Life & Health : เปิดวิสัยทัศน์การตลาดปี 2026 ชี้ทางรอดสู่โลกธุรกิจยุคใหม่

Life&Health : เปิดวิสัยทัศน์การตลาดปี 2026 ชี้ทางรอดสู่โลกธุรกิจยุคใหม่

Life&Health : เปิดวิสัยทัศน์การตลาดปี 2026 ชี้ทางรอดสู่โลกธุรกิจยุคใหม่

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.30 น.

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้จัดงาน “Thailand Marketing Day 2025: Prompt the Future – The Power of Marketing” ซึ่งปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักการตลาด ผู้บริหาร นักศึกษา และผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยงานครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวมผู้นำความคิดระดับประเทศ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการตลาดปี 2026 ท่ามกลางโลกที่ “ฉลาดล้ำแต่เปราะบาง” และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดงานด้วยสารสำคัญว่าโลกกำลังอยู่ในภาวะ “ไร้สมดุล” จากทั้งความก้าวหน้าของ AI และความเปราะบางด้านเศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม ทำให้บทบาทนักการตลาดวันนี้ไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการเป็นผู้นำสร้างความไว้วางใจและคุณค่าให้สังคม พร้อมชี้ว่าแบรนด์ต้องเข้าใจ Fragmented Marketing, ความยืดหยุ่น (Resiliency) การสร้างคุณค่า (Value) ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบริหารการเงินอย่างรอบคอบเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน Thailand Marketing Day 2025 ได้กล่าวในหัวข้อ “Prompt The Future พลังงานจะสร้างโอกาสทางการตลาดและธุรกิจใหม่ให้ไทยได้อย่างไร” ว่า ภาคพลังงานไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนมาตรการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เพื่อช่วยให้ประเทศก้าวข้ามความท้าทายสำคัญและรองรับเป้าหมาย Net Zero 2050 โดยกระทรวงพลังงานได้กำหนด 3 มาตรการหลัก ครอบคลุมกว่า 10 โครงการ โดยโครงการสำคัญจะเน้นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อาทิ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน และ โครงการโซลาร์เพื่อเกษตรกร ซึ่งมีเป้าหมายลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้ประชาชนและเกษตรกรทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ โครงการโซลาร์ Rooftop ที่เปิดโอกาสให้ครัวเรือนที่ติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 200,000 บาท รวมถึง แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า เพื่อปรับปรุงสายส่งให้รองรับการลงทุนด้าน Data Center ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยการดำเนินงานจะใช้รายได้จากโครงการพลังงานในอนาคตเข้าสู่กองทุนลงทุน และใช้ Infrastructure Fund เพื่อให้รัฐวิสาหกิจลงทุนจากรายได้อนาคต ลดภาระหนี้สาธารณะ พร้อมเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มความโปร่งใส โดยไม่เพิ่มภาระหนี้รัฐ ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยังเร่งจัดทำ แผน PDP ฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกการใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิงในอนาคต ศึกษาเทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactor) และพัฒนาการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คาดว่า จะสามารถกระตุ้นการลงทุนได้กว่า 1,000,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 29,000 อัตรา และสามารถลดการปล่อยมลพิษได้ถึง 10 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ได้นำเสนอผลสำรวจจากนักการตลาดชั้นนำ 126 ราย  “Marketing Trends 2026: Way Forward” ซึ่งสะท้อนว่าปี 2026 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำราว 0.9% ขณะที่กว่า 69% ขององค์กรยังไม่เพิ่มงบการตลาด ทำให้แบรนด์จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะ AI และ IoT พร้อมทั้งให้น้ำหนักกับทักษะสำคัญอย่างความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และความยืดหยุ่น ด้านธุรกิจที่ถูกมองว่าจะเติบโตดี ได้แก่ กลุ่มสุขภาพ เกษตร–ไบโอเทค และท่องเที่ยวคุณภาพ โดยสรุปเทรนด์สำคัญของปีหน้าถูกจับด้วย 3 คีย์เวิร์ด ได้แก่ AI, Sustainability และ Agility ซึ่งทั้งสองวิทยากรเน้นย้ำว่านักการตลาดต้องใช้ AI อย่างชาญฉลาด ทำงานบนหลัก 3P (People–Planet–Profit) และสร้าง “ดราม่าควอลิตี้” ที่ให้คุณค่าอย่างแท้จริง เพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืนในปีที่ท้าทายที่สุดปีหนึ่ง

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวตกรรม และประธานกรรมการ Platform Youth in Charge ในหัวข้อ Tech – Moral Business Morality as the Power of Progress – Management Marketing Implications ระบุว่า การตลาดในปัจจุบันได้ขยายของเขตการทำงาน ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แต่การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความสำเร็จทางการตลาด ทำให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ อยู่ที่การ “สร้างศีลธรรมความดีงามของแบรนด์” ไปพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ทางการตลาด

“บทบาทของการตลาดคือเข็มทิศทางจริยธรรม ที่จะกำหนดว่าสิ่งใดควรทำ ไม่ใช่เรื่องของการโฆษณาอีกต่อไป  ยุคใหม่ของการตลาด ต้องขับเคลื่อนความดี-ศีลธรรมที่พิสูจน์ได้  ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI แบรนด์ที่ยั่งยืนที่สุด คือแบรนด์ที่ทำให้มนุษย์เชื่อว่ายังเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่า”  

สำหรับ 9 กระบวนทัศน์ การเปลี่ยนแปลงทางการตลาด ประกอบด้วย จากการแย่งเวลาต้องไปสู่การสร้างความน่าเชื่อถือ, แบรนด์ต้องยืนบนหลักการไม่ใช่แค่โฆษณา, ลูกค้าไม่ใช่เป้าหมายแต่คือพันธมิตร, เคารพสิทธิ์ข้อมูลคือพื้นฐานการแข่งขัน, ไม่ใช่แค่รู้ว่า ฉันต้องการอะไร แต่ต้องรู้ว่า ฉันเป็นใคร, จาก Funnel สู่ Life Ecosystem, โลกต้องการหลักฐานของความดี, ใครมีศีลธรรมมากว่าชนะมากกว่า , ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นผลตอบแทนของความถูกต้อง

ขณะที่ บัญญัติ 10 ประการของการตลาดใหม่ ประกอบด้วย หลักการคือเข็มทิศ และเทคโนโลคือเครื่องเร่ง, เทคโนโลยีขยายอำนาจ แต่ศีลธรรมค้ำอำนาจ, ความดีที่ขยายได้เร็วและยาวนานคือ Core Engine ของแบรนด์ยุคใหม่, หลักการที่ดี ทำให้องค์กรเร็วขึ้น ไม่ได้ทำให้ช้าลง, ผู้นำที่ดีไม่ได้ถามว่า “ทำได้ไหม” แต่ถามว่า “ควรทำไม” และมีความเสี่ยงด้านศีลธรรมแค่ไหน, ธุรกิจที่โปร่งใสกว่า ชนะเร็วกว่า และพังยากกว่า, การตลาดเปลี่ยนจากการขายสินค้า สู่การออกแบบความน่าเชื่อถือ, ในยุค AI ผู้บริโภค รู้ทัน ทุก Dark Pattern ตลาดที่ไร้ความน่าเชื่อใจคือเศรษฐกิจที่ไร้ความหมาย, การตลาดไม่ได้ขึ้นกับ Content  แต่ขึ้นอยุ่กับ Code , ยุคใหม่ถูกขับเคลื่อนด้วย “ความดีที่พิสูจน์ได้” ไม่ใช่โฆษณา

