ภท.แรง!ก๊วนการเมืองไหลเข้าไม่หยุด ‘อนุทิน’ขออันดับ1 ‘วราวุธ’ยกทีมชทพ.แห่ซบ

ภท.แรง!ก๊วนการเมืองไหลเข้าไม่หยุด  ‘อนุทิน’ขออันดับ1  ‘วราวุธ’ยกทีมชทพ.แห่ซบ

ภท.แรง!ก๊วนการเมืองไหลเข้าไม่หยุด ‘อนุทิน’ขออันดับ1 ‘วราวุธ’ยกทีมชทพ.แห่ซบ

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภท.แรง!ก๊วนการเมืองไหลเข้าไม่หยุด ‘อนุทิน’ขออันดับ1 ‘วราวุธ’ยกทีมชทพ.แห่ซบ ‘สนธยา’นำก๊วนชลบุรีสังกัด ‘ปิตุเตชะ’เมืองระยองมาด้วย ‘หนู’โวต่อไปมีแต่‘ก๊วนหนู’

ชัดเจนแล้วไม่ต้องกั๊กหลบๆ ซ่อนๆ “อนุทิน” เปิดตัว 3 บ้านใหญ่ “ทายาทบรรหาร-ค่ายชลบุรี-กลุ่มระยอง” เสริมกำลังรบเลือกตั้ง 2 สส.หญิงเพื่อไทยโผล่เสริมทัพด้วย ฝันเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนมั่นใจไว้ใจเลือก “ภูมิใจไทย” ดันสู่พรรคอันดับ1 แจ้งพรรคร่วมสแตนบายรอฟังสัญญาณยุบสภา”ลูกท็อป”ปัดทิ้งมรดก’บรรหาร’

เมื่อวันที่ 23พฤศจิกายน2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 /2568 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดามุ้งเล็กมุ้งใหญ่จากพรรคต่างๆที่จะเข้าร่วมงานกับพรรคูมิใจมากันพร้อมหน้า อาทิ นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำบ้านใหญ่ชลบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมสส.ในสังกัด ฯลฯโดยเฉพาะนายวราวุธ บอกว่า”มากินข้าว”

เวลา10.30น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงพรรคภูมิใจไทย โดยผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการเปิดตัว นายวราวุธร่วมเปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบเพียงสั้นๆว่า “เดี๋ยวรอดู”

2สส.หญิงเพื่อไทยร่วมงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคภูมิใจไทย ครั้งที่ 1/1568 ระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ปรากฏว่า น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และน.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย สวมเสื้อฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาปรากฏตัวที่หน้าพรรคภูมิใจไทย ภายหลังนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นได้นำทั้ง2คนมาเปิดตัวกับสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า “โอเคนะ ให้ภาพเล่าเรื่อง” ผู้ข่าวพยายามสอบถามความชัดเจนของทั้ง2คน นายอนุทิน ได้ตัดบท และพาทั้งสองคนขึ้นไปพูดคุยต่อโดยบอกว่า “เซฟลูกพรรค”

เตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 12.15 น. นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังการหารือหลายกลุ่มการเมือง ที่เดินทางมา เปิดตัวในวันนี้ว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยมีการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเป็นไปตามที่คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช่วงต้นปีหน้า จึงต้องเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ แล้ววันนี้มีผู้แสดงเจตจำนงจะมาทำงานร่วมกันในทางการเมือง อย่างจังหวัดเพชรบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะช่วยดูแลคัดสรร ที่จะมาร่วมงานกันได้พา นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี และนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรีเขต 1 และนายฤกษ์ อยู่ดี สส. เพชรบุรีเขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะมาร่วมงานในทางการเมือง และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งลงสมัคร ที่เป็น สส.อยู่แล้ว 2 คน ซึ่งเพชรบุรีมีสส. ได้ทั้งหมด 3 คน หากได้มาทำงานร่วมกัน เชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน แนะนำตนเอง และตนจะลงไปแนะนำตนเองและขอโอกาสจากประชาชนในพื้นที่ ในเร็ววันนี้

ไม่ต้องกั๊กหลบๆซ่อนๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรีที่มีหลายกลุ่มตอนนี้ถือว่าลงตัวแล้วหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า นายสนธยาและนายวิทยา คุณปลื้มได้เดินทางมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ส่วนการแบ่งพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ดูแลนั้น นายสุชาติ กล่าวเสริมยืนยันว่าไม่ทับซ้อนกัน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า รายละเอียดของพื้นที่เดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะมีคณะกรรมการสรรหาอยู่แล้ว แล้ววันนี้อะไรที่มีความชัดเจนก็ลงมาแจ้งให้กับประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องไปหลบๆซ่อนๆ กั๊กๆอะไรไม่เอา เพื่อจะได้ลงพื้นที่ทำงานได้เลย เพื่อจะได้แจ้งกับประชาชนว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำงานในนามพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามถึงความชัดเจนของนายวราวุธศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาที่เดินทางมาพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ปกตินายวราวุธเคยเดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ยกเว้นงานวันเกิดพรรค เมื่อถามว่า ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ว่า จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่บอก บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดอะไร พูดมากคนอาจไม่ชอบก็ได้ เอาว่ามาทำงานร่วมกันได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น โดยยึดประชาชนเป็นใหญ่และเป็นหลักอยู่แล้ว

ไม่มีกลุ่มก๊วนอะไรแล้ว

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยมีความเป็นเอกภาพแต่ขณะนี้มีหลายกลุ่มการเมืองเข้ามาร่วมงานจะสามารถคุมพรรคให้เป็นเอกภาพได้ต่อไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ ไม่มีกลุ่มไม่มีก๊วน มีก๊วนเดียว ก๊วนหนูนี่แหละครับ ทุกคนเรียกผมพี่หมดและนายสุชาติก็บ้านติดกัน คุยกันทุกคืน จะไปไหนผมก็ตามถึงบ้าน” เมื่อถามถึงสาเหตุของนายวราวุธ เลือกที่จะทิ้งพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ใครก็รู้ว่าตนกับนายวราวุธเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา สมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ก็ดูแลตนเหมือนลูกหลาน และยังเคยพูดกับตนว่าไปไหนก็ให้ดูแลน้องด้วย มีอะไรก็ดูแลกัน พูดตั้งแต่ตอนท่านยังไม่สิ้นไป แล้วตอนนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีเราก็ได้มาคุยกัน ว่าการทำการเมืองจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด

มั่นใจได้เป็นพรรคอันดับ1

เมื่อถามว่าฝันต่อไปคือการได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ฝันต่อไปคือขอให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาก นั่นคือความฝันอันสูงสุด

เมื่อถามถึงกลยุทธ์ที่จะทำให้พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายอนุทิน กล่าวว่า เราร่วมกันทำงานและทำงานกันอย่างเต็มที่ นโยบายอะไรที่สัญญาไว้กับประชาชนก็ทำให้เต็มที่ ให้ประชาชนเห็น ได้เห็นแล้วก็คงจะ มั่นใจและได้รับความไว้วางใจ

เมื่อถามว่า การประชุมใหญ่สามัญวันนี้มีการพูดถึงการวางตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยังนายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน ต้องเป็นไปทีละขั้นตอน ยังไงก็มาแน่ ส่วนกรณีของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ก็เริ่มพูดคุยซึ่งวันนี้ ก็มาร่วมประชุมที่พรรคภูมิใจไทย การจะเอาคนมาเป็นนายกฯเราก็ต้องคุยในรายละเอียด ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันให้ได้มากที่สุด

เร่งสร้างความแข็งแกร่ง

เมื่อถามว่า มองพรรคการเมืองใดเป็นคู่ต่อสู้ของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งนายอนุทินกล่าวว่า ก็มองที่พวกเรา ต้อง ต่อสู้กับตนเอง ต้องไม่ขี้เกียจ ไม่ประมาท ไม่คิดว่า ประชาชนให้ความไว้วางใจ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ ไม่สร้างความมั่นใจให้แข็งแกร่งขึ้น เราต้องเอาตัวเองวิ่งตามตัวเอง แล้ววิ่งนำตัวเอง ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่า การดึงองคาพยพมาเสริมทัพในภูมิใจไทยทำให้มั่นใจมากขึ้นหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ทิศทางของพรรค แนวนโยบายของพรรค บุคลากรของพรรค ที่เข้ามาจะทำให้เป้าหมายของเราได้บรรลุ เพราะมีแต่คนมีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ

เมื่อถามถึงกรณีที่สส.พรรคเพื่อไทยบางคนมาปรากฏตัวในการประชุมใหญ่สามัญพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ที่จะร่วมงานกัน นายอนุทิน กล่าวว่า มาถึงวันนี้แล้วและการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเกิดขึ้นภายในเดือนสองเดือนนี้ คงไม่มีอะไรต้องหลบๆซ่อนๆซึ่งไม่ดีหรอก จะเห็นได้ตั้งแต่ตั้งรัฐบาล ใครมาก็เปิดให้ประชาชนเห็นเลย ไม่ใช่แอบๆมาแล้วโผล่ชื่อในภายหลัง คนไหนคุยเรียบร้อยหมดแล้วก็เอามาเปิดเผย

