​ได้ข้อสรุปทุกมาตรา กมธ.ชงวาระ2ช่วง10-11ธ.ค. ‘เพื่อไทย’ดึงดันควรมีสสร.

​ได้ข้อสรุปทุกมาตรา กมธ.ชงวาระ2ช่วง10-11ธ.ค. ‘เพื่อไทย’ดึงดันควรมีสสร.

​ได้ข้อสรุปทุกมาตรา กมธ.ชงวาระ2ช่วง10-11ธ.ค. ‘เพื่อไทย’ดึงดันควรมีสสร.

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ได้ข้อสรุปทุกมาตรา

กมธ.ชงวาระ2ช่วง10-11ธ.ค.

เพื่อไทยดึงดันควรมีสสร.

กมธ.แก้รธน.ถกปิดจ๊อบข้อสรุปทุกมาตราแล้ว รอเข้าวาระ 2 แย้มหากพิจารณาแค่ 10-11 ธันวาคม ไม่พอ จะใช้ 12 ธันวาคม วันเปิดประชุมสภาฯลุยต่อ ชลน่าน” ประเมินถกแก้รธน.วาระสอง 2 แค่ 1 วันเพียงพอ เผยสงวนความเห็นไปสู้ในรัฐสภา ทวงคืน สสร.-โละสูตร20หยิบ1” ด้าน ชูศักดิ์” ยันวาระ 2-3 ควรมีสสร.ปล่อยรัฐสภาตั้ง กมธ.ยกร่างฯ เสมือนถูกจัดตั้งโดยเสียงข้างมาก เสนอแก้สูตร 20 หยิบ 1 เพิ่มผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ถ่วงดุล

เมื่อวันที่ 26พฤศจิกายน 2568 นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) และน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ(แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ร่วมแถลงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมกมธ.ฯ พิจารณาครบทุกมาตราแล้ว วันนี้(26 พ.ย.)จะเป็นการทบทวนถ้อยคำ และเชิญผู้แปรญัตติมาชี้แจง ซึ่งหวังว่าทุกอย่างจะทำให้เสร็จได้ภายในวันนี้ เพื่อที่จะส่งให้ประธานรัฐสภาบรรจุวาระต่อไป ส่วนการเปิดประชุมสมัยวิสามัญวันที่ 10 -11 ธ.ค.จะเพียงพอหรือไม่นั้น ที่ประชุมกมธ.ฯ ยังไม่ได้เริ่มจัดเวลา แต่ได้คำนวณไว้ว่า ถ้าการพิจารณาในวันที่ 10 ธ.ค.และ 11ธ.ค.ไม่เพียงพอ ก็จะใช้วันที่ 12 ธ.ค.ที่เป็นวันเปิดสมัยประชุมสภาสามัญพอดี เพื่อจะได้พิจารณาต่อไปได้เลย ซึ่งทุกมาตรา กมธ.ฯก็มีมติเสียงข้างมากแล้ว ส่วนความเห็นต่างในกรรมาธิการได้มีการสงวนความเห็นไว้เพื่อที่จะนำไปอภิปรายในวาระ2ต่อไป

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ในวาระสอง ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีจำนวนมาตรารวม 50 มาตรา แม้ว่าร่างมาตราจำนวนไม่เยอะ แต่ในส่วนของมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขมาตรา 256 นั้น 39 มาตรา ซึ่งเป็นรายละเอียดที่มีจำนวนมากและถูกแก้ไขแทบทุกมาตรา ดังนั้นสมาชิกสามารถอภิปรายได้ทุกมาตรา แต่ตนเชื่อว่าระยะเวลา 2วัน จะพอ ส่วนการอภิปรายในวาระ2ตนมองว่า ในระบบรัฐสภาที่ใช้เสียงข้างมาก ต้องหาข้อยุติได้และต้องจบ

เมื่อถามว่า เนื้อหาที่แก้ไขมีประเด็นใดที่กังวลใจบ้าง นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ที่กังวลหนักสุดคือ ที่มาของกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 35คน ที่ถูกชี้นำครอบงำได้จากการเลือกของรัฐสภายุคหน้า ที่ทำให้รัฐธรรมนูญตกเป็นของคนกลุ่มนั้น ซึ่งทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนค่อนข้างยาก ยกเว้นรัฐสภารับข้อสงวนของกมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนไว้ ซึ่งตนสงวนความเห็นให้ใช้วิธีการเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน ไม่ยึดติดกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คือ ใช้การลงมติโหวตเลือกกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ โดยต้องผ่านเกณฑ์เสียงข้างมาก ที่ได้รับความเห็นชอบจากทุกภาคส่วน คือ มี สว.เห็นชอบ1ใน5 หรือ 40คนและได้เสียงฝ่ายค้าน20% เพื่อลดการถูกครอบงำ และตนมองว่าสูตร 20 หยิบ1นั้น จะทำให้เกิดการครอบงำ

“วิธีที่เสนอนั้นผมไม่ชอบและต่อต้าน เพราะใช้เสียงข้างน้อยครอบงำเสียงข้างมาก แต่วิธีนี้ผมเห็นว่าเหมาะกับบางเรื่อง เช่น การคัดเลือกบุคคล เพื่อป้องกันเสียงข้างมากกินรวบ ทั้งนี้ประเด็นนี้ผมเสนอให้ทบทวนแล้ว แต่กมธ.เสียงข้างมากไม่ยอม จึงต้องสงวนไว้เพื่อไปสู่ในวาระสองต่อไป ซึ่งในทิศทางการสงวนความเห็นนั้น จะมีทั้งเชิงประเด็น เช่น สนับสนุน สภาร่างรัฐธรรมนูญ แทนกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และรายมาตรา เช่น กลไกได้มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ สูตร 20 หยิบ 1 เป็นต้น” นพ.ชลน่าน กล่าว

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวในนามของคณะกรรมาธิการฯสัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ระบุว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ข้อสรุปสาระสำคัญของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จะนำสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ2และ3ทุกครั้งกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยก็ให้ความสนใจร่วมประชุมโดยตลอด วันนี้ได้สรุปการแปรญัตติของกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยในหลายประเด็นด้วยกัน เพื่อนำไปสู่การอภิปรายในรัฐสภาวันที่ 10-11ธันวาคม ประเด็นแรกที่ประชุมกรรมาธิการฯ ไม่ได้นำเอาประเด็นเรื่องสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่พรรคเพื่อไทยเคยเสนอเข้าสู่การพิจาณากรรมาธิการของพรรคเพื่อไทย จึงสงวนความเห็นว่า ขอให้มี สสร.ตามร่างที่เราเคยนำเสนอ เพราะเห็นว่าจะเป็นคำตอบของสภาที่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราเชื่อว่า สสร.จะทำหน้าที่ได้ดีกว่ามีเพียงกรรมาธิการ สสร.ที่เสนอโดให้มีการเลือกตั้งโดยประชาชน 300คน รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 100คน เป็น สสร.จากนั้น สสร.จะตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่2 เมื่อกรรมาธิการฯไม่เห็นชอบให้มี สสร.และกำหนดให้มีกรรมาธิการ 2ประเภท คือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรรมาธิการชุดละ 35คน แต่เราเห็นว่า เขาตัดการเลือกตั้งโดยประชาชนออก จึงไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่ยึดโยงกับประชาชน การให้รัฐสภาคัดเลือกโดยตรงด้วยระบบ 20 หยิบ 1 เสี่ยงทำให้ในที่สุดผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้น จะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญของรัฐสภาเสียงข้างมาก เราจึงได้สงวนความเห็นในประเด็นนี้ไว้ด้วย แทนที่จะใช้ 20หยิบ1ทั้งหมด เราเสนอให้มาจากรัฐสภา25คน จึงต้องใช้สูตรคำนวณ 28หยิบ1 แต่ที่เหลืออีก10คน ให้มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ให้เป็น 35คน เพราะเราต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถมาถ่วงดุลในกรรมาธิการยกร่างฯไม่ใช่เป็นกมธ.รัฐสภาเสียทั้งหมด ส่วนคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นฯ ก็ใช้วิธีแบบเดียวกัน คือให้มาจากการคัดเลือกขององค์กร หรือสมาคมต่างๆด้วย 10คนเ ชื่อว่า สสร.วิธีนี้ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง แต่ให้ประชาชนเสนอตัวเป็นผู้สมัคร แล้วให้รัฐสภาหยิบมาให้เหลือ 100คน ตรงกันข้าม หากเราตัดประชาชนออกจากกระบวนการเหล่านี้ อาจทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสส.ถือเป็นการประชุมร่วมนัดแรกอย่างเป็นทางการภายหลังการรับรองสถานะจาก กกต.โดยที่ประชุมให้ความสำคัญ3เรื่อง 1.ได้หารือถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นชอบกับการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยการคัดเลือกตัวแทนจากประชาชนโดยตรงและมีการคัดเลือกอีกครั้งผ่านกระบวนการของ สส.และสว.ตามแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับย้ำว่ากระบวนการยกร่างจะต้องไม่แก้ไขหมวด1และหมวด2 รวมถึงคงไว้ซึ่งการตรวจสอบคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ด้านจริยธรรมของนักการเมืองที่ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ประชุมร่วมฯเห็นว่าพรรคปชป.ในฐานะพรรคฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงมอบหมายให้ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้ประสานพูดคุยเพื่อนำเข้ามาหารือในที่ประชุมฯต่อไป

แนวหน้าวาทะเด็ด วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

แนวหน้าวาทะเด็ด วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

แนวหน้าวาทะเด็ด วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

“การเมืองดีมาจากการเลือกตั้งที่ดี การเลือกตั้งที่ดีก็คือการเลือกตั้งที่สุจริต
เที่ยงธรรม ซึ่งการเมืองที่ดีนั้นสังคมไทย
โหยหามานาน”

นายแสวง บุญมี
เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ‘เขมวันต์ สงคราม’ เป็นพลเรือเอก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ 'เขมวันต์ สงคราม' เป็นพลเรือเอก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ‘เขมวันต์ สงคราม’ เป็นพลเรือเอก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.28 น.

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ความว่า 

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือโทเขมวันต์ สงคราม ตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเรือโท) ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเรือเอก) และพระราชทานยศ พลเรือเอก

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568

ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

‘อนุทิน’เยี่ยมศูนย์ อพยพ ม.อ.หาดใหญ่ สั่งเร่งระดมช่วยคนติดค้าง 

‘อนุทิน’เยี่ยมศูนย์ อพยพ ม.อ.หาดใหญ่ สั่งเร่งระดมช่วยคนติดค้าง 

‘อนุทิน’เยี่ยมศูนย์ อพยพ ม.อ.หาดใหญ่ สั่งเร่งระดมช่วยคนติดค้าง 

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.48 น.

นายกฯ เยี่ยมศูนย์อพยพ มอ.สงขลา ย้ำเร่งระดมช่วยคนติดค้าง สั่ง ‘มท.-พณ.’ ออกมาตรการช่วยผู้ประกอบการ เยียวยาสินค้าเสียหาย -สูญรายได้ 

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเวลา 19.45 น. ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์อพยพประชาชนที่ประสบอุทกภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยว่า ขณะนี้พยายามเร่งนำข้าวและอาหารส่งไปให้ถึงมือผู้ประสบภัย และให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา แม่ทัพภาคที่ 4 เร่งดำเนินการ ซึ่งตั้งแต่เราใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน เราใช้ทรัพยากร เครื่องมือเครื่องจักร กำลังพล ยุทโธปกรณ์ต่างๆลงไปในพื้นที่แล้ว และทางกองทัพได้เร่งนำความช่วยเหลือไปถึงประชาชนให้เร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนใช้เวลาทั้งวันลงพื้นที่ตามเส้นทางที่มีคนติดค้างอยู่ ซึ่งปัญหาความแรงของกระแสน้ำทำให้สิ่งที่จะเข้าไปช่วยเข้าไปไม่ถึงและเราได้เพิ่มเครื่องจักรที่มีกำลังต้านน้ำ อย่างที่อยู่ตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่จัดให้เป็นศูนย์อพยพ ซึ่งตั้งไว้รองรับ 300- 500 คน แต่ตอนนี้มา 8,000 คนแล้ว ซึ่งการที่มหาวิทยาลัยช่วยดูแลประชาชนเป็นการแบ่งเบาภาระ และต้องขอชื่นชมศูนย์อพยพอื่นๆซึ่งมีหลายแห่ง ที่จะมีเรื่องอาหาร เรื่องการรักษาพยาบาลไว้พร้อม และทราบมาว่าเรื่องอาหารได้รับการบริจาคจำนวนมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่มีจิตคิดถึงเพื่อนร่วมชาติในยามยากเช่นนี้ และการที่ตนมาที่นี่ทั้งวัน เมื่อกลับไปจะเร่งหาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่เป็นเหตุที่ยิ่งกว่าภัยปกติ แต่เป็นภัยที่ร้ายแรงมากๆ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาเมื่อวันที่ 25 พ.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเรียบร้อยแล้ว และจะให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่สินค้าเสียหาย สูญเสียรายได้ สูญเสียโอกาส จะออกมาตรการเยียวยา เช่น การลดดอกเบี้ย ไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ ให้กับผู้ที่ประสบภัย ตนจะเร่งกลับไปดำเนินการและจะบริหารจัดการเรื่องงบประมาณ 

‘โอกาสใหม่’ ช่วย ‘หาดใหญ่’ ระดมทีม ‘เรือ-วิทยุทรานซิสเตอร์-ถุงยังชีพ’ หนุนภารกิจช่วยชาวใต้

'โอกาสใหม่' ช่วย 'หาดใหญ่' ระดมทีม 'เรือ-วิทยุทรานซิสเตอร์-ถุงยังชีพ' หนุนภารกิจช่วยชาวใต้

‘โอกาสใหม่’ ช่วย ‘หาดใหญ่’ ระดมทีม ‘เรือ-วิทยุทรานซิสเตอร์-ถุงยังชีพ’ หนุนภารกิจช่วยชาวใต้

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.38 น.

‘โอกาสใหม่’ ช่วย ‘หาดใหญ่’ ระดมทีม ‘เรือ-วิทยุทรานซิสเตอร์-ถุงยังชีพ’ หนุนภารกิจช่วยชาวใต้ กระทบมหาวิบัติน้ำท่วมใหญ่

26 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ลานหน้าสำนักงานพรรคโอกาสใหม่ ได้มีการจัดสรรสิ่งของจำเป็น โดยปล่อยออกไปเป็นขบวนคาราวาน เพื่อช่วยน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ ซึ่ง นายจตุพร บรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่พร้อม กับ คณะกรรมการบริหารพรรค และ เครือข่ายอาสาสมัครนำทัพ

ทั้งนี้ นายจตุพร ได้กล่าวฝากถึงพี่น้องชาวใต้และชาวหาดใหญ่ทุกคนด้วยว่า “พรรคโอกาสใหม่ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปถึงทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งนับว่ารุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ขอให้ทุกท่านเข้มแข็ง อดทน และเชื่อมั่น ว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อว่าภาครัฐและหน่วยงานทุกฝ่ายพร้อมช่วยเหลือท่านอย่างเร่งด่วน ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว พรรคโอกาสใหม่พร้อมเป็นอีกแรงที่พร้อมช่วยเหลือประชาชนในอุทกภัยครั้งนี้ทุกด้าน ทุกจังหวัด”

ผู้สื่อข่ารายงานอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทางพรรคโอกาสใหม่ ได้จัดทีมลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ส่วนล่าสุดหรือในขณะนี้ ก็ได้เสริมการช่วยเหลืออีกระลอก ด้วยการส่งคาราวานสิ่งของช่วยเหลือยังชีพจากส่วนกลางลงไปช่วยผู้ประสบภัย โดยขบวนคาราวานนี้ได้ระดมกำลังพลอาสาสมัคร 30 นาย และอุปกรณ์กู้ภัยที่จำเป็นทั้งสิ้น อาทิ..

1.วิทยุทรานซิสเตอร์ 2,000 เครื่อง
2.ถุงยังชีพ 2,000 ชุด และ น้ำดื่ม 1,000 แพ็ค
3.เรือท้องแบน 8 ลำ
4.เครื่องปั่นไฟ 2 ชุด
5.เสื้อซูชีพ 100 ชุด
6.รถยกสูง 10 คัน

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร ได้กล่าวเสริมอีกว่า แม้ทางพรรคโอกาสใหม่จะมีการระดมความช่วยเหลือไปเป็นช่วงๆ แล้ว แต่จากนี้จะยังได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป  เนื่องจากสถานการณ์ในยามนี้คือช่วงเวลาที่คนไทยทุกภาคส่วนควรแสดงออกถึงพลังแห่งความสามัคคี และพร้อมให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสจาก สถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

พท.ขนข้าว 1,000 กล่อง ทยอยส่งถึงมือพี่น้องชาวหาดใหญ่แล้ว

พท.ขนข้าว 1,000 กล่อง ทยอยส่งถึงมือพี่น้องชาวหาดใหญ่แล้ว

พท.ขนข้าว 1,000 กล่อง ทยอยส่งถึงมือพี่น้องชาวหาดใหญ่แล้ว

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.18 น.

พท.ขนข้าว 1,000 กล่องทยอยส่งถึงมือพี่น้องชาวหาดใหญ่แล้ว

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 พรรคเพื่อไทย นำโดยนายไตรฤกษ์ มือสันทัด ว่าที่ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต3 นายสำราญ บุญเส้ง นายอรรถชาญ เชาวน์วานิชย์ นายสะหาก หมุดตะเหล็บ ได้ช่วยกันนำอาหารกล่องปรุงสุกชุดแรกไปแจกให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จุดน้ำขึ้นและใส่เรือท้องแบนบริเวณโรงเรียนอุดมพานิชการ ถนนธรรมนูญวิถี เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ สงขลา เพื่อเข้าไปจุดน้ำลึกตามอาคารตึกพักอาศัย ที่ไม่มีอาหารน้ำดื่มหลายวันแล้ว

ด้าน ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค ได้ลงพื้นที่แยกควนลังอีกรอบ เพื่อทยอยนำอาหารที่สั่งเตรียมไว้ไปมอบให้เรืออาสาสมัคร เพื่อให้ช่วยนำไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชน ที่ยังติดอยู่ตามบ้านเรื่องไม่สามารถออกมาได้
 

โปรดเกล้าฯ พระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์-เหรียญราชรุจิ พร้อมเครื่องราชฯมงกุฎไทย

โปรดเกล้าฯ พระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์-เหรียญราชรุจิ พร้อมเครื่องราชฯมงกุฎไทย

โปรดเกล้าฯ พระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์-เหรียญราชรุจิ พร้อมเครื่องราชฯมงกุฎไทย

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.09 น.

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์และเหรียญราชรุจิ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์และเหรียญราชรุจิทองแก่ข้าราชบริพารในพระองค์ ดังนี้

เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๕

๑. ร้อยโทหญิง วราลักษณ์ คนโต

๒. ร้อยตรีหญิง ปิยากร ดวงราษี

เหรียญราชรุจิทอง

๑. ร้อยตรีหญิง ปิยากร ดวงราษี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘

ประกาศ  ณ  วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน  พุทธศักราย ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่  เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ จำนวน ๘ ราย

ดังรายนามท้ายประกาศนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่  ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราย ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

รายนามข้าราชบริพารในพระองค์ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย

ชั้น ประถมาภรณ์ช้างเผือก

๑. พลโท จักรชัย ศรีคชา

๒. พลตรี อาสาศึก ขันติรัตน์

๓. พลตรี เพิ่มศักดิ์ ประเสริฐศรี

ชั้น ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

๑. พลตรี จิรวุฒิ อัมพุนันทน์

๒. พลตรี ธีระพงษ์ ชูตินันทน์

๓. พลตรี สมพร โตภาพ

๔. พลตรี สราพงษ์ ทิพวาที

๕. พลตรี ธนิต ลีฬหาธีรพงศ์

โปรดเกล้าฯให้’พลเอก สัญชัย รุ่งศรีทอง’ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

โปรดเกล้าฯให้'พลเอก สัญชัย รุ่งศรีทอง' พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

โปรดเกล้าฯให้’พลเอก สัญชัย รุ่งศรีทอง’ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.38 น.

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ  ให้นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ ความว่า

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7แห่งพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ.2560 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480 และข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งราชองครักษ์ พ.ศ. 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ พลเอก สัญชัย รุ่งศรีทอง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ราชองครักษ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568

ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

‘รวมใจไทย’นัดเปิดตัว สส. 30 พ.ย. ดันลอตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 ฉบับละ 10 ล้าน

'รวมใจไทย'นัดเปิดตัว สส. 30 พ.ย. ดันลอตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 ฉบับละ 10 ล้าน

‘รวมใจไทย’นัดเปิดตัว สส. 30 พ.ย. ดันลอตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 ฉบับละ 10 ล้าน

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.31 น.

“พรรครวมใจไทย”รวมพลจังหวัดตาก 30 พฤศจิกายน ทยอยเปิดตัวสส. ชูนโยบายดึงสัมปทานพลังงานกลับมาเป็นของประชาชน  เพิ่มรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ 1 เอาไปเลย 10 ล้านเลขท้าย 2 ตัว 5 พัน พร้อม ผลักดันคลังสินค้าจังหวัด พุ่งเป้าช่วยโอท็อป ลดต้นทุนโชว์ห่วย “บุญรวี ยมจินดา”ยันต้องใช้กระแสฝ่ากระสุนเพื่อช่วยสังคม

นายบุญรวี ยมจินดา หัวหน้าพรรครวมใจไทย เปิดเผยว่า ในบ่ายวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 บรรดาแกนนำสมาชิกพรรครวมใจไทย จะเปิดปราศรัยใหญ่ที่หน้าตลาดประชารัฐ บ้านวังประจบ ต.วังประจบ อ.เมือง จ.ตาก พร้อมกับเปิดดัวสส.ตาก 3 เขต,กำแพงเพชร 2 เขตพิษณุโลก 3 เขต  โคราช 3 เขต ขอนแก่น 2 เขต กทม.5เขต  ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจประสงค์จะลงสมัครสส.อีกจำนวนมาก จะทยอยเปิดตัวผู้สมัครอย่างต่อเนื่อง

หัวหน้าพรรครวมใจไทย ยังเผยถึงนโยบายสำคัญที่จะนำเสนอต่อประชาชน คือ1.ดึงสัมปทานพลังงานต่างๆ กลับคืนมาเป็นของรัฐของประชาชน เพื่อชาวบ้านจะได้บริโภคพลังงาน อาทิ แก๊ส น้ำมัน ราคาถูกและจะส่งผลให้ไฟฟ้าราคาถูกไปด้วยเหมือนกับมาเลเซียประเทศเพื่อนบ้าน

2.ผลักดันคลังสินค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ สนับสนุนสินค้าโอท็อป แปรรูปสินค้าของเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่ม  ลดต้นทุนโชว์ห่วยสร้างความเป็นธรรมให้สังคม

3. เป็นนโยบายสำคัญคือ เพิ่มรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 จาก 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท  เลขท้าย 2 ตัว จาก 2 พันบาทเป็น 5 พันบาท ส่วนรางวันอื่นๆดูตามความเหมาะสม ที่สำคัญทุกสิ้นปี ต้องมีรางวัลแจ็คพ๊อต 100 ล้าน ซึ่งเรื่องนี้เป็นการคืนกำไรให้สังคม

“พรรครวมใจไทย ต้องใช้กระแสการทำงานให้สังคมเพื่อฝ่าดงกระสุนเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชน และขณะนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี” นายบุญรวี ระบุ

‘ธรรมนัส’อพยพชาวหาดใหญ่กว่าพันคน ส่งต่อถึงศูนย์พักพิง ยันยืนเคียงข้างปชช.จนคลี่คลาย

'ธรรมนัส'อพยพชาวหาดใหญ่กว่าพันคน ส่งต่อถึงศูนย์พักพิง ยันยืนเคียงข้างปชช.จนคลี่คลาย

‘ธรรมนัส’อพยพชาวหาดใหญ่กว่าพันคน ส่งต่อถึงศูนย์พักพิง ยันยืนเคียงข้างปชช.จนคลี่คลาย

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.17 น.

“รมว.ธรรมนัส”อพยพชาวหาดใหญ่กว่าพันคนออกจากจุดน้ำท่วมหนัก ส่งต่อถึงศูนย์พักพิงอย่างปลอดภัย ยัน พร้อมยืนหยัดเคียงข้าง ปชช.จนทุกอย่างคลี่คลาย

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.)นำเรือกรมประมง รถของกรมชลประทาน ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วมภายใต้พายุฝน เพื่อนำน้ำ อาหาร ไปแจกจ่ายให้กับประชาชน รวมถึงอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่น้ำท่วมสูง

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้จัดระเบียบในการปฏิบัติงานช่วยเหลือชีวิตประชาชนโดยได้ตั้งศูนย์บัญชาการอยู่ที่ห้างโลตัส หาดใหญ่ใน ซึ่งมีพร้อมทั้งอาหารและน้ำไว้สำหรับบริการประชาชน รวมถึงรับเรื่องร้องร้องทุกข์ประชาชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ท่วมสูง โดยขั้นตอนในการจัดการคือ นำเรือของกรมประมงและกรมชลประทาน ตระเวนอพยพประชาชนตามที่ได้รับเรื่องไว้ตามลำดับ จากนั้นจะนำมาส่งที่ห้างโลตัส และนำประชาชนไปส่งที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ โดยรถสิบล้อของกรมชลประทาน 

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า วันนี้สามารถช่วยนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ติดค้างออกมาได้กลุ่มหนึ่ง และส่งไปยังสนามบินเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ต้องยอมรับว่า อาหารที่ลำเลียงเข้าไปด้านในไม่เพียงพอ เพราะประชาชนอดอาหารมานานหลายวันมาก จึงอาจจะยังเห็นภาพประชาชนขาดแคลนอาหารอยู่ แต่เราแก้ปัญหาด้วยการลำเลียงอาหารเข้าไปอย่างต่อเนื่อง 

“เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมทำงานตรงจุดนี้ถึงเที่ยงคืนเพื่ออพยพชาวบ้านที่ติดอยู่ในโลตัสออกมาให้ครบทั้งหมด ปัญหาตอนนี้ที่ผมได้แก้ไขคือการใช้เรือท้องแบนเข้าไปรับผู้ป่วยและผู้ประสบภัยเพราะเจ็ตสกีบางครั้งทำต้องทำความเร็วในการขับจึงอาจจะทำให้กระแสน้ำพัดเข้าบ้านพี่น้องประชาชนมากขึ้น ยืนยันว่า เรายังอพยพประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง และผมจะยืนเคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น“ร.อ.ธรรมนัส กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่รถทหารที่เข้ามาอพยพประชาชน ได้มีการโต้เถียงกับประชาชนบางคน จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ตำหนิให้พูดกับชาวบ้านดี ๆ 

ในส่วนของศูนย์พักพิงที่โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบหมายให้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ติดตามสถานการณ์ และประสานกับภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ศูนย์พักพิงมีปริมาณผู้ประสบภัยค่อนข้างหนาแน่นมาก จึงได้เปิดศูนย์พักพิงแห่งใหม่บริเวณใกล้เคียงเพื่อไม่ให้ที่เดิมแออัดแล้ว