‘พ้อยท์-หนูเล็ก’ ต่อธารน้ำใจคนไทยทั่วประเทศ มอบถุงยังชีพ ‘วันสร้างสุข

‘พ้อยท์-หนูเล็ก’ ต่อธารน้ำใจคนไทยทั่วประเทศ  มอบถุงยังชีพ ‘วันสร้างสุข

‘พ้อยท์-หนูเล็ก’ ต่อธารน้ำใจคนไทยทั่วประเทศ มอบถุงยังชีพ ‘วันสร้างสุข

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากวิกฤตน้ำท่วมสงขลา ทำให้อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาจมบาดาลภายในชั่วพริบตา แม้สถานการณ์ปัจจุบันเข้าสู่ปกติแล้ว แต่บ้านหลายหลังคาเรือนยังได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ล่าสุดโครงการ “วันสร้างสุข” โดย กลุ่ม เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร่วมกับ มูลนิธิเรวัต พุทธินันทน์ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ทางภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนการลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย คุณเดียว  วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการช่องวัน31 พร้อมด้วยทีมงานสำนักข่าววันนิวส์และสองนักแสดงจาก “ช่องวัน31” พ้อยท์ ชลวิทย์ และ หนูเล็ก ทิฐินันท์ ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพจำนวนกว่า 1,000 ชุด พร้อมด้วยจัดทำอาหารปรุงสุกจากโรงครัวเคลื่อนที่ของ ‘บจก.ไฮ อินเตอร์เน็ท’ แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในชุมชนโชคสมาน, ชุมชนสะพานดำ, ชุมชนเขต8 อ.หาดใหญ่   ก่อนจะเดินทางไปยัง ‘ครัวมูลนิธิท่งเซียนตึ้ง’ มอบเงินสนับสนุนโรงครัว 550,000 บาท   และมอบถุงยังชีพให้แก่ กองทัพอากาศ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศส่วนหน้า กองบิน56 แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยชุมชนรอบกองบิน อาทิ ชุมชนคลองแห, ชุมชนรอบโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา โดยมี พลอากาศตรี สมบัติ วงศ์สาโรจน์ ผอ.สำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ เป็นตัวแทนรับมอบ  

นอกจากนี้ พ้อยท์-หนูเล็ก ได้ร่วมแรงในการทำความสะอาด ‘โรงเรียนสมานคุณวิทยาทาน’ และเดินทางไปมอบอุปกรณ์การแพทย์บางส่วนให้กับโรงพยาบาลสนามชั่วคราวที่จัดตั้งรับการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่สนามบินหาดใหญ่   ปิดท้ายด้วยเดินทางไปสำรวจความเสียหายของ ‘โรงพยาบาลหาดใหญ่’ และมอบเงินบูรณะซ่อมแซมจำนวน 3 ล้านบาท โดยมี นพ. วิโรจน์ โยมเมือง ผอ.โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นตัวแทนรับมอบ  รวมถึงมอบเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลอื่นๆในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบอีก 6 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จำนวน 1 ล้านบาท, โรงพยาบาลเทพา, โรงพยาบาลระโนด, โรงพยาบาลจะนะ, โรงพยาบาลรัตภูมิ, โรงพยาบาลสะเดา จำนวนโรงพยาบาลละ 5 แสนบาท รวมทั้งสิ้น 6.5 ล้านบาทถือเป็นธารน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศที่ได้บริจาคเงินผ่านโครงการวันสร้างสุข เพื่อซับน้ำตาชาวใต้รวมถึงโรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ทั้งนี้โครงการ “วันสร้างสุข” ขอส่งกำลังใจให้บุคคลากรที่ทำงานอย่างหนักทั้งแพทย์ พยาบาล กู้ภัย ที่เป็นทั้งผู้ประสบภัยและต้องทำงานแข่งกับเวลา ขอให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เปิดเบื้องหลัง ‘Taylor Swift’ ศิลปินเจ้าของรางวัล GRAMMY® 14 สมัย

เปิดเบื้องหลัง ‘Taylor Swift’ ศิลปินเจ้าของรางวัล GRAMMY® 14 สมัย

เปิดเบื้องหลัง ‘Taylor Swift’ ศิลปินเจ้าของรางวัล GRAMMY® 14 สมัย

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Disney+ ปล่อยตัวอย่างใหม่ของคอนเสิร์ตฟิล์ม “Taylor Swift | The Eras Tour | The Final Show” จากศิลปินเจ้าของรางวัล GRAMMY® 14 สมัย ให้ดาวน์โหลดและแชร์ได้แล้ววันนี้ ก่อนเตรียมสตรีมอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ บน Disney+ เท่านั้น

