‘นิธิพัฒน์’ป้อง’เอกนิติ’ปมภาพหลุด บอกไร้ประวัติด่างพล้อย แต่’อนุทิน’ควรชี้แจงสังคม

'นิธิพัฒน์'ป้อง'เอกนิติ'ปมภาพหลุด บอกไร้ประวัติด่างพล้อย แต่'อนุทิน'ควรชี้แจงสังคม

‘นิธิพัฒน์’ป้อง’เอกนิติ’ปมภาพหลุด บอกไร้ประวัติด่างพล้อย แต่’อนุทิน’ควรชี้แจงสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.06 น.

‘นิธิพัฒน์’ป้อง’เอกนิติ’ปมภาพหลุดคู่’เบน สมิธ’ บอกเป็นขรก.น้ำดี ไม่มีประวัติด่างพล้อย แต่’อนุทิน’ควรชี้แจงสังคม มองไม่ยุติธรรม หากใช้ภาพถ่ายทางสังคมโจมตีกัน

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา อดีตนักศึกษาเกาหลี และผู้ประกอบการส่งออกปลาสวยงาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nitipat Bhandhumachinda ระบุว่า “ภาพชุดดังกล่าวที่เขาเรียกกันว่า”ภาพหลุด”นั้น เอาจริงๆก็ต้องแบ่งภาพออกเป็นสองส่วนคือ

ภาพชุดแรกที่มีคุณอนุทินและคณะ เดินทางเหมือนไปต่างประเทศที่ไหนสักแห่ง(ที่บางกระแสข่าวก็บอกว่าเป็นการไปแข่งกอล์ฟเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีที่จัดขึ้นที่กัมพูชา)นั้น น่าจะเป็นภาพที่ดูจากรูปลักษณ์ของแต่ละคนแล้วก็น่าจะร่วมๆสิบปี ซึ่งถ้ามองจากการถ่ายภาพหน้าสถานที่ และการร่วมไปรับประทานอาหารกันนั้น นายเบน สมิธ ก็น่าจะทำหน้าที่ดูแลต้อนรับคณะคนไทย เพราะนายคนนี้นอกจากถือสัญชาติกัมพูชา และมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเลขาธิการวุฒิสภากัมพูชาแล้ว ตัวเขาก็เป็นคนมีหน้ามีตาอยู่ในวงการธุรกิจของกัมพูชา

ส่วนภาพชุดที่สองที่เป็นภาพคุณเอกนิติกับนายคนนี้นั้น ถ้ามีใจเป็นธรรม ก็จะเห็นชัดๆว่า เป็นการพบปะในงานสังคม และเป็นภาพที่น่าจะถ่ายมาหลายปีแล้วเช่นกัน ซึ่งการยืนสนทนากันกับคนนั้นคนนี้ จะด้วยรู้จักกันบ้าง หรือมีใครแนะนำให้รู้จักบ้างนั้น เป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ทั้งนั้น

ซึ่งในกรณีคุณเอกนิตินั้น ผมถือว่าเป็นเรื่องที่อยุติธรรมมากๆ ที่จะใช้ภาพเท่านี้มาตัดสิน เพราะเท่าที่ผ่านมาคุณเอกนิติก็ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และเป็นข้าราชการน้ำดี ที่วงการเมืองไทยมีโอกาสได้เขามาทำงานรับใช้ประเทศก็เป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ที่สุดแล้ว จะน่าเกลียดไปไหมที่จะใช้ภาพถ่ายในงานสังคม มาปรักปรำกันอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้

ส่วนในกรณีของคุณอนุทินและคณะนั้น ถ้าสังคมยังไม่เลิกสงสัย ก็คงเป็นหน้าที่ของคุณอนุทินที่ต้องอธิบายรายละเอียดว่าพบเจอกันที่ไหน นายเบน สมิธมาทำหน้าที่ในฐานะอะไร

ส่วนใครจะเชื่อไม่เชื่ออย่างไร ก็คงห้ามความคิดหรืออคติของใครไม่ได้นะครับ

ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือนายเบน สมิธ หรือชื่อจริงว่านาย เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์นั้น แต่ไหนแต่ไรมา ก็มีชื่อเสียงว่าเป็นคนในสังคมระดับสูงของทั้งไทยและกัมพูชา มีภรรยาเป็นคนไทย และก็เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ที่กว้างขวางอยู่ในวงการเมืองและวงธุรกิจ

ส่วนในกรณีการเกี่ยวพันกับเครือข่ายสแกมเมอร์นั้น ก็เป็นการเปิดโปงโดยนายทอม ไรต์ นักข่าวมือดี ที่ไปเสาะหาข้อมูลในเชิงลึกจนนำมาเปิดโปงให้สังคมรู้เมื่อเดือนกันยายนปีนี้เอง และคุณรังสิมันต์ โรม ก็นำข้อมูลจากแหล่งข่าวดังกล่าวมาใช้ในการอภิปราย จนชื่อนายคนนี้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง

แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีใครเคยรู้เลยว่า นายเบน สมิธ ไปเอี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวอย่างไร และตั้งแต่เมื่อไหร่

และประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ ภาพทั้งสองชุดนั้น แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่”ภาพลับ” หรือ “ภาพหลุด” อะไร เพราะจริงๆก็เป็นภาพที่ถ่ายกันตามปรกติ ไม่ได้ปกปิด หรือแอบซ่อนเจอกันอะไรที่ไหน

การจะทำเหมือนมีนัยยะอะไรพิเศษ หรือมีความสัมพันธ์ล้ำลึกอะไรกันอย่างไร โดยใช้แค่ภาพที่คนเขารู้จักกันทางสังคมและถ่ายภาพร่วมกันนั้น ผมก็ไม่คิดว่ายุติธรรมนัก

เพราะอย่างผมเองก็มีภาพถ่ายร่วมกับนักการเมืองพรรคหนึ่งเกือบทั้งพรรค ในวาระโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเป็นเจ้าบ่าวเขาก็มากันเกือบหมด

ถ้าวันหนึ่งผมดันไปทำอะไรผิดกฎหมาย แล้วมีคนเอาภาพผมยิ้มแป้นกับใครต่อใครในพรรคการเมืองนั้นๆมาอ้างว่า”ภาพหลุด” จะให้คนทั้งพรรคเขาอิ๊บอ๋ายไปกับผมด้วยเพราะภาพนั้นๆ มันก็ไม่น่าจะยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งใช่ไหมครับ”

บก.ลายจุด อวย หัวหน้าเท้ง เป็นนักบริหารวิกฤตที่เรียนรู้เร็ว ไม่พ้นยังเหน็บ อภิสิทธิ์

บก.ลายจุด อวย หัวหน้าเท้ง เป็นนักบริหารวิกฤตที่เรียนรู้เร็ว ไม่พ้นยังเหน็บ อภิสิทธิ์

บก.ลายจุด อวย หัวหน้าเท้ง เป็นนักบริหารวิกฤตที่เรียนรู้เร็ว ไม่พ้นยังเหน็บ อภิสิทธิ์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.03 น.

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าใครทนอ่านเรื่องส้มไม่ได้ให้ข้ามไปก่อน เพราะข้อความต่อจากนี้เข้าข่ายอวยไส้แตก

ตอนน้ำท่วมแม่สาย เชียงราย ปีก่อน เท้งมาแบบคนที่ตาใสเลย นับ 1 จับต้นชนปลายไม่ถูก แต่มีความตั้งใจ มาแต่ตัวจริงๆ ไม่มีแม้อุปกรณ์ล้างบ้าน ตั้งทีมแบบงงๆ โขคดีว่ามีทีมงาน 2 คนเคยเป็นอาสากับกระจกเงามาก่อนมีประสบการณ์เรื่องการเป็นอาสาล้างบ้าน ต้องคอยเป็นตัวเชื่อมกับพวกเรา และที่สำคัญมาขอยืมอุปกรณ์ล้างบ้านจากผม อันนี้แอบมองบนนิดหน่อย อะไรวะ  

แต่มารอบนี้หัวหน้าเท้งเปลี่ยนจากเด็กฝึกงานมาเป็นทีมล้างบ้านจริงๆแล้ว ตั้งทีมได้เร็วตั้่งแต่ตอบโต้ตอนที่สถานการณ์น้ำขึ้นสูง จนน้ำลดก็จัดกำลัง เตรียมอุปกรณ์ แล้วคราวนี้เขาไม่ได้เตรียมแค่ไม้กวาดหรือแปรงขัด คือมีทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้กวาด แปรงขัด ปั้มน้ำ มีรถขนน้ำขนาดหมื่นลิตร และรถแบ็คโฮ รถดัมพ์  แต่เราก็ยังเห็นว่านอกจากบัญชาการแล้ว แกยังไปล้างบ้านกับเพื่อนๆของแก 
ตอน 2 ทุ่มผมรับสายหัวหน้าเท้ง แกแลกเปลี่ยนว่า สถานการณ์จัดการเรื่องขยะจะเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้ เพราะแกเช็คน้ำประปาแล้วว่าตอนนี้ศักยภาพน้ำประปาน่าจะพอยอมรับได้แล้วในอีก 1-2 วันนี้ ดังนั้นกำลังทั้ง่หมดต้องพุ่งไปที่การจัดการขยะ แล้วแกจะทดลองเคลียร์ขยะแบบสุดซอยดูสักรอบเพื่อให้เกิดพื้นที่ทดลองและให้เป็นรูปธรรม

ในความเห็นผม การที่มีหัวหน้าพรรคการเมืองที่สนใจปัญหาของประชาชน ลงพื้นที่และลงมือปฏิบัติ เรียนรู้จากคนรอบข้างและพัฒนาตัวเองได้ต่อเนื่องเช่นนี้ ถ้าเกิดวันหนึ่งแกได้บริหารประเทศ ความสามารถในการตอบโต้สถานการณ์เช่นนี้แกคงทำได้ดี 

เขียนมาแบบนี้ผู้อ่านคงเรียกผมว่า บก.ลายส้ม แต่ผมจะบอกว่าถ้าอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทำได้แบบหัวหน้าเท้ง ผมก็จะอวยอภิสิทธิ์ด้วยเช่นกัน แต่ก็นั่นล่ะครับ แกไม่ได้ทำแบบนั้น

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผรแพร่ออกไป นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็มาตอบในคอมเมนต์ระบุว่า ขอบคุณครับพี่หนูหริ่ง งานด่วนตอนนี้ คือ การเคลียร์ขยะออกจากตรอกซอกซอยชุมชนด้านใน – ภาคประชาชน ร่วมด้วยช่วยกัน – เดี๋ยวทางนี้ช่วยระดมเพิ่มเข้ามาอีกทางครับ (เพิ่งประชุมทีมกันเสร็จเมื่อเช้าเลย)

‘ปชป.’จี้’อนุทิน-เอกนิติ’แจงภาพร่วมเฟรม-สัมพันธ์’เบน สมิธ’ เพื่อความโปร่งใสปราบสแกมเมอร์

'ปชป.'จี้'อนุทิน-เอกนิติ'แจงภาพร่วมเฟรม-สัมพันธ์'เบน สมิธ' เพื่อความโปร่งใสปราบสแกมเมอร์

‘ปชป.’จี้’อนุทิน-เอกนิติ’แจงภาพร่วมเฟรม-สัมพันธ์’เบน สมิธ’ เพื่อความโปร่งใสปราบสแกมเมอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.37 น.

‘ปชป.’ร่อนแถลงการณ์เรียกร้อง’นายกฯอนุทิน-เอกนิติ’แจงภาพร่วมเฟรม-สัมพันธ์’เบน สมิธ’ พร้อมจี้ปลด’อดีตที่ปรึกษากฎหมาย’พ้นรัฐบาล เพื่อความโปร่งใส และความตั้งใจในการปราบสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 เพจเฟซบุ๊ก “พรรคประชาธิปัตย์” ได้โพสต์แถลงการณ์กรณีมีภาพหลุดของบุคคลสำคัญในรัฐบาล ร่วมเฟรมกับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ โดยระบุว่า “แถลงการณ์พรรคประชาธิปัตย์

จากกรณีที่มีภาพปรากฏร่วมกันระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาล และ นายเบน สมิธ (เบนจมิน เมาเออเบอร์เกอร์) ผู้ที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ใน ร่างกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามเครือข่าย Scammer ระดับนานาชาติ และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ประกาศดำเนินการอายัดทรัพย์

แม้ว่า “ความสัมพันธ์ในภาพถ่าย” จะไม่ใช่สิ่งที่ชี้ถึงความผิดโดยทันที แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ประชาชนจะเกิดข้อสงสัย และอาจรู้สึกไม่สบายใจได้ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเป็นผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงในการปราบปรามขบวนการ Scammer

พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ นายอนุทิน และ นายเอกนิติ ออกมาชี้แจงที่มาของภาพดังกล่าว พร้อมอธิบายว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองท่านกับนายเบน สมิธ มีลักษณะอย่างไร

อีกประเด็นสำคัญ คือ บุคคลที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธ ในฐานะ “อดีตที่ปรึกษากฎหมาย” และปัจจุบันดำรงตำแหน่งในรัฐบาล รัฐบาลควรพิจารณาให้บุคคลดังกล่าว “พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่” เพื่อแสดงถึง ความจริงใจ ความโปร่งใส และความตั้งใจจริงในการปราบปรามเครือข่าย Scammer

ทั้งหมดนี้เป็นข้อเรียกร้องในฐานะที่เรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และเพื่อให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าปราบปรามกระบวนการ Scammer ได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับความไว้วางใจจากสังคม”

‘นักวิชาการ’ข้องใจ’เบน สมิธ’โผล่งานหลักสูตรตำรวจไทยฐานะอะไร!? หลัง’เอกนิติ’โร่แจง

'นักวิชาการ'ข้องใจ'เบน สมิธ'โผล่งานหลักสูตรตำรวจไทยฐานะอะไร!? หลัง'เอกนิติ'โร่แจง

‘นักวิชาการ’ข้องใจ’เบน สมิธ’โผล่งานหลักสูตรตำรวจไทยฐานะอะไร!? หลัง’เอกนิติ’โร่แจง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.32 น.

‘นักวิชาการ’ข้องใจ’เบน สมิธ’โผล่งานหลักสูตรตำรวจไทยฐานะอะไร!? หลัง’เอกนิติ’โร่แจงปมร่วมเฟรม

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ ได้แชร์โพสต์ข่าวกรณีนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีปรากฎภาพร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ โดยระบุว่า เป็นภาพถ่ายตอนไปเป็นอาจารย์ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ของเก่าเมื่อ 5 ปีก่อน! ‘เอกนิติ’ แจงชัด ร่วมเฟรม ‘เบน สมิธ’ ไม่ได้คบหาสมาคม-ไม่เอี่ยวสแกมเมอร์)

โดยน.ส.สฤณี ได้ระบุแคปชั่นว่า “น่าสนใจว่าเป็น “หลักสูตรของตำรวจ“ นี่แหละค่ะ อยากรู้ว่าหลักสูตรอะไร แล้ว เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ไปอยู่ในงานนั้นในฐานะอะไร? ฝากสื่อถามตำรวจ”

หมอเหรียญทอง ประกาศช่วยเหลือ ผู้ป่วยมะเร็งระยะ 4 ต้องเลื่อนรักษา เหตุน้ำท่วมทำพิษ

หมอเหรียญทอง ประกาศช่วยเหลือ ผู้ป่วยมะเร็งระยะ 4 ต้องเลื่อนรักษา เหตุน้ำท่วมทำพิษ

หมอเหรียญทอง ประกาศช่วยเหลือ ผู้ป่วยมะเร็งระยะ 4 ต้องเลื่อนรักษา เหตุน้ำท่วมทำพิษ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.21 น.

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 พลตรี นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตามที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ‘ตะวันตกดิน ตะวันตกดิน’ ได้โพสต์ว่า “ลูกสาวเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะ 4 อยู่หาดใหญ่ รอมา 3 เดือน ยังไม่ได้เริ่มรักษาเลย หมอนัดฉายแสงครั้งแรก 2 ธ.ค. น้ำท่วมเลื่อนไม่มีกำหนดอีก อยากมาที่นี่(รพ.มงกุฎวัฒนะ) แต่ไม่สะดวกทึ่พักอีก”

ใครที่รู้จักคุณ ตะวันตกดิน ตะวันตกดิน ได้โปรดบอกว่า “ให้ คุณ ตะวันตกดิน ตะวันตกดิน โทร.02-574-5000 ต่อ ศูนย์โรคมะเร็ง รพ.มงกุฎวัฒนะ ด่วนที่สุด รพ.มงกุฎวัฒนะจะรับตัวลูกสาวที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก ระยะ 4 มาเข้ารับการฉายแสงที่ ศูนย์โรคมะเร็ง รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยเร็ว หากยังประสบปัญหาต้องเลื่อนฉายแสงไม่มีกำหนด

ทั้งนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะ มีหอพักมูลนิธิ ฟรี สำหรับผู้ป่วยและญาติ 1 คน ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการฉายแสงกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ และจะจัดรถรับ-ส่งฟรี จากสถานีรถไฟหรือสถานีรถโดยสารเพื่อมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะด้วย…ขอให้รีบ โทร.02-574-5000 ต่อ ศูนย์โรคมะเร็ง รพ.มงกุฎวัฒนะ ด่วนที่สุด”

และได้โปรดแชร์ถึง รพ. หรือผู้ป่วยโรคมะเร็งรายอื่นๆด้วย ที่ต้องเลื่อนการฉายรังสีหรือเลื่อนให้ยาเคมีบำบัด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม หรือจากปัญหารอคอยการรักษามะเร็งนานในพื้นที่จังหวัดอื่นๆด้วย ให้ โทร.02-574-5000 ต่อ ศูนย์โรคมะเร็ง

ด้วยความปรารถนาดี

ไม่สนแพ้ชนะ ‘ดร.ธงชัย’ ลั่นพร้อมเป็นปากเสียง-ตัวแทนชัยนาท 2 พัฒนาท้องถิ่น

ไม่สนแพ้ชนะ 'ดร.ธงชัย' ลั่นพร้อมเป็นปากเสียง-ตัวแทนชัยนาท 2 พัฒนาท้องถิ่น

ไม่สนแพ้ชนะ ‘ดร.ธงชัย’ ลั่นพร้อมเป็นปากเสียง-ตัวแทนชัยนาท 2 พัฒนาท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.14 น.

“ธงชัย” ผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. ปชป. หวังทำให้ ปชช. เห็นความตั้งใจพัฒนาท้องถิ่น พร้อมเป็นตัวแทน-เป็นปากเสียงให้ ปชช. 

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.68 ที่ลานสวนหย่อมภายในพรรคประชาธิปัตย์ บรรยาการการพบปะพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกันของผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. ของพรรค เป็นไปด้วยความอบอุ่น เสมือนเป็นการนัดรวมญาติ ได้พูดคุย สอบถาม และทำความรู้จักกัน โดยมี นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรค  และ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคกลาง ร่วมพบปะพูดคุยด้วย

ด้าน ว่าที่ ดร.ธงชัย จ้อยชู ผู้แสดงเจตจำนงลงสมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ ชัยนาท เขต 2 เปิดเผยสั้นๆ ว่า วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้มาเจอกับพี่น้องในพรรคประชาธิปัตย์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน รวมถึงยังมีกิจกรรมให้ผู้ประสงค์สมัครลง สส. ได้แสดงวิสัยทัศน์ และวางเป้าหมายไว้ว่าแต่ละคนอยากทำอะไรให้พื้นที่ของตัวเองบ้าง  ถือเป็นทิศทางและแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ในฐานะตัวแทนของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะได้รับเลือกหรือไม่ก็ตาม แต่ตนก็จะทำให้ประชาชนเห็นว่า ตนมีความตั้งใจจริงที่จะเป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องในการพัฒนาพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น และตนก็พร้อมเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนในการนำปัญหาที่มีเข้าสู่สภาฯ ให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

‘เทพไท’วิเคราะห์ 5 ปัจจัย ทำ’เพื่อไทย’ยึกยักยื่นซักฟอกรัฐบาล

'เทพไท'วิเคราะห์ 5 ปัจจัย ทำ'เพื่อไทย'ยึกยักยื่นซักฟอกรัฐบาล

‘เทพไท’วิเคราะห์ 5 ปัจจัย ทำ’เพื่อไทย’ยึกยักยื่นซักฟอกรัฐบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.51 น.

‘เทพไท’วิเคราะห์ 5 ปัจจัย ทำ’เพื่อไทย’ยึกยักยื่นซักฟอกรัฐบาล

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พรรคเพื่อไทย คือกุญแจยุบสภา ตอนนี้มีประกาศจากคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) เรื่องจำนวนส.ส.ของแต่ละจังหวัด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงใน2จังหวัด ที่มีส.ส.ลดลง คือจังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดลพบุรี และที่มีจำนวนส.ส.เพิ่มขึ้น2จังหวัด คือจังหวัดปทุมธานีกับจังหวัดสมุทรสาคร รวมไปถึงการประกาศสรุปการส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าสามารถส่งสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคได้กี่จังหวัด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก ว่าทำไมกกต.รีบสรุปจำนวนส.ส.ของแต่ละจังหวัด ก่อนที่จะมีการประกาศจำนวนประชากรในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

การชิงประกาศจำนวนส.ส.ก่อน เพื่อต้องการแบ่งเขตให้เสร็จก่อน น่าจะเป็นสัญญาณว่า การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่อาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ มีการประกาศยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาส่งสัญญาณว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในวันที่ 12 ธันวาคม 2560 กุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อยู่ที่พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว

แต่ถ้าดูท่าทีของพรรคเพื่อไทยในตอนนี้ จะเห็นว่ามีอาการยึกยัก ไม่มั่นใจว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ซึ่งน่าจะมาจากเหตุผล หรือปัจจัย5ประการ เกี่ยวกับการแสดงอาการยึกยักของพรรคเพื่อไทย คือ

1.เกิดจากการพลิกขั้วของพรรคเพื่อไทย จากที่เป็นฝ่ายรัฐบาลกลับมาเป็นฝ่ายค้าน ยังมีความแค้นอยู่ในใจ จึงประกาศตลอดเวลาว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน แต่ในที่สุดก็ยังไม่ยื่น ยังแสดงอาการละล้าละลัง ว่าจะตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจดีหรือไม่

2.น่าจะมาจากสาเหตุของการเกิดอุทกภัยที่หาดใหญ่ แม้ว่ารัฐบาลจะเพลี่ยงพล้ำ ล้มเหลวในการรับมือการแก้ปัญหาน้ำท่วมก็ตาม แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ยุบสภาระหว่างการฟื้นฟูหลังจากน้ำท่วมแล้ว จะเกิดผลเสียกับพรรคเพื่อไทย อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทำให้รัฐบาลยุบสภา ประชาชนเสียโอกาสในการได้รับการดูแลช่วยเหลือ จากรัฐบาลหลังจากน้ำท่วมแล้ว

3.พรรคเพื่อไทย อยากจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จด้วย ดูจากท่าทีของนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย หวังให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ3ก่อนแล้วค่อยพิจารณายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยรู้ดีว่า ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ต่างก็ต้องการที่จะให้มีการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ3ไปก่อน จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยจับเอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันทางการเมือง

4.ถ้าหากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 รัฐบาลอนุทินอาจจะชิงยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยยังไม่มีความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพราะในขณะนี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี3คนของพรรคเพื่อไทยยังสรรหาได้ไม่ครบเลย และยังมีส.ส.ไหลออกจากพรรคอยู่

5.ถ้าพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ซึ่งนายอนุทินออกมาท้าทายว่า ถ้ามีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 จริง รัฐบาลจะไม่ยุบสภา จะไม่หนีการตรวจสอบ พร้อมที่จะตอบคำอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากได้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจริง อาจจะเกิดสภาพจากพรรคเพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ก็อาจจะกลับกลายเป็นรัฐบาลอนุทินอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทยมากกว่า เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล2ปี ย่อมมีจุดบกพร่อง มีจุดอ่อน มีแผลที่จะถูกอภิปราย มากกว่ารัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นรัฐบาลได้ไม่ถึง2เดือน

จากปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ จะเป็นประเด็นที่ทำให้พรรคเพื่อไทย ยังไม่ตกผลึกทางความคิดว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินดีหรือไม่ แต่ถ้าหากว่าหวังจะเล่นเกมการเมืองต่อ และอยากจะให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ3ไปก่อน ในช่วงวันที่ 27- 28 ธันวาคมนี้ พรรคเพื่อไทยก็สามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ในช่วงกลางเดือนมกราคม ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลอนุทินประกาศยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ จะเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทย จะนำประเด็นการหนีอภิปรายของรัฐบาลอนุทินไปหาเสียงได้

ทั้งหมดนี้อยู่ที่การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ว่าจะเดินเกมอย่างไร กุญแจสำคัญทางการเมืองในขณะนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว”

‘อนุทิน’ลั่นไม่มีเหตุต้องปิดบังยอดคนตาย ขอยึดผลชันสูตร ตั้งกก.ถอดบทเรียนภัยพิบัติ

'อนุทิน’ลั่นไม่มีเหตุต้องปิดบังยอดคนตาย ขอยึดผลชันสูตร ตั้งกก.ถอดบทเรียนภัยพิบัติ

‘อนุทิน’ลั่นไม่มีเหตุต้องปิดบังยอดคนตาย ขอยึดผลชันสูตร ตั้งกก.ถอดบทเรียนภัยพิบัติ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘อนุทิน’ลั่นไม่มีเหตุต้องปิดบังยอดคนตาย ขอยึดผลชันสูตร ตั้งกก.ถอดบทเรียนภัยพิบัติ เร่งรัดให้เสร็จก่อนยุบสภา เยียวยาแล้ว1.2แสนครัวเรือน

ศป.กฉ.แถลงขออภัยลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมมีปัญหา จ่อชงครม.ยกเว้นค่าน้ำ-ค่าไฟหาดใหญ่ 3 เดือน เล็งแก้ ข้อบังคับ-กฎหมายทุกข้อ ปรับจ่ายเยียวยาให้เร็ว แจงใช้วิกฤตสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ ยันเยียวยาศพละ 2 ล้าน ในพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจว.อื่นค่อยพิจารณา ขณะที่ นายกฯ สั่งตั้งกก.ถอดบทเรียนรับมือมหาภัยในอนาคต ดันให้เสร็จก่อนยุบสภา ส่วนคืบหน้าจ่ายเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1.2 แสนครัวเรือน ย้ำน้ำ-ไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ตครอบคลุมพื้นที่ 100% เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนจัดการขยะ พร้อมยืดเวลาส่งเงินสมทบประกันสังคมออกไป 6 เดือน ส่วน นายกฯ ยันยึดตัวเลขศพตามผลชันสูตรแพทย์ ลั่นไม่มีเหตุต้องซ่อนหรือปิดบัง ปชช.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) แถลงผลประชุม ศป.กฉ.ว่า กรณีเรื่องเงินอุดหนุนเยียวยาต้องขออภัยในความไม่สะดวกในการลงทะเบียน เนื่องจากครั้งนี้รัฐบาลต้องการให้เงินไปถึงมือประชาชนในเวลารวดเร็วที่สุด เพราะเป็นความจำเป็น เนื่องจากประชาชนเพิ่งผ่านเหตุร้ายมาต้องมาฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะปกติเร็วที่สุด รัฐบาลจึงมีแนวทางดำเนินการ อย่างไรก็ดี เมื่อมีนโยบายไปแล้วแต่ในส่วนการปฏิบัติยังเกิดความติดขัดหลายประการ ไม่ว่าเรื่องระเบียบข้อบังคับ ที่อาจทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย

ขยายเวลาลงทะเบียนผู้ประสบภัยถึง31ธค.

นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น วันที่ 2 ธันวาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติยกเว้นบางกรณี เช่น การทำประชาคมในจ.สงขลา จึงขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทราบเป็นแนวทางปฏิบัติ นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีระเบียบชี้แจงไปแล้วว่า การรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร แต่สามารถใช้เลขบัตรประชาชนเท่านั้นก็เพียงพอ แต่หากการดำเนินการยังเกิดความติดขัดล่าช้าก็ต้องขออภัย ซึ่งประธาน ศป.กฉ.ได้ให้ปภ.พิจารณาขยายเวลาลงทะเบียนสำหรับผู้ประสบภัยที่จะรับเงินเยียวยา โดยให้ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งยังมีเวลาดำเนินการพอสมควร และต้องขออภัยเรื่องเว็บไซต์ของ ปภ. ที่จะใช้ลงทะเบียนซึ่งขณะนี้ยังล่มอยู่ โดยประธาน ศป.กฉ.ได้กำชับและให้เร่งแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งจะกลับมาใช้ได้ภายในวันนี้

จ่อชงครม.ยกเว้นค่าน้ำ-ไฟหาดใหญ่3เดือน

โฆษก ศป.กฉ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังให้หน่วยงานที่ดูแลสาธารณูปโภค เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) อำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้วันนี้จ่ายไฟและน้ำได้ 100% แต่ทั้งนี้ ยังมีความกังวลเรื่องบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ประธาน ศป.กฉ.กำชับว่าอย่าให้เห็น ซึ่งมีคำถามว่าการไม่ส่งบิลจะถือเป็นการชะลอหรือเป็นการยกเว้น โดยสัปดาห์หน้า กปภ. และ กฟภ. จะเสนอเรื่องเข้ามาที่ประชุม ครม.เพื่อขอยกเว้นค่าน้ำ ค่าไฟ ในอ.หาดใหญ่เป็นเวลา 3 เดือน 3 รอบบิลคือ เดือนพฤศจิกายน 2568 – มกราคม 2569 ส่วนบางพื้นที่ก็จะยกเว้นการเก็บอีกเป็นเวลา 2 รอบบิล หลังเข้าที่ประชุม ครม. แล้ว ผลการดำเนินการเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบวาระถัดไป

เดินหน้าบิ๊กคลีนนิ่งตามไทม์ไลน์

โฆษก ศป.กฉ.ยังกล่าวถึงการทำความสะอาดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ครม.มีมติอนุมัติเงิน 530 ล้านบาท ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ไปใช้ดำเนินการเกี่ยวกับการทำความสะอาด ซึ่งทำได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างภาคเอกชนที่เป็นลักษณะของการจ้างเหมาบริการ เพื่อให้การทำความสะอาดเป็นไปได้ตามไทม์ไลน์ที่นายกฯกำหนดเอาไว้ 7 วัน ประชาชนต้องเข้าอยู่ได้ และ14 วันอ.หาดใหญ่ต้องสะอาด ซึ่งวันนี้ได้รับการยืนยันว่ายังเป็นไปตามไทม์ไลน์อยู่ ส่วนประเด็นที่มีข้อสงสัยเรื่องพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามนั้น ศป.กฉ.ส่วนหน้าแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาสาเหตุการเสียชีวิตในกรณีที่ดำเนินพิธีกรรมทางศาสนาไปก่อนส่งรายชื่อผู้เสียชีวิตให้โรงพยาบาล ซึ่งจะไม่มีวิธีที่จะนำร่างขึ้นมาตรวจใหม่ แต่ใช้วิธีให้มีกระบวนการยืนยันจากส่วนที่เกี่ยวข้องในชุมชน

นายกฯตั้งกก.ถอดบทเรียนรับภัยอนาคต

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศป.กฉ. แถลงเพิ่มเติมว่า วันที่ 1 ธันวาคมนายกฯตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาภัยที่เราเชื่อว่าอาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าภัยครั้งนี้ไม่ใช่ภัยครั้งสุดท้าย เพราะในประเทศเกิดภัยและมหาภัย ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิหลายพื้นที่ แต่หลังเกิดเหตุ เราไม่เคยมีการถอดบทเรียนหรือสรุปบทเรียนเลย และเมื่อภัยครั้งใหม่มาเราก็ใช้ทรัพยากรของภาครัฐแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถือเป็นบทเรียนของประเทศนี้ โดยแก้ปัญหาระยะยาวจำเป็น รัฐบาลนี้ใส่ใจและให้ความสำคัญสรุปบทเรียน เพื่อที่จะให้ภัยครั้งนี้เป็นตำราเล่มใหญ่ แก้ปัญหาเป็นระบบ

ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีนายกฯเป็นประธาน มีคณะกรรมการจากทุกหน่วยงานของราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆมาให้ข้อคิดและบทเรียน รวมถึงเชิญภาคธุรกิจ ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นายเสรี ศุภราทิตย์ รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) และนายแก้วสรร อติโพธิ เพื่อเข้ามารวบรวมสรุปบทเรียน และวางแผนรับมือมหาภัยที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ไม่ว่าเรื่องนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ นำเอาหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (บีดีไอ) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือหน่วยงานภาคเอกชนที่เชี่ยวชาญเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งจะนำเข้ามาและวางแผน เพื่อทำให้ในอนาคตประเทศนี้มีเครื่องมือที่เพียงพอ และมีประสิทธิภาพรับมือกับภัยพิบัติตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

ดึงไอทีทันสมัยวางระบบเตือนภัย-แจ้งอากาศ

นายภราดรกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม รัฐบาลประกาศความร่วมมือกับ Tomorrow.io เทคโนโลยีทันสมัยเรื่องการพยากรณ์อากาศ โดยจะวางระบบแจ้งเตือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเชื่อข้อมูลภาครัฐ จะได้อพยพประชาชนก่อนเกิดเหตุในเวลาเหมาะสม วางแผนบูรณาการเรื่องช่วยคน โดยเฉพาะเรื่องกู้ภัยที่บุคลากรภาครัฐจำนวนไม่เพียงพอ ต้องสร้างทีมมาเป็นทีมอาสา โดยทีมอาสาทั้งหมดต้องเข้ามาขึ้นทะเบียนกับ ปภ. และเมื่อมีเหตุ ปภ.จะประสานกับทีมกู้ภัยที่เป็นเอกชนเข้ามาช่วยประชาชน

“สำหรับเรื่องเยียวยาที่มีปัญหาและอุปสรรคบ้าง รัฐบาลนี้กำลังจะเอาบทเรียนนี้ไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ระบบราชการที่ติดขัดและมีเส้นทางที่ยาวนาน ยุ่งยากสำหรับประชาชน จะเอาบทเรียนตรงนี้ไปสรุปบทเรียน และไปแก้ระเบียบและกฎหมายทุกข้อ ให้การเยียวยาประชาชนรวดเร็ว สร้างความลำบากให้ประชาชนน้อยที่สุด รัฐบาลนี้พยายามใช้วิกฤตนี้มาสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ เพื่อสร้างระบบป้องกันมหาภัยหรืออุทกภัยหรือภัยต่างๆ ที่กำลังจะเกิดในอนาคตให้เป็นรูปธรรม เป็นระบบมากกว่านี้”นายภราดรกล่าว

ย้ำเยียวยาศพละ2ล.ในจว.พรก.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงสะท้อนประชาชนนอกเขตพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องเงินเยียวยาศพละ 2 ล้านบาท รัฐบาลจะทบทวนการจ่ายเงินเยียวยาให้ได้เท่าเทียมหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ได้หารือในครม. เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะเอาแต่เฉพาะในเขตที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนคือ จ.สงขลาถ้ากรณีจังหวัดใกล้เคียงหรือจังหวัดอื่นในประเทศนี้ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมและมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นก็ต้องนำไปพิจารณาลำดับถัดไป

“คณะกรรมการรวบรวมบทเรียน จะทำให้เร็วที่สุด โดยนายกฯกำชับว่าพยายามทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้ และต้องเป็นมติ ครม.ก่อนที่จะยุบสภาให้ได้ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีเวลาถอดบทเรียนทั้งหมดไม่เกิน 2 เดือน ประมาณเดือนกว่าๆก่อนยุบสภา”นายภราดร

จ่ายเยียวยาน้ำท่วมแล้ว1.2แสนครัว

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. แถลงถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาว่า 2 วันที่ผ่านมาดำเนินการไปเยอะแล้ว ช่วงวันที่ 1-2 ธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนแล้ว 120,949 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 1,088,541,000 บาท ในจำนวนที่โอนแล้วยังไปไม่ถึงประชาชนบางส่วน 2,878 ครัวเรือน เนื่องจากไม่ได้ผูกกับพร้อมเพย์ ขอย้ำอีกทีว่า ไม่ต้องกังวลเมื่อผูกกับพร้อมเพย์แล้ว ธนาคารออมสินจะโอนเงินเข้าบัญชีทีเดียว

โอนเพิ่มวันนี้6.6หมื่นครัว-595ล้าน

สำหรับวันนี้มีการโอนต่อ โดยตัวเลขจาก ปภ. จะโอนให้ 66,187 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 595,683,000 บาท แบ่งเป็น 4 จังหวัด โดยมีจังหวัดสงขลา 46,976 ครัวเรือน ปัตตานี 16,953 ครัวเรือน สุราษฎร์ธานี 1,997 ครัวเรือน และยะลา 261 ครัวเรือน เชื่อว่า จากนี้ไปจำนวนจะเพิ่มขึ้น ด้วยการปลดล็อคกฎระเบียบ และเน้นย้ำวิธีการที่ขอทำให้สะดวกที่สุด ไม่เป็นภาระกับประชาชน รวมถึงธนาคารออมสินระดมเจ้าหน้าที่คีย์ตัวเลข เพื่อให้กระจายเงินเข้าบัญชีให้ได้มากที่สุด

สัญญาณไฟ-น้ำประปา-เน็ตครอบคลุม100%

น.ส.รัชดากล่าวถึงระบบประปาไฟฟ้า รวมถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ตว่า เรื่องน้ำไฟ 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่อาจมีจุดย่อย อย่างกรณีน้ำประปาบ้านเรือนพื้นที่ใกล้สะพาน เพราะท่อประปาที่อยู่ตามคอสะพานชำรุด จุดนี้การประปาจะเร่งซ่อมแซม ส่วนไฟฟ้าในอ.หาดใหญ่ มี 5,000 กว่าครัวเรือนที่กระจายกันอยู่ ยังไม่สามารถจ่ายไฟให้ได้ ไม่ใช่ว่าการไฟฟ้าไม่พร้อม แต่ปัญหาที่ทำให้ไฟไปไม่ถึง เพราะบ้านปิด บ้านระบบไฟเสียหายต้องซ่อมใหญ่ อาจต้องใช้เวลา ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเข้าไปดูแลให้ หรือบางส่วนเบรคเกอร์ไฟเสีย ฉะนั้น 5,000 ครัวเรือนที่ไฟยังไปไม่ถึงขอเวลานิดหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน ส่วนเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต กสทช. แจ้งมาว่าเวลานี้ครอบคลุม 98% แล้ว

สถานการณ์ขยะคลี่คลาย-รถรอย้าย513คัน

ส่วนเรื่องการกำจัดขยะ น.ส.รัชดากล่าวว่า อย่างที่บอกเป็นเรื่องใหญ่และเป็นวาระที่บูรณาการกันทุกภาคส่วน ทหารบูรณาการเรื่องกำลังพล ร่วมกับอาสาสมัคร อาสารักษาดินแดน และอาสาสมัครจากประชาชนกระจายอยู่ใน 4 โซน ส่วนอบจ.ดูเรื่องตรอกซอยเล็ก ทหารจะดูเรื่องถนนพื้นที่สาธารณะภาพกว้าง ซึ่งทำการตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เราจะสื่อสารกับประชาชนเข้าใจการเก็บขยะ และไม่ได้ย่อท้อเรื่องการดำเนินการประเด็นนี้ ภาพรวม ศป.กฉ.ได้รับรายงานว่าสถานการณ์ขยะคลี่คลายไปมาก

น.ส.รัชดากล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องการจราจร วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานข้อมูลจำนวนรถรอการเคลื่อนย้ายในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มียอดตรวจสอบ 513 คัน ติดต่อเจ้าของแล้ว 170 คัน ติดต่อเจ้าของไม่ได้ 86 คัน และอยู่ระหว่างดำเนินการค้นหาเบอร์โทรเจ้าของรถ 343 คัน สำหรับพี่น้องที่ฟังการแถลงข่าววันนี้ อยากติดตามว่ารถอยู่ไหนให้ติดต่อที่หมายเลขของตำรวจได้เลยที่เบอร์ 191 หรือ 1599 หรือโทรไปกรมการขนส่งทางบก 1584 ในภาพรวมการจราจรทางตำรวจได้ขนย้ายรถที่จอดกีดขวางเส้นทางคมนาคมออกไปแล้ว แต่ยังเหลืออยู่บ้างบริเวณไหล่ถนน พร้อมย้ำว่า ขอให้สบายใจเรื่องการจราจรในพื้นที่

สปส.ขยายเวลาจ่ายประกันสังคม6เดือน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนเรื่องประกันสังคม การจ่ายเงินสมทบช่วงเวลาสถานการณ์ที่ทุกภาคส่วนเดือดร้อนขนาดนี้ ประกันสังคมแจ้งมาว่า ประชาชนที่อยู่ในระบบประกันสังคมไม่ต้องกังวลเรื่องการจ่ายเงินสมทบ เพราะประกันสังคมจะขยายเวลาออกไป 6 เดือน เช่น ต้องจ่ายในเดือนพฤศจิกายน ก็ไปจ่ายอีก 6 เดือนข้างหน้าได้ ฉะนั้น ระยะเวลาขยายการจ่ายเงินประกันสังคมนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปถึงเมษายน 2569 ให้ขยายแต่ละช่วงออกไป 6 เดือน

ย้ำยอดตายยึดผลชันสูตรแพทย์

ที่ทำเนียบฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานีและแกนนำพรรคภูมิใจไทย บอกให้นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือนายกฯแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ลาออกหลังเสร็จงานสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาว่า ตนบอกให้นายชาดาใจเย็นๆ ซึ่งนายชาดาอยู่ในพื้นที่หลายวันอาจมีอินเนอร์ ก็ไม่เป็นไร เพราะบางครั้งการทำงานหรือทำอะไร ถ้าทุกคนมีเจตนาดี ตนก็มักปล่อยให้ระบาย ระบายเสร็จก็จบ เห็นใจและแสวงหาความร่วมมือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศพของผู้นับถือศาสนาอิสลามที่ได้นำไปฝังตามพิธีกรรมทางศาสนาก่อนหน้านี้ จะดำเนินการอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ได้ชันสูตร และยึดผลชันสูตรของแพทย์

ถามถึงความชัดเจนตัวเลขของผู้เสียชีวิต เพราะบางฝ่ายออกมาระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจถึงหลักพันราย นายอนุทินกล่าวว่า ตนเชื่อแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันนิติเวช รัฐบาลต้องเชื่อหน่วยงานราชการ ส่วนความเห็นก็ปล่อยให้ทุกคนระบายออกมา เวลาใครระบายออกมาก็ดี จะได้ไปตรวจสอบว่ามีอะไรตกค้างตกหล่นหรือไม่ เพราะดูแล้วไม่ได้มีอะไรเป็นนัยสำคัญ ก็ต้องยึดผลการแพทย์เป็นหลัก และเราทำอย่างเปิดเผยอยู่แล้ว คนที่เสียชีวิตทุกคนมีญาติมีครอบครัว ถ้าใครหายไปโดยที่ไม่ได้รับการแจ้ง หรือคิดว่าเอาไปซ่อนก็ไม่ทราบว่าจะไปซ่อนที่ไหน และไม่จำเป็นต้องซ่อน และไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรที่ปิดบังประชาชน เรื่องนี้เป็นภัยธรรมชาติมีอะไรก็ต้องเปิดเผย ให้ได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่งตนรับฟังทั้งหมด อันไหนดีก็เอาไปสอบถามและปฏิบัติ หรือเอาไปรวมเป็นความร่วมมือเพิ่มขึ้น

รบ.เร่ง4มาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย

นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ จึงมอบนโยบายให้นายณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หารือกับผู้ประกอบธุรกิจ โดยกำหนดมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้

มาตรการที่ 1 ช่วยผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน Shopee โดยได้รับการยกเว้นค่าบริการส่งสินค้า สำหรับผู้ซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้าไปอำเภอหาดใหญ่ตลอดเดือนธันวาคม และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดราคาสินค้าหลายรายการ เช่น อุปกรณ์ซ่อมบ้าน ตกแต่งบ้าน เสื้อผ้าและชุดชั้นใน มาตรการที่ 2 สคบ. ร่วมกับนายกสมาคมอู่กลางการประกันภัย (นายศุภกร ลีภัทรวรกุล) กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกรณีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นการประเมินราคาค่าซ่อมฟรีและการให้ส่วนลดราคาอะไหล่ให้พิเศษ มาตรการที่ 3 ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน และมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ โดยการปรับลดค่างวดและยืดระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงผิดนัดชำระและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ มาตรการที่ 4 ช่วยเหลือผู้โดยสารสายการบิน ซึ่ง สคบ. ร่วมกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และบริษัทสายการบินและ OTA จำนวน 10 หน่วยงาน (บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), สายการบินบางกอกแอร์เวย์, บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด, บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไลอ้อน เมนทารี จำกัด, บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด, บริษัท แอร์เอเชีย ซูเปอร์แอพ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อโกดา เซอร์วิสเซส จำกัด, และ บริษัท ทีวีแอลเค เซอร์วิสเซส จำกัด) ช่วยเหลือผู้บริโภคที่ใช้บริการสายการบิน โดยมีมาตรการระยะเร่งด่วน อาทิ การขยายระยะเวลาการใช้ตั๋วสายการบินให้นานขึ้น 30-90 วัน ขึ้นกับแต่ละสายการบิน เปลี่ยนเส้นทางได้ทั้งหมดในจังหวัดภาคใต้ เปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ร.ล.จักรีฯ-ซีลจบภารกิจช่วยน้ำท่วม

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงการช่วยเหลือน้ำท่วมในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลาว่า ปัจจุบันเรือหลวงจักรีนฤเบศร และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในห้วงวิกฤต ซึ่งอะไรที่คนอื่นทำไม่ได้ กองทัพเรือจะทำ ขณะนี้เดินทางกลับแล้ว หลังสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังมีเรือหลวงอ่างทองประจำการ ยืนยันกองทัพเรือพร้อมช่วยเหลือประชาชนตามภาระหน้าที่ในทุกโอกาส เช่นเดียวกับที่มีการคาดการณ์ว่า ช่วงเดือนธันวาคมจะมีฝนตกหนักอีกรอบ ซึ่งจะไม่น้อยไปกว่าเดือนพฤศจิกายน เราเฝ้าติดตามอยู่ และกองทัพเรือก็มีความพร้อมในการรับมือ

คนสตูลน้ำตาซึมแห่กดเนเจอเจ้าหนี้ดักทวง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามตู้เอทีเอ็ม หน้าธนาคารหลายแห่งในตัวเมืองสตูลพบว่า มีประชาชนจำนวนมากยืนต่อคิวรอกดเงินสด 9,000 บาท ที่รัฐบาลโอนให้เป็นเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก บางคนตระเวนหาตู้เอทีเอ็ม ที่ไม่มีคน เพราะหลายตู้พบว่าเงินหมดที่จะให้บริการ จากการสอบถามประชาชนจำนวนหนึ่งบอกว่า พอทราบข่าวเงินเยียวยาเข้ามาจึงรีบมากด แต่คนที่มีหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบพบว่าเจ้าหนี้นอกระบบ ที่ไปกู้เงินมา มายืนดักรอใกล้ตู้เอทีเอ็มเพื่อทวงหนี้ทันที บางคนต้องให้ลูกหลานมากดเงินแทน เพราะกลัวถูกมาทวงหนี้ ขณะนี้มีการเรียกร้องให้จังหวัดสตูลประกาศเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉิน เหมือนจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ แม้คนเสียชีวิตจะไม่เทียบเท่าแต่เราก็มีคนเสียชีวิต คนเดือดร้อนการเยียวยาก็อยากให้เหมือนกันภาคธุรกิจเสียหายยับ ต้องการให้ช่วยเหลือด้วยเช่นกัน

‘เสี่ยหนู’คาดเข็มขัดนิรภัย ยืนกรานอยู่ไม่เกิน31ม.ค.

‘เสี่ยหนู’คาดเข็มขัดนิรภัย ยืนกรานอยู่ไม่เกิน31ม.ค.

‘เสี่ยหนู’คาดเข็มขัดนิรภัย ยืนกรานอยู่ไม่เกิน31ม.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘เสี่ยหนู’คาดเข็มขัดนิรภัย ยืนกรานอยู่ไม่เกิน31ม.ค.

นายกฯระบุคาดเข็มขัดนิรภัย หลังสื่อถาม 12 ธันวาคม 2568 ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่ แจงอยู่ไม่เกิน 31 มกราคม 2569 พร้อมทำตามกระบวนการ หาก“เพื่อไทย”ยื่นซักฟอก ด้าน“อภิสิทธิ์”เผยมีผู้แสดงความจำนงลงชิงสส.มาก ยันเร่งกระบวนการเฟ้นเลือกยึดหลักเกณฑ์-มีเหตุผลอธิบายได้ ให้ทันรับเลือกตั้ง ชี้ปชป.เวลาน้อย ต้องรีบแต่งตัว-เดินเกมเร็ว หากยุบสภาก่อนกำหนด สถานะ’ฝ่ายค้าน’หากมี”ซักฟอก”

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในวันที่ 12ธ.ค.68 จะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่ ว่า คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อถามว่า แต่ขณะนี้พรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณว่าจะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วใช่หรือไม่ นายกฯ ยกมือขึ้นมาโบกปฏิเสธ ก่อนตอบว่า ตนยังไม่ได้คุย แต่เรายังทำงานทุกวัน เผชิญเหตุได้ทุกสถานการณ์ เมื่อถามต่อว่า หากไม่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หมายความว่ารัฐบาลจะอยู่ถึงวันที่ 31 ม.ค.2569 ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อยู่ไม่เกินวันที่ 31ม.ค.69ก็แล้วกัน เมื่อถามย้ำว่า แต่หากพรรคเพื่อไทยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา นายกฯ กล่าวว่า หากยื่นเข้ามาก็เป็นไปตามกระบวนการ กระบวนการเป็นอย่างไรก็ว่ากันไปตามรัฐธรรมนูญและขั้นตอน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเปิดรับสมัครผู้มีความประสงค์ลงเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ว่า หลังจากปิดรับสมัครพบว่า มีผู้แสดงความประสงค์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย ทั้งกระบวนการสรรหาและรับฟังความคิดเห็น จากบรรดาสาขาพรรค ผู้แทนพรรคประจำจังหวัด มีการก็เปิดโอกาสให้ได้มาร่วมทำกิจกรรม แสดงวิสัยทัศน์ โดยจะพยายามเร่งรัดขั้นตอนเหล่านี้ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะให้มีความพร้อมทันการเลือกตั้ง ส่วนจะมีหลักเกณฑ์คัดตัวผู้สมัครอย่างไรในเขตที่มีผู้ประสงค์ลงสมัครมากกว่า 1คน นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า มีหลายเขตที่มีผู้แสดงความจำนงมากกว่า 1 คน ซึ่งต้องเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการสรรหาซึ่งคณะกรรมการ ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ทั้งหมดแล้ว ทั้งความรู้ความสามารถและอุดมการณ์ทางการเมือง แต่ไม่ได้มีสูตรตายตัว จะพิจารณาเป็นหลักเป็นเกณฑ์ให้ได้มากที่สุด ส่วนกรณี กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อให้สอดรับกับการเลือกตั้งหากมีการยุบสภาในปีนี้ จากนครศรีธรรมราชหายไป 1เขต ได้มีการปรึกษาหารือกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในแต่ละพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ก็มีการเผื่อและคาดการณ์ไว้แล้วและทราบถึงแนวโน้มของประชาชน ซึ่งขณะนี้เราหัวหน้าพรรคแต่ละภาคได้มีการเตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว

สำหรับสัญญาณที่เริ่มจะชัดขึ้นในการที่อาจจะมีการยุบสภาภายในปีนี้นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่ได้มีความชัดเจนขนาดนั้น เพียงแต่นายกรัฐมนตรีวางเงื่อนไขการเปิดอภิปราย และยังไม่ทราบว่าแต่ละพรรคเขาจะตัดสินใจอย่างไร แต่เราก็ต้องทำให้เกิดความพร้อมโดยเร็วที่สุด แต่ทุกคนทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างน้อย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค และสส.เดิมที่อยู่กับพรรค และจะอยู่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็มีไม่มาก เพราะฉะนั้นเราก็เร่งรัดที่จะทำงาน

เมื่อถามย้ำว่า หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะยังคงเชื่อมั่นว่า ส.สของพรรคจะอยู่ฝั่งซักฟอกใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีสถานะเป็นพรรคฝ่ายค้าน เบื้องต้น นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ก็ประสานงานอยู่และมีข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องที่เราดำเนินการ อย่าง สแกมเมอร์ ส่วนจะใช้เป็นประเด็นในการซักฟอกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับฝ่ายค้านอื่น แต่รวบรวมประเด็นเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี โดยมีจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24มกราคม2568 ทั้งนี้ จากการตรวจตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ได้จัดทำข้อมูลสรุปจำนวนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จากจำนวนพรรคการเมืองที่ดำเนินการอยู่ 76 พรรคการเมือง พบว่า พรรคการเมืองที่สามารถส่งผู้สมัคร ส.ส. ได้ครบทั้ง 77 จังหวัด 400 เขตเลือกตั้ง คือ พรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคโอกาสใหม่ ส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ 76 จังหวัด ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ 73 จังหวัด ด้านพรรคเพื่อไทย 59 จังหวัด พรรคพลังประชารัฐ 48 จังหวัด พรรคเสรีรวมไทย 36 จังหวัด พรรคประชาธิปไตยใหม่ 26 จังหวัด พรรคทางเลือกใหม่ 21 จังหวัด พรรครวมไทยสร้างชาติ 14 จังหวัด เป็นต้น

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่พรรคการเมือง ทั้ง 76 พรรค ส่งให้สำนักงาน กกต.ตรวจสอบและบันทึกเป็นข้อมูลว่าแต่ละพรรคได้ดำเนินการเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อทำไพรมารีโหวต ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สำหรับพรรคการเมืองที่มีจำนวนส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ไม่ครบ 77จังหวัดนั้น แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้บางพรรคการเมืองอาจจะดำเนินการครบถ้วนแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รายงานหรือแจ้งข้อมูลเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด มายังสำนักงาน กกต.หรือบางพรรคการเมืองอาจอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ยังมีเวลา สามารถดำเนินการได้ทันหากมีการเลือกตั้ง ส.ส.เกิดขึ้น เพราะใช้เวลาไม่นาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ในแต่ละจังหวัดจะต้องมีสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองให้ครบในแต่ละจังหวัดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 กำหนดไว้ตามมาตรา47 ระบุว่า พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ต้องมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกว่าหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกว่าหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ให้พรรคการเมืองนั้นกําหนดว่าจะให้สาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เป็นสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามมาตรา 50 อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้หากพรรคการเมืองใดต้องการส่งผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบ 77จังหวัด จำเป็นต้องจัดตั้งสาขาพรรคประจำจังหวัด หรือเลือกตัวแทนพรรคให้ครบตามจำนวนที่จะสามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ครบทั้ง 77จังหวัด ตามมาตรา47 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ปี2560กำหนด

ห้ามรุกล้ำย่ำยีเกียรติภูมิคนไทย ทุกเหล่าทัพพร้อมรบ! ‘บิ๊กหนู-บิ๊กเล็ก’ประสานเสียงสู้

ห้ามรุกล้ำย่ำยีเกียรติภูมิคนไทย ทุกเหล่าทัพพร้อมรบ! ‘บิ๊กหนู-บิ๊กเล็ก’ประสานเสียงสู้

ห้ามรุกล้ำย่ำยีเกียรติภูมิคนไทย ทุกเหล่าทัพพร้อมรบ! ‘บิ๊กหนู-บิ๊กเล็ก’ประสานเสียงสู้

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ห้ามรุกล้ำย่ำยีเกียรติภูมิคนไทย ทุกเหล่าทัพพร้อมรบ! ‘บิ๊กหนู-บิ๊กเล็ก’ประสานเสียงสู้ ปมชายแดน‘บ้านหนองจาน’

นายกฯ ประกาศลั่น“ห้ามรุกล้ำ-ย่ำยี- ทำลายเกียรติภูมิคนไทย” ปมชายแดนบ้านหนองจาน ปัดขีดเส้นตาย“ชาวกัมพูชา”ต้องย้ายออกก่อนยุบสภา ย้ำความมั่นคงไม่มีกรอบกำหนด “บิ๊กเล็ก” ยัน ผบ.ทบ.พร้อมรบ 100% เร่งถก GBC แผนอพยพคนกัมพูชา ออกจากบ้านหนองจาน ให้เสร็จก่อนยุบสภา ผบ.ทอ. ยันกองทัพดำรงขีดความสามารถ ในการปกป้องประเทศอย่างเต็มที่ เสธ.ทบ.รับต้องปรับแผนจัดซื้อยุทโธปกรณ์ หลังมีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาให้สอดรับ-ทันสมัย

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 11.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการผลักดันให้ชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว จะเสร็จทันก่อนรัฐบาลประกาศยุบสภาฯ หรือไม่ ว่า ให้ทางฝ่ายกองทัพดำเนินการอยู่ ไม่เกี่ยวข้องกับการยุบสภาฯ เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง

นายกฯลั่นห้ามรุกล้ำย่ำยีเกียรติภูมิไทย

เมื่อถามว่าไม่ได้มีการขีดเส้นหรือกำหนดกรอบระยะเวลาไว้ใช่หรือไม่ ว่าต้องออกก่อนการยุบสภาฯ นายกฯกล่าวว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน พอเป็นเรื่องความมั่นคงประเทศและอธิปไตยของประเทศ ไม่มีกรอบ

“แต่กรอบอธิปไตยของประเทศ คือ ห้ามรุกล้ำ ห้ามย่ำยี ห้ามทำลายเกียรติภูมิ ห้ามคนไทยโดนทำร้าย และไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”นายกฯ ย้ำ

‘บิ๊กเล็ก’ย้ำคืบหน้าชายแดนในทุกด้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ ว่า แนวทางที่ได้มอบหมายไว้ในปัจจุบันดำเนินการอยู่ 3 อย่างคือการเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปักหมุดชั่วคราวบ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว รวมถึงการสร้างรั้วชายแดนจันทบุรี-ตราด ซึ่งมีความคืบหน้าในทุกด้าน ยืนยันว่าหากฝ่ายกัมพูชามีการปฏิบัติการรุกล้ำอธิปไตยไทย เราไม่ยอม

เมื่อถามว่าได้มีการนัดหารือกับ พล.อ.เตีย เซรยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กัมพูชา เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เพื่ออพยพคนกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน แล้วหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขณะนี้เก็บกู้ทุนระเบิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ส่วนที่บ้านหนองจาน เหลืออีกบางส่วน แต่หลังดำเนินการเสร็จแล้วจะมีการปักหมุดชั่วคราวซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนปีใหม่

เร่งถกGBCแผนอพยพชาวเขมร

โดยได้เน้นย้ำกับหน่วยที่รับผิดชอบว่าให้ดำเนินการให้เสร็จในเวลาใกล้เคียงกันทั้ง 2 พื้นที่ เพื่อจะได้คุยกันครั้งเดียว เนื่องจากจะต้องมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ก่อน โดยนำภาพการปักหมุดชั่วคราวไปให้พิจารณาก่อน ซึ่งไม่ใช่มีการกำหนดเส้นเขตแดนถาวร เมื่อคณะกรรมการ JBC รับรอง หลังจากนั้นจะเป็นการประชุม GBCว่าคนกัมพูชาที่ล้ำอธิปไตยไทยจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งการประชุมทั้ง2เวทีน่าจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2569

เมื่อถามว่าจะทันไทม์ไลน์การยุบสภาตามกำหนดเดิม31ม.ค.69 หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนจะเร่งให้ทัน แต่แม้จะยุบสภารัฐบาลรักษาการก็ดำเนินการได้ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้มีการดำเนินการเป็นไปด้วยความรอบคอบ ซึ่งปัจจุบันขั้นตอนดังกล่าวยังเดินหน้าไปเรื่อยๆ ยังไม่มีอะไรขัดแย้ง

เผย“ผบ.ทบ.”พร้อมรบ100%

เมื่อถามว่าผู้บัญชาการทหารบกได้รายงานนายกรัฐมนตรีว่ามีความพร้อมรบร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ฝั่งไทย-กัมพูชา พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ความพร้อมรบเราต้องเตรียมเอาไว้อยู่แล้วในทุกสถานการณ์ ซึ่งนโยบายของฝ่ายความมั่นคงมุ่งไปสู่สันติภาพ แต่หากเกิดการรุกล้ำอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ เราต้องพร้อมตลอดเวลา ประชาชนจะได้สบายใจ แต่ไม่ใช่มุ่งให้จบอย่างเดียว การกระทำใดที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเรายอมไม่ได้

นายกฯลงบุรีรัมย์ไร้ส่งสัญญาณ

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อพบปะผู้ว่าฯ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะไปดูความพร้อมฝ่ายมหาดไทยและฝ่ายปกครอง กรณีหากเกิดเหตุการณ์ว่ามีความพร้อมอย่างไร อย่างที่บอกกองทัพเตรียมเอาไว้ ฝ่ายปกครองก็ต้องเตรียมเพื่อดูแลประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดปฏิบัติการอะไร ยืนยันว่ายังไม่มีสัญญาณอะไร เพียงแต่เราระมัดระวังไว้ตลอด แม้ระดับนโยบายจะมีการพูดคุยกันโดยตลอด แต่กำลังพลของกัมพูชาที่อยู่หน้าแนวมีการยั่วยุ ไม่มุ่งสู่แนวทางสันติภาพ เราก็ต้องเตรียมให้พร้อมตลอดเวลา

พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงกรณี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ไปประชุมรัฐภาคีออตตาวา ว่า น่าจะมีความคืบหน้า ภายหลังมีการส่งเรื่องไปในช่วงเดือนส.ค. คงจะมีการค้นหาความจริง และจะเริ่มเห็นผล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดหวังอยู่

ผบ.ทอ.ยันทัพฟ้าพร้อมปกป้องปท.

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจในการฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยส่งบุคลากร ทอ.ลงพื้นที่ช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จะมีผลกระทบต่อด้านความมั่นคง ต่อการรักษาอธิปไตยของชาติหรือไม่ ว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ กองทัพอากาศได้ลำเลียงสิ่งของที่จำเป็น ทั้งในภารกิจช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย และการฟื้นฟูพื้นที่หลังจากระดับน้ำลดลง ทางเครื่องบินกว่า 100 เที่ยวบิน รวมน้ำหนักสิ่งของที่บรรทุกกว่า 200 ตัน ด้วยศักยภาพทุกอย่างที่กองทัพอากาศมี

โดยได้เน้นย้ำและสั่งการให้ดำรงขีดความสามารถในการป้องกันประเทศมากที่สุดด้วย โดย ผบ.ทอ. ได้ยืนยันให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า กองทัพอากาศมีความพร้อมเสมอ เมื่อไหร่ก็ตามที่จำเป็นต้องใช้ขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ป้องกันอธิปไตย และปกป้องน่านฟ้าไทย กองทัพอากาศจะดำเนินการอย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวล

เสธ.ทบ.รับปรับแผนจัดซื้อยุทโธปกรณ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ประจำปีงบประมาณ 2570 ที่ระบุว่ายังมีความจำเป็นอยู่ว่า การจัดซื้ออาวุธเป็นไปตามภัยคุกคาม และสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งกองทัพมีแผนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่แล้ว แต่เมื่อมีสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา จึงทำให้เราต้องกลับมาทบทวนแผนในการเสริมสร้างกองทัพให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปี 2570 จัดการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ประเภทตั้งรับหรือโจมตีเป็นหลัก พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ต้องดูทั้งระบบ ทั้งอาวุธระยะไกลและระยะสั้น รวมถึงอาวุธที่ติดตัวกำลังพลว่ามีส่วนไหนที่ยังขาด ซึ่งกองทัพจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบว่ายุทโธปกรณ์ประเภทใดที่ต้องจัดซื้อจัดหา กองทัพบกยึดถือเรื่องการซ่อมยุทธโธปกรณ์เป็นหลักก่อนจัดซื้อ อะไรที่ซ่อมได้ก็จะพยายามซ่อมก่อน หรือมีอะไรที่จำเป็นต้องจัดหาเพื่อความทันสมัยและสอดรับกับสถานการณ์ ซึ่งต้องคิดล่วงหน้า

เมื่อถามถึงนโยบายในการดูแลกำลังพล พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลและกองทัพที่ได้เน้นย้ำว่ากำลังพลต้องมีความพร้อม ทั้งขวัญกำลังใจ และขีดความสามารถในการฝึก รวมถึงยุทธโธปกรณ์ประจำตัว

ทภ.2แจงเหตุระเบิดห้วยตามาเรีย

กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) เปิดเผยข้อมูลและชี้แจงว่าเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2568 เวลา 14.20น.หน่วยกองร้อยทหารราบที่ 1622 (หน่วย ร้อย.ร.1622) ซึ่งปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ห้วยตามาเรีย บริเวณเส้นทางยุทธวิธีสร้างใหม่ เป็นจุดกลับรถหน้าฐานปฏิบัติการ ได้ตรวจพบเหตุระเบิดขึ้น และหลังจากเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 จำนวน 1ลูก ซึ่งได้เกิดการระเบิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่และการให้ข้อมูลของกำลังพลในพื้นที่ สันนิษฐานว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้ ในแนวทุ่นระเบิดเดิมที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้เพื่อชะลอ หรือป้องกันการรุกไล่ติดตามของฝ่ายเราในห้วงที่พื้นที่ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนที่ฝ่ายเราจะเข้าควบคุมพื้นที่ได้ในเวลาต่อมา

ชี้เป็นทุ่นสังหาร PMN-2ฝั่งกัมพูชา

ภายหลังเหตุการณ์ หน่วยในพื้นที่ได้ดำเนินการเก็บกู้และรักษาสภาพหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิด PMN-2จัดทำบันทึกรายละเอียดพื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งประเมินแนวโน้มการกระจายของทุ่นระเบิดในบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งเตรียมประสานส่งมอบหลักฐานให้กับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม (หน่วย นปท.) และหน่วยพิสูจน์หลักฐานเพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกและจัดทำฐานข้อมูลด้านทุ่นระเบิดต่อไป นอกจากนี้ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจค้นเพิ่มเติมในบริเวณแนวถนนและพื้นที่ต้องสงสัยโดยรอบ เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน รวมถึงแจ้งทุกหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบให้จัดทำเครื่องหมายในพื้นที่ที่อาจเกิดอันตรายจากทุ่นระเบิด

ทั้งนี้ สรุปได้ว่าเหตุระเบิดครั้งนี้มีลักษณะสอดคล้องกับทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้เดิมในพื้นที่ทุ่นระเบิดด้านกัมพูชาและถูกเคลื่อนย้ายหรือเกลี่ยโดยการทำถนน จนได้รับแรงกดทับเพียงพอทำให้ระเบิดขึ้นเอง จึงคาดว่าเป็นทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้ในช่วงที่ถูกฝ่ายเรารุกคืบไล่ติดตามจนเข้ายึดครองพื้นที่ปฏิบัติการได้ในที่สุด