‘ตรีนุช’ยัน‘ก.แรงงาน’พร้อมดูแลลูกจ้าง 2 แสนคน หยุดงานน้ำท่วม จ่าย 50% เป็นเวลา 6 เดือน

‘ตรีนุช’ยัน‘ก.แรงงาน’พร้อมดูแลลูกจ้าง 2 แสนคน หยุดงานน้ำท่วม จ่าย 50% เป็นเวลา 6 เดือน

‘ตรีนุช’ยัน‘ก.แรงงาน’พร้อมดูแลลูกจ้าง 2 แสนคน หยุดงานน้ำท่วม จ่าย 50% เป็นเวลา 6 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.15 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่กระทรวงการคลัง มีประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้สั่งการโดยด่วนให้เร่งสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ เท่าที่ทราบตัวเลขจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งตัวเลขมาว่า สถานประกอบการกว่า 1 หมื่นแห่ง ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ตลอดจนลูกจ้างเบื้องต้นประมาณ 2 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกฯ จึงให้สั่งการให้ดูแล โดยให้ดูว่าโครงการใดๆ ที่จะสามารถเร่งรัดเยียวยาดูแลให้อย่างเร็วที่สุด

ในส่วนกลุ่มผู้ประกันตน เรามีโครงการที่เรียกว่าสิทธิประโยชน์ กรณีว่างงานอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ซึ่งกรณีที่ผู้ประกันตนประสบปัญหาไม่สามารถจะไปทำงานได้ กองทุนประกันสังคมก็จะดูแลในการที่จะจ่ายเงินค่าจ้างในวันที่ไม่ได้ไปทำงาน 50 เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้างรายวันที่ควรจะได้ ในห้วงเวลาไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งจะเป็นช่วงที่พอดีกับช่วงฟื้นฟูเยียวยาพอดี ตลอดจนหากผู้ประกันตนใดๆ ก็ตามถ้าสามารถดำเนินการได้เลย สามารถประสานกับประกันสังคมจังหวัด และสามารถแจ้งผ่านเว็บไซต์ของประกันสังคมได้ จะสามารถดำเนินการตรงนี้ได้อย่างเร่งด่วน ตลอดจนเรื่องของการฟื้นฟู ซ่อมแซมต่างๆ กระทรวงแรงงานก็จะมีศูนย์ซ่อมสร้างในการที่จะดูแลเบื้องต้นภายหลังจากน้ำลด หรือแม้แต่การซ่อมแซมบ้านเรือนและยานพาหนะเบื้องต้น ซึ่งเรามีศูนย์ดูแล โดยได้มีการประสานงานเตรียมความพร้อมไว้แล้วตามที่นายกฯ ได้กำหนดไว้

ปัดตอบเด้ง’นายอําเภอหาดใหญ่’ ‘นายกฯ’เตรียมลงพื้นที่’สงขลา’รอบ 4

ปัดตอบเด้ง'นายอําเภอหาดใหญ่' 'นายกฯ'เตรียมลงพื้นที่'สงขลา'รอบ 4

ปัดตอบเด้ง’นายอําเภอหาดใหญ่’ ‘นายกฯ’เตรียมลงพื้นที่’สงขลา’รอบ 4

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.42 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พยายามเลี่ยงที่จะตอบคําถามผู้สื่อข่าว โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ จะลงพื้นที่ จ.สงขลา หรือไม่ โดยนายกฯ ตอบสั้นๆ ว่า “ลงสิ”

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามกรณีมีศพลอยน้ำในพื้นที่ และจะเริ่มเยียวยาได้เมื่อไหร่ รวมถึงกรณีอธิบดีกรมการปกครอง มีคําสั่งย้าย นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอําเภอหาดใหญ่ ไปช่วยราชการวิทยาลัย ที่วิทยาลัยการปกครอง ซึ่งสั่งคําสั่งย้ายข้าราชการของนายกฯ หมายความว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามเป้าหมายใช่หรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และขึ้นรถออกจากกระทรวงการคลังไปทันที

เร่งคลี่คลาย’น้ำท่วมหาดใหญ่’ ‘ผบ.ทสส.’ย้ำทุกภาคส่วนช่วยเหลือผู้ติดค้างเร่งด่วน

เร่งคลี่คลาย'น้ำท่วมหาดใหญ่' 'ผบ.ทสส.'ย้ำทุกภาคส่วนช่วยเหลือผู้ติดค้างเร่งด่วน

เร่งคลี่คลาย’น้ำท่วมหาดใหญ่’ ‘ผบ.ทสส.’ย้ำทุกภาคส่วนช่วยเหลือผู้ติดค้างเร่งด่วน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.19 น.

เร่งคลี่คลาย”น้ำท่วมหาดใหญ่” “ผบ.ทหารสูงสุด”ย้ำทุกภาคส่วนช่วยเหลือผู้ติดค้างเร่งด่วน ขอบคุณเจ้าหน้าที่-ทหาร-พลเรือน ปฏิบัติด้วยความทุ่มเท-เสียสละ

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเสนาณรงค์ (กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะผู้อำนวยการสถานการณ์การบูรณาการความช่วยเหลือ หลังจากที่ ครม.ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คลุม จ.สงขลา มอบให้ทางผบ.ทสส.บัญชาการหน้างาน พร้อมด้วย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อปรับแผนการเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเร่งด่วนและทั่วถึงมากที่สุด และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน

จากสถานการณ์ในครั้งนี้ มีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยจากการประชุมรายงานสถานการณ์พบว่า พบความเสียหายครอบคลุมพื้นที่ 15 ตำบล 57 หมู่บ้าน และ 162 ชุมชน คิดเป็นจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบสูงถึง 104,917 ครัวเรือน และมีประชาชนที่เดือดร้อนรวม 243,778 คน ในส่วนการดำเนินการช่วยเหลือได้มีการเร่งรัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้ประสบภัยรวม 11 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้อพยพพักพิงอยู่รวม 14,160 คน ในส่วนของการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ได้มีการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือไปแล้ว มียอดรวม 3,190 คน สำหรับภารกิจบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการใช้ อากาศยานปฏิบัติการไปแล้ว 29 เที่ยวบิน แม้ว่าสภาวะโดยรวมจะยังคงปกติ แต่ยังมี ฝนตกหนักในบางแห่ง ดังนั้น จึงมีการเน้นย้ำให้ทุกส่วนเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้าง โดยใช้ทั้งรถ เรือ และอากาศยาน ในการเข้าถึงพื้นที่ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการลำเลียงอาหารและการเร่งผลิตเสบียงให้เพียงพอและทั่วถึง และยังวางแผนถึงการฟื้นฟูบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่

สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไป ได้มีการวางแผนเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพิ่มเติม เพื่อรองรับการอพยพที่อาจเพิ่มขึ้น รวมถึงการยกระดับบริการทางการแพทย์ โดยจะมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และศูนย์ฟอกไตของสภากาชาดไทยเพิ่ม ซึ่งจะเร่งดำเนินการจัดหาสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยให้รวดเร็วที่สุด

ท้ายการประชุม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกภาคส่วนที่ได้ปฏิบัติงานและทุ่มเทมาตั้งแต่เริ่มต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและดีขึ้นในเร็ววัน พร้อมทั้งยืนยันจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ต ให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็วที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารที่รวดเร็วและต่อเนื่อง

– 006

ไร้เงา‘บิ๊กตำรวจ’แจงกมธ.ตำรวจสภา ถกปมส่วยเว็บพนัน-ซื้อเก้าอี้โยกย้าย ภ.8’

ไร้เงา‘บิ๊กตำรวจ’แจงกมธ.ตำรวจสภา ถกปมส่วยเว็บพนัน-ซื้อเก้าอี้โยกย้าย ภ.8’

ไร้เงา‘บิ๊กตำรวจ’แจงกมธ.ตำรวจสภา ถกปมส่วยเว็บพนัน-ซื้อเก้าอี้โยกย้าย ภ.8’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.14 น.

ไร้เงา‘บิ๊กตำรวจ’แจง กมธ.ตำรวจ สภาฯ ทั้ง‘ผบ.ตร.’พร้อมคณะ รวม‘ผบช.ภ.8’ ส่งตัวแทน‘รองจเรฯ’มาแทน เรียกไป6 มาแค่ 3 ‘ครูมานิตย์’นั่งหัวโต๊ะย้ำต้องเชิญทั้งคณะอีกครั้งต้นเดือน ธ.ค. จ่อใช้‘พ.ร.บ.อำนาจ’เรียกเข้าแจงปม‘ส่วยเว็บพนัน-ส่วยโยกย้าย’ในพื้นที่ภูธรภาค8

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกมธ. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เนื่องจากน.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกมธ.ติดภารกิจลงพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดตรัง ภาคใต้  

กมธ.มีวาระการพิจารณาศึกษาและติดตามปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์และจากร้องเรียนกรณีส่วยในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม คือ 1.พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , 2.พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. , 3.พล.ต.อ. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ , 4.พล.ต.ท. ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล , 5.พล.ต.ท. สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 และ 6. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) เข้าชี้แจง

อย่างไรก็ตาม นายตำรวจระดับสูงที่ กมธ.เชิญมา ไม่ได้มาร่วมชี้แจง โดยทำหนังสือแจ้งกลับต่อนายวันมูหะมัด นอร์ มะทา ประธานสภา ว่า ติดภารกิจ และกมธ.คณะอื่นเคยเรียกมาชี้แจงในประเด็นที่ซ้ำซ้อนกันแล้ว มีเพียงการส่งตัวแทนเข้าชี้แจงแทน คือ  พล.ต.ต. นครินทร์ สุคนธวิท รองจเรตำรวจ , พ.ต.อ.คมสัน ลิ้มปัญญาเลิศ รองผู้บังคับการกองตรวจราชการ 10 และ พ.ต.อ.ศุรศักดิ์ โปรียานนทน์ ผกก.ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานจเรตำรวจ เข้าชี้แจง กมธ.แทน

นายครูมานิตย์ เปิดเผยหลังการประชุมกมธ.ว่า วันนี้มีประเด็นเรื่องของสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ การซื้อตำแหน่งการโยกย้ายการแต่งตั้ง เราได้เชิญข้าราชการที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง แต่แค่พล.ต.ต. นครินทร์ สุคนธวิท รองจเรตำรวจ มาเพียงคนเดียว จึงต้องเปลี่ยนประเด็นไปหมดเพราะผู้ที่เข้ามาชี้แจงไม่สามารถตอบคำถามได้ เพราะเหนือตำแหน่งของท่าน  

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการไม่ให้ความร่วมมือกับ กมธ.หรือไม่ นายครูมานิตย์ กล่าวว่า ผบ.ตร. และ รองผบ.ตร.ได้ทำหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร  ว่าได้มาชี้แจงคณะกมธ.ต่างๆ 2 คณะแล้ว คาดว่าเป็นงานที่ซับซ้อนกัน แต่หากวินิจฉัยตามเนื้อผ้าแล้วแน่นอนว่า เป็นคนละเรื่องกัน ตนยืนยันว่าจะเชิญคณะตำรวจชุดนี้เข้ามาชี้แจงต่อ กมธ.ตำรวจอีกรอบ แต่ในวันที่11 ธ.ค. ทางกมธ.ตำรวจนัดเชิญพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์  ประธานชมเหยื่ออาชญากรรม มาชี้แจงแล้ว ดังนั้นสัปดาห์ต้นเดือนธ.ค.  กมธ.ตำรวจ สภาฯจะเชิญตำรวจชุดเดิมเข้ามาอีกครั้ง

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องใช้พระราชบัญญัติอำนาจเรียกมาหรือไม่ เพราะข้าราชการฝ่ายประจำอาจมองว่าใกล้ยุบสภา จึงไม่มาชี้แจง กมธ.สภาฯ  นายครูมานิตย์ กล่าวว่า กำลังศึกษาอยู่ แต่เป็นไปได้ที่เขาอาจไม่ให้ความสำคัญกับ กมธ. เพราะมองว่าใกล้ยุบสภาแล้ว แต่ไม่อยากให้มองไกลไปขนาดนั้น ขณะนี้ก็มีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ก็มีความจำเป็นที่ต้องลงไปช่วยประชาชนก่อน เรามองในแง่ดีก่อน  แต่หากรอบหน้าไม่มาอีก ก็น่าคิด       

เมื่อถามว่า กรณี กมธ.สภา คณะต่างๆ เรียกผู้มาชี้แจงในเรื่องเดียวกันซ้ำซ้อน จะมีการนัดประชุมของ กมธ.หลายคณะร่วมกันในคราวเดียวกันหรือไม่ นายครูมานิตย์  กล่าวว่าเป็นอำนาจของประธานของแต่ละกมธ.จะคุยกัน แต่จากประสบการณ์แต่ละกมธ.ทีคำถามที่แหลมคมต่างกัน โจทย์ก็ตั้งต่างกัน ถ้าไปชี้แจงแล้วแต่เป็นเรื่องที่ประชาชน สื่อให้ความสนใจ และเป็นเรื่องใหญ่รวมประชุมซักครั้งคงไม่เสียหาย แต่เราเป็นกมธ.ตำรวจตรวจสอบตำรวจโดยตรงก็ควรเข้ามาชี้แจง

‘หมอวรงค์’ชงข้อเสนอถึงนายกฯ ปรับระบบการทำงานช่วย‘น้ำท่วมใต้’ เลิกต่างฝ่ายต่างทำ

‘หมอวรงค์’ชงข้อเสนอถึงนายกฯ ปรับระบบการทำงานช่วย‘น้ำท่วมใต้’ เลิกต่างฝ่ายต่างทำ

‘หมอวรงค์’ชงข้อเสนอถึงนายกฯ ปรับระบบการทำงานช่วย‘น้ำท่วมใต้’ เลิกต่างฝ่ายต่างทำ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.47 น.

‘หมอวรงค์’ชงข้อเสนอถึงนายกฯ ปรับระบบการทำงานช่วย‘น้ำท่วมใต้’ เลิกต่างฝ่ายต่างทำ

27 พฤศจิกายน 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” หัวข้อ”ข้อเสนอนายกอนุทินกรณีการช่วยเหลือที่หาดใหญ่” ระบุว่า…

ข้อเสนอนายกอนุทินกรณีการช่วยเหลือที่หาดใหญ่

ผมมาอยู่หาดใหญ่ 2 วันแล้ว ช่วงแรกก็ก้มหน้าก้มตาทำโรงครัว เพราะประชาชนต้องการอาหารจำนวนมาก ไม่เฉพาะชาวหาดใหญ่ ยังมีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน สิงคโปร์ ที่มาขอรับข้าวกล่อง วันที่ 26 พ.ย.วันเดียว โรงครัวไทยภักดีทำข้าวกล่อง ไปประมาณ 4,000 กล่อง

ผมเห็นนายกอนุทิน มาเยี่ยมประชาชน ที่ค่ายเสนาณรงค์  อ.หาดใหญ่ เนื่องจากโรงครัวไทยภักดีตั้งอยู่ที่นี่ด้วย ในใจผมอยากจะแนะนำระบบการทำงาน ให้ท่านนายกฯ เพราะระหว่างที่ผมแจกข้าวกล่อง ประชาชนจำนวนไม่น้อย บอกผมว่า ยังมีคนไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้ออกมา ติดอยู่ที่บ้านจำนวนมาก

แม้จะมีพี่น้องอาสาสมัคร ทั้งเรือ เจ็ทสกี ไม่น้อยที่มาช่วยแจกข้าวของตามบ้าน ประชาชนเขายืนยันกับผมว่า ไปไม่ทั่วถึง เพราะแต่ละคนนั้นมาจากต่างถิ่น ไม่ทราบรายละเอียดของพื้นที่จริง เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้ รุนแรงและมีผลกระทบในวงกว้าง

อยากบอกนายกอนุทินว่า เฉพาะที่หาดใหญ่สงขลา ถ้าท่านตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้สั่งการดูแล สถานการณ์ฉุกเฉินในสงขลา ท่านก็มาตั้งร้อยเอกธรรมนัส มาเป็นรัฐมนตรี ที่ดูแลในพื้นที่เดียวกันซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก แถมตัวท่านนายกอนุทินเอง ก็ยังมาสั่งการซ้ำไปอีกชั้น

สิ่งที่ท่านนายกอนุทินต้องเข้าใจ ทั้งข้าราชการ ทหาร อาสาสมัครจากจังหวัดต่างๆ ไม่สามารถสแกนพื้นที่ได้ละเอียด ท่านต้องให้ผู้รับผิดชอบหลัก (ผบ.สส.หรือรอ.ธรรมนัส)สั่งการนายอำเภอ ให้เรียกกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เชิญประธานชุมชน อสม.

เพื่อนำทาง พาความช่วยเหลือ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน อาสาสมัคร เข้าไปให้ถึงทุกครัวเรือน ยิ่งช่วงนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง การใช้เรือ หรือรถเพื่อเข้าถึงพื้นที่ ยิ่งง่ายกว่าช่วงแรกๆ แต่การสแกนพื้นที่จริง สู้ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นไม่ได้ จะได้นำพาไปสู่พื้นที่ได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งอพยพคนออกมา

สภาพที่เกิดขึ้นขณะนี้ จึงกลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างทำ อาสาสมัครก็ทำด้วยความหวังดี แต่ก็ไม่ทั่วถึง ผมกล้าพูดประเด็นนี้เนื่องจาก ประชาชนที่มารับข้าวกล่อง จากโรงครัวไทยภักดี บ่นสภาพปัญหานี้ให้ผมฟัง

ยังมีเวลาที่จะปรับระบบการทำงาน ขณะนี้ประชาชนยังต้องการรับความช่วยเหลือ รวมทั้งเยียวยาและฟื้นฟู ผู้ที่มีอำนาจเต็มควรมีคนเดียว เฉพาะที่หาดใหญ่ สงขลา ท่านนายกกับร้อยเอกธรรมนัส ควรมีหน้าที่สั่งการเพื่อสนับสนุน จากส่วนกลางให้มาสนับสนุนในพื้นที่ และให้ผบ.ทหารสูงสุดมีอำนาจสั่งการแต่เพียงผู้เดียว

ขอย้ำว่า ที่หาดใหญ่ยังลำบากมาก ผมเองมีไฟฟ้าใช้ แต่ไม่มีน้ำอาบ ประชาชนที่ติดค้าง ไม่มีทั้งไฟฟ้าใช้ และไม่มีน้ำอาบ บางท่านอาจจะไม่มีข้าวกิน ผมคิดว่า คำแนะนำของผม น่าจะเป็นประโยชน์ ต่อการดูแลประชาชน ให้ทั่วถึง

‘หมอสุภัทร’กระตุกหน่วยงาน เร่งวางระบบการจัดการศพน้ำท่วม ช่วยบรรเทาความรู้สึกครอบครัว

'หมอสุภัทร'กระตุกหน่วยงาน เร่งวางระบบการจัดการศพน้ำท่วม ช่วยบรรเทาความรู้สึกครอบครัว

‘หมอสุภัทร’กระตุกหน่วยงาน เร่งวางระบบการจัดการศพน้ำท่วม ช่วยบรรเทาความรู้สึกครอบครัว

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.47 น.

‘หมอสุภัทร’กระตุกหน่วยงาน เร่งวางระบบการจัดการศพผู้เสียชีวิตน้ำท่วม ช่วยบรรเทาความรู้สึกครอบครัว

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568 นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “การจัดการศพ อีกเรื่องสำคัญที่รอการวางระบบ เช้าวันนี้ต้องมีวางระบบให้ชัด แนวทางต้องชัด ญาติผู้สูญเสียจะได้ไม่ทุกข์หนักกว่านี้ อย่าให้เขาต้องขับรถไปตามหาศพทีละวัด โทรถามทีละโรงพยาบาล โทรมาโรงพยาบาลก็โกลาหลตอบไม่ได้ การตามหาญาติที่ติดต่อไม่ได้ รู้ว่าญาติสูงอายุ ติดเตียง ป่วย อาจสูญเสีย แต่ถูกลำเลียงออกมาแล้ว จะยิ่งสร้างความหดหู่ซ้ำเติมความสูญเสียถ้าไม่มีระบบที่ดีรองรับ

มหาอุทกภัยภาคใต้ 2568 น้ำเริ่มลดแล้ว นอกจากการช่วยเหลือผู้คนที่ติดน้ำท่วม ส่งต่ออาหาร/น้ำดื่ม ทำแผล/จัดยารักษาโรค จัดการจราจร ฟื้นฟูระบบสื่อสาร อีกโจทย์สำคัญคือ ”การจัดการศพ“

น้ำท่วมครั้งนี้ความสูญเสียมีมาก เฉพาะในหาดใหญ่และพื้นที่รอบนอกอาจจะหลักหลายร้อย การจัดระบบการจัดการศพและนิติเวชจึงสำคัญมาก โรงพยาบาลในพื้นที่เอาไม่อยู่

เมื่อกู้ภัยหรือประชาชน พบศพที่รู้จักหรือไม่รู้จัก จะมีศูนย์กลางการจัดการศพไหม จะมีระบบการขึ้นทะเบียนอย่างไร เอามาเก็บรักษาทำการชันสูตรที่ไหน จะมีกี่จุด จะมีตู้แช่ศพไม่พอแน่ ญาติจะมาดูศพ บ้างจะขอเอากลับไปทำพิธีเลย บ้างไม่ขอส่งมารวมได้ไหม จะจัดการอย่างไร สำหรับรอการทำพิธีทางศาสนา ยิ่งศพที่ไม่มีญาติ ไม่มีใครรู้จัก ก็ยิ่งต้องชันสูตรอัตลักษณ์บุคคลให้รัดกุม หากไม่มีจัดการ จะนำมาซึ่งความหดหู่และซ้ำเติมความสูญเสีย

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตที่บ้านจากความเจ็บป่วยที่ไม่ได้จมน้ำ แต่ไม่อาจมาโรงพยาบาลได้ จะจัดการอย่างไร ต้องมีการรวบรวมข้อมูล จำนวน เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต

ความสูญเสียในทุกโรงพยาบาลอันเนื่องมาจากการส่งต่อไม่ได้ ไฟฟ้าดับ ออกซิเจนหมด หรืออื่นใดที่ควรป้องกันได้ ก็ควรมีการบันทึกไว้ เพื่อการวางระบบลดความเสี่ยงในอนาคตต่อไป

วิวาทะเรื่องตัวเลขความสูญเสียก็จะเป็นอีกเรื่องสำคัญ ความจริงต้องเป็นความจริง ความจริงคือสิ่งที่มิอาจปิดบังได้ การเก็บข้อมูลที่ดี เป็นระบบ และไม่บิดเบือนใดๆเท่านั้นที่จะไม่ทำให้ผู้คนหมดศรัทธา

ครึ่งเช้าวันนี้ 27 พฤศจิกายน 2568 วันที่น้ำเริ่มลด ควรมีประกาศ ”ระบบการจัดการศพความสูญเสียได้แล้ว“

‘นายกฯ’ประชุมเคาะมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบภัย‘น้ำท่วมใต้’

‘นายกฯ’ประชุมเคาะมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบภัย‘น้ำท่วมใต้’

‘นายกฯ’ประชุมเคาะมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบภัย‘น้ำท่วมใต้’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.19 น.

‘นายกฯ’นั่งหัวโต๊ะ ประชุมช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบภัยภาคใต้ เตรียมมาตรการพักชำระหนี้-สินเชื่อดอกเบี้ย 0% ช่วยผู้ประกอบการ เร่งประสานบริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 10.10 น.วันที่ 27 พ.ย.68 ที่กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ก่อนการประชุมนายกฯได้เยี่ยมจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ชั้น 1 ภายในกระทรวงการคลัง พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัย

จากนั้นนายกฯเป็นประธานการประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ นายกฯ กล่าวต้นการประชุมว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงการคลังที่ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมในเรื่องมาตรการความช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ซึ่งตนและคณะได้ติดตามสถานการณ์และลงพื้นที่ไปพบผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่กว้างมากในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งวิกฤติที่สุด โดยพื้นที่นั้นถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่จะต้องแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาเผชิญหน้า และช่วงฟื้นฟู รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยและในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาในช่วงฟื้นฟูและการหาวิธีช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ประสบภัย ให้กลับคืนมาสู่สภาวะปกติให้ดีที่สุด

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับตนได้ลงไปในพื้นที่และได้มอบข้อสั่งการอย่างชัดเจนว่าความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและความเป็นอยู่ตลอดจนขณะนี้ทางรัฐบาลได้ประกาศให้ใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ที่จะทำให้การบูรณาการข้อสั่งการต่างๆและความร่วมมือต่างๆเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้ ขอขอบคุณกระทรวงการคลังที่ได้มีการยกเว้นกฎระเบียบต่างๆเพื่อให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่ได้ดำเนินการหามาตรการจัดซื้อจัดหาจัดจ้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่สามารถนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ด้วยความรวดเร็ว ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ ตนขอให้นายเอกนิติ ได้หารือร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เพื่อเร่งบูรณาการยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาตลอดจนเขตจังหวัดในภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เราจะรอช้าไม่ได้ทุกวินาทีมีความหมายกับพี่น้องประชาชนที่นั่น

นายกฯ กล่าวอีกว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเตรียมมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตและฟื้นฟูให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติได้อย่างเร็วที่สุด เราจึงต้องบูรณาการการช่วยเหลือการเยียวยาและการฟื้นฟู รัฐบาลได้เชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากร และการสื่อสารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะนี้เราก็ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานความร่วมมือต่างๆและติดต่อสื่อสารโดยตรงกับส่วนหน้าที่อยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ดังนั้นวันนี้จึงขอให้ที่ประชุมชี้แนะแนวทางและกระทรวงการคลังหามาตรการในการช่วยเหลือระยะสั้น เช่น การให้ประชาชนเข้าถึงอาหาร น้ำดื่มยา และที่พักพิงชั่วคราวอย่างทั่วถึงเพื่อเยียวยา ส่วนระยะกลางคือการเพิ่มรายได้ลดภาระ โดยมาตรการพักชำระหนี้สินเชื่อดอกเบี้ย 0% และมาตรการทางการพาณิชย์ เช่น การหาสินค้าที่ต้นทุนต่ำกว่าทุน โดยการซัพพอร์ตของภาครัฐลงไปให้พี่น้องประชาชนได้ถึงมือ นอกเหนือจากการที่ได้รับบริจาคสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆจากภาคเอกชนแล้ว

นายกฯ กล่าวอีกว่า และระยะที่ 3 คือการฟื้นฟูให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งตนเชื่อว่าผู้ประกอบการ และนักธุรกิจส่วนใหญ่คงมีเรื่องของประกันภัยในทรัพย์สินของพวกเขา สิ่งที่เราจะต้องการให้เกิดขึ้นก็คือต้องมีการเร่งประสานงานให้กับทางบริษัทผู้รับประกันได้ดำเนินการจ่ายค่าประกันให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งการจัดหาสินเชื่อต่างๆโดยดอกเบี้ยที่เป็น 0% เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือน ร้านค้าและความเสียหายอื่นๆที่อยู่ในเกณฑ์ ซึ่งเราจะต้องมีการเร่งสำรวจ โดยกระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสำรวจ เพราะต้องมีการเชื่อมโยงการทำงานเข้าด้วยกัน นี่เป็นกรอบที่ตนขอมอบให้ที่ประชุมได้หาหนทางและพิจารณาเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดการดำเนินการโดยเร็วที่สุด

สมช.แจง 7 ข้อ ใช้’พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’แก้น้ำท่วมหาดใหญ่

สมช.แจง 7 ข้อ ใช้'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน'แก้น้ำท่วมหาดใหญ่

สมช.แจง 7 ข้อ ใช้’พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’แก้น้ำท่วมหาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.06 น.

สมช.แจง 7 ข้อ ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา “นายกฯอนุทิน”กระชับอำนาจ ลดขั้นตอน เร่งภารกิจด่วน ช่วยชีวิตคน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ชี้แจงภายหลังมีนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ จ.สงขลา โดยหลายท่านหลายส่วนมีมุมมองและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สมช.ในฐานะที่รับผิดชอบหลักเป็นฝ่ายเลขานุการในการออกประกาศดังกล่าว ได้รับโยบายจากรัฐบาล โดยระบุเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า การใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าว มีความมุ่งหมายที่สำคัญ ดังนี้

1.มุ่งเน้นช่วยชีวิต ช่วยเหลือประชาชน เป็นกรณีเร่งด่วน ถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด

2.การช่วยอย่างเร่งด่วนจำเป็นต้อง ดำเนินการ อย่างรวดเร็วโดยลดขั้นตอนกฎระเบียบต่างๆให้มากที่สุด

3.สามารถที่จะบูรณาการทุกภาคส่วน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายพลเรือนและภาคเอกชน ระดมสรรพกำลังทรัพยากรทั้งเครื่องมืออุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ รวมถึงงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีขีดจำกัด

4.ให้ฝ่ายความมั่นคงจัดระเบียบและควบคุมมิให้มีการฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชน หรือคนร้ายก่อเหตุขโมยทรัพย์สิน หรือการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเกินควร

5.มีการโอนอำนาจตามกฏหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้นายกรัฐมนตรีเพื่อลดขั้นตอนการบังคับใช้ตามกฎหมายปกติ นำไปสู่การบังคับใช้อย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ

6.หากสถานการณ์มีแนวโน้มยกระดับไปสู่ภัยพิบัติอื่นๆ ที่ตามมา เช่น ดินถล่ม และน้ำหลากซ้ำ จะได้ดำเนินการโดยทันที

7.เกิดเอกภาพในการบูรณาการข้อมูลและการสื่อสารของภาครัฐ ทั้งภาคการเมืองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานส่วนภูมิภาค และรัฐบาล ได้สื่อสารไปในทิศทางเดียวและเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำคัญ ซึ่งประชาชนควรรับรู้ โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมสื่อมวลชนในการให้ข้อมูลข่าวแก่ประชาชน

เคลียร์สะพานข้ามคลองอู่ตะเภา เร่งส่งอาหาร-ดูแลผู้ประสบภัย/ลุยแผนฟื้นฟูหาดใหญ่

เคลียร์สะพานข้ามคลองอู่ตะเภา เร่งส่งอาหาร-ดูแลผู้ประสบภัย/ลุยแผนฟื้นฟูหาดใหญ่

เคลียร์สะพานข้ามคลองอู่ตะเภา เร่งส่งอาหาร-ดูแลผู้ประสบภัย/ลุยแผนฟื้นฟูหาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.58 น.

“ธรรมนัส”ถกด่วนทุกหน่วย เคลียร์รถกีดขวางเส้นทางสะพานข้ามคลองอู่ตะเภา เร่งส่งอาหารวันละ 2 หมื่นกล่อง ดูแลผู้ประสบภัยเขต 8 พร้อมเดินหน้าแผนฟื้นฟูหาดใหญ่

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรมประมง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา หน่วยทหาร และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อวางแผนบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งสถานการณ์น้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง

ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า แม้น้ำจะลดลง แต่ทุกยุทโธปกรณ์ยังคงตั้งกำลังสแตนบายอยู่ในพื้นที่ พร้อมเร่งใช้เครื่องสูบน้ำระบายจากจุดน้ำท่วมขัง โดยกรมชลประทานจะจัดทีมลงพื้นที่วางแผนปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ประสานกองทัพดูแลศูนย์อพยพฝั่งตะวันออก ส่วน ปภ. ตำรวจ ภาคเอกชน และจิตอาสา จะสนับสนุนการขนย้ายและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จำเป็น ซึ่งคาดว่า ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.เป็นต้นไป ปริมาณฝนในสงขลา และจังหวัดใกล้เคียงจะเบาบางลงจนเกือบไม่มี ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

“ผมสั่งการเคลียร์สะพานข้ามคลองอู่ตะเภาเป็นการเร่งด่วน เพราะบริเวณนั้นมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากขวางเส้นทาง ส่งผลให้ไม่สามารถลำเลียงอาหารและน้ำดื่มเข้าสู่ชุมชนได้ จำเป็นต้องเข้าจัดการด้วยการเคลื่อนย้ายหรือดันรถให้พ้นพื้นที่ ผมขอให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ใช่การทำลายทรัพย์สิน แต่เพื่อเปิดทางช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับอาหารและยังเดือดร้อน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า วันนี้เราปัจจุบันจัดเตรียมทำอาหารวันละ 18,000 – 20,000 กล่อง เพื่อนำส่งถึงไปยังประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่เขต 8 ที่ในขณะนี้น้ำเริ่มลงมากแล้ววันนี้ เราจะใช้รถลำเลียงอาหารเข้าไปให้กับประชาชน และผมได้พูดคุยกับเลขาธิการ กสทช.ผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ทรู-เอไอเอส โดยยืนยันว่า พื้นที่ตั้งแต่โลตัสหาดใหญ่ในถึงสี่แยกสนามบิน สามารถจ่ายไฟฟ้าได้แล้ว ส่งผลให้สัญญาณโทรศัพท์กลับมาใช้งานปกติ ยกเว้นจุดที่น้ำยังท่วม ซึ่งต้องรอประเมินความปลอดภัยก่อน

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส สั่งการให้ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระดมกำลังพล ดูแลศูนย์พักพิงทั้งจุดโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ และจุดอื่นๆ ช่วยเพื่อรักษาความปลอดภัย และจัดระเบียบการเคลื่อนย้ายประชาชนกลับบ้าน เนื่องจากมีผู้อพยพกว่า 20,000 – 30,000 คน โดยศูนย์พักพิงขนาดใหญ่ที่โรงเรียนยรส มีผู้ประสบภัยถึง 7,000 คน ต้องดูแลเป็นพิเศษ และหลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่เมืองสงขลาทั้งหมด โดยรอคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีถึงภารกิจฟื้นฟู

วอนสื่อหยุดทำข่าว ‘อินฟลูฯ-นักการเมือง’หิวแสงจากน้ำท่วม

วอนสื่อหยุดทำข่าว ‘อินฟลูฯ-นักการเมือง’หิวแสงจากน้ำท่วม

วอนสื่อหยุดทำข่าว ‘อินฟลูฯ-นักการเมือง’หิวแสงจากน้ำท่วม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.56 น.

วอนสื่อหยุดทำข่าว ‘อินฟลูฯ-นักการเมือง’หิวแสงจากน้ำท่วม

27 พฤศจิกายน 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า “ฝากขอร้องสื่อ TV หนังสือพิมพ์ สื่อsocial ฯลฯ”  หยุดทำข่าว หยุดเสนอข่าว เลิกสัมภาษณ์นักการเมือง รมต สส. influencers ฯลฯ ที่ทำท่าถ่ายรูปทำคลิป หาแสง หาคะแนน  จากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมหาดใหญ่

“สื่อมวลชนควรนำเสนอเฉพาะการช่วยเหลือจริง ของหน่วยงานและอาสาสมัครที่ทำจริง  ปัญหาความเดือดร้อนและแนวทางแก้ไขปัญหา ที่จะช่วยชีวิตชาวบ้านได้จริงอย่างเร่งด่วน  เท่านั้นครับ