ทั้งนี้ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ในการพัฒนานักการตลาดไทย เพื่อให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจยุคใหม่ และร่วมกัน “Prompt the Future” ให้เศรษฐกิจและสังคมไทยเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผศ.(พิเศษ) ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

กรรมการบริหาร สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

‘ที่นี่ไม่เปิดให้บริการ’ นิทรรศการศิลปะสะท้อนชีวิตหญิงไทยในเยอรมนี สะท้อนศักดิ์ศรีแรงงานบริการบนเวที Thailand Biennale Phuket 2025

‘ที่นี่ไม่เปิดให้บริการ’ นิทรรศการศิลปะสะท้อนชีวิตหญิงไทยในเยอรมนี สะท้อนศักดิ์ศรีแรงงานบริการบนเวที Thailand Biennale Phuket 2025

‘ที่นี่ไม่เปิดให้บริการ’ นิทรรศการศิลปะสะท้อนชีวิตหญิงไทยในเยอรมนี สะท้อนศักดิ์ศรีแรงงานบริการบนเวที Thailand Biennale Phuket 2025

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดให้เข้าแล้ว !! นิทรรศการ IN NOBODY’S SERVICE (ที่นี่ไม่เปิดให้บริการ) ในงาน Thailand Biennale Phuket 2025 เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงไทย ฟิลิปปินส์ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศเยอรมนี ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินไทยและศิลปินในต่างแดน รวมถึงเรื่องราวขององค์กรบ้านหญิง ที่ได้ก่อตั้งในปี 2532  เพื่อดูแลคนเหล่านี้

นิทรรศการชุดนี้ จัดโดยกลุ่มศิลปินกลุ่ม un.thai.tled เครือข่ายเชื่อมโยงศิลปิน นักคิด และนักสร้างสรรค์ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี ร่วมกับ สถานบันเกอเธ่ ประเทศไทย องค์กรของรัฐบาลเยอรมนีที่เน้นส่งเสริมศิลปะภาษาและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในประเทศไทย มุ่งสะท้อนศักดิ์ศรีของแรงงานบริการ แรงงานทางเพศ ประสบการณ์ชีวิตในต่างแดน และภาพจำที่สังคมผลิตซ้ำ

IN NOBODY’S SERVICE (ที่นี่ไม่เปิดให้บริการ) จัดแสดงที่ถนนพูนผล จังหวัดภูเก็ต เป็นส่วนหนึ่งของงาน ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2568 (Thailand Biennale Phuket 2025) มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Eternal Kalpa : นิรันดร์กัลป์” ที่สะท้อนวัฏจักรเรื่องราวแห่งโลกศิลปะ อารยธรรม และความเป็นมนุษย์ 

นายโยฮันเนส โฮสส์เฟลด์ ผู้อำนวยการ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย (Goethe-Institut Thailand) กล่าวว่า “การรับฟังและการสะท้อนความคิดเห็นคือกุญแจสำคัญสู่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน เรามุ่งมั่นยึดหลักความเปิดกว้างและความหลากหลายทางสังคม บนพื้นฐานนี้ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทยตั้งเป้าหมายในการสร้างพื้นที่ให้ศิลปินได้นำเสนอผลงานศิลปะ พร้อมทั้งสนับสนุนการเล่าเรื่องข้ามวัฒนธรรมของผู้คนจากหลากหลายภูมิหลังในเยอรมนี นิทรรศการ IN NOBODY’S SERVICE โดยกลุ่มศิลปิน un.thai.tled เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยและฟิลิปปินส์ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของผู้คนในกลุ่มพลัดถิ่นในเยอรมนีได้อย่างชัดเจน การที่นิทรรศการซึ่งเคยจัดแสดงในปี 2024 ที่ Galerie Wedding กรุงเบอร์ลิน ได้รับการนำมาจัดแสดงอีกครั้งในงาน Thailand Biennale ที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นงานศิลปะระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียง ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญและความร่วมสมัยของผลงานนี้” 

นายษาณฑ์ อุตมโชติ หนึ่งในผู้จัดนิทรรศการและผู้ก่อตั้งกลุ่มศิลปิน un.thai.tled กล่าวว่า นิทรรศการ IN NOBODY’S SERVICE หรือ ที่นี่ไม่เปิดให้บริการ บอกเล่าภาพจำที่ถูกเหมารวมจากคนภายนอกของผู้หญิงไทย ฟิลิปปินส์ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศเยอรมนี ผ่านการจัดแสดงงานศิลปะโดยศิลปินพลัดถิ่นและศิลปินที่ยังพำนักในบ้านเกิดจากทั้งไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งสะท้อนมุมมองและจุดประเด็นเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของแรงงานบริการ แรงงานทางเพศ เพศสภาพ สิทธิและการเยียวยาร่วมกันของผู้คนเหล่านั้น โดยนิทรรศ การ IN NOBODY’S SERVICE เคยจัดแสดงครั้งแรกมาแล้วที่ Galerie Wedding Berlin ในปี 2024 และจะได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือโดยสำนักพิมพ์ BOM DIA BOA TARDE BOA NOITE ในปี 2026

“IN NOBODY’S SERVICE นำเสนอประสบการณ์ส่วนตัวในยุโรปของผู้หญิงอีสาน บาดแผลจากระบบราชการและความรุนแรงเชิงโครงสร้าง การทำงานบริการ การค้าประเวณี บริบทของอุตสาหกรรมนวดไทยในเยอรมนี ชีวิตประจำวันของผู้หญิงในต่างแดน ตลอดจนภาพสะท้อนของอำนาจทางเพศ ความปรารถนา ภาษาเชิงอาณานิคม และรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติ นอกจากนี้ นิทรรศการยังพูดถึงสมาคมบ้านหญิง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2532 เพื่อดูแลผู้หญิงไทยที่ทำอาชีพค้าบริการในเยอรมนี และผู้ที่เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

ทุกวันนี้ สมาคมบ้านหญิงยังคงสนับสนุนผู้หญิงอพยพ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่เผชิญปัญหาทางสังคมต่างๆ ทั้งจากประเทศ ไทย แอฟริกา และยุโรปตะวันออก เรื่องราวเหล่านี้จะถูกเล่าผ่านวิดีโอ ภาพถ่าย ภาพวาด และงานคอลลาจหลากหลายรูปแบบ โดยนิทรรศการ IN NOBODY’S SERVICE เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยเดิมเกี่ยวกับชุมชนไทยในสวนไทยปาร์ค (Preußenpark) ของกลุ่ม un.thai.tled ที่มุ่งหวังให้เกิดการพุดคุยและดึงเอาเรื่องราวเหล่านี้ออกมาในที่แจ้งให้คนได้เข้าใจ ทวงคืนสิทธิในการเล่าเรื่องของผู้มีประสบการณ์จริง และลบล้างภาพจำอันซ้ำซากที่สังคมผลิตมาอย่างยาวนาน” นายษาณฑ์ กล่าวเพิ่มเติม

