ชาวเน็ตเมนต์สนั่น! อ๋อม สกาวใจ โพสต์ขอให้สงครามจบด้วยการเจรจา

ชาวเน็ตเมนต์สนั่น! อ๋อม สกาวใจ โพสต์ขอให้สงครามจบด้วยการเจรจา

ชาวเน็ตเมนต์สนั่น! อ๋อม สกาวใจ โพสต์ขอให้สงครามจบด้วยการเจรจา

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

10 ธันวาคม 2568 จากเหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนพื้นที่ใกล้แนวชายแดนต้องอพยพหนีอันตรายอย่างเร่งด่วน รวมถึงมีทหารไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

       ล่าสุด อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ได้ออกมาเคลื่อนไไหวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่า “ถ้าสุดท้ายแล้ว สงครามนี้ต้องจบลงด้วย “การเจรจาด้านการทูต” ก็รวบรัดมา “เจรจา” กันเลยเถอะค่ะ สงครามไม่เคยสร้างความสงบสุข ที่ยั่งยืน…หลายท่านก็รู้ดี

       ในมุมมอง “ส่วนตัว” นะคะ บางท่านอาจ “สะใจ” กับการมีสงคราม แต่ก็อยากให้มองผ่านเลนส์ของประชาชน พี่น้องแนวปะทะนั้นด้วยว่า พวกเค้าต้องการสงครามจริง ๆ ไหม พวกเรา (ที่อยู่ห่างไกลแนวปะทะ) โปรดมองในมุมนี้ด้วยนะคะ และไม่ได้กล่าวโทษใคร ในการตอบโต้ที่ผ่านมา คงด้วยเหตุจำเป็น แค่อยากให้จบ ให้เกิดการ “เจรจา” โดยเร็วค่ะ”

       พร้อมแคปชั่นว่า ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนและพี่น้องทหารแนวชายแดนทุกท่าน ด้วยความเคารพ อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ #ทัวร์ลงแน่ แต่อยากให้มองอีกมุมจริงๆ

โดยต่อมาได้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก อาทิ ลองลงไปอยู่ชายแดนศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว ดูนะค่ะคุณอ๋อม กี่ครั้งแล้วการเจรจามันได้ผลมั้ย ไม่ต้องโลกสวยแล้วมั่งคุณอ๋อม, คุณประเทศไทยไหมค่ะเข้าเจรจามากี่ครั่งแล้ว?? ,ลองไปฟังคำให้สัมภาษณ์ของคนอยู่ชายแดนยัง เขาไม่อยากอยู่แบบหวาดระแวง ถ้ารบเอาให้จบครั้งนี้ เจรจาต้องมีแค่ 2 ประเทศ เพราะเจรจาแบบมีคนกลางมันไม่จบ

ดัง พันกร ส่งข้อความถึง วี วิโอเลต หลังดราม่าร้องเพี้ยนงานเปิดซีเกมส์ 2025

ดัง พันกร ส่งข้อความถึง วี วิโอเลต หลังดราม่าร้องเพี้ยนงานเปิดซีเกมส์ 2025

ดัง พันกร ส่งข้อความถึง วี วิโอเลต หลังดราม่าร้องเพี้ยนงานเปิดซีเกมส์ 2025

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.08 น.

เมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ธ.ค. 2568) เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ หลังจาก “วี วิโอเลต วอเทียร์” นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ขึ้นร้องเพลงในพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเสียงร้องของเธอเพี้ยน และไม่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานระดับนานาชาติ ทำให้เกิดดราม่าลุกลามอย่างรวดเร็ว

กระแสโจมตียิ่งทวีคูณจน วี วิโอเลต ต้องออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล โพสต์ระบายความรู้สึกว่าความผิดพลาดในงานครั้งนี้ไม่เพียงกระทบต่อภาพลักษณ์ แต่ยังทำให้ศักดิ์ศรีในฐานะศิลปินถูกลดทอนลง พร้อมยืนยันว่ามีปัญหาเกิดขึ้นจากกระบวนการประสานงานของฝ่ายผู้จัด ซึ่งส่งผลต่อการแสดงบนเวทีโดยตรง