ย้ำต้องเซฟลูกพรรคหน้าใหม่

เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสูงหรือไม่ที่จะร่วมงานกับพรรคประชาชน นายอนุทิน ยกมือเลี่ยงตอบพร้อมระบุว่า ขอไปปิดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคก่อน จากนั้น เดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปหา น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งสวมเสื้อสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ซึ่งยืนรออยู่ที่หน้าประตูพรรค จากนั้นพาทั้งสองมาเปิดตัวกับสื่อมวลชน

นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว บอกเพียงว่า ”ให้ภาพเล่าเรื่อง“ ก่อนจะกางแขนป้องและต้อน สส.ทั้ง 2 คนขึ้นชั้นบน และกล่าวว่า “เซฟลูกพรรคด้วย” พร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเซฟลูกพรรคจากอะไร แต่นายอนุทิน ไม่ตอบ ก่อนจะพา สส.ทั้ง 2คน ขึ้นห้องประชุมทันที

เปิดตัวบ้านใหญ่”ปลาไหล-ชลบุรี-ระยอง

เวลา 14.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรค ภท. แถลงเปิดตัวนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ร่วมงานกับพรรค ภท.โดย นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรค ภท.มีโอกาสต้อนรับผู้ที่จะมาร่วมการทำงานการเมืองด้วยกันในนามพรรค ภท. ภายหลังจากการมียุบสภาและมีการเลือกตั้งครั้งหน้าที่ใกล้จะถึงนี้ เป็นไปตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ วันนี้ถือโอกาสมายืนยันว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรค ภท.จะมีกลุ่มของนายวราวุธ มาพร้อมกับสมาชิกที่สังกัดพรรค ชทพ. และมีทางนายสนธยาที่จะทำการเมืองร่วมกันในนามพรรค ภท. ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ส่วน จ.ระยอง มีนายปิยะ ที่จะมาทำงานการเมืองร่วมกับพรรค ภท. ซึ่งเราได้มีการหารือทำความเข้าใจถึงนโยบายและแนวทางการดำเนินการทางการเมืองของพรรค ภท. ทุกท่านล้วนแต่มีเป้าหมาย จุดประสงค์ และเจตนารมณ์เดียวกันคือ ตั้งใจเข้ามาอาสาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน และทำความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศไทยมากที่สุด ด้วยประสบการณ์ ศักยภาพ และเครือข่ายต่างๆ ที่เรามีอยู่ ซึ่งชัดเจนว่า เมื่อมีการยุบสภา ท่านทั้งหลายจะมาทำงานด้วยกัน

“วราวุธ”ยันทำงานช่วยชาวบ้าน

ด้านวราวุธ กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรค ภท.ว่า ขอชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวศิลปอาชาทิ้งพรรค ชทพ.ว่า วันนี้ยังมีศิลปอาชาอยู่ และผู้ใหญ่ของพรรค ชทพ.ยังดำเนินกิจกรรมของพรรคอยู่ ไม่ได้ทิ้งไปไหน ส่วนเหตุผลที่ยกกลุ่มมาร่วมงานกับพรรค ภท.นั้น เดี๋ยวถึงเวลาพอยุบสภาจะได้เห็นถึงความชัดเจนอย่างที่นายอนุทินกล่าว แต่การทำงานแน่นอนเราอยากทำงานให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น จ.นครปฐม ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรี ให้มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น ปัญหาน้ำท่วมที่ จ.นครปฐม สุพรรณบุรี เรื่องสถานการณ์น้ำท่วมหนักหนา ซึ่งการได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงและหน่วยงานของรัฐต่างๆ ให้กับประชาชน คิดว่าจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลูกท็อปบัดทิ้งมรดก’บรรหาร’

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ชทพ.เปลี่ยนมาจากเป็นพรรค ภท.มั่นใจว่าจะได้ยกจังหวัดหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่าหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง ก็มั่นใจ เมื่อถามว่า เป็นทิ้งพรรคซึ่งเป็นมรดกของบิดาหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า “พรรค ชทพ. พ่อบรรหารเองรับไม้ต่อจากราชครู และที่ตนกล่าวไปคือ ศิลปอาชายังอยู่คู่กับพรรค ชทพ.อยู่ ที่สำคัญการตัดสินใจดำเนินการทางการเมืองแบบนี้เป็นการรักษามรดกของผมเองไว้ด้วย” ขณะที่นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า “ผมก็มาจากตรงนั้นเหมือน พวกเราต่างก็มีที่มาจากตรงนั้นแหละครับ”

แข่งขันกันเป็นเรื่องปกติ

ขณะที่นายสนธยา กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อเกตว่าไม่ถูกกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ ว่า การทำงานทางการเมืองหรือวิถีทางการเมือง บางครั้งในเรื่องการแข่งขันมันก็มีเป็นเรื่องปกติของการเมือง ณ วันนี้ เรื่องการทำงานในนามของพรรค ภท.ทำให้เห็นชัดเจนว่า วิถีกับวิธีการทำงานทางการเมืองที่ จ.ชลบุรี เราทำงานในนามของพรรค ภท.ชลบุรี ทำงานด้วยกัน เดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อที่จะสร้างความไว้วางใจ หรือทำให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า ทีม ภท.ชลบุรีมีเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน โดยมีนโยบายของพรรคเป็นหลัก และมีพวกเราเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายของพรรคในพื้นที่

ด้านนายปิยะ กล่าวถึงการร่วมงานกับพรรค ภท.ว่า วันนี้ก็อยู่ด้วยกัน มีความคุ้นเคยกัน วันนี้ดีใจที่มาคุยกัน ทราบว่านายกฯมีนโยบายที่กระจายอำนาจ ผลักดันให้ท้องถิ่น ซึ่งตนเป็นนายก อบจ.ระยอง ตนอยากจะรู้ว่าการพัฒนาท้องถิ่นจะนโยบายชัดเจนอย่างไร วันนี้ดีใจ มีนโยบายที่จะกระจายอำนาจเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีนโยบายที่จะกระจายท้องถิ่น คิดว่าความร่วมมือกับนายกฯและพรรค ภท. มีแนวทางที่ทำให้การพัฒนาพื้นที่ จ.ระยองและเขตอีอีซีของระยองเติบโตขึ้น

ชาวบ้านต้องได้ประโยชน์

ขณะที่นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า “เอาน่ะ พี่เฮ้ง (นายสุชาติ ชมกลิ่น) กับพี่แป๊ะ (นายสนธยา คุณปลื้ม) ยังมาดีกันได้เพราะน้องหนู (นายอนุทิน ชาญวีรกูล)” ตนคิดว่าวันนี้อาจจะเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมือง ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาทำการเมืองมาด้วยการแตกแยก มีแต่คิดถึงตัวเองเป็นหลัก วันนี้เราสามารถเปลี่ยนบริบททางการเมือง คนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือประชาชน แต่อย่าลืมว่าผู้แทนราษฎรคือ ตัวแทนของประชาชน ถ้าผู้แทนราษฎรไม่ถูกกัน ทะเลาะกัน คือ ประชาชนแตกแยกกัน ไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นกับประชาชนและประเทศชาติ สิ่งที่เราต้องการที่สุดวันนี้คือ ความสมัครสมานสามัคคี เอาประสบการณ์ทุกสิ่งที่แต่ละคนสั่งสมกันมา 20 กว่าปี สมัยก่อนเราเป็นวัยรุ่นทางการเมือง แต่วันนี้ต้องถือว่าการสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองมากพอสมควรแล้ว จึงต้องใช้ประสบการณ์ ใช้เครือข่าย ความสามารถ ทำให้ประเทศของเราก้าวหน้า สิ่งที่เราเห็นเรื่องความแตกแยกกันมา วันนี้ตนมีหน้าที่ที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้หมดไป และมาเป็นพลังเดียวกันเพื่อทำให้เกิดการพัฒนา เกิดความสงบเรียบร้อย ความสามัคคี ทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้

“สนธยา – สุชาติ” ถกเครียดแย่งเขต1

ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังนายอนุทิน เดินทางออกจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากนั้นนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำบ้านใหญ่ชลบุรี ได้เรียกนายสุชาติ ชมกลิ่น พูดคุยเป็นการส่วนตัว บริเวณหน้าลิฟต์ชั้น 1 ของที่ทำการพรรคภูทิใจไทย ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นอกจากนี้ยังมีนายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ร่วมมาสมทบพูดคุยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า มีข้อสังเกตว่า การที่บ้านใหม่ และบ้านใหญ่ชลบุรี มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เป็นที่จับตาเรื่องการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบ้านใหญ่แสนสุข ตระกูลคุณปลื้ม และเป็นบ้านใหม่ของนายสุชาติ ซึ่งเคยเป็นสส.ในเขตดังกล่าว จึงต้องจับตาว่า จะมีข้อตกลงอย่างไรว่า จะให้นายสนธยา หรือนายสุชาติ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องผู้สมัครในพื้นที่เขต 1 ชลบุรี ทั้งนี้ การสนทนาของทั้งคู่ผ่านไปประมาณ 15 นาที จังหวะนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ได้เดินเข้าไปทักทายทั้งคู่ ทำให้บรรยากาศการพูดคุยดูผ่อนคลายขึ้น มีรายงานว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า นายสุชาติ ขอเขต 1 แต่นายสนธยา ไม่ยอม เพราะถือเป็นฐานเสียงเดิม รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า นายชาดา แสดงความประสงค์จะส่งคนของตัวเองลงสมัครเขต 8 และเขต 9 แต่นายสนธยา ไม่ยอม เนื่องจากต้องการดูแลรับผิดชอบด้วยตัวเอง

ส่งซิกยุบสภา12ธันวาคม

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคภูมิใจไทย ครั้งที่1/2568 ว่า ที่ประชุมมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาในส่วนตัวแทนประจำจังหวัด และหัวหน้าสาขาพรรค สัดส่วน11คน โดย5คนมาจากกรรมการบริหารพรรค และอีก6คนมาจากการเลืกกตั้ง เพื่อเตรียมทำไพรมารีโหวต และเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งต่อไป

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จากนั้นเป็นการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำชับในที่ประชุมว่าให้เตรียมตัวในวันที่12ธ.ค.นี้ จากที่มีข่าวมาหลายๆแง่มุม นายอนุทิน บอกในที่ประชุมว่า ให้ตรียมตัวฟังสัญญาณในวันที่12ธ.ค. ไม่ว่าจะจากตัวนายอนุทินเอง หรือจากสภาฯ ว่าอาจมีอะไรหรือไม่ นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังแจ้งให้ที่ระชุมทราบว่ากรณีMOAกับพรรคประชาชน หนึ่งในข้อตกลงที่ระบุไว้ ว่าจะจัดให้มีการทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอนุทิน จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ครม.อนุมัติการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และจะขอให้ประธานรัฐสภา เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่10-11ธ.ค.นี้

“กัญจนา”ขึ้นคุมพรรคปลาไหล

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เปิดแถลงข่าวถึงทิศทางอนาคตของพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้แจงข้อเท็จจริงและทิศทางในอนาคตของพรรคชาติไทยพัฒนา โดยปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่การยุบพรรค หรือ การล่มสลายของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่เป็นการ “ปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่” เพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนา จะยังคงดำรงสถานะความเป็นพรรคการเมืองและสถาบันทางการเมืองสืบต่อไป โดยทางพรรคเตรียมเสนอชื่อ นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค ให้หวนกลับมารับตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา” อีกครั้ง เพื่อทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการรักษา “บ้านหลังเดิม” ที่นาย บรรหาร ศิลปอาชา และสมาชิกอาวุโสในอดีตได้สร้างไว้ ให้ยังคงเป็นที่พึ่งทางใจของสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาและประชาชนทั่วไปที่ยังศรัทธาอยู่

‘ปชน.’เปิด3แคนดิเดตนายกฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรประชาชน ประกอบด้วย 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย และ 3.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์

นักท่องเที่ยวตกค้างในรร.นับพัน ‘หาดใหญ่’จมบาดาล มรสุมพัดถล่มหนักถึง25พ.ย.นี้

นักท่องเที่ยวตกค้างในรร.นับพัน  'หาดใหญ่'จมบาดาล  มรสุมพัดถล่มหนักถึง25พ.ย.นี้

นักท่องเที่ยวตกค้างในรร.นับพัน ‘หาดใหญ่’จมบาดาล มรสุมพัดถล่มหนักถึง25พ.ย.นี้

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวตกค้างในรร.นับพัน ‘หาดใหญ่’จมบาดาล มรสุมพัดถล่มหนักถึง25พ.ย.นี้ 16อำเภอสงขลาท่วมหนัก 3จังหวัดชายแดนใต้อ่วม

หาดใหญ่อ่วม! น้ำล้อมสนามบิน นักท่องเที่ยวตกค้างนับพัน ยันยังเปิดให้บริการปกติ ผู้ว่าฯสงขลาประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย สั่งเร่งอพยพ-ระดมกำลังทุกหน่วยรับมือ หลัง 16 อำเภอท่วมหนัก 4.6 แสนคน เดือดร้อน  อุตุฯใต้เตือนร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพาดผ่าน ฝนยังตกหนักต่อเนื่องถึง25พ.ย.ปัตตานีฝนไม่พัก ถนนย่านเศรษฐกิจจม ท่วมสูง40ซม.บางแห่งรถเล็กวิ่งไม่ได้ เขื่อนเร่งระบายเตรียมรับมวลน้ำจากยะลา‘สตูล’วิกฤตน้ำท่วม-ดินสไลด์ เด็ก9ขวบดับ ประกาศ‘เขตภัยพิบัติ’ทั้งจังหวัด ‘ยะลา’วิกฤติขยายวงกว้าง ฝนตกหนักต่อเนื่อง4วัน มวลน้ำทะลักเข้าเขตเทศบาล สั่งเตือน10ชุมชนเสี่ยงภัยอพยพด่วน ด้านแม่น้ำสายบุรียังเอ่อท่วมหลายหมู่บ้านในอ.รามัน‘พัทลุง’ยังท่วมสูง5อำเภอเขตภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมทั้งหารือกับนายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่น.ส.จิราวดี อ่อนวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลาน.ส.อุไรวรรณ จันลาภ ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายอรรถกรได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องในการจัดการส่งอาหารและน้ำดื่มให้นักท่องเที่ยวที่ติดค้างในโรงแรมที่พัก และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตามคำร้องขอของกงสุล ส่วนการบริหารจัดการภายในสนามบินหาดใหญ่ ให้ทางสนามบินจัดตั้งจุดขอความช่วยเหลือ และให้ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าหน้าที่ TAC ในการรับเรื่อง

นทท.นับพันตกค้างน้ำล้อมสนามบิน

นายอรรถกรเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนติดค้างกระจายตามโรงแรม เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่ารถทั่วไปจะเข้าถึงได้ ซึ่งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เร่งดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้กรมชลประทานจัดบรรทุก 10 ล้อในการอำนวยความสะดวกส่งอาหาร น้ำดื่ม และรับนักท่องเที่ยวที่ติดค้างในโรงแรมที่พักออกมายังศูนย์พักพิง หรือสนามบิน โดยประสานปฏิบัติกับตำรวจท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

นายอรรถกรกล่าวว่า ภายใน 2-3 วันนี้จะมีผู้โดยสายตกค้างประมาณ 800-1,000 คน เนื่องจากการเดินทางเข้าตัวเมืองทำได้ลำบาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้ประสานให้สนามบินจัดจุดช่วยเหลือ พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องพักค้าง โดยเฉพาะจุดปฐมพยาบาลและโซนห้องน้ำต้องเพียงพอต่อความต้องการ โดยตนกำชับตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ TAC ได้จัดเวรผลัดเปลี่ยนให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมงทุกหน่วยงานได้เร่งปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ทั้งจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ประเมินว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายช่วง 2-3 วันนี้ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม ก็จะทำให้การระบายน้ำสามารถดำเนินได้เต็มประสิทธิภาพ” นายอรรถกรกล่าว

ยันสนามบินยังเปิดให้บริการปกติ

นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ พร้อมด้วยผู้บริหาร และสายการบินที่ให้บริการ อาทิ สายการบินไทย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ และสายการบินไทย แอร์เอเชีย ร่วมกันจัดหาอาหารและน้ำดื่มไว้คอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารตกค้างในสนามบินทั้งนี้ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ยังคงเปิดให้บริการสนามบินทั้งขาเข้าและขาออก สำหรับผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางเข้าออกระหว่างตัวเมืองหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กองบิน 56 และ มทบ.42 ได้จัดรถให้บริการรับส่งสนามบิน ‘หาดใหญ่-แยกสนามบินใน-เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่’ เพื่อรับส่งผู้โดยสารเข้าตัวเมือง โดยผู้โดยสารสามารถติดต่อใช้บริการได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของท่าอากาศยาน

สงขลาเร่งอพยพคนติดค้างในโรงแรม

ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดสงขลา ประจำปี 2568 เพื่อประเมินสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือและอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยมีคณะผู้บริหารจังหวัด ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ อปท. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายรัฐศาสตร์เผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยเน้นย้ำความห่วงใยถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งให้ทุกหน่วยเร่งตั้งศูนย์อพยพเพิ่มเติม และสนับสนุนเครื่องมือยานพาหนะที่จำเป็น เช่น รถยกสูงของทหาร รถ ปภ. เรือท้องแบน รวมทั้งร้องขอให้ทุกหน่วยงานที่มีเรือเตรียมสนับสนุนทันที เพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ ได้ประสานฝ่ายทหารเร่งอพยพประชาชนที่ยังติดค้างตามโรงแรมต่างๆ หลังมีประกาศตัดไฟในบางพื้นที่

สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น เหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้จัดทำข้าวกล่องวันละ 20,000 กล่องเพื่อกระจายสู่ทุกอำเภอ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับทุกฝ่ายให้ประสานงานใกล้ชิด รับโทรศัพท์ทุกสายเพื่อให้การสั่งการของนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในส่วนของการเยียวยาหลังน้ำลดที่ต้องดำเนินการทันที

มรสุมถล่มใต้ตอนล่างถึ25พย.

