‘สส.สิงโต’รับไม่ได้! โพสต์ภาพหาดใหญ่วันนี้อย่างกับ’วันสิ้นโลก’

'สส.สิงโต'รับไม่ได้! โพสต์ภาพหาดใหญ่วันนี้อย่างกับ'วันสิ้นโลก'

‘สส.สิงโต’รับไม่ได้! โพสต์ภาพหาดใหญ่วันนี้อย่างกับ’วันสิ้นโลก’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.48 น.

‘สส.สิงโต’รับไม่ได้! โพสต์ภาพหาดใหญ่วันนี้อย่างกับ’วันสิ้นโลก’ ถามนี่คือสิ่งที่พวกเราควรได้รับจริงๆ หรือ!?

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือ “สส.สิงโต” สส.สงขลา เขต 9 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “นี่คือภาพหาดใหญ่ในวันนี้ อย่างกับ “วันสิ้นโลก” คนแย่งอาหารกันริมถนน, ศูนย์อพยพที่ไร้การจัดการ, ศพคนตายลอยมาต้องวางริมถนน, เสียงคนที่ร้องโหยหวนทั้งคืน…ภาพทั้งหมดนี้ผมเห็นกับตาตัวเองมาตลอด 3 วัน…

ความสูญเสียครั้งนี้ใหญ่เกินกว่าจะลืม คนไม่ตายก็เหมือนตายทั้งเป็น นี่คือสิ่งที่พวกเราควรได้รับจริงๆหรอ? ผมรับไม่ได้จริงๆครับ”

‘บิ๊กเกรียง’เปิดศูนย์วุฒิสภาช่วยน้ำท่วม ส่งมอบของอุปโภค-บริโภคให้ชาวใต้

'บิ๊กเกรียง'เปิดศูนย์วุฒิสภาช่วยน้ำท่วม ส่งมอบของอุปโภค-บริโภคให้ชาวใต้

‘บิ๊กเกรียง’เปิดศูนย์วุฒิสภาช่วยน้ำท่วม ส่งมอบของอุปโภค-บริโภคให้ชาวใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.32 น.

“บิ๊กเกรียง”เปิดศูนย์วุฒิสภาช่วยน้ำท่วม ส่งมอบของอุปโภค-บริโภคให้ชาวใต้ ป้องรัฐบาลทำงานไม่ช้า แต่อาจคาดการณ์ผิดพลาด จึงเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เชื่อหลังน้ำลดรัฐบาลเตรียมเยียวยาเต็มที่ ฟื้นฟูทั้งบ้านและจิตใจ

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กล่าวเปิดศูนย์ประสานงานของวุฒิสภาช่วยน้ำท่วม ว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นในหลายจังหวัดภาคไต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มหาอุทกภัยครั้งนี้ทำให้เกิดผลกระกระทบและสร้างความเสียหายในวงกว้างต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ทางวุฒิสภามีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยประธานวุฒิสภา ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานของวุฒิสภา ขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และมอบหมายให้ตนซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนอยู่แล้วเป็นผู้ดู ที่สำคัญเคยมีประสบการณ์เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 และ สว.บางคนได้ประสานงานติดต่อตามเครือข่ายของแต่ละคนได้ดำเนินการตรวจสอบอุปกรณ์ที่จำเป็น ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำ โดยส่งไปในพื้นที่ก่อนหน้านี้แล้ว

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า ตนได้เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพื่อหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการเปิดรับบริจาคเงิน จากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งคาดว่าได้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่งตอนนี้ได้ 2 – 3 แสนบาทแล้ว เพื่อนำเงินที่ได้รับส่งต่อให้แก่ สว.ในพื้นที่ นำไปบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยให้ได้มากที่สุด

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ก็ได้รับน้ำใจจากสมาชิกหลายคนที่กำลังระดมเงินบริจาคกันพอสมควร วุฒิสภาขอส่งกำลังใจขอให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยทุกคน ขอให้ผ่านพ้น วิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน เราทุกคนพร้อมที่จะเคียงข้างประชาชน ถึงแม้ว่าในบางส่วนอาจจะไม่ได้ลงไปในพื้นที่ และขอให้กำลังใจ ให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นทางภาครัฐและภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ การบริหารขั้นต้นอาจจะฉุกเฉิน แต่จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สสท.) ไปปฏิบัติการในพื้นที่แล้ว จึงเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีที่ทุ่มเท ทรัพยากรทั้งหมดลงไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้

พล.อ.เกรียงไกร ยังกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาล ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนว่าไม่ล่าช้า เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณวันที่ 21 พ.ย.จะเห็นว่านายกรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่ทันที และดำเนินการในขั้นต้น ซึ่งสถานการณ์ในหาดใหญ่ น้ำไม่ท่วมมาเกือบ 20 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นความไม่คาดคิดตรงนี้ทำให้การบริหารสถานการณ์ในขั้นต้นอาจจะฉุกเฉินไปหน่อย อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกภาคส่วนภาคเอกชนและมูลนิธิต่างๆ ได้เห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ให้การช่วยเหลือ

“จากสถานการณ์ที่เห็นบางพื้นที่เข้าไม่ได้จริงๆเพราะน้ำเชี่ยว อีกทั้งมีอุปสรรคในการเดินเรือ ถ้าเราอยู่ในพื้นที่เราก็จะทราบ บางครั้งเห็นว่ามีความพยายามที่จะเข้าไปช่วย แต่หลังจากมีการสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระ  และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปบัญชาการเหตุการณ์ และได้มีการจัดตั้งศูนย์ขึ้นมาแบ่งหน้าที่การทำก็น่าจะดีขึ้น” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวถึงการฟื้นฟูหลังจากที่สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงว่า ขั้นต้นควรจะเตรียมการฟื้นฟู ทั้งสาธารณูปโภค อาคารสถานที่และรวมทั้ง การฟื้นฟูจิตใจของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอยู่ไหนแผนของการปฏิบัติการ อุทกภัยน้ำท่วมอยู่แล้ว บางครั้งการแจ้งเตือนของรัฐเมื่อมีแล้วแต่ประชาชนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

“จากประสบการ ในการเป็นแม่ทัพภาค 4 เรามีการแบ่งโซน ในการดูแลของแต่ละหน่วยทหารเพื่อเป็นหน้าที่กระทำ ก็จะทำให้การบริหารงานแก้ไขปัญหาต่อเนื่องได้ แต่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาเหนือความคาดหมายก็เลยเกิดการติดต่อสื่อสารที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามทันท่วงที เพราะรถทหารบางคันที่ว่าสูงแล้วก็ยังเข้าไม่ได้” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่าการเยียวยา เชื่อว่านายกรัฐมนตรีรีบเร่งดำเนินการอยู่แล้วและมีการประกาศว่าในช่วงการฟื้นฟูมาตรการการเยียวยา หรือการออกสินเชื่อให้กับผู้ประกอบอาชีพของผู้ประสบภัยรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไป ซึ่งจะเห็นว่าในคณะรัฐมนตรีได้มีการแบ่งมอบให้แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ

“การฟื้นฟูเป็นเรื่องที่สำคัญนอกจากฟื้นฟูสภาพที่เรามองเห็นโดยทั่วไปที่เป็นรูปธรรมที่จะเกิดขึ้นอาคารบ้านเรือนสถานที่ สาธารณูปโภคต่างๆ และต้องฟื้นฟูจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว

– 006

‘สุชาติ’สั่งตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ทส. ระดมกำลังช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 24 ชม.

'สุชาติ'สั่งตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ทส. ระดมกำลังช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 24 ชม.

‘สุชาติ’สั่งตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ทส. ระดมกำลังช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 24 ชม.

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.27 น.

“รองนายกฯสุชาติ”สั่งตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ทส.ที่สวนสัตว์สงขลา ระดมกำลัง-เฮลิคอปเตอร์-เครื่องจักรหนัก ช่วยประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตลอด 24 ชม.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (Forward Command Center) เพื่อรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา และภาคใต้ตอนล่าง โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่และปักหลักบัญชาการ ณ สวนสัตว์สงขลา เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

รองนายกฯ สุชาติ ระบุว่า การตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุดและครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้ ทส.ทั้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมป่าไม้, องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติในครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง

พล.ต.ต.นันทชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ได้จัดวางระบบการปฏิบัติงานรูปแบบ Command Center แบ่งภารกิจชัดเจนทั้งด้านอำนวยการ การข่าว ปฏิบัติการ ส่งกำลังบำรุง ประชาสัมพันธ์ และการสื่อสาร พร้อมตั้งระบบติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้การสั่งการและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

กระทรวง ทส.ได้สนับสนุนกำลังและอุปกรณ์ลงพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินปีกตรึง สำหรับภารกิจลำเลียงผู้ป่วยและขนส่งเสบียง เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญกว่า เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยง เครื่องสูบน้ำเพื่อ เร่งระบายน้ำออกจากชุมชน รถยนต์และเครื่องจักรช่วยเหลือ ครัวเคลื่อนที่และรถผลิตน้ำดื่ม เรือท้องแบน เรือยาง และเรือไฟเบอร์กลาสรวม เพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าถึงได้ ระบบวิทยุสื่อสารแม่ข่ายและรถโมบายสื่อสาร (VHF/FM) เพื่อให้การประสานงานในพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่สะดุด

ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าสวนสัตว์สงขลาจะประชุมประเมินสถานการณ์และปรับแผนปฏิบัติ ทุกวัน เพื่อให้ความช่วยเหลือสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

รองนายกฯ สุชาติ ย้ำว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทำงานเต็มที่ และไม่ทอดทิ้งประชาชนแม้แต่คนเดียว พร้อมเดินหน้าส่งกำลังช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้จะคลี่คลาย”

– 006

ศป.กฉ.รับมอบสิ่งของจากภาคเอกชน ส่งต่อถุงยังชีพ-ของใช้ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ศป.กฉ.รับมอบสิ่งของจากภาคเอกชน ส่งต่อถุงยังชีพ-ของใช้ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ศป.กฉ.รับมอบสิ่งของจากภาคเอกชน ส่งต่อถุงยังชีพ-ของใช้ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.18 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) พร้อมด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ.ร่วมรับมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด จำนวน 5,000 ชุด จาก น.ส.อาภามาส ศิริประสพโสธร ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนสิ่งของช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาคเอกชน โดย น.ส.สาวิตรี ติรชาญวุฒิ์ Corporate Marketing Officer บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) มอบผลิตภัณฑ์ซาบีน่า จำนวน 2,000 ชิ้น น.ส.กุลวดี โอฬารพันธุ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการปฏิบัติการ บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มอบผลิตภัณฑ์ แม็คยีนส์ จำนวน 2,000 ชิ้น ร่วมสมทบเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย

โดย นายภราดร กล่าวว่า ศป.กฉ.จะเร่งดำเนินการกระจายถุงยังชีพ และของใช้จำเป็นไปยังประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้โดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสนับสนุนการฟื้นฟูต่อไป

– 006

‘พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล’ได้สิ้นชีพิตักษัยอย่างสงบ สิริชันษา 78 ปี

'พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล'ได้สิ้นชีพิตักษัยอย่างสงบ สิริชันษา 78 ปี

‘พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล’ได้สิ้นชีพิตักษัยอย่างสงบ สิริชันษา 78 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.32 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก “จุลเจิม ยุคล” โพสต์ข้อความระบุว่า “พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ได้สิ้นชีพิตักษัยอย่างสงบ ณ บ้านพัก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา ๐๘.๑๓น. วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ สิริชันษา ๗๘ ปี”

พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้ารับราชการทหารในหน่วยรบพิเศษ และปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่สำคัญของประเทศ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และยศทหารหลายตำแหน่ง เคยดำรงตำแหน่งนายทหารราชองครักษ์ และมีบทบาทในกิจการสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดชีวิต ท่านเป็นที่รู้จักในนาม “ท่านชายใหม่” และมีบทบาททางสังคม การเมือง และความเห็นสาธารณะอย่างโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยความคืบหน้าเกี่ยวกับกำหนดการพระราชพิธี และพิธีบำเพ็ญกุศล จะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

‘รมช.มท.’คุย’ผู้ว่าฯสงขลา’ ระดับน้ำลดลงมาก ระดมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำช่วยทันที

'รมช.มท.'คุย'ผู้ว่าฯสงขลา' ระดับน้ำลดลงมาก ระดมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำช่วยทันที

‘รมช.มท.’คุย’ผู้ว่าฯสงขลา’ ระดับน้ำลดลงมาก ระดมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำช่วยทันที

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.16 น.

“ศักดิ์ดา”เผยภาพรวมวานนี้ช่วยประชาชนได้ 1 พันคน บอกคุย”ผู้ว่าฯสงขลา”น้ำลดลงมาก ระดมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำช่วยทันที โต้”ปภ.”ไม่ล่าช้าเหตุพื้นที่กว้าง มองความโกลาหลเป็นเรื่องปกติ บอกอยู่ระหว่างตรวจสอบปมชาวบ้านไล่ยิงกู้ภัย-อาสาสมัคร

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างในพื้นที่ประสบอุทกภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่า เมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ภาพรวมสามารถช่วยออกมาได้ประมาณ 1,000 คน แต่ต้องยอมรับว่า ประชาชนบางคนขออยู่บ้าน ไม่ยอมออกจากพื้นที่ ซึ่ง ปภ.จะทำการส่งข้าว ส่งน้ำ และเมื่อเช้าได้พูดคุยกับ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่า ปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลงเยอะแล้ว และเมื่อวาน (26 พ.ย.) ในช่วงเย็นได้พูดคุยกับหน่วยงานราชการต่างๆ ได้นำเครื่องสูบน้ำประมาณ 200 – 300 เครื่อง ตั้งแต่ 24 นิ้ว – 40 นิ้ว ในการติดตั้งในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าหากสูบน้ำออกได้ก็จะสูบทันที

เมื่อถามว่า ปัญหาหลักๆ ที่ ปภ.เข้าไปในพื้นที่มีอะไรบ้าง นายศักดิ์ดา ยอมรับว่า กระแสน้ำมีความเชี่ยว เรือท้องแบนบางจุดเข้าไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการทำงานของ ปภ.ค่อนข้างล่าช้า นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ไม่ได้ล่าช้า แต่อย่าลืมว่าพื้นที่มีความกว้างใหญ่ ไม่ใช่จุดเล็กๆ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ในเขตเทศบาล เราก็เปิดศูนย์รับข้อมูลข่าวสารเข้ามา

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีน้ำท่วมหนักทั้งในพื้นที่พัทลุงและสตูล นายศักดิ์ดา กล่าวว่า หนักทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราต้องขนอุปกรณ์จากภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานบางส่วนเข้าไป ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล ทุกคนลงไปอยู่ในพื้นที่ ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อธิบดี และปลัดกระทรวงอยู่ในพื้นที่หมด

เมื่อถามว่า การสั่งการจะไม่ซ้ำซ้อนกันใช่หรือไม่ นายศักดิ์ดา ยืนยันว่า ไม่ซ้ำซ้อนเพราะเรามีศูนย์บัญชาการ และแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 4 โซน มีหัวหน้าทีมชัดเจน ส่วนเรื่องความโกลาหลอะไรเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ลงไปดูมากกว่า 1,000 คน ที่ช่วยกัน นายศักดิ์ดา ยังระบุอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงเหตุการณ์ที่ชาวบ้านไล่ยิงหน่วยกู้ภัย และอาสาสมัครในพื้นที่

เปิดตัวเลข‘สส.-พรรคการเมือง’บริจาคช่วยภัยพิบัติได้เท่าไร ทุบเปรี้ยงไม่ผิดกฎหมาย‘กกต.’

เปิดตัวเลข‘สส.-พรรคการเมือง’บริจาคช่วยภัยพิบัติได้เท่าไร ทุบเปรี้ยงไม่ผิดกฎหมาย‘กกต.’

เปิดตัวเลข‘สส.-พรรคการเมือง’บริจาคช่วยภัยพิบัติได้เท่าไร ทุบเปรี้ยงไม่ผิดกฎหมาย‘กกต.’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.43 น.

เปิดตัวเลข‘สส.-พรรคการเมือง’บริจาคช่วยภัยพิบัติได้เท่าไร ทุบเปรี้ยงไม่ผิดกฎหมาย‘กกต.’

27 พฤศจิกายน 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความต่อเนื่อง ผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” เกี่ยวกับเรื่อง สส. พรรคการเมือง กับการบริจาคช่วย “น้ำท่วม” ระบุว่า…

ช่วยชาวบ้านก่อน กฎหมายมาทีหลัง

นักการเมือง พรรคการเมือง สามารถช่วยชาวบ้านที่ถูกภัยพิบัติน้ำท่วมได้ ตามศักยภาพที่ตัวเองมี

สำหรับกรณี กลัวว่าจะเป็นความผิดตาม กม. เลือกตั้ง ว่า จะเข้าข่ายแจกเงิน แจกของ ในช่วง 180 วัน ก่อนวันเลือกตั้งกรณีครบวาระนั้น ให้ลืมไปได้เลย เนื่องจาก การเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการยุบสภา ไม่เข้าข่ายในกรณีนี้

ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นของ อบต. ที่ครบวาระในวันที่ 11 ม.ค. 2569  ผู้บริหาร อบต. ยังสามารถใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างสมเหตุผลได้  แต่ควรระมัดระวังอย่าให้ส่อไปในทางหาเสียง เพราะอาจถูกร้องเรียนตามที่เลขาธิการ กกต.เตือนได้

ช่วยเหลือประชาชนมาก่อน  ไม่ต้องหาเสียง ประชาชนจะเห็นคุณค่าเอง

———————

กกต. เองก็เคยออกระเบียบให้พรรคการเมือง นักการเมือง ช่วยประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยพรรค ช่วยได้ 3 ล้าน และ นักการเมืองช่วยได้ คนละ 3 แสน แต่ตัวเลขดังกล่าว ต้องนำไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย

ชาวบ้านเขาเดือดร้อน มีศักยภาพช่วยได้ก็สมควรช่วยคนละไม้คนละมือ

———————

ในการเลือกตั้ง ปี 2566 ที่ผ่านมา กกต. กำหนดกรอบใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ไม่เกินพรรคละ 44 ล้านบาท และผู้สมัครไม่เกินคนละ 1.9 ล้านบาท

กกต. เคยระเบียบการใช้จ่ายกรณีเกิดภัยพิบัติ  ปี 2564 ว่า พรรคการเมืองสามารถบริจาคเพื่อช่วยเหลือได้ไม่เกินพรรคละ 3 ล้านบาท และ สส. หรือ กรรมการบริหาร หรือผู้มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่เกินคนละ 1 แสนบาท  โดยต้องนำมาคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วย

พรรคการเมืองใหญ่ ๆ รายงานค่าใช้จ่ายของพรรคในศึกเลือกตั้ง 2566 อยู่ที่ 30-40 ล้านบาท ซึ่งยังไม่เต็มวงเงิน 44 ล้าน

หากจะบริจาคเพื่อช่วยชาวบ้านที่น้ำท่วมสัก พรรคละ 3 ล้าน  หรือ คนละแสน หากมีศักยภาพทำได้  กกต. ไม่เอาเรื่องหรอกครับ เพราะมีระเบียบรองรับให้ทำได้อยู่แล้ว 

หากช่วยชาวบ้านด้วยความสุจริตใจแล้ว กกต. เอาเรื่อง  กกต. ก็เกินไป คงต้องแช่งให้บ้านญาติพี่น้อง กกต. ท่วมบ้าง จะได้รู้สึก

สะเทือนใจ!‘ดร.เอ้’เห็นคนหนี‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ยิ่งกว่าหนังซอมบี้ ชง 6 ทางรอด รบ.ทำอย่างเดียว

สะเทือนใจ!‘ดร.เอ้’เห็นคนหนี‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ยิ่งกว่าหนังซอมบี้ ชง 6 ทางรอด รบ.ทำอย่างเดียว

สะเทือนใจ!‘ดร.เอ้’เห็นคนหนี‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ยิ่งกว่าหนังซอมบี้ ชง 6 ทางรอด รบ.ทำอย่างเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.15 น.

สะเทือนใจ!‘ดร.เอ้’เห็นคนหนี‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ยิ่งกว่าหนังซอมบี้ ชง 6 ทางรอด รบ.ทำอย่างเดียว

27 พฤศจิกายน 2568 “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์ภาพขณะลงพื้นที่ “น้ำท่วมหาดใหญ่” พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เอ้ สุชัชวีร์” ระบุว่า…

เที่ยงคืนที่ หาดใหญ่ “มืดมิด” เกินวิกฤตแล้ว

“ก้าวแรก” ที่หาดใหญ่ ผมเห็นคนนับพัน “นอนเรียงราย” เต็มสนามบิน กลับบ้านไม่ได้มา 3-5 วัน เห็นรถนับพันนับหมื่นคัน “จอดทิ้ง” ไว้ข้างทาง ผมเห็น “รถคาราวาน” ความช่วยเหลือ นับร้อยคัน จอดนิ่งยาวหลายกิโลเมตร เข้าพื้นที่น้ำท่วมสูงไม่ได้ ข้าวของนับพันตัน รวมทั้งของเรา รอบนถนนที่ “มืดมิด” ไม่มีแม้แต่แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือ

ผมเห็น “ศพผู้เสียชีวิต” คาตา ที่ลำเลียงออกไปไม่ได้ ผมเห็น “ผู้ประสบภัย 6,000 คน” คนทั้งเด็กทารก ผู้สูงอายุ หญิงท้องแก่ นอนเบียดกัน บนกระดาษลัง ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีนมผง เด็กเล็กบาดเจ็บ ยังไม่มีหมอเย็บแผลให้

มันยิ่งกว่า “หนังซอมบี้” ที่คนต้องหนีตาย ไม่รู้จะพึ่งใคร ไม่รู้ความช่วยเหลือจะมาวันไหน ทีมช่วยเหลือก็กำลังไม่พอที่จะช่วยคน ท่ามกลาง “ความสับสน” ไม่มีแผน ไม่มีการสั่งการ ความหวัง “มืดมิด” เหมือนดวงไฟที่ดับลง

ผมขอสารภาพว่า “สะเทือนใจ” และ “คับแค้นใจ” ที่สถานการณ์ “ความโหดร้าย” ไม่ควรจะมารุนแรงถึงขั้นนี้ หากไม่ “ประมาท” และปฏิบัติตาม “มาตรฐาน” การเตือนภัย และการอพยพ ทั้งที่มีเขียนไว้ในทุกตำรา

คำถาม “ความสูญเสีย” ใครจะรับผิดชอบ?

และ 24 ชั่วโมงจากนี้ จะทำอะไร?

“พรรคไทยก้าวใหม่” เสนอ 6 ทางรอด “ช่วยชีวิต” คนหาดใหญ่ ภายใน 24 ชม. ทั้ง “ตั้งศูนย์บัญชาการหนึ่งเดียว” “โฆษกเสียงเดียว” “ระบุพื้นที่เสี่ยง-ปลอดภัย” “คืนสาธารณูปโภค” “จัดลำดับการอพยพ” และ “ระดมแพทย์พยาบาล”

รัฐบาลทำอย่างเดียว คือ ตั้งศูนย์บัญชาการที่ค่ายเสนาณรงค์ นอกนั้นยัง “วังเวง”

ของบริจาคที่ส่งมาจากทุกสารทิศ เข้าพื้นที่น้ำท่วมไม่ได้ เพราะ “ระดับน้ำท่วมสูง” “น้ำเชี่ยว” เสี่ยงเข้าไป อาจสูญเสียชีวิต รับคนออกมาก็ไม่ได้

“ทางรอดทางเดียว” คือ ต้อง “ลดระดับน้ำ” ให้เร็วที่สุด น้ำลดเร็ว ความช่วยเหลือก็เข้าได้เร็ว คนรอด!

“อุปสรรค” ของการระบายน้ำ คือ “คันถนนยกสูง” ที่กลายเป็น “เขื่อนกั้นน้ำ” เช่น ถนนลพบุรีราเมศว์ ที่ยาวกว่า 20 กิโลเมตร เป็น “จระเข้ขวางน้ำ”

ต้องเร่ง “เจาะเปิดช่องขนาดเล็ก” ให้น้ำพอไหลผ่านได้ น้ำจะไหลลงอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำท่วม “หาดใหญ่” ลดลงทันที ความช่วยเหลือก็เข้าไปได้ง่าย รวดเร็ว ทันการณ์

ทำเถอะครับ ทำ “วันนี้” หรือท่านจะรอให้ “ความสูญเสีย” มากกว่านี้

“คาราวานพรรคไทยก้าวใหม่” กำลังมาพร้อมสิ่งของช่วยเหลือ และ “อุปกรณ์ทางการแพทย์” เราขอเป็นตัวแทนคนไทยผู้มีน้ำใจ มอบให้ “คนใต้” ผู้ประสบภัย

ค่ำคืนนี้ยังยาวไกล ผมขอเป็นกำลังใจให้ “เจ้าหน้าที่” และ “อาสาสมัคร” ผู้เสียสละทุกคนครับ

ด้วยความรัก ความห่วงใย ขอให้ทุกท่าน และครอบครัวปลอดภัยครับ

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่

หนุน’อนุทิน’เต็มที่! บัญชาการ’น้ำท่วมหาดใหญ่’พร้อม 3 ข้อเสนอ

หนุน'อนุทิน'เต็มที่! บัญชาการ'น้ำท่วมหาดใหญ่'พร้อม 3 ข้อเสนอ

หนุน’อนุทิน’เต็มที่! บัญชาการ’น้ำท่วมหาดใหญ่’พร้อม 3 ข้อเสนอ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.37 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “เชียร์ อนุทิน พร้อม 3 ข้อเสนอ” ระบุว่า…

ผมเห็นข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในที่ประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า “จะยังคงอยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากไม่มีเหตุจำเป็นอื่น จะไม่บินกลับโดยเด็ดขาด”

ผมสนับสนุนแนวความคิดของนายอนุทิน ว่า จะต้องปักหลักพักค้างที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อบัญชาการแก้ปัญหาอุทกภัยให้พื้นที่อำเภอหาดใหญ่คลี่คลายลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะลำพังการบินไปมาเป็นครั้งคราวเพื่อสั่งการ ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

การที่นายอนุทินได้แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และแต่งตั้งพลเอกอุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย หรือ ศป.กฉ. ซึ่งทั้ง2ส่วน ต่างฝ่ายต่างก็ทำงาน ไม่มีความเป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาอุทกภัยของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในลักษณะเหมือนต่างคนต่างทำ

จึงอยากได้นายอนุทินเข้ามาเป็นผู้บัญชาการการแก้ไขปัญหาเอง ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และการแก้ไขปัญหาทั้งหมด กระทรวงมหาดไทยต้องเป็นแม่งาน ต้องเป็นเซ็นเตอร์ในการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงทบวงกรมอื่นๆ เป็นแค่หน่วยงาน เป็นฝ่ายสนับสนุนมากกว่า หัวใจสำคัญในการแก้ปัญหา คือกระทรวงมหาดไทย

เมื่อนายอนุทินเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเอง ก็สามารถสั่งการในกระทรวงมหาดไทยได้เบ็ดเสร็จ และในฐานะนายกรัฐมนตรีก็สามารถสั่งการไปยังกระทรวงทบวงกรมอื่นๆได้ด้วย จึงควรจะให้บทบาทผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในจังหวัดนั้นๆแก้ปัญหา

จึงสนับสนุนให้นายอนุทินอยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จนสถานการณ์คลี่คลาย และควรปรับปรุงศูนย์การแก้ปัญหาเพียงศูนย์เดียว อยากเสนอว่า ถ้าหากนายอนุทินมาบัญชาการแก้ปัญหาอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่เองแล้ว น่าจะทำ3เรื่องสำคัญให้สำเร็จ คือ

1.จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการแก้ปัญหาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ เป็นศูนย์เดียว ที่มีนายอนุทินเป็นผู้บัญชาการ และควรจัดโครงสร้างการบริหารภายในศูนย์ มีเบอร์โทรศัพท์เพียงเบอร์เดียว มีโฆษกของศูนย์เพื่อให้ข่าวสาร และประสานงานกับสื่อมวลชน อย่างเป็นเอกภาพ

2.ควรจะจัดตั้งศูนย์อพยพ หรือศูนย์พักพิง ได้มาตรฐาน และจำนวนเพียงพอ โดยการบริหารจัดการภายในศูนย์ ได้เตรียมพร้อมเรื่องที่พักที่อยู่อาศัย อาหารการกิน การรักษาพยาบาลให้กับผู้อพยพทุกคน

3.ต้องลุยพื้นที่ไปค้นหาบุคคล ที่ยังค้างอยู่ในบ้านเรือน โดยอพยพบุคคลเหล่านั้นมาอยู่ที่ศูนย์อพยพทั้งหมด โดยใช้เครือข่ายของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายกเทศมนตรี สท.หรือสมาชิกสภาเทศบาล เป็นผู้ที่รู้จักพื้นที่ รู้จักบุคคลเป็นอย่างดี สามารถที่จะเข้าไปอพยพบุคคลที่ยังค้างอยู่ทั้งหมด เข้ามาอยู่ที่ศูนย์พักพิงได้

ถ้าหากว่านายกรัฐมนตรีดำเนินการ 3 ข้อนี้ได้ จะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ความเดือดร้อนของประชาชนทุเลาเบาบางลง เพื่อรอการแก้ปัญหาให้น้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนจะได้กลับไปสู่ที่บ้านพักอาศัย ภูมิลำเนาได้ด้วยความเรียบร้อย

จึงเสนอมายังนายกอนุทิน ได้เข้ามาเป็นผู้บัญชาการ เป็นแม่งาน จัดการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้โดยเร็วที่สุด ไม่อยากให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไร้ฝีมือ มือไม่ถึง และล้มเหลวในการแก้ปัญหาในยามวิกฤตเช่นนี้

‘นิพิฏฐ์’ฉะรัฐบาลย้ายขรก.สนองการเมือง ท้าคิดว่าได้เปรียบแล้ว‘ยุบสภา’เถอะ

‘นิพิฏฐ์’ฉะรัฐบาลย้ายขรก.สนองการเมือง ท้าคิดว่าได้เปรียบแล้ว‘ยุบสภา’เถอะ

‘นิพิฏฐ์’ฉะรัฐบาลย้ายขรก.สนองการเมือง ท้าคิดว่าได้เปรียบแล้ว‘ยุบสภา’เถอะ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.12 น.

‘นิพิฏฐ์’ฟาดรัฐบาลล้มเหลวแก้‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ เหตุย้าย 1 ผู้ว่าฯ 1 เดือน 3 จังหวัด จะเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้อย่างไร มุ่งสนองการเมือง ท้าคิดว่าได้เปรียบแล้ว‘ยุบสภา’เถอะ

27 พฤศจิกายน 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ถ้าได้เปรียบพอแล้วก็ยุบสภาเถอะ

พัทลุง ฝนหยุดตกแล้วตั้งแต่เมื่อคืนตอน 3 ทุ่ม

ตอนเย็น ลงเครื่องที่ตรัง ก็ไปเยี่ยมประชาชนริมทะเลสาบสงขลา ฝั่งตะวันตก แถวลำปำ-ทะเลน้อย ไปถึงเริ่มมืดแล้ว

น้ำจากเทือกเขาบรรทัด ไหลมาสะสมริมทะเล ชาวบ้านริมทะเลทิ้งบ้าน ออกออกมากางเต็นท์อาศัยพักนอนบนถนน ผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว ก็เข้าอาศัยนอนใน รพ.สต. 

คนริมทะเลน่าจะนอนบนถนนกันร่วมครึ่งเดือน เป็นอย่างน้อย

อย่าว่าเลย ถ้าผมจะกล่าว “ในฐานะประชาชน” ว่า การแก้ปัญหาของรัฐบาลที่หาดใหญ่ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ายจากพัทลุง ไปอยู่กระบี่น่าจะไม่เกิน 10 วัน ก็ย้ายไปสงขลา เอาเป็นว่า 1 เดือน เป็นผู้ว่าฯ 3 จังหวัด แล้วจะไปเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์น้ำท่วมได้อย่างไร

เอาเป็นว่า ให้ผู้ว่า ออกไปยืนนอกศาลากลาง ยังชี้ไม่ถูกเลยว่าทางไหนเป็นทิศเหนือ ทางไหนเป็นทิศใต้

ผมเห็นข่าวเมื่อวาน กรมการปกครองย้ายนายอำเภอหาดใหญ่ เข้าประจำกรมแล้ว คงคิดว่าย้ายนายอำเภอแล้วน้ำจะลดลงสัก 2-3 เมตร

แล้วนายกรัฐมนตรี 4 เดือน ท่านก็ย้ายข้าราชการเยอะมาก ย้ายจริง-ย้ายจัง

ทุกวันอังคาร จะมีมติ ครม.ย้ายข้าราชการอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ต้องทำกัน

นักการเมืองที่ย้ายพรรค ก็ล่อใจ ตอบแทนให้เป็นข้าราชการการเมืองกันสนุก แล้วเหลือเวลา 2 เดือนเขาจะเข้าไปทำอะไร นอกจากเข้าไปหากินกับงบประมาณแผ่นดิน สัก 1-2 เดือน

ดูการแก้ปัญหาที่หาดใหญ่เป็นตัวอย่างสิ ผู้ว่าคนเดียว 1 เดือน เป็นผู้ว่า 3 จังหวัด อย่างนี้คนออกคำสั่งไม่เมา(กัญชา) ก็บ้าแล้ว

ย้ายข้าราชการเพื่อสนองตอบการเลือกตั้ง และเพื่อตอบแทนนักการเมืองที่ย้ายพรรคพอหรือยัง ถ้าพอแล้ว ก็ยุบสภาเถอะ