โดยศูนย์วิจัยดังกล่าวถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศทั่วโลกที่สามารถอนุบาลเต่ามะเฟืองได้ และร่วมปล่อยลูกเต่าตนุกลับสู่ท้องทะเล เก็บขยะรอบชายหาด ซึ่งขยะที่คัดแยกได้ทำการส่งมอบ เพื่อทำเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนเรื่องประเภทของขยะให้แก่โรงเรียนอนุบาล ลากูน่า ภูเก็ต และการจัดทำบ้านปลา ในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อกิจกรรม Save Our Sea ผ่านการปล่อยเต่าตนุกลับสู่ท้องทะเล เก็บขยะรอบชายหาด สร้างการเรียนรู้และตระหนักรู้ในการคัดแยกและทิ้งขยะให้ถูกประเภท รวมถึงการจัดทำบ้านปลา เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด อาทิ ปลาทะเล และปลาหมึก เพื่อสร้างความสมดุลให้ท้องทะเลอันดามัน”

นอกจากนั้น กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตและพันธมิตรยังมีจุดมุ่งหมายร่วมกันที่มุ่งมั่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทางทะเลของประเทศไทย ร่วมส่งเสริมและกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อมทางทะเล หรือ Climate Change & Biodiversityซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นอยู่เคียงข้าง คุ้มครอง พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม

คุณแหน : 28 เมษายน 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801513

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน ระหว่าง ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยากับ ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง มีงานเลี้ยงณ ห้องแกรนด์บอลรูม รร.แมนดาริน โอเรียนเต็ล เมื่อค่ำศุกร์ ๒๖ เม.ย. …สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯเสด็จในงานฉลองมงคลสมรสด้วยพร้อมด้วยองคมนตรี (อดีตนายกฯ)พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภาไปร่วมงานเต็มที่ เพราะ ม.ล.ปนัดดาดิศกุล เป็น “สว.” และเลขาธิการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ด้วย, ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.ฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, กอบกาญจน์  วัฒนวรางกูร และแขกผู้มีเกียรติมากมาย ทำให้ห้องจัดเลี้ยงแลดูเล็กไปถนัด เจ้าภาพปลาบปลื้มเป็นที่สุด…

●● เห็นภาพ นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เศรษฐาทวีสิน นำคณะรัฐมนตรีที่มีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลกว่าสิบท่าน แถลงข่าวโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต ๑๐,๐๐๐ บาท ที่ทำเนียบเมื่อเร็วๆ นี้ ดูดีๆทุกท่านเคร่งเครียด จริงๆ (ใจ ตุ้มๆต่อมๆ)…

●● ส่วน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ปกป้องระบบการเงินการคลังของชาติไม่ให้เกิดความเสียหายจากนโยบายฉ้อฉลของนักการเมือง ขอเป็นกำลังใจ…

●● เฟซบุ๊ก ส่วนตัวของ เทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.ปชป. “การแทรกแซงและครอบงำองค์กรอิสระของผู้มีอำนาจ นับว่าเป็นวงจรอุบาทว์เพราะผู้มีอำนาจทุกยุคทุกสมัย พยายามเข้าไปแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนและพรรคพวกทั้งสิ้น ฯลฯ” จริงเท็จ อย่างไรเชื่อได้หรือไม่ ตัดสินเอาเอง…

●● ร่วมอาลัยและเสียใจกับ สมณะโพธิรักษ์ ผู้ก่อตั้งสำนักสันติอโศก ป่านนี้ดวงวิญญาณท่านคงสู่สุคติแล้ว…

●● เสาร์ ๔ พ.ค. ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๐.๐๐ น. ณ บริเวณองค์พระพุทธวิสุทธิมงคล ริมทะเลสาบสวนเบญจคีรี พระเทพวชิรวาที วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร จะสอนธรรมในเรื่อง “เข้าใจชีวิต พิชิตสุข” พร้อมวิสัชนาธรรม ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นของสวน เพื่อค้นหาความสุขที่แท้จริงของชีวิต ที่ไม่ต้องแสวงหาด้วยตัวเอง…●●


น้องนิ่ง….นิ่ง…

โซไซตี้ : ‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801518

โซไซตี้ : ‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

โซไซตี้ : ‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เป็นประธานเปิดงาน วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2567 พร้อมมอบโล่รางวัลให้กับองค์กรที่สนับสนุนงานด้านผู้สูงอายุ ซึ่ง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับโล่รางวัลในครั้งนี้ โอกาสนี้ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นได้ร่วมแสดงความยินดีกับ จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นตัวแทนรับมอบ

ด้าน จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการนำศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นแก่คนในสังคม รวมถึง “กลุ่มผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณค่าและเป็นศูนย์รวมความรักความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว โดยได้ดำเนินโครงการหลากหลายที่เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุ อาทิ โครงการหาย(ไม่)ห่วง-ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ในการทำสายรัดข้อมือ(Wristband) ที่มี QR Code นวัตกรรมติดตามผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงพลัดหลง และหายออกจากบ้าน ให้กลับคืนสู่ครอบครัวได้อย่างปลอดภัยแล้ว โครงการเน็ตทำกิน-เสริมความรู้และยกระดับทักษะดิจิทัลให้แก่ผู้สูงอายุ เช่น การทำตลาดออนไลน์ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยที่เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการรู้ทันโลกออนไลน์-เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ผู้สูงอายุ ได้เรียนรู้ผ่านหลักสูตร “รู้ทันโลกออนไลน์” จากทรูปลูกปัญญา เพื่อรู้จักวิธีป้องกันภัยไซเบอร์ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งการได้รับการประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้ ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างสรรค์โครงการเพื่อผู้สูงอายุเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดีและน่าอยู่ร่วมกันต่อไป