ขณะเดียวกัน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านอ่าวไทยตอนล่างเข้าสู่ภาคใต้ตอนล่าง ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงมีกำลังแรง ทำให้พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงจังหวัดสงขลา มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายแห่ง โดยอำเภอเทพา นาทวี สะบ้าย้อย ระโนด กระแสสินธุ์ และ คาบสมุทรสทิงพระ เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

16อภ.สงขลาอ่วม-4.6แสนคนเดือดร้อน

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสงขลา ยังคงรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19-23 พฤศจิกายน ส่งผลให้ 16 อำเภอ 100 ตำบล 637 หมู่บ้านได้รับน้ำท่วม กระทบประชาชนกว่า 465,000 คน ต้องอพยพ 235 คน แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยอำเภอหาดใหญ่ รัตภูมิ และนาหม่อม ถูกจัดเป็นพื้นที่รุนแรง “ระดับหนักมาก” โดยเฉพาะหาดใหญ่ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 243,000 คน น้ำท่วมขังหลายจุดในเขตเมือง และคลองสายหลักอย่างคลองอู่ตะเภาเริ่มมีระดับน้ำสูงใกล้ล้นตลิ่ง ขณะที่อำเภอระโนดยังเผชิญวาตภัยกระทบกว่า 700ครัวเรือน เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สั่งตั้ง “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าอำเภอหาดใหญ่” พร้อมมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อกำกับการอพยพ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ และประสานอุปกรณ์ช่วยเหลือทุกหน่วยงาน โดยหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพิ่มกำลังสนับสนุนเต็มที่ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 80 เครื่องใน 68 จุด เพื่อระบายน้ำออกจากชุมชน พร้อมส่งเรือท้องแบนจำนวนมากเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือ

หาดใหญ่-เทพาจุดวิกฤติสำคัญ

ขณะเดียวกัน ทหาร ตำรวจ ตชด. อปพร. และจิตอาสา เข้าช่วยอพยพประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรกว่า 40 คัน ในอ.หาดใหญ่และอ.เทพา ซึ่งเป็นจุดวิกฤตสำคัญด้านความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง บางส่วน 3 หลัง ร้านค้า โรงเรียน และวัดได้รับผลกระทบหลายแห่ง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมรวมถึงพื้นที่เกษตรกว่า 4,000 ไร่ ทั้งนาข้าว พืชไร่ สวนผลไม้ และบ่อปลา สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรจำนวนมากในพื้นที่เสี่ยง เช่น รัตภูมิ กระแสสินธุ์ และสทิงพระ

ผู้ว่าฯสงขลากล่าวอีกว่า แม้ร่องมรสุมมีแนวโน้มเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลอันดามันหลังวันที่ 24 พฤศจิกายน แต่ระดับน้ำในลำคลองหลายสายยังคงสูงและต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงจัดเวรเฝ้าติดตามตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ หาดใหญ่ นาหม่อม รัตภูมิ และระโนด พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปัตตานี12อภ.ท่วมขังวงกว้าง

ที่จ.ปัตตานี สภาพอากาศในพื้นที่ยังมีเมฆปกคลุมหนาแน่นทั้ง 12 อำเภอ และมีฝนตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่ติดกับภูเขา พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่มีปัญหาระบายน้ำไม่ทัน ขณะนี้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ อำเภอทุ่งยางแดงมายอยะรังปะนาเระยะหริ่งสายบุรีหนองจิก และอำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งต่างประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง

เขื่อนแม่ลานเร่งระบายน้ำรอมวลน้ำจากยะลา

ด้านเขื่อนแม่ลาน อ.แม่ลาน จังหวัดปัตตานี ได้เปิดประตูระบายน้ำทุกบานเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ ป้องกันปริมาณน้ำล้นอ่าง โดยเตรียมรับมวลน้ำก้อนใหญ่จากจังหวัดยะลาที่กำลังไหลบ่าสมทบ ก่อนน้ำทั้งหมดจะเข้าสู่พื้นที่อำเภอเมืองปัตตานีและไหลออกสู่ทะเล ขณะเดียวกันบางพื้นที่ริมน้ำในจังหวัดปัตตานีเริ่มพบว่าน้ำเอ่อล้นตลิ่งแล้ว

ถนนย่านศก.น้ำสูง40ซม.

สำหรับเขตเทศบาลเมืองปัตตานี หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายจุด โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจถนนยะรังถนนพิพิธถนนฤาดีถนนรามโกมุทถนนนาเกลือ และถนนเจริญประดิษฐ์ ซึ่งมีระดับน้ำสูงประมาณ 20–30 เซนติเมตร บางจุดสูงถึง 40 เซนติเมตร ส่งผลให้ถนนจมอยู่ใต้น้ำ บ้านเรือนและร้านค้าหลายแห่งถูกน้ำไหลเข้าท่วม ขณะที่รถขนาดเล็กบางเส้นทางไม่สามารถสัญจรได้ อีกทั้งพบรถจักรยานยนต์หลายคันเสียหาย ถูกจอดทิ้งไว้บนเกาะกลางถนนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ปภ.จ.ปัตตานีแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำปัตตานียกของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายประชาชนในจุดที่น้ำท่วมสูงไปยังพื้นที่ปลอดภัย

สตูลอพยพปชช.พ้นพื้นที่เสี่ยงโคลนถล่ม

ผู้สื่อข่าว จ.สตูล รายงานว่าหลังเกิดเหตุสลดจากอุทกภัยใน จ.สตูล เมื่อดินสไลด์จากเชิงเขาถล่มทับบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ควนกาหลง ทำให้เด็กหญิงวัย 9 ขวบเสียชีวิตขณะกำลังนอนอยู่ในห้องนอน เมื่อเวลาประมาณ 10.00น.วันที่ 22พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนพี่ชายได้รับบาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลควนกาหลงนั้น นายคณิต คงช่วย รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมนายธนภัทร เด่นบูรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล นายอำเภอควนกาหลง ปภ.สตูล นายก อบต.ควนกาหลง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจและแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมมอบปัจจัยช่วยเหลือเบื้องต้น และร่วมสวดอภิธรรมศพ โดยศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเหนือคลอง หมู่ 11 ต.ควนกาหลง

นายคณิต ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ สั่งการด่วนให้อพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มซ้ำซากบริเวณเชิงเขาจำนวน 30 ครัวเรือน ให้ย้ายไปยังศูนย์อพยพที่ทางจังหวัดจัดเตรียมไว้ หรือไปพักอาศัยกับญาติชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสูญเสียซ้ำรอย

ขณะที่นายจตุพล แคล้วคลาด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 เล่าว่า การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากดินทับถมจนไม่สามารถระบุจุดที่เด็กติดอยู่ ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงนำร่างขึ้นมาได้ มวลน้ำจากเชิงเขายังคงไหลหลากต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ของ จ.สตูล เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลายหมู่บ้านต้องเร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และกลุ่มเปราะบาง บางจุดระดับน้ำสูงเกือบมิดศีรษะ

ทหารลุยควนโดน-ละงูย้ายผุ้ป่วยติดเตียง

ล่าสุด กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สั่งการให้ พ.อ.สุรการณ์ ฉิมกูล ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ระดมกำลังพล 20 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่ อ.ควนโดน และอ.ละงู ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤติ ภารกิจเร่งด่วนคืออพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยง เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ รวมถึงผลิตและแจกจ่ายน้ำสะอาดให้ชาวบ้านที่ขาดแคลนน้ำใช้

พ.อ.สุรการณ์ ระบุว่า กองทัพไทยจะอยู่เคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เราพร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบ 7 อำเภอ 16 ตำบล 92 หมู่บ้าน รวม 3,309 ครัวเรือน มีผู้ได้รับผลกระทบ 8,544 คน เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 รายจากเหตุดินโคลนถล่ม

ปภ.ประกาศสตูลทั้งจวพื้นที่ภัยฉุกเฉิน

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูลประกาศให้ทั้งจังหวัดเป็น พื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินเส้นทางสัญจรสายหลัก ถนนยนตรการกำธร ซึ่งเชื่อมพื้นที่ตำบลฉลุง–ควนโดน บริเวณบ้านย่านซื่อ ถูกน้ำท่วมหลายช่วงจนไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ต้องปรับลดเหลือเพียง 1 ช่องทางจราจร ทำให้การเดินทางติดขัดหนัก ขณะที่ถนนสายหลุมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในอำเภอละงู ก็ถูกน้ำตัดขาดเป็นบางช่วงเช่นกัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง

ด้านเขตพื้นที่ประถมศึกษาจังหวัดสตูลแจ้งว่า มีรายงานโรงเรียนในจังหวัดสตูล 12 แห่ง ถูกน้ำท่วมจนต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นออกจากพื้นที่เสี่ยง