ศิลปินที่เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ ได้แก่ ษาณฑ์ อุตมโชติ, วิษณุ ภูอาจดั้น, มานิกา เตชะไพบูลย์, บุษราพร ทองชัย, คริสันตา คากิวอา เมินนิช, ศิศุ สาตราวาหะ, โรสาลียา น้ำใส เอ่งฉ้วน, รักษา สีลาพันธ์, ณัฐพงศ์ สมัครแก้ว, มานิตา แก้วสมนึก, ยูนิเวิร์ส เบาโดซา, จาสมิน แวร์นเนอร์ และโอ๊ต มณเฑียร นิทรรศการ IN NOBODY’S SERVICE (ที่นี่ไม่เปิดให้บริการ) จัดแสดงที่ถนนพูนผล จังหวัดภูเก็ต เป็นส่วนหนึ่งของงาน ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2568 (Thailand Biennale Phuket 2025) มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Eternal Kalpa : นิรันดร์กัลป์” ที่สะท้อนวัฏจักรเรื่องราวแห่งโลกศิลปะ อารยธรรม และความเป็นมนุษย์ 

นอกจากนี้ วันที่ 14 ธันวาคม 2568 จะมีการจัดเวิร์กช็อปการวาดภาพศิลปะกับโอ๊ต มณเฑียร ที่ศาลา IN NOBODY’S SERVICE และการแสดงดนตรีทดลองโดย เหงวียน บาลี่และธารา ทรานซิทอรี่ ที่ศาลา Instant Kalpa(s) ซึ่งสนับสนุนโดยสถานบันเกอเธ่ ประเทศไทย

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/thailandbiennale  และ http://www.unthaitled.org

ษาณฑ์ อุตมโชติ ผู้ก่อตั้งกลุ่มศิลปิน un.thai.tled

ษาณฑ์ อุตมโชติ ผู้ก่อตั้งกลุ่มศิลปิน un.thai.tled

สยามพารากอน เปิด ‘NEXTOPIA’ เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ทุกก้าวที่นี่คือการผสาน Sustainability เข้ากับชีวิตประจำวันในทุกมิติ

สยามพารากอน เปิด ‘NEXTOPIA’ เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต  ทุกก้าวที่นี่คือการผสาน Sustainability เข้ากับชีวิตประจำวันในทุกมิติ

สยามพารากอน เปิด ‘NEXTOPIA’ เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ทุกก้าวที่นี่คือการผสาน Sustainability เข้ากับชีวิตประจำวันในทุกมิติ

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความสำเร็จ  สยามพารากอน สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในโลกของการรวมพลังเปิด ”NEXTOPIA” เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต โลกใบใหม่ที่คุณไม่เคยพบ  ที่เกิดจากการผนึกกำลังศักยภาพของสยามพารากอนและพันธมิตรระดับโลก ทั้งองค์กรนวัตกรรม คู่ค้า คอมมูนิตี้ ชุมชน และ Friends of NEXTOPIA พร้อมเปิดต้อนรับทุกคนมาร่วม Join us in the Making of a Better World เพื่อสร้างเติมเต็มคุณค่าและความสุขในทุกมิติของการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ในค่ำคืนงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งเปิด NEXTOPIA จัดขึ้นอย่างอลังการ โชว์เปิดตัวถ่ายทอดโลกอนาคตผ่านงานกราฟิกสุดล้ำ แสงสี เสียง และสื่อผสมผสานบน The Globe ที่จำลองปรากฏการณ์ธรรมชาติ สื่อสารถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน  บรรยากาศงดงามยิ่งขึ้นด้วยบทเพลง “What a Wonderful World” จากเสียงใสของตัวแทนเจเนอเรชันอนาคต ถ่ายทอดความหมายแห่งการร่วมกันสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้น พร้อมโชว์พิเศษ Vivi Recycle Concerto โดย VIVI Vassileva ศิลปินระดับโลกที่สร้างสรรค์ดนตรีด้วยอุปกรณ์จากของเหลือใช้และขยะรีไซเคิล ตอกย้ำแนวคิดการมองเห็นคุณค่าใหม่ให้สิ่งรอบตัว  นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่สยามพารากอนและ NEXTOPIA มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย พร้อมประกาศวิสัยทัศน์สู่โลกอนาคตอย่างงดงามและทรงพลัง

NEXTOPIA  World-Class Attraction แห่งใหม่ของสยามพารากอน บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น 5 และ 5A สยามพารากอน ที่นี่คือ เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ที่รวมพลังผู้นำอุตสาหกรรม นักนวัตกรรม และผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นำเสนอหนึ่งในโชว์เคสนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่ง พร้อมชวนทุกคนก้าวเข้ามาร่วมสร้างชุมชนเมืองเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิด Join us in the Making of a Better World ทุกประสบการณ์ใน NEXTOPIA ถูกออกแบบให้ยกระดับวิถีชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พื้นที่กิจกรรมรักษ์โลกตลอด 365 วัน ร้านค้ารักษ์โลก และร้านอาหารที่ยึดความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ     ทุกก้าวที่ NEXTOPIA คือการผสานความยั่งยืนเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

NEXTOPIA สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของการผนึกกำลังองค์กรชั้นนำระดับโลก โดยมีพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนในมิติต่างๆ โดยร่วมมือกับ องค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์กรระหว่างประเทศ ต่างๆ อาทิ UN Global Compact Network Thailand, UN World Food Programme, UNDP BIOFIN, UNICEF และ WWF สะท้อนภาพความร่วมมือระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมการมีส่วนร่วมจากนานาประเทศทั่วโลก และได้รับเกียรติจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำกว่า 50 องค์กรชั้นนำ อาทิ B.Grimm, SCG Decor Public Company Limited (COTTO), Indorama Ventures Public Company Limited, KASIKORNBANK Public Company Limited, และThe Siam Cement Public Company Limited (SCG) และองค์กรอื่นๆ อีกมากมายหลากหลายอุตหสาหกรรม

NEXTOPIA พื้นที่ต้นแบบที่รวบรวมนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ไปจนถึงโชว์เคสเทคโนโลยีที่ผสานการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมสร้างพลังงานรูปแบบใหม่ที่ใช้ได้ทันที อาทิ The Kinetic Floor พื้นผลิตพลังงาน, The Clean Energy โซลาร์รูฟขนาดใหญ่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานสะอาด , Floor Radiant Cooling สัมผัสความเย็นสบายอย่างเป็นธรรมชาติด้วยระบบทำความเย็นแผ่รังสีจากพื้น ที่ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าลม , The Cooling Waterfall น้ำตกทำความเย็น, The Globe โลกใบใหม่นำเสนอเหตุการณ์สำคัญและเทรนด์โลก เป็นต้น

นอกจากอากาศบริสุทธิ์ที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิและคุณภาพตลอด 365 วัน NEXTOPIA ยังรายล้อมด้วยงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และอินทีเรียดีไซน์ที่งดงามและมีความหมาย มีไฮไลท์สำคัญอาทิ The Tree of Life จุดต้อนรับที่นำทุกคนเข้าสู่เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต, The Spiral บันไดโถงเชื่อมพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ออกแบบด้วยแนวคิด Nature Inspired เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติอย่างมีศิลปะ พร้อมใส่ความยั่งยืนด้วยงานศิลป์จากวัสดุเหลือใช้, The Forest Canopy และ The Ocean Canopy อินทีเรียดีไซน์สุดล้ำที่สร้างจากวัสดุรีไซเคิลและขยะทะเล กลายเป็นงานศิลป์ที่ทุกคนต้องตื่นตาตื่นใจ ในพื้นที่ NEXTOPIA ยังมีกลิ่นหอมที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษโดย JOURNAL

ทุกย่างก้าวใน NEXTOPIA คุณจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในวิถี Sustainability ได้ง่ายๆ ไปพร้อมกับสนุก โดยมีจุด Attractions มากมายกระจายทั่วเมืองแห่งนี้ อาทิ The Vertical Farm , AR Binoculars , เหล่า NEXTOPIA Mascot พลเมืองของ NEXTOPIA ได้แก่ Nextsi, Tobi, และ PYE ที่ตั้งทักทายผู้คนในจุดต่างๆ นอกจากนี้ ทุกคนยังสามารถสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ผ่าน ONESIAM SuperApp โดยผู้ใช้งานสามารถรับรู้เรื่องราวและข้อมูลเกี่ยวกับจุดต่างๆ ติดตามกิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมในการ Co-creating Communities for a Better World ไปกับ NEXTOPIA และมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์อีกมากมายจาก Green Points

สร้างแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

NEXTOPIA ยังเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ผสานแนวคิด Sustainability + Equality + Inclusivity เห็นคุณค่าในพลังและศักยภาพของทุกคน เป็น Life Transformation ที่สร้างคุณค่าให้ทุกการมา NEXTOPIA ที่ทุกคนจะได้รับความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมรักษ์โลกและสร้างประโยชน์ต่อผู้อื่นซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ นำโดย ECOTOPIA เมืองแห่งคนรักษ์โลกที่เชื่อว่า “เราสร้างโลกให้ดีขึ้นได้ด้วยกัน” พื้นที่ที่คัดสรรสินค้าและนวัตกรรมยั่งยืนจากผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ SMEs ทั่วประเทศถึงแบรนด์ระดับโลก นอกจากนี้ ยังมีร้านต่างๆ ที่มาร่วมในเมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต อาทิ แบรนด์ดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, Chan, MIIR, Sedar.W, Shima Park แห่งแรกในประเทศไทย, Somuti, Sudtana เป็นต้น และ NEXTOPIA ยังเป็นพื้นที่ Pet Welcome อีกด้วย

สำหรับสายดื่มกิน NEXTOPIA คัดสรรร้านอาหารและคาเฟ่ที่ยึดหลัก Sustainability ทุกแบรนด์ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อโลก ลดขยะและ Food Waste คัดแยกและจัดการอย่างถูกต้อง มุ่งสู่เป้าหมายลดขยะฝังกลบเป็นศูนย์ Zero Waste to Landfill ใช้พลังงานปลอดภัยจาก WP Energy พร้อมเมนูสุขภาพจากวัตถุดิบสดใหม่ สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ทุกจานผสานความอร่อยกับหัวใจแห่งความยั่งยืน พบร้านดังระดับโลกและไทยมากมาย

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมคุณภาพชีวิต เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมคุณภาพชีวิต  เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมคุณภาพชีวิต เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่คือการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ หลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยเรื้อรัง และแข็งแรงทั้งสุขภาพกายและใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการเป็นผู้สูงวัยสุขภาพดีแต่มักถูกมองข้ามคือ สุขภาพกล้ามเนื้อ การดูแลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงจะช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถเคลื่อนไหวได้ ลดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม และปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจ

ผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดีที่สุดคือผู้ที่ใส่ใจและลงมือดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านตั้งแต่เนิ่นๆ โดยยึด “สี่เสาหลักของสุขภาพ” ได้แก่ กาย ใจ สังคม และสมอง บทความนี้จะนำเสนอแนวทางง่ายๆ ที่ทำได้จริง เพื่อเสริมสร้างทั้งสี่ด้าน โดยเฉพาะการเน้นย้ำความสำคัญของการมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ความยืดหยุ่น และการใช้ชีวิตอย่างอิสระในวัยสูงอายุ

สุขภาพกาย

การมีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกายสำหรับผู้สูงวัย ได้แก่

การออกกำลังกาย: การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้สูงวัยคงความสามารถในการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการทรงตัว ควรออกกำลังกายระดับปานกลางรวม 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดิน ว่ายน้ำ ทำสวน หรือเต้นรำ และควรเสริมด้วยการฝึกฝนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ งานวิจัยยังพบว่า ผู้ที่เดินวันละ 8,000 ก้าว มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ที่เดินเพียง 4,000 ก้าวอย่างมีนัยสำคัญ4

โภชนาการ: โภชนาการที่ดีเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับการเป็นผู้สูงวัยสุขภาพดี ผู้สูงวัยมีความต้องการโปรตีนต่อวันสูงขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างโปรตีนน้อยลง (anabolic resistance)  โดยโปรตีนพบได้ในเนื้อสัตว์ ไข่ พืชตระกูลถั่ว นม และถั่วเปลือกแข็ง แต่ในผู้สูงวัยที่ไม่สามารถรับประทานโปรตีนได้อย่างเพียงพอ อาจเสริมด้วยผลิตภัณฑ์โภชนาการ เช่น เอนชัวร์ โกลด์ แอดวานซ์โปร  ที่มี HMB  และ YBG  พร้อมด้วยสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ  เช่น แคลเซียม สังกะสี และวิตามินดี เพื่อช่วยเสริมพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวัน

การประเมินสุขภาพด้วยตนเอง: ผู้สูงวัยสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ เช่น เครื่องคำนวณ “อายุกล้ามเนื้อ” ของแอ๊บบอต เพื่อประเมินสุขภาพของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ และควรทําควบคู่กับการตรวจสุขภาพประจําปี เพื่อวางเป้าหมายที่เหมาะสมในการดูแลความแข็งแรงและความคล่องตัวของร่างกาย

สุขภาพจิตใจและอารมณ์

เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านการได้ยิน การมองเห็น ความจำ และการเคลื่อนไหว อาจนำไปสู่ความเครียดได้ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจและอารมณ์ ผู้สูงวัยที่สามารถจัดการอารมณ์ได้ดีจะมีความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญควบคู่กับการออกกำลังกาย หรือในบางกรณีอาจเสริมด้วยการรักษาทางการแพทย์ถือเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ การมีเครือข่ายคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือผู้ให้คำปรึกษา ก็เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่ช่วยสร้างความสุขและความมั่นคงทางใจให้ผู้สูงวัย

สุขภาพทางสังคม

การมีส่วนร่วมทางสังคมเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่สุขภาพที่ดีของผู้สูงวัย จากงานวิจัยพบว่าผู้สูงวัยที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่กว้างกว่าจะมีการทํางานของสมองที่ดีกว่า กิจกรรมทางสังคมเช่น การเป็นอาสาสมัคร การรวมกลุ่มเรียน (เช่นการปั้นเซรามิก การวาดภาพ) เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการสร้างการสนับสนุนด้านสังคมและมีส่วนร่วมในชุมชน

สุขภาพสมองและความจำ

การรู้คิดและความจำ (Cognition) คือความสามารถในการคิด จดจำ และเรียนรู้ การกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง และช่วยทำให้ผู้สูงวัยยังคงตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระกิจกรรมต่างๆ เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นเกมปริศนา การเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ล้วนช่วยให้สมองมีความกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ

ก้าวไปเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ

หลังอายุ 40 ปี ร่างกายอาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้มากถึง 8% ในทุก ๆ 10 ปี แม้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับทุกคนแต่การตระหนักรู้ถึงสุขภาพของตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างสม่ำเสมอ คือสิ่งสำคัญที่สุด ลองใช้เช็กลิสต์นี้เพื่อดูว่าคุณทำได้ดีในด้านใดแล้ว และด้านใดที่ยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานภาพวาด ‘เหมียวนำโชค’ จัดทำของที่ระลึกการกุศล ฉลอง 60 ปี ‘รามาธิบดี’ รายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานภาพวาด ‘เหมียวนำโชค’ จัดทำของที่ระลึกการกุศล ฉลอง 60 ปี ‘รามาธิบดี’ รายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานภาพวาด ‘เหมียวนำโชค’ จัดทำของที่ระลึกการกุศล ฉลอง 60 ปี ‘รามาธิบดี’ รายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในวาระครบรอบ 60 ปี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ปีนี้มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางมูลนิธิรามาธิบดีฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “เหมียวนำโชค” เพื่อจัดทำเป็นของที่ระลึกการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพต่อไป

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ เพื่อนำไปจัดทำเป็นของที่ระลึกการกุศล ให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ซึ่งในปีนี้ พระองค์ท่านได้พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ‘เหมียวนำโชค’ พร้อมข้อความ ‘60 ปี รามาธิบดีฯ
ส่งมอบความสุขกาย สุขใจ ไม่สิ้นสุด’ โดยภาพ ‘เหมียวนำโชค’ ถ่ายทอดความสดใสของแมวน้อยอารมณ์ดี สีสันอบอุ่น
มีหัวใจอยู่เคียงข้าง เปรียบเสมือนการส่งต่อความสุขกายและสุขใจให้แก่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘การให้ไม่สิ้นสุด’ ผ่านการสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลชุดพิเศษนี้ ซึ่งออกแบบอย่างน่ารัก ใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเหล่าทาสแมวต้องเป็นปลื้ม เพราะดีไซน์น่ารักเต็มไปด้วยพลังบวก สามารถมอบเป็นของขวัญแทนความปรารถนาดีให้คนที่คุณรักในทุกโอกาส รวมถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ได้เช่นกัน”

ของที่ระลึกการกุศลจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ “เหมียวนำโชค” ประกอบด้วย เสื้อยืด (สีครีม น้ำเงิน โอรส), เสื้อสเวตเตอร์ (สีชมพู กรมท่า), ชุดนอนแบบเสื้อกางเกงขาสั้น (สีโอรส ฟ้า-ครีม), ผ้าพันคอ (สีโอรส), หมวกกลับด้าน (สีโอรส กรมท่า), กระเป๋าถือผ้าแคนวาส 2 ขนาด (สีเขียว-ฟ้า โอรส ฟ้า-ครีม) (สีโอรส เหลือง ฟ้า-ครีม), กระเป๋าพับเก็บ (ฟ้า-ครีม เขียว-ฟ้า), กระเป๋าผ้าไมโคร (สีโอรส กรมท่า เขียว-ฟ้า), กระบอกเก็บอุณหภูมิ (สีฟ้า-ครีม เขียว-ฟ้า), แก้วเก็บอุณหภูมิ (สีครีม)

พิเศษสำหรับเทศกาลปีใหม่ สมุดโน้ตจากคอลเลกชันนี้ด้านในมีตารางปฏิทินสำหรับจดบันทึกรายเดือนครบ 12 เดือน ช่วยให้การวางแผนงานในปีหน้าเป็นไปอย่างราบรื่น โชคดีตลอดปีเพราะมีเหมียวนำโชค เหมาะสำหรับใช้เองหรือมอบให้คนสำคัญ สมุดโน้ต (สีชมพู ครีม) รวมถึง การ์ดปีใหม่ (แบบมีกลอน และไม่มีกลอน) ที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย

สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งซื้อเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับบุคคลหรือองค์กร สามารถสั่งผลิตสกรีนโลโก้องค์กรลงบนสินค้า ได้ จำนวน 300 ชิ้น ขึ้นไป เพื่อร่วมส่งต่อ ‘คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด’ อย่างมีความหมายและงดงามในทุกโอกาส ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ที่สุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้ ด้วยของที่ระลึกการกุศลชุดภาพวาดฝีพระหัตถ์ “เหมียวนำโชค” สามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2201-2222 (ในวันและเวลาราชการ) ติดตามข่าวสารได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION ช่องทางออนไลน์ เว็ปไซต์ www.ramafoundation.or.th LINE @RAMAFOUNDATION 

TOA บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่ง ‘ทีโอเอ อาสา-วิศวกร’ ผนึกกำลังทหารช่วยพี่น้องชาวใต้เต็มพิกัด

TOA บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่  ส่ง ‘ทีโอเอ อาสา-วิศวกร’ ผนึกกำลังทหารช่วยพี่น้องชาวใต้เต็มพิกัด

TOA บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่ง ‘ทีโอเอ อาสา-วิศวกร’ ผนึกกำลังทหารช่วยพี่น้องชาวใต้เต็มพิกัด

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสีทาอาคารอันดับหนึ่งของไทย และผู้เชี่ยวชาญเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เดินหน้าโครงการ TOA ไม่ทิ้งกัน สู้ภัยน้ำท่วม อย่างต่อเนื่อง บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่เต็มสูบ พร้อมปูพรมระดม “ทีโอเอ อาสา” ผนึกกำลังทหาร มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ และทีมวิศวกรลงพื้นที่เข้าประเมินความเสียหาย ช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้จากมหาอุทกภัย โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานผู้ก่อตั้ง TOA เผยว่า จากความเสียหายอย่างหนักที่เกิดจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และระบบสาธารณสุขโดยตรง เราจึงมีความห่วงใยและเข้าใจถึงความยากลำบากที่ทุกคนกำลังเผชิญ จึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง เดินหน้า โครงการ TOA ไม่ทิ้งกัน “รวมพลังไทย ฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้” ตั้งแต่การลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนชาวใต้ ในการระดมทีม ‘ทีโอเอ อาสา’ ร่วมกับกำลังทหาร (กอ.รมอ.ภาค 4 ส่วนหน้า, กองทัพภาคที่ 4, มณฑลทหารบกที่ 42) ส่งมอบถุงยังชีพกว่า 2,000 ชุด ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ถั่วมารูโจ้ น้ำยาทำความสะอาดทีโพล์ และสเปรย์กำจัดแมลงเซนไดร้ท์ รวมทั้งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ผ้าห่มกันหนาว เสื้อยืด น้ำดื่ม และชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทีโพล์ แจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง อาทิ ชุมชนบ้านกลางนา ชุมชนอู่ ทส. ชุมชนจันทร์วิโรจน์ ชุมชนบางแฟ้บ ชุมชนบ้านพักรถไฟ ชุมชนศิครินทร์ และชุมชนรายย่อยอื่นๆ รวมทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา และปัตตานี เพื่อเร่งเยียวยา ให้ความช่วยเหลือเข้าถึงทุกคนอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด

อีกทั้ง ยังมุ่งเน้นช่วยเหลือฟื้นฟูโรงพยาบาล โรงเรียน ชุมชน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะโรงพยาบาลหาดใหญ่ซึ่งเป็นโรงพยา บาลศูนย์กลางการแพทย์ระดับภูมิภาคและมีความสำคัญต่อภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักมูลค่าเกือบพันล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดกับเครื่องมือแพทย์มูลค่าสูงที่ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคาร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทีมผู้เชี่ยวชาญสำรวจประเมินโดยละเอียด เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลางจากรัฐบาลต่อไป

TOA ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงพร้อมป็นส่วนหนึ่งในการเร่งฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เพื่อใช้ในการฟื้นฟูซ่อมแซมโรงพยาบาลหาดใหญ่ และจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่เสียหายจากอุทกภัย เพื่อให้โรงพยาบาลกลับมาเปิดบริการประชาชน และช่วยเหลือผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุดภายใน 2 เดือน ตามแผนของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลรวมมูลค่าอีก 1,350,000 บาท อาทิ น้ำยาทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคทีโพล์ สเปรย์กำจัดแมลงเชนไดร้ท์ และน้ำดื่มฮอกไกโด เพื่อสนับสนุนการปฏิงานของบุคลากรทางการแพทย์ ให้กลับมาเป็นเสาหลักด้านสุขภาพของพี่น้องชาวใต้ได้อีกครั้ง

ด้าน นพ. วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจว่า “ขอขอบคุณ TOA ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการสาธารณสุขในพื้นที่อย่างแท้จริง การบริจาคเงินจำนวนมากของ TOA ในครั้งนี้ ถือเป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่เข้ามาช่วยเหลือโรงพยาบาลหาดใหญ่โดยตรง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการซ่อมแซมความเสียหายของอาคาร และจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลกลับมาให้บริการประชาชนโดยเร็วที่สุด”

นอกจากนี้ TOA ยังได้ระดมกำลังทีม “ทีโอเอ อาสา – วิศวกร” ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ที่จะปูพรมลงพื้นที่เพื่อร่วมสำรวจ ประเมินความเสียหาย พร้อมให้คำแนะนำการซ่อมแซมของอาคารในเบื้องต้น โดยนำร่องที่โรงพยาบาล โรงเรียน และชุมชนสำคัญในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา และเร่งฟื้นฟูในลำดับต่อไป

TOA ยืนยันว่าความช่วยเหลือทั้งหมดนี้ จะถูกส่งมอบไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวใต้ สามารถฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ALLY เนรมิต12 ศูนย์การค้าในเครือเป็นสวนแห่งความสุขส่งท้ายปี 68

ALLY  เนรมิต12 ศูนย์การค้าในเครือเป็นสวนแห่งความสุขส่งท้ายปี 68

ALLY เนรมิต12 ศูนย์การค้าในเครือเป็นสวนแห่งความสุขส่งท้ายปี 68

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์การค้าในเครืออัลไล (ALLY12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี “ALLY Let’s Celebrate: A Place of Blooming Happiness จุดเริ่มต้นของความสุขที่เบ่งบานได้ทุกวัน” เนรมิต 12 ศูนย์การค้าในเครือให้กลายเป็น “สวนแห่งความสุข” ถ่ายทอดเรื่องราวความอบอุ่น สดใส และเปี่ยมด้วยพลังบวก ผ่านงานตกแต่งดอกไม้หลากสี แสงไฟที่อ่อนละมุน และมุมสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอารมณ์ดีๆ ของผู้มาเยือน

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์อัลไล กล่าวว่า “สำหรับ ALLY เราเชื่อว่าความสุขไม่ใช่เพียงปลายทาง แต่คือประสบการณ์ระหว่างทางที่ผู้คนได้สัมผัสร่วมกัน แคมเปญ ALLY Let’s Celebrate: A Place of Blooming Happiness จึงถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดที่ต้องการให้ทุกพื้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่มีความหมาย ผ่านงานดีไซน์ที่สร้างแรงบันดาลใจและกิจกรรมที่ชวนให้ผู้คนได้เชื่อมต่อกันมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์คือพลังในการพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ALLY จึงตั้งใจทำให้ทุกศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ที่เปิดรับไอเดียใหม่ๆ เติมแรงบันดาลใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่เบ่งบานได้ทุกวัน” 

แคมเปญนี้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละคร “Lucky นักล่าฝัน” ผู้เดินทางออกตามหาเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขที่หายไปหลังจากผู้คนต้องเผชิญกับชีวิตที่เร่งรีบและความวุ่นวายจนลืมดูแล “สวนแห่งความสุขในใจ” ของตัวเอง ระหว่างการเดินทาง Lucky ได้ไปยังศูนย์การค้าในเครือ ALLY แต่ละแห่งด้วยภารกิจในการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น ความอบอุ่น ความตื่นเต้น มิตรภาพ ความรัก ความทรงจำ และความสุขในทุกวัน ทำให้ศูนย์การค้าแต่ละแห่งมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว พร้อมถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวที่แตกต่างกัน โดยแต่ละศูนย์การค้าจะนำเสนอเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้สึกในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) กับเมล็ดพันธุ์แห่งแรงบัน ดาลใจ ปลุกความรู้สึกที่หลับใหลในใจให้กลับคืนมาอีกครั้ง, เดอะคริสตัล (เอกมัย-รามอินทรา) กับเมล็ดพันธุ์แห่งความมุ่งมั่น ถ้าเราเชื่อในความฝัน ทุกสิ่งจะเบ่งบานออกมาในเวลาที่ใช่, เดอะคริสตัล ราชพฤกษ์ เมล็ดพันธุ์แห่งความอบอุ่น ช่วยเติมเต็มความรัก และสร้างเสียงหัว เราะ, เดอะคริสตัล ชัยพฤกษ์ เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาและการเรียนรู้ ถ่ายทอดผ่านห้องสมุดที่เปล่งแสง ทำให้รู้ว่าการเรียนรู้ที่แท้จริง คือความสนุกสนานที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ขณะที่ เพลินนารี่ เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความตื่นเต้น ทุกครั้งที่ใครหมุนวงล้อก็จะมี “ความโชคดี” ปรากฏขึ้นในรูปแบบต่างๆ, เดอะซีน เมล็ดพันธุ์แห่งจังหวะชีวิต ความสุขกลับมาอีกครั้ง กับจังหวะเพลงและดนตรีบรรเลง, แอมพาร์ค เมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพ, อมอรินี่ เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก, สัมมากรเพลส (ราชพฤกษ์, รามคำแหง, รังสิต)  และแฮปปี้ อเวนิว เมล็ดพันธุ์แห่ง “ความสุข” ถ่ายทอดความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันผ่านดอกไม้ที่บานตลอดเส้นทางเดิน