ล่าสุด “ดัง พันกร บุณยะจินดา” ศิลปินระดับตำนาน ได้ออกมาโพสต์ให้กำลังใจ วี วิโอเลต ผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ได้ร้องเพลงในพิธีเปิดมหกรรมกีฬา ที่ประเทศตัวเองเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นเกียรติยศของชีวิตการเป็นศิลปิน แต่กลับกลายมาเป็นบาดแผลในอาชีพศิลปิน เป็นกำลังใจให้น้องครับ”

โรแมนติก อาร์ต พศุตม์ คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงานท่ามกลางวิวฟูจิ

โรแมนติก อาร์ต พศุตม์ คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงานท่ามกลางวิวฟูจิ

โรแมนติก อาร์ต พศุตม์ คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงานท่ามกลางวิวฟูจิ

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.

ขอแสดงความยินดีกับนักแสดงหนุ่มกล้ามโต “อาร์ต พศุตม์” ที่ล่าสุดได้ฤกษ์ดีทำเซอร์ไพรส์ครั้งสำคัญในชีวิต ด้วยการคุกเข่าขอแฟนสาวนอกวงการ “ปุ้ย พัชรินทร์” แต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังปลูกต้นรักและคบหาดูใจกันมาอย่างยาวนานกว่า 8 ปี

ด้านว่าที่เจ้าสาวอย่าง ปุ้ย พัชรินทร์ ก็ได้โพสต์ภาพโมเมนต์แห่งความสุขนี้ลงในโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “Just said YES to forever!” ทันทีที่ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงและแฟนคลับเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับคู่รักคู่นี้กันอย่างล้นหลาม!

‘วี วิโอเลต’แจงสาเหตุร้องเพี้ยนพิธีเปิดซีเกมส์ เสียใจถูกทำลายภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรี อาชีพ

‘วี วิโอเลต’แจงสาเหตุร้องเพี้ยนพิธีเปิดซีเกมส์ เสียใจถูกทำลายภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรี อาชีพ

‘วี วิโอเลต’แจงสาเหตุร้องเพี้ยนพิธีเปิดซีเกมส์ เสียใจถูกทำลายภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรี อาชีพ

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.26 น.

‘วี วิโอเลต’แจงสาเหตุร้องเพี้ยนพิธีเปิดซีเกมส์ เสียใจถูกทำลายภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรี อาชีพ

10 ธันวาคม 2568 วี วิโอเลต วอเทียร์ นักร้องสาว ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Violette Wautier กรณีการขึ้นร้องเพลงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเกิดข้อผิดพลาดทางเสียงในส่วนของการไลฟ์สตรีม ทำให้เสียงร้องของ วี เหมือนคนร้องเพลงเพี้ยน โดย วี ระบุว่า…

จากโชว์พิธีเปิด Sea Games 2025 วันนี้ที่เกิดขึ้น หลายคนน่าจะเห็นถึงการร้องเพลงที่เพี้ยนมากๆของ วี ในทาง Live สด บอกตรงๆว่า เสียใจมากๆ และเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการทำงานที่ผิดพลาดจริงๆ

ตามที่รับแจ้งมา คือ ทางงานแจ้งมาว่าให้วี พี่โต้ง และ พี่กอล์ฟ “Lip Sync100%” ในการแสดงครั้งนี้ ด้วยเหตุผลทางด้านเทคนิคหลายประการ ทำให้การ Lip Sync เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งวีก็เข้าใจและยินยอมตามนั้น และในตอนโชว์จริง ในหูฟัง Ear Monitor ของวี ไม่มีเสียงร้องสดวีเลย ทำให้วี “ไม่ได้ยินเสียงร้องตัวเอง” แต่เพราะเข้าใจว่า Sync วีก็ทำเต็มที่เพื่อให้ภาพมันออกมาดีที่สุด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ไม่รู้ว่าเกิดการประสานงานที่ผิดพลาดตรงไหน เพราะมีการ“เปิดไมค์สดของวีในLive”  บอกตรงๆว่า รู้สึกถูกทำลายชื่อเสียง ภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรี อาชีพและความฝันเราทิ้งเลย ณ ตอนนี้วีอาจจะทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะการแสดงจบลงแล้ว แต่อย่างน้อย วีขอโอกาสใช้พื้นที่ของวี ได้แก้ต่างให้ตัวเอง ปกป้องตัวเอง เท่าที่พอจะทำได้…

ตลอดชีวิตการเป็นศิลปินของวี วีแทบไม่เคย Lip Sync เลย วีเลยรู้สึกเสียใจที่อย่างน้อย ถ้าให้โอกาสเราร้องสด แม้จะออกมาแย่ คงจะยังรู้สึกดีกว่านี้ เพราะมันคือความสามารถเรา นี่เราไม่ได้มีโอกาสทำสิ่งนั้นด้วยซ้ำ ให้เรา Sync แต่สุดท้ายเปิดไมค์เราแต่ปิดหู โอกาสที่จะร้องเป๊ะมันน้อยมาก อย่างน้อยถ้ารู้ว่าสด แล้วหูไม่ได้ยิน คงจะถอดหูตัวเองมาฟัง หรือได้พยายามทำอะไรซักอย่าง เพื่อการร้องเพลงที่ดีที่สุด แต่เราไม่มีโอกาสนั้นเลยด้วยซ้ำ

ไม่ได้มีเจตนาจะโทษใครนะคะ แต่ขอโอกาสปกป้องตัวเองค่ะ

ขณะที่ค่าย Universal Music Thailand ต้นสังกัดของ วี ออกแถลงการณ์ชี้แจง ระบุว่า ตามที่ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแสดงของศิลปิน Violette Wautier ในพิธีเปิดการแข่งขัน SEA GAMES 2025 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งมีผู้ชมบางส่วนสังเกตว่าเสียงร้องของศิลปินมีความไม่สมบูรณ์ระหว่างการออกอากาศนั้น

Universal Music Thailand ในฐานะต้นสังกัดของศิลปิน จากการตรวจสอบข้อมูลภายในอย่างละเอียด ขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดจากการประสานงานของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงาน ส่งผลให้การแสดงของศิลปิน ไม่เป็นไปตามที่มีการพูดคุยกันเบื้องต้น

ทางค่ายและศิลปินรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ รวมถึงทุกกำลังใจจากแฟนเพลงที่มีให้กับศิลปินเสมอมา

‘อุ๊บ วิริยะ’ เล่าอดีต ขอดีล ‘อั้ม พัชราภา -เอ๊ะ อิศริยา’

‘อุ๊บ วิริยะ’ เล่าอดีต ขอดีล ‘อั้ม พัชราภา -เอ๊ะ อิศริยา’

‘อุ๊บ วิริยะ’ เล่าอดีต ขอดีล ‘อั้ม พัชราภา -เอ๊ะ อิศริยา’

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งคนในวงการบันเทิงไทยที่ไม่เคยหายไปในกระแสของสื่อบันเทิง แถมเป็นนักปั่นมือทอง สำหรับ อุ๊บ วิริยะ พงษ์อาจหาญ ล่าสุดมาออกรายการวิดีโอพอดแคสต์ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment หรือมาเผยเรื่องราวชีวิตในอดีต ที่เคยเป็นเด็กช่างมาก่อน พร้อมเผยชีวิตโสด 10 ปีเต็ม ชีวิตตอนนี้ ยกให้น้องหมา น้องแมวกว่า 50 ชีวิต พร้อมเล่าน่าตกใจเคยมีผู้ใหญ่ขอดีลลับ “อั้ม พัชราภา และ เอ๊ะ อิศริยา” ในรายการ

โดยในรายการ อุ๊บ วิริยะ ได้เปิดว่า

 “ตอนนี้โสดมาประมาณ 10 กว่าปี สมัยเด็กๆ เป็นเด็กช่างกล ครบรสเลยทุกอย่าง เพราะพี่ก็จะบู้ทุกอย่าง ทั้งเที่ยว กิน ต่อย เที่ยวผู้หญิง มันเป็นเหมือนแฟชั่น ตอนนั้น เราก็รู้เป็นอะไร แต่ เราก็ต้องสร้างภาพ เพื่อให้เพื่อนๆ ยอมรับเรา มันมีได้ เราก็มี”

ตอนนั้นชอบจริงๆไหมคะ “ตอนนั้น 50/50 มันยังไม่ใช่แบบนี้ใช่ไหม มันก็มีเอนเอียง ก็มีคิดว่าเขาน่ารักบ้าง แต่มันไม่เกินเลย สมัยก่อนมีแค่จับมือ ไปเที่ยวกัน ให้ดอกไม้ ไปดูหนัง กินไอติมกัน แต่ไม่ได้มีอะไร เคยมีแฟนเป็นผู้หญิง เป็นคนที่ไม่หล่อ แต่อาจมีแรกที่เข้มๆ โหดๆ จริงใจ ฯลฯ”

“รักผู้ชาย ช่วงวัยรุ่นก็สนุกสนานไป เจอคน หล่อหุ่นดี พี่ชอบเข้มๆ หุ่นนักกีฬา มันเป็นเทส ที่ผ่านมาก็ปั่นแนวนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องเป็นผัวพี่หมดทุกคนนะ ต้องออกตัวก่อน บางคนบอกว่าดิฉันปั่น 10 คน กินสิบคน ไม่ใช่ มันต้องเป็นคนที่เราปลื้ม บางทีอยู่ไปอยู่มา มันก็เหมือนพี่กับน้อง เพราะความรู้สึกมันไม่ใช่ ไม่ใช่ ฉันจะต้องกินๆ  บางทีภาพพจน์แบบนี้ มันก็อาจจะมีบางคน บางคนที่เป็นเกย์ เป็นเพศที่สาม จิตใจแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฯลฯ”

บางคนมีไหมที่อยากเข้าวงการมาก “มีนะ ก็ส่งอินบล็อกมา ส่งรูปของลับตัวเองมา ก็บอกว่าไม่ และมันก็จะมีแบบนายหน้าจะเอาดาราสังกัดพี่อุ๊บไปกิน ไปปรนเปรอ พูดง่ายๆ เหมือนเราเป็นแม่เล้าจะเอาน้องไปนอนด้วย อุ๊บเลยบอกว่าไม่ได้นะ แต่อุ๊บไปเองได้ค่ะ(หัวเราะ) มีเยอะเลย มีอันนึง เคยพา อั้ม พัชราภา , เอ๊ะ อิศริยา, เข็ม รุจิรา ไปงานหนึ่ง แถวราชภัฏจันเกษม ไปกันเยอะเลย งานใหญ่โต มีผู้หญิงคนนึงมากระซิบ ท่านต้องการน้องเอ๊ะ ต้องการน้องอั้ม พี่ตกใจเลย บอกว่าพี่ไม่ได้ค้าประเวณีนะ ฉันไม่ได้เป็นแม่เล้านะ พี่ถือมากตอนนี้ เหตุการณ์สามสิบกว่าปีแล้ว ตอนที่หนู(เอ๊ะ อิศริยา) เข้ามาวงการใหม่ๆ”

เรื่องความรักล่ะ “มันก็มีช่วงนึงที่เราถวิล โหยหา มีช่วงนึงที่เราคิดถึงอนาคต พี่มีสิ่งที่ฮีลใจคือ น้องหมา น้องแมว ยามที่เราเหนื่อยใจมา เราเจอน้องหมา น้องแมว พี่อยู่กับน้องแมว 40-50 ตัว เมื่อก่อนมีน้องหมาเยอะ แต่ตายตามอายุขัย เหมือนกับมาแล้วเรามีความสุขกับเขา ฯลฯ”

แฟนๆ และเหล่าคนโสดทั้งหลาย สามารถรับชมรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)”  ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Official : KRP Entertainment 

เตรียมพบกับ 3 ซุปเปอร์สตาร์ดัง ‘ลิซ่า–ดอน ลี’ และ ‘อีจินอุค’ ในภาพยนตร์ ‘TYGO’

เตรียมพบกับ 3 ซุปเปอร์สตาร์ดัง ‘ลิซ่า–ดอน ลี’  และ ‘อีจินอุค’ ในภาพยนตร์ ‘TYGO’

เตรียมพบกับ 3 ซุปเปอร์สตาร์ดัง ‘ลิซ่า–ดอน ลี’ และ ‘อีจินอุค’ ในภาพยนตร์ ‘TYGO’

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

TYGO ภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์ระดับโลกเรื่องใหม่ นำแสดงโดย ดอน ลี (จากแฟรนไชส์ The Roundup บู๊ระห่ำล่าล้างนรกEternals ฮีโร่พลังเทพเจ้าTrain to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง), อีจินอุค (จาก สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game),  สวีทโฮม (Sweet Home)) และ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หนึ่งในสมาชิกวง BLACKPINK (จาก เดอะไวท์โลตัส (The White Lotus)

ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดย Big Punch Pictures และ AGBO โดยมี Nova Film Inc และ B&C Group ร่วมผลิต โดยได้นักแสดงมากฝีมือจากเกาหลีและระดับโลกเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมบทใหม่สุดเข้มข้นในจักรวาล คนระห่ำภารกิจเดือด (EXTRACTION)

ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล

ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล แร็ปเปอร์ นักร้อง นักเต้น และนักแสดงชื่อดังระดับโลก ซึ่งได้เริ่มบทบาทการแสดงจากซีรีส์ เดอะไวท์โลตัส (The White Lotus) ซีซั่น 3 จะมารับบทนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง TYGO โดยลิซ่าเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ และดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมือทั้งสองท่าน”  นอกจากนั้น ลิซ่ายังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้แสดงในภาพยนตร์แอ็คชั่นเป็นความฝันของลิซ่ามาโดยตลอด การได้เริ่มการแสดงผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่พิเศษมาก”

ดอน ลี

ดอน ลี หลังจากความสำเร็จทั่วโลกจากแฟรนไชส์ The Roundup บู๊ระห่ำล่าล้างนรก และการเปิดตัวในจักรวาล Marvel กับเรื่อง Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า โดย ดอน ลี กล่าวว่า ผมตื่นเต้นมากที่โปรเจกต์ที่ผมได้พัฒนาร่วมกับ AGBO มาหลายปี ในที่สุดก็ได้เริ่มการถ่ายทำแล้ว โดย TYGO จะนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นเกาหลี ผสานกับจักรวาลระดับโลกอย่าง คนระห่ำภารกิจเดือด (EXTRACTION) และผมแทบรอไม่ไหวที่จะส่งมอบพลังอันพลุ่งพล่านนี้ให้ผู้ชมทั่วโลกได้รับชม”

อีจินอุค 

อีจินอุค อีกหนึ่งนักแสดงที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกจากบทบาทในซีรีส์ฮิตระดับโลกอย่าง สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game) ยังร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย โดยเผยว่า ในฐานะแฟนของแฟรนไชส์ คนระห่ำภารกิจเดือด (EXTRACTION) การได้เข้าร่วมในจักรวาลนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผม ผมรู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันที่ได้ร่วมงานกับคุณดอน นักแสดงที่ผมชื่นชมมาตลอด รวมถึงคุณลิซ่าด้วย โดยผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำเสนอภาพยนตร์ที่ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง”

เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง TYGO ดำเนินอยู่ในจักรวาลเดียวกับ คนระห่ำภารกิจเดือด (EXTRACTION) แฟรนไชส์ระดับโลกของ Netflix บอกเล่าเรื่องราวของ ไทโก (รับบทโดย ดอน ลี) อดีตทหารเด็กที่ผันตัวมาเป็นทหารรับจ้างที่ออกเดินทางไปทำภารกิจล้างแค้นผ่านโลกใต้ดินของเกาหลีหลังจากภารกิจหนึ่งผิดพลาด ภาพยนตร์เรื่องนี้ผสมผสานฉากแอ็กชั่นสุดเร้าใจเข้ากับความเข้มข้นทางอารมณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความประณีตและฝีมือการสร้างภาพยนตร์ของเกาหลีในมาตรฐานระดับสากลของ Netflix

ทบ.ซัดแหลก’กัมพูชา’ หยุดปล่อยข่าวปลอม-ข้อมูลบิดเบือน หลอกลวงนานาชาติ

ทบ.ซัดแหลก'กัมพูชา' หยุดปล่อยข่าวปลอม-ข้อมูลบิดเบือน หลอกลวงนานาชาติ

ทบ.ซัดแหลก’กัมพูชา’ หยุดปล่อยข่าวปลอม-ข้อมูลบิดเบือน หลอกลวงนานาชาติ

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

ทบ.ซัดแหลก”กัมพูชา” ปล่อยข่าวปลอม”ไทย”เปิดฉากโจมตีก่อนตลอดแนวชายแดน ชี้เป็นผู้ละเมิดทุกข้อตกลง เปิดปฏิบัติการทางทหาร-ใช้โล่มนุษย์และโบราณสถานมาเป็นเครื่องกำบัง โดยไม่คำนึงถึงหลักกติกาสากล

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 จากกรณีที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (10 ธ.ค.68) ระบุว่า “ฝ่ายไทยได้ยิงแก๊สพิษ (ควันพิษ) เข้ามาในพื้นที่ ต.โอเบยเจือน อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยของพลเรือนกัมพูชา ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเป็นการโจมตีอย่างรุนแรงโดยไม่เลือกเป้าหมายของฝ่ายทหารไทย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ” นั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยต่อกรณีดังกล่าว ว่า ขอให้กัมพูชาหยุดปล่อยข่าวปลอม หรือข้อมูลบิดเบือนซ้ำๆ เพื่อหลอกลวงประชาชนของประเทศตนเอง รวมถึงนานาชาติ เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏในพื้นที่ คือกำลังทหารกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดปฏิบัติการต่อฝ่ายไทยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ 7 ธ.ค.68 โดยได้ระดมยิงด้วยปืนเล็กและอาวุธหนักต่อพื้นที่ประเทศไทย โดยไม่เลือกเป้าหมาย ทั้งในเขตชุมชนและสถานพยาบาล ดังเช่นช่วงเช้าวันนี้ ที่ตรวจพบว่ากัมพูชาได้ยิงจรวด BM-21 ลงพื้นที่ใกล้เคียงโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ รวมทั้งพื้นที่เขตชุมชนอื่นๆ ซึ่งไม่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และหลักกติกาสากล

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงกระทบต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ ทำให้ไทยต้องดำเนินการตามสิทธิในการป้องกันตนเอง ตอบโต้ตามสถานการณ์ โดยยืนยันว่ามีเป้าหมายเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการทางทหาร ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเท่านั้น

กองทัพบก ขอปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ไทยได้มีการยิงแก๊สพิษหรือควันพิษใส่ฝ่ายกัมพูชา ตามที่ได้มีการกล่าวอ้าง โดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ จากกรณีที่กัมพูชาได้กล่าวว่ามีประชาชน หรือพื้นที่ของประเทศตน รวมถึงโบราณสถานที่สำคัญ อาทิ ปราสาทพระวิหาร และปราสาทตาควาย ได้รับความเสียหายนั้น จากหลักฐานการข่าวสามารถยืนยันว่ากัมพูชามีการใช้พื้นที่ชุมชนพลเรือน อาคารบ่อนกาสิโน และโบราณสถาน เป็นที่กำบังในการเปิดปฏิบัติการทางทหาร หรือใช้โล่มนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนประเทศตน

ล่าสุดฝ่ายไทยตรวจพบว่าทหารกัมพูชาได้ใช้พื้นที่ตัวปราสาทพระวิหารเป็นสถานที่ปฏิบัติการทางทหาร ติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ รวมทั้งระบบแอนตี้โดรน ที่เตรียมการโจมตีต่อฝ่ายไทย ทำให้เป็นหลักฐานอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาไม่ได้ให้ความสำคัญและเคารพในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ซ้ำยังนำมาเป็นเครื่องมือหนึ่งในปฏิบัติการทางทหารด้วย

กองทัพบก ขอประณามการกระทำของกัมพูชา ซึ่งละเมิดต่อข้อตกลงหยุดยิงทุกข้อ และหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากลในทุกด้าน โดยขอให้ยุติการดำเนินการต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบในบริเวณกว้าง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหาร และขัดต่อแนวทางในการดำเนินการสู่สันติภาพ อันจะทำให้ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

‘หญิงหน่อย’หนุนลุยให้จบ! ‘กัมพูชา’ต้องหมดฤทธิ์-‘สแกมเมอร์’ต้องสิ้นซาก

'หญิงหน่อย'หนุนลุยให้จบ! 'กัมพูชา'ต้องหมดฤทธิ์-'สแกมเมอร์'ต้องสิ้นซาก

‘หญิงหน่อย’หนุนลุยให้จบ! ‘กัมพูชา’ต้องหมดฤทธิ์-‘สแกมเมอร์’ต้องสิ้นซาก

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.16 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ลุยให้จบ!

– ทำให้กองทัพกัมพูชา “หมดกำลังรุกรานไทย” อย่างถาวร

– ทำลายแหล่งสแกมเมอร์ ตัดท่อน้ำเลี้ยงรัฐบาลฮุนเซน พร้อมจัดการเครือข่ายฟอกเงินในไทยอย่างเด็ดขาด

#ชายแดนไทยกัมพูชา #สแกมเมอร์ #ทุนสีเทา #ฮุนเซน #ไทยสร้างไทย #สร้างการเมืองสุจริต

‘สว.นันทนา’ถามกลับ จะให้คนเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตยมาร่างรธน.หรือ

‘สว.นันทนา’ถามกลับ จะให้คนเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตยมาร่างรธน.หรือ

‘สว.นันทนา’ถามกลับ จะให้คนเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตยมาร่างรธน.หรือ

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

“สว.นันทนา”ถามกลับ จะให้คนเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตยมาร่างรธน.หรือ ด้าน”ภราดร”ขอทบทวน”ม.256/4″ ติงอาจย้อนแย้ง”ม.256/3” หวั่นเกิดปัญหาในอนาคต ขณะที่”วันนอร์”สั่งพักประชุมให้ กมธ.ไปคุยเคลียร์กัน

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภา ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. …. วาระสอง ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วาระสอง พิจารณาเสร็จแล้ว โดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายถึงมาตรา 256/4 ว่าด้วย “บุคคลต้องห้าม” ที่ไม่สามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญว่าข้อเสนอที่ตนเพิ่มขึ้น คือการกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามสำหรับผู้ที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ประชาธิปไตยตรงข้ามกับเผด็จการ การรัฐประหารคือการทำลายประชาธิปไตย ดังนั้น จึงไม่ควรเปิดทางให้ผู้ที่เคยมีบทบาทหรือเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารกลับมาร่างรัฐธรรมนูญของประเทศ ตนขอตั้งคำถามว่า เราจะให้คนที่ทำลายประชาธิปไตย มาร่างรัฐธรรมนูญเช่นนั้นหรือ ไม่เข้าใจเหตุผลของกรรมาธิการที่ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว และไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจต่อการเปิดช่องให้ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตยมาร่างกติกาของประเทศ ทั้งที่หลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยล้วนบอยคอตการรัฐประหาร และไทยเองก็เคยเผชิญผลกระทบจากรัฐประหารหนักหน่วงในอดีต

ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรรประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลุกขึ้นหารือประเด็นความสอดคล้องของเนื้อหาในมาตรา 256/4 โดยเฉพาะข้อ (12) และ (13) ที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งราชการหรือพนักงานรัฐสมัครเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ในมาตรา 256/3 ที่เพิ่งลงมติไปก่อนหน้า โดยมาตรา 256/3 (3)(ก) กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ เช่น เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเคยทำวิจัยในระบบวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐ จึงขอให้ประธานรัฐสภาพิจารณาให้กรรมาธิการกลับไปหารือใหม่ เนื่องจากหากปล่อยให้ผ่านการลงมติ อาจก่อปัญหาในอนาคตได้

นายวันมูหะมัดนอร์ จึงสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 20 นาที เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมาธิการไปหารือและปรับความเข้าใจร่วมกันในประเด็นดังกล่าว

‘วิทยา’กังขา? ทำไมต้องขวางนักการเมืองลงสมัคร‘กมธ.ร่างรธน.’

‘วิทยา’กังขา? ทำไมต้องขวางนักการเมืองลงสมัคร‘กมธ.ร่างรธน.’

‘วิทยา’กังขา? ทำไมต้องขวางนักการเมืองลงสมัคร‘กมธ.ร่างรธน.’

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.35 น.

“วิทยา”กังขา? ทำไมต้องขวางนักการเมืองลงสมัคร”กมธ.ร่างรธน.” ขู่ยื่นร้อง”ศาลรธน.”ตีความ ซัดถ้ากลัวแค่นี้ไม่ต้องแก้ อยู่เฉยๆดีกว่า

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. …. วาระสอง ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วาระสอง พิจารณาเสร็จแล้ว เข้าสู่การพิจารณามาตรา 256/3 เกี่ยวกับคุณสมบัติของคณะกรรมาธิการร่างรัฐรรมนูญ โดย น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายว่า คุณสมบัติที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากระบุ คือมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า จึงอยากตั้งคำถามว่าคนที่มีอายุ 25 ปี ผ่านรัฐธรรมนูญมากี่ฉบับถ้านับจากปี 68 แสดงว่าท่านเกิดปี 2543 ก็จะเจอรัฐธรรมนูญเพียงปี 2549 2550 2557 2560 ซึ่งตอนนั้นท่านรู้หรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร เพราะอายุยังน้อย ดังนั้น ถ้าเราเอาคนอายุ 25 ปี มาร่างรัฐธรรมนูญ เอาประสบการณ์การใช้รัฐธรรมนูญมาจากที่ไหน ที่จะมาแก้กฎหมายสูงสุดของประเทศให้คนทั้งประเทศใช้ เพราะคุณวุฒิอและวัยวุฒิต้องมาพร้อมๆ กัน

ด้าน นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อภิปรายว่า ตนติดใจว่าทำไมต้องห้ามคนที่เป็นนักการเมืองลาออกวันนี้แล้วไปสมัครเป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ ทำไมห้ามอดีตรัฐมนตรี อดีตประธานสภาฯ อดีตผู้ว่าฯ กทม. อดีตนายกเทศมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว ทำไมต้องรอถึง 5 ปี และจะรับรองได้อย่างว่าหากตนหรือท่านประธานสภาฯ ลาออกแล้วไปสมัคร แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งตีความว่าเป็นอดีต สส. อดีตรัฐมนตรีลาออกยังไม่ถึง 5 ปี แล้วไปเข้าเงื่อนไข ซึ่งตนเป็นกรรมการสิทธิและเสรีภาพมา 7 ปี มีอาชีพทนายความ 45 ปี ดังนั้น ตนมีคุณสมบัติ แต่เมื่อคุณสมบัติหนึ่งของตนที่ไปขัดข้อกำหนด หากลาออกแล้วไปลงสมัคร กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วใครจะรับรอง หรือประธาน กมธ.จะทำหน้าที่เป็นตุลาการวินิจฉัยไว้ตอนนี้ก็จะบันทึกไว้ว่าหากเป็นหลายตำแหน่ง แล้วหยิบตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมาก็ได้ ถ้าไม่วินิจฉัยให้ในวันนี้ ตนก็จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเขียนกฎหมายขัดกันในตัว

“ผมต้องการคำตอบว่ากันนักการเมืองไปสมัคร กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ทำไม เพราสุดท้ายคนมีมาเลือก กมธ.ก็คือรัฐสภา ซึ่งคลอดมาจากรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ เรากลัวอะไร หรือกลัวนักการเมืองไปร่างรัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ตัวเอง สรุปแล้วรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่จะทำคิดเพื่อประโยชน์ตัวเองหรือ ถ้ากลัวแค่นั้น ผมว่าอย่าไปแก้เลย อยู่เฉยๆ ดีกว่า เพราะก็ไม่พ้นรัฐสภาแห่งนี้” นายวิทยา ระบุ

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ตนคงไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่านี่คือเจตนารมณ์ ขณะที่กรรมาธิการมีการพิจารณาว่ามาตรา 256/3 คือประตูเข้าซึ่งเป็นชอยส์เบื้องต้น เรายืนยันว่ามีการอภิปรายและบันทึกการประชุมชัดเจนว่าหากเข้าเงื่อนไข คือมีสัญชาติไทยอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และเข้าเงื่อนไข (3) คือมีอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน และไม่มีประเด็นติดข้อใดข้อหนึ่ง จะไม่สามารถเดินต่อได้ หากจะมีการขัดหรือเข้าข่ายเป็นลักษณะต้องห้าม ที่ไม่ใช่ให้เป็นผู้มีคุณสมบัตินั้น จะต้องไปพิจารณาในมาตรา 256/4

จากนั้นที่ประชุมลงมติมาตรา 256/3 เห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยคะแนน 530 ไม่เห็นด้วย 30 งดออกเสียง 11 ไม่ลงคะแนน 5