ยะลาฝนถล่มต่อเนื่องท่วมขยายวงกว้าง

สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดยะลาเผชิญภาวะน้ำท่วมขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว น้ำท่วมขังหลายจุดมีระดับสูง ชาวบ้านจำนวนมากเริ่มทยอยอพยพและขนย้ายทรัพย์สิน รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองยะลา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก เทศบาลนครยะลาออกประกาศแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม ฉบับที่ 2 โดยระบุว่าปริมาณน้ำฝนสะสมตลอด 3–4 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่นอกเขตเทศบาล เช่น ตำบลท่าสาป ตำบลยุโป ตำบลสะเตงนอก และตำบลบุดี ถูกน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน และสถานการณ์เช้าวันที่ 23 พฤศจิกายนทวีความรุนแรงจนเริ่มมีน้ำหลากเข้าสู่เขตเมืองแล้ว

เทศบาลฯ จึงขอให้ประชาชนใน 10 ชุมชนลุ่มต่ำที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก เร่งขนย้ายสิ่งของและเตรียมอพยพทันที ได้แก่ ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม, ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์ (ซอย 10), ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล 5, ชุมชนดารุสลาม, ชุมชนจารูนอก, ชุมชนเมืองทอง, ชุมชนเสรี, ชุมชนธนวิถี, ชุมชนหลังโรงเรียนจีน, ชุมชนมะลิสัมพันธ์

เทศบาลนครยะลาย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับปลั๊กไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตราย และขอให้ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วย อย่างใกล้ชิด ประชาชนสามารถอพยพไปยังศูนย์พักพิงของเทศบาลได้ทันที หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครยะลา โทร. 073-212-345, สายด่วน 199 หรือศูนย์ประสานงาน ศอ.บต.1880 ตลอด 24 ชั่วโมง

แม่น้ำสายบุรีทะลักท่วมหมู่บ้านอ.รามัน

ด้านน้ำในแม่น้ำสายบุรีซึ่งไหลผ่านพื้นที่ อำเภอรามัน ได้เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านหลายแห่ง เช่น หมู่ 6 บ้านตลาดล่าง หมู่ 3 บ้านปายอยือนิ หมู่ 4 บ้านพอเม็ง หมู่ 5 บ้านอูยงบาโร๊ะ ตลอดจนพื้นที่ ต.ตะโละหะลอ ทำให้บ้านเรือนบางส่วนจมน้ำ ชาวบ้านต้องอพยพไปอยู่กับญาติในพื้นที่ปลอดภัย โดยบางหมู่บ้านต้องใช้เรือท้องแบนในการเดินทางเนื่องจากถนนถูกน้ำท่วมสูงขณะเดียวกัน ถนนสายรามัน–ยะลา มีมวลน้ำจากภูเขาในต.กายูบอเกาะ ต.กาลูปัง และต.โกตาบารู ไหลหลากเข้าท่วมหลายจุด ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่จึงประกาศงดใช้เส้นทางชั่วคราว และจัดเส้นทางสำรองให้ประชาชนใช้แทน สถานการณ์ยังคงน่ากังวลและอาจทวีความรุนแรง หากฝนยังตกต่อเนื่อง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพตามคำสั่งทันที

‘พัทลุง’ บางพื้นที่ยังท่วมสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพัทลุงเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น โดยพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด ได้แก่ อำเภอกงหรา ป่าบอน ป่าพะยอม และศรีนครินทร์ ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง หลายหมู่บ้านกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลุ่มริมฝั่งยังคงเผชิญน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะอำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน เขาชัยสน ปากพะยูน และระดับน้ำหลายจุดยังสูง น้ำทรงตัว ชาวบ้านยังต้องอพยพข้าวของขึ้นที่สูงต่อเนื่องสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุงรายงานภาพรวมตั้งแต่วันที่ 19-23 พฤศจิกายน พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบแล้ว 11 อำเภอ 64 ตำบล 597 หมู่บ้าน รวม 75,723 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 1ราย ขณะที่พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 30,000ไร่

ประกาศ5อำเภอแขตภัยพิบัติ

จังหวัดพัทลุงประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอกงหรา อำเภอเขาชัยสน อำเภอป่าพะยอม อำเภอศรีนครินทร์โดยเส้นทางสัญจรสำคัญ เริ่มกลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยบริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง อ.ควนขนุน และบ้านโคกยา อ.เขาชัยสน ระดับน้ำที่เคยท่วมสูงเมื่อวานนี้ได้ลดลงแล้ว เจ้าหน้าที่เปิดการจราจรทั้งสองฝั่งเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพัทลุงจะคลี่คลายลงภายใน 2-3 วันข้างหน้า

9อภ.ประสบภัย-6.8พันครัวเดือดร้อน

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากคลองมวนที่เอ่อล้นเข้าท่วมหลายพื้นที่อย่างรวดเร็ว มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวนมาก ขณะที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าช่วยเหลือและจัดตั้งเต็นท์บริการ อาหาร น้ำดื่ม สำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยเผยว่า ติดตามระดับน้ำใกล้ชิด และเตรียมพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ หากมีการร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานเสริมว่า ข้อมูล ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. ระบุว่า จังหวัดตรังมีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 9 อำเภอ 36 ตำบล 3 เทศบาล รวม 132 หมู่บ้าน คิดเป็น 6,890 ครัวเรือน คาดว่าสถานการณ์วันนี้จะขยายผลกระทบเพิ่มขึ้นในอีกหลายพื้นที่ แม้ขณะนี้ปริมาณฝนจะเริ่มมีช่วงหนัก–เบาสลับกันแล้วก็ตาม

รับใต้ท่วมหนัก-หาดใหญ่วิกฤติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ว่า ขณะนี้มีสถานการณ์น้ำท่วมหนักคือ พัทลุง และสงขลา แต่อาจมีสถานการณ์เพิ่มขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ท่วมหนักเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นที่ต่ำและมีปริมาณน้ำหลาก เวลานี้มีรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ ส่วนตนลงไปติดตามสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สั่งจัดเตรียมศูนย์อพยพเพื่อดูแลผู้ประสบภัย ซึ่งสถานการณ์ภาคใต้จะไม่เหมือนกับที่อื่น เนื่องจากสามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้หากไม่มีฝนเข้ามาเติม ประมาณ 3-4 วันในการระบาย โดยประเมินว่าอาจจะมีพายุลูกใหญ่ช่วง 1-2วันนี้ จากนั้นก็จะหมด ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดสำรวจจำนวนครอบครัวผู้ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือในทันที เรื่องนี้เตรียมการไว้แล้ว รู้ว่าจะมีสภาวะน้ำท่วมแบบนี้เกิดขึ้น

ยันเยียวยา9พันได้ทันทีไม่ต้องสำรวจ

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งจ่ายเงินเยียวยาต่อไป เพราะเข้าหลักเกณฑ์ทั้งหมดที่จะได้รับเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9 พันบาท ไม่ต้องรอให้สำรวจเสร็จแล้วค่อยจ่าย สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งทำคือเติมวัตถุดิบเพื่อใช้ประกอบอาหารในการแจกจ่ายให้กับทุกคนที่ตกค้าง ทั้งในโรงแรม อย่างสภาหอการค้าที่ไปประชุมกัน มีคนตกค้างนับพัน รวมถึงนักท่องเที่ยว และประชาชนที่ไม่สามารถออกมาได้ จึงต้องเร่งนำอาหารเข้าไปแจกจ่าย

ลงพื้นที่อีกรอบบัญชาการระบายน้ำ

นายกฯ กล่าวว่า ได้สอบถามอธิบดีกรมชลประทานถึงสถานการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่าสถานการณ์เมื่อคืนหนักสุดแล้ว และค่อยๆ ระบาย ส่วนน้ำหลากที่จะมาจากที่อื่น คาดว่าสามารถบริหารจัดการได้ถ้าฝนไม่ตกเพิ่ม และเตรียมตัวเผื่อต้องลงไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อีกครั้งในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ (23 พ.ย.) ต้องลงไปดูให้เห็นกับตา เพื่อจะได้สั่งการถูกต้อง ขอบคุณรัฐมนตรีทุกคนที่ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ ส่วนคำถามที่ว่าต้องปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการในพื้นที่หรือไม่นั้น ที่จริงเรามีคลอง ร.1 ที่ช่วยระบายน้ำออกสู่ทะเล แต่น้ำมีปริมาณมากจึงเกิดการท่วมหนัก ซึ่งการบริหารจัดการน้ำอยู่ในแผนของกรมชลประทานอยู่แล้ว ที่ต้องหาวิธีทำให้ระบายน้ำมีประสิทธิภาพ เนื่องจากทางออกทะเลมีมาก อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมต่างๆ ของกระทรวงมหาดไทยได้อยู่ในพื้นที่แล้ว สามารถสั่งการ บูรณาการได้

นายกฯ เยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิง ทำอาหารให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม (มีคลิป)

นายกฯ เยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิง ทำอาหารให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม (มีคลิป)

นายกฯ เยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิง ทำอาหารให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม (มีคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.47 น.