คอนเสิร์ตฟิล์มเต็มรูปแบบชุดนี้ถูกบันทึกจากโชว์สุดท้ายของ The Eras Tour ทัวร์คอนเสิร์ตที่สร้างสถิติระดับโลกมากมาย ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย พร้อมด้วยเพลงจากอัลบั้ม “THE TORTURED POETS DEPARTMENT” แบบครบชุด ซึ่งเป็นเซตที่ถูกเพิ่มเข้ามาหลังจากปล่อยอัลบั้มในปี 2024 ผลงานกำกับโดย Glenn Weiss ผลิตโดย Taylor Swift Productions ร่วมกับ Silent House Productions

โดย “The End of an Era” ซีรีส์เบื้องหลัง 6 ตอน เปิดเผยการทำงานของทัวร์ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ซึ่งซีรีส์สารคดีนี้ได้ตามเก็บกระบวนการสร้าง การพัฒนา และกระบวนการทำงานภายในของ “Taylor Swift | The Eras Tour” แบบเข้มข้นและเป็นกันเองที่สุด ซีรีส์ยังมีการปรากฏตัวของ Gracie Abrams, Sabrina Carpenter, Travis Kelce, Ed Sheeran และ Florence Welch รวมถึงทีมดนตรี นักเต้น ทีมงาน และครอบครัวของศิลปิน พร้อมฟุตเทจพิเศษที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน โดยจะเริ่มสตรีมสัปดาห์ละ 2 ตอน ตั้งแต่ 12 ธันวาคมนี้

สกสว. เปิดฉาก VR Thailand 2025 จุดประกายไอเดีย

สกสว. เปิดฉาก VR Thailand 2025 จุดประกายไอเดีย

สกสว. เปิดฉาก VR Thailand 2025 จุดประกายไอเดีย

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดงาน “Venture Rise Thailand 2025 (VR Thailand 2025)” อย่างเป็นทางการ

 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรม Park Hyatt Bangkok พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “Thailand Rising : Gateway to Innovation and Global Investment” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในภูมิภาคอย่างยั่งยืน โดยมี ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. และผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมพิธีลงนามความร่วมมือและพิธีแสดงเจตนารมณ์ เพื่อสร้างระบบนิเวศวิจัยใหม่ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม

อนุทิน ขอประชาชน สตูล มั่นใจ รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งใคร เร่งแก้ไขปัญหาน้ำไม่ให้เกิดซ้ำอีก

อนุทิน ขอประชาชน สตูล มั่นใจ รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งใคร เร่งแก้ไขปัญหาน้ำไม่ให้เกิดซ้ำอีก

อนุทิน ขอประชาชน สตูล มั่นใจ รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งใคร เร่งแก้ไขปัญหาน้ำไม่ให้เกิดซ้ำอีก

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.00 น.

“นายกฯ“ ขอประชาชน สตูล มั่นใจ รัฐบาล จะไม่ทอดทิ้งใคร เร่งแก้ไขปัญหาน้ำไม่ให้เกิดซ้ำอีก ย้ำ ถือว่ามีความผูกพัน มีพันธะที่จะต้องรับผิดชอบ เพราะให้ผู้แทนยกจังหวัด

เมื่อเวลา 15.15น. ที่โรงเรียนบ้านคลองขุด จ.สตูล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านคลองขุด ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล  มอบถุงยังชีพ 800 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มึน เพราะว่าเป็นหวัด รับประทานยาแก้หวัดมา อาจจะจำชื่อตำบลผิดไปบ้าง แต่จำพี่น้องจังหวัดสตูลได้ทุกคน เพราะคนสตูลเป็นผู้ที่ตนถือว่ามีบุญคุณกับตนเกือบ 10 ปีแล้ว ที่เราได้รู้จักกันทั้ง นายพิบูลย์ รัชกิจประการ หรือสส.โกโต สส.สตูล เขต 1 และนายวรศิษฎ์ เสียงประสิทธิ์ หรือสส.โกแพ  สส.สตูล เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ที่นำตนมาที่จังหวัดสตูลหาเสียง มาพบปะกับพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสตูล เป็นครั้งแรกที่ตนได้มาที่จังหวัดนี้ ถ้าไม่ได้พบกับสส.โกโต และโกแพ ก็คงไม่ได้มาถึงสตูลสักที ตนและคณะได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่ เนื่องจากทราบว่ามีเหตุการณ์น้ำท่วม และความเดือดร้อน กับประชาชน โชคดีที่สตูลระบายน้ำได้เร็วกว่าอ.หาดใหญ่ แต่ก็ได้เห็นถึงความเสียหายมากมายเพราะระดับน้ำเข้ามาค่อนข้างมาก เราจะหาวิธีที่จะเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ที่ประสบภัยให้เร็วที่สุด ทั้งเยียวยา ทั้งเงินที่นำมาให้ยืมเพื่อฟื้นฟูกิจการของตนเอง และเงินที่จะไปซ่อมแซมบ้านเรือน ทรัพย์สินสิ่งของต่างๆที่เกิดความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้

นายอนุทิน ยังกล่าวว่า  เมื่อเช้า มาตรวจเยี่ยมที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และหลังเที่ยงมาหาประชาชนที่จังหวัดสตูล ซึ่งได้เห็นว่าความเสียหาย เพราะสตูลพื้นที่เล็กกว่า แต่ความเสียหายก็ถือว่าทุกครัวเรือนเช่นกัน  ทางรัฐบาลเร่งที่จะนำความช่วยเหลือให้ประชาชน วันนี้ตนเอาทีมงานมาด้วย เพราะทีมงานเหล่านี้ จะเป็นผู้ที่จะกลับไปช่วยตนในการคิดช่วยเหลือต่างๆและอนุมัติความช่วยเหลือต่างๆมาถึงประชาชน   ทั้งนี้ ทีมงานที่มาวันนี้ทุกคน มาเพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นไปอีก

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอให้เชื่อว่าตนมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้กับประชาชน  สมัยก่อนตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข  พยายามที่จะดูแลสวัสดิภาพของอสม.ทั้งหลาย และในรัฐบาลที่แล้วตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เห็นความทุกข์ความสุขของพี่น้องประชาชน ก็พยายามที่จะนำโครงการต่างๆมาแก้ไข  วันนี้ตนมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะใช้ประสบการณ์จากที่เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง พยายามที่จะเข้าใจปัญหาของประชาชนปัญหาของจังหวัด และสนับสนุนทั้งโครงการต่างๆ การลงทุนเพื่อให้เกิดความสะดวกความปลอดภัยของประชาชนตนก็มีหน้าที่ทำให้มันเกิดขึ้นโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ถ้าจะถามว่าใช้เงินมากไหม ในการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำ ก็มีค่าเท่ากันเพราะมันต้องใช้ เผลอๆใช้เงินน้อยกว่าที่ต้องเอาเงินมาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผล

กระทบจากอุทกภัย ประชาชนได้คนละ 9,000 บาท แต่เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่ได้เจอ ซึ่งตนเจอใครก็บอกเติม 0 อีก 2 ตัวก็ยังไม่คุ้ม ขอให้เชื่อมั่นว่าในพื้นที่จังหวัดสตูล มีสส.ที่เข้มแข็งอยู่แล้ว สามารถที่จะปกป้องงบประมาณต่างๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนในจังหวัดสตูล เขาสามารถเป็นผู้แทนคนจังหวัดสตูล และทำให้มันเกิดขึ้นได้ ส่วนโครงการผนังกั้นน้ำ ทราบว่า ถูกบรรจุในงบประมาณปี 2570 แล้ว

“วันนี้มาเพื่อให้กำลังใจ ที่สตูลคงไม่มีอะไรหนักหนาไปมากกว่านี้แล้ว นอกจากฝนจะตกอีก ซึ่งจะมีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก และนำของมาเยี่ยม ขอให้มั่นใจว่าเราจะไม่มีวันทอดทิ้งกัน คนสตูลให้ผู้แทนยกจังหวัดกลับพรรคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ต้องถือว่ามีความผูกพัน มีพันธะที่จะต้องรับผิดชอบ คุณภาพชีวิตของประชาชนชาวสตูลให้มากที่สุด ขอให้มีกำลังใจ ขอให้มีความสุขในช่วงสิ้นปี สิ่งที่ดีเลวร้าย ก็ขอให้มันผ่านพ้นไปและขอให้ทุกคนช่วยกัน เพื่อทำให้ความทุกข์ของประชาชนมลายหายสิ้นไปให้ได้มากที่สุด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ ตำบลคลองขุด มีประชาชนได้รับเดือดร้อน 1,700 ครัวเรือน มีน้ำท่วมขังประมาณ  7 วัน การเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ ได้รับความเสียหาย 100% ความเสียหายในครั้งนี้ทำให้ทรัพย์สินในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน หรือแม้แต่บ้านพักของราชการ ได้รับความเสียหายทั้งหมดไม่เว้นแต่โรงเรียนที่ได้รับความเสียหายด้วย

พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม วาระ 2 วาระ 3 ให้จบก่อนยุบสภา

พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม วาระ 2 วาระ 3 ให้จบก่อนยุบสภา

พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม วาระ 2 วาระ 3 ให้จบก่อนยุบสภา

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.49 น.

พท.เร่งรัฐสภาดัน พ.ร.บ.อสม. วาระ 2–3 ให้จบก่อนยุบสภา หวั่นสิทธิประโยชน์ อสม.หายหมด “สมศักดิ์” จวก รบ.ทำงานไร้ประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อ.เมืองลำพูน พรรคเพื่อไทยนำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรมว.สาธารณสุข นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สส.ลำพูนเขต 2 และนายชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ลำพูน เขต1  ลงพื้นที่พบประชาชนกว่า 2,000 คนจากอ.บ้านธิและอ.เมืองลำพูน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าแก้หนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้ประชาชน หนี้เกษตรกร และหนี้ผู้สูงอายุ ไม่มีพรรคใดมีผลงานเชิงประจักษ์เท่าพรรคเพื่อไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การแก้ปัญหายาเสพติด และการสร้างสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน วันนี้ประชาชนจะตัดสินใจเลือกพรรคที่ทำงานได้จริง พรรคเพื่อไทยถูกขัดขวางมาตลอด แต่เรายังยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชน

พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันทำงานไร้ประสิทธิภาพ ทั้งการจัดซีเกมส์และการบริหารจัดการน้ำท่วม พร้อมตั้งคำถามถึงการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงต่อการยุบสภา ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ได้กดปุ่มอนุมัติค่าป่วยการ อสม.เดือนละ 2,000 บาททันทีภายในสัปดาห์แรก พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย “นับคาร์บ” ลดปัญหา NCDs ที่ใช้งบรักษาพยาบาลปีละกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งหากลดภาระงบประมาณได้ จะมีเงินเหลือนำมาสนับสนุนสวัสดิการ อสม.อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายอนุสรณ์ กล่าวเชิญชวนพี่น้องลำพูนร่วมผลักดันให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อสม. วาระ 2–3 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ธ.ค.นี้ สภาควรร่วมกันเร่งมือพิจารณา พ.ร.บ.อสม. วาระ 2-3 ให้เสร็จสิ้นก่อนยุบสภา อย่าให้การยุบสภาเป็นเหตุให้สิทธิประโยชน์ อสม.ต้องหายไปต่อหน้าต่อตา

พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม
พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม
พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม
พท เร่งรัฐสภาดัน พรบ อสม

พลิกวิกฤตสู่โอกาส นักเขียนดัง ถอดรหัสการบริหาร 2 เดือนของ ศุภจี ดันมันสำปะหลังไทยสู่ซาอุฯ สำเร็จ

พลิกวิกฤตสู่โอกาส นักเขียนดัง ถอดรหัสการบริหาร 2 เดือนของ ศุภจี ดันมันสำปะหลังไทยสู่ซาอุฯ สำเร็จ

พลิกวิกฤตสู่โอกาส นักเขียนดัง ถอดรหัสการบริหาร 2 เดือนของ ศุภจี ดันมันสำปะหลังไทยสู่ซาอุฯ สำเร็จ

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.51 น.

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Padipon Apinyankul” ระบุว่า ใคร ๆ ก็เรียกผู้หญิงคนนี้ว่า Super G

ประวัติการทำงานของคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในอดีต เป็นมาอย่างไร ขอไม่กล่าวในที่นี้ . เพราะในที่นี้จะกล่าวถึงงานในปัจจุบัน

คุณศุภจี เข้ามาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในระยะเวลาถึงปัจจุบัน คือ 2 เดือน 17 วัน 

สิ่งที่ทำไปคือ “ขายสินค้าเกษตร และเปิดตลาดใหม่”

○ ขายข้าวให้สิงค์โปร์ . ขายข้าวให้จีน . 

○ พบทูตรัสเซีย เพื่อเสนอสินค้าอาหารแปรรูป อัญมณี ร้านอาหาร

○ พบทูตอินเดีย เพื่อเจรจาการค้าเสรี (FTA) เชื่อมโยงสินค้าที่เกื้อกูลกันได้ เช่น เคมีภัณฑ์ และอัญมณี

○ ไปสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริม “อาหารไทย” ยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทย

และเมื่อวานนี้ คุณศุภจีได้ไปซาอุดิอาระเบีย เข้าพบรัฐมนตรี.พาณิชย์ของซาอุฯ และพบประธานบริหารของ บริษัท ARASCO บริษัทยักษ์ใหญ่ของซาอุดิอาระเบีย ทำให้ไทยได้รับออเดอร์สั่งมันสำปะหลังอัดเม็ดเพิ่มขึ้น 30,000 ตันทันที  (ไทยเคยส่งไปให้ 20,000 ตัน เพื่อให้ทางซาอุฯทดลองสินค้า) ตามมาด้วย ในปีหน้าทางซาอุดิอาระเบีย จะสั่งมันสำปะหลังอัดเม็ดเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ตัน

ประเทศไทยมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ส่งออกหลายชนิด อาทิ เครื่องจักรอุปกรณ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ อัญมณีเครื่องประดับ ฯลฯแต่ที่มีมากที่สุดก็คือ สินค้าทางการเกษตร ข้าว ผลไม้ ตลอดจนผลไม้แปรรูปมันสำปะหลัง เราไม่ค่อยพบข่าวว่ามีการส่งออกเพิ่มขึ้น .. ประเทศไทยไม่ได้มีมันสำปะหลังมากที่สุด ประเทศที่มีมันสำปะหลังมาก ตามลำดับคือ . ไนจีเรีย คองโก . ไทย . อินโดนีเซีย . บราซิลแต่มันสำปะหลังของไทยมีคุณภาพที่ดี เป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ทำให้ส่งออกได้มากกว่าประเทศอื่น ๆประเทศที่นำเข้ามันสำปะหลังจากไทยมาก ประกอบด้วย .. จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรปการไปติดต่อซาอุดิอาระเบีย จึงเป็น “การเจาะตลาดใหม่”  เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว คุณศุภจี ไม่ได้ไปซาอุดิฯ ขายแค่ข้าว มันสำปะหลัง หรือผลิตภัณฑ์แปรรูป อาหารเลี้ยงปลา อาหาสัตว์ปีก .แต่ยังนำเสนอแผนงาน “ความร่วมมือด้านการบริการ” ทั้งการท่องเที่ยว ร้านอาหาร สปา ฯ .ซึ่งซาอุฯมีความพร้อมด้านทุน ไทยมีความพร้อมด้านบุคลากร

ประเทศไทยมีจุดเด่นเรื่องดิน โยนเมล็ดอะไรลงไป ก็ขึ้นได้หมด . เราสะสมเชี่ยวชาญด้านการเกษตรมาตั้งแต่อดีต . ทำให้ปัจจุบันเรามีความสามารถด้านอาหารประเทศไทยจึงควรใช้จุดเด่นนี้ ในการนำพาให้กลายเป็น  ○”#ฐานความมั่นคงทางอาหารโลก”ถึงจะมีสินค้าดีอย่างไร ถ้าขายไม่ออก ก็ไม่สามารถจะเติบโตได้  , จึงต้องมีคนหาตลาดและขายสินค้านั้นให้สำเร็จซึ่งในภาวะวิกฤตต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจโลก และการเมืองของโลก . คนที่เข้ามารับมือวิฤกตนี้ ต้องมีความสามารถจริง ๆ มิน่าละ Super G . ถึงถูกตั้งนิยามการบริหารว่า “พลิกวิกฤตสู่โอกาส”

จุลพันธ์ ลั่น อย่าเต้นตามข่าวปมยื่นซักฟอก ย้ำยังไม่มีข้อสรุป

จุลพันธ์ ลั่น อย่าเต้นตามข่าวปมยื่นซักฟอก ย้ำยังไม่มีข้อสรุป

จุลพันธ์ ลั่น อย่าเต้นตามข่าวปมยื่นซักฟอก ย้ำยังไม่มีข้อสรุป

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.38 น.

จุลพันธ์ ลั่น อย่าเต้นตามข่าวปมยื่นซักฟอก ย้ำ ยังไม่มีข้อสรุป บอก เรื่องดังกล่าวต้องถามความเห็นในที่ประชุม สส.

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าพรรค พท. จะยื่นอภิปรายเพื่อลงไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ว่า ขออย่าเต้นตามข่าว เรื่องดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุป

เมื่อถามว่า หากจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นช่วงเวลาใด นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต่อให้รู้ก็บอกไม่ได้ ซึ่งกระแสข่าวที่ออกมานั้น ตนยังไม่เห็น ส่วนที่จะมีการประชุมสส.เพื่อไทย ก่อนการเปิดสมัยประชุมสภาฯ เรื่องดังกล่าวคงจะมีการคุยกันในที่ประชุม สส.เพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ ต้องถามความเห็น แต่การดำเนินการอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป 

‘อนุทิน’ ลงพื้นที่สตูล สั่งนายก อบจ. ทำประชาพิจารณ์ รื้อประตูระบายน้ำ ชี้ถ้าไม่มีประโยชน์ก็เอาออก

'อนุทิน' ลงพื้นที่สตูล สั่งนายก อบจ. ทำประชาพิจารณ์ รื้อประตูระบายน้ำ ชี้ถ้าไม่มีประโยชน์ก็เอาออก

‘อนุทิน’ ลงพื้นที่สตูล สั่งนายก อบจ. ทำประชาพิจารณ์ รื้อประตูระบายน้ำ ชี้ถ้าไม่มีประโยชน์ก็เอาออก

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

“นายกฯ”ลงพื้นที่สตูล มอบถุงยังชีพ ขอชื่นชม ปชช. อดทนน้ำท่วม รับ เป็นความผิดรบ. หนีไม่ได้ ขอ ปชช. ให้อภัย บอกเรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป ต้องมองไปข้างหน้า สั่ง นายกอบจ. ทำประชาพิจารณ์รื้อประตูระบายน้ำคลองมำบัง

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 14.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ จังหวัดสตูล  จากนั้นนายกฯ นั่งรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กง 3333 สตูล เดินทางต่อมายังตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล และชุมชนชนาธิป เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนจำนวน 200 ถุง โดยเมื่อนายกฯ เดินทางมาถึงตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล ได้เดินดูร้านสตูลค้าข้าว ซึ่งมีโกดังเก็บข้าวและได้รับความเสียหายจนข้าวเน่าเสีย

