ไทยก้าวใหม่ ลุยเปิดตัว 22 ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. ดร.เอ้ ลั่นประเทศไทยถึงเวลาหนีหลุมดำ

ไทยก้าวใหม่ ลุยเปิดตัว 22 ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.  ดร.เอ้ ลั่นประเทศไทยถึงเวลาหนีหลุมดำ

ไทยก้าวใหม่ ลุยเปิดตัว 22 ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. ดร.เอ้ ลั่นประเทศไทยถึงเวลาหนีหลุมดำ

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

‘ไทยก้าวใหม่’ ลุยเปิดตัว 22 ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. ด้าน ‘เอ้ สุชัชวีร์’ ลั่นขอพาประเทศออกจาก ‘หลุมดำ’ ด้วย ‘ความรู้-หลักวิชาการ’ ชู รื้อระบบการศึกษา-ทำได้จริง เรียนฟรีถึงป.ตรี ไร้หนี้ เรียน AI ตั้งแต่ป.1 นำเทคโนโลยีมาใช้ทุกระดับชั้น ยกเลิกงานครูที่ไม่ใช่การสอน อัพ-รีสกิล ทั้งเด็กและวัยทำงาน เตือนภัยที่เลวร้ายที่สุดคือ ‘ปัญญาภัย’ เชื่อต้นน้ำของเศรษฐกิจคือการลงทุนสร้างคน

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ Victor Club, FYI Center ชั้น 2 เขตคลองเตย กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ แถลง เปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส. ทั่วประเทศ และเปิดนโยบายพลิกโฉมการศึกษาไทย 

โดย นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า วันนี้คนไทยกำลัง อยู่ในโลกใบที่หนึ่งแต่กำลังถูกโลกใบที่ใหญ่กว่า พอแล้วใบที่สองดูด  ซึ่งจะเป็นหลุมดำที่ดูดทุกคนถ้าประเทศไทยไม่เปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง จะทำให้ประเทศไทยไปสู่ประเทศที่ยากจนด้อยพัฒนา ดังนั้นประเทศไทยถึงเวลาต้องเปลี่ยนและทุกคนนิ่งเฉยไม่ได้ ดังนั้นวันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ตั้งใจเปลี่ยนประเทศดียิ่งขึ้น โดยเรามีอุดมการที่จะไม่ยอมให้ประเทศตกอยู่ในหลุมดำเปลี่ยนด้วยความกล้าหาญ เพราะหลายๆคนอยู่ในโลกใบที่หนึ่งที่มีความพร้อมความสมบูรณ์เสียสละได้ แต่ประเทศไทยทุกวันนี้เป็นเพราะผู้บริหารประเทศไม่เคยบริหารประเทศด้วยความรู้ และหลักวิชาการ  พรรคไทยก้าวใหม่ จึงขอเสนอตัว เพื่อที่จะนำประเทศด้วยความรู้ด้วยหลักวิชาการ โดยเรามีผู้ร่วมอุดมการณ์ กล้าหาญเสียสละ เสนอตัวรับใช้ประขาชนและเป็นผู้นำประเทศ

จากนั้นนายสุชัชวีร์ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ มอบเสื้อ และหมวก สัญลักษณ์ของพรรคฯ ให้กับผู้เสนอตัวลงสมัครสส.จำนวน 22 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะลงสมัครในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน 

ต่อมาในเวลา11.20น. นายสุชัชวีร์ นำแถลงนโยบายด้านการศึกษาว่า ปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้นมนุษย์แก้ได้ ถ้าเรามีความรู้ มีปัญญา ซึ่งการบริหารโดยไม่ใช้ความรู้ไม่ใช้ปัญญาหนักหนายิ่งกว่าคอรัปชั่น และถ้าประเทศไม่มีความรู้ไม่บริหารด้วยปัญญาปัญหาจะใหญ่ขึ้น จะหนักหนาขึ้น และจะไม่น้อยลงโดยเฉพาะภัยธรรมชาติอุทกภัย หาดใหญ่ที่ว่าหนักแล้วกรุงเทพฯจะหนักกว่านี้ ,วาตภัย และอัคคีภัย แต่ภัยที่น่ากลัวที่สุด คือภัยจากความไม่รู้ภัยจากความไม่มีปัญญา ที่เรียกว่า”ปัญญาภัย”ที่เป็นภัยที่ยิ่งใหญ่กว่าภัยทั้งมวลและวันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว ลูกหลานหลายคนไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพ ได้ พรรคไทยก้าวใหม่ จึงชูเรื่องการศึกษาเพราะการศึกษา คือ การแก้จน คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศ และประเทศจะเปลี่ยนแปลงได้ต้องเริ่มต้นจากห้องเรียน วันนี้ที่ประเทศเต็มไปด้วยภัยทั้งหลายยาแก้เดียว คือ เรื่องการศึกษา 

จากนั้น นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวเปิดนโยบายด้านการศึกษา ว่า รัฐบาลแก้ปัญหาผิดวิธี เพราะเน้นผลประโยชน์ระยะสั้นเพื่อให้ได้คะแนนนิยม โดยการแจกเงิน เพื่อหวังจะได้คะแนน เป็นการซื้อเวลาแบบไม่สร้างอนาคต รัฐบาลเล่นง่าย แต่กำลังทำลายอนาคตของชาติ นโยบายของรัฐบาลไม่มีการลงทุนกับคนเลยแม้แต่บาทเดียว

นายวราวิช  กล่าวต่อว่า พรรคไทยก้าวใหม่ เชื่อว่าคนไทยทุกคนคือต้นน้ำของเศรษฐกิจดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำ คือการลงทุนสร้างคน และคนเท่านั้นที่จะเป็นทางรอดทางเดียวของประเทศ เพราะเราไม่เคยลงทุนสร้างคนมาก่อนเลย เราจะสร้างทุนมนุษย์สร้างคนไทยทุกคนให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เราจะทำทันที โดยแบ่งคนไทยออกเป็น 2 กลุ่มกลุ่มแรกคือกลุ่มอนาคต ที่กำลังเรียนอยู่ และกลุ่มคนปัจจุบันคือคนที่จบไปแล้ว 

นายวราวิช กล่าวอีกว่า นโยบายที่จะนำไปช่วยกลุ่มคนปัจจุบันคือ ต้องเอาเทคโนโลยีไปช่วยคนตัวเล็ก เกษตรกร SME และมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ดังนั้นจึงมีนโยบาย คือ1.ให้ทุนกับเกษตรกรที่มีบุตรหลานเป็นยุวเกษตรอัจฉริยะ โดยจะส่งอุปกรณ์และคนลงไปสอน 2. นโยบายพลิกชีวิต SME  รายย่อย จะไม่สอนแต่จะส่งทีมไปช่วย และ3. สกิลปังกระเป๋าตุง ด้วยการทำรีสกิล อัพสกิล

นายวราวิช กล่าวด้วยว่า ขณะที่กลุ่มอนาคต เราต้องรื้อโครงสร้างการศึกษาทั้งระบบ เพราะมีความเหลื่อมล้ำ เด็กหลุดออกจากระบบจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเด็กไทยต้องมีทักษะในอนาคต คนมาไม่ตรงปัญหาการศึกษาที่ผลิตคนไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ทั้งมหาลัยและอาชีวะ ทำให้ต้องมี5 นโยบายนื้อระบบการศึกษา คือ 1. Digital transformation ทำแพลตฟอร์มสำหรับการศึกษาระดับชาติที่เป็น Big Data ที่ไม่ใช่แค่กระทรวงศึกษา อาชีวศึกษา แต่รวมถึงอุดมศึกษาด้วย ,ต้องมีระบบการจัดการโรงเรียน ที่จะต้องไม่ใช่หน้าที่ของครู , ความรู้ที่ดีขึ้นระบบออนไลน์ เพื่อให้ครูรุ่นใหม่ได้ศึกษา ,และจะต้องมีครูเพอ่มเขึ้นจาก4แสนคน เป็น8แสนคน โดยใช้ AI เป็นครูผู้ช่วยในการทำการเรียนการสอน และจะนำงานวิจัยขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์  2. Re-Engineering ต้องบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ, ยกเลิกภารกิจครูที่ไม่เกี่ยวกับการสอนโดยสิ้นเชิง ,ยกเลิกระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอน ,เรียนรู้ได้จากผู้เชี่ยวชาญ ,ครูครบชั้น ครูตรงวุฒิต้องมี, งบประมาณต้องมีการเสนอขึ้นมาจากเขต 3. Re-Design เด็กวันนี้ต้องมีทักษะ 4C และเน้นการเรียนรู้แบบทำความเข้าใจ, จะต้องมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่2 ต้องสอน AI ตั้งแต่ป.1, เลิกฟัง จด ท่องสอบ และสร้างอาชีวะเฉพาะทาง และต้องเพิ่มสาขาในมหาลัยให้มากขึ้น  4. อัพสกิล รีสกิล ข้าราชการทุกระดับชั้นที่เกี่ยวกับการศึกษาต้อง up skill ทั้งหมด ครูอาชีวะต้องไปทำงานตอนปิดเทอม และ
5. โรงเรียนดีใกล้บ้าน จะลดความเหลื่อมล้ำ มีครูตรงวุฒิครบชั้นและทันสมัยได้

“ฉะนั้นเราจะเลิกทน เลิกจน ลงทุนสร้างคนกับไทยก้าวใหม่ ถ้าเราเป็นรัฐบาล ปีหน้าเศรษฐกิจจะโตเป็น 2%” นายวราวิช กล่าว

นายวราวิช กล่าวว่า นโยบายสำหรับเด็ก1.ต้องเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่มีหนี้ เรียน3 ปีเพียงพอแล้ว ยกเว้นบางวิชาชีพ ต้องจะเพิ่มอาหารเช้า 5 วัน 5 หมู่ 10 มื้อ ส่งลูกเรียนได้เงิน  นโยบายสำหรับคนเรียนจบแล้ว คือ 1.เลิกทำงานไร้ประโยชน์  2.เลิกทำงานที่เพิ่มภาระและไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง  3.เลิกทำวิทยฐานะแบบไร้เหตุผล 4.มีเงินใช้ระหว่างเรียน และ5. Portfolio แบบดิจิตอลตลอดชีวิต
     
ด้านนายสุชัชวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายการศึกษาของรัฐบาลไทยก้าวใหม่เราต้องรื้อ และนี่คือสิ่งที่ทำได้จริงพรรคไทยก้าวใหม่ทำแล้วและจะทำให้กับโรงเรียนทุกโรงเรียนในประเทศไทย

‘นายกฯ’มอบนโยบาย’กอ.รมน.’ปี 69 ปรับรูปแบบทำงาน มุ่งเชิงรุก ป้องกันภัยข้ามชาติ

'นายกฯ'มอบนโยบาย'กอ.รมน.'ปี 69 ปรับรูปแบบทำงาน มุ่งเชิงรุก ป้องกันภัยข้ามชาติ

‘นายกฯ’มอบนโยบาย’กอ.รมน.’ปี 69 ปรับรูปแบบทำงาน มุ่งเชิงรุก ป้องกันภัยข้ามชาติ

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

‘นายกฯ’มอบนโยบาย’กอ.รมน.’ปี 69 ปรับรูปแบบทำงาน มุ่งเชิงรุก วาง 3 แนวทางทำงานปี 69 ป้องกันภัยข้ามชาติ พัฒนาข่าวเชิงลึกภาคใต้ ในสร้างสันติสุขลดเหตุรุนแรง

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 3 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) เป็นประธานในงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2568 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2569 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ด้านความมั่นคงเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และจัดการกับภัยคุกคามทุกรูปแบบที่จะมีผลกระทบซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของชาติ ตนได้หารือกับทางผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผอ.กอ.รมน.เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ให้มุ่งสู่ความมั่นคง ที่ยั่งยืนทันสมัยและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเปลี่ยนการทำงานเป็นเชิงรุกแก้ปัญหา มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อให้เห็นผลชัดเจนและตอบสนองประชาชนได้ทุกสถานการณ์เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีแนวทางการปฎิบัติงานและความพร้อมของการป้องกันในการแก้ปัญหาให้บรรลุผลในปี 2569  ตนจึงขอให้ทุกหน่วยงานได้ดำเนินงานดังนี้ 1.การป้องกันภัยคุกคามเร่งด่วนให้มุ่งยับยั้งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการสกัดกั้น อาชญากรข้ามชาติและปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นการทำงานเชิงลึกในพื้นที่และใช้ในการสร้างสันติสุขลดเหตุรุนแรงลดจำนวนความเสี่ยงและสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ และการก่อการร้ายข้ามชาติ โดยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนและสร้างเครือข่ายการแจ้งเบาะแสเข้าสู่ทุกพื้นที่ 

นายกฯ กล่าวต่อว่า รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยการประสานกับหน่วยงานหลักอย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารของกอ.รมน.ต้องพัฒนาขีดความสามารถด้านข่าวกรองให้รู้จริง รู้เร็วและแม่นยำ พร้อมเสริมมาตรการสกัดกั้นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคม 2.การสนับสนุนงานรัฐบาลและการดูแลประชาชนมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่กับการแก้ปัญหาความมั่นคงเชิงพื้นที่ให้ความสำคัญกับการแก้แก้ไขปัญหาที่มีอยู่จริง ทั้งการค้ามนุษย์ และสถานะภาพของบุคคลไร้สัญชาติให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการทำงาน เพื่อให้ชุมชนเป้าหมายได้รับงบประมาณการแก้ปัญหาในพื้นที่ยึดหลักการจัดลำดับของการแก้ไขปัญหาเสริมความพร้อมด้านพลังงานและความมั่นคงทางอาหารควบคู่กับการป้องกันการลักลอบนำเข้า และส่งออกสินค้าการเกษตร ปศุสัตว์และประมงที่ผิดกฎหมาย 

นายกฯ กล่าวอีกว่า รวมถึงความพร้อมในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในภาวะ ที่ไม่ปกติหรือมีภัยพิบัติที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโดยรวมในมิติของการบรรเทาสาธารณภัยและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ขอให้กอ.รมน.ทำงานเชิงรุกทั้งการป้องกันและการบรรเทาผลกระทบหาความร่วมมือจากท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาPM 2.5 ไฟป่าและแหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี และ3.การปรับปรุงองค์กรและเสริมภาพลักษณ์ให้โปร่งใสและเป็นที่ชื่นชมของประชาชน โดยเราจะเริ่มจากการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งในด้านเทคโนโลยีการใช้ข้อมูลข่าวสารและทักษะการปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน รวมทั้งการเสริมสร้างความโปร่งใสขององค์กร โดยทุกภารกิจต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบเพื่อให้การนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริง ซึ่งทุกท่านในที่นี้จะได้เป็นผู้นำร่วมกันพาประเทศไทยของพวกเราก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป ภายหลังการแถลงฯ นายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการ.

ดร.เอ้ ชี้ ปมน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนรัฐบาลบริหารประเทศโดยไม่มีความรู้

ดร.เอ้ ชี้ ปมน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนรัฐบาลบริหารประเทศโดยไม่มีความรู้

ดร.เอ้ ชี้ ปมน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนรัฐบาลบริหารประเทศโดยไม่มีความรู้

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

‘เอ้ สุชัชวีร์’ จวก ‘รัฐบาล’ บริหารจัดการน้ำท่วมไร้ความรู้ โวแหลกถ้าตัวเองเป็นนายกฯ ไม่สูญเสียเท่านี้แน่ อุบ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ที่เหลือ ย้ำ ‘ผู้สมัครภาคใต้-กทม.’ พร้อมแล้ว แต่ต้องดูแล ปชช.ในพื้นที่ จึงยังไม่ได้เปิดตัว ขอรอติดตาม ย้ําทุกคนมาด้วยอุดมการณ์ โปรไฟล์ดี อยากทําให้ ‘ไทย’ พ้น ‘ยากจน’

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ Victor Club อาคาร FYI Center เขตคลองเตย กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.ทั่วประเทศ จากการที่เลือกเปิดตัวในวันนี้ ซึ่งเร็วกว่าปกติ เนื่องจากได้รับสัญญาณอะไรหรือไม่ ว่า จริงๆ อยู่ในตารางอยู่แล้ว ว่าเราจะแสดงความพร้อมในการส่งผู้สมัครทุกภาคทั่วประเทศไทย สําหรับผู้สมัครชุดนี้ ผ่านการสัมภาษณ์ และตั้งใจ จะประกาศตัวตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่เนื่องด้วยทีมงานพรรคไทยก้าวใหม่ และตนเองนั้น ได้ไปช่วยผู้ประสบมหาอุทกภัยที่ภาคใต้ จึงเลื่อนมาวันนี้ ก็ครบ 2 เดือนที่เราประกาศเปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่พอดี วันนี้ถือเป็นวันดี อย่างที่เห็นว่า เราได้ผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.ในนามพรรคไทยก้าวใหม่ ที่เป็นคนคุณภาพสูงจริง ๆ อยากกลับมาช่วยประเทศไทย ขณะที่การเปิดตัวผู้สมัคร กทม.ที่เหลือ และภาคใต้นั้น ยืนยันว่า ตอนนี้ภาคใต้มีความพร้อม แต่จากที่เราทุกคนเห็นสถานการณ์ในภาคใต้ มีว่าที่ผู้สมัคร สส.ของเรา ทุ่มเทอยู่ในพื้นที่ ดูแลพี่น้องประชาชน ส่วนพื้นที่ กทม.อยากให้ติดตาม เพราะการเปิดตัวชุดต่อมา จะมีความโดดเด่น เก่ง หล่อ สวย และมีอุดมการณ์ เสียสละ ไม่แพ้ชุดแรกแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุ ผู้บริหารประเทศที่ผ่านมา ไม่เคยบริหารด้วยหลักวิชาการนั้น นายสุชัชวีร์ ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ควรมาถึงจุดนี้ ตนเชื่อมั่นในคนไทยว่า เราเป็นคนขยัน เป็นคนดี และเป็นนักต่อสู้ แต่คําถามคือวันนี้ทําไมประเทศไทยเราต้องเจอภัยพิบัติ และสูญเสียอย่างที่ไม่ควรสูญเสีย นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งในการบริหารประเทศโดยไม่มีความรู้จริงๆ เนื่องจากที่จริงแล้ว ข้อมูลต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีของประเทศไทย ไม่ได้น้อยหน้าประเทศอื่น แต่เป็นวิกฤติผู้นํา ในเรื่องภาวะผู้นําทุกระดับชั้น ตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ เพราะขนาดมีข้อมูลและเทคโนโลยีในขณะนี้ เรายังตัดสินใจผิดพลาดได้ แล้วมันมาจากอะไร ก็มาจากการบริหารประเทศโดยไม่มีความรู้ ไม่ยึดในหลักปฏิบัติ สุดท้ายความสูญเสียพวกนี้ โดยเฉพาะความสูญเสียในชีวิต ไม่สามารถเอากลับมาได้ ดังนั้น พรรคไทยก้าวใหม่ จึงประกาศตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อบริหารประเทศด้วยอุดมการณ์ มีความกล้าหาญ ที่เราต้องพูดความจริง และสิ่งสุดท้ายที่สําคัญที่สุดที่ทุกประเทศพัฒนาแล้วต้องมี คือต้องบริหารประเทศด้วยความรู้ พ้นความยากจน 

“ต่อให้มีข้อมูลแค่ไหน คนดี คนขยันแค่ไหน แต่ผู้นําไม่บริหารประเทศด้วยความรู้ เพราะสถานการณ์น้ําท่วมที่ภาคใต้ กลาง ปัญหาฝุ่นพิษ เศรษฐกิจ บ่งบอกอยู่ว่า วันนี้ประเทศไทยยังไม่ได้บริหารด้วยความรู้ พรรคไทยก้าวใหม่จึงขอเสนอตัว คัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ มีความเป็นมืออาชีพ ที่สําคัญเป็นคนที่มีซื่อสัตย์สุจริต เพื่อดูแลประชาชน ทําให้ประเทศไทยเจริญ เติบโตก้าวใหม่ พ้นจากความยากจน” นายสุชัชวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากในตอนนี้พรรคไทยก้าวใหม่เป็นรัฐบาล จะมีการบริหารจัดการสถานการณ์น้ําท่วมอย่างไร นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า “ถ้าเกิดผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมบอกได้เลยว่า เหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้นอย่างนี้แน่นอน น้ําท่วมคือน้ําท่วม แต่ความสูญเสียจะไม่เป็นเช่นนี้ น้ําจะลดเร็วกว่านี้ การป้องกันภัยจะมืออาชีพ การกู้ภัยจะไม่สับสน ชัดเจน แม่นยํากว่านี้ การฟื้นฟูจะได้รับการเตรียมตัวรวดเร็ว การเยียวยาจะได้รับการดูแลทั่วถึง เข้าใจหัวอกของประชาชนมากกว่านี้” 

เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะในการจัดการภัยพิบัติขณะนี้ อยากฝากอะไรไปถึงรัฐบาล เนื่องจากยังมีขั้นตอนหลายอย่างซ้ำซ้อน แม้กระทั่งการลงทะเบียนเยียวยา นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า อันดับแรกอยากให้กําลังใจนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล แต่วันนี้ท่านต้องรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ นอกจากจะพูดให้มีหลักในการปรับปรุงไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะแม้แต่คนในพรรคเดียวกับท่าน ก็มีการบอกว่าผิดพลาดอย่างไร หากผิดพลาด เราก็มาแก้กัน ตนแนะนําไปแล้วว่า ควรแก้อย่างไร ไปถึงระบบการทํางาน ราชการ โครงสร้าง เพราะหากยังเป็นแบบนี้ หาดใหญ่ก็จะเจออีก  ภาคกลาง กรุงเทพฯ ก็จะเจออีก ถ้าไม่กลับมาแก้ที่โครงสร้างทางวิศวกรรม ทำให้ยั่งยืน ทั้งที่วันนี้ต้องเข้าสู่ภาวะฟื้นฟูเยียวยา แต่เราก็เห็นว่า มันมั่วไปหมด ดังนั้น ในมิติการฟื้นฟู รัฐต้องจัดการให้เร็วกว่านี้ และเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้น จะทอดยาวเป็นเดือน และสุดท้ายแม้เคลียร์น้ำได้แล้ว แต่บ้านเคลียร์ไม่ได้ ประชาชนก็ไม่ฟื้นสักที

นายสุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเยียวยาในพื้นที่ เราเห็นว่ามีเอกสารเป็นตั้งๆ เห็นกับตา เป็นภาระประชาชนจริงๆ วันนี้ รัฐจะพูดปากเปล่าไม่ได้ว่า เอาแค่บัตรประชาชนใบเดียว แต่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ทําเอง แต่ท่านก็ต้องเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ เขาก็ไม่อยากเจอความผิดย้อนหลัง เพราะฉะนั้น การคิดล่วงหน้าว่า จะเจอปัญหาอย่างไร ควรจัดการให้เบ็ดเสร็จทีเดียว ไม่ใช่ลักลั่นกลับไปกลับมาแบบนี้ เพราะสุดท้ายประชาชนก็เสียโอกาสไปเรื่อยๆ เงินภาษีแต่ก็ตั้งเยอะนะ ควรเอามาจัดการในการดูแลประชาชนให้มากกว่านี้ เร็วกว่านี้ ไม่ใช่สร้างความสับสนแบบที่เห็นทุกวันนี้

เมื่อถามถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะมีความชัดเจนภายในเดือนนี้หรือไม่ เนื่องจากพรรคอื่นๆ มีการเปิดตัวเยอะแล้ว นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ที่แน่ๆ จะเห็นตนเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งตนมีความพร้อม ทั้งชีวิตที่ทุ่มเท และประสบการณ์ความสําเร็จที่เสียสละ เพื่อประชาชน วันนี้ไม่ใช่แค่ตนคนเดียว แต่ยังมีทีมงานพรรค ถ้าเลือกเรา ท่านได้เราจริงๆ 

ต้องรีบแต่งตัว-เดินเกมเร็ว! ‘อภิสิทธิ์’ชี้‘ปชป.’เวลาน้อย หากมี‘ยุบสภา’ก่อนกำหนด

ต้องรีบแต่งตัว-เดินเกมเร็ว! ‘อภิสิทธิ์’ชี้‘ปชป.’เวลาน้อย หากมี‘ยุบสภา’ก่อนกำหนด

ต้องรีบแต่งตัว-เดินเกมเร็ว! ‘อภิสิทธิ์’ชี้‘ปชป.’เวลาน้อย หากมี‘ยุบสภา’ก่อนกำหนด

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

“อภิสิทธิ์”เผยมีผู้แสดงความจำนงร่วมแคมเปญ”สส.ที่ดีคุณเองก็เป็นได้นะ”มากมาย ยันเร่งกระบวนการเฟ้นเลือก ยึดหลักเกณฑ์-มีเหตุผลอธิบายได้ ให้ทันรับเลือกตั้ง ชี้”ปชป.”เวลาน้อย ต้องรีบแต่งตัว-เดินเกมเร็ว หากมี”ยุบสภา”ก่อนกำหนด ยันสถานะ”ฝ่ายค้าน”หากมี”ซักฟอก” หวัง”ปปง.”ต่อยอดหลักฐานล้วงสาวขบวนการสแกมเมอร์‘ กังขารัฐบาลตั้งคนเอี่ยวโยง”เบน สมิธ”เหมาะสมหรือไม่ ให้กำลังใจทุกฝ่ายร่วมฟื้นฟูหลังวิกฤตอุทกภัยใต้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมผู้สมัคร สส.ของพรรคในภาคกลาง ว่า ขณะนี้เมื่อเราได้ปิดรับสมัครตามโครงการ “สส.ที่ดีคุณเองก็เป็นได้นะ” มีผู้แสดงความจำนงขอเข้ามาเป็นจำนวนมาก ก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนกฎหมาย ในกระบวนการสรรหารับฟังความคิดเห็นจากบรรดาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด แต่ในส่วนกลางเราเปิดโอกาสให้มาทำกิจกรรม แสดงวิสัยทัศน์ แลกเปลี่ยน เพื่อที่จะเป็นข้อมูลประกอบเพิ่มเติมด้วย ตนก็พยายามเร่งรัดขั้นตอนให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ให้ทันกับการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า บางเขตมีผู้สมัครลงเลือกตั้ง 2 คน เราจะมีวิธีการคัดเลือกอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีหลายเขตที่มีผู้แสดงความจำนงเข้ามามากกว่าหนึ่งคน บางเขต 5 – 6 คนด้วยซ้ำ แต่ก็เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนที่ที่กรรมการสรรหาได้วางเกณฑ์ไว้แล้ว เรื่องความรู้ความสามารถ อุดมการณ์ทางการเมืองประกอบกัน มันคงไม่มีสูตรตายตัว แต่จะพิจารณาให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์มากที่สุด มีเหตุผลที่จะอธิบายได้ สำหรับคนที่ไม่ได้รับการคัดเลือก หรือไม่สมหวัง เราจะเชิญชวนให้มาทำงานกับเราต่อในสถานะอื่น

เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศเขตเลือกตั้งใหม่ออกมา มีเขตเลือกตั้งในจังหวัดภาคใต้ อย่างนครศรีธรรมราช หายไป 1 เขต ได้มีการหารือกันอย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในแต่ละพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้มีการคาดการณ์ไว้แล้วพอทราบแนวโน้มของประชากร ทางรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบพื้นที่ในแต่ละภาคได้เตรียมการไว้แล้ว

เมื่อถามถึงสัญญาณการยุบสภาภายในปีนี้ มีการเตรียมพร้อมอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่จริงไม่ได้มีความชัดเจนขนาดนั้น ดูนายกรัฐมนตรีจะวางเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปิดอภิปรายไม้ไว้วางใจเอาไว้ ก็ยังไม่ทราบว่าแต่ละพรรคจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องทำให้พร้อมเร็วที่สุด พรรคประชาธิปัตย์มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างน้อย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค สส.ที่อยู่กับเราในการเลือกตั้งครั้งหน้ามีจำนวนไม่มาก เราก็เร่งรัดแข่งขันทำงานกับเวลา

เมื่อถามว่า หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ จะยืนอยู่ฝั่งไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็นฝ่ายค้าน แต่ทาง นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประสานงานอยู่ เพราะเรามีข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องสแกมเมอร์ ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น ขณะนี้การที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการ นายเบน สมิธ ถือว่า ปปง.เห็นว่ามีความเชื่อมโยงความผิดมูลฐานต่างๆ ในส่วนที่เราได้ยื่นไป เป็นเรื่องการโยงใยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยบกับ นายเบน สมิธ หวังเห็น ปปง.เดินหน้าต่อเลย เพราะเหตุผลเพียงพอแล้วที่จะใช้อำนาจของ ปปง.ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน รวมถึงการขยายผลไปสู่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

“ผมมีคำถามไปยังรัฐบาลว่า กรณีที่มีการตั้งอดีตที่ปรึกษา หรือทีมกฎหมายของ นายเบน สมิธ มีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะให้คงตำแหน่งในรัฐบาลต่อไป ส่วนจะใช้เป็นประเด็นในการซักฟอกหรือไม่นั้น พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คุยกับฝ่ายค้านพรรคอื่น แต่ก็มีการรวบรวมประเด็นเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหลายไว้แล้ว” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ตนขอให้กำลังใจกับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ผ่านมาคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ในการติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือมาตลอด โดยมีทั้งนักธุรกิจ และประชาชนทั่วไปทยอยมาบริจาคสิ่งของที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ตลอดเวลา จึงอยากให้ประชาชนในภาคใต้เข้าใจว่าคนทั้งประเทศมีความห่วงใย และอยากช่วยเหลือ ขณะเดียวกันก็เป็นกำลังใจให้กับอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเหนื่อยยาก และหวังว่ามาตรการในการเยียวยาจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพราะรัฐบาลก็พยายามปรับปรุงขั้นตอนต่างๆ ดังนั้น ในช่วงนี้ตนอยากเป็นกำลังใจให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจะมีอุปสรรคมากมาย เช่น เอกสารสูญหาย หรือปัญหาอื่นๆที่ทำให้เกิดความขลุกขลัก แต่ก็รู้ว่าทุกคนเดือดร้อนและต้องการให้มีความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ผบ.ทอ. ยันกองทัพดำรงขีดความสามารถ ในการปกป้องประเทศอย่างเต็มที่

ผบ.ทอ. ยันกองทัพดำรงขีดความสามารถ ในการปกป้องประเทศอย่างเต็มที่

ผบ.ทอ. ยันกองทัพดำรงขีดความสามารถ ในการปกป้องประเทศอย่างเต็มที่

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

ผบ.ทอ. ยัน กองทัพดำรงขีดความสามารถ ในการปกป้องประเทศอย่างเต็มที่ ยัน ช่วยเหลือสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ที่ลำเลียงสิ่งของไปส่งกว่า 100 เที่ยวบินแล้ว

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจในการฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยส่งบุคลากร ทอ.ลงพื้นที่ช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จะมีผลกระทบต่อด้านความมั่นคง ต่อการรักษาอธิปไตยของชาติหรือไม่ ว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ กองทัพอากาศได้ลำเลียงสิ่งของที่จำเป็น ทั้งในภารกิจช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย และการฟื้นฟูพื้นที่หลังจากระดับน้ำลดลง ทางเครื่องบินกว่า 100 เที่ยวบิน รวมน้ำหนักสิ่งของที่บรรทุกกว่า 200 ตัน ด้วยศักยภาพทุกอย่างที่กองทัพอากาศมี
      
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ในขณะเดียวกัน ก็ได้เน้นย้ำและสั่งการ ให้ดำรงขีดความสามารถในการป้องกันประเทศมากที่สุดด้วย โดย ผบ.ทอ. ได้ยืนยันให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า กองทัพอากาศมีความพร้อมเสมอ เมื่อไหร่ก็ตามที่จำเป็นต้องใช้ขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ป้องกันอธิปไตย และปกป้องน่านฟ้าไทย กองทัพอากาศจะดำเนินการอย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวล

ภราดร เผย นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการถอดบทเรียน รับมือมหาภัยในอนาคต ก่อนยุบสภา

ภราดร เผย นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการถอดบทเรียน รับมือมหาภัยในอนาคต ก่อนยุบสภา

ภราดร เผย นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการถอดบทเรียน รับมือมหาภัยในอนาคต ก่อนยุบสภา

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.12 น.

“ภราดร” เผย นายกฯตั้ง คกก.ถอดบทเรียนรับมือมหาภัยในอนาคต เชิญนักวิชาการ-เอกชนให้ข้อคิด ระบุ รวบรวมให้เสร็จก่อนยุบสภา ลั่น ใช้วิกฤตสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ ยัน เยียวยาศพละ 2 ล.ในพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จว.อื่นค่อยพิจารณา

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศป.กฉ. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายกฯได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อที่จะถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือมหาภัยต่างๆ ที่เราเชื่อว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าภัยครั้งนี้ไม่ใช่ภัยครั้งสุดท้าย เพราะในประเทศมีการเกิดภัยและมหาภัยต่างๆ ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ ในหลายพื้นที่ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้งหลาย เราไม่เคยมีการถอดบทเรียนหรือสรุปบทเรียนเลย และเมื่อภัยครั้งใหม่มาเราก็ใช้ทรัพยากรของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ถือเป็นบทเรียนของประเทศนี้ โดยในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมีความจำเป็น รัฐบาลนี้ได้ใส่ใจและให้ความสำคัญในการที่จะสรุปบทเรียนเพื่อที่จะให้ภัยครั้งนี้เป็นตำราเล่มใหญ่ เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นระบบ

นายภราดร กล่าวว่า โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีนายกฯเป็นประธาน และมีคณะกรรมการจากทุกหน่วยงานของราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้ามาให้ข้อคิดและให้บทเรียน รวมถึงเชิญภาคธุรกิจ ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นายเสรี ศุภราทิตย์ รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) และนายแก้วสรร อติโพธิ เพื่อเข้ามารวบรวมและสรุปบทเรียน และวางแผนสำหรับการรับมือมหาภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ นำเอาหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (บีดีไอ) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือหน่วยงานภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งจะนำเข้ามาและวางแผน เพื่อที่จะทำให้ในอนาคตประเทศนี้มีเครื่องมือที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพในการที่จะรับมือกับภัยพิบัติตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุ

นายภราดร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. รัฐบาลประกาศความร่วมมือกับ Tomorrow.io ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยในเรื่องของการพยากรณ์อากาศ โดยจะมีการวางระบบในเรื่องการแจ้งเตือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพื่อที่จะเชื่อข้อมูลของภาครัฐ เพื่อที่จะอพยพประชาชนก่อนที่จะเกิดเหตุในเวลาที่เหมาะสม หรือเมื่อเกิดเหตุแล้วจะต้องมีการวางแผนบูรณาการในเรื่องการช่วยคน โดยเฉพาะเรื่องกู้ภัยที่บุคลากรของภาครัฐจำนวนไม่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างทีมขึ้นมาเป็นทีมอาสา โดยทีมอาสาทั้งหมดจะต้องเข้ามาขึ้นทะเบียนกับ ปภ. และเมื่อมีเหตุ ปภ.จะสามารถที่จะประสานงานกับทีมกู้ภัยที่เป็นเอกชนเข้ามาช่วยเหลือประชาชน

นายภราดร กล่าวว่า สำหรับเรื่องเยียวยาที่มีปัญหาและอุปสรรคบ้าง รัฐบาลนี้กำลังจะเอาบทเรียนนี้ไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แก้ไขปัญหาระบบราชการที่ติดขัดและมีเส้นทางที่ยาวนาน ยุ่งยากสำหรับประชาชน โดยจะเอาบทเรียนตรงนี้ไปสรุปบทเรียน และไปแก้ระเบียบและกฎหมายทุกข้อที่มีความจำเป็นในการที่จะช่วยเหลือชีวิตของประชาชน ซึ่งจะมีการดำเนินการเยียวยาให้กับประชาชนให้ได้รวดเร็วและสร้างความลำบากให้กับประชาชนให้น้อยที่สุด ซึ่งรัฐบาลนี้พยายามที่จะใช้วิกฤตนี้มาสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ เพื่อสร้างระบบในการป้องกันมหาภัยหรืออุทกภัยหรือภัยต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตให้เป็นรูปธรรม และเป็นระบบมากกว่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงสะท้อนประชาชนนอกเขต พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องเงินเยียวยาศพละ 2 ล้านบาท รัฐบาลจะมีการทบทวนการจ่ายเงินเยียวยาให้ได้อย่างเท่าเทียมหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยและหารือกันใน ครม. ในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะเอาแต่เฉพาะในเขตที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อน คือ จ.สงขลา ถ้ากรณีจังหวัดใกล้เคียงหรือจังหวัดอื่นใดในประเทศนี้ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมและมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นก็จะต้องนำไปพิจารณากันในลำดับถัดไป

เมื่อถาม คณะกรรมการรวบรวมบทเรียนที่มีนายกฯเป็นประธาน จะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ นายภราดร กล่าวว่า จะทำให้เร็วที่สุด โดยนายกฯได้กำชับว่าพยายามทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้ และจะต้องเป็นมติ ครม.ก่อนที่จะมีการยุบสภาให้ได้ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีเวลาในการที่จะถอดบทเรียนทั้งหมดไม่เกิน 2 เดือน ประมาณเดือนกว่าๆ ก่อนที่จะยุบสภา

รัชดา เผยจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1.2 แสนครัวเรือน ย้ำ’น้ำ-ไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต’ครอบคลุมพื้นที่ 100%

รัชดา เผยจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1.2 แสนครัวเรือน ย้ำ'น้ำ-ไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต'ครอบคลุมพื้นที่ 100%

รัชดา เผยจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1.2 แสนครัวเรือน ย้ำ’น้ำ-ไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต’ครอบคลุมพื้นที่ 100%

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

 “รัชดา” เผย คืบหน้า จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1.2 แสนครัวเรือน ย้ำน้ำ-ไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ตครอบคลุมพื้นที่ 100% เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนจัดการขยะ พร้อมยืดเวลาส่งเงินสมทบประกันสังคมออกไป 6 เดือน

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. แถลงถึงความคืบหน้าเรื่องการจ่ายเงินเยียวยา ว่า 2 วันที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปเยอะแล้ว ซึ่งช่วงวันที่ 1-2 ธ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้โอนเงินเข้าบัญชีพี่น้องประชาชนแล้ว 120,949 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 1,088,541,000 บาท ในจำนวนที่โอนแล้วยังไปไม่ถึงพี่น้องประชาชนบางส่วน 2,878 ครัวเรือน เนื่องจากไม่ได้ผูกกับพร้อมเพย์ ขอย้ำอีกทีว่า ไม่ต้องกังวลเมื่อดำเนินการผูกกับพร้อมเพย์แล้ว ธนาคารออมสินจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีทีเดียว สำหรับวันนี้มีการโอนต่อ โดยตัวเลขจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะโอนให้ 66,187 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 595,683,000 บาท แบ่งเป็น 4 จังหวัด โดยมีจังหวัดสงขลา 46,976 ครัวเรือน ปัตตานี 16,953 ครัวเรือน สุราษฎร์ธานี 1,997 ครัวเรือน และยะลา 261 ครัวเรือน เชื่อว่า จากนี้ไปจำนวนจะเพิ่มขึ้น ด้วยการปลดล็อคกฎระเบียบ และการเน้นย้ำเรื่องวิธีการที่ขอทำให้สะดวกที่สุด ไม่เป็นภาระกับประชาชน รวมถึงธนาคารออมสินระดมเจ้าหน้าที่คีย์ตัวเลขเพื่อให้กระจายเงินเข้าสู่บัญชีให้ได้มากที่สุด 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องประปาไฟฟ้า รวมถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ต สำหรับเรื่องน้ำไฟ 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่อาจมีจุดย่อย อย่างกรณีน้ำประปาบ้านเรือนพื้นที่ใกล้สะพาน เพราะท่อประปาที่อยู่ตามคอสะพาน มีการชำรุด จุดนี้การประปาจะเร่งเข้าไปดำเนินการซ่อมแซม ส่วนของไฟฟ้าในพื้นที่ อ.หาดใหญ่  มี 5,000 กว่าครัวเรือนที่กระจายกันอยู่ ยังไม่สามารถจ่ายไฟให้ได้ ไม่ใช่ว่าการไฟฟ้าไม่พร้อม แต่ปัญหาที่ทำให้ไฟไปไม่ถึง เพราะ บ้านปิด, ที่บ้านระบบไฟฟ้ามีความเสียหายต้องซ่อมใหญ่ อาจต้องใช้เวลา ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเข้าไปดำเนินการดูแลให้ หรือบางส่วนเบรคเกอร์ไฟเสีย เพราะฉะนั้น 5,000 ครัวเรือนที่ไฟยังไปไม่ถึงขอเวลานิดหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของทุกคน  ส่วนเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต  กสทช. แจ้งมาว่า ณ เวลานี้ครอบคลุม 98% แล้ว 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญ คือเรื่องการกำจัดขยะ อย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องใหญ่และเป็นวาระที่บูรณาการกันทุกภาคส่วน ทางทหารบูรณาการเรื่องกำลังพล ร่วมกับอาสาสมัคร อาสารักษาดินแดน และ อาสาสมัครจากประชาชน กระจายอยู่ใน 4 โซน ส่วน อบจ. ดูเรื่องตรอกซอกซอยเล็กๆ ทหารจะดูเรื่องของถนนพื้นที่สาธารณะในภาพกว้าง ซึ่งดำเนินการทำการตลอด 24 ชั่วโมง แต่อาจมีคำถามบางพื้นที่อยู่ในการดูแลของ อบจ. มีการตั้งข้อสังเกตเก็บขยะจริงหรือไม่ ต้องเรียนว่ากระบวนการการเก็บขยะ เริ่มจากที่บ้านทำความสะอาด เอาขยะออกไปวางที่หน้าปากซอย เพื่อให้ทหารมาขนไป  แต่สมมติทำความสะอาดตรอกซอกซอยในตอนเช้า แต่ในตอนเย็น หรือตอนค่ำ พี่น้องประชาชนอาจมีขยะมาเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นอาจมีความเข้าใจไปว่ายังไม่ได้มีการ กวาดขยะออกไป ไม่ใช่ในลักษณะนั้น อย่างไรก็ตามเราจะทำงานสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจเรื่องของการเก็บขยะ และไม่ได้ย่อท้อในเรื่องการดำเนินการประเด็นนี้แต่อย่างใด ในภาพรวมทาง ศป.กฉ. ได้รับรายงานว่า มีการคลี่คลายสถานการณ์ขยะไปอย่างมาก

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องการจราจร วันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานข้อมูลจำนวนรถรอการเคลื่อนย้ายในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มียอดตรวจสอบ 513 คัน ติดต่อเจ้าของแล้ว 170 คัน ติดต่อเจ้าของไม่ได้ 86 คัน และอยู่ระหว่างการดำเนินการค้นหาเบอร์โทรเจ้าของรถ 343 คัน  สำหรับพี่น้องที่รับฟังการแถลงข่าววันนี้ อยากติดตามว่ารถอยู่ไหนให้ติดต่อที่หมายเลขของตำรวจได้เลย ที่เบอร์ 191 หรือ 1599 หรือโทรไปยังกรมการขนส่งทางบก 1584 ในภาพรวมการจราจรทางตำรวจได้ขนย้ายรถที่จอดกีดขวางเส้นทางคมนาคมออกไปแล้ว แต่ยังเหลืออยู่บ้างบริเวณไหล่ถนน พร้อมย้ำว่า ขอให้สบายใจเรื่องการจราจรในพื้นที่ 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องการสำรวจความเสียหายของอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมแล้ว และดำเนินการลงพื้นที่สำรวจอาคารว่ามีจุดไหนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหรือไม่ สำหรับประชาชนที่ต้องการจะแจ้ง ความต้องการที่ให้เข้าสำรวจ โทรได้ที่หมายเลข 1531 ส่วนเรื่องประกันสังคม ในเรื่องการจ่ายเงินสมทบช่วงเวลาสถานการณ์ที่ทุกภาคส่วนเดือดร้อนขนาดนี้ทางประกันสังคมได้แจ้งมาว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ในระบบประกันสังคมไม่ต้องกังวลเรื่องการจ่ายเงินสมทบ เพราะประกันสังคมจะขยายเวลาออกไป 6 เดือน เช่น ต้องจ่ายในเดือนพ.ย. ก็ไปจ่ายอีก 6 เดือนข้างหน้าได้ เป็นต้น เพราะฉะนั้น ระยะเวลาขยายการจ่ายเงินประกันสังคมนับตั้งแต่เดือนพ.ย.68 ไปจนถึงเม.ย.69 ให้ขยายแต่ละช่วงออกไป 6 เดือน

‘สว.ภิญญาพัชญ์’ แนะ ‘รัฐบาล’ จัดตั้งศูนย์ One Stop Service บริการ ปชช.

‘สว.ภิญญาพัชญ์’ แนะ ‘รัฐบาล’ จัดตั้งศูนย์ One Stop Service บริการ ปชช.

‘สว.ภิญญาพัชญ์’ แนะ ‘รัฐบาล’ จัดตั้งศูนย์ One Stop Service บริการ ปชช.

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.58 น.

‘สว.ภิญญาพัชญ์’ แนะ ‘รัฐบาล’ จัดตั้งศูนย์ One Stop Service บริการ ปชช. เร่งจ่ายเงินเยียวยาท่วมใต้ ข้องใจให้เก้าพันเท่าเทียมหรือไม่ ชี้รัฐบาลทำงานรวดเร็วตามศักยภาพที่มี 

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะรองโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ฯว่า ในเรื่องงบประมาณการชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประสบกับปัญหาภัยพิบัติจำนวนมาก ทั้งน้ำท่วมหลายพื้นที่ ปีนี้ที่เห็นชัด ๆ ก็ที่จังหวัดน่าน กลุ่มจังหวัดภาคกลาง และล่าสุดคือทางภาคใต้ ซึ่งที่ประชุมฯ ได้การพิจารณาด้านระเบียบกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องว่าควรปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชนตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น การใช้งบประมาณในกรณีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินควรมีความรวดเร็วและความเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ และเตรียมความพร้อมถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่น ภัยสงคราม ภัยไซเบอร์ ภัยจากสภาพอากาศ และภัยอื่น ๆ โดยมอบหมายให้เลขานุการคณะกรรมาธิการจัดทำรายละเอียดโครงการดังกล่าว เสนอในการประชุมในวันอังคารที่ 9 ธันวาคม2568 และเร็ว ๆ นี้ทางกรรมาธิการจะมีโครงการสัมมนาเพื่อปรับปรุงโครงการ การจัดสรรงบประมาณในเรื่องดังกล่าวอีกด้วย
 
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า กมธ.ฯ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัย ทั้งในภาคกลางที่ระดับน้ำยังไม่ลดเป็นปกติรวมถึงภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟูเยียวยา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ กรรมาธิการติดตามบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ยินดีอย่างยิ่ง และเราจะตรวจสอบและส่งข้อเสนอแนะไปยังฝ่ายบริหารต่อไป

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ขณะนี้มีเสียงสะท้อนจากประชาชน เรื่องเอกสารการขอรับเงินเยียวยาที่ยุ่งยากและเหมือนซ้ำเติมประชาชน น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรจัดตั้งศูนย์ One Stop Service หรือศูนย์ให้บริการแบบครบวงจรและให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ซึ่งตนเคยให้ความเห็นส่วนตัวไปว่าการเยียวยา 9,000 บาท เท่าเทียมหรือไม่เพราะในบางพื้นที่ท่วมเป็นระยะเวลานาน เท่ากับบ้านเสียหายทั้งหลัง แต่บางที่ท่วมไม่นานความเสียหายไม่มาก ควรมีการปรับเกณฑ์หรือไม ส่วนเรื่องเอกสารการรับเงินเยียวยา ควรมีเจ้าหน้าที่ลงถึงพื้นที่เพื่อช่วยจัดเตรียมเอกสารและถ่ายภาพ เพราะประชาชนยังไม่สามารถจัดการได้ และขอฝากรัฐบาลให้เร่งจัดสรรงบประมาณเยียวยาถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่ารัฐบาลแก้ปัญหาล่าช้าหรือไม่ น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลมองว่ามีความรวดเร็วตามศักยภาพที่มีในการลงพื้นที่และเยียวยา แต่ถ้ามองในมุมระยะยาวในมาตรการต่าง ๆ การช่วยเหลือในอนาคตการปรับปรุงแผนการระบายน้ำ เพื่อรองรับอุทกภัยในภายภาคหน้าก็มองว่าอยากให้รัฐบาลเร่งพิจารณา

เตรียมชง ครม.ยกเว้น ‘ค่าน้ำ-ค่าไฟ’ หาดใหญ่ 3 เดือน

เตรียมชง ครม.ยกเว้น 'ค่าน้ำ-ค่าไฟ' หาดใหญ่ 3 เดือน

เตรียมชง ครม.ยกเว้น ‘ค่าน้ำ-ค่าไฟ’ หาดใหญ่ 3 เดือน

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

“สิริพงศ์” ขออภัยลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมมีปัญหา จ่อชง ครม. ยกเว้นค่าน้ำ-ค่าไฟหาดใหญ่ 3 เดือน เล็งแก้ข้อบังคับ-กฎหมายทุกข้อ ปรับจ่ายเงินเยียวยาให้เร็ว แจง ใช้วิกฤตสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ ยัน เยียวยาศพละ 2 ล.ในพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จว.อื่นค่อยพิจารณา 

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 3 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) แถลงผลการประชุม ศป.กฉ. ว่า กรณีเรื่องเงินอุดหนุนเยียวยาต้องขออภัยในความไม่สะดวกในการลงทะเบียน เนื่องจากในครั้งนี้รัฐบาลมีความต้องการที่จะให้เงินไปถึงมือพี่น้องประชาชนในระยะเวลาอันรวดเร็วที่สุด เพราะเป็นความจำเป็น เนื่องจากประชาชนเพิ่งผ่านเหตุร้ายมา จำเป็นที่จะต้องมาฟื้นฟูกลับสู่สภาวะปกติให้ได้โดยเร็วที่สุด รัฐบาลจึงได้มีแนวทางในการเร่งดำเนินการ อย่างไรก็ดี เมื่อมีนโยบายไปแล้วแต่ในส่วนของการปฏิบัติยังเกิดความติดขัด ขัดข้องอยู่ในหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่อาจจะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ดังนั้น เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ในที่ประชุม ครม.จึงมีมติยกเว้นในบางกรณี เช่น การทำประชาคมในพื้นที่ จ.สงขลา จึงขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ได้ทราบเป็นแนวทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มีระเบียบชี้แจงไปแล้วว่า การรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้เอกสาร แต่สามารถใช้เลขบัตรประชาชนเท่านั้นก็เพียงพอ แต่หากการดำเนินการยังเกิดความติดขัดล่าช้าก็ต้องขออภัย ซึ่งประธาน ศป.กฉ.ได้ให้ ปภ.พิจารณาขยายเวลาการลงทะเบียนสำหรับผู้ประสบภัยที่จะรับเงินเยียวยา โดยให้ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.68 ซึ่งยังมีเวลาในการดำเนินการพอสมควร และต้องขออภัยเรื่องเว็บไซต์ของ ปภ. ที่จะใช้ลงทะเบียนซึ่งขณะนี้ยังล่มอยู่ โดยประธาน ศป.กฉ.ได้กำชับและให้เร่งแก้ไขโดยเร็ว โดยจะสามารถกลับมาใช้ได้ภายในวันนี้

โฆษก ศป.กฉ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังให้หน่วยงานที่ดูแลสาธารณูปโภค ต่างๆ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้วันนี้จ่ายไฟและน้ำได้ 100% แต่ทั้งนี้ ยังมีความกังวลเรื่องบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ประธาน ศป.กฉ.กำชับว่าอย่าให้เห็น ซึ่งมีคำถามว่าการไม่ส่งบิลจะถือเป็นการชะลอหรือเป็นการยกเว้น โดยในสัปดาห์หน้า กปภ. และ กฟภ. จะเสนอเรื่องเข้ามาในที่ประชุม ครม.เพื่อขอยกเว้นค่าน้ำ ค่าไฟ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่เป็นเวลา 3 เดือน 3 รอบบิล คือ ในเดือน พ.ย.68 – ม.ค.69 ส่วนในบางพื้นที่ก็จะมีการยกเว้นในการเก็บอีกเป็นเวลา 2 รอบบิล ซึ่งหลังจากที่เข้าที่ประชุม ครม. แล้ว ผลการดำเนินการเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบในวาระถัดไป

โฆษก ศป.กฉ. กล่าวว่า ในเรื่องความสะอาด เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ครม.มีมติอนุมัติเงิน 530 ล้านบาท ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ไปใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับการทำความสะอาด ซึ่งสามารถทำได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างภาคเอกชนที่เป็นลักษณะของการจ้างเหมาบริการ เพื่อให้การทำความสะอาดเป็นไปได้ตามไทม์ไลน์ที่นายกฯกำหนดเอาไว้ 7 วัน ประชาชนต้องเข้าอยู่ได้ และ14 วัน อ.หาดใหญ่ต้องสะอาด ซึ่งวันนี้ยังได้รับการยืนยันว่ายังเป็นไปตามไทม์ไลน์อยู่ ส่วนประเด็นที่มีข้อสงสัยเรื่องเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาของทางอิสลามนั้น ทาง ศป.กฉ.ส่วนหน้าได้แจ้งกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาสาเหตุการเสียชีวิตในกรณีที่มีการดำเนินพิธีกรรมทางศาสนาไปก่อนที่จะส่งรายชื่อผู้เสียชีวิตให้กับทางโรงพยาบาล ซึ่งจะไม่มีวิธีที่จะนำร่างขึ้นมาตรวจใหม่ แต่ใช้วิธีให้มีกระบวนการยืนยันจากส่วนที่เกี่ยวข้องในชุมชน

นายกฯกร้าว! ห้ามรุกล้ำ-ย่ำยี ทำลายเกียรติภูมิคนไทย ปมชายแดนบ้านหนองจาน

นายกฯกร้าว! ห้ามรุกล้ำ-ย่ำยี ทำลายเกียรติภูมิคนไทย ปมชายแดนบ้านหนองจาน

นายกฯกร้าว! ห้ามรุกล้ำ-ย่ำยี ทำลายเกียรติภูมิคนไทย ปมชายแดนบ้านหนองจาน

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.46 น.

นายกฯ กร้าว ‘ห้ามรุกล้ำ-ย่ำยี- ทำลายเกียรติภูมิคนไทย’ ปมชายแดนบ้านหนองจาน ปัดขีดเส้นตาย‘ชาวกัมพูชา’ต้องย้ายออกก่อนยุบสภา ย้ำ ความมั่นคงไม่มีกรอบกำหนด

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 11.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการผลักดันให้ชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว จะเสร็จทันก่อนรัฐบาลประกาศยุบสภาฯ หรือไม่ ว่า ให้ทางฝ่ายกองทัพดำเนินการอยู่ ไม่เกี่ยวข้องกับการยุบสภาฯ เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง

เมื่อถามว่า ไม่ได้มีการขีดเส้นหรือกำหนดกรอบระยะเวลาไว้ใช่หรือไม่ ว่าต้องออกก่อนการยุบสภาฯ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน พอเป็นเรื่องความมั่นคงประเทศและอธิปไตยของประเทศ ไม่มีกรอบ แต่กรอบอธิปไตยของประเทศ คือ ห้ามรุกล้ำ ห้ามย่ำยี ห้ามทำลายเกียรติภูมิ ห้ามคนไทยโดนทำร้าย และไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้