นายกฯ เยี่ยมประชาชน ศูนย์พักพิง วัดคลองเรียน-เทศบาลนครหาดใหญ่ ขอชาวบ้านอยู่จนกว่าจะปลอดภัย เตรียมหารือ ครม. จ่ายเงินเยียวยา 25 พ.ย. นี้  บอก เมื่อคืนนอนไม่หลับห่วงอาหารไม่เพียงพอ ต้องบินลงพื้นที่ซ้ำ ก่อนโชว์ผัดมาม่าไส้กรอกไก่-ไข่เจียว-ข้าวผัดไข่ ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ เดินทางถึง ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทักทายและให้กำลังใจผู้อพยพจำนวน 200 คน มีเนื้อหาสรุปว่า การอยู่ศูนย์พักพิงอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนกับอยู่ที่บ้าน แต่ถ้าอยู่ตรงนี้แล้วปลอดภัยขอให้อยู่ไปก่อน เมื่อปลอดภัยแล้วค่อยกลับบ้าน อีกประมาณ 3-4 วันน้ำจะค่อยๆระบายและลดลง โดยตนและบรรดาคณะรัฐมนตรีจะทำหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนเพราะขณะนี้กระจายตัวไปยังจังหวัดต่างๆที่ประสบอุทกภัยแล้ว สำหรับเงินเยียวยาไม่ต้องห่วงในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 25 พ.ย.จะรีบดำเนินการพิจารณาอนุมัติ เงินเยียวยาครอบครัวละ 9,000 บาท และหากเห็นว่าพื้นที่ไหนไม่ปลอดภัยขอให้เรียกประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นมายังศูนย์พักพิงจนกว่าจะปลอดภัยเพราะเรามีของอำนวยความสะดวกให้

จากนั้นนายอนุทิน ได้มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่อยู่บริเวณศูนย์พักพิง ก่อนเดินทางต่อไปยังศูนย์บัญชาการเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์พักพิง และมีโรงครัวพระราชทาน โดยนายอนุทินจะไปเยี่ยมผู้ประสบภัยและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่โรงครัวพระราชทาน และแจกอาหารปรุงสำเร็จและถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยก่อนที่นายกฯจะนั่งรถสำรวจความเสียหายในพื้นที่ชั้นในของเทศบาลนครหาดใหญ่ 

จากนั้น​นายกรัฐมนตรี​และคณะ​ เดินทางต่อไปมาที่ ศูนย์บัญชาการเทศบาลนครหาดใหญ่​ ซึ่งเป็นศูนย์พักพิง​ เพื่อเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม​ พร้อมสำรวจโรงครัว และกำชับให้นายก เทศบาลนครหาดใหญ่​ จัดหาอาหารให้เพียงพอ​ ให้กับข้าวเยอะๆ​ ไม่ใช่แค่ไข่ต้ม​ 

ก่อนที่นายกฯ จะโชว์ฝีมือผัดมาม่าไส้กรอกไก่​ ให้ผู้ประสบภัย​รับประทาน​ รวมถึงยังได้ตักให้รัฐมนตรีได้ชิมด้วย นายกรัฐมนตรียังแวะมาที่ โรงครัวของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ได้ ทอดไข่เจียว ข้าวผัดไข่ แจกให้ผู้ที่ร่วมลงพื้นที่​ และชาวบ้านภายในศูนย์พักพิง อีกทั้งยังได้ พูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงครัวพระราชทาน รวมถึงแจกถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย​ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้ประสบอุทกภัยว่า ต้องขออภัยในความไม่สะดวกเนื่องจากฝนฟ้าไม่เป็นใจจึงทำให้พวกเราทุกคนต้องมาอยู่ที่นี่ แต่ถ้ามองในแง่ดีคือเรามาเจอเพื่อนใหม่ในยามที่พวกเรามีภัยเราต้องไม่ทิ้งกัน มอบกำลังใจ ส่งกำลังใจซึ่งกันและกัน ขอให้ทุกคนได้มั่นใจว่าพวกเราไม่ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน เมื่อวานตนลงพื้นที่มาแล้วและยังเห็นความไม่สะดวกอยู่หลายแห่ง กลับไปก็นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสะดวก และเกิดความสมบูรณ์ให้เร็วที่สุดในการดูแลประชาชน วันนี้จึงตั้งใจลงพื้นที่มาอีกรอบหนึ่ง และเมื่อคณะรัฐมนตรีทราบก็ขอตามมาด้วยและตนไม่ได้ขอให้ตามมา แต่ ครม  วิ่งตามมามาด้วย เพราะอยากมาเจอกับประชาชน

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้แนะนำคณะรัฐมนตรีที่ร่วมคณะเดินทางมาในวันนี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะเล่าว่า เมื่อวานนี้เกือบจะวางมวยกัน นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ เพราะท่านใส่อารมณ์ ท่านเป็นห่วงชาวบ้าน บอกว่า นายกฯลงพื้นที่ช้า ตนจึงบอกว่าถ้าพูดแบบนี้ก็มาชกกันเลยดีกว่า แต่นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ก็บอกว่า อย่าชกกันเลย ตอนนี้เรามาช่วย ประชาชน ว่าและตนได้เห็นว่า ภายใน 24 ชั่วโมงมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก น้ำลดลงเยอะ แต่ก็ยังลดลงไม่มากตามที่ต้องการ เพียงแต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงกลับเมื่อวานนอนไม่หลับ คือ อาหารหายไปไหนหมด ร้านอาหารปิดหมด คนไม่มีอาหารกินติดอยู่ในตึก เป็นสิ่งที่เราทนไม่ได้ต้องแก้ไขปัญหา ดังนั้นต้องทำให้การแก้ไขปัญหานี้เกิดขึ้นทันที และวันนี้ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้แก้ไขสถานการณ์ จนเรื่องห่วงโซ่อาหารกลับมาแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอาหารไม่พอ 

เมื่อคืนตนหาอาหารก่อนกลับจากหาดใหญ่ไม่ได้ ต้องไปขอเจ้าของโรงแรมที่รู้จักกัน และอาหารที่ดีที่สุดเมื่อคืนนี้คือข้าวผัดไข่ ประชาชนกินอะไรพวกตนก็กินอย่างนั้น วันนี้ประชาชนเริ่มมีอาหารที่ดีขึ้น ตนก็หวังว่าก่อนจะกลับน่าจะกินอะไรดีกว่าข้าวผัดไข่เมื่อวานนี้ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การที่พวกเราทุกคนมาอยู่ตรงนี้แม้จะไม่เหมือนบ้าน แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องความปลอดภัย ซึ่งมีการตั้งศูนย์พยาบาลคอยดูแล และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นพวกเราค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน และขออย่าให้มีสิ่งเลวร้ายเข้ามาวุ่นวาย ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง กลับมาค้าขายคล่อง ส่วนคนละครึ่งพลัสก็ยังอยู่ เดี๋ยวจะมีเฟส2 ต่อ พร้อมย้ำเรื่องของการเยียวยาผู้ประสบภัย จะเร่งรัดให้เร็วที่สุด

“ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหนีความผิดไม่พ้น หวังว่าทุกคนจะให้อภัย ขอให้ทุกคนโชคดี และจะไม่บอกว่าเดี๋ยวจะมาเยี่ยมอีก เพราะเชื่อว่าอีก 1-2 วันประชาชนน่าจะได้กลับบ้านแล้ว และจะคอยติดตามเรื่องความสะดวกสบายให้กับประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ดูคลิปที่นี่

แกนนำภท. สยบลือ’สนธยา-สุชาติ’ถกเครียดแย่งเขต1 ชี้ 10 เขต ชลบุรี จบลงตัวแล้ว

แกนนำภท. สยบลือ'สนธยา-สุชาติ'ถกเครียดแย่งเขต1 ชี้ 10 เขต ชลบุรี จบลงตัวแล้ว

แกนนำภท. สยบลือ’สนธยา-สุชาติ’ถกเครียดแย่งเขต1 ชี้ 10 เขต ชลบุรี จบลงตัวแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.39 น.

แกนนำภท. สยบลือ’สนธยา-สุชาติ’ถกเครียดแย่งเขต1 ชี้ 10 เขต ชลบุรี จบลงตัวแล้วตั้งแต่ก่อนแถลงเปิดตัวสังกัดภูมิใจไทย 

เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2568 ที่พรรคภูมิใจไทย ภายหลังมีกระแสข่าว “สนธยา – สุชาติ” ถกเครียดหน้าลิฟต์ตึกที่ทำการพรรค เหตุแย่งคุมเขต 1 จังหวัดชลบุรี นั้น  (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เมืองชลฯอลเวง! ‘สนธยา-สุชาติ’ถกเครียดหน้าลิฟต์’ภท.’แย่งคุมเขต1 ลือ’ชาดา’ขอเขต8-9) แกนนำพรรค ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง นายสนธยา คุณปลื้ม และนายสุชาติ ชมกลิ่น เพียงแต่พูดคุยเรื่องของการทำงานร่วมกัน ในนามพรรคภูมิใจไทย เท่านั้น 

ทั้งนี้กรณี จ.ชลบุรี ได้มีข้อตกลงทำงานร่วมกันและแบ่งเขตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง 10 เขต ลงตัวแล้ว ก่อนที่จะมาแถลงข่าวที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายสนธยา กับนายสุชาติ จับมือกัน สู้กับพรรคประชาชน หลังจากที่แยกกันทำงาน ทำให้คะแนนแตก ส่งผลให้แพ้ต่อพรรคประชาชน เมื่อครั้งยังเป็นพรรคก้าวไกล ในอดีต 

ขอโทษ’ลุงตู่’!!! ‘สรเทพ’เคยต่อว่า’คนละครึ่ง’ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว

ขอโทษ'ลุงตู่'!!! 'สรเทพ'เคยต่อว่า'คนละครึ่ง' แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว

ขอโทษ’ลุงตู่’!!! ‘สรเทพ’เคยต่อว่า’คนละครึ่ง’ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.31 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Cheers n’ Chat ช่อง Wealthy Thai ถึงที่มาของการยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ ระหว่างปี 2567 – 2568 ให้นำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่เห็นตั้งแต่ปี 2567 แล้วว่าเศรษฐกิจกำลังจะแย่ การจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวนั้นดิ่งลง

โดย นายสรเทพ ระบุว่า ในสมัยลุงตู่ เราก็เรียกร้องไปให้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนั้นมันยังไม่เคยมีคนละครึ่ง แล้วอยู่ดีๆ วันดีคืนดี ลุงตู่ก็มาแถลงว่าจะทำโครงการคนละครึ่ง พวกเรากลุ่มธุรกิจร้านอาหารก็เกาหัวกัน เพราะเราไม่รู้จักว่ามันคืออะไร เราก็ด่าเช็ดเลย ปรากฏว่า ณ วันนี้เรามาเข้าใจว่าคนละครึ่งที่ลุงตู่ทำมา มันมีหลักเศรษฐศาสตร์แฝงอยู่ในทุกขั้นตอน ซึ่งมันเจ๋งมาก

ถ้าถามว่ามันมีหลักเศรษฐศาสตร์ยังไง ตัวอย่างเช่น ถ้าเขาไม่ทำคนละครึ่ง แล้วเขาให้เงินมาเลยก้อนหนึ่ง คุณคิดว่าชาวบ้านเขาจะเก็บไปซื้อกับข้าววันต่อวันไหม คำตอบคือไม่ เขาก็อาจเอาไปใช้ทีเดียวหมด ซึ่งทำให้เงินไม่หมุน ที่เขาต้องกำหนดเงื่อนไขว่าให้ใช้ได้วันละไม่เกินเท่าไร เพราะเขาต้องการให้ค่อยๆ ทยอยใช้ทีละนิดทุกวัน เงินก็จะหมุนทุกวันๆ นั่นคือหลักเศรษฐศาสตร์แท้ๆ ซึ่งตอนนั้นเราไม่เข้าใจ เพราะมันเป็นสิ่งแปลกใหม่

ตอนนั้นก็ด่าลุงตู่เช็ดเลย สงสารลุง ขอโทษด้วยครับลุง ตอนนั้นผมโง่จริงๆ พอโครงการนี้มันออกมาเฟส 1-2-3-4-5 เฮ้ยเงินมันหมุนจริงๆ หมุน 3-4 รอบ เพราะเราเป็นคนจับจ่ายใช้สอย เราเป็นคนเข้าไปตลาดสด เราทำร้านอาหาร เราเห็นอยู่แล้วว่าตลาดที่ปกติมันเงียบๆ พอคนละครึ่งออกมา คนก็ขายของได้ อย่างคุณยายขายหมูปิ้ง วันนี้ขายได้ ก็เอาเงินไปซื้อหมูที่เขียงมาทำต่อ เราเห็นชัดเลยว่าเงินมันหมุนจริงๆ เราก็เลยเขียนขอรัฐบาลไปว่าขอมีโครงการคนละครึ่ง แล้วเร่งใช้ให้ทันไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

‘ทภ.2’ขอปชช. อย่าเผยแพร่’คลิปเก่า’ กำลังพลบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด

'ทภ.2'ขอปชช. อย่าเผยแพร่'คลิปเก่า' กำลังพลบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด

‘ทภ.2’ขอปชช. อย่าเผยแพร่’คลิปเก่า’ กำลังพลบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.04 น.

กองทัพภาคที่ 2 ขอประชาชน ไม่เผยแพร่คลิปกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ระบุเป็นคลิปเก่าจากเหตุปะทะเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ปัจจุบันกำลังพลหายเป็นปกติ ประจำแนวในพื้นที่ช่องบกเป็นที่เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอกรณีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณช่วงขา นั้น แหล่งข่าวระดับสูงจากกองทัพภาคที่ 2 เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 24 ก.ค.68 เวลาประมาณ 13.56 น.ซึ่งทางหน่วยผู้บังคับบัญชา ได้รับรายงานจากกองร้อยทหารราบที่ 6023 (ร้อย.ร.6023 ) ร.6 พัน.3 ว่า กำลังพลที่ปฏิบัติงานบริเวณพลาญขี้สัก พื้นที่ช่องบก ที่ถูกฝ่ายกัมพูชาโจมตีด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระสุนปืน จำนวน 3 นาย หน่วยจึงจัดชุดรับผู้ป่วยเจ็บเดินเท้าเข้าในพื้นที่ เพื่อรับกำลังพลทั้ง 3 นาย

จากนั้นนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันกำลังพลดังกล่าวได้ทำการรักษาหายเป็นปกติ และกลับเข้าประจำแนวในพื้นที่ช่องบกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ขอพี่น้องประชาชนอย่าเผยแพร่ภาพคลิปเก่าเพื่อสร้างความตื่นตกใจให้กับสังคม ปัจจุบันนี้สถานการณ์ยังปกติ ย้ำว่ากำลังพลพร้อมปฎิบัติในทุกเมื่อ ด้วยความไม่ประมาท” แหล่งข่าวระดับสูงจากกองทัพภาคที่ 2 กล่าว

​’นายกฯ’ขอปชช.อยู่ศูนย์พักพิงจนกว่าจะปลอดภัย บอกเดี๋ยวเร่งอนุมัติเงินเยียวยา

​'นายกฯ'ขอปชช.อยู่ศูนย์พักพิงจนกว่าจะปลอดภัย บอกเดี๋ยวเร่งอนุมัติเงินเยียวยา

​’นายกฯ’ขอปชช.อยู่ศูนย์พักพิงจนกว่าจะปลอดภัย บอกเดี๋ยวเร่งอนุมัติเงินเยียวยา

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.35 น.

เมื่อเวลา 18.10 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางถึงศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) โดนนายอนุทิน ได้กล่าวทักทายและให้กำลังใจผู้อพยพ จำนวน 200 คน ว่า การอยู่ศูนย์พักพิงอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนกับอยู่ที่บ้าน แต่ถ้าอยู่ตรงนี้แล้วปลอดภัยขอให้อยู่ไปก่อน เมื่อปลอดภัยแล้วค่อยกลับบ้าน อีกประมาณ 3 – 4 วัน น้ำจะค่อยๆระบายและลดลง โดยตนและบรรดาคณะรัฐมนตรีจะทำหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชน เพราะขณะนี้กระจายตัวไปยังจังหวัดต่างๆที่ประสบอุทกภัยแล้ว สำหรับเงินเยียวยาไม่ต้องห่วงในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 25 พ.ย.จะรีบดำเนินการพิจารณาอนุมัติ เงินเยียวยาครอบครัวละ 9,000 บาท และหากเห็นว่าพื้นที่ไหนไม่ปลอดภัยขอให้เรียกประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นมายังศูนย์พักพิงจนกว่าจะปลอดภัยเพราะเรามีของอำนวยความสะดวกให้

จากนั้นนายอนุทิน ได้มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่อยู่บริเวณศูนย์พักพิง ก่อนเดินทางต่อไปยังศูนย์บัญชาการเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์พักพิง และมีโรงครัวพระราชทาน โดยนายอนุทินจะไปเยี่ยมผู้ประสบภัยและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่โรงครัวพระราชทาน และแจกอาหารปรุงสำเร็จและถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยก่อนที่นายกฯจะนั่งรถสำรวจความเสียหายในพื้นที่ชั้นในของเทศบาลนครหาดใหญ่

– 006

หาดใหญ่หนักสุด! นายกฯห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งระดมอุปกรณ์ดำรงชีพ-อาหารให้เพียงพอ

หาดใหญ่หนักสุด! นายกฯห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งระดมอุปกรณ์ดำรงชีพ-อาหารให้เพียงพอ

หาดใหญ่หนักสุด! นายกฯห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งระดมอุปกรณ์ดำรงชีพ-อาหารให้เพียงพอ

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.35 น.

หาดใหญ่หนักสุด! นายกฯห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งระดมอุปกรณ์ดำรงชีพ-อาหารให้เพียงพอ หวั่นประชาชนขาดแคลนข้าว เร่งสำรวจอนุมัติเงินเยียวยา

เมื่อเวลา 16.25 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา รอให้การต้อนรับ และบรรยายสถานการณ์ถึงปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา รวมถึงอพยพคนจากโรงแรมต่างๆ จากนั้นนายอนุทิน ได้เดินทักทายนักท่องเที่ยวที่สนามบิน และได้รับเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแห้งจากนักท่องเที่ยวชาวเซอเบียร์ และได้เดินไปจุดแจกอาหารให้ผู้ที่ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ก่อนจะขึ้นรถยกสูงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เดินทางไป ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัย

โดยระหว่างเดินทาง นายอนุทินได้แวะปั้มน้ำมัน ปตท.คลองหวะ เพื่อดูความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม รวมถึงได้มอบอาหารปรุงสุกพร้อมทานให้ผู้ประสพอุทกภัย เมื่อถามว่า ถ้าฝนตกลงมาอีกสถานการณ์จะน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าไม่ตกก็กังวลจะตายอยู่แล้ว

ส่วนที่ได้รับรายงานเบื้องต้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในตอนนี้ก็ยังท่วมขังอยู่ เพราะมีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงคือเรื่องของการสนับสนุนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหาร เพราะเมื่อวันที่ 22 พ.ย.เราเห็นได้ว่าเข้าสู่สภาวะขาดแคลนอาหาร เนื่องจากเส้นทางถูกตัดทั้งหมด วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารไม่สามารถเข้ามาได้ แต่วันนี้ตลอดทั้งวันได้มีการแก้ไข ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และทำอาหารมาจากจังหวัดใกล้เคียง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่สำคัญเราจัดตั้งศูนย์พักพิงและศูนย์อพยพ ซึ่งมีอยู่ 5 จุด โดยได้รับรายงานว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เตรียมรถจ่ายไฟประจำศูนย์พักพิงทุกจุดแล้ว

เมื่อถามว่า ส่วนปริมาณน้ำตอนนี้เป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำท่วมทุกพื้นที่เต็มหมดแล้ว ซึ่งบริเวณคลอง ร.1 ถือว่าเป็นพื้นที่หลักในการลำเลียงน้ำเพื่อไหลลงสู่ทะเล รวมทั้งยังมีน้ำที่ไหลลงมาจาก อ.สะเดา เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.ซึ่งจะแตกต่างจากพื้นที่ภาคกลางที่น้ำไหลมาแล้วอยู่ไม่มีทางออกทะเลต้องไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา แต่พื้นที่ภาคใต้น้ำยังสามารถระบายได้อยู่ แต่ปริมาณน้ำที่เข้ามามากกว่าน้ำที่ระบายออก ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุน่าจะลดลงมากกว่า

เมื่อถามว่า ศูนย์พักพิง 5 จุดมีเพียงพอหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรามีศูนย์พักพิงทั้งหมด 5 จุด ซึ่งชาวบ้านก็มีทางเลือก บางคนก็ไปอยู่บ้านญาติใกล้เคียง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมาที่ศูนย์พักพิง ถ้าเขาเลือกได้เขาก็เลือกที่จะอยู่ในพื้นที่ของเขา ซึ่งเราก็จะเร่งจัดอุปกรณ์ดำรงชีพและอาหารให้ครบทุกมื้อ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมเงินเยียวยาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เตรียมเงินเยียวยาไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ ซึ่งเราก็จะอนุมัติเป็นวงเงินไว้ หรือเป็นหลักการเอาไว้เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพราะความเสียหายตอนนี้เข้าเกณฑ์ที่อยู่แล้ว ครอบครัวละ 9,000 บาท

เมื่อถามว่า มีพื้นที่อื่นที่น่าเป็นห่วงนอกจากหาดใหญ่อีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือหาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่ จ.พัทลุง ก็มีน้ำท่วม แต่ไม่หนักเท่ากับหาดใหญ่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว และมีรัฐมนตรีหลายท่านที่กระจายลงไปพร้อมกับความช่วยเหลือต่างๆ ในพื้นที่แล้ว แต่ที่ตนลงพื้นที่หาดใหญ่เป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากพื้นที่นี้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีประชาชนติดอยู่ในบ้านเรือน และนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในโรงแรม ที่ยังออกมาไม่ได้ เราต้องมาดูแลเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายลงไปแล้ว รวมถึงประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางได้เนื่องจากไฟลท์บินถูกยกเลิกเพราะฝนตกหนัก แต่เท่าที่ตนสำรวจและพูดคุยกับประชาชนเมื่อสักครู่ พบว่า 95% ได้ไฟลท์บินกลับแล้ว ซึ่งทางส่วนราชการก็จะจัดรถ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน

“ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาหาร สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออาหารไม่มี ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับอาหารไม่มี เพราะถ้าน้ำท่วม ถ้าท้องหิวก็จะวุ่นวายเพิ่มเติม เราต้องจัดระเบียบความสำคัญทั้งหมด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนเรื่องรายงานว่า โจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินช่วงที่ประชาชนไม่อยู่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ทุกคนก็ระดมกำลังเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน และมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังลงไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเราจะขอให้ประชาชนออกมายังศูนย์พักพิง เราต้องทำให้เขามั่นใจก่อนว่าบ้านของเขาปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนเผชิญเหตุของผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่แล้ว

นโยบายที่ล้มเหลว! ‘สุไพรพล’สะท้อน’คนละครึ่ง’ความจริงอันเจ็บปวด

นโยบายที่ล้มเหลว! 'สุไพรพล'สะท้อน'คนละครึ่ง'ความจริงอันเจ็บปวด

นโยบายที่ล้มเหลว! ‘สุไพรพล’สะท้อน’คนละครึ่ง’ความจริงอันเจ็บปวด

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.04 น.

“สุไพรพล-จักรภพ”ลุยชุมชนวัดภาณุรังสี เผยชาวบ้านสะท้อน“คนละครึ่ง”ล้มเหลว พ่อค้า-ประชาชนเดือดร้อน แฉราคาพุ่ง-นโยบายไม่ครบชุด

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายสุไพรพล เพ็ญแข หรือ ป๊อบ คู่ชีวิต นายจักรภพ เพ็ญแข ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตบางพลัด-บางกอกน้อย พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นต่อโครงการคนละครึ่ง โดยระบุว่าเป็น “ความจริงอันเจ็บปวด” หลังจากวานนี้ (22 พฤศจิกายน 2568) ตนพร้อมด้วยนายจักรภพ และทีมงานผู้ช่วยหาเสียง ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในชุมชนแถบวัดภาณุรังษีฯ บางพลัด ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ อาหารเยอะ คนเยอะ พี่น้องในชุมชนทักทายทั้งสองคนอย่างอบอุ่น หลายคนเข้ามากอดแน่น เพราะเคยต่อสู้กันมาในขบวนการประชาธิปไตยเมื่อหลายสิบปีก่อน และยังจำกันได้ดี ทำให้ทั้งสองรู้สึกชื่นใจมาก

นายสุไพรพล กล่าวว่า แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกเสียใจแทนพี่น้องประชาชนในแถบนี้คือ นโยบายของรัฐบาลที่เรียกว่าคนละครึ่ง โดยนโยบายนี้มีพี่น้องหลายคนชอบ เพราะช่วยให้มีเงินซื้อของในช่วงแรกๆ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นความล้มเหลวก็เพราะ

1.แทนที่จะได้ประหยัดเงินตัวเองไปครึ่งหนึ่ง ปรากฏว่าเจ้าของสินค้าบางส่วนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าไปเลย พอลดลงมาแล้วก็กลายเป็นประหยัดได้ไม่กี่บาท พ่อค้าแม่ขายตัวเล็กๆ ก็ต้องก้มหน้าขายของในราคาที่แพงขึ้น เรื่องนี้คงเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ของคุณศุภจีโดยตรง อย่ามัวแต่โฆษณาว่าอะไรมันดีๆ จนตัวรัฐบาลเองเชื่อตัวเองเสียสนิท ต้องบริหารงานด้านอื่นควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนลดความเดือดร้อนจริงๆ ด้วย

2.คนละครึ่งดีเฉพาะในช่วงแรกๆ เพราะคนยังมีเงิน แต่เพราะว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการอื่นๆ รองรับ มีเรื่องเดียวโด่เด่ พอคนเงินหมดในช่วงหลังโครงการ คนละครึ่งก็แทบจะไม่มีประโยชน์อีกเลย ทำให้นึกถึงรัฐบาลของเราในสมัยไทยรักไทย ที่คิดนโยบายหลายอย่างรวมกันเป็นแพ็ค เพื่อให้มันเสริมกัน เศรษฐกิจจึงดีขึ้นแบบยาวต่อเนื่อง ไม่ขึ้นๆ ลงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่กระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ต้องถามถึงตัวนายกฯ เลย

“ต้องขอบคุณชาวชุมชนวัดภาณุรังษีฯ บางพลัด ที่ทำให้ได้รับรู้ความจริงในเรื่องนี้ เพื่อไทยมีนโยบายหลายอย่างที่จะยกระดับความเป็นอยู่ประชาชนในระยะสั้น ซึ่งมาแบบครบ ป๊อบจะค่อย ๆ เรียนให้ท่านทราบต่อไปนะครับ” นายสุไพรพล กล่าว

– 006

‘ปชน.’เปิดตัว!!! 3 แคนดิเดตนายกฯลุยสู้ศึกเลือกตั้ง

'ปชน.'เปิดตัว!!! 3 แคนดิเดตนายกฯลุยสู้ศึกเลือกตั้ง

‘ปชน.’เปิดตัว!!! 3 แคนดิเดตนายกฯลุยสู้ศึกเลือกตั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.49 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคระชาชน (ปชน.) เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ประกอบไปด้วย 3 คน คือ นายณัฐพงษ์ , น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย พรรคประชาชน และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ พรรคประชาชน