นอกจากนี้ได้มีประธานหมู่บ้าน เจ้าของกิจการโรงแรม และประชาชนร้องเรียนเรื่องประตูระบายน้ำคลองมำบังที่อยู่ใกล้กับตลาดสด ซึ่งช่วงที่ฝนตกหนักมีน้ำไหลเข้าคลองมำบังจำนวนมาก แต่น้ำไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ เพราะประตูระบายน้ำดังกล่าวขวางทางน้ำ โดยนายกอบจ.สตูล ได้พานายกฯ ไปดูประตูระบายน้ำดังกล่าว พร้อมบอกว่า ไม่มีประโยชน์ทำให้น้ำท่วม ต้องรื้อทิ้ง ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า เทศบาลต้องไปปรึกษากันว่ามีประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่มีประโยชน์ก็เอาออก แต่ต้องไปทำประชาพิจารณ์ก่อน
 
จากนั้นนายกฯ กล่าวพบปะประชาชนที่มารอต้อนรับว่า ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่มารอนานแล้ว ตนมาจากหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มีภัยน้ำท่วมเยอะเหมือนกัน ซึ่งระบบต่างๆ ที่ทำให้น้ำท่วมต้องทำให้สมบูรณ์ และทำให้ความเดือดร้อนพ้นไปได้เร็วที่สุด เมื่อสักครู่นายกเทศมนตรี นายกอบจ. ได้พาไปดูประตูน้ำคลองมำบัง โดยนายกฯ ได้ถามประชาชนว่า เอาหรือไม่เอา ซึ่งประชาชนได้บอกว่า ไม่เอา

นายกฯ กล่าวต่อว่า เดี๋ยวจะให้นายกอบจ.ไปทำประชาพิจารณ์ แล้วพี่น้องประชาชนก็ไปให้ความเห็นว่า ถ้าไม่เอาก็จะรื้อทิ้ง แต่เราต้องฟังด้วยว่า มันมีประโยชน์อะไรหรือไม่ เมื่อกี้คุณลุงคนหนึ่งก็บอกว่า จะสร้างเป็นสะพานคนข้าม แต่ไปๆ มาๆ ทำไมเป็นสะพานที่มีประตูน้ำก็ไม่รู้ แต่ต่อให้มีหรือไม่มี ถ้าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร มันเสียหมดแล้ว มันใช้การไม่ได้แล้ว ถ้ามันกั้นน้ำไว้แบบนี้ ก็มีโอกาสทำให้น้ำไม่ระบาย น้ำก็เข้ามาท่วมในตัวเทศบาล

“ผมขอชื่นชมและเป็นกำลังใจในความอดทนของประชาชนที่เจอเรื่องอุทกภัยน้ำท่วม แต่เราก็จะไม่ทิ้งกัน ที่จังหวัดสตูลนี้ ประชาชนก็มีบุญคุณกับเรามากมายเลือกสส.ให้ตน 2 คน เขาต้องทำประโยชน์ให้กับประชาชน โดยให้เขามารับฟังปัญหาต่างๆ วันนี้ได้มาเห็นประชาชนที่มีขวัญกำลังใจที่ดีอยู่ เรื่องที่มันผ่านไปแล้ก็ป่วยการที่จะไปคิดถึง เราต้องมองไปข้างหน้า“ นายก ฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวรัฐบาลจะมีแผนดำเนินการ เพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำซาก รัฐบาลก็ไม่ไหวที่จะทนเห็นสภาพแบบนี้ทุกปี จ่ายค่าทำโครงการสร้างประตูน้ำ แก้มลิง เพื่อป้องกันน้ำ แต่เผลอๆ จ่ายเงินค่าเยียวยาให้กับประชาชนมากกว่าพวกโครงการป้องกันน้ำเสียอีก ตนคิดว่าเมื่อทุกคนได้เห็นในสภาพนี้แล้ว ก็จะเร่งดำเนินการให้มีโครงการที่จะทำให้น้ำไม่ท่วมอีก วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้ประกาศภัยพิบัติแล้ว ก็ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา 9,000 บาทเบื้องต้นก่อน โดยจะมีเงินเยียวยาอย่างอื่นตามมาอีกก็ขอให้ไปดำเนินการให้เรียบร้อย  

นายกฯ กล่าวต่อว่า ได้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสหรือไม่ เดี๋ยวมีคนละครึ่งพลัส เฟสสอง ตนเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนดีก็จะเร่งดำเนินการให้เรียบร้อย

“ผมไม่ทราบจะพูดอย่างไร คนไหนรู้สึกขุ่นข้องหมองใจ ขัดเคืองใจ รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ก็ต้องบอกว่าเป็นความผิดของรัฐบาล เพราะเมื่อประชาชนเดือดร้อนเมื่อไหร่ รัฐบาลหนีความผิดไม่ได้ ก็ขอให้ประชาชนให้อภัยพวกเราด้วย เราก็จะตั้งใจทำงานดำเนินการโครงการทั้งหลายเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนอีก  ขอบคุณที่มาพบกันในวันนี้ ก็ได้นำเอาข้าวของยังชีพมาฝากทุกท่านด้วย แต่อย่าลืมไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาให้เรียบร้อย ขอให้ทุกคนโชคดีและขอให้สุขภาพแข็งแรง“ นายกฯ กล่าว

จากนั้นนายกฯ ได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชน เดินให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้า และนายกฯ ยังได้อุดหนุนขนมตุ๊บตั๊บ แล้วนำมาแจกให้กับสื่อมวลชนและขณะที่ร่วมติดตามลงพื้นที่ด้วย

DSI สอบปากคำมากกว่า 20 พยาน คดีคุก VVIP พบข้อมูลเด็ด ทนายชื่อดัง เมืองปากน้ำ

DSI สอบปากคำมากกว่า 20 พยาน คดีคุก VVIP พบข้อมูลเด็ด ทนายชื่อดัง เมืองปากน้ำ

DSI สอบปากคำมากกว่า 20 พยาน คดีคุก VVIP พบข้อมูลเด็ด ทนายชื่อดัง เมืองปากน้ำ

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

DSI สอบปากคำมากกว่า 20 พยาน”คดีคุกVVIP” พบข้อมูลเด็ด “ทนายชื่อดัง เมืองปากน้ำ” เอี่ยวทะเบียนเยี่ยมญาติผู้ต้องขังชาวจีนเพียบ !! เป็นตัวกลางประ สานงานเรื่องคดีความ  หลังพบเส้นเงินโอนเชื่อมโยงผู้ต้องขังจีน แลจนท.เรือน จำพิเศษกรุงเทพฯ เเย้มเร็วๆนี้ เตรียมสรุปสำนวนสืบสวนส่ง “ป.ป.ช.” 

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีความมั่นคง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมกันเข้าไปด้านในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณอาคารสำนักงานผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อสอบสวนปากคำข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ รวบรวมเก็บพยานเอกสารและพยานวัตถุ ก่อนเตรียมรับผลรายงานจากการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบภายในสำนวนการสืบสวนขบวนการทุจริตภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขณะที่ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มีการเซ็นคำสั่งให้ข้าราชการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหา นคร รวม 6 ราย ออกจากราชการไว้ก่อน ประกอบด้วย นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, นายไตรพล สีเขียวแก่ เลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร และ 3 เจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปก่อนหน้านี้ 

DSI สอบปากคำมากกว่า 20 พยาน

ล่าสุด วันนี้(6 ธันวาคม) รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า ระหว่างสัปดาห์นี้ พนักงานสืบสวนดีเอสไอได้ดำเนินการสอบปากคำพยาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปแล้วมากกว่า 20 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหา นคร ที่มีรายชื่อถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ยังเรือนจำต่างจังหวัดนั้น ได้มีการสอบปาก คำพยานเข้าสู่สำนวนไว้บางส่วนแล้ว ทั้งนี้ มีบางส่วนที่ให้การเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้เห็นถึงบทบาทการเเบ่งหน้าที่กันทำของกลุ่มคน ส่วนการตรวจสอบเส้นทาง การเงินนั้น  ดีเอสไอไล่ดูทั้งคนในและคนนอก โดยเฉพาะกรณีเป็นคนใกล้ชิดกับอดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันจริงระหว่างกลุ่มคนจีนและเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงทนาย ความชื่อดังจากจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งพนักงานสืบสวนอยู่ระหว่างเรียกสอบปากคำ ดังนั้น การวิเคราะห์เส้นทางการเงินทั้งหมดของตัวละครในเรื่องนี้ จะฉายภาพให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันว่าสนับสนุนการทำอะไรกันบ้าง และเรื่องนี้จะถูกสรุปสำนวนสืบสวนส่งให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป เพราะพบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ และมีพล เรือนช่วยสนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ

รายงานข่าวจากดีเอสไอ เผยอีกว่า ดีเอสไอสืบสวนข้อมูลพฤติการณ์ของทนาย ความชื่อดังในจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าเจ้าตัวมีความเชื่อมโยงกับการประสานคดีความของผู้ต้องหาชาวจีนในเรือนจำฯ จำนวนมาก เช่น อยู่ในทะเบียนประวัติการเยี่ยมญาติของผู้ต้องขังชาวจีนมากหน้าหลายตา รวมถึงผู้ต้องขังชาวไทยปะปนเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงต้องเป็นทนายความรายนี้ที่ถูกเลือกให้เป็นผู้ประสานงานทางคดีความของผู้ต้องขังขาวจีนตลอด เสมือนรับหน้าที่เป็นตัวกลางประสานเรื่องคดีความให้ผู้ต้องขังชาวจีนโดยไม่ซ้ำราย

รายงานข่าวฯ เผยอีกว่า นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยของอดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พบว่าในช่วง 1 ปี เดินทางไปเที่ยวยังประเทศหนึ่งบ่อยครั้งอย่างผิดปกติ และไม่มีการแจ้งลาปลัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ พฤติกรรมการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าวบ่อยครั้งเป็นมาตั้งแต่ก่อนมาดำรงตำแหน่ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะช่วยใช้สนับสนุนการสอบสวนประเด็นเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินได้ และเมื่อมีความคืบหน้าสำคัญ ทางดีเอสไอจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชารับทราบเพื่อนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

นักวิชาการ หนุนรัฐ ไล่เส้นเงินเครือข่ายเบนสมิธ กระตุก รัฐบาล โอกาสเหมาะพิสูจน์ฝีมือ

นักวิชาการ หนุนรัฐ ไล่เส้นเงินเครือข่ายเบนสมิธ กระตุก รัฐบาล โอกาสเหมาะพิสูจน์ฝีมือ

นักวิชาการ หนุนรัฐ ไล่เส้นเงินเครือข่ายเบนสมิธ กระตุก รัฐบาล โอกาสเหมาะพิสูจน์ฝีมือ

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.13 น.

เส้นเงินเทาสำคัญกว่าภาพถ่ายโยงการเมือง! ‘นักวิชาการ’ กระตุก ‘รัฐบาล’ โอกาสเหมาะพิสูจน์ฝีมือเข้มถอนรากถอนโคน ‘เครือข่ายเบน สมิธ’ ทั้งขบวนการ

6ธ.ค.2568 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวให้ความเห็นว่า ขอเรียกร้องให้ภาครัฐเดินหน้าตรวจสอบ เส้นทางเงินเครือข่ายเบน สมิธ และการเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจสีเทาอย่างจริงจัง เพราะการตรวจสอบทางการเงินสำคัญกว่าการเมืองเรื่องภาพถ่าย

ขณะนี้สังคมให้ความสนใจกับภาพถ่ายเก่า ซึ่งปรากฏบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับทุนสีเทา สแกมเมอร์ถ่ายร่วมกับนักการเมืองไทยหลายคน แต่การตีความจากภาพเพียงใบเดียวอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่วนตัวขอให้ความเป็นธรรมกับบุคคลในภาพ และขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบที่มากกว่าการเอาภาพถ่ายมาโจมตีกันไปมา

“ภาพถ่ายกับใครก็ถ่ายได้ แต่เงินสีเทาเดินทางไปหาใครต่างหากที่สำคัญ ภาพถ่ายอาจเป็นเพียงมารยาททางสังคมการพบปะ หรือความบังเอิญ ไม่ใช่เครื่องชี้ความสัมพันธ์เชิงลึกทางผลประโยชน์ จึงไม่ควรใช้ภาพจากอดีตเป็นหลักฐานตัดสิน” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากเรียกร้องคือ การไล่ตรวจสอบ เส้นเงิน ของแก๊งสแกมเมอร์ว่าไปถึงใครบ้าง ตรงนั้นต่างหากที่จะทำให้ประเทศไทยสะอาดขึ้น ประชาชนควรตั้งคำถามให้ถูกจุดว่า 1. เงินจากกลุ่มธุรกิจสีเทาไหลไปที่ไหน 2.ใครเป็นผู้รับประโยชน์ ตรงนี้ ขอสนับสนุนการทำงานของฝ่ายตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนก็ตาม ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เห็นแก๊งสแกมเมอร์ทำร้ายคนไทยมานานมากแล้ว ถึงเวลาต้องยุติฝันร้ายตรงนี้ได้เสียที

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวด่วยว่า เงินไม่เคยโกหก ไม่ว่ากลุ่มสแกมเมอร์จะปกปิดตัวเองเก่งแค่ไหน ร่องรอยเงินสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครคือผู้รับผลประโยชน์ และเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงใคร ส่วนกรณีล่าสุดที่ ปปง. อายัด ยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ถือเป็นผลงานเชิงประจักษ์ ของรัฐ แต่ขอให้ทำงานหนักกว่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องให้คนผิดได้รับโทษ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ปล่อยทิ้งไว้นานไม่ได้เด็ดขาด

“การยึดและอายัดทรัพย์มากขนาดนี้ เงินหมื่นล้านบาทมีเส้นเงินมากมาย มั่นใจได้ว่าโยงใยไปได้หลายเครือข่าย ส่วนจะเป็นใคร ประชาชนเองก็อยากรู้ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังแบบถอนรากถอนโคน โอกาสมาแล้วขอให้รัฐบาลพิสูจน์ฝีมืออย่างเต็มที่” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว