สวนดุสิตโพลชี้’น้ำท่วมหาดใหญ่’ รัฐบาลคะแนนตก ฝ่ายค้านเด่น’เท้ง’แซงนำ

สวนดุสิตโพลชี้'น้ำท่วมหาดใหญ่' รัฐบาลคะแนนตก  ฝ่ายค้านเด่น'เท้ง'แซงนำ

สวนดุสิตโพลชี้’น้ำท่วมหาดใหญ่’ รัฐบาลคะแนนตก ฝ่ายค้านเด่น’เท้ง’แซงนำ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.08 น.

30 พฤศจิกายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤศจิกายน 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,208 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-28พฤศจิกายน 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 เฉลี่ย 3.90คะแนน ลดลงจากเดือนตุลาคม 2568 ที่ได้ 4.02 คะแนนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.46 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหาความยากจน 3.44 คะแนน ด้านนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่น พบว่า ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีใครผลงานโดดเด่น ร้อยละ 57.34 รองลงมาคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 23.46 ด้านฝ่ายค้าน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 39.49 รองลงมาคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 31.97 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ คนละครึ่งพลัส ร้อยละ 39.51 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 49.72

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนนี้โดยรวมปรับลดลง แม้มาตรการคนละครึ่งพลัสจะช่วยพยุงคะแนนรัฐบาลจากการบรรเทาค่าครองชีพแต่กลับไม่สามารถยกระดับคะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีได้เพราะเหตุการณ์มหาอุทกภัยหาดใหญ่สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ยังไม่ตอบโจทย์ประชาชน ขณะที่ฝั่งฝ่ายค้านแม้ดัชนีภาพรวมจะลดลงเช่นกันแต่คะแนนนักการเมืองของคุณณัฐพงษ์ปรับเพิ่มหลังการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและบทบาทเชิงรุกในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย น้ำท่วมครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างความเสียหายให้ประชาชนหากแต่ยังซัดกระทบคะแนนนิยมของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญด้วย

รศ.ดร.รุ่งภพ คงฤทธิ์ระจัน รองคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่าคะแนนความนิยมจากผลโพล พบว่าการกระตุ้นการใช้จ่ายสำหรับประชาชนทั่วไปจากโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชนทั่วไปมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาด้านปากท้องเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ปัญหามากที่สุดโดยเฉพาะปัญหาการว่างงานที่ผลโพลให้คะแนนรัฐบาลอนุทินต่ำลง และสอดคล้องกับความพึงพอใจในภาพรวมของเศรษฐกิจก็มีคะแนนต่ำลงเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายของรัฐบาลอนุทินต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าว่า รัฐบาลจะต้องจัดทำโครงการหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีเพิ่มมากขึ้น และเร่งผลักดันมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนจากการใช้อำนาจของรัฐบาลที่เหลืออยู่ เพราะมิฉะนั้นภาพจำในการบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทินจะเป็นรัฐบาลที่ไม่เฉียบคมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและไม่ส่งผลดีต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า

เทพไท วิเคราะห์การเมือง แนะทางออก อนุทิน ยุบสภาดีกว่าลาออก

เทพไท วิเคราะห์การเมือง แนะทางออก อนุทิน ยุบสภาดีกว่าลาออก

เทพไท วิเคราะห์การเมือง แนะทางออก อนุทิน ยุบสภาดีกว่าลาออก

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.57 น.

30 พ.ย. 68 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 

“อนุทิน ยุบสภา ดีกว่า ลาออก
จากเหตุอุทกภัยน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความความสามารถ วุฒิภาวะ การแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมของรัฐบาลชุดนี้ ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นเรื่อยๆ พูดถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ภัยพิบัติที่เป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ของเมืองหาดใหญ่ มีการเรียกร้องให้นายอนุทิน แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยการลาออกมีเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกร้องสปิริตหรือจริยธรรมทางการเมืองต่อนายอนุทินด้วย

ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองคนหนึ่ง เห็นว่าเป็นเรื่องปกติของนักการเมือง เมื่อมีความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือบริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความล้มเหลวของการทำงาน นักการเมืองในประเทศที่เจริญแล้ว จะแสดงออกโดยการลาออก แต่สำหรับประเทศไทยค่อนข้างหายากมาก

สำหรับนายอนุทิน ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ผมเห็นว่าการแสดงความรับผิดชอบการลาออก ก็จะเป็นเรื่องที่น่าได้รับเสียงสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ว่า รัฐบาลชุดนี้ มีอายุถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 เท่านั้น สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด คือนายอนุทินประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจพิจารณาว่า นายอนุทินมีความสามารถเพียงพอที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติได้หรือไม่ ถ้าประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับหนึ่ง มาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก ก็แสดงว่าประชาชนยอมรับนายอนุทิน ซึ่งเป็นการพิสูจน์กันทางการเมือง

เมื่อรัฐบาลมีความผิดพลาดทางการบริหาร สามารถทำได้2แนวทาง ไม่ยุบสภา ก็ลาออก แต่ถ้านายอนุทินลาออก โอกาสก็ตกอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเหลืออยู่อีก1คน คือนายชัยเกษม นิติสิริ ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆโอกาสไม่มีแล้ว จึงทำให้พรรคเพื่อไทยอยู่ในอาการละล้าละลังว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ดีหรือไม่ หรือจะกดดันให้นายอนุทินลาออก ซึ่งหวยอาจจะไปออกที่พรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีส้มหล่นอีกคนหนึ่งก็เป็นไปได้

แต่ถ้าหากว่าเป็นเรื่องของความเหมาะสมกับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ถ้านายอนุทินจะแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ผมเสนอให้ยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ให้ประชาชนไปเลือกตั้งพรรคการเมืองต่างๆ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค เพราะวันนี้พรรคการเมืองหลายพรรคไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าหากนายอนุทินตัดสินใจลาออก และเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ก็ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ถ้าจะให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง ต้องล้างไพ่ใหม่ คือยุบสภา แต่ละพรรคจะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้ประชาชนตัดสินใจว่า จะให้พรรคการเมืองใดเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ถ้านายอนุทินยังไม่ยอมยุบสภา ก็เสนอไปยังพรรคเพื่อไทยให้กล้าๆหน่อย ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการเปิดสภาฯสมัยสามัญ ซึ่งนายอนุทินก็ได้ส่งสัญญาณแล้วว่า ให้พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมดูสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในวันที่ 12 ธันวาคม 2568

เมื่อทุกฝ่ายเตรียมพร้อมและทุกฝ่ายได้คาดการณ์แล้วว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ครบวันที่ 31 มกราคม 2569 แน่นอน ก็มีอยู่2ทาง คือ 1.นายอนุทินประกาศยุบสภา โดยไม่ต้องรอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2.ถ้านายอนุทินไม่ยอมยุบสภาด้วยตัวเอง พรรคเพื่อไทยต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทินก็จะยุบสภา เชื่อว่าการยุบสภาคือคำตอบของประเทศ” 

พท.ผสมโรงไล่‘หนู’ มันปากแท็กทีมรุมขย้ำไม่ยัง ซัดแก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก

พท.ผสมโรงไล่‘หนู’ มันปากแท็กทีมรุมขย้ำไม่ยัง ซัดแก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก

พท.ผสมโรงไล่‘หนู’ มันปากแท็กทีมรุมขย้ำไม่ยัง ซัดแก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พท.ผสมโรงไล่‘หน’ มันปากแท็กทีมรุมขย้ำไม่ยง ซัดแก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก เสื้อแดงจัดต่อชะตาชีวิตแม้ว พปชร.ดัน‘ตรีนุช’นั่งเลขาฯ

“เพื่อไทย” ผสมโรงโหนน้ำท่วม“อนุสรณ์” ชี้กระแสเรียกร้องจี้นายกฯอนุทินให้ลาออก ตอกย้ำสะท้อนภาวะผู้นำสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงของรัฐบาลเสียงข้างน้อย เย้ยโดนชาวบ้านไม่ไว้วางใจไปแล้ว คนเสื้อแดงมาตามนัดหน้าคลองเปรม ร่วมทำบุญสะเดาะเคราะห์ให้ “ทักษิณ”

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสสังคมที่เรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกภายหลังที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าล้มเหลวในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่าวิกฤตน้ำท่วมได้พัฒนาไปเป็นวิกฤตศรัทธาของรัฐบาลอย่างสมบูรณ์แบบ ความเชื่อมั่นของประชาชนเสื่อมทรุดอย่างมีนัยสำคัญ ภาพลักษณ์ที่รัฐบาลพยายามสร้าง คะแนนความนิยมที่พยายามหา ถูกกระแสน้ำพัดพาไปอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้ มีนักวิชาการออกมาประเมินสถานการณ์ตรงกันว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยกำลังตกที่นั่งลำบาก อยู่ในภาวะเปราะบาง และถูกจับตามองจากสาธารณะในแทบทุกมิติ แม้นายอนุทินจะออกมาขอโทษหรือร้องไห้แสดงอารมณ์สะเทือนใจอีกกี่ครั้งแต่การกระทำดังกล่าว ไม่เพียงพอ ที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อศักยภาพของรัฐบาลในการคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วม แม้ระดับน้ำในจังหวัดสงขลาจะเริ่มลดลง

แต่หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และภาคกลางยังคงมีประชาชนจำนวนมากที่จมน้ำและรอความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ประชาชนต้องการเห็นรัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้ง ในด้านการสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างเป็นมาตรฐาน การฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การบริหารจัดการภัยพิบัติตามหลักสากล การวางระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม

เย้ย ปชช.ไม่ไว้วางใจรบ.ไปแล้ว

“ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสียงข้างน้อยเมื่อไหร่เป็นเรื่องที่สังคมกำลังจับตามอง แต่ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วคือประชาชนได้ลุกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปก่อนหน้านี้อย่างกว้างขวาง ผ่านทุกช่องทางสาธารณะ และได้ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ให้พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ด้วยพลังของประชาชนเอง” นายอนุสรณ์ กล่าว

‘ชลน่าน’ชี้ศก.ใต้อีกนานกว่าฟื้นตั

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปีนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โดยรวมเลวร้ายมาก มีคนตายนับร้อย เพราะปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าท่วมในหลายจังหวัด ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประชาชนยังต้องจมอยู่กับน้ำในหลายพื้นที่ โดยจากรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กินพื้นที่ 105 อำเภอ 723 ตำบล 5,381 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,226,627 ครัวเรือน3,542,583 คน หนักที่สุดคือพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพราะต้องยอมรับว่าหาดใหญ่ คือศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ ดังนั้น ผลที่ตามมาคือความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ประเมินค่าไม่ได้ และหลายฝ่ายประมาณการในพื้นที่หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้อีกนานกว่าจะฟื้นตัวกลับมาเช่นเดิม

แม้ขอโทษแต่แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทยแม้จะออกมาขอโทษประชาชน แต่ กว่าจะยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดมาจากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด การบริหารจัดการบกพร่องอย่างร้ายแรง มันช้าไปมาก เพราะจากการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดล้มเหลว ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ ประชาชนเสียชีวิตที่ล่าสุดมีมากกว่าร้อยคน ขณะเดียวกัน พบว่าภาคธุรกิจพังยับ ประชาชนหลายแสนคน หลายหมื่นครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านพัง ทรัพย์สินหายไปกับน้ำ

“ล่าสุดนายอนุทินรีบประกาศความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมรายละ 2 ล้าน เป็นเจตนาประกาศออกมาเพื่อกลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่ประสบเหตุออกมาต่อต้าน ขับไล่ ทำให้นายอนุทินต้องรีบพูดเพื่อหวังกลบกระแสวิจารณ์สถานการณ์ตอนนี้ จำเป็นต้องพูดถึงมาตรการการเยียวยาช่วยเหลืออย่างอื่นที่จำเป็นก่อนไหม หรือบทเรียนจากภัยโควิด ไม่ได้ทำให้คุณอนุทินเรียนรู้อะไรนอกจากเสียน้ำตา การบริหารภาวะวิกฤตจึงล้มเหลวซ้ำซาก”นพ.ชลน่าน ย้ำ

จี้รัฐเร่งช่วยเหลือปชช.หลังน้ำลด

“สิ่งที่ต้องดำเนินการคือรัฐบาลต้องระดมกำลังเร่งอพยพประชาชน และต้องระดมแพทย์และพยาบาลให้การดูแลประชาชนที่ประสบเหตุ เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบทั้งร่างกายและจิตใจประชาชนมาก ประชาชนยังหวาดระแวงต้องคิดเสมอว่าทุกคนที่ประสบภัยเป็นคนป่วย คาดการณ์ว่ามีจำนวนนับแสนคน คณะแพทย์ต้องเร่งนำประชาชนเข้าสู่การดูแลด้านสุขภาพทั้งร่างกายจิตใจ เตรียมสถานบริการทางการแพทย์ รพ.สนาม เครือข่ายส่งต่อ ระดมทีมแพทย์ พยาบาลอาสา บุคลากรทางการแพทย์ เครื่องมือ ยาเวชภัณฑ์ ให้พร้อมที่จะรองรับ นอกจากนี้ ควรเร่งป้องกันโรคระบาด โรคที่มาจากน้ำ โรคฉี่หนูที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา สำหรับคนที่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสำรวจ ตรวจสอบ เร่งรัด จัดเก็บเพื่อดำเนินการตรวจอัตลักษณ์บุคคลอย่างรวดเร็ว เพื่อส่งมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป หลังจากนี้จึงประกาศมาตรการช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติเร่งฟื้นฟูให้คืนสู่สภาพปกติโดยเร็วทุกหน่วยงานรัฐต้องบูรณาการการทำงาน ที่สำคัญผู้บัญชาการหน่วยงานต้องชัดเจนอย่ามั่วเหมือนที่ผ่านมาเพราะจะส่งผลให้การทำงานล่าช้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะปัญหาของประชาชนรอไม่ได้” นพ.ชลน่าน กล่าว

เสื้อแดงทำบุญสะเดาะเคราะห์ให้‘แม้ว’

ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง เดินทางรวมตัวจัดกิจกรรม “กินข้าว-ให้กำลังใจนายกฯ ทักษิณ” อย่างต่อเนื่องทุกเสาร์ โดยกิจกรรมหลักในวันนี้ มีการนิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป ประกอบพิธีทำบุญสะเดาะเคราะห์และต่อชะตาให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางมาตรการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่

โดยช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนจากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่มชาวเชียงใหม่ราว 10 คน ซึ่งเหมารถมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมทำบุญให้กับนายทักษิณโดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน ภายในกิจกรรมได้มีการจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ร่วมงาน โดยเมนูที่นำมาแจกประกอบด้วย ขนมจีนน้ำยา แกงเขียวหวาน ผัดซีอิ๊ว รวมถึงขนมหวานไทยหลากหลายชนิด

ภายหลังพิธีทำบุญ ช่วงสายถึงเที่ยงเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจากต่างจังหวัดและแกนนำกลุ่มเสื้อแดงหลายราย ประกอบด้วย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, วรชัย เหมะ,“โด่ง” อรรถชัย อนันตเมฆ, ทนายอั๋น บุรีรัมย์, น้องณภพ “ย๊ะ” รวมถึงผู้ใหญ่ในเครือข่ายอีกหลายคน โดยมีการกล่าวให้กำลังใจและอัปเดตสถานการณ์แก่ผู้ร่วมกิจกรรม และช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. จะมีการเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ผู้นำโง่ เราจะตายกันหมด”

พปชร.ประชุมปรับทัพใหม่

ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 3/2568 โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.เป็นประธานการประชุม พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค สส. ตัวแทนภาค ตัวแทนสาขา และสมาชิกพรรค เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการรับรองรายงานการประชุมและแก้ไขข้อบังคับพรรค โดยมีเรื่องสำคัญคือการเปลี่ยน ที่ตั้งของสำนักงานพรรคและเลือกกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเลือก รองหัวหน้าพรรค 1 ตำแหน่ง และเลขาธิการพรรค 1 ตำแหน่ง และกรรมการบริหารพรรคอีก 7 ตำแหน่ง ซึ่งผลของการเลือกทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคของพรรค พปชร.ประกอบด้วยดังนี้

ดัน‘ตรีนุช’นั่งเลขาธิการพปชร.

1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค 2.นางสาวตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค 3.นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค 4.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค 5.นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค 6.นายภัครธรณ์ เทียนไชย รองหัวหน้าพรรค 7.นายนิพันธ์ ศิริธร รองหัวหน้าพรรค 8.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์
เหรัญญิกพรรค 9.นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ กรรมการบริหารพรรค 10.พลตำรวจโทปิยะ ต๊ะวิชัย กรรมการบริหารพรรค

11.หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรค 12.นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค 13.พลตำรวจเอก ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ กรรมการบริหารพรรค 14.นายบุรินทร์ สุขพิศาล กรรมการบริหารพรรค 15.พลโท กิตติพนธ์ สมจิต กรรมการบริหารพรรค 16.นายสามารถ แก้วมีชัย กรรมการบริหารพรรค 17.นายอนุมัติ อาหมัด กรรมการบริหารพรรค 18.นายอดิศร นุชดำรงค์ กรรมการบริหารพรรค 19.นายยุทธนา ศรีตะบุตร กรรมการบริหารพรรค 20.ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรมสรเดช กรรมการบริหารพรรค 21.นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น กรรมการบริหารพรรค 22.นายสมโภชน์ แพงแก้ว กรรมการบริหารพรรค

เคาะตั้งกก.สรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งประกอบด้วย ประเภทกรรมการบริหาร 5 คน ได้แก่ 1.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 2.นางสาวตรีนุช เทียนทอง 3.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ 4.นายภัครธรณ์ เทียนไชย 5.นายยุทธนา ศรีตะบุตร ประเภท หัวหน้าสาขา จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย 1.สาขาพรรคจังหวัดเชียงใหม่ 2.สาขาพรรคจังหวัดปัตตานี 3.สาขาพรรคจังหวัดร้อยเอ็ด 4.สาขาพรรคจังหวัดสิงห์บุรี ประเภท ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ 1.ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดสระแก้ว 2.ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร

เสนอแคนดิเดตนายกฯ8ธ.ค.เล็งส่ง3คน

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมจึงมีการประกาศเชิญชวนให้มีการเสนอชื่อคนที่เห็นสมควรที่จะได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการบริหารพรรค โดยให้เสนอภายในวันที่ 8 ธันวาคมนี้

เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะเสนอครบทั้ง 3 รายชื่อหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ครั้งนี้จะเสนอแคนดิเดตนายกฯมากกว่า 1 คนถ้าเป็นไปได้จะส่งให้ครบทั้ง 3 คน ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความ พร้อมส่งผู้สมัคร สส.ของพรรคนายไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้เรามีผู้สมัครสส.ทุกภาคแล้ว และชัดเจนว่าพรรคพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนจะครบ 400  เขตหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้สมัคร สส. ส่วนจะส่งได้กี่เขตนั้น ต้องรอให้คณะกรรมการฯที่ ได้รับมอบหมายไปดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนที่มากเพียงพอ

‘ลุงป้อม’อยากได้สส.มากที่สุด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพปชร.ว่า การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี เมื่อถามถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปตั้งเป้าสส.กี่ที่นั่ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า“จะไปตอบได้ยังไง เราก็อยากได้มากที่สุด” เมื่อถามอีกว่าจะส่งผู้สมัครสส.ครบทุกเขตหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ร้องโอ้โหก่อนกล่าวว่าถามอย่างนี้อย่าถามดีกว่า ใครจะไปทำได้กับทุกเขต

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะยังทำให้ พล.อ.ประวิตรยังคงอยู่ในการเมืองต่อ พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้า ก่อนจะกล่าวว่า “เราตอบไม่ได้ ต้องถามประชาชน คุณไปถามทุกคนเลยไป ไปถามทั้ง 70 ล้านคนเลย”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมใหญ่พรรค พลเอกประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายสมาชิกพรรคที่เข้ามาแสดงความเคารพและยังมีสมาชิกพรรคบางส่วนได้มาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับพล.อ.ประวิตรโดยได้ทักทายสมาชิกพรรคและร่วมถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง

พรฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญ10ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2568พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2568 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“การเตรียมความพร้อมด้านการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งพบว่าได้รับผลกระทบจำนวนมาก จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว”

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘นายกฯ’ลมออกหู สายการบินโขกยับ ไปหาดใหญ่6พัน ขู่ถอนใบอนุญาต

‘นายกฯ’ลมออกหู สายการบินโขกยับ ไปหาดใหญ่6พัน ขู่ถอนใบอนุญาต

‘นายกฯ’ลมออกหู สายการบินโขกยับ ไปหาดใหญ่6พัน ขู่ถอนใบอนุญาต

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘นายกฯ’ลมออกหู สายการบินโขกยับ ไปหาดใหญ่6พัน ขู่ถอนใบอนุญาต

นายกฯอนุทิน ลมออกหูหลังสายการบินโขกราคายับเหินฟ้าไปหาดใหญ่คิดเที่ยวละ 6 พันบาท

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในโซเชียลฯ มีการโพสต์ร้องเรียนว่า มีสายการบินฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าโดยสาร เส้นทางหาดใหญ่-กทม. ว่า เรื่องนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม รับทราบเรื่องแล้ว ซึ่งได้มีการยกเลิกการจองตั๋ว และเพิ่มราคาตั๋วโดยสาร และเราพอทราบรายชื่อสายการบินดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เพิกถอนใบอนุญาต ผมไม่มีอย่างอื่น ผมไม่ประนีประนอม ถ้าเอาเปรียบประชาชนในยามยาก ถ้าจะวัดกับผมก็ลองดูผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว พูดดีก็แล้ว อะไรก็แล้ว ตอนนี้ถ้าเอาความเดือดร้อนของประชาชนและคนเหล่านี้ถ้าเค้าไปไหนไม่ได้เค้าก็ต้องอยู่ที่สนามบิน กลับบ้านก็ไม่ได้ ความเครียดก็เกิดขึ้น ถ้าผู้ประกอบการไม่มีจรรยาบรรณ เช่นนี้ก็ไม่ต้องประกอบการ เพิกถอนใบอนุญาตไม่ยากเลย”นายกฯย้ำ

ก่อนหน้านี้ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และอดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงราคาตั๋วเครื่องบินจากสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลากลับกรุงเทพมหานคร ระบุว่า “โอโหววว ตั๋วเครื่องบิน หาดใหญ่-กทม. ราคาพุ่ง 6000+ เห็นใจพี่น้องประชาชนคนที่กำลังเดือดร้อน และเห็นใจอาสาสมัครที่ลงไปช่วยพี่น้องผู้ประสบภัยทุกคน”

ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าน้ำท่วมทางรถไฟในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ล่าสุด สถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟได้ลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา สามารถเข้าดำเนินการตรวจสอบสภาพทางซ่อมแซมจุดดินสไลด์ และเสริมความแข็งแรงของทางรถไฟจนกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้แล้ว จึงสามารถเปิดให้บริการเดินรถช่วงอำเภอห้วยยอด ถึงจังหวัดตรัง และช่วงชุมทางทุ่งสง จังหวัดพัทลุง ได้ตามปกติ ส่งผลให้ในวันที่ 29 พ.ย. 2568 มีการเปิดเดินรถตามปกติ ไป-กลับเพิ่ม ได้แก่

ขบวนรถด่วนที่ 83/84 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ตรัง – กรุงเทพอภิวัฒน์ และ ขบวนรถเร็วที่ 167/168 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ – กันตัง – กรุงเทพอภิวัฒน์ และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง – ปลายทางเพิ่มเติมไป-กลับ ในขบวนรถเร็วที่ 169/170 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ยะลา -กรุงเทพอภิวัฒน์ เป็นส้นทาง กรุงเทพอภิวัฒน์ – พัทลุง – กรุงเทพอภิวัฒน์ จะเริ่มให้บริการในวันที่ 1-2 ธันวาคมนี้

สำหรับเส้นทางชุมทางหาดใหญ่แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทาง พบว่า ช่วงสถานีบ้านต้นโดน ถึงชุมทางหาดใหญ่ ได้รับความเสียหายหลายจุด คันทางรถไฟถูกน้ำกัดเซาะจนขาด หินโรยทางสูญหายจำนวนมาก อุปกรณ์ยึดเหนี่ยวรางและส่วนประกอบต่างๆ ชำรุดเสียหาย การรถไฟฯ ต้องดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัยสูงสุด

‘อนุทิน’ขอโทษน้ำท่วมหาดใหญ่ ยอมรับบกพร่อง ไม่สามารถปกป้องปชช.ได้

‘อนุทิน’ขอโทษน้ำท่วมหาดใหญ่ ยอมรับบกพร่อง ไม่สามารถปกป้องปชช.ได้

‘อนุทิน’ขอโทษน้ำท่วมหาดใหญ่ ยอมรับบกพร่อง ไม่สามารถปกป้องปชช.ได้

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘อนุทิน’ขอโทษน้ำท่วมหาดใหญ่ ยอมรับบกพร่อง ไม่สามารถปกป้องปชช.ได้ ขนทีมศก.ลงใต้ดูความเสียหาย ทบ.เดินหน้าปูพรมบิ๊กคลีนนิ่ง

“นายกฯอนุทิน” ยอมรับบกพร่อง พร้อมขอโทษไม่สามารถปกป้องประชาชนให้ปลอดภัยจากมหาอุทกภัยหาดใหญ่ได้ ชี้ต้องแก้กฎหมาย ยกระดับการเตือนภัยเผยเตรียมขนทีมเศรษฐกิจ-ผู้บริหารสถาบันการเงินลงพื้นที่หาดใหญ่อาทิตย์นี้ ให้เห็นกับตา ก่อนปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู-ซ่อมแซมบ้านเรือน ขณะที่กองทัพบกเดินหน้าภารกิจ “กู้บ้าน คืนเมือง!” ส่งทหารช่างที่ 402 ปูพรม Big Cleaning ฉีดล้างโคลนกวาดเก็บขยะทั่วเมือง เร่งคืนพื้นที่สะอาดให้พี่น้องหาดใหญ่

เมื่อเวลา 10.18 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เรียกประชุมกำหนดมาตรการฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์นายภราดร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เป็นประธานการประชุม ศป.กฉ. ครั้งที่ 6/2568 โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ปั๊มน้ำประปาจ่ายชุมชน

โดยช่วงแรกของการประชุม นายประทีป กุศลวัฒนะผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 5 รายงานสถานการณ์การสั่งจ่ายน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัยว่า ในพื้นที่อ.หาดใหญ่ ใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาค ขณะนี้การประปาเริ่มจ่ายน้ำแล้ว 15% ของพื้นที่ซึ่ง อ.หาดใหญ่ มีจุดจ่ายน้ำทั้งหมด 2 จุดแต่ถูกน้ำท่วม ยืนยันเร่งแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง แต่ยังติดปัญหาเรื่องการจราจร ทำให้การกู้โรงสูบน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยได้ขอความร่วมมือจากแม่ทัพภาคที่ 4 จึงสามารถเริ่มกู้โรงสูบน้ำได้ซึ่งโรงสูบน้ำที่ 1 สามารถเริ่มจ่ายน้ำได้แล้ว แต่โรงสูบน้ำที่ 2 จะใช้เวลา 3-5 วัน ในเบื้องต้นมีการระดมปั๊มน้ำการประปาเขตพื้นที่อื่นเข้ามาช่วยในพื้นที่หาดใหญ่ แต่ยืนยันว่าในพื้นที่หาดใหญ่เครื่องสูบน้ำไม่มีปัญหาเรื่องดินโคลนอุดตัน หากซ่อมเครื่องได้ก็จะใช้งานได้ทันที

เร่งฟื้นฟูเยียวยาหาดใหญ่

ด้านนายภราดร กล่าวว่า ขอให้เร่งดำเนินการซ่อมโรงสูบน้ำให้เร็วกว่านี้ ทำให้ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขตที่ 5 กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการ 24 ชั่วโมงโดยแบ่งเจ้าหน้าที่เป็น 3 กะ และเตรียมเชื่อมต่อการจ่ายน้ำจากโรงสูบน้ำที่ 1 ไปยังโรงสูบน้ำที่ 2 เพื่อเพิ่มพื้นที่การจ่ายน้ำให้ครอบคลุมแต่อาจทำให้กำลังการส่งน้ำเบาลงไปจากเดิม แต่ในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งจ่ายน้ำไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ให้แล้วเสร็จภายในเที่ยงวันนี้ ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์คาดว่าน่าจะทำได้ก่อนเที่ยงวัน ส่วนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับสู่ปกติแล้ว

นายภราดร กล่าวอีกว่าขอให้การประปาส่งแผนผังการส่งน้ำมาให้ศูนย์ ศป.กฉ. ว่าจุดใดสามารถปล่อยน้ำได้บ้างแล้ว และคาดการณ์ว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้โซนใดบ้างในช่วงคืนนี้ รวมไปถึงจะสามารถจ่ายน้ำได้ทั้งหมดเมื่อใด

ลงพื้นที่หาดใหญ่อีกรอบ

ต่อมาในช่วงบ่าย นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 30 พ.ย.ช่วงบ่าย จะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อีกครั้ง โดยจะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นายผยง
ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และรักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ร่วมคณะลงพื้นที่ เพื่อจะได้เห็นเหตุการณ์จริงทั้งหมด และจะได้เตรียมการเรื่องของให้สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องลงพื้นที่ไปเห็นหน้างานด้วยตัวเองจะได้เห็นภาพ และนำกลับมาทำงานได้ด้วยความเข้าใจ และรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนที่เรียกนายเอกนิติ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้นเป็น การสรุปเหตุการณ์ และหารือถึงสิ่งที่ต้องช่วยเหลืออย่างโดยด่วนมีอะไรบ้าง หลังจากที่ลงพื้นที่มา ซึ่งได้มอบภารกิจให้กับรัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไป และวันนี้ก็จะเร่งให้กระทรวงมหาดไทย นำรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเยียวยา หลังรัฐบาลได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้เรียบร้อยแล้ว ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาจะถึงมือประชาชน

เดินหน้าเยียวยาประชาชน

เมื่อถามว่า มีข่าวว่ายอดการเยียวยาอาจจะทะลุไปถึง 30,000 บาท นายกฯ กล่าวว่า การเยียวยามีหลายอย่าง ตอนนี้ตรงไหนที่ใช้เยียวยาได้ก็เอาออกมาใช้ให้หมด อย่างเช่นงบฯ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ครัวเรือนละ 9,000 บาท จะดำเนินการทันที และยังมีเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน ตามความเสียหายจริงครัวเรือนละไม่เกิน 45,000 บาทซึ่งตนจะระดมคนลงพื้นที่ไปเร่งสำรวจโดยหากคนส่วนกลางไม่พอ ก็จะระดมคนจากส่วนภูมิภาคลงไปช่วยเหลือด้วย

นอกจากนี้จะมีการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นตัว รายละไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย ในระยะเวลา 6 เดือน และอีกก้อนหนึ่งคือ สินเชื่อเพื่อนำไปซ่อมแซมทรัพย์สิน ครัวเรือนละ 100,000 บาทเช่นกัน และระยะเวลา 1 ปี ซึ่งรมว.คลัง ตอบรับมาแล้วว่า สถาบันการเงินมีแหล่งเงินเพียงพอในการให้สินเชื่อ ซึ่งส่วนนี้ก็จะเป็นธนาคารของรัฐ ที่รับนโยบายอยู่แล้ว รวมไปถึงการพักหนี้ พักดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ และ
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังหารือ เพื่อขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ เพราะเราไปบังคับเขาไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ จะมีการจัดให้มีสินค้าราคาทุน หรือต่ำกว่าทุน จัดเป็นมหกรรม หรือศูนย์กลางเพื่อจำหน่ายสินค้า ให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันว่าได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้ผลิตบางคน ให้สินค้าราคาทุน และยังแถมสินค้ามาเพิ่มให้ด้วย

ยอมรับบกพร่องของโทษ

เมื่อถามว่า ตอนนี้เข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้วได้มีการสรุปถึงสาเหตุปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ หาดใหญ่วิกฤตหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตอนนี้มองไปข้างหน้า เรื่องที่มาของปัญหาอย่างไร รัฐบาลมีความบกพร่อง ตนก็ยอมรับไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็แล้ว แต่เมื่อมีคนเสียชีวิต มีคนสูญเสีย มีคนบาดเจ็บอยู่บ้านไม่ได้ มันก็นายกฯทั้งนั้น ความผิดนายกฯทั้งนั้นนี่คือเหตุผลที่ต้องลงไปประจำ ต้องใช้องคาพยพ ใช้ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มเทลงไปในจุดแห่งปัญหานี้ และเร่งแก้ปัญหาพลิกฟื้นให้เร็วที่สุด ซึ่งเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ระหว่างลงพื้นที่ พบเจอใครตนก็บอกขอโทษ ที่รัฐบาลไม่สามารถดูแลปกป้อง ให้พวกเขามีความปลอดภัยได้

เมื่อถามย้ำว่า มีความจำเป็นต้องหาถึงต้นตอ จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต นายอนุทิน กล่าวว่า ต้นตอมีหลายอย่างเรื่องการเตือนภัยจะต้องมีการยกระดับว่า เตือนภัย เตือนปุ๊บต้องออกจากบ้านปั๊บ ซึ่งต้องมาแก้กฎหมายอีก เมื่อสักครู่นั่งคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่ว่า เตือนใครจะออกก็ออก ต้องมีการซ้อมการหนีภัย ซึ่งได้สั่งให้ ปภ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเราทราบจุดที่เสี่ยงเกิดภัยอยู่แล้ว ต้องดำเนินการและเรื่องของสภาพภูมิประเทศ จ.สงขลา คือ แอ่งกระทะจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเมืองหาดใหญ่คือกระทะ ทุกอย่างก็ไหลลงมากองอยู่ก้นกระทะ ตอนนี้ต้องไปนั่งแก้ไข ถนนเป็นอุปสรรคหรือไม่ ถ้าถนนเป็นอุปสรรคจะทำอย่างไร เพื่อให้ส่วนแนวถนนเป็นที่ระบายน้ำ ก็ต้องมาดูรายละเอียดเยอะ พอระบายไปที่ทะเลสาบสงขลา เกิดมีช่วงหนึ่งน้ำทะเลหนุนมากกว่าช่องรูถนนจะทำให้น้ำกลับไหลเข้าเมืองอีกหรือไม่ ตรงนี้กรมทางหลวงต้องดูอย่างละเอียด ทางเลี่ยงเมืองต้องคิดแล้วว่า จะเลี่ยงอย่างไร ทำให้เป็นคันกั้นน้ำ เอาไว้รายละเอียดค่อยว่ากัน

ทบ.เดินหน้า Big Cleaning

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.42 โดย กองพันทหารช่างที่ 402 พล.พัฒนา 4 ได้ปรับแผนภารกิจเข้าสู่โหมด “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

พ.อ.อัครวัฒน์ ว่องวิษณุวงศ์ ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 402 ได้จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ของหน่วย เข้าดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ โดยเน้นการ ฉีดล้างดินโคลน เก็บกวาด และฟื้นฟู บ้านเรือนและถนนหนทางที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างเต็มกำลังทหารช่างพร้อมใช้ศักยภาพและเครื่องมือทั้งหมด เพื่อเร่งคืนสภาพความเป็นอยู่ และมอบรอยยิ้มกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่โดยเร็วที่สุด

พณ.ขายสินค้าราคาถูก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังวิกฤตน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบ้านเรือนร้านค้า และกิจการ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เผชิญน้ำท่วมฉับพลันและท่วมขังหลายวัน ขณะนี้พื้นที่ต่างๆ ได้เข้าสู่ช่วงฟื้นฟู ซ่อมแซม และทำความสะอาดบ้านเรือนอย่างเร่งด่วน กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งดำเนินมาตรการเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด

โดย เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงฟื้นฟูจึงมอบหมายให้ กรมการค้าภายใน เร่งประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าและห้างวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ได้แก่ ไทวัสดุ โฮมโปร ดูโฮมโกลบอลเฮ้าส์ และเมกาโฮม ร่วมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูบ้านเรือน โดยลดราคาสูงสุดถึง 80% ระยะเวลา 1 เดือน พร้อมเสริมสต๊อกสินค้าและขยายกำลังการกระจายลงสู่ 40 สาขาในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร, พัทลุง, ตรัง, สตูล, ยะลา และนราธิวาส เพื่อให้ประชาชนในทุกจังหวัดที่ประสบภัยเข้าถึงสินค้าซ่อมแซมบ้านเรือนอย่างทั่วถึง

นอกจากการลดราคาสินค้าจำเป็นแล้ว ผู้ประกอบการหลายรายยังได้ขยายบริการเสริมด้านการซ่อมแซมบ้านเรือนและงานโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งการรีโนเวทพื้นที่ภายใน–ภายนอก การทาสี การซ่อมพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน รวมถึงการตรวจสภาพและแก้ไขโครงสร้างบ้านที่ชำรุด ตลอดจนบริการทีมช่างสำหรับงานต่อเติมที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ โดยมีการจัดทีมช่างและช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด

นางศุภจีย้ำว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์ด้านราคา ปริมาณสินค้า และคุณภาพบริการซ่อมแซมอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสหรือเอาเปรียบประชาชนในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบ

เยียวยาเกษตรกรครัวละ 3 พัน

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ ครัวเรือนละ 3,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครอบคลุมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 1,079.236 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 27พฤศจิกายน 2568) วงเงิน 3,237.708 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ด้านพืช 565,565ครัวเรือน ด้านประมง 65,239 ราย ด้านปศุสัตว์ 448,432 ราย

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเร่งจัดทำรายละเอียดนำเสนอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมแผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาและเสนอขอรับงบกลางช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2568 ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป

“การเยียวยาผู้ประสบภัย รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งขณะนี้พบว่าได้รับผลกระทบจำนวนมาก จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบอย่างครบถ้วนและโปร่งใส โดยยึดหลักความรวดเร็ว ถูกต้อง และเข้าถึงทุกครัวเรือน

PEAเดินหน้ากู้ระบบไฟฟ้า

นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นประธานในการประชุมติดตามเร่งรัดฟื้นฟูตรวจสอบระบบจำหน่ายไฟฟ้าและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ณ ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสนับสนุนกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ (ศอส.ต.3)

โดยได้ระดมทีมช่างจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ จำนวนประมาณ 1,000 คน ร่วมปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้โดยเร็วและปลอดภัย ทั้งนี้ จะเร่งดำเนินการในพื้นที่น้ำลดก่อนที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าคืน เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุและไฟฟ้าลัดวงจร

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

4.เรื่องสำนักงานศาลปกครองได้มีคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ผู้ฟ้องคดีเข้ารับราชการครั้งแรกในต่างจังหวัดแต่ปรากฏว่า ศาลปกครองในส่วนภูมิภาคไม่เปิดทำการ ทางราชการจึงได้ให้ผู้ฟ้องคดีรายงานตัวเข้าปฏิบัติราชการในส่วนกลาง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เช่นนี้ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านหรือไม่ หากไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านแล้วจะต้องคืนเงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับไปหรือไม่นั้น

เรื่องนี้ ผู้ฟ้องคดีได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครั้งแรกเป็นเจ้าหน้าที่ศาลปกครอง 3 สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค 14 (สุพรรณบุรี) แต่ขณะนั้นยังไม่เปิดทำการ เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) จึงมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานศาลปกครองส่วนกลางในวันที่ 24 มกราคม 2544

ต่อมาคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองได้ออกระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการฝ่ายปกครอง พ.ศ.2545 มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2545

ผู้ฟ้องคดีจึงได้ยื่นเรื่องขอรับเงินค่าเช่าบ้านต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และได้รับอนุมัติใช้เบิกจ่ายค่าเช่าบ้านตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2545 หลังจากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีคำสั่งให้ระงับการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านของข้าราชการที่ได้รับคำสั่งบรรจุครั้งแรกที่สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคที่ยังไม่เปิดที่ทำการไว้ชั่วคราวก่อนตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทักท้วง

ต่อมาคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองได้พิจารณาและมีมติให้ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองที่ถูกระงับการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งระงับสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดี และให้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ต่อไป

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว

ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว

ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.21 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ได้แชร์ภาพ ที่มี่  น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน พร้อมข้อความว่า ก็ไม่ขาดนะ จะเอาเท่าไหร่บอก! ลิซ่าบริหารจัดหารได้กับอีกแค่ไม้กวาดมะพร้าวเทียบ 7 วันที่อยู่พื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ เรื่องนี้ง่ายสุดแล้ว คงไม่ต้องถึงมือ รมต.สำนักนายกฯ ขอบริจาคให้เป็นภาระประชาชน

โดยภราดร ปริศนานันทกุล ก็โพสต์ข้อความว่า  ดีครับ ช่วยเอาไปฝากให้ที่ศูนย์ส่วนหน้าด้วยนะครับ คนละไม้คนละมือฮะ  หน้างานมีความจำเป็นต้องใช้มาก  นายกอบจ.แจ้งงว่าต้องใช้หลายหมื่นด้าม ทางอ่างทองก็ส่งไปหลายพันด้ามครับ 

เรื่องเล็กน้อย แต่ยิ่งใหญ่แบบนี้ยังมีอีกเยอะเลยครับ  ยาน้ำกัดเท้า ยากันยุง ถุงดำใส่ขยะ กระสอบใส่ขยะ ถุงมือยาง รองเท้าบูท น้ำยาขัดพื้น ถังใส่น้ำสะอาด60ลิตรมอบให้ชาวบ้านขณะที่ประปายังไม่สมบูรณ์ คนละไม้คนละมือครับ บ้านสะอาดได้ด้วยมือทุกคนช่วยกันครับ

พปชร.หวังส่งแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คน ย้ำมีชื่อ’ลุงป้อม’แน่

พปชร.หวังส่งแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คน ย้ำมีชื่อ'ลุงป้อม'แน่

พปชร.หวังส่งแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คน ย้ำมีชื่อ’ลุงป้อม’แน่

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.54 น.

“ไพบูลย์”เผยความตั้งใจ พปชร.ส่งแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คน ย้ำมีชื่อ “ลุงป้อม” แน่ เพราะเป็นหัวหน้าพรรค

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคตั้งใจมีแคนดิเดต 3 คน แต่ต้องมีการเสนอชื่อและผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นจากคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน ทั้งนี้ยืนยันว่า พรรคตั้งใจจะส่งครบทั้ง 3 คน และยอมรับ ว่ามีชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตด้วย เพราะเป็นหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งเป้าว่าจะส่งผู้สมัครสส.กี่คน นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้สมัครของพรรคยังพิจารณาไม่จบ ยังต้องดูศักยภาพผู้สมัคร และความเป็นไปได้ที่จะได้รับเลือกตั้งหรือไม่ด้วย

‘ธนกร’ โต้ ‘ชลน่าน’ ยันรัฐบาลออกมาตรการช่วยน้ำท่วมทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว เหน็บนั่งวิจารณ์ง่ายกว่าเร็วกว่าลงมือทำ

'ธนกร' โต้ 'ชลน่าน' ยันรัฐบาลออกมาตรการช่วยน้ำท่วมทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว เหน็บนั่งวิจารณ์ง่ายกว่าเร็วกว่าลงมือทำ

‘ธนกร’ โต้ ‘ชลน่าน’ ยันรัฐบาลออกมาตรการช่วยน้ำท่วมทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว เหน็บนั่งวิจารณ์ง่ายกว่าเร็วกว่าลงมือทำ

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.47 น.

“ธนกร“ โต้ “หมอชลน่าน” รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท ย้ำหลายข้อเสนอรัฐบาลทำแล้ว เหน็บรัฐบาลทำดีแค่ไหนก็ไม่ถูกใจ เพราะนั่งวิพากษ์วิจารณ์ง่ายและเร็วกว่าลงมือทำ แนะพักเรื่องการเมืองไว้ก่อน

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย บริหารสถานการณ์น้ำท่วมผิดพลาดล้มเหลว ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ว่า อุทกภัยเป็นภัยธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่รัฐบาลก็พยายามป้องกันและวางมาตรการเยียวยาช่วยเหลืออย่างเป็นขั้นตอน ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว การที่พรรคเพื่อไทยรีบออกมาโจมตีนายกฯ ในขณะนี้ทั้งๆ ที่คนไทยทั้งประเทศกำลังร่วมแรงร่วมใจกันอยู่นั้น มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากหวังจะรีบสร้างคะแนนนิยมให้กับตัวเองใช่หรือไม่ ทั้งนี้ สิ่งที่ นพ.ชลน่านเสนอความเห็นนั้น หลายอย่างรัฐบาลดำเนินการไปแล้วอย่างเป็นขั้นตอน 

ส่วนกรณีที่ นพ.ชลน่าน ระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งระดมแพทย์และพยาบาลให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งต้องเตรียมสถานบริการทางการแพทย์ รพ.สนาม เครื่องมือ พยาเวชภัณฑ์ ให้พร้อมที่จะรองรับ และต้องเร่งป้องกันโรคระบาดที่มาจากน้ำด้วยนั้น นายธนกร กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลก็ดำเนินการไปแล้ว เพราะท่านนายกฯ พูดเสมอว่า ต้องให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่ นพ.ชลน่านอ้างว่า ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมรายละ 2 ล้านบาท เป็นเจตนาประกาศเพื่อกลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และเพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยออกมาต่อต้าน ขับไล่รัฐบาลนั้น อาจจะเป็นความคิดที่คับแคบไปหน่อย การช่วยเหลือเยียวยารัฐบาลทำเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะถูกขับไล่ เว้นเสียแต่จะมีคนการเมืองที่ใจแคบ ไปจัดตั้งกลุ่มคนออกมาจัดฉากต่อต้านรัฐบาลเสียมากกว่า 

นายธนกร กล่าวอีกว่า หากมองด้วยใจที่ไม่อคติก็น่าจะพอเข้าใจได้ว่า แม้รัฐบาลจพช่วยเหลือเยียวยามากมายขนาดไหน พรรคเพื่อไทยย่อมต้องออกมาบอกว่าทำเพื่อกลบกระแส แต่ถ้าไม่มีมาตรการเยียวยาอะไรเลย พรรคเพื่อไทยก็จะออกมาบอกว่ารัฐบาลไม่เหลียวแลประชาชน ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรพรรคเพื่อไทยย่อมไม่มีวันถูกใจ เพราะการที่รัฐบาลได้ใจประชาชนจะเป็นความลำบากของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งสมัยหน้าใช่หรือไม่ วันนี้พักเรื่องการเมืองไว้ก่อนน่าจะดีกว่า

“เมื่อครั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ท่านนายกฯ ร่วมแก้ปัญหาร่วม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดีจนทั่วโลกต่างชื่นชม น้ำท่วมครั้งนี้ จริงๆ แล้วผมได้ลงพื้นที่กับนายกฯ เวลาที่นายกฯ ไปเจอกับประชาชนในพื้นที่ ทุกคนต่างแสดงความเข้าอกเข้าใจกันและเข้าใจสถานการณ์ได้ดีกว่าคนที่นั่งวิจารณ์อยู่ในห้องแอร์เสียอีก ยิ่งท่านนายกฯ ขอโทษ ก็ยิ่งได้ใจประชาชน ยืนยันว่า รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาหลายอย่าง ทั้งเงินเยียวยา ทั้งมาตรการพักหนี้ ทั้งเงินกู้เพื่อซ่อมบ้าน ฯลฯ ซึ่งจะทยอยออกมาเป็นระยะ เพียงแต่มันอาจจะแค่ไม่ทันใจในสายตาของพรรคเพื่อไทยเท่านั้นเอง เพราะการนั่งวิพากษ์วิจารณ์มันง่ายและเร็วกว่าคนที่เขากำลังลงมือทำกันอยู่” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว