‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’พาเที่ยวเต็มอิ่ม วัดปากน้ำโจ้โล้ กราบขอพรหลวงพ่อโต

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’พาเที่ยวเต็มอิ่ม วัดปากน้ำโจ้โล้   กราบขอพรหลวงพ่อโต

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’พาเที่ยวเต็มอิ่ม วัดปากน้ำโจ้โล้ กราบขอพรหลวงพ่อโต

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง  พาท่านผู้ชมเที่ยว วัดปากน้ำโจ้โล้  อีกวัดสำคัญของจ.ฉะเชิงเทรา ที่นี่มีอุโบสถสีทองสวยงาม หนึ่งเดียวของประเทศ ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่และยังเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเคยกรีฑาทัพผ่านมาและรบกับข้าศึกตรงนี้  ซึ่งเมื่อชนะแล้วยังได้สร้างอนุสรณ์เอาไว้ในบริเวณนี้ด้วย  มาถึงวันนี้จุดแรกที่ หนุ่ม แท่ง พามาเยือน คือ  มณฑป  กราบขอพรหลวงพ่อโต แต่จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง ต้องติดตามชมให้ดี   แล้วไปสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน  อุโบสถไหว้พระประธาน  แล้วไปกราบหลวงพ่อเงินไหลมาเทมา นอกจากนี้หนุ่ม แท่ง ยังบอกเล่าที่มาของชื่อวัดว่า “โจ้โล้” และพาไปดูอุโบสถสีทองที่สวยงาม และยังสามารถลอดพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย

ทัวร์วัดแล้ว ไปเติมพลังแบบอร่อยตบโต๊ะที่  ร้านไก่หุบบอน บางคล้า ไก่นุ่มหนึบ ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่ว่าจะนำมาปรุงอาหารเป็นเมนูอะไรต่างก็มีรสชาติถูกใจนักชิมทั่วประเทศ นอกจากไก่หุบบอน ยังมีน้ำยาปูรสเด็ดให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “เรื่องราวเกี่ยวกับวัดปากน้ำโจ้โล้ยาวนานจริง ๆ และยังเป็นวัดที่สำคัญอีกแห่งของฉะเชิงเทราอีกด้วย  หนุ่มแท่งบอกได้เลยว่า ต้องมาเช็กอินกันให้ได้เลยล่ะครับ

ททท. พร้อมต้อนรับ นทท.ต่างชาติ เที่ยวไทย อุ่นใจ ด้วยตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand

ททท. พร้อมต้อนรับ นทท.ต่างชาติ เที่ยวไทย อุ่นใจ ด้วยตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand

ททท. พร้อมต้อนรับ นทท.ต่างชาติ เที่ยวไทย อุ่นใจ ด้วยตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คำนึงถึงความปลอดภัยและมาตรฐานในการบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยการจัดทำโครงการตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนแห่งความเชื่อมั่น และความมั่นใจในการท่องเที่ยวภายในประเทศไทย โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านการประเมินสถานประกอบการต่าง ๆ ภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพร้อมยกระดับการบริการ

ซึ่งตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand ไม่เพียงเป็นการยกระดับการบริการของสถานประกอบการภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แต่ยังเป็นสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกมั่นใจได้ในการเข้าใช้บริการ และการรับรองความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวโดยในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ททท. ได้ดำเนินการจัดงานแถลงข่าวความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและพิธีมอบตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน โดยมีสถานประกอบการจากทั้ง 4 ประเภทกิจการเข้าร่วมรับตราสัญลักษณ์   ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถดูรายละเอียดสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ฯ แล้วผ่านทางเว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/trustedthailand และสามารถให้คะแนนผ่านการสมัครสมาชิก และ review สถานประกอบการบนเว็บไซต์ได้

‘เอ-แป้ง’ออนทัวร์ จ.กาญจนบุรี พาดูแหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง

‘เอ-แป้ง’ออนทัวร์ จ.กาญจนบุรี พาดูแหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง

‘เอ-แป้ง’ออนทัวร์ จ.กาญจนบุรี พาดูแหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พ่อเอ-ไชยา และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  จะพาแฟนรายการ มิตรรัก ทั่วไทย  ไปตามหาของดีที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดรายการที่บริเวณสันเขื่อนศรีนครินทร์ กับวิวเขื่อนศรีนครินทร์ไกลสุดลูกหูลูกตา ก่อนที่จะเดินทางไปตามหาของดี ซึ่งบริเวณเขื่อนชาวบ้านจะประกอบอาชีพเลี้ยงปลาน้ำจืดในกระชังกันเยอะ ที่อำเภอนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ประมาณ 80% จะเป็นชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก งานนี้แม่ ๆ ชาวศรีสวัสดิ์จึงแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติพันธุ์  นั่งแพลอยน้ำมาต้อนรับ พ่อเอ-ลูกแป้งอย่างอบอุ่น เมื่อลงจากแพชาวบ้านก็เต้นรำ แล้วให้สองพ่อลูกร่วมเต้นรำด้วย และดึงทั้งคู่ขึ้นแพข้ามไปดูการเลี้ยงปลาในกระชังของดี ของชาวศรีสวัสดิ์  

ซึ่งที่ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสัตว์น้ำปลาเลี้ยงคนเขื่อนศรีนครินทร์ แห่งนี้ ต้องบอกว่าทำเอา พ่อเอ ลูกแป้ง ตื่นตาตื่นใจกันมาก เพราะที่นี่มีปลามากมายทั้ง ปลาคัง, ปลาแรด, ปลาทับทิม, ปลากราย  ฯลฯ  ซึ่งแต่ละชนิดล้วนแต่ตัวใหญ่ ๆ มาถึงถิ่นแล้วตามสไตล์ เอ แป้ง ที่ต้องล้วงลึกแบบจัดเต็ม ทั้งเจาะลึกพูดคุยถึงวิธีการเลี้ยง ระยะเวลาในการเลี้ยงปลาแต่ละชนิด ก่อนที่จะไปดูการแปรรูปเนื้อปลาคัง, ทอดมันปลากรายพริกกระเหรี่ยง  แต่ละผลิตภัณฑ์ต้องบอกว่าหน้าตาดีมากจริง ๆ แถมวันนี้ชาวบ้านก็จัดเต็มเสิร์ฟเมนูเด็ดที่ทำจากปลาคังให้ได้ชิมกันด้วย ก่อนกลับ  พ่อเอ-ลูกแป้ง ไม่ลืม ที่เชิญชวนชาวบ้านยกผลิตภัณฑ์ของดีมาให้แฟน ๆ รายการได้เห็น
แบบจุใจ  ใครที่สนใจของวิสาหกิจชุมชนไหน ที่ รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  อยากอุดหนุน สนับสนุนไปลองชิม สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  

ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน

ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน

ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.21 น.

29 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นประเด็นให้ใส่ใจทันทีเมื่อ ‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@pexky_sretunya”เป็นภาพที่เธอได้รับหมายศาล โดยแคปชั่นมระบุว่า “ตัวเย็นไปหมดเลยค่ะ ใครมีเบอร์ทนายแก้วบ้างคะ #ทนายแก้ว ” พร้อมข้อความอีกว่า “”ตกใจมากค่ะ กลับจากทำงานมา ได้รับหมายศาลจากคนในอดีต ฟ้องแบ่งทรัพย์สินเป็กค่ะ””

ด้านแฟนคลับและผู้ติดตามอินสตาแกรมของ ‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ ต่างพากันตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นพร้อมทั้งพากันเข้าไปคอมเมนต์ส่งกำลังให้กันมากมาย 

ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง ‘แม่-พี่เจนนี่’ยังไม่คุยกัน

ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง 'แม่-พี่เจนนี่'ยังไม่คุยกัน

ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง ‘แม่-พี่เจนนี่’ยังไม่คุยกัน

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.41 น.

“ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” เป็นคนกลางมัน ลำบากใจ ”แม่-พี่เจนนี่“ ยังไม่คุยกัน โดนแซะ! ”ไม่เดือดร้อนไง เพราะไม่เคยช่วยแม่ไง?“

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้ประสบภัย ที่เผชิญกับมหาอุทกภัยใหญ่ที่หาดใหญ่ สำหรับ ”ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น“ เพราะบ้านของตัวเอง ที่ตั้งอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ ได้ถูกน้ำท่วม แม้เจ้าตัวจะเป็นผู้ประสบภัย แต่ก็ยังได้แบ่งปันน้ำใจ ขึ้นมาช่วยพี่สาว “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น“ แพ็คของส่งไปมอบให้กับพี่น้องชาวใต้จำนวนกว่า 31 คันรถใหญ่ เจ้าตัวได้เผยความรู้สึกผ่านรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่ในตอนที่น้ำขึ้น แต่พอเห็นสภาพบ้านก็เกิดอาการช็อคเช่นกัน พร้อมยังเผยถึงเรื่องในครอบครัว กับความสัมพันธ์ของแม่และพี่สาว ที่ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน เจ้าตัวก็ลำบากใจในฐานะคนกลาง รวมไปถึงข่าวลือเตรียมเป็นเจ้าสาวอีกด้วย

ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่  ตอนนั้นเราอยู่ที่ไหน?

“หนูน่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ออกจากพื้นที่ เพราะว่าเรามีคอนเสิร์ตด้วย และตอนนั้นก็มีการเตือนในโทรศัพท์ว่าต้องอพยพ ว่าน้ำจะมา ก่อนที่จะหนักประมาณ 1-2 วัน จากนั้นมันก็หนักทันที มันมาแบบเร็วมาก ตอนที่ออกมาจากบ้าน ก็คิดว่าน้ำน่าจะถึง แค่ที่จอดรถ เพราะจริงๆแล้ว ปีที่แล้วก็ท่วม แต่ในโซนบ้านหนูไม่ท่วม ซึ่งถ้าทุกคนได้เห็นภาพ ก็น่าจะประมาณเอว และเราก็ไม่ได้เข้าไปเก็บ ซึ่งตามคลิปที่ทุกคนได้เห็น เค้าเป็นพี่เจ้าของโครงการ หนูก็วานให้เค้าไปเก็บรองเท้า ที่มันอยู่หน้าบ้าน ทุกอย่างมันก็จมลงไปกับน้ำ แต่ก็โชคดีที่มันไม่ได้ลอยไปไหน“

ซึ่งเราก็รู้สึกเหมือนที่ทุกคนเป็นผู้ประสบภัย?

”คือสิ่งที่ทำให้หนูรู้สึกแย่ เพราะมันเพิ่งผ่านวันเกิดหนูไปได้แค่วันเดียว และอีกวันนึงน้ำก็มา แล้วของขวัญเต็มบ้านเลย ก็จมไปกับน้ำ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าก็แทบจะใช้ไม่ได้เลย เพราะว่าตั้งไว้กับพื้น แล้วพอเสร็จจากรายการ หนูก็จะรีบกลับบ้าน แต่เดี๋ยวก็ต้องคุยกับพี่เจนอีกที ว่าแกจะให้อยู่หาดใหญ่อีกไหม เพราะว่าแกก็กลัว“

ย้อนกลับไปตอนเห็นคลิปครั้งแรกที่น้ำท่วม เรารู้สึกยังไง?

”คือตกใจมาก แต่ส่วนหนึ่งก็ทำใจไว้แล้ว เราไม่คิดว่ามันจะขนาดไหน เพราะอย่างที่เล่าไป ก็คิดว่าจะท่วม แค่ที่จอดรถ มันเกินคาดมาก อีกอย่างเราเสพข่าวจนเราจิตตก“

แม้เราจะเป็นผู้ประสบภัย แต่เราก็ยังส่งถุงยังชีพ ใส่รถบรรทุกไป 31 คัน?

”ก็ต้องขอบคุณของที่ทุกคนตั้งใจเอามาให้ ของมันเยอะมาก ซึ่ง 31 คันที่ส่งไป มันไม่พอ เพราะว่าคนที่ต้องการมันเยอะมาก ซึ่ง 31 คัน ไม่ได้ส่งไปที่หาดใหญ่อย่างเดียว แต่กระจายไปทุกพื้นที่ ที่น้ำท่วมภาคใต้ และหลังจากนี้พี่เจนจะไปทำโรงทานที่หาดใหญ่ เพื่อจะแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ในช่วงฟื้นฟู เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เพียงพอ รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด“

ล่าสุดยูจินไปช่วย แล้วก็ลื่นล้มจนเป็นแผล?

“ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ซึ่งมันช้ำมาก และช่วงที่โดนใหม่ๆ ตอนนอนจะร้องไห้มาก เพราะว่าเค้าชอบเอาหน้าไปหนุนกับมือ และพี่ยิวก็ไม่อยู่ เค้าก็จะงอแงร้องไห้มาก ส่วนดราม่าที่เกิดขึ้น มีคนบอกว่าทำคอนเทนท์ หนูว่ามันไม่ใช่สิ่งที่แม่เค้าต้องการ หนูก็ตกใจเหมือนกัน กับคอมเม้นต์แบบนี้ ก็ช็อคเหมือนกัน ใครจะไปลงทุนให้ลูกตัวเองล้ม และคนก็มองว่าทำไมถึงไม่เอาเด็กอยู่บ้าน คือน้องไปและน้องก็อยู่ในรถบ้าน ตอนที่พี่เจนไปจุดบริจาค แล้วตรงนั้นก็ฝุ่นเยอะ ซึ่งพี่เจนก็ไม่สบายไปแล้ว”

แล้วตอนนี้เราได้ขึ้นมากรุงเทพฯ น้องจาญ่า เป็นยังไงบ้าง?

“ตอนนี้จะคุยเยอะมาก  เหมือนว่าเค้ากำลังโฟกัสหน้าได้แล้ว เค้าจำหน้าได้แล้ว ขนาดถึงเวลากินนมแล้ว เขาก็ยังไม่กิน เขาก็จะคุยอย่างเดียวจนน้ำลายเต็มปาก”

ส่วนเรื่องภายในครอบครัวของเรา  พี่สาวกับแม่เรา เค้าได้คุยกันบ้างแล้วหรือยัง?

“ตอนนี้เวลามันก็ผ่านมาสักพักนึง เร็วๆนี้ พี่เจนก็น่าจะได้คุยกับแม่ ตอนนี้แม่ก็อยู่กรุงเทพ ฯ เหมือนแม่อยากมาช่วยเลี้ยงหลาน เพราะตอนนี้พี่ยิวก็ไม่อยู่ แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะยังไงกันดี หนูอยู่ตรงกลาง เป็นคนคอยส่งข่าวให้ทั้งสองฝั่ง แต่ถามว่าเราอึดอัดไหม เราก็อึดอัดนิดนึง อึดอัดว่าทำไมเราต้องมาอยู่ตรงจุดนี้ ทั้งๆ ที่สองคนก็น่าจะคุยกันได้ แต่ทั้งสองฝ่ายอาจจะเสียใจเหมือนกัน เค้าไม่สามารถคุยกันได้นะตอนนี้ หนูอยากให้เขากลับมาคุยกัน เพราะว่าเค้าก็คือแม่กับลูก”

และย้อนกลับไป วันที่แม่กับพี่สาว ไลฟ์กันไปไลฟ์กันมา ก็พึ่งมารู้เพราะทุกคนเช่นกัน?

“เพราะว่ากว่าจะตื่นก็ 4 โมงเย็น เมื่อคืนเราไปงานดึกมา ก็มีเลขาโทรมาบอกว่า มันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นนะ เราก็อ๋อ… แล้วเราก็หลับต่อ ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะหลับต่อทำไม แต่พอตื่นขึ้นมาได้รับรู้ข่าว ก็ตกใจ ช็อค ซึ่งถ้าเราไปห้าม มันก็จะยังไงก่อน เพราะแต่ละคนก็อัดอั้น และหลังจากที่พี่เจนไลฟ์ปุ๊บ ก็ไม่สามารถติดต่อพี่เจนได้อีกเลย เพราะว่าเค้าไม่ว่าง มันก็เลยกลายเป็นเทศกาลเจนนี่ ก็โทรถามความรู้สึกแม่ เป็นยังไงบ้าง กินอะไรยัง แต่ก็ไม่ได้ถามเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งแค่คิดว่าแม่มีชีวิตอยู่ หนูก็โอเคแล้ว เพราะว่าเรากลัวเค้าจะคิดสั้น”

ซึ่งตัวลิลลี่เอง  ก็รู้สึกว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้?

“ใช่ค่ะ เพราะมันเป็นอะไรที่ตอบยากมาก ขนาดหนูเป็นคนกลาง หนูเป็นคนในครอบครัว หนูก็ไม่มีคำตอบให้กับคนที่สงสัย ก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะเค้าจะทั้งสองคนก็ต่างคนต่างปึ้ง คือทุกคนโดนคอมเม้นต์ต่างๆนานา ซึ่งตัวหนูเองก็โดนด้วย คอมเม้นต์ว่าหนู ว่าหนูไม่เข้าใจพี่เจนหรอก เพราะว่าหนูไม่ได้เป็นคนช่วย แต่จริงๆแล้วหนูช่วย แต่หนูไม่ได้บอก หนูไม่ได้พูด บางคนรู้ เพราะว่าหนูก็ก็ช่วยแม่เหมือนกัน และคอมเม้นต์ที่เสียใจที่สุด คือ ลิลลี่มันไม่เสียใจหรอก เพราะว่ามันไม่เคยช่วยแม่มัน มันไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนในครอบครัว และการที่หนูช่วยแม่หนูไม่จำเป็นต้องมานั่งบอกทุกคน ซึ่งหนูมีสิบ หนูก็ให้แม่สิบ เราให้ไปทั้งบ้าน ให้ทั้งรถ ให้จนหมด พี่เจนเลยไปซื้อบ้านที่หาดใหญ่ให้หนู แต่ก็ดีใจมากที่พี่เค้าซื้อให้

มีอะไรจะบอกชาวเน็ตไหมที่เค้าคอมเม้นต์มา ?

”พูดไปก็ไม่รู้ว่าเค้าจะฟังหรือเปล่า เรื่องบางเรื่องถ้ามันเป็นเรื่องของคนในครอบครัว ก็อยากให้เว้นระยะห่าง ไอ้เรื่องที่อยากรู้ เราเข้าใจอยู่แล้ว หนูก็เป็นคนอยากรู้เหมือนกัน แต่ว่ารู้แล้วแต่ก็ไม่ได้คอมเม้นต์ด่า ถ้าเรามีอะไรเราก็คิดอยู่ในใจ บางคนคอมเม้นต์ด่าคนอื่น จนตัวเองเดือดร้อน จนตัวเองโดนฟ้องก็มี“

และในกรณีเรากับพี่ยิว?

“หนูไม่ได้โกรธอะไรกับพี่ยิว  ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ขนาดเมื่อคืนพี่ยิวอยู่กับพี่เจนเค้าวิดีโอคอลกัน หนูก็ยังคุยกับเขาอยู่เลย มันไม่มีอะไรเลย เราไม่ได้ทะเลาะ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอนอะไรกัน ซึ่งหนูก็หวังว่าให้บ้านเราได้จับเข่าคุยกัน ก็หวังว่าเร็วๆ นี้ ซึ่งถ้าให้หนูต้องเลือกข้าง หนูไม่สามารถเลือกได้ ทุกคนคือคนในครอบครัวเดียวกัน”

ในฐานะที่เราเป็นคนกลาง เราอยากจะบอกอะไรกับพี่เจนและแม่?

“ซึ่งจริงๆหนูไม่ต้องพูดก็ได้ เพราะว่าเคยพูดกับพี่เจนกับแม่ไปแล้ว ก็อยากจะบอกอีกครั้งว่ายังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน วันที่เราคุยกัน วันที่เราอยู่ด้วยกัน มันมีความสุข มันไม่มีความสุขกับวันที่แม่ต้องโทรมาหาหนู แล้วบอกว่าขอดูรูปหลานหน่อย แล้วพี่เจนก็ต้องมาถามหนูว่าแม่เป็นไงบ้าง ซึ่งจริงๆเราสามารถคุยกันได้ อยากให้พี่เจนกับแม่คุยกันเอง โดยที่ไม่ต้องผ่านหนูแล้ว หนูไม่อยากเห็นภาพนี้แล้วหนูอยากเห็นภาพที่เราอยู่ด้วยกัน ซึ่งมันอาจจะยาก แต่ก็หวังเล็กๆว่าอยากให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม“

กลับมาที่ดราม่าเรา  เรื่องซื้อรถป้ายแดง?

”หนูก็ซื้อในช่วงที่เขามีเทศกาลเจนนี่  คือหนูไม่ได้ไลฟ์ แต่มีเจ้าของแบรนด์โทรมาบอกว่าให้เราขึ้นไลฟ์ ตอนแรกก็ไม่รับ แต่เค้าโทรมาเกือบ 10 สาย มันก็ตังค์ทั้งนั้น ซึ่งไลฟ์ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะถ้าถามเรื่องอื่นหนูไม่ตอบจริงๆนะ แต่โชคดีป้ายแดงที่เราเพิ่งซื้อ เราพาออกมาก่อน เพราะว่าเพิ่งผ่อนได้แค่เดือนเดียว“

แล้วเรื่องเงิน 3,000,000  ที่จะไปใช้หนี้แทนแม่ ตอนนี้ความคืบหน้าไปถึงไหน?

”ก็ต้องให้เค้าไปคุยกันเอง  แม้ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้คุยกัน แต่ถ้าคุยกันก็ต้องคุยกันเรื่องนี้ด้วย ตอนนี้คนเค้าถามเรื่องนี้เยอะมาก ก็ต้องรอให้เค้าคุยกันเอง“

มีข่าวว่า “บอล ซีทู” สึกแล้วจะแต่งงานเลย?

“ไม่ใช่ คือเมื่อปีที่แล้วเค้าบนเรื่องทหารไว้ ซึ่งคนแถวบ้านก็แซวกันว่าบวชแล้วต้องแต่งแน่เลย คนใกล้ตัวก็จะแซว เราก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ แล้วเราคบกับแฟน แล้วอยู่ในตอนที่เค้าบวช อันนี้เป็นครั้งแรก ก็เขินเหมือนกันเวลาคนแซว คงยังไม่ เพราะว่าตอนนี้ยังหยุมหัวกันอยู่เลย ยังตีกันอยู่เลย เลิกตีกันก่อนแล้วค่อยแต่งงาน”

แล้วในเรื่องแต่งงาน  พี่สาวเราว่ายังไง?

“ยังไม่เคยคุยกัน แต่ตอนนี้พี่เจนเค้าอยากให้หนูกับบอลมีตังเยอะๆ อยากให้มีงานที่มั่นคง ที่นอกจากร้องเพลงแล้ว ก็อยากให้มีงานอย่างอื่นด้วย อยากให้ช่วยกันทำมาหากิน หรือเวลาเราไปเที่ยว พี่เจนก็เป็นคนซัพพอร์ตเราสองคน หนูก็ยังไม่อยากแต่งงาน หนูก็เพิ่งจะ 21 เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง”

อันนี้คือขอถามหน่อยว่าเราเคยมองไกลไหมว่าเราแต่งงานอายุเท่าไหร่ ? 

“หนูบอกไหมตั้งแต่มัธยมเลย  เราก็ตั้งอนาคตของตัวเองว่าจะเป็นยังไง จะแต่งงานอายุ 25 ไปเที่ยวกับแฟนก่อน มีลูกไม่เกิน 30 อยากแข็งแรง อยากเล่นกับลูก แต่ตอนนี้ก็หาตังค์อยู่ ซึ่งถามว่าความเป็นแม่ศรีเรือนมียังไง หนูว่าแค่หนูหุงข้าว ยังแฉะอยู่เลย”

อนึ่งตอนต้นรายการ ก็ได้โฟนอิน “เคน ภูภูมิ” ถึงกรณีที่ร้าน เคนภูปัง ก็เจอน้ำท่วม จนทุกอย่างเสียหาย 100%

ตอนนี้สภาพร้านเป็นยังไงบ้าง?

เคน : ตอนนี้ก็เละทั้งร้านครับ น่าจะเสียหาย 100% ตอนนี้ในมุมน้ำตก ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ก็มีแต่โคลน ต้นไม้ก็น่าจะตายหมด เท่าที่ดูจากรูปภาพนะครับ ซึ่งถามย้อนกลับไปวันที่น้ำมา คือเราไม่ได้เตรียมตัวเลย เพราะว่าก่อนหน้าหน้านั้น น้ำมันลดแล้ว เราก็เลยเข้าไปทำความสะอาดร้าน แต่พอตกตอนเย็น ในคืนนั้น น้ำมันขึ้นมาเร็วมาก ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครสามารถเข้าร้านได้ทัน ส่วนค่าเสียหายนั้น เรายังประเมินเป็นตัวเลขออกมา  เพราะว่ามันก็เสียหายคือ 100% ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ลงไปดูด้วยตาตัวเอง ก็ดูผ่านคลิป ผ่านรูปภาพ เพราะว่าเราติดงานอยู่ที่กรุงเทพฯ

ซึ่งพอมันเสียหายหนักขนาดนี้ เราจะกลับมาเปิดต่ออีกไหม?

เคน : จริงๆก็อยากกลับมาเปิดต่อ เพราะมันก็เป็นสาขาแรก แล้วเป็นสาขา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเคน ก็อยากที่จะรักษามันไว้ แต่ก็ต้องลองดูอีกที ว่าหลังจากนี้ปรับการตกแต่งร้านจะเป็นยังไง

ย้อนกลับไปความรู้สึกแรกที่เห็นสภาพร้าน ที่เราปั้นมากับมือ เรารู้สึกยังไง? 

เคน : มันก็ช็อค ตอนเห็นครั้งแรก ความรู้สึกก็บอกไม่ค่อยถูกเหมือนกัน มันทั้งอึ้ง มันทั้งช็อค แล้วตอนนี้ก็คิดว่าเราต้องทำยังไงดี ให้มันกลับมาเปิดได้ ก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเปิดได้แบบเต็มรูปแบบ ในช่วงไหน

เราอยากให้เคนช่วยส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยคนอื่น  ที่เขากำลังเผชิญสภาพเดียวกับเรา?

เคน : ก็ให้กำลังใจผู้ที่ประสบภัยทุกคน  สู้สู้นะครับผม และค่อยค่อยแก้ไขไป ทีละนิดนะครับผม ผมก็ขอบใจทุกกำลังใจ ที่ส่งเข้ามา

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เจนี่เผยจุดแตกหักนานา เจ็บจนตัวชามิตรภาพ30ปี หลังรู้โดนหลอกสูญเงินหลายล้าน

เจนี่เผยจุดแตกหักนานา เจ็บจนตัวชามิตรภาพ30ปี หลังรู้โดนหลอกสูญเงินหลายล้าน

เจนี่เผยจุดแตกหักนานา เจ็บจนตัวชามิตรภาพ30ปี หลังรู้โดนหลอกสูญเงินหลายล้าน

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.58 น.

29 พฤศจิกายน 2568 ยังคงถูกจับตาในความสัมพันธ์ของเหล่า “แก๊งนางฟ้า” หลังจากที่เพื่อนๆ ทยอยอันฟอลโล่ไอจีของ ‘นานา ไรบีนา’ กับปมร้อน 400 ล้าน ความคืบหน้าล่าสุดนางเอกสาวคนดัง ‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ ได้ไลฟ์ขายของผ่านทางแพลตฟอร์มติ๊กต็อกซึ่งมีแฟนคลับเข้าไปตั้งคำถามถึงประเด็นร้อนกับเพื่อนสนิท ‘นานา ไรบีนา’ อีกทั้งก็เข้าไปให้กำลังใจเธออย่างล้นหลาม ซึ่งระหว่างที่ไลฟ์นั้น ‘เจนี่’ ได้ตอบคำถามกับทุกคนถึงเรื่องราวดราม่าถึง ‘นานา ไรบีนา’ ครั้งแรก 

โดยบางช่วงบางตอนของการไลฟ์ ‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ เปิดใจในไลฟ์สดว่า จุดแตกหัก คือพี่โป๊ะเองค่ะ สงสัยจากท่านเปานี่แหละค่ะ สะกดจิตตัวเองว่าไม่โดนหรอก พิโดนปั๊ป มันเจ็บเหมือนล้มทั้งยืน ชาไปเลย ณ ขณะนี้ยังคิดอยู่เลยว่าฝัน ชาเบอร์นั้น คิดว่าเรื่องที่ได้ยินมาคงไม่ใช่ความจริง เหมือนพยายามมอง อยากให้เพื่อนรักกัน คุยกัน แต่พอมันเลยจุดนั้น แล้วมันโดนเองด้วย นอกจากเจ็บเอง คนใกล้ตัวก็เจ็บด้วย เจนเลยต้องปกป้องเพื่อนบางคนที่เขาควรจะได้รับความยุติธรรมเท่านั้นเอง

ทุกคนอยากใส่ใจพี่เข้าใจค่ะ แต่ความเจ็บของเพื่อนบางคนก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาเหยียบซ้ำเขา ยังคงเป็นความรัก ความรักที่ฟังชื่อก็รัก ได้ยินใครพูด ใครถามก็รัก เป็นความรักที่ต่อให้ยังไงก็รักอ่ะ พี่ได้รู้ว่าวันนี้พี่ได้รักใครจริงๆ เป็น มันมาจากหัวใจจริงๆ

“พี่เชื่อว่าถ้าใครมีความสัมพันธ์ที่เลย 10-20 ปี ต่อให้มันจะเลวร้ายขนาดไหน มันก็คือคนที่เรารัก และพี่ก็เชื่อว่าคนที่เรารักด้วยหัวใจจริงๆ เราจะไม่ทำร้ายกัน วันนี้มันก็เป็นความรู้สึกที่เหมือนเรามีแฟนแล้วรักแฟนอ่ะ มันเกินคำว่าเพื่อนจริงๆ ต่อให้วันนี้มันจะเกิดขึ้นไปตามที่คาดหวัง หรือไม่คาดหวัง พี่ก็พร้อมที่จะอยู่ข้างๆ เพื่อนจริงๆ ยังคงมองเห็นเพื่อนเป็นในครอบครัว ไม่อยากให้ความผูกพันนั้นหายไป มันคงเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขจริงๆ มันมีทั้งความเจ็บ ทั้งมีความสุข ทุกอารมณ์จริงๆ ในวันเดียวกัน จนมันชาไปหมด คำว่ารักที่มีให้ มันดำดิ่งไปถึงจุดนั้นจริงๆ”

“พี่ไปอยากให้คนนอกต้องมาตัดสินว่า พี่เจนโดนหักหลัง โดนหลอก หรือว่าเหตุการณ์นี้เขาต้องสมควรแบบนั้น คนนั้นต้องโดนแบบนั้น คนแบบพี่ต้องโดนแบบนี้ พี่ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องความสะใจของคนข้างนอก เพราะพี่รู้สึกว่า ความรักของพี่ และความรักของคนในกลุ่มที่มีให้เขามันมีค่าจริงๆ พี่อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจไม่ใช่แค่พี่คนเดียว แต่ทุกคนที่อยู่ในกลุ่ม เพราะว่าทุกคนเจ็บเหมือนกันหมด ทุกคนต้องการกำลังใจ มีครอบครัว มีลูกที่ต้องรับผิดชอบ พี่ไม่เคยอิจฉาว่าใครเอากำลังใจไปให้เขา พี่รู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่อย่างน้อยเขาก็ได้รับกำลังใจ อย่างน้อยในวันหนึ่งที่เขาไม่มีพี่แล้ว ไม่มีเพื่อนในกลุ่มที่คุยกับเขาแล้ว”

“พี่ไม่เจอเด็กๆ เลยค่ะ บางอย่างมันเกินความรับผิดชอบของพี่จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องพี่คนเดียว ถ้าเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่พี่คบกับใครสักคน อันนั้นพี่ยังพอจะช่วยได้ หรือว่าพูดได้ แต่วันนี้มันเป็นความรู้สึกของคนกลุ่มใหญ่ ไม่มีใครไม่บาดเจ็บนะ ทุกคนเจ็บหมด”

“เรื่องตัวเงินหรือว่าใครโดนเท่าไหร่ อยากให้ทุกคนเลยจุดนั้นจริงๆ มูลค่าของมิตรภาพ มันตีเป็นเงินไม่ได้ ต่อให้พี่เสีย 1 บาท กับคนที่พี่ใช้เวลา 30 ปีในการคบ พี่ก็จะเสียใจเท่ากับคนที่เขาเสียเงิน 1 ล้าน มันคือมิตรภาพที่น้ำท่วมปาก มันพูดอะไรไม่ได้ เอาจริงไม่มีใครโอเคหรอกที่เพื่อนต้องโดนอะไรที่ทุกคนคิด ตัวพี่เอง ถ้าพี่เห็นภาพนั้นอ่ะ พี่คงเสียใจมากกว่านี้”

‘อนุทิน’ถึงหาดใหญ่ ‘นายกฯแป้น’โผล่รับ ก่อนร่วมคณะขึ้นรถแจกของปชช.

'อนุทิน'ถึงหาดใหญ่ 'นายกฯแป้น'โผล่รับ ก่อนร่วมคณะขึ้นรถแจกของปชช.

‘อนุทิน’ถึงหาดใหญ่ ‘นายกฯแป้น’โผล่รับ ก่อนร่วมคณะขึ้นรถแจกของปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.56 น.

‘อนุทิน’ถึงหาดใหญ่ ‘นายกฯแป้น’โผล่รับร่วมคณะก่อนขึ้นรถยกสูงเข้าพื้นที่-ลงเดินแจกอาหาร-ยารักษาโรคถึงหน้าบ้าน พร้อมให้กำลังใจ ย้ำอย่าลืมลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 9 พัน 

เมื่อเวลา 14.36 น.วันที่ 30 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงกองบิน 56 อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายณรงค์พร ณ พัทลุง (นายกฯแป้น) นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา รอต้อนรับ และร่วมคณะด้วย

จากนั้นนายกฯ เดินทางไปที่มณฑลทหารบกที่ 42 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ก่อนนายกฯ และคณะนั่งรถยกสูงของทหาร เข้าไปในตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อสำรวจความเสียหาย ในช่วงที่ประชาชนเข้าไปทำความสะอาดบ้านเรือน  และร้านค้าต่าง ๆ 2 ข้างทางในตัวเมืองหาดใหญ่ เต็มไปด้วยขยะ เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของต่าง ๆ ที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมเพื่อให้ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ เก็บเพื่อนำไปทำลาย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั่งบนรถยกสูง นายกฯ ได้มีการพูดคุยกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายนิพนธ์ ที่ติดตามร่วมคณะมาด้วย ถึงการทำความสะอาดบ้านเรื่องของประชาชน และการให้ความช่วยเหลือในการดำรงชีพ ซึ่งนายนิพนธ์ บอกกับนายกฯ ว่า ชาวบ้านต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้า เตาแก๊ส เพื่อประกอบอาหารเอง 

จากนั้นเวลา 15.20 น.นายกฯ ได้ลงจากรถยกสูง บริเวณหน้าวัดโคกสมานคุณ และเดินนำอาหาร น้ำดื่ม และยาไปแจกให้กับประชาชนที่ออกมาทำความสะอาดบ้าน หลังจากน้ำลด ระหว่างนั้น นายกฯ ได้เดินเข้าไปสำรวจความเสียหายในบ้านของประชาชน พร้อมสอบถามถึงความเสียหาย พร้อมทั้งให้กำลังใจ และบอกถึงมาตรการเงินกู้ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0 % 6 เดือน – 1 ปี   พร้อมกันนี้นายกฯ ได้สอบถามประชาชนทุกคนที่ขับรถผ่านว่า “ทานข้าวแล้วหรือยั”  โดยชาวบ้านบอกนายกฯ ว่า ให้เร่งอนุมัติเงินเยียวยา 9,000 บาท เร็ว ๆ หน่อย  ซึ่งนายกฯ ได้ตอบสั้น ๆ ว่า สัปดาห์หน้า พร้อมให้ไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยา และจะมีเงินกู้ดอกเบี้ย 0% ด้วย

โดยตลอดเส้นทางรถยกสูงของนายกฯ ได้จอดเพื่อแจกอาหารและน้ำดื่มประชาชนตลอดทาง โดยช่วงหนึ่งได้มีชาวบ้านที่บ้านหลังหนึ่ง ตะโกนว่า “นายกฯ มาไม่ต้องกินข้าวแล้วอิ่มแล้ว“

ศป.กฉ.บูรณาการทุกภาคส่วน ลุย’หาดใหญ่’ ฟื้นฟูทุกมิติ กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด

ศป.กฉ.บูรณาการทุกภาคส่วน ลุย'หาดใหญ่' ฟื้นฟูทุกมิติ กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด

ศป.กฉ.บูรณาการทุกภาคส่วน ลุย’หาดใหญ่’ ฟื้นฟูทุกมิติ กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

ศป.กฉ.บูรณาการทุกภาคส่วน ลงพื้นที่หาดใหญ่ ฟื้นฟูทุกมิติ ระบบพื้นฐาน ไฟฟ้า-น้ำประปา-สื่อสาร กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด พร้อมกระจายความช่วยเหลือสู่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง เตรียมสายด่วน 1584 1599 และ 191 รองรับประชาชนสอบถาม “รถที่ถูกเคลื่อนย้าย” ส่วนยอดผู้เสียชีวิตมอบหมายให้ สธ.รายงานทุกวันในเวลา 16.00 น.

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2568) ณ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ครั้งที่ 5/2568 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ และ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ เข้าร่วมด้วย สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายสิริพงศ์ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ผู้แทน ศป.กฉ.ส่วนหน้าได้รายงานการฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนหลังภัยพิบัติ ว่า ฝนตกมีปริมาณน้อยลงและปริมาณน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3-4 เมตร หากมีฝนตกสามารถระบายออกได้ ขณะนี้ส่วนหน้าได้ปรับภารกิจจากการกู้ภัยเป็น “การฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชน” โดยภายใน 48 ชั่วโมงย้อนหลังได้นำระบบ Jitasa.care มาช่วยเสริมในการตรวจสอบ (double check) พบว่าได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 1.8 หมื่นราย แม้ว่าน้ำลดลงแล้ว ยังมีการแจกอาหารน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ได้ดำเนินการตั้ง “คลินิกเยียวยาจิตใจ” ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนในศูนย์พักพิงประมาณ 14,500 คน ด้านการแก้ไขระบบสาธารณูปโภคนั้น ได้ประสานและติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทุกระบบกลับมาใช้การได้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2568

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพิ่มจุดพักขยะใน 4 โซนที่ได้แบ่งไว้ และให้ดำเนินการขนย้ายขยะในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงกลางวัน ซึ่งปัจจุบัน อบจ.สงขลา ได้ดำเนินการแบ่งเครื่องจักรเป็น 5 ชุด ประกอบด้วย รถ 10 ล้อ รถตัก รถน้ำ และกำลังพลลงพื้นที่ทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องตามเขตพื้นที่ที่ได้แบ่งไว้แล้ว และจะมีกำลังพล อส. ทหาร จากส่วนหน้ามาช่วยทำความสะอาดเพิ่มเติมในแต่ละโซน

ประเด็นการย้ายรถยนต์ในพื้นที่น้ำท่วมนั้น ตำรวจในพื้นที่ได้รับมอบหมายจาก ศป.กฉ.ส่วนหน้า ทำภารกิจย้ายรถที่กีดขวาง ปัจจุบันมีพื้นที่รองรับการขนย้ายแล้ว และจะประสานกับ สนทช. เพื่อขยายพื้นที่ให้มากขึ้น โดยได้ประสานทำความเข้าใจกับพื้นที่เรื่องการใช้อุปกรณ์ยกรถให้ถูกวิธีแล้ว โดยตลอดคืนที่ผ่านมา ตำรวจในพื้นที่ได้ดำเนินการเปิดช่องทางให้สามารถสัญจรได้มากขึ้น ส่วนการควบคุมอาชญากรรมได้มีการระดมกำลังตำรวจนอกพื้นที่มาช่วยควบคุม โดยจะเน้นการใช้อุปกรณ์เครื่องมือจากนอกพื้นที่ เนื่องจากรถสายตรวจในพื้นจมน้ำหมด สำหรับการส่งศพคืนญาตินั้น ได้ดำเนินการประสานกับคณะแพทย์ยืนยันว่ามีความพร้อม

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประสานบริษัทประกันภัยต่าง ๆ แล้ว เรื่องรถยก โดยปัจจุบันบริษัทประกันภัยมีรถยกขนาดเล็กอยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80 – 90 คัน กำลังประสานงานกับส่วนหน้าในเรื่องพื้นที่จอดพักรถ สำหรับการเคลมประกันภัยขณะนี้ ประชาชนผู้เอาประกันภัยทยอยแจ้งเคลมมาเป็นระยะ แต่เป็นช่วงเริ่มการติดต่อระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ซึ่งยังไม่มีเรื่องร้องเรียน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สนับสนุนยานพาหนะเพื่อขนส่งสิ่งของตามที่มีผู้บริจาค จากพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดอนเมืองไปส่งหาดใหญ่ นอกจากนี้ จัดเตรียมพื้นที่สำหรับจอดรถ สำหรับรถที่ประสบภัยที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาแห่งที่1 และ แห่งที่ 2 (หาดใหญ่) และมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจ ช่วยลดน้ำท่วม” เพื่อดำเนินการตรวจซ่อมสภาพรถยนต์จักรยานยนต์ที่มีความเสียหายไม่มาก โดยจะให้บริการตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และจะขยายศูนย์ฯ ไปยังจังหวัดรอบๆ ต่อไป

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงข้อมูลทะเบียนรถ เพื่อให้เจ้าของรถสามารถค้นหาตรวจสอบรถของตนเองได้ โดยต้องทำทะเบียนคลุมไว้ทั้งหมด และอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมการขนส่งและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าเจ้าของรถสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาที่ 2 แห่ง หรือโทร.สอบถาม ที่โทรสายด่วน 1584 1599 และ 191

นายสิริพงศ์ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ตรวจสอบเบอร์โทรต่าง ๆ เมื่อประชาชนติดต่อเข้ามา ต้องมีคนรับสายให้ข้อมูลได้แน่นอน รวมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์จุดซ่อมรถนอกจากนี้ ขอให้ส่วนหน้าดำเนินการสำรวจบ้านชั้นเดียว โดยเฉพาะเขต 8 เรื่องผู้เสียชีวิต รวมทั้งการทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับชุมชนดังกล่าว สำหรับเรื่องรายงานผู้เสียชีวิตในแต่ละวัน จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ทำการรายงานสรุปยอดในเวลา 16.00 น.

ด้านกรมโยธาธิการและผังเมืองรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมอาคารหลังน้ำลด โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สงขลาเพื่อจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานสำหรับการตรวจสอบอาคาร” คาดว่าจะมีการเตรียมระบบอุปกรณ์และฐานข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยหากพื้นที่ใดพร้อม ทีมงานจะสามารถเข้าดำเนินการได้ทันที

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ระดมช่างฝีมือในเครือข่ายลงพื้นที่ไปให้บริการซ่อมแซม รถจักรยานยนต์ ซ่อมเครื่องมือ เครื่องยนต์เล็กการเกษตร สร้างอุปกรณ์ไฟฟ้า และตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งในจังหวัดสงขลาจะมีจุดให้บริการอยู่ 5 จุด คือ 1.วัดเกาะเสือ 2.บริษัทสยามแบตเตอรี่ หาดใหญ่ 3.โรงเรียนแสงทองวิทยา 4.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา และ 5.เทศบาลเมืองหาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษาลงพื้นที่ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ

สำหรับการกำจัดซากสัตว์ กรมปศุสัตว์สามารถกำจัดซากสัตว์ได้แล้ว ได้แก่ ซากโคกระบือและแพะประมาณ 200 ตัว สุกร 25 ตัว และสัตว์ประเภทอื่นๆ อีกประมาณ 20 ตัว ทั้งนี้ การกำจัดซากสัตว์ดำเนินการในสองพื้นที่หลัก ได้แก่ ด่านกักกันสัตว์ และพื้นที่ของเอกชนที่ให้การสนับสนุน โดยพื้นที่ที่นำไปกำจัดจะอยู่ห่างจากชุมชนเพื่อความปลอดภัย คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 – 3 วัน

ส่วนเรื่องการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หาดใหญ่ พบว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการแล้วประมาณ 45% ของพื้นที่ ครอบคลุมโรงพยาบาลหาดใหญ่ รวมทั้งบริเวณตลาดกิมหยง และจะเพิ่มการจ่ายน้ำประปาไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น สนามบิน และพื้นที่รอบข้าง ส่วนเมืองสงขลาจะดำเนินการจ่ายน้ำประปาไปที่สถานีโคกสูงภายในวันนี้ โดยจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำให้ครบทั้งหมด คาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้ครบทั้งหาดใหญ่และสงขลาในอีก 2 – 5 วันข้างหน้า

ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือ ปภ.รายงานว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างมาก และเรื่องที่ร้องขอส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสนับสนุนการเก็บกวาด ทำความสะอาดพื้นที่และสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทาง ปภ.ได้ระดมทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เข้ามาใช้สำหรับยืนยันข้อมูลของผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรมการปกครองจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนให้กับประชาชนพบว่า สามารถจ่ายไฟได้แล้ว 85 – 86% และเหลือผู้ใช้ไฟประมาณกว่า 23,500 รายที่อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยพื้นที่สำคัญๆ อย่างโซนธุรกิจ ได้มีการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าเกือบสมบูรณ์ 100% แล้ว ทั้งนี้ ภายใน 1 – 2 วันข้างหน้า การไฟฟ้าฯ จะพยายามจ่ายไฟคืนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้บางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟได้นั้น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบและแก้ไขให้ปลอดภัยก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ ล่าสุดการไฟฟ้านครหลวงจะเข้าร่วมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วย

ด้านกองทัพเรือรายงานว่า เรือหลวงอ่างทองได้กำหนดเวลาออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ เวลา 08.00 น.หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะฝากสิ่งของบริจาคเพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา กองทัพเรือพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือของสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่ามีโครงการสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานเพื่อผู้ประกันตน ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่กรกฎาคม 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้นายจ้างจ้างงานผู้ประกันตน โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมประมาณ 500,000 ราย มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน 12 เดือน มีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ 7 แห่ง คือ ธ.ก.ส. , EXIM Bank , ธ.กรุงไทย , ธ.กรุงเทพ , UOB , ธ.ไทยเครดิต และ ธ.ทหารไทย ที่จะเริ่มในธันวาคมนี้

โดยเงื่อนในการปล่อยสินเชื่อคือให้สำหรับสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนแยกตามขนาดของสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตน วงเงินจะแบ่งเป็น 15 ล้านบาท 30 ล้านบาท และไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ย สำนักงานประกันสังคมได้ทำเอ็มโอยูไว้กับทั้ง 7 ธนาคาร

ด้าน กสทช. รายงานว่า ในพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ได้ใช้ระบบดาวเทียมเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนสามารถสื่อสารและติดต่อกันได้ หาก กฟภ.สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ครบทั้ง 8 จุด ระบบสื่อสารจะสามารถกลับมาครอบคลุมได้เต็ม 100% ภายในวันนี้ ส่วนมาตรการลดค่าบริการนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้โอเปอเรเตอร์ต่างๆ นำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ จะปรับปรุงและวางโครงข่ายเสาสัญญาณใหม่ในบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับสถานการณ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

คลิปกล้วยทอดทำเกมพลิก! โพลเผยคนไทยรู้สึกดี เห็นผู้นำติดดินไม่เฟก–ไม่จัดฉาก

คลิปกล้วยทอดทำเกมพลิก! โพลเผยคนไทยรู้สึกดี เห็นผู้นำติดดินไม่เฟก–ไม่จัดฉาก

คลิปกล้วยทอดทำเกมพลิก! โพลเผยคนไทยรู้สึกดี เห็นผู้นำติดดินไม่เฟก–ไม่จัดฉาก

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.28 น.

คลิปกล้วยทอดทำเกมพลิก! โพลเผยคนไทยรู้สึกดี เห็นผู้นำติดดินไม่เฟก–ไม่จัดฉาก

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2568 สำนักวิจัยซูเปอร์โพลได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ เพื่อศึกษาความรู้สึก ความต้องการ และมุมมองของประชาชนต่อเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ รวมถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้ออกมาขอโทษประชาชน ยอมรับความบกพร่อง และลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจนี้สะท้อนภาพรวมของ “ความรู้สึกใหม่” หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเป็นทั้งวิกฤตของภัยธรรมชาติ และบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ในการสำรวจครั้งนี้ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เปิดเผยรายงานผลสำรวจเรื่อง ความรู้สึกและความต้องการของประชาชน หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีขอโทษ ประชาชน เหตุอุทกภัย ภาคใต้ จากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,142 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.8 เห็นว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้เป็น “เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ” ขณะที่ ร้อยละ 24.2 มองว่า “ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย” และยังสามารถป้องกันหรือบรรเทาได้หากมีระบบบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ ตัวเลข ร้อยละ 75.8 สะท้อนความเข้าใจของประชาชนต่อปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ตัวเลข ร้อยละ 24.2 ชี้ให้เห็นถึงความกังวลต่อระบบป้องกันน้ำท่วม การเตือนภัย และประสิทธิภาพของท้องถิ่น–ส่วนกลาง กลุ่มที่มองว่า “สามารถป้องกันได้” ถือเป็นฐานเสียงที่รัฐบาลต้องสื่อสารและแสดงผลงานให้ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ ประชาชนตอบรับเชิงบวกต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรีอย่างมีนัยสำคัญ ต้องการให้เยียวยาแบบโอนเงินตรง แยกส่วนใช้จ่าย–ก้อนหนี้ (94.7%) เป็นเสียงเรียกร้องที่ “เอกฉันท์ที่สุด” ในผลสำรวจนี้ สะท้อนว่า ประชาชนต้องการความรวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงได้จริง และความพอใจทุกฝ่ายช่วยเหลือประชาชน คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน (91.5%) แสดงถึงพลังของ “ความร่วมมือทางสังคม” ที่ประชาชนให้คุณค่าอย่างสูงในภาวะวิกฤต และเสียงของประชาชนที่ขอให้หยุดทะเลาะกัน หยุดด่ากันไปมา เลิกวิจารณ์ที่ไม่เกิดประโยชน์ หันมาร่วมมือช่วยเหลือประชาชนดีที่สุด (90.3%) เป็นเสียงเรียกร้องที่เด่นชัดว่า ประชาชนต้องการ “การเมืองเพื่อประชาชน” ไม่ใช่การเมืองเพื่อความขัดแย้ง ไม่ต้องการให้ใครฉวยโอกาสเอาความเจ็บปวดของประชาชนมาก่อความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังกังวลเรื่องหนี้สินและการรอรับเงินเยียวยา (82.9%) สะท้อนความทุกข์ร่วมของประชาชนผู้ประสบภัย ที่ต้องเผชิญทั้งน้ำท่วมและหนี้ท่วมพร้อมกัน และการขอโทษประชาชน พร้อมเกาะติดพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ทำให้รู้สึกดีขึ้น (71.8%) ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า “ภาวะผู้นำเชิงมนุษย์ (Human Leadership)” ได้ผลจริง และเป็นปัจจัยฟื้นศรัทธาที่มีน้ำหนักมาก

ที่น่าสนใจคือ ความในใจของประชาชนเมื่อเห็น คลิป นายกรัฐมนตรี หยิบ กล้วยทอดที่ตกหล่นขึ้นมากิน พบว่า จำนวนมากที่สุดหรือร้อยละ 45.7 ระบุเป็น ผู้นำที่ติดดิน จริง ๆ ไม่เฟก ไม่สร้างภาพ ร้อยละ 41.2 ระบุ เป็น ผู้นำที่ไม่ได้เตรียมฉาก ไม่ได้จัดโชว์ ร้อยละ 36.8 ระบุ น่าสงสาร น่าเอ็นดู ร้อยละ 35.9 ระบุ คงหิวจัด ไม่ติดหรู แต่เกาะติดปัญหา กินไม่เป็นเวลา และร้อยละ 34.1 ระบุสร้างภาพ ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามความต้องการของประชาชน พบ 5 อันดับแรกของข้อมูลสะท้อนภาวะวิกฤตของประชาชนต้องมีเงินสดทันที ได้แก่ อันดับ 1 เร่งออกเงินเยียวยาค่าใช้จ่ายประจำวัน และเงินช่วยผู้เสียชีวิตทันที (91.1%)  เป็นภาวะ “ยามวิกฤตต้องมีเงิน” เพราะรายได้หยุด แต่ค่าใช้จ่ายไม่หยุด อันดับ 2 ช่วยชำระหนี้บ้าน–รถ–ธุรกิจ–ร้านค้า–หนี้ส่วนบุคคล (89.4%) ตัวเลขนี้ยืนยันว่า “น้ำท่วมลูกที่สอง” คือ หนี้สิน มากกว่าน้ำจริง อันดับ 3 ซ่อมบ้าน–ซ่อมรถ–ซ่อมอุปกรณ์ทำกิน (85.1%) สะท้อนว่าการฟื้นอาชีพต้องเริ่มจากการฟื้น “ทรัพย์สินพื้นฐานของชีวิต” อันดับ 4 สร้างงาน–สร้างอาชีพ–ยกเว้นภาษีรายได้ (77.2%) ตัวเลขนี้มีความหมายว่า ประชาชนต้องการ “ทางรอดหลังน้ำลด” ไม่ใช่เพียงเงินเยียวยาระยะสั้น อันดับ 5 พักชำระหนี้ ลดต้นลดดอก (73.4%) เป็นความต้องการที่เน้นเสถียรภาพการเงินระยะกลางของครัวเรือน

ที่น่าเป็นห่วง คือ ความกังวลต่อระบบราชการและงานเอกสาร แบ่งออกระหว่าง เสียงของคนในพื้นที่น้ำท่วม กับ คนนอกพื้นที่ พบ “ความจริงที่ตรงและแรงที่สุด” ของงานราชการไทยในสถานการณ์วิกฤต คือ คนในพื้นที่น้ำท่วม กังวลต่อระบบราชการล่าช้า 98.3% ในขณะที่ เพียง 1.7% ที่ไม่กังวล อย่างไรก็ตาม คนนอกพื้นที่ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 64.9 กังวล แต่ร้อยละ 35.1 ไม่กังวล

กล่าวโดยสรุป ผลโพลนี้ชี้ว่า แม้น้ำท่วมครั้งนี้จะเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของภาคใต้
แต่ประชาชนยัง “เปิดใจให้รัฐบาล” หากรัฐบาลเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จริงใจ และถึงมือจริง นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เริ่มต้นด้วยการขอโทษและลงพื้นที่บริหารวิกฤตด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่จะ“พลิกวิกฤตเป็นศรัทธา”ได้จริง คือ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ใน 3–7 วันหลังจากนี้

///////

‘ปธ.กมธ.แก้ รธน.’เผยมี 3 ประเด็นเห็นต่าง เชื่อไร้ถูกขวาง เดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้

'ปธ.กมธ.แก้ รธน.'เผยมี 3 ประเด็นเห็นต่าง เชื่อไร้ถูกขวาง เดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้

‘ปธ.กมธ.แก้ รธน.’เผยมี 3 ประเด็นเห็นต่าง เชื่อไร้ถูกขวาง เดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.55 น.

‘ปธ.กมธ.แก้ รธน.’เผยมี 3 ประเด็นเห็นต่าง เชื่อไร้ถูกขวาง เดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้ ดักคอระวังเสียหายหากชิง ‘ยุบสภา’ ก่อน ทำไปไม่ถึงฝัน 

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2568 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงวันที่ 10-11ธ.ค.ว่า เป็นไปตามกรอบอย่างที่ กมธ.เคยประเมินไว้ว่าจะมีการเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญในช่วงต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งโดยเนื้อหาของการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและผู้เสนอคำแปรญัตติกับผู้สงวนคำแปรญัตติแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่าจะพิจารณาให้เสร็จภายในสองวันได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่า กมธ.พร้อมจะตอบทุกคำถาม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการพิจารณาในวาระ 3 ช่วงวันที่ 29ธ.ค. ซึ่งถือว่าเสร็จก่อนช่วงเวลาปีใหม่ และอยากให้รัฐบาลส่งสัญญาณถึงประชาชนที่รอคอยกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญว่า จะเป็นอย่างไร จะแล้วเสร็จทันสิ้นปีจริงหรือไม่ เนื่องจากจะสัมพันธ์กับการตั้งคำถามประชามติ

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เราไม่ได้ละเลยปัจจัย คือ 1.ปัจจัยทางการเมืองที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการยุบสภา ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค. หรืออาจจะมีการปล่อยให้ผ่านวาระ 2 ก่อน แล้วค่อยมีการยุบสภาเสมือนว่าไม่อยากให้รัฐธรรมนูญผ่าน หรือเอารัฐธรรมนูญตัวประกันที่ไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ 2.เรื่องของสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั้งในภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งเราเองก็ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์ในขณะนั้นมที่จำเป็นจะต้องเน้นไปในเรื่องของการช่วยเหลือ การฟื้นฟู ตลอดจนการเยียวยาความเสียหาย ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลโฟกัสกับเรื่องนี้และด้วยเหตุทั้งสองปัจจัยนี้ตนคิดว่า เราสามารถทำเรื่องเหล่านี้ไปพร้อมกันได้ทางการดูแลพี่น้องประชาชนเยียวยาป้องกันในกรณีที่อาจจะเกิดความเสี่ยงมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีก แต่เมื่อถึงวาระของการพิจารณารัฐธรรมนูญก็อยากเข้ามาทำหน้าที่

เมื่อถามว่า ในส่วนของเนื้อหาที่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ มีอะไรบ้าง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มีอยู่ประมาณ 3 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ 1 เรื่องขององค์กรที่จะจะเข้ามาเกี่ยวข้องในการร่าง ซึ่งทางกมธ.พิจารณาออกมาเป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในส่วนของทางพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือ สว.บางคน มองว่าหากเป็นไปได้ที่อยากให้อยู่ในคำเรียกของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. แต่ในเนื้อหาไม่ได้แตกต่างกัน โดยสิ่งที่ผู้สงวนความไว้นั้น เขามองว่าหากมีส.ส.ร. จะสามารถสร้างความเข้าใจ มีกระบวนการในการที่พี่น้องประชาชนเคยเห็นรูปแบบในลักษณะนี้มาแล้วในอดีตน่าจะทำให้ง่ายกว่าแล้วส่งผลต่อการลงประชามติ

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ 2 คือเนื่องจากการออกแบบของ กมธ.ที่มีการพิจารณาไปแล้ว มีกลไกเรื่องการรับฟังความคิดเห็น และกลไกร่าง ซึ่งทั้ง 2 กลไก มาจากสูตรที่เราใช้คำว่า 20 หยิบ 1 ทำให้ กมธ.หลายคนมีความกังวลและห่วงว่าจะมีอะไรที่จะนำไปสู่ปัจจัยที่ถูกมองในลักษณะว่ามีการตกลงกัน มีการฮั้วกัน มีการบล็อกโหวตต่างๆหรือไม่ ตนมองว่า ในประเด็นนี้ เราต้องนึกถึงเผื่อการเลือกตั้งในครั้งหน้าซึ่งเรายังไม่รู้ว่าในสภาชุดหน้า หน้าตาจะเป็นอย่างไร แต่หลักประกันของ 20 หยิบ 1 นั้น อย่างน้อยทุกส่วนจะมีส่วนในการเสนอชื่อบุคคล ประเด็นที่ 3 คือ ภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีการระบุว่าให้มีการเขียนหลักการพื้นฐานหรือเนื้อหาสาระที่จะเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับถัดไปในการจัดทำรัฐธรรมนูญรอบนี้ด้วย ก่อนที่จะไปถามประชาชน ซึ่งขณะนี้ตามร่างของพรรค ปชน. มีการแตกออกมานิดหน่อยว่าควรจะต้องเขียนเรื่องใดบ้าง 

“ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะมีความเห็นต่างอย่างไร แต่สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด มุ่งมั่นอยากให้มีกลไกในการปลดล็อกการนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะนำไปสู่การปลดล็อกต่างๆ ได้ และไม่เห็นว่ามีประเด็นใดที่จะทำให้ครั้งนี้เราไม่สามารถเดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้ ไม่มีปัจจัยใดหรือประเด็นใดที่จะขัดขวางการพิจารณา แต่ในฐานะตัวแทนของประชาชน เราพร้อมรับทุกสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะเสียดายที่สุดหากมีการยุบสภาก่อน ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่สำเร็จทั้งๆ ที่ใกล้มากที่สุดในรอบ 8-9 ปีที่ผ่านมา” นายณัฐวุฒิ กล่าว