พร้อมกันนี้ ALLY ยังจัดกิจกรรมสุดพิเศษ “BLOOM JOURNEY” ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 เชิญชวนสมาชิก ALLY SKY REWARDS ออกเดินทางเชื่อมความสุขระหว่างศูนย์การค้าในเครือ เพียงเช็กอินครบสามศูนย์การค้า รับบัตรกำนัลจากร้านค้าชื่อดังทันที นอกจากนี้ ยังเติมสีสันด้วยกิจกรรม “BLOOM STICKER” ที่มอบสติ๊กเกอร์ฮีลใจ Limited Edition จาก a.luckydoggs ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้นำกลับไปเป็นกำลังใจในทุกวัน

คุณแหน: 10 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 10 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 10 ธันวาคม 2568

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ นำ บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล กก.ผจก.บจ.พิทักษ์ปาล์มออยล์ พร้อมด้วยคณะผับริหาร เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลและบำรุงสภากาชาดไทย 29 ธ.ค. เวลา 9.00 น. ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา..

ll ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการแข่งขัน กีฬาวูซูสิงโตกระโดดเสาดอกเหมยนานาชาติ ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 5 ประจำปี 2568 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดโดย จ.ร้อยเอ็ด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจ.ร้อยเอ็ด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด มูลนิธิปึ๋งท้าวร้อยเอ็ด และสมาคมกีฬาวูซูแห่งประเทศไทย..

ll จังหวัดนครปฐมร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจ.นครปฐม รพ.นครปฐม ปชช.และภาคเอกชน ร่วมส่งมอบถังออกซิเจน 222 ถัง ยาสามัญ 1,000 ชุด น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคและบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อ.หาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง..

ll จักกนิตต์ คณานุรักษ์ นำคณะหลักสูตร LTE#6 ไปศึกษาดูงาน ณ Fintech District Milano และ Turino City Lab โดยมี ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา, ศลิษา หาญพานิช, สันทวัฒน์ สินาเจริญ, พล.อ.ท.นพ.นพดล วีรยางกูร, ดร.จรวยพรภัทร ลีสมศิริ ประภาพรรณ พิชัยคำ, จงกลนี แก้วสด, ณรงวิทย์ ชดช้อย, อุรภา สุทธิพงษ์ชัย, มัลลิกา ภูมิวาร, วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์, ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์, ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ, อารยา ยมนา, ฐิตกร อุษยาพร ร่วมด้วย..

ll ยามนี้ รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ พร้อม สุขสันต์ อัครวงศธร และ ภัทธิรา หาญสกุล ไปท่องยุโรปสัมผัสอากาศหนาวเที่ยวชม Christmas Market และชิมไวน์ร้อนตามเมืองต่างในฝรั่งเศสและสวิส 9 วัน..

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ นพ.พลลภัตม์ เสถียร ที่ได้ลูกชายคนแรกให้ชื่อว่า ไรวิน คล้องกับลูกสาวคนโต น้องไอรีน..

ll มนตรี สุวรรณโพธิ์ศรี พาเพื่อนๆชาว LSP 3 กว่า 10 คนไปสังสรรค์รับลมเย็นที่เมืองฮานอยและซาปา 5 วัน พร้อมทั้งจัดฉลองวันเกิดให้ วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ ด้วย งานนี้ เกียรติชาย ไมตรีวงษ์, บัณฑิต อนันตมงคล, มาริสา วงศ์ถิรวิทย์ ร่วมด้วย..

ll ณัฐพงศ์ วนวงศ์สวัสดิ์ วันเกิดปีนี้ได้ไปฉลองกับครอบครัวที่ภูเก็ตอย่างอบอุ่น..

ll เตรียมพร้อมพบกับงาน “Thailand Friendly Design, Wellness, Sport & Tourism for All Expo 2025: มหกรรมอารยสถาปัตย์ นวัตกรรมสุขภาพ กีฬาและการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 9” 11-14 ธค. เวลา 10.00-19.00 น. ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค-บางนา..

เราลำบากมาด้วยกัน! เดย์ ไทยเทเนียม รับน้ำตาไหลเจ็บตรงที่ไม่รู้อะไรเลย

เราลำบากมาด้วยกัน! เดย์ ไทยเทเนียม รับน้ำตาไหลเจ็บตรงที่ไม่รู้อะไรเลย

เราลำบากมาด้วยกัน! เดย์ ไทยเทเนียม รับน้ำตาไหลเจ็บตรงที่ไม่รู้อะไรเลย

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

10 ธันวาคม 2568 คงเป็นหนึ่งในเรื่องที่สังคมเฝ้าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ สำหรับกรณีฉ้อโกงของ นานา ไรบีนา อดีตพิธีกรคนดัง ที่ถูกดำเนินคดีในความเสียหายรวมกว่า 195 ล้านบาท ก่อนจะได้รับการประกันตัวและเดินทางกลับบ้านแล้ว โดยความเคลื่อนไหวต่างๆ ยังคงตกเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ไม่หยุด

ล่าสุด เดย์ ไทยเทเนี่ยม เพื่อนสนิทร่วมวงของ เวย์ ไทยเทเนี่ยม สามีของนานา ได้ออกมาเปิดใจผ่านไลฟ์สดบน TikTok โดยมี จิ๊บ ปกฉัตร ร่วมพูดคุย ในบางช่วงเดย์ถึงกับเผยว่าร้องไห้ เมื่อทราบข่าว

“ตอนที่รู้คือร้องไห้ น้ำตาไหลอยู่ ลองคิดดูดิเพื่อนเรา เรารู้จักกันมานาน พอมันมาเกิดเรื่องนี้ เราไม่นึกว่ามันจะเกิด เราลำบากมาด้วยกัน กินไม่ดีก็กินไม่ดีมาด้วยกัน กินดีก็กินมาด้วยกัน พอเกิดเรื่องขึ้นมันอธิบายยาก”

“ความจริงเท่านั้นที่จะทำให้คุณเป็นอิสระ แต่ถ้าความจริงไม่เปิดเผย มันก็จะอยู่ตรงนั้น กัดกินคุณไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะยิ้มได้ ในความโสโครกมันก็ยังอยู่ในใจของคุณไปตลอด…แล้วก็พูดความจริง”

เดย์ยังเสริมว่า “พอฟ้าหลังฝนชะล้างสิ่งไม่ดีออกไป พอพระอาทิตย์ขึ้นมาเราก็เห็นอะไรชัดเจนมาก…ถามว่าให้อภัยไหม ก็ให้อภัยไปแล้ว แต่การจะกลับมาคุยหรือเจอหน้า มันต้องใช้เวลา เขาปกป้องครอบครัวเขา เราก็ปกป้องครอบครัวเราเหมือนกัน”

ในช่วงท้าย เดย์ยังพูดถึงกำหนดการการแสดงคอนเสิร์ตสวนผึ้งวันที่ 20–21 นี้ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าคงไม่ได้ไปร่วมงาน เนื่องจากพี่สาวเดินทางมาจากอเมริกาและต้องดูแลครอบครัวก่อน “ครอบครัวเราสำคัญที่สุดครับ”

หลังไลฟ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ โลกออนไลน์ต่างเข้ามาให้กำลังใจเดย์ พร้อมจับตาความสัมพันธ์ของแก๊งไทยเทเนี่ยม รวมถึงทิศทางของคดีนานาที่สังคมยังคงรอคำตอบอย่างใกล้ชิด

เป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจและเป็นที่จับตาของสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับคดีฉ้อโกงของ “นานา ไรบีนา” อดีตพิธีกรชื่อดัง หลังถูกจับกุมในคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 195 ล้านบาท ก่อนที่ต่อมา นานา ไรบีนา ได้รับการประกันตัวและเดินทางกลับสู่บ้านพักเรียบร้อยแล้ว ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ทั้งนี้แร็ปเปอร์ชื่อดัง “เดย์ ไทยเทเนี่ยม” ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวได้มีการอันฟอลโลว์เพื่อนรักร่วมวงอย่าง “เวย์ ไทยเทเนี่ยม” สามีของนานา ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจผ่านการไลฟ์สดทาง TikTok โดยมีเพื่อนสนิทอย่าง “จิ๊บ ปกฉัตร” ร่วมพูดคุยด้วยในบางช่วงบางตอน

โดย เดย์ ไทยเทเนี่ยม ได้เผยความรู้สึกอย่างเปิดอกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า “ตอนที่รู้คือร้องไห้ น้ำตาไหลอยู่ ลองคิดดูดิเพื่อนเรา เรารู้จักกันมานาน พอมันมาเกิดเรื่องนี้ เราไม่นึกว่ามันจะเกิด เราลำบากมาด้วยกัน กินไม่ดีก็กินไม่ดีมาด้วยกัน กินดีก็กินมาด้วยกัน พอเกิดเรื่องขึ้นมันอธิบายยาก”

นอกจากนี้ เดย์ ไทยเทเนี่ยมยังเผยถึงสัจธรรมของชีวิตและสิ่งที่กัดกินจิตใจ ซึ่งเป็นวลีที่เพื่อนในวงการอย่าง “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ถึงกับรีบแชร์ลงสตอรี่อินสตาแกรมของเธอทันที

เดย์ ไทยเทเนี่ยม เผยว่า “ความจริงเท่านั้นที่จะทำให้คุณเป็นอิสระ แต่ถ้าความจริงไม่เปิดเผย แล้วความจริงมันก็จะอยู่ตรงนั้น มันก็จะไม่ไปไหน จะกัดกินคุณไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะยิ้มได้ ในความโสโครกมันก็ยังจะอยู่ในใจของคุณไปตลอด แล้วก็พูดความจริง”

เดย์ ยังได้เผยต่อว่า “พอฟ้าหลังฝนมันชะล้างสิ่งไม่ดีออกไป พอพระอาทิตย์ขึ้นมาเห็นอะไรที่ชัดเจนมาก ชัดจนแบบไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว ขอบคุณพระเจ้า เราก็คิดว่าเราก็เข้าใจเขา เพราะเขาก็ต้องปกป้องครอบครัวของเขา ทำเพื่อครอบครัวของเขา ถามว่าให้อภัยไหม ก็ให้อภัยไปแล้วนะ แต่ต้องใช้เวลาที่ต้องเจอหน้าเขาหรือกลับมาคุยกับเขา เขาปกป้องครอบครัวเขา เราก็ปกป้องครอบครัวเราเหมือนกัน

ส่วนคอนเสิร์ตสวนผึ้ง ในวันที่ 20-21 นี้ พี่สาวมาจากอเมริกา เราจะพาพี่สาวไปกินข้าว ก็คงจะไม่ได้ไปสวนผึ้ง พี่สาวมาก็ต้องเทคแคร์พี่สาวครับ เพราะว่าครอบครัวเราสำคัญที่สุด”

มิสยูนิเวิร์สจาเมกา อยู่ในภาวะวิกฤต หลังพลัดตกเวทีประกวดที่ไทย

มิสยูนิเวิร์สจาเมกา อยู่ในภาวะวิกฤต หลังพลัดตกเวทีประกวดที่ไทย

มิสยูนิเวิร์สจาเมกา อยู่ในภาวะวิกฤต หลังพลัดตกเวทีประกวดที่ไทย

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

10 ธันวาคม 2568 ความคืบหน้ากรณี กาเบรียล เฮนรี (Gabrielle Henry) มิสยูนิเวิร์สจาเมกา พลัดตกจากเวที ขณะประกวด Miss Universe 2025 รอบพรีลิมฯ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเธอได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลในประเทศ นับจากอุบัติเหตุครั้งนั้น

ล่าสุด องค์กรมิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe Organization) ออกแลถงการณ์ถึงอาการของ มิสยูนิเวิร์สจาเมกา ระบุว่า กรณีที่ “กาเบรียล เฮนรี” มิสยูนิเวิร์สจาไมก้า 2025 ประสบอุบัติเหตุตกจากเวทีระหว่างเดินโชว์ตัวรอบชุดราตรี ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยทางองค์กรมิสยูนิเวิร์สได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ขณะนี้ขออัพเดตว่ากาเบรียล เฮนรี ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากการพลัดตกลงไปในช่องเปิดบนเวที ระหว่างการเดินประกวดในรอบพรีลิมินารีเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 ส่งผลให้เกิดเลือดออกในกะโหลกศีรษะจนหมดสติ กระดูกหัก มีบาดแผลบนใบหน้า และอาการบาดเจ็บอื่นๆ เธอถูกนำส่งโรงพยาบาลทันทีที่กรุงเทพฯ

เธออยู่ในภาวะวิกฤต ต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทางตลอด 24 ชั่วโมง และยังคงต้องได้รับการเฝ้าดูอาการทางระบบประสาทอย่างใกล้ชิด ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอจะถูกส่งตัวกลับประเทศจาไมก้า โดยมีทีมแพทย์คุ้มกันเต็มรูปแบบ และจะถูกนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาและการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่เกิดเหตุ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สได้ยืนเคียงข้างกาเบรียลและครอบครัวของเธอเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ด้วยการรับผิดชอบทุกอย่างอย่างเต็มที่และทันท่วงที องค์กรได้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรักษาพยาบาล การผ่าตัด การฟื้นฟู รวมถึงค่าที่พักและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของมารดาและพี่สาวของดร.เฮนรี ซึ่งอยู่เฝ้าดูแลเธอตลอดช่วงเวลายากลำบากนี้

นอกจากนี้ องค์กรยังเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำตัวเธอกลับประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษทางการแพทย์ที่จัดโดยโรงพยาบาล และได้ให้คำมั่นว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อจากเหตุการณ์นี้

ครอบครัวเฮนรีรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อความเมตตา ความทุ่มเท และการดูแลเอาใจใส่ของกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส การตอบสนองขององค์กรในครั้งนี้ได้แสดงถึงความผูกพันและความมุ่งมั่นในการปกป้องครอบครัวเกินกว่าหน้าที่ในระดับวิชาชีพ

สำหรับรายงานข่าวบางส่วนที่กล่าวหาว่าเธอ มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไม่เคยกล่าวโทษเธอในเหตุการณ์นี้ และยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูล ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง