นายกฯสั่งการศูนย์ส่วนหน้าสงขลา รับมือวิกฤตน้ำท่วม 5 จังหวัดภาคใต้

นายกฯสั่งการศูนย์ส่วนหน้าสงขลา รับมือวิกฤตน้ำท่วม 5 จังหวัดภาคใต้

นายกฯสั่งการศูนย์ส่วนหน้าสงขลา รับมือวิกฤตน้ำท่วม 5 จังหวัดภาคใต้

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.38 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ได้ลงนามจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อกำกับดูแลการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างทันที ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายสิริพงศ์ ยังเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง รัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการรองรับและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยได้มอบหมายให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) จังหวัดสงขลา ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการส่วนหน้าสำหรับการช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้ตอนล่าง 5 จังหวัด (สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) เป็นจุดรวมการประสานและสั่งการทรัพยากรเข้าพื้นที่ประสบภัยทันที โดยมีภารกิจหลักในการประสานความต้องการสนับสนุนในพื้นที่ พร้อมจัดส่งทรัพยากรด้านเครื่องจักรกลสาธารณภัยช่วยประชาชนใน 5 จังหวัดภาคใต้ เช่น เรือเล็ก เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ำ รถยกสูง รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร สะพานเบลีย์ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ

ล่าสุดจังหวัดสงขลา ประกาศเขตภัยพิบัติแล้วทั้ง 16 อำเภอ พร้อมให้อพยพประชาชนด่วน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของทางราชการที่จัดเตรียมไว้ ได้แก่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งนำกำลังทุกภาคส่วนลงช่วยเหลือประชาชนแบบเต็มกำลัง และขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ทุกหน่วยงานเร่งระดมกำลัง เครื่องจักร และยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่ทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชน

“รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยศูนย์ส่วนหน้าที่จัดตั้งขึ้นนี้จะทำให้การช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพ โดยรองนายกฯ ธรรมนัส ในฐานะผู้อำนวยการ ศนภ.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกำชับให้เร่งช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ พร้อมประสานการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติมทันที โดยย้ำว่าการปฏิบัติงานต้องดำเนินอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และประชาชนสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างปลอดภัย” นายสิริพงศ์ กล่าว

‘สุชาติ’ปัด รบ.ส่งสัญญาณ เร่งชงโครงการของบฯก่อน 9 ธ.ค.ชิงจังหวะยุบสภา

‘สุชาติ’ปัด รบ.ส่งสัญญาณ เร่งชงโครงการของบฯก่อน 9 ธ.ค.ชิงจังหวะยุบสภา

‘สุชาติ’ปัด รบ.ส่งสัญญาณ เร่งชงโครงการของบฯก่อน 9 ธ.ค.ชิงจังหวะยุบสภา

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.16 น.

“สุชาติ”ปัด รบ.ส่งสัญญาณ เร่งชงโครงการของบฯก่อน 9 ธ.ค.ชิงจังหวะยุบสภา แนะฝ่ายค้านถ้าอยากฟังคำชี้แจงให้ยื่น ม.152 แต่ถ้าอยากบีบบังคับกันก็ ม.151

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรัฐบาลส่งสัญญาณให้แต่ละกระทรวงเสนอโครงการงบประมาณภายในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะเป็นการส่งสัญญาณยืนยันการยุบสภา 12 ธ.ค.นี้หรือไม่ ว่า เรื่องนี้ตนไม่มั่นใจและไม่ได้ดูเรื่องงบประมาณมาก เพราะขณะนี้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลในเรื่องน้ำท่วม รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่อุทยานต่างๆ ซึ่งเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องของปลัดกระทรวงและอธิบดี

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ ได้สั่งการให้ส่งโครงการงบประมาณก่อนวันที่ 9 ธ.ค.นี้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ยืนยันไม่มี ไม่ได้บอก ไม่ได้คุยเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด

เมื่อถามถึงความชัดเจนของสัญญาณการยุบสภา 12 ธ.ค.นี้ นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกคนพร้อมอยู่แล้ว เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เขาจะขีดให้เราไปทางไหนก็ไปทางนั้น เพราะทุกอย่างอยู่ใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญเดียวกัน ซึ่งพร้อมทุกมิติอยู่แล้ว เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่นายกฯ จะประกาศยุบสภา 12 ธ.ค.นี้ นายสุชาติ กล่าวว่า อยู่ที่นายกฯ พูด ถ้าจะซักฟอกแล้ว อยากจะฟังคำชี้แจ้ง ก็ต้องเป็นการอภิปรายตามมาตรา 152 โดยไม่ลงมติ แต่หากต้องการจะบีบบังคับกันก็ยื่นมาตรา 151 แค่นั้น เราไม่มีปัญหา พร้อมอยู่แล้ว และเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง และขณะนี้เริ่มทำพื้นที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรต่อกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ เพราะทุกพรรคล้วนแต่มีความมั่นใจอยู่แล้ว

‘สุชาติ’คอนเฟิร์ม เคลียร์‘สนธยา’แล้วแฮปปี้ กลับมาลง สส.เขต 1 เอง

‘สุชาติ’คอนเฟิร์ม เคลียร์‘สนธยา’แล้วแฮปปี้ กลับมาลง สส.เขต 1 เอง

‘สุชาติ’คอนเฟิร์ม เคลียร์‘สนธยา’แล้วแฮปปี้ กลับมาลง สส.เขต 1 เอง

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.08 น.

“สุชาติ”คอนเฟิร์ม เคลียร์”สนธยา”แล้วแฮปปี้ กลับมาลง สส.เขต 1 เอง ส่วนพื้นที่อื่นไม่มีปัญหา บอกไผ่กอเดียวกันทั้งนั้น โอ่คนชลบุรีอยากให้รวมกัน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการหารือกับ นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี เลือกตั้งจัดตัวผู้สมัคร สส.ชลบุรี ของพรรค ภท.โดยเฉพาะในเขต 1 ว่า จบแล้ว ไม่มีอะไร เมื่อวันที่ 23 พ.ย.คุยกันเรื่องอื่น คุยเรื่องความเหมาะสมเขตอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่เขต 1 ส่วนพื้นที่เขต 1 นายสนธยาเข้าใจ เพราะเราทำการเมืองมาด้วยกันตั้งแต่พรรคพลังชล ซึ่งมองว่าตนมีความเหมาะสม เพราะเป็นผู้แทนเขตนั้น ยืนยันว่ามีความพร้อมในพื้นที่เขต 1 ตนเป็น สส.เขต 1 ชลบุรี มาหลายสมัย ตนเกิดที่ตำบลนั้น

เมื่อถามย้ำว่า นายสุชาติจะลงเขต 1 เองหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ยืนยันตนมีความประสงค์ขอเสนอตัวลงเขต 1 ชลบุรี เหมือนเดิม เพราะเคยเป็น สส.แบบแบ่งเขต ครั้งที่แล้วตนแค่ขึ้นบัญชีรายชื่อ ไปช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ เท่านั้น ตอนนั้นต้องดูหลายจังหวัดเท่านั้นเอง

“ผมบอกกับพี่แป๊ะว่าผมเหมาะสมกับเขต 1 ถ้าเฮ้งลงไม่มีปัญหา ก็โอเค แต่ถ้าเป็นคนอื่นก็ต้องดูความเหมาะสม ชาวบ้านแฮปปี้ ผู้นำแฮปปี้หมด ไม่มีแอบกินข้าวลับหลังใคร เราก็แฮปปี้ดี” นายสุชาติ ระบุ

เมื่อถามถึงการแบ่งพื้นที่ 10 เขต ใน จ.ชลบุรี นายสุชาติ กล่าวว่า ในพรรค ภท.มีกรรมการของพรรคพิจารณาอยู่แล้ว ตนกับนายสนธยาคุยกันแล้ว ไม่มีอะไร พี่น้องอยู่ด้วยกันทั้งนั้น เมื่อถามย้ำถามว่า จะแบ่งพื้นที่คนละ 5 เขตหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ดูความเหมาะสม ตนกับนายสนธยาต้องมานั่งมอนิเตอร์กันทั้งจังหวัดมากกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าว นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี อยากส่งผู้สมัคร สส.ในเขต 8 และ 9 นั้น นายชาดามีลูกหลานเฉยๆ แค่เสนอ แต่อยู่ในการพิจารณาของพรรคอยู่แล้ว ยืนยันไม่กระทบ เราคุยกันได้หมด เอาพรรคและประชาชนเป็นหลัก

เมื่อถามว่า แปลว่าตอนนี้ชลบุรีมี 2 บ้าน นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ใช่ 2 บ้าน แต่บ้านเดียวกัน คือ บ้านภูมิใจไทย ยืนยันไม่มีความขัดแย้ง นายสนธยาเหมือนกับพี่ตนอยู่แล้ว เพราะโตมาด้วยกัน แต่ปัญหาคือ ตอนการเมืองเป็นคนละกลุ่ม คนละพรรค ว่าไปตามระบบ เราไมได้ไปทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องส่วนตัว ไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ได้คุยประเด็นดังกล่าวหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า รู้อยู่แล้วว่าเรา 2 คนคุยกันได้ ไม่อย่างนั้นจะชวนมานั่งแถลงข่าวร่วมกันได้อย่างไร เมื่อถามว่า ต้องมีการคุยกันในพรรค เพื่อคุยถึง 10 เขตในชลบุรี เพื่อความเข้าใจกันหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนว่าที่คุยกับนายอนุทินและนายสนธยา ก็รู้อยู่แล้วว่าผู้สมัคร สส.ที่ลงเป็นคนบ้านเดียวกัน รู้จักกันหมด ไม่มีใครนอกเหนือ จากไผ่กอเดียวกันทั้งนั้น

เมื่อถามว่า การจับมือกันกับนายสนธยา เป็นการสกัดกระแสพรรคประชาชน (ปชน.) หรือไม่ เพราะครั้งที่แล้วคะแนนตัดกันเอง นายสุชาติ กล่าวว่า ถ้าคนข้างนอกมองจะมองแบบนั้น แต่คนใน จ.ชลบุรี ไม่ได้มองแบบนั้น คนชลบุรีอยากให้เรารวมกัน

เมื่อถามอีกว่า เป็นภาพสะท้อนชลบุรีที่อยากสนับสนุนบ้านใหญ่และบ้านใหม่ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เรามาจากบ้านเดียวกัน ผู้นำทุกอำเภอ ตำบล เทศบาล อยากให้พี่กับน้องอยู่ด้วยกัน เมื่อก่อนตนอยู่กับนายสนธยาตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เป็นอะไร เป็น สจ. สท. ขึ้นรถคันเดียวไปด้วยกัน ภาพก็เป็นแบบนั้น

‘มทภ.2’ขอประชาชนเชื่อมั่น ทหารป้องอธิปไตย-ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น

'มทภ.2'ขอประชาชนเชื่อมั่น ทหารป้องอธิปไตย-ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น

‘มทภ.2’ขอประชาชนเชื่อมั่น ทหารป้องอธิปไตย-ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.56 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ให้กำลังใจทหาร และขอบคุณมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่มอบอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน โดยจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันประเทศชาติ โดยกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ขอให้ความมั่นใจกับประชาชน ว่า จะทำหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติด้วยความตั้งใจ เพื่อแผ่นดิน และเพื่อพี่น้องของเรา

พลโท วีระยุทธ กล่าวต่อว่า ขอให้มั่นใจในกองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังสุรนารี รวมถึงพี่น้องทหารทุกคน ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ โดยยืนยันจะปฎิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายกฯ Kick off นโยบายยุติความรุนแรงสตรี พร้อมทำงานเชิงรุกสร้างความปลอดภัยสตรี

นายกฯ Kick off นโยบายยุติความรุนแรงสตรี พร้อมทำงานเชิงรุกสร้างความปลอดภัยสตรี

นายกฯ Kick off นโยบายยุติความรุนแรงสตรี พร้อมทำงานเชิงรุกสร้างความปลอดภัยสตรี

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.28 น.

นายกฯ Kick off นโยบายยุติความรุนแรงสตรี พร้อมทำงานเชิงรุกสร้างความปลอดภัยสตรี รับบทบาทผู้หญิงเป็นพลังสำคัญของปท.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพ็ค ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในงาน Kick off มอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่ โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกฯ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายกฯ กล่าวว่า เรามาประชุมกันในวันนี้ด้วยภารกิจที่สำคัญยิ่งคือภารกิจ คือการปกป้องประชากรเพศหญิงซึ่งมีจำนวน ซึ่งมีจำนวนเกินครึ่งหนึ่งของประชากร มากกว่าประชากรผู้ชายประมาณ 1.6 ล้านคน แปลว่าผู้หญิงเป็นพลังสำคัญยิ่งของประเทศ ทางด้านสังคมและเศรษฐกิจมีบทบาทมากมายที่เคียงคู่กับผู้ชายและบทบาทเหล่านั้นบางทีผู้ชายก็ทำได้ไม่ดีเท่ากับผู้หญิง เราต้องดูแลและส่งเสริมให้พวกเขาใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ ถ้าเราปล่อยให้ผู้หญิงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยหรือเจอกับความรุนแรงไม่ว่ารูปแบบใดเท่ากับว่าเรากำลังลดทอนศักยภาพของประเทศไทยในส่วนของนโยบาย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราคุยกันถึงเรื่องการป้องกันและการเยียวยามามาก แต่ในปีนี้รัฐบาลต้องการให้เกิดผลอย่างจริงจังในพื้นที่ ตนจึงได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนงานยุติความรุนแรงต่อสตรี เพราะเราเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล ไปจนถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายในชุมชน เราต้องการทำงานแบบป้องกันเชิงรุก สร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่สนับสนุนโรงเรียน ครอบครัวและผู้นำชุมชนให้รู้จักสัญญาณความเสี่ยง และช่วยยับยั้งเหตุรุนแรงก่อนจะเกิดเหตุขึ้นจริง ทำให้ทุกชุมชนเป็นพื้นที่ที่ผู้หญิงและเด็กรู้สึกปลอดภัย

นายกฯ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่ตนขอเน้นย้ำคือการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังจังหวัดและอำเภอ ซึ่งได้ขอให้ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ ศูนย์ดำรงธรรมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ใช้ข้อมูลร่วมกันเพื่อให้การช่วยเหลือผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นการรักษาการแจ้งเหตุ การคุ้มครองให้ทำได้อย่างรวดเร็วต่อเนื่องและมีหลายช่องทางที่ปลอดภัยทั้งสายด่วน ผ่านทางแอปพลิเคชัน หรือภาคประชาสังคม ข้อมูลที่เป็นหัวใจสำคัญในการช่วยเหลือขอให้ทุกฝ่ายไม่นิ่งดูดาย และประสานงานให้ไร้รอยต่อสิ่งที่ตนอยากขอบคุณเป็นพิเศษ คือภาคประชาสังคมทุกองค์กรที่ทำงานอยู่หน้างานมาโดยตลอดหลายครั้งองค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรแรกที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเติมเต็มงานของรัฐ  รัฐบาลมองเห็นคุณค่าและบทบาทนี้และเราจะทำงานร่วมกันต่อไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งกระทรวงต่างๆท้องถิ่น เอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ เพื่อให้สตรีทุกคนมีความปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองเยียวยาอย่างเหมาะสมที่สุด ตนจึงขอฝากภารกิจสำคัญนี้ไว้กับทุกท่านด้วย

เลือกตั้ง-ประชามติ! กกต.จัดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายวิทยากรประชาธิปไตย

เลือกตั้ง-ประชามติ! กกต.จัดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายวิทยากรประชาธิปไตย

เลือกตั้ง-ประชามติ! กกต.จัดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายวิทยากรประชาธิปไตย

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.13 น.

กกต.จัดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายวิทยากรประชาธิปไตย เพื่อเตรียมความพร้อมตามยุทธศาสตร์ดำเนินภารกิจการเลือกตั้งทุกระดับ และการออกเสียงประชามติ

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) เวลา 09.00 น. นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสัมมาเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายวิทยากรประชาธิปไตย โดยมี นางสาวสุธิดา โชคพระสมบัติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเครือข่ายการเลือกตั้ง เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ โรงแรมจอมเทียน ปาล์ม บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 พฤศจิกายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินภารกิจตามยุทธศาสตร์ของสำนัก งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น การเลือกตั้งระดับชาติ และการออกเสียงประชามติ เสริมสร้างศักย ภาพของเครือข่ายวิทยากรประชา ธิปไตยให้สามารถถ่ายทอดความรู้และสร้างความ เข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งแก่ประชาชน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงยกระดับคุณภาพการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในทุกระดับ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย หัวหน้ากลุ่มงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม หรือพนักงานผู้รับผิดชอบงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม จังหวัดละ 2 คน รวมทั้งตัวแทนจากศูนย์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมือง 1 – 5 รวมผู้เข้าร่วมการสัมมนาทั้งสิ้น 164 คน

ในการนี้ ผู้เข้าร่วมการสัมมนาจะได้รับมอบนโยบายแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ รับฟังการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในประเด็นสำคัญ อาทิ สาระสำคัญของการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ การถอดบทเรียนแผนยุทธศาสตร์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 การนำเสนอภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ตลอดจนแนวทางและกรอบการดำเนินกิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในปีงบประมาณ พ.ศ.2569

– 006

‘นพพล’อัด’อนุทิน’ เยียวยาน้ำท่วมพื้นที่เป้าหมายเลือกตั้ง

'นพพล'อัด'อนุทิน' เยียวยาน้ำท่วมพื้นที่เป้าหมายเลือกตั้ง

‘นพพล’อัด’อนุทิน’ เยียวยาน้ำท่วมพื้นที่เป้าหมายเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.06 น.

“นพพล”อัด”อนุทิน” เยียวยาน้ำท่วมพื้นที่เป้าหมายเลือกตั้ง เตือนอย่าเอาความเดือดร้อน ปชช.มาหาประโยชน์การเมือง ติง”รัฐ”ยังไร้แววประกาศอัตราชดเชยพื้นที่เกษตรใหม่ที่ พท.ทำไว้

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องตระหนักว่าประชาชนกำลังเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย แต่ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ลงพื้นที่ไปดูน้ำท่วมภาคใต้ ประกาศชัดเจนว่าพร้อมจ่ายเงินชดเชยทันทีโดยไม่ต้องสำรวจความเสียหาย ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ที่กว่าพี่น้องประชาชนจะได้เงินชดเชยความเสียหายต้องสำรวจหลายรอบ หรือเพราะนายอนุทิน ให้ความสำคัญกับพื้นที่เป้าหมายเลือกตั้งมากกว่าจริงใจช่วยประชาชน ทั้งๆ ที่นายอนุทินควรจะช่วยทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ควรประกาศเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง

นายนพพล กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ควรที่จะได้รับเงินชดเชยก่อนใคร หากเกินกว่ากำหนดที่ตกลงกันไว้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่รับน้ำคือกลุ่มคนที่เสียสละ ควรจะได้รับการชดเชยจากรัฐเช่นกัน ไม่ใช่พอรู้ว่าเป็นพื้นที่รับน้ำ รัฐจงใจผันน้ำลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อลดปริมาณน้ำในพื้นที่อื่น ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องทนอยู่กับน้ำนานหลายเดือน แต่กลับถูกรัฐทอดทิ้งคนเหล่านี้ แบบนี้ในอนาคต คงไม่มีพื้นที่ไหนยอมเป็นพื้นที่รับน้ำแล้ว

นายนพพล กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ปรับอัตราการจ่ายเงินชดเชยพื้นที่ทางการเกษตร ที่ได้มีการปรับราคาจากเดิมนาข้าวไร่ละ 1,340 บาท (ไม่เกิน 30 ไร่) ปรับเป็นไม่เกิน 2,200 บาทต่อไร่ ในขณะที่สวนไม้ผลจากเดิมไร่ละ 4,048 บาท ปรับเป็นประมาณ 6,000 บาท ซึ่งในขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการพิจารณา จนถึงวันนี้ใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 1 ปีแล้ว ดังนั้นอยากให้เร่งรัดพิจารณาให้ทันกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ให้เกษตรได้มีทุนในการปรับปรุงพื้นที่เพื่อทำการเกษตรต่อไป รัฐบาลไม่ควรดึงเวลาในการดูแลภาคการเกษตร เพราะคนที่เสียประโยชน์คือบรรดาเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น

‘เพื่อไทย’แฉพฤติกรรมงูเห่า ชวนเพื่อน สส.ย้ายซบภูมิใจไทย หวังต่อรองเก้าอี้

‘เพื่อไทย’แฉพฤติกรรมงูเห่า ชวนเพื่อน สส.ย้ายซบภูมิใจไทย หวังต่อรองเก้าอี้

‘เพื่อไทย’แฉพฤติกรรมงูเห่า ชวนเพื่อน สส.ย้ายซบภูมิใจไทย หวังต่อรองเก้าอี้

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.01 น.

‘เพื่อไทย’แฉพฤติกรรมงูเห่า ชวนเพื่อน สส.ย้ายซบภูมิใจไทย หวังต่อรองเก้าอี้

24 พฤศจิกายน 2568 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า หลังจาก น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และน.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไปปรากฏตัวที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.)

ประเด็นดังกล่าวพรรคเพื่อไทย ทราบพฤติกรรมของสส.ทั้ง 2 คนมาสักระยะหนึ่งแล้ว เมื่อผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยสอบถามทั้ง 2 คน กลับให้คำตอบและยืนยันมาตลอดว่าจะอยู่กับพรรคเพื่อไทย และจะไม่ย้ายไปพรรคอื่น ทำให้พรรคเพื่อไทยจึงยังให้โอกาส

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายทั้งคู่แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ น.ส.สรัสนันท์ ที่หลังจากเปิดตัวลงสมัครกับพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่กลับมีพฤติกรรมชักชวนเพื่อน สส.หลายคนในพรรคเพื่อไทย ให้ไปอยู่พรรคภูมิใจไทยด้วยกัน เพื่อหวังต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ปรากฏว่า ไม่มีเพื่อน สส.พรรคเพื่อไทยตอบตกลงย้ายพรรคไปด้วย

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า น.ส.สรัสนันท์ มีเจตนาและตั้งใจจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่แรก รวมทั้งยังพยายามประวิงเวลา เพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยสรรหาตัวบุคคลมาลงสมัครรับเลือกตั้งแทนได้ทัน อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยได้สรรหาตัวบุคคลที่เหมาะสมมาลงสมัครรับเลือกตั้ง แทน น.ส.สุดารัตน์ และ น.ส.สรัสนันท์ ได้แล้ว

เห็นใจ‘คนใต้’ที่สุด ‘ดร.เอ้’ชี้รัฐรู้ทุกปัจจัยต้นเหตุ แต่ไร้แผนรับมือ‘ภัยพิบัติ’

เห็นใจ‘คนใต้’ที่สุด ‘ดร.เอ้’ชี้รัฐรู้ทุกปัจจัยต้นเหตุ แต่ไร้แผนรับมือ‘ภัยพิบัติ’

เห็นใจ‘คนใต้’ที่สุด ‘ดร.เอ้’ชี้รัฐรู้ทุกปัจจัยต้นเหตุ แต่ไร้แผนรับมือ‘ภัยพิบัติ’

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.44 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ถามตรงๆจากคนใต้ “น่าเห็นใจที่สุด”

ทีม “พรรคไทยก้าวใหม่” ในพื้นที่เข้าช่วยเหลือ รายงานชาวบ้านลำบากสุดๆ หนีน้ำไม่ทัน

“การแจ้งเตือนไม่มา” ไฟฟ้าดับ เน็ตล่ม ไม่มีที่อยู่ ไม่มีการวางแผน “อพยพ”

ทุกปัจจัย “ต้นเหตุ” รู้อยู่ “คาดการณ์” ได้อยู่ ว่าจะเกิดภัยพิบัติ น้ำท่วมแน่นอน แต่ทำไมไม่เตรียมการ “รับมือ”

เราเห็นใจ “คนใต้” ที่สุด ไม่ควรจะรับกรรมขนาดนี้

ญาติผมที่หาดใหญ่ โทรมา.. ทั้งเสียใจ ทั้งแค้นใจ และสูญเสีย!

‘อรรถกร’เผยเร่งอพยพนักท่องเที่ยว‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ สำรองสนามแข่งมวยซีเกมส์เดือนธ.ค.

‘อรรถกร’เผยเร่งอพยพนักท่องเที่ยว‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ สำรองสนามแข่งมวยซีเกมส์เดือนธ.ค.

‘อรรถกร’เผยเร่งอพยพนักท่องเที่ยว‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ สำรองสนามแข่งมวยซีเกมส์เดือนธ.ค.

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.26 น.

‘อรรถกร’เผยเร่งอพยพนักท่องเที่ยว‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ พร้อมสำรองสนาม‘แข่งมวย’ไม่ให้กระทบ‘ซีเกมส์’เดือนธ.ค.

เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 24 พ.ย.68 ที่จังหวัดนครปฐม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาว่า ได้ลงพื้นที่ไปติดตามดูแลเรื่องการขนย้ายอพยพ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งนอกจากจะดูแลเรื่องความเรียบร้อยแล้ว ยังได้ประสานสถานทูตและสมาคมโรงแรมที่เกี่ยวข้องว่ามีนักท่องเที่ยวติดค้างที่ใดบ้าง เพื่อช่วยอพยพออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้ประสานกับกรมชลประทาน ในการเอารถใหญ่เข้าไปรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย ที่อยากย้ายออกมาจากเขตพื้นที่ที่มีน้ำท่วม มาหาที่พักพิงที่อื่นก่อน ส่วนในเรื่องของอาหารก็พยายามเติมไม่ให้ขาด

นายอรรถกร กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธ.ค.นี้ ซึ่งจังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดที่จัดการแข่งขัน ซึ่งสิ่งที่เป็นห่วงคือ สนามที่จะจัดการแข่งขันมวยไทย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ได้เตรียมสนามสำรองในพื้นที่จังหวัดสงขลาไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนกีฬาอื่นๆ เชื่อว่ายังสามารถบริหารจัดการได้หลังจากที่น้ำลดลงไปแล้ว