โดม ปกรณ์ ลัม ประกาศลั่น ใครรุกรานไทย กำลังสู้กับคนไทยทั้งประเทศไม่ใช่แค่กองทัพ

โดม ปกรณ์ ลัม ประกาศลั่น ใครรุกรานไทย กำลังสู้กับคนไทยทั้งประเทศไม่ใช่แค่กองทัพ

โดม ปกรณ์ ลัม ประกาศลั่น ใครรุกรานไทย กำลังสู้กับคนไทยทั้งประเทศไม่ใช่แค่กองทัพ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.40 น.

วันที่ 11 ธันสาคม 2568 จากกรณีความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เหล่าคนในวงการออกมาแสดงจุดยืนและส่งกำลังใจให้ทหารกล้าที่แนวหน้า

ล่าสุด  ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาเคลื่อนไหว โดยเจ้าตัวโพสต์ถึงพลังความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ หากมีผู้ใดคิดรุกรานแผ่นดิน ซึ่งระบุข้อความว่า “ต้องบอกว่าใครที่คิดเป็นศัตรูรุกรานประเทศไทย คุณกำลังคิดผิดครับ เพราะคุณไม่ได้สู้แค่กับกองทัพไทย คุณกำลังสู้กับคนไทยทั้งประเทศที่มีน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกันสามัคคีกัน #ทำลายให้สิ้นสภาพ”

โอซา แวง ผู้มาก่อนกาล รู้เรื่อง นานา ไรบีนา เพื่อนสนิทตนเอง มา 7 ปี

โอซา แวง ผู้มาก่อนกาล รู้เรื่อง นานา ไรบีนา เพื่อนสนิทตนเอง มา 7 ปี

โอซา แวง ผู้มาก่อนกาล รู้เรื่อง นานา ไรบีนา เพื่อนสนิทตนเอง มา 7 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.06 น.

จากกรณีดารานักแสดงสาว นานา ไรบีนา ถูกตำรวจบุกจับกุมที่บ้านพักย่านพระโขนง ในข้อหาฉ้อโกงและพรก.การกู้ยืมเงินที่เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านพ้นมา และศาลอาญาให้ประกันตัว นานา ไรบีนา ด้วยวงเงิน 1 ล้านบาท และไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ 

ล่าสุด ดารานางแบบสาวคนดังของประเทศอย่าง โอซา แวง ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับอดีตเพื่อนรัก นานา ไรบีนา ที่เพิ่งกลายเป็นข่าวร้อนแรงในวงการบันเทิงและบนโลกออนไลน์ผ่านไลฟ์สดของ จิ๊บ ปกฉัตร และ เดย์ ไทยเทเนียม เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านพ้นมา ซึ่งตัว โอซา แวง ยอมรับว่าตนเองรู้เรื่องนี้มา 7 ปีแล้ว และไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายมา 2 ปีแล้ว เคยร้องไห้เสียใจ ผิดหวังตอนนี้ก็มูฟออนแล้ว ขอไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ประมาณนี้

โอซาแวง

“ว้าวจริง! เรื่องนี้ไม่ธรรมดาแบบที่คิดเลย!
โอซาแวง… ผู้มาก่อนกาลของจริง
รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว
แถมไม่ได้คุยกับ… มา 2 ปีแล้วอีก 
บอกเลยว่ามีอะไรให้คิดเยอะมาก! #โอซาแวง #เวย์นานา #นานา #นานาไรบีนา #เดย์ไทยเทเนี่ยม”

ทำเอาชาวเน็ตจำนวนมากและเพื่อนดาราต่างเข้ามาคอมเมนต์ปแสดงความคิดเห็นกันอย่างยกใหญ่ เกี่ยวกับ โอซา แวง ที่เจ้าตัว ออกมาพูดถึงกรณีอดีตเพื่อนรัก นานา ไรบีนา

โอซาแวง
โอซาแวง
โอซาแวง
โอซาแวง

ชมคลิปคลิกที่นี่ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องคลิกที่นี่ 

