ติดล็อคเสียง สว.รอขวาง! ‘พท.’คาด รธน.ถูกสอยร่วงวาระ 3 คาดยื่นซักฟอกหลังถกแก้กติกาประเทศ

ติดล็อคเสียง สว.รอขวาง! ‘พท.’คาด รธน.ถูกสอยร่วงวาระ 3 คาดยื่นซักฟอกหลังถกแก้กติกาประเทศ

ติดล็อคเสียง สว.รอขวาง! ‘พท.’คาด รธน.ถูกสอยร่วงวาระ 3 คาดยื่นซักฟอกหลังถกแก้กติกาประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.27 น.

ติดล็อคเสียงสว.รอขวาง! “พท.”คาดรธน.ถูกสอยร่วงวาระ 3 คาดยื่นซักฟอกหลังถกแก้กติกาประเทศ ได้ประเด็นทิ้งบอมบ์ปมอ่อนหัด”แก้น้ำท่วม” ดักคอ”อนุทิน-รัฐบาล”กล้าหาญรับตรวจสอบ อย่าชิงยุบสภาหนี

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา กล่าวว่า ได้สงวนความเห็นในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ขอแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 2 ไว้หลายเรื่อง ประเด็นหลักคือ จะขอให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมของประชาชน มาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการมี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน โดยใช้สูตร 20 หยิบ 1 ตามที่ กมธ.เสียงข้างมากเห็นชอบมา มีโอกาสสูงจะเกิดการบล็อกโหวตเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ควรมีกลไกป้องกันการล็อบบี้จากเสียงข้างมาก แม้สุดท้ายแล้ว เสียงพรรคเพื่อไทยจะสู้ไม่ได้ แพ้โหวตวาระ 2 แต่ก็ต้องแสดงความเห็นคัดค้านให้ประชาชนรับทราบ อย่างไรก็ตาม แม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่านวาระ 2 ได้ แต่คงผ่านวาระ 3 ยาก เพราะติดล็อกเสียง สว. 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง ที่ต้องร่วมเห็นชอบด้วย ประเมินแล้วเสียง สว.ไม่น่าจะให้ผ่าน เป็นการเบี้ยวเอ็มโอเอ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะอ้างทำเต็มที่แล้ว แต่เสียง สว.ไม่ให้ผ่าน เพราะไม่สามารถควบคุมเสียง สว.ได้

นายประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น จะยื่นหลังจากการอภิปรายรัฐธรรมนูญวาระ 2 ในวันที่ 10 – 11 ธ.ค.นี้ แต่จะเป็นช่วงเวลาใดต้องรอให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยหารือกับคณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์พรรค ก่อนให้ที่ประชุมพรรคตัดสิน ส่วนตัวมองว่า ควรยื่นซักฟอกหลังจากการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 เสร็จสิ้นแล้ว โดยหลังจากแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จ วันที่ 11 ธ.ค.แล้ว ต้องทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อโหวตวาระ 3 ในวันที่ 26 ธ.ค.ดังนั้น น่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ช่วงต้นปี 2569 พรรคเพื่อไทยจะได้ไม่ถูกครหาเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ เพราะยื่นหลังรัฐธรรมนูญลงมติในวาระ 3 แล้ว ระยะเวลาการยื่นอภิปรายห่างจากการลงมติรัฐธรรมนูญวาระ 2 แค่ 10 กว่าวัน ไม่แตกต่างกันมาก

นายประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นที่จะยื่นอภิปรายจะนำเรื่องการการบริหารจัดการน้ำท่วมภาคใต้ที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงเป็นหนึ่งในเรื่องหลัก แม้จะไม่มีใครคาดถึงว่าน้ำท่วมรอบนี้จะมีความรุนแรง แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีผู้นำที่อ่อนแอถึงเพียงนี้ แก้ปัญหาเหมือนเด็กเล่นขายของ ทำงานไม่เป็น จะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อนำไปรวมกับเรื่องความล้มเหลวแก้ปัญหาสแกมเมอร์ และปัญหาชายแดน

ด้าน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะนำประเด็นความล้มเหลวแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแน่นอน เพราะแสดงถึงความอ่อนหัดในการบริหารงาน แต่จะยื่นในช่วงเวลาใด ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคเพื่อไทยจะตัดสิน แต่ขอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล้าหาญพอที่จะฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยอมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน อย่าชิงยุบสภาหนี

ช่วยน้ำท่วมก่อน! ‘เพื่อไทย’อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลยื่นซักฟอกรัฐบาล

ช่วยน้ำท่วมก่อน! ‘เพื่อไทย’อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลยื่นซักฟอกรัฐบาล

ช่วยน้ำท่วมก่อน! ‘เพื่อไทย’อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลยื่นซักฟอกรัฐบาล

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.52 น.

“เพื่อไทย”อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลยื่นซักฟอกรัฐบาล แต่ขณะนี้ขอให้ความสำคัญลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมก่อน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการยื่นญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า จริงๆ แล้ว เราต้องมีการหารือในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคก่อน จึงค่อยนำเสนอต่อที่ประชุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมข้อมูล แต่ขณะนี้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมที่ภาคใต้ ทุกคนจึงให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมก่อน

‘จุลพันธ์’นำทีม‘เพื่อไทย’ร่วมฟื้นฟูหาดใหญ่ ชี้รัฐบาลรู้ตัวบริหารบกพร่องล้มเหลว

‘จุลพันธ์’นำทีม‘เพื่อไทย’ร่วมฟื้นฟูหาดใหญ่ ชี้รัฐบาลรู้ตัวบริหารบกพร่องล้มเหลว

‘จุลพันธ์’นำทีม‘เพื่อไทย’ร่วมฟื้นฟูหาดใหญ่ ชี้รัฐบาลรู้ตัวบริหารบกพร่องล้มเหลว

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.49 น.

“จุลพันธ์”นำทีม”เพื่อไทย”ร่วมฟื้นฟูหาดใหญ่ ชี้รัฐบาลรู้ตัวบริหารบกพร่องล้มเหลว สะท้อนย้าย ขรก.ยกใหญ่สร้างผลเชิงลบ

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่สนามบินตรัง จ.ตรัง พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.และรองหัวหน้าพรรค นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรค นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรค นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช และ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจประชาชนในศูนย์อพยพ รวมถึงสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยครั้งนี้

โดย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้นำคณะพรรค พท.ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคได้ส่งนายก่อแก้ว น.ส.ธีรรัตน์ ทพญ.ศรีญาดา ลงพื้นที่ดูสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น รวมถึง นายรัตน์ ภู่กลาง หรือ โกรัตน์ ผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.ตรัง ก็ได้เปิดโรงแรมฟรีให้ที่พักกับผู้ประสบภัย อีกทั้ง สส.ผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.พี่น้องประชาชนก็ได้ร่วมส่งสิ่งของผ่านพรรค พท.และพรรคได้ส่งสิ่งของมาให้กับผู้ประสบภัยแล้ว 5 รอบ นอกจากนี้ ยังมีการประสานกับสมาคมชาวประมง เพื่อนำเรือช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ตามบ้านพักอาศัย อีกทั้งวันนี้พรรคได้นำคณะอาจารย์จิตวิทยา มาช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ผู้ประสบภัยที่ต้องได้รับการปรึกษาหารือ คำแนะนำ เพื่อเยียวยาจิตใจ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะฝ่ายค้านเราเตรียมตรวจสอบรัฐบาลอยู่แล้ว แต่เวลานี้คงไม่ใช่เวลาไปโจมตี ซึ่งรัฐบาลคงรู้ตัวอยู่แล้วว่าสิ่งที่ดำเนินการมันบกพร่องล้มเหลว พวกเราเองแม้จะไม่สบายใจกับการทำงานของรัฐบาล แต่ยังไม่ถึงเวลา อยากให้เวลารัฐบาลปรับปรุงแก้ไข เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น รวมถึงอยากให้รัฐบาลเข้าไปจัดการเรื่องเครื่องบินโดยสารที่จะมาสนามบินหาดใหญ่ ที่มีราคาดีดตัวสูง และมีจำนวนเที่ยวบินไม่พอกับความต้องการของประชาชนที่ต้องการมาช่วยเหลือครอบครัว

“ในฐานะพรรคการเมืองเป็นหนึ่งในกลไกของสังคม ที่อยากเข้าไปช่วยเหลือ เข้าไปดูแลพี่น้องทุกๆ จังหวัด ดูตอนนี้รัฐบาลมีความผ่อนคลาย เพราะอาจจะมองว่าสถานการณ์น้ำท่วมจุดหลักที่หาดใหญ่เบาลง แต่สถานการณ์ครั้งนี้น้ำท่วมเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคใต้ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่น้ำยังไม่ลดลง ความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้างเช่นนี้ จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ อยากเตือนรัฐบาลว่า ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่ผ่อนคลาย ยุติกลไกการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จนกว่าสถานการณ์น้ำจะลดลง รวมถึงการฟื้นฟูสิ่งต่างๆ” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการโยกย้ายข้าราชการนอกฤดูกาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่มีการย้ายผู้ว่าฯ สงขลา ก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมไม่กี่วันนั้น ก็ถือเป็นข้อสังเกตของทั้งสังคมไทยอยู่แล้ว ซึ่งพรรค พท.ก็ตรวจสอบอยู่ การมาเป็นรัฐบาลในระยะเวลาชั่วคราว ได้โยกย้ายข้าราชการจำนวนมากมากกว่ารัฐบาลปกติด้วยซ้ำ เป็นการเตรียมการเลือกตั้งหรือไม่ ย้ำว่าพรรค พท.มีการติดตามอยู่แล้ว แต่ผลกระทบของการโยกย้ายที่ส่งผลต่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัด อำเภอ รวมถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในทางลบ ถึงเวลาที่ต้องมาคุยกันของรัฐบาล ฝ่ายค้านพร้อมจะสะท้อนปัญหาผ่านช่องทางที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

ด้าน นายก่อแก้ว กล่าวว่า วันนี้ทางพรรคได้เตรียมอุปกรณ์ น้ำยาทำความสะอาด ยารักษาโรค มาให้กับพี่น้องผู้ประสบภัย ถึงแม้ว่าที่หาดใหญ่น้ำลดแล้ว แต่ทรัพย์สินต่างๆ เสียหายไปเยอะมาก โดยเฉพาะพี่น้องคนยากจน ที่ต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐาน เช่น พัดลม หม้อหุงข้าว เตาแก๊ส หากใครมีความประสงค์อยากช่วยเหลือก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี วันนี้คนจำนวนมากไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขายังต้องการพึ่งพาสังคมไทย ตนเชื่อว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่น่ารัก เราช่วยกันในยามเวลาเดือดร้อน

นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า ขอฝากไปถึงรัฐบาลนายอนุทิน ตนอยากให้เร่งออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของหาดใหญ่ ธุรกิจในตัวเมืองประสบปัญหาอย่างมาก ต้องการเงินเข้ามาฟื้นฟู โดยเฉพาะการออกมาตรการเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยระยะยาว เพื่อให้สามารถกลับมาทำธุรกิจได้ ไม่งั้นเป็นเรื่องยากที่เศรษฐกิจหาดใหญ่จะฟื้นตัวได้

“พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณอาสาสมัครทุกแห่งที่ได้เข้ามาช่วยเหลือ ร่วมแรงร่วมใจเสียสละ เสี่ยงชีวิตเป็นอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนอาสาสมัคร คนหาดใหญ่ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้โดยเร็ว” นายก่อแก้ว กล่าว

‘โสภณ’ลั่น!ไม่ Worry กระแส-โพล เชื่อการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้ปชช.ตัดสิน

'โสภณ'ลั่น!ไม่ Worry กระแส-โพล เชื่อการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้ปชช.ตัดสิน

‘โสภณ’ลั่น!ไม่ Worry กระแส-โพล เชื่อการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้ปชช.ตัดสิน

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.40 น.

“โสภณ”ลั่น!ไม่ Worry กระแส-โพล เชื่อการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้ปชช.ตัดสิน ไม่ใช่คนบางกลุ่มมาปั่นกระแส ชี้สถานการณ์แบบนี้ไม่มีรบ.ไหนทำให้สมบูรณ์ได้ ย้ำคำเดิมถ้ามียื่นซักฟอกพร้อมยุบสภา

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ดอนเมือง นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงผลกระทบการบริหารสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล ต่อสนามเลือกตั้งครั้งหน้า พรรค ภท.ซึ่งมีผลโพลความนิยมของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ลดลง ว่า ไม่ห่วงเรื่องกระแสการเมือง เพราะประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ หากนำสถานการณ์มาปั่นเป็นกระแสความสามัคคี เฟคนิวส์ ทำให้ประชาชนที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงหลงผิด เชื่อว่าเวลาและการกระทำจะเป็นเครื่องพิสูจน์การกระทำของรัฐบาล

“พวกผมไม่ได้เวอรี (Worry) กับเรื่องกระแส เรื่องโพล แต่พวกผมวันนี้ก้าวข้ามเรื่องนั้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือเราจะเยียวยาจิตใจกันอย่างไร ระยะยาวจะทำอย่างไร มันไม่เพอร์เฟค เราก็รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำให้สมบูรณ์ได้ มันเกินคาด แต่จะทำอย่างไรส่วนที่บกพร่อง ก็เป็นอุทาหรณ์ไป ส่วนความนิยมทางการเมือง จะบอกว่าพวกผมทำผิดประชาชนจะตัดสิน ไม่ใช่คนบางคน คนบางกลุ่มที่ไปปั่น ความจริงจะปรากฏเอง” นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวต่อว่า เราจะเดินหน้าเยียวยาสภาพจิตใจและฟื้นฟูเรื่องอาชีพต่อ เช่น ศูนย์รับส่งต่อสิ่งของบริจาคนี้จะต้องมีต่อไป และในอนาคต รถยนต์มอเตอร์ไซค์จะทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือประชาชน และประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร ไม่ใช่การเรี่ยไร แต่ประชาชนพร้อมช่วยชี้ว่าบรรยากาศแบบนี้จะที่วัดใจคนใครปรารถนาดีกับประชาชนจริง ทำจริงไม่ได้ใช้วาทกรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ลงพื้นที่อยู่ตลอด เชื่อว่าประชาชนรับรู้รับทราบ ไม่ได้กังวล

เมื่อถามเรื่องการตัดสินใจยุบสภาของนายกรัฐมนตรีหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยที่ต้องเร่งฟื้นฟู จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อพรรคภท.หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า พรรค ภท.ไม่เกี่ยว แต่ประกาศแล้วว่า

“ถ้ายื่นอภิปราย พวกผมก็ยุบ ส่วนประชาชนจะบอกว่ายุบแล้วผลกระทบกับน้ำท่วม เป็นเรื่องของคนที่ยื่นไม่เห็นความสำคัญและความเดือดร้อนของประชาชน ยื่นมาผมก็ยุบ เพราะประกาศมาก่อนแล้ว คุณยื่นมาผมก็ยุบ ส่วนเราเป็นรัฐบาลรักษาการเราก็เดินหน้าทำเต็มที่ แต่อาจจะดรอปลงหน่อยหนึ่งในฐานะรัฐบาลรักษาการ แต่ถ้าไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นก็เดินหน้าเต็มที่ฟื้นฟูสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ว่าที่ อ.หาดใหญ่ หรือภาคใต้ทั้งหมด” นายโสภณ กล่าว

นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจลงหาดใหญ่ครั้งที่ 5 หารือช่วยเหลือผู้ประกอบการ

นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจลงหาดใหญ่ครั้งที่ 5 หารือช่วยเหลือผู้ประกอบการ

นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจลงหาดใหญ่ครั้งที่ 5 หารือช่วยเหลือผู้ประกอบการ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.26 น.

นายกฯนำทีมเศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่รอบที่ 5 คุยผู้ประกอบการ พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง ด้าน ‘ศุภจี’ยันมีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พ.ย. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย อธิบดีกรมธนารักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ผู้บริหารธนาคารออมสิน  ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา  โดยเป็นการเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นครั้งที่ 5 

เมื่อเดินทางถึงนายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึง  จะร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน   โดยนายกฯจะหารือกับผู้ประกอบนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา

จากนั้นนายกฯและคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจย่านตลาดกิมหยง พร้อมพบปะให้กำลังใจและรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ และลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3  ซึ่งในพื้นที่ได้มีการจัด Big Cleaning Day (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกฯและคณะเดินจะเดินกลับ กทม.

โดยเวลา 12.37 น.นายกฯเดินทางถึงกองบิน 6 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยเรื่องลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ นายกฯหยุดยืนฟังคำถาม และพยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

ขณะที่ นางศุภจี  กล่าวว่า ขอให้ติดตามดู ยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

ปชป. ขอบคุณผลโพล หนุนความนิยมพุ่งขึ้นอันดับ 1 ภาคใต้ ดันเชื่อมั่น อภิสิทธิ์ คัมแบ็คชิงนายกฯ

ปชป. ขอบคุณผลโพล หนุนความนิยมพุ่งขึ้นอันดับ 1 ภาคใต้ ดันเชื่อมั่น อภิสิทธิ์ คัมแบ็คชิงนายกฯ

ปชป. ขอบคุณผลโพล หนุนความนิยมพุ่งขึ้นอันดับ 1 ภาคใต้ ดันเชื่อมั่น อภิสิทธิ์ คัมแบ็คชิงนายกฯ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.52 น.

ปชป. แท้งกิ้วผลโพลหนุนความนิยมพุ่งขึ้นอันดับ1 ในพื้นที่ภาคใต้-ดันเชื่อมั่น ‘อภิสิทธิ์’ คัมแบ็คชิงนายกฯ ชวนประชาชนสมัคร สส.วันสุดท้าย ตามแคมเปญ สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ

30 พ.ย. 68 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการสำรวจของนิด้าโพลว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน โดยเฉพาะพี่น้องชาวภาคใต้ ที่ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างอบอุ่นและงดงาม ที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความไว้วางใจ เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ที่ประชาชนในภาคใต้ เชื่อมั่นและจะเลือกในการเลือกตั้งครั้งหน้า และนายอภิสิทธิ์ ได้รับคะแนนเชื่อมั่นสูงสุดสำหรับการจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

จากผลสำรวจครั้งนี้เป็นกำลังใจอันสำคัญยิ่ง และเป็นเครื่องเตือนใจพวกเราว่า ศรัทธาที่ประชาชนมีให้ เป็นภารกิจที่ต้องลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะการจะเดินหน้าสร้างการเมืองสุจริต ด้วยความมืออาชีพ พร้อมลงพื้นที่ ทำงานและพิสูจน์ให้เห็นว่า การเมืองที่ดีสามารถทำให้ประเทศดีขึ้นได้จริง ให้สมกับความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนได้มอบให้แก่พรรคและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับวันนี้เป็นวันสุดท้ายของแคมเปญ สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ ซึ่งการเปิดรับสมัครผู้ที่ต้องการลงสมัคร สส. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกท่านที่มีมีความตั้งใจ ต้องการทำงานรับใช้บ้านเมือง เพื่อมาร่วมกันสร้าง สส.ที่ดี พรรคสร้างพรรคการเมืองที่ดี เพราะพรรคการเมืองที่ดี จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นได้จริง พรรคประชาธิปัตย์ขอกราบขอบพระคุณจากหัวใจ และเราจะทำงานต่อไป เพื่อให้ความหวังของพี่น้องประชาชนกลายเป็นความจริงให้ได้ 

วันนอร์ แนะรัฐบาล นำแนวคิด ยะลาโมเดล ไปปรับใช้ เร่งสำรวจความเสียหาย

วันนอร์ แนะรัฐบาล นำแนวคิด ยะลาโมเดล ไปปรับใช้ เร่งสำรวจความเสียหาย

วันนอร์ แนะรัฐบาล นำแนวคิด ยะลาโมเดล ไปปรับใช้ เร่งสำรวจความเสียหาย

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.38 น.

วันนอร์ ฟุ้งน้ำท่วมยะลารอบนี้กระทบน้อยกว่าปีก่อนหน้า เพราะหลายภาคส่วนเตรียมพร้อมตามแนวคิด ยะลาโมเดล แนะ รัฐบาล เอาไปปรับใช้ – เร่งสำรวจเสียหาย อย่าปล่อยนานเกิน 1 เดือน

30 พ.ย. 68 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความเสียหายที่เกิดจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.ยะลา ในปีนี้ว่า ผลกระทบเกิดขึ้นบ้าง แต่ถือว่าน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากการเตรียมความพร้อมของหลายภาคส่วนตามแนวคิดยะลาโมเดล ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งปีนี้ จ.ยะลา มีการแจ้งเตือนประชาชนตลอดเวลา ในลักษณะการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ประชาชนจึงมีความตื่นตัวตลอดเวลา ขณะเดียวกันจังหวัดยะลาก็มีการจัดเตรียมศูนย์พักพิงที่มีความพร้อม จัดเตรียมอาหารไว้รองรับ ประชาชนในพื้นที่จึงรู้สึกสบายใจในการอพยพออกจากที่พักอาศัย
       
ประธานรัฐสภา กล่าวต่อว่า การสำรวจก่อนที่จะมีเหตุการณ์ ถือว่ามีความจำเป็น ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยใช้แนวคิดเชิงป้องกันก่อนเกิดปัญหาที่ จ.อุดรธานี ซึ่งปัจจุบัน จ.อุดรธานี ก็เกิดความเสียหายน้อยจากปัญหาอุทกภัย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้รัฐบาลควรเตรียมการและสำรวจจังหวัดที่เกิดอุทกภัยบ่อย อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.อ่างทอง ซึ่งอาจนำแนวคิดยะลาโมเดล ไปปรับใช้ก็ได้ เพราะหากทำได้ ความเสียหายอาจเกิดเพียงครึ่งเดียวจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
      
“การสำรวจความเสียหายหลังน้ำลดเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการไม่ควรปล่อยนานเกิน 1 เดือน เพราะหากนานคนก็จะลืม ข้อมูลต่าง ๆ จะหาย เรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งในเดือนม.ค.ที่จะถึงนี้ ผมเตรียมที่จะลงพื้นที่ จ.ยะลา อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าแนวคิดยะลาโมเดล ที่ จ.ยะลา นำมาใช้ในปีนี้ว่ามีอะไรต้องปรับปรุงอีกหรือไม่ เพื่อเตรียมข้อมูลไว้รองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2569” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ลลิดา ส่งต่อสิ่งของจำเป็นขึ้นเครื่องบิน ทส. ช่วยชาวใต้

ลลิดา ส่งต่อสิ่งของจำเป็นขึ้นเครื่องบิน ทส. ช่วยชาวใต้

ลลิดา ส่งต่อสิ่งของจำเป็นขึ้นเครื่องบิน ทส. ช่วยชาวใต้

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.22 น.

“ธารน้ำใจหลั่งไหลไม่หยุด” รองโฆษกฯ ส่งต่อสิ่งของจำเป็นขึ้นเครื่องบิน ทส. ช่วยชาวใต้ แม้น้ำลดแล้วแต่ยังเดือดร้อนจำนวนมาก — รมว.สุชาติสั่งดูแลประชาชนต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ได้เป็นตัวแทนประชาชนจากหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ส่งมอบสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารแห้ง น้ำดื่ม ผ้าอ้อม เครื่องนอน และของใช้ประจำวัน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังมีหลายครอบครัวที่ต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การส่งมอบครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก เครื่องบินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยมี นางอริสรา สิทธิยศ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน
และ นายสกล ไทยวุฒิวงค์ หัวหน้าฝ่ายแผนปฏิบัติการบิน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับมอบสิ่งของทั้งหมด ก่อนลำเลียงขึ้นอากาศยานเพื่อนำไปกระจายถึงพื้นที่ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของ ทส. เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ การสนับสนุนด้านมนุษยธรรม และการจัดส่งอุปกรณ์ยังชีพเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็น

“แม้น้ำจะลดแล้ว แต่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนยังไม่จบ เราจึงต้องช่วยต่อเนื่องจนกว่าทุกครอบครัวจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” รองโฆษกฯ กล่าว

ภาพรวมการช่วยเหลือวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เจ้าหน้าที่ ทส. และประชาชน ที่ร่วมกันส่งต่อความห่วงใยให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

วันแรก Big Cleaning หาดใหญ่ เก็บขยะได้ 300 ตัน

วันแรก Big Cleaning หาดใหญ่ เก็บขยะได้ 300 ตัน

วันแรก Big Cleaning หาดใหญ่ เก็บขยะได้ 300 ตัน

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.12 น.

เผยผลปฏิบัติการ “Big Cleaning – ทส. หนึ่งเดียว” วันแรก เก็บขยะกว่า 300 ตัน ฟื้นฟูหาดใหญ่เต็มกำลัง รองโฆษกฯ ย้ำเดินหน้าต่อเนื่องจนกว่าจะคืนเมืองปลอดภัยให้ประชาชน

เมิ่อวันที่ 30 พ.ย.68 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้รายงานความคืบหน้าปฏิบัติการ “Big Cleaning คืนความสุข คนสงขลา” ซึ่งเป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ภายใต้แนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังสถานการณ์น้ำท่วมให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

วันแรกของการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่สามารถเก็บขยะ เศษวัสดุ โคลนตม และสิ่งปฏิกูลได้มากกว่า 300 ตัน พร้อมล้างทำความสะอาดอาคาร พื้นผิวถนน ทางเดิน และพื้นที่สาธารณะหลายจุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณวัดหงส์ประดิษฐาราม (วัดคอหงส์) และโรงเรียนเทศบาล 3 โสภณพิทยาคุณนุสรณ์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 28,800 ตารางเมตร (18 ไร่) เพื่อป้องกันเชื้อโรคหลังน้ำลด

การฟื้นฟูครั้งนี้ เป็นการสนธิกำลังของทุกหน่วยงานใน ทส. ทั้งกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมควบคุมมลพิษ รวมกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 780 นาย, ยานพาหนะ 88 คัน, และอุปกรณ์กว่า 4,000 รายการ เข้าทำงานต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจนค่ำ

นอกจากนี้ยังได้จัดทำอาหารปรุงสุกแจกจ่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5,500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างกำลังใจ

รองโฆษกฯ ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง “พลังการทำงานแบบทส.หนึ่งเดียว” ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง และรัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง จนกว่าประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในเร็วที่สุด

กกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. วันที่ 1 – 5 ธันวาคมนี้

กกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. วันที่ 1 - 5 ธันวาคมนี้

กกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. วันที่ 1 – 5 ธันวาคมนี้

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.00 น.

กกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. วันที่ 1 – 5 ธันวาคมนี้ 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้ที่สนใจสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล สามารถสมัครได้ระหว่างวันที่ 1 – 5 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 16.30 น.  (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด

โดยผู้ที่สนใจสมัครรับเลือกตั้งสามารถตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และเตรียมหลักฐานและเอกสารประกอบการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้ง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

1.1 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

1.2 ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง สำหรับผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

1.3 มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลที่สมัครรับเลือกตั้ง ในวันสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

1.4 วุฒิการศึกษา

• สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ไม่ได้กำหนดวุฒิการศึกษา

• ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาตำบล สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา

2. ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

2.1 ติดยาเสพติดให้โทษ

2.2 เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

2.3 เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ

2.4 เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการเลือก

ตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 39 (1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช (2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ หรือ (4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

2.5 อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

2.6 ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

2.7 เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

2.8 เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อ หน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

2.9 เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

2.10 เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน

2.11 เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง

2.12 เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

2.13 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

2.14 เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

2.15 เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

2.16 อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

2.17 เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญ ญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

2.18 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี

2.19 เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น  แล้วแต่กรณี มายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

2.20 อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

2.21 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  หรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกันหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น

2.22 เคยพ้นจากตำแหน่งใดๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้ เสียไม่ว่าโดยทางตรง  หรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระ ทำกับหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทน หรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

2.23 เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใดๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

2.24 เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะทอดทิ้ง หรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือแก่ราชการ และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

2.25 ลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด

3. หลักฐานและเอกสารประกอบการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลพร้อมทั้งหลักฐานการสมัคร ดังนี้

3.1 ใบสมัครรับเลือกตั้งตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/1

3.2 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก หรือ รูปภาพที่พิมพ์ชัดเจนเหมือนรูปถ่ายของตนเอง ขนาดกว้างประมาณ 8.5 เซนติ เมตร ยาวประมาณ 13.5 เซนติเมตร จำนวนตามที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด

3.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3.4 สำเนาทะเบียนบ้าน

3.5 ใบรับรองแพทย์

3.6 หลักฐานการศึกษา

3.7 หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี (2565, 2566, 2567) นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษี พร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษีตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/2

4. ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้ง

4.1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบล 2,500 บาท

4.2 สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล 1,000 บาท

ทั้งนี้ ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้มีจํานวน 4 จังหวัด  ที่เลื่อนรับสมัครทั้งจังหวัด   ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาสเนื่องจากในพื้นที่ที่เกิดเหตุอุทกภัย ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถดําเนินการรับสมัครสมาชิกและนายก อบต. ตามแผนที่ กกต.เห็นชอบให้มีการรับสมัครรับเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 1 – 5 ธันวาคมนี้   และกําหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ให้เลื่อนวันรับสมัคร   

โดยให้ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําองค์การบริหารส่วนตําบลในพื้นที่ที่เกิดเหตุอุทกภัย ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลและนายกองค์การบริหารส่วนตําบล ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 และวันรับสมัครเป็นวันที่ 8 – 12 ธันวาคม 2568

สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือ Application Smart Vote หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการสายด่วน 1444