เปิดประวัติ นานา ไรบีนา พี่ใหญ่แห่งแก๊งนางฟ้า ตัวแม่ตัวมัมของเมืองไทย

เปิดประวัติ เวย์ ไทยเทเนี่ยม แร็ปเปอร์ดังคู่ชีวิตดาราสาว นานา ไรบีนา

เปิดข้อหา นานา ไรบีนา ที่ถูกตำรวจจับคาบ้าน

ขอขอบคุณภาพจาก tiktok tt090807060504 Taew

ชัยวุฒิ หวั่น การเมืองเข้าสู่สภาวะเดดล็อก หลังนายกฯ ยุบสภาฯ ท่ามกลางสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

ชัยวุฒิ หวั่น การเมืองเข้าสู่สภาวะเดดล็อก หลังนายกฯ ยุบสภาฯ ท่ามกลางสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

ชัยวุฒิ หวั่น การเมืองเข้าสู่สภาวะเดดล็อก หลังนายกฯ ยุบสภาฯ ท่ามกลางสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.31 น.

”ชัยวุฒิ“ หวั่น การเมืองเข้าสู่สภาวะเดดล็อก หลังนายกฯ ยุบสภาฯ ท่ามกลางสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เชื่อ ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศได้

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวภายหลังที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาว่า ผลกระทบจากเกมการเมืองของฝ่ายที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับไม่ได้แก้ในสิ่งที่ต้องการจนนำไปสู่การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่าผลลัพธ์คือการที่นายกรัฐมนตรียื่นยุบสภาฯ ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจังหวัดชายแดนไม่สามารถเลือกตั้งได้ เนื่องจากมีความวุ่นวาย และไม่สะดวกในพื้นที่ เกมการเมืองเหล่านี้จะทำให้การเมืองเข้าสู่สภาวะเดดล็อก เกมการเมืองดังกล่าวจะทำให้การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะชะงักงันหรือเดดล็อก และขอตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศภายใน 60 วันได้หรือไม่

ซึ่งตนเชื่อว่าไม่สามารถดำเนินการได้ ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน นอกจากนี้ จำเป็นต้องย้อนถามไปยังพรรคการเมืองทั้งหมดในสภาที่มีความขัดแย้งกันในประเด็นรัฐธรรมนูญว่า ได้ตระหนักหรือไม่ว่าการดำเนินการดังกล่าวกำลังสร้างปัญหาใหม่ให้กับการเลือกตั้ง และอาจทำให้การเมืองไทยวนกลับเข้าสู่วงจรของปัญหาอีกครั้ง

ทภ.1 คุมเข้ม บ้านหนองหญ้าแก้ว กัมพูชา จ่อยึดคืน ฝ่ายไทยทำลายคลังเก็บอาวุธ บริเวณบ้านโจกเจย สำเร็จ

ทภ.1 คุมเข้ม บ้านหนองหญ้าแก้ว กัมพูชา จ่อยึดคืน ฝ่ายไทยทำลายคลังเก็บอาวุธ บริเวณบ้านโจกเจย สำเร็จ

ทภ.1 คุมเข้ม บ้านหนองหญ้าแก้ว กัมพูชา จ่อยึดคืน ฝ่ายไทยทำลายคลังเก็บอาวุธ บริเวณบ้านโจกเจย สำเร็จ

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.22 น.

ทภ.1 คุมเข้ม บ้านหนองหญ้าแก้ว กัมพูชา จ่อยึดคืน  ส่วนบ้านคลองแผง-บ้านหนองจาน ถูกต่อต้านหนัก ฝ่ายไทยทำลายคลังเก็บอาวุธสำเร็จ ยังไม่เปิดทาง คนไทยติดค้างปอยเปตกลับประเทศ

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน 12 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา  ในปัจจุบัน เป็นวันที่ 5 โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

พื้นที่ที่สามารถยึดครองได้แล้ว ได้แก่ พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง โดยวางกำลังตั้งรับตามแนวอ้างสิทธิ์ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาพยายามต่อต้านด้วยการระดมยิงต่อฝ่ายเรา ด้วยอาวุธยิง BM-21, ปืนใหญ่, เครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง และโดรนทิ้งระเบิด ซึ่งปรากฏเป็นครั้งแรกในพื้นที่ 

พื้นที่ที่อยู่ระหว่างดำเนินกลยุทธ์ เพื่อยึดพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา และ พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการระดมยิงต่อฝ่ายเรา ด้วยอาวุธยิง BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง จึงมีความยากลำบากในการปฏิบัติการ ทั้งนี้ ฝ่ายเราสามารถทำลายคลังเก็บยุทโธปกรณ์ บริเวณบ้านโจกเจย ด้านตรงข้ามบ้านหนองจานได้

พื้นที่วางกำลังคุ้มครอง และตรึงกำลัง ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ และพื้นที่บ้านเขาดิน อ.คลองหาด โดยพื้นที่บ้านคลองลึก บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก 
อ.อรัญประเทศ ฝ่ายไทยได้เตรียมการเปิดด่านเพื่อรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชากลับประเทศ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรับตัวและคัดกรองตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานกับฝ่ายกัมพูชา แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองในการปล่อยตัวเป็นวันที่ 2

สำหรับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยวันนี้ ได้รับรายงานได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม จำนวน 10 นาย และเสียชีวิต 1 นาย (ร่วมปฏิบัติภารกิจแต่เสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วย ณ.รพ.พระมงกุฏเกล้า) 

สรุปยอดกำลังพลได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตั้งแต่ 8 ธ.ค.68 – ปัจจุบัน บาดเจ็บ จำนวน 44 นาย เสียชีวิต 3 นาย สำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ใน 4 อำเภอ ทางจังหวัดสระแก้วร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 พื้นที่ จำนวน 40 ศูนย์ รวม 21,500 คน

กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่าจะยืนหยัดปฏิบัติตามภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ การปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินการภายใต้กฎการปะทะและสิทธิในการป้องกันตนเอง  จนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จะยุติเพื่ออธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ      

เลขาฯกกต. แจงข้อกฎหมาย หากคนละครึ่งพลัส ไปต่อใน ครม.รักษาการ

เลขาฯกกต. แจงข้อกฎหมาย หากคนละครึ่งพลัส ไปต่อใน ครม.รักษาการ

เลขาฯกกต. แจงข้อกฎหมาย หากคนละครึ่งพลัส ไปต่อใน ครม.รักษาการ

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.01 น.

‘แสวง’แจงกกต.คำนึงความได้เปรียบ เสียเปรียบก่อนพิจารณาไฟเขียวโครงการคนละครึ่งหรือไม่

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) รักษาการจะสามารถเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสต่อได้หรือไม่ว่าในข้อกฎหมาย มาตรา 169 รัฐธรรมนูญ มีระบุไว้ 4 เรื่อง คือ 1.งานและโครงการ ต้องอยู่ในปีงบประมาณนั้น 2.คน การโยกย้ายแต่งตั้ง หรือการให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก กกต. แต่ต้องมีตำแหน่ง ไม่ใช่ทุกตำแหน่ง หมายถึงตำแหน่งที่ครม. เห็นชอบต้องส่งมาที่กกต.เพื่อให้ความเห็นชอบ 3.งบกลาง อย่าไปอนุมัติผูกพัน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากกกต. และ4.การใช้ทรัพยากรของรัฐ เรื่องนี้เรามีระเบียบอยู่แล้ว ซึ่งการใช้ทรัพยากรของรัฐ หรืองานหรือโครง การนั้น ต้องมาดูว่าอาจจะเข้างบกลางด้วยก็ได้ เราต้องไปดูเพราะเรายังไม่เห็นองค์ประกอบว่าคืออะไร ซึ่งครม.ต้องพิจารณาถ้าเขาอยากได้ก็ต้องมาขอที่ กกต.

เมื่อถามว่าโครงการไหนที่ผ่านมติ ครม. แล้ว แต่จำเป็นต้องใช้งบก็ต้องขอกกต.ทุกครั้งหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ถึงจะมาขอกกต.แต่เราต้องคำนึงถึงว่าต้องไม่ทำให้การแข่งขันได้เปรียบเสียเปรียบกัน อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นอำนาจเราแต่ก็ต้องคำนึงเรื่องนี้

กกต.รับมีช่องทาง รัฐบาลอนุทิน อยู่ยาว ขยายวันเลือกตั้งเกิน 60 วันได้

กกต.รับมีช่องทาง รัฐบาลอนุทิน อยู่ยาว ขยายวันเลือกตั้งเกิน 60 วันได้

กกต.รับมีช่องทาง รัฐบาลอนุทิน อยู่ยาว ขยายวันเลือกตั้งเกิน 60 วันได้

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.50 น.

‘แสวง’รับกฎหมายเปิดช่องขยายวันเลือกตั้งเกิน 60 วันจากเหตุสู้รบ ทำรัฐบาลอยู่ยาว  สงบค่อยจัดเลือกตั้งใน 30 วัน  ส่วนประชามติย่น ย่อเวลาได้ แต่เป็นไปได้สูงไม่ได้ทำพร้อมเลือกตั้ง

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้สัมภาษณ์กรณีอาจมีการขยายวันเลือกตั้งสส.เกินกว่า 60 วันทำให้รัฐบาลรักษาการอยู่ยาวนั้น ดูเงื่อนไขตามกฎหมาย พอมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ภายใน5วัน กกต.ต้องประกาศวันเลือกตั้ง เขตเลือกตั้ง นั่นคือภายใน 5 วัน ต้องมีวันเลือกตั้ง ส่วนสถานการณ์จริงจะเป็นอย่างไร ก็ต้องดูสถานการณ์ก่อน

“ในทางกฎหมายมีช่องทางแก้ไขได้ทุกเรื่อง ที่คนกังวลคือจะกระทบกรณีที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้กำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้มีสถานการณ์สู้รบที่จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในรัฐธรรมนูญมาตรา 104 ระบุว่าหากมีเหตุจำเป็น ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่กกต. ประกาศ กำหนดได้ ให้กกต.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง นี่คืออำนาจกกต. แต่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้น ยังบอกไม่ได้ “

เมื่อถามว่าเป็นการขยายทั้งประเทศ หรือเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหา นายแสวง กล่าว่า มาตรา 104 นั้นใช้กับทั้งประเทศ ต่างกับที่จ.ศรีสะเกษ ที่มีการใช้มาตรา 102 พ.ร.ป.
ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส ที่มีเหตุบางหน่วย บางพื้นที่ เป็นการกำหนดวันลงคะแนนใหม่  แต่อันนี้คือการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

เมื่อถามว่าหากเหตุสู้รบชายแดนยืดเยื้อ ไม่สามารถมีการเลือกตั้งได้ใน 60 วัน ก็ต้องขยายเวลาออกไปอีกหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องดูเวลาที่กกต.พิจารณา เหมือนที่จังหวัดศรีสะเกษ การเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริตและเที่ยงธรรม โดยคนที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง คือ กปน. ผู้สมัคร หาเสียง รวมถึงประชาชนผู้มีสิทธิ เราต้องดูความสะดวก ความปลอดภัยของเขาด้วย ซึ่งกกต.ต้องนำมาพิจารณา และข้อเท็จจริงในพื้นที่มีการประเมินสถาน การณ์ ผอ.กกต.จังหวัดมีการรายงานมาทุกวันว่าอะไรเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้งอย่างเดียวเท่านั้น แต่หลังมีพระราชกฤษฎีกาแล้ว กกต.ประกาศวันเลือกตั้งจะมีกระบวนการตั้งแต่การรับสมัคร การหาเสียง เราต้องพิจารณาให้หมด

เมื่อถามว่าแปลว่าต้องรอให้เหตุการณ์สงบโดยสิ้นเชิงก่อนถึงจะประกาศวันเลือกตั้งสำหรับทั้งประเทศได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรามีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะต้องดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ความสะดวกปลอดภัยของผู้มีสิทธิ์ เราต้องดูทั้งหมด

เมื่อถามย้ำว่า มีการมองว่าในพื้นที่อื่นที่ไม่มีเหตุรุนแรง ยังจำเป็นต้องรอหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มีทางออก มีเงื่อนไขทางกฎหมาย ซึ่งเราไม่รู้ และไม่มีใครบอกได้ว่าสถานการณ์จะจบเมื่อใด แต่ทางออกตามกฎหมาย เป็นทางออกแรกที่เรามีอยู่ ซึ่งไม่ได้บอกว่าจะทำ นอกจากนี้ ยังมีทางออกอื่นอีก คือ การลงทะเบียนออกเสียงลงคะแนนล่วงหน้า แล้วเอาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปลงคะแนนข้างนอก ซึ่งถ้าเช่นนี้ไม่ต้องเลื่อนก็ได้ เราจึงต้องประเมินสถานการณ์ก่อนว่าอะไรจะเกิดประโยชน์กับส่วนรวมมากที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า การจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วัน หลังเหตุสงบสามารถขยายได้อีกหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ถ้าเอาตามกฎหมาย เหตุสิ้นสุดลง แปลว่าไม่มีเหตุอีกแล้ว ก็จัดเลือกตั้งได้อยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกว่ายังมีทางออกอื่น และกกต.ต้องมีการประเมินสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดการเลือกตั้งในศูนย์อพยพ เลขาธิ การ กกต. กล่าวว่า เรื่องนี้มีการประชุมกับผู้รับผิดชอบ อย่างกรณีคนพิการจะมีกฎหมายรองรับเป็นการเฉพาะ แต่กรณีศูนย์อพยพไม่มีกฎหมายเฉพาะ ต้องใช้วิธีลงทะเบียน แล้วกกต.จัดพาหนะพาคนไปลงทะเบียนยังสถานที่ลงคะแนนล่วงหน้า แล้วสุดท้ายก็มีการเลือกตั้งตามกฎหมายสำหรับคนที่ไม่ได้ลงคะแนนล่วงหน้า อันนี้เป็นรายละเอียด แต่อยากให้มั่นใจว่า กกต.จะทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงความสะดวกปลอดภัยของประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้หาเสียง

ส่วนระยะเวลาที่ยืดออกไปจะทำให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบของพรรคการ เมืองหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ยืดเวลา ตอนนี้ยังเป็นตามกำหนดพระราชกฤษฎีกา แต่เรื่องเวลาเราต้องนำมาคำนวณทุกอย่างเพื่อให้การแข่งขันอย่างเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในส่วนของการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญยังสามารถจัดในวันเดียวกับการเลือกตั้งได้หรือไม่ เลขาฯ กกต. กล่าวว่า ถ้าเอาเวลาตามกฎหมาย กำหนดการเลือกตั้ง สส. ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60วัน แต่ประชามติ คือต้องไม่น้อยกว่า 60 วัน แต่ไม่เกิน150 วัน ซึ่งมาตรา 11 ของประชามติระบุว่า เพื่อประหยัดงบประมาณก็สามารถทำให้น้อยกว่า 60 วันได้ จึงต้องมาดู ซึ่งจริงๆ น่าจะใช้เวลามากกว่า เพราะอย่างน้อยงานธุรการต้องมีการพิมพ์ประเด็นแจกผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อทำความเข้าใจ รวมถึงจัดเวทีแสดงความคิดเห็นที่คงมีหลายรูปแบบ ต้องมาดูว่ากิจกรรมของประชามติที่กฎหมายกำหนด แต่ละกิจกรรมนั้นขั้นต่ำกำหนดไว้แค่ไหน ซึ่งกกต.ทำได้อยู่แล้ว แต่จะเพียงพอสำหรับประชาชนในการทำความเข้าใจรายละเอียดหรือไม่

“ถ้าคำนวณขั้นต่ำ 40-50 วัน แต่กระบวนการประชามติยังไม่ได้เริ่มเลย ทั้งๆ ที่เวลาของการเลือกตั้ง สส.เดินหน้านับ 1,2,3 แล้ว แต่ประชามติยังไม่ได้แจ้งมายังกกต.เลย จะแจ้งวันไหนก็ยังไม่ทราบ ดังนั้นจะทำร่วมกันวันเดียวเลยนั้นจึงยังตอบไม่ได้ “

นายแสวง กล่าวด้วยว่า การประชุมกกต. ในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค.นี้ จะเป็นเรื่องของการแบ่งเขต วันอังคารจะเป็นเรื่องการประกาศกำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้ง และวันเลือกตั้ง และหลังจากนั้นกฎหมายให้เป็นอำนาจของกกต.ในการพิจารณาเรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งเราติดตามสถานการณ์และฟังข้อมูลตลอด เหมือนกรณีการเลือกสส.แทนตำแหน่งที่ว่างที่ศรีสะเกษ กกต.ต้องฟังข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง ประชาคมหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่  ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มฟังแล้ว แต่ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ว่าระยะเวลาที่จะประกาศเลื่อนวันเลือกตั้งนั้นจะเป็นเมื่อไหร่ แต่ต้องเป็นเหตุตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ กกต.ไปประกาศเลื่อนเลย เราประเมินสถานการณ์วันต่อวัน อย่างไรก็ตามมันมีทางออกทุกเรื่อง อยู่ที่กกต.พิจารณา เช่น จะใช้มาตรมา 104 หรือ จะบริหารเฉพาะสถานการณ์นั้นเป็นพื้นที่พิเศษ ก็มีกฎหมายให้ทำอยู่ กกต.ต้องชั่งน้ำหนักว่า มันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ไม่สามารถใช้มาตรา 102 ของพ.ร.ป. การเลือกตั้ง สส. ให้เลื่อนวันลงคะแนน เพราะจะทำให้การเลือกตั้งทั่วประเทศไม่ใช่วันเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามตอนท้ายว่า กรณีเช่นนี้จะทำให้ถูกร้องเป็นโมฆะหรือไม่ นายแสวง ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

เพื่อไทย เปิดตัว สุริยะ-ยศชนัน-จุลพันธ์ แคนดิเดตนายกฯ

เพื่อไทย เปิดตัว สุริยะ-ยศชนัน-จุลพันธ์ แคนดิเดตนายกฯ

เพื่อไทย เปิดตัว สุริยะ-ยศชนัน-จุลพันธ์ แคนดิเดตนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.23 น.

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จำนวน 3 คนที่จะเปิดตัววันที่ 16 ธ.ค. จะประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เป็นนักวิชาการ เคยทำวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือคนพิการที่ร่างกายขยับไม่ได้ แต่สมองยังทำงานจากเคสคนที่ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์มาแล้ว

อีกสองคน คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ เคยเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายกระทรวง คนในพรรคต่างให้การยอมรับ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นนักการเมืองรุ่นกลางที่มีความรู้ความสามารถสามารถ ขึ้นเวทีดีเบตในนามพรรคเพื่อไทยได้ และมีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 

กองทัพ ยันยึดเนิน 677 ช่องอานม้าได้แล้ว ย้ำพระวิหารยังปะทะต่อเนื่อง ไม่มีท่าทียอมจำนน

กองทัพ ยันยึดเนิน 677 ช่องอานม้าได้แล้ว ย้ำพระวิหารยังปะทะต่อเนื่อง ไม่มีท่าทียอมจำนน

กองทัพ ยันยึดเนิน 677 ช่องอานม้าได้แล้ว ย้ำพระวิหารยังปะทะต่อเนื่อง ไม่มีท่าทียอมจำนน

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.17 น.

กองทัพ เผย ทหาร เสียชีวิต 1 นาย ยัน ไทยควบคุมพื้นที่ช่องอานม้าไว้ได้แล้ว ย้ำ พื้นที่พระวิหาร ไม่มีท่าทียอมจำนน มีเหตุยิงปะทะต่อเนื่อง ด้าน กต. แนะ คนไทยในกัมพูชา กลับประเทศ ช่องทางที่ผ่านได้

วันที่ 12 ธ.ค.68 เวลา 16.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลเรือตรี สุรสันต์  คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า สถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดน ยังคงตึงเครียดตลอดทั้งวัน โดยในช่วงเช้า ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีเข้ามาในพื้นที่อธิปไตยอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเวลา 12.00 น ที่ผ่านมา ทหารไทยจากกรมรบพิเศษที่ 1 เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย จากการระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาบริเวณช่องอานม้าของฝ่ายกัมพูชา แต่ขณะเดียวกัน กองทัพบกได้ตอบโต้และสามารถยึดพื้นที่เนิน 677 บริเวณช่องอานม้า จนสามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ และแม้ว่าฝ่ายไทยจะสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ยังคงระดมโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีการปะทะกันอยู่ตลอดเวลาจนถึงใน

ขณะนี้ด้านหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ยังดำเนินยุทธการ ‘ตราดปราบปรปักษ์’ เพื่อต่อต้านการรุกรานของทางฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านท่าเส้น จังหวัดตราด ที่ฝ่ายกัมพูชาได้เพิ่มกำลังอาวุธหนักมาประชิดตามแนวชายแดน 

ขณะที่กองทัพอากาศ ก็ยังคงส่งกำลังสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดินของทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ ปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้ จึงสะท้อนถึงการดำเนินการร่วมกันของทั้ง 3 เหล่าทัพ เพื่อต่อต้านปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชา

ด้าน พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า
ได้สอบถามหน่วยในพื้นที่กรณีที่ปรากฏข่าวเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ว่าปรากฏธงสีขาวในพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารนั้นว่า เป็นการแสดงสัญลักษณ์ของฝ่ายกัมพูชา ว่าต้องการเปิดเจรจาหรือประนีประนอมหรือไม่ แต่จากข้อเท็จจริงพบว่า ในพื้นที่ยังคงมีการปะทะกันด้วยกำลังอาวุธอย่างต่อเนื่อง ธงสีขาวที่ปรากฏ จึงไม่น่าจะเป็นสัญญานของการยอมจำนนแต่อย่างใด

 ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ ได้แนะนำให้ประชาชนไทยเลือกวิธีเดินทางกลับประเทศผ่านช่องทางที่ยังสามารถดำเนินการได้ รวมทั้งยังคงความพยายามที่จะประสานกับฝ่ายกัมพูชาในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศกัมพูชาได้

 ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา และอพยพไปอาศัยในในศูนย์พักพิงชั่วคราว 259,121 คน และมีประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย จากการที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังและไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้สะดวก เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น รวมจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 5 ราย มีโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ 20 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้รับผลกระทบ 212 แห่ง

ยืนยันยึด ช่องอานม้า ได้ 100% สถาปนาพื้นที่เนิน677 ได้แล้ว เฝ้าระวังกัมพูชายิงใส่ต่อเนื่อง

ยืนยันยึด ช่องอานม้า ได้ 100% สถาปนาพื้นที่เนิน677 ได้แล้ว เฝ้าระวังกัมพูชายิงใส่ต่อเนื่อง

ยืนยันยึด ช่องอานม้า ได้ 100% สถาปนาพื้นที่เนิน677 ได้แล้ว เฝ้าระวังกัมพูชายิงใส่ต่อเนื่อง

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

ยืนยันยึด“ช่องอานม้า” ได้100 % สถาปนาพื้นที่เนิน677 ได้แล้ว เฝ้าระวังด้าน“กัมพูชา” ยิงใส่ต่อเนื่อง 

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเวลา16.00 น. พลเรือตรีสุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ตั้งแต่เวลา 06:29 น. ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีมายังฝ่ายไทยทำให้เราจำเป็นต้องตอบโต้การรุกราน ซึ่งสถานการณ์ตลอดแนวชายแดน 7จังหวัดก็ยังมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง

โดย เวลา 12:00 น.ฝ่ายกัมพูชาระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาบริเวณช่องอานม้าทำให้ทหารไทย จากกรมรบพิเศษที่1 เสียชีวิต1นาย โดยทางกองทัพบกได้ตอบโต้ จนสามารถยึดเนิน 677 ที่ช่องอานม้าได้อย่าง 100% แม้มีกำลังพลเสียชีวิตถือว่าเป็นวีรชนผู้เสียสละเพื่อชาติ ก็ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย

อย่างไรก็ตาม เหตุกาณ์ตรงนี้ยังไม่เสร็จสิ้นกัมพูชายังคงระดมยิงอาวุธสนับสนุนเข้ามา  โดยฝ่ายเรายังดำรงการยิงต่อต้าน เพื่อสถาปนาพื้นที่เอาไว้ เพราะยังไม่ไว้วางใจว่าทางกัมพูชาวางอาวุธแล้วหรือยัง  และยังมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง

รทสช. ออกแถลงการณ์ ชี้แก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภา ซ้ำเติมวิกฤต ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ

รทสช. ออกแถลงการณ์ ชี้แก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภา ซ้ำเติมวิกฤต ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ

รทสช. ออกแถลงการณ์ ชี้แก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภา ซ้ำเติมวิกฤต ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

รทสช.ออกแถลงการณ์ ซัดยุบสภาซ้ำเติมวิกฤต ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ แต่เป็นประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัว จ่อส่งผู้สมัครสส.ครบ 77 จว.

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ออกแถลงการณ์การประกาศยุบสภา โดยมีเนื้อหาระบุว่า ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาหนักรอบด้าน ทั้งความตึงเครียดจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนกัมพูชาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ วิกฤตน้ำท่วมที่ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากยังคงประสบความทุกข์ยากอย่างหนัก วิกฤตเศรษฐกิจฐานรากที่กำลังพังทลาย  และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กดทับความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ 

โดยผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมความไม่แน่นอนทางการเมือง และสะท้อนอย่างชัดเจนว่า  พรรคการเมืองให้ความสำคัญกับประโยชน์ทางการเมืองของตนเองมากกว่าการทุ่มเทกำลังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยพรรครทสช.เห็นว่าการยุบสภาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความจำเป็นของบ้านเมืองแต่เกิดจากผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองล้วนๆ โดยที่ฝ่ายหนึ่งมุ่งเป้าหมายที่จะแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้นไม่คำนึงถึงวิกฤตประเทศในปัจจุบัน ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการแค่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ทั้งที่มีหน้าที่แก้ไขวิกฤติโดยตรง  ข้อตกลงของสองฝ่ายทำให้การแก้ไขปัญหาวิกฤตประเทศสะดุดลง 

ทั้งนี้ วิกฤตประเทศในขณะนี้จำเป็นต้องใช้ความจริงจังและเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้เข้ามาเล่นการเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจหรือผลประโยชน์ เราตั้งใจเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์เราพร้อมลงมืออย่างเด็ดขาดเพื่อนำประเทศออกจากวงจรความไม่แน่นอนและความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเราพร้อมที่จะนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้และมีความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบ 77 จังหวัด ทั